ทองคำ Limit Order คือการวางแผนรอราคาเทรดล่วงหน้า ช่วยให้เข้าตลาดได้ตามจุดที่กำหนดโดยไม่ต้องนั่งจ้องจอ เหมาะกับตลาดที่แกว่งรุนแรง 2569
- คำสั่ง Limit Order คืออะไร ทำไมนักเทรดทองถึงชอบใช้
- ประเภทของคำสั่งรอราคาที่ต้องเข้าใจในการเทรดทอง
- วิธีตั้งจุดตัดขาดทุนให้สมเหตุสมผลเวลาเทรดทอง
- ตัวอย่างการคำนวณกำไรขาดทุนจากการเทรดทองด้วย Limit Order
- การเปรียบเทียบคำสั่งเทรดทองคำประเภทต่าง ๆ
- ข้อผิดพลาดที่นักเทรดทองมือใหม่มักทำเวลาใช้ Limit Order
- คำถามที่พบบ่อย

คำสั่ง Limit Order คืออะไร ทำไมนักเทรดทองถึงชอบใช้

คำสั่ง Limit Order คือการสั่งระบบให้เปิดออเดอร์ทองคำให้อัตโนมัติเมื่อราคาวิ่งไปถึงระดับที่เรากำหนดไว้ล่วงหน้า เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราเข้าตลาดได้ตามแผนโดยไม่ต้องเสียเวลานั่งดูกราฟตลอดเวลา
เหตุผลที่นักเทรดทองคำนิยมใช้คำสั่งประเภทนี้เพราะตลาดทองมักจะมีการแกว่งตัวค่อนข้างรุนแรง ถ้าเราใช้คำสั่งเข้าตลาดทันทีตามราคาปัจจุบัน บางครั้งอาจจะได้ราคาที่ไม่ดีนัก เช่น ราคาอาจวิ่งขึ้นไปสูงเกินไปก่อนจะปรับลง การตั้งคำสั่งรอราคาจึงเป็นการกำหนดจุดที่เรามองว่าเป็นโอกาสเข้าซื้อขายที่เหมาะสม โดยเฉพาะในบริเวณแนวรับหรือแนวต้านสำคัญที่ราคามักจะมาทดสอบและเกิดการกลับตัว ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
อีกข้อดีคือการช่วยควบคุมอารมณ์ในการเทรด เมื่อเราวางแผนไว้ล่วงหน้าว่าจะเข้าที่ราคาไหน ตั้งจุดตัดขาดทุนและเป้าหมายกำไรไว้เรียบร้อย เมื่อราคามาถึงระบบจะทำงานแทนเรา ทำให้เราไม่ต้องเครียดกับการตัดสินใจในขณะที่ราคาเคลื่อนไหวเร็ว ๆ ซึ่งเป็นจุดที่นักเทรดมือใหม่มักจะพลาดไปบ่อยครั้งเพราะความกลัวและความโลภเข้าครอบงำ
ประเภทของคำสั่งรอราคาที่ต้องเข้าใจในการเทรดทอง
ในการเทรดทองคำเราจะใช้คำสั่งรอราคาอยู่ 4 ประเภทหลัก แต่ละแบบมีไว้ใช้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน การเลือกใช้ให้ถูกประเภทจะช่วยเพิ่มโอกาสเทรดได้กำไร
Buy Limit รอซื้อทองในราคาที่ต่ำกว่าปัจจุบัน
การตั้ง Buy Limit คือการวางคำสั่งซื้อทองคำไว้ที่ราคาที่ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน สมมติราคาทองตอนนี้อยู่ที่ 2,350 ดอลลาร์ต่อนซ์ เราคาดว่าราคาจะปรับลงไปทดสอบแนวรับที่ 2,330 ดอลลาร์ก่อนจะเด้งกลับขึ้นมา เราก็ตั้ง Buy Limit ไว้ที่ 2,330 ดอลลาร์เพื่อรอซื้อในจุดที่เรามองว่าราคาน่าจะกลับตัวขึ้น วิธีนี้เหมาะกับการเทรดในแนวโน้มขาขึ้นที่รอจังหวะราคาปรับลงไปซื้อ
Sell Limit รอขายทองในราคาที่สูงกว่าปัจจุบัน
การตั้ง Sell Limit คือการวางคำสั่งขายทองคำไว้ที่ราคาที่สูงกว่าราคาปัจจุบัน เช่น ราคาทองอยู่ที่ 2,350 ดอลลาร์ เราคาดว่าราคาจะขึ้นไปกระทบแนวต้านที่ 2,370 ดอลลาร์แล้วเด้งลงมา เราก็ตั้ง Sell Limit ไว้ที่ 2,370 ดอลลาร์เพื่อรอขายในจุดที่คาดว่าราคาจะกลับตัวลง วิธีนี้เหมาะกับการเทรดในแนวโน้มขาลงที่รอจังหวะราคาเด้งขึ้นไปขาย
Buy Stop รอซื้อเมื่อราคาทะลุแนวต้าน
การตั้ง Buy Stop คือการวางคำสั่งซื้อทองคำไว้ที่ราคาที่สูงกว่าราคาปัจจุบัน แตกต่างจาก Sell Limit ตรงที่เราคาดว่าราคาจะวิ่งขึ้นไปทะลุแนวต้านแล้วทะยานต่อ ตัวอย่างเช่น ราคาทองอยู่ที่ 2,350 ดอลลาร์ เราเห็นว่ามีแนวต้านแข็งแรงที่ 2,360 ดอลลาร์ ถ้าราคาทะลุไปได้ก็จะเป็นการยืนยันขาขึ้น เราจึงตั้ง Buy Stop ไว้ที่ 2,361 ดอลลาร์เพื่อรอซื้อเมื่อราคาทะลุแนวต้าน
Sell Stop รอขายเมื่อราคาทะลุแนวรับ
การตั้ง Sell Stop คือการวางคำสั่งขายทองคำไว้ที่ราคาที่ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน โดยคาดว่าราคาจะวิ่งลงไปทะลุแนวรับแล้วร่วงต่อ ตัวอย่างเช่น ราคาทองอยู่ที่ 2,350 ดอลลาร์ เราเห็นว่ามีแนวรับสำคัญที่ 2,340 ดอลลาร์ ถ้าราคาทะลุลงไปได้ก็จะเป็นการยืนยันขาลง เราจึงตั้ง Sell Stop ไว้ที่ 2,339 ดอลลาร์เพื่อรอขายเมื่อราคาทะลุแนวรับ
วิธีตั้งจุดตัดขาดทุนให้สมเหตุสมผลเวลาเทรดทอง
การตั้งจุดตัดขาดทุนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเทรดทองคำ เพราะตลาดทองมีการแกว่งตัวที่กว้าง ถ้าตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ใกล้เกินไปก็จะถูกแทงทิ้งก่อนราคาจะไปทางที่เราคาดไว้
หลักการตั้งจุดตัดขาดทุนที่ดีคือต้องอิงจากโครงสร้างของกราฟ ไม่ใช่ตั้งตามใจฉัน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราตั้ง Buy Limit ที่ราคา 2,330 ดอลลาร์ซึ่งเป็นแนวรับ เราควรตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ใต้แนวรับนั้นประมาณ 20 ถึง 30 จุด เพื่อเผื่อช่วงที่ราคาอาจจะแทงลงไปสักหน่อยก่อนจะเด้งขึ้นมา การตั้งแบบนี้จะทำให้เราไม่โดนตัดขาดทุนก่อนที่ราคาจะไปทางที่เราคาดไว้
ข้อควรระวังคือการตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ไกลเกินไป บางคนตั้งห่างถึง 100 จุดเพื่อไม่ให้โดนตัด แต่ถ้าราคาเป็นไปตามคาดเราก็จะได้กำไรน้อยเมื่อเทียบกับความเสี่ยง ส่วนถ้าราคาไม่เป็นไปตามคาดเราก็จะขาดทุนมาก ดังนั้นการหาสมดุลระหว่างระยะตัดขาดทุนและขนาดล็อตจึงเป็นสิ่งที่ต้องคำนวณให้รอบคอบก่อนเปิดออเดอร์ทุกครั้ง
ตัวอย่างการคำนวณกำไรขาดทุนจากการเทรดทองด้วย Limit Order

มาดูตัวอย่างจริงเพื่อให้เห็นภาพการคำนวณ สมมติราคาทองคำ XAU ปัจจุบันอยู่ที่ 2,350 ดอลลาร์ต่อนซ์ เราวิเคราะห์ว่าราคาน่าจะปรับลงไปทดสอบแนวรับที่ 2,325 ดอลลาร์ก่อนจะเด้งกลับขึ้นมา เราจึงตั้ง Buy Limit ไว้ที่ 2,325 ดอลลาร์ และตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 2,315 ดอลลาร์ ส่วนเป้าหมายกำไรตั้งไว้ที่ 2,365 ดอลลาร์
การคำนวณระยะตัดขาดทุนคือ 2,325 ลบ 2,315 เท่ากับ 10 ดอลลาร์ ซึ่งเท่ากับ 1,000 จุด ในตลาดทองคำ 1 จุดมีค่าเท่ากับ 0.01 ดอลลาร์ ดังนั้น 10 ดอลลาร์จึงเท่ากับ 1,000 จุด ส่วนระยะเป้าหมายกำไรคือ 2,365 ลบ 2,325 เท่ากับ 40 ดอลลาร์ หรือ 4,000 จุด อัตราส่วนความเสี่ยงต่อกำไรจึงเท่ากับ 1 ต่อ 4 ซึ่งถือว่าเป็นการเทรดที่คุ้มค่า
ถ้าเราใช้ขนาดล็อต 0.1 ล็อต มูลค่าต่อจุดจะเท่ากับ 1 ดอลลาร์ ดังนั้นถ้าราคาไปถึงเป้าหมายที่ 2,365 ดอลลาร์เราจะได้กำไร 4,000 จุดคูณ 1 ดอลลาร์เท่ากับ 4,000 ดอลลาร์ แต่ถ้าราคาไปตัดขาดทุนที่ 2,315 ดอลลาร์เราจะขาดทุน 1,000 จุดคูณ 1 ดอลลาร์เท่ากับ 1,000 ดอลลาร์ การคำนวณแบบนี้จะช่วยให้เราเห็นความเสี่ยงและผลตอบแทนที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจเปิดออเดอร์
การเปรียบเทียบคำสั่งเทรดทองคำประเภทต่าง ๆ
เพื่อให้เห็นความแตกต่างของคำสั่งแต่ละประเภทอย่างชัดเจน ขอสรุปเป็นตารางเปรียบเทียบ 4 คำสั่งหลักที่ใช้ในการเทรดทองคำ XAU ทั้งแบบเข้าทันทีและแบบรอราคา
| ประเภทคำสั่ง | ทิศทาง | ระดับราคาที่ตั้ง | สถานการณ์ที่เหมาะสม |
|---|---|---|---|
| Market Order | ซื้อหรือขาย | ตามราคาปัจจุบัน | เมื่อต้องการเข้าตลาดทันทีไม่รอราคา |
| Buy Limit | ซื้อ | ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน | รอราคาปรับลงแล้วเด้งกลับขึ้น |
| Sell Limit | ขาย | สูงกว่าราคาปัจจุบัน | รอราคาเด้งขึ้นแล้วกลับตัวลง |
| Buy Stop | ซื้อ | สูงกว่าราคาปัจจุบัน | รอราคาทะลุแนวต้านแล้วทะยานต่อ |
| Sell Stop | ขาย | ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน | รอราคาทะลุแนวรับแล้วร่วงต่อ |
ข้อผิดพลาดที่นักเทรดทองมือใหม่มักทำเวลาใช้ Limit Order
การใช้คำสั่งรอราคาในการเทรดทองคำถึงแม้จะดูเหมือนง่าย แต่มีข้อผิดพลาดที่นักเทรดมือใหม่มักจะทำซ้ำจนทำให้สูญเสียเงินทุนไปอย่างน่าเสียดาย มาดูว่ามีอะไรบ้างและจะหลีกเลี่ยงได้อย่างไร
ข้อผิดพลาดแรกคือการตั้งคำสั่งรอราคาโดยไม่ดูบริบทของกราฟใหญ่ บางคนเห็นราคาทองวิ่งขึ้นมาเรื่อย ๆ ก็รีบตั้ง Sell Limit รอขายโดยหวังว่าราคาจะเด้งลงมา ทั้งที่แนวโน้มหลักเป็นขาขึ้นชัดเจน การฝืนเทรดทวนกระแสแบบนี้มีโอกาสเสียมากกว่าได้ วิธีแก้คือต้องดูกราฟในระดับใหญ่ก่อนเสมอว่าแนวโน้มหลักเป็นขาขึ้นหรือขาลง แล้วค่อยหาจุดเข้าในทิศทางเดียวกับแนวโน้ม
ข้อผิดพลาดที่สองคือการตั้งราคาเข้าเทรดที่ไม่สมเหตุสมผล เช่น ตั้ง Buy Limit ไว้กลางอากาศโดยไม่มีแนวรับรองรับ ราคาที่ดีควรอยู่ในบริเวณที่มีโครงสร้างกราฟสำคัญ เช่น ระดับที่ราคาเคยเด้งขึ้นมาก่อน หรือบริเวณที่เส้นค่าเฉลี่ยวิ่งผ่าน การตั้งราคาแบบสุ่มจะทำให้เราเข้าเทรดในจุดที่ไม่มีเหตุผลรองรับและมีโอกาสขาดทุนสูง
ข้อผิดพลาดที่สามคือการไม่ตั้งจุดตัดขาดทุน บางคนตั้ง Limit Order ไว้แล้วไม่กำหนดจุดตัดขาดทุนเพราะคิดว่าราคาจะไปทางที่ตนเองคาดไว้แน่นอน แต่ในความเป็นจริงไม่มีใครรู้ว่าราคาจะไปทางไหน การไม่ตั้งจุดตัดขาดทุนเท่ากับการเปิดโอกาสให้ขาดทุนจนหมดบัญชีได้ ดังนั้นทุกครั้งที่ตั้งคำสั่งรอราคาต้องกำหนดจุดตัดขาดทุนไปด้วยเสมอ
วิธีคำนวณขนาดล็อตให้เหมาะสมกับการเทรดทอง
การคำนวณขนาดล็อตเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับนักเทรดทองคำ เพราะตลาดทองมีความผันผวนสูง ถ้าใช้ล็อตใหญ่เกินไปก็อาจจะขาดทุนจนทนไม่ไหว การคำนวณขนาดล็อตที่เหมาะสมจะช่วยให้เราอยู่ในตลาดได้นานและมีโอกาสเทรดได้กำไรในระยะยาว
หลักการง่าย ๆ คือการกำหนดเงินทุนที่ยอมเสี่ยงต่อเดอร์ก่อน สมมติเรามีเงินทุน 10,000 ดอลลาร์ และยอมเสี่ยง 2 ต่อเดอร์เท่ากับ 200 ดอลลาร์ จากนั้นเรามาดูระยะตัดขาดทุนที่เราตั้งไว้ ถ้าระยะตัดขาดทุนคือ 1,000 จุด การคำนวณขนาดล็อตคือเอาเงินที่ยอมเสี่ยงหารด้วยระยะตัดขาดทุน 200 ดอลลาร์หาร 1,000 จุดเท่ากับ 0.2 ดอลลาร์ต่อจุด ซึ่งตรงกับขนาดล็อต 0.02 ล็อต
การคำนวณแบบนี้จะช่วยให้เราคุมความเสี่ยงได้แม้ว่าระยะตัดขาดทุนจะกว้างหรือแคบต่างกันในแต่ละออเดอร์ สำคัญคือต้องไม่ฝืนใช้ล็อตใหญ่เพราะอยากได้กำไรเยอะ ๆ เพราะความเสี่ยงก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย นักเทรดที่ประสบความสำเร็จมักจะรักษาขนาดล็อตให้สม่ำเสมอและคุมความเสี่ยงไม่ให้เกินที่กำหนดไว้
กลยุทธ์การใช้ Limit Order ร่วมกับการวิเคราะห์กราฟทองคำ
การใช้คำสั่งรอราคาให้มีประสิทธิภาพต้องอาศัยการวิเคราะห์กราฟประกอบ การมองหาจุดที่มีโอกาสกลับตัวของราคาและวางคำสั่งรอไว้ตรงนั้นจะช่วยเพิ่มอัตราการชนะให้กับเราได้มาก
กลยุทธ์ที่นิยมคือการใช้แนวรับแนวต้านร่วมกับ Limit Order โดยเราจะหาระดับราคาที่เคยเป็นจุดสำคัญในอดีต เช่น ราคาทองเคยขึ้นไปสูงสุดที่ 2,380 ดอลลาร์แล้วก็ปรับลงมา ระดับ 2,380 ดอลลาร์จึงเป็นแนวต้านสำคัญ ถ้าราคาทองปรับขึ้นมาใกล้ระดับนี้อีกครั้ง เราก็สามารถตั้ง Sell Limit รอไว้ที่ 2,378 ดอลลาร์พร้อมตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 2,390 ดอลลาร์ ถ้าราคามาแตะคำสั่งของเราแล้วเด้งลงมาก็จะได้กำไร
อีกกลยุทธ์คือการใช้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ช่วยหาจุดเข้า ยกตัวอย่างเช่น ถ้าราคาทองอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นและเส้นค่าเฉลี่ย 50 วันชี้ขึ้น เมื่อราคาปรับลงมาใกล้เส้นค่าเฉลี่ย เราก็ตั้ง Buy Limit รอไว้บริเวณนั้น โดยตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ใต้เส้นค่าเฉลี่ยเล็กน้อย กลยุทธ์นี้ใช้ประโยชน์จากการที่ราคามักจะเด้งกลับขึ้นมาเมื่อปรับลงไปใกล้เส้นค่าเฉลี่ยในแนวโน้มขาขึ้น การรอราคาด้วย Limit Order จึงเป็นวิธีที่ดีในการเข้าซื้อในจุดที่เหมาะสมโดยไม่ต้องนั่งรอดูกราฟตลอดเวลา
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย

Limit Order คืออะไร แตกต่างจาก Market Order อย่างไร
Limit Order คือคำสั่งรอราคาที่เรากำหนดไว้ล่วงหน้า โดยระบบจะเปิดออเดอร์ให้อัตโนมัติเมื่อราคาทองคำเคลื่อนไหวมาถึงระดับที่เราตั้งไว้ ส่วน Market Order คือการเปิดออเดอร์ทันทีตามราคาปัจจุบันในตลาด ข้อแตกต่างคือ Limit Order ให้เราควบคุมราคาเข้าเทรดได้ แต่ต้องรอจังหวะราคามาถึง ส่วน Market Order เข้าได้ทันทีแต่ราคาอาจไม่ใช่จุดที่เราต้องการ
Buy Limit และ Sell Limit ใช้ในสถานการณ์ไหน
Buy Limit ใช้เมื่อเราคาดว่าราคาทองคำจะปรับตัวลงไปทดสอบช่วงราคาต่ำก่อน แล้วเด้งกลับขึ้นมาเป็นขาขึ้น เราจึงตั้งรอซื้อไว้ที่ราคาที่ต่ำกว่าปัจจุบัน ส่วน Sell Limit ใช้เมื่อเราคาดว่าราคาจะขึ้นไปกระทบเพดานเดิมแล้วเด้งลงมาเป็นขาลง เราจึงตั้งรอขายไว้ที่ราคาสูงกว่าปัจจุบัน ทั้งสองแบบเน้นเข้าซื้อขายในจังหวะที่ราคากลับตัว
ควรตั้งจุดตัดขาดทุนห่างจากราคาเข้าเทรดกี่จุด
สำหรับทองคำ XAU การตั้งจุดตัดขาดทุนควรอิงจากโครงสร้างกราฟและระดับแนวรับแนวต้านจริง ไม่ควรตั้งใกล้เกินไปจนถูกแทงทิ้งก่อนราคาจะไปทางที่เราคาดไว้ โดยทั่วไปมักตั้งห่างประมาณ 30 ถึง 50 จุด แต่ถ้าวันที่กราฟแกว่งเยอะอาจขยายเป็น 80 ถึง 100 จุดได้ สำคัญคือต้องคำนวณขนาดล็อตให้สัมพันธ์กับระยะตัดขาดทุนเพื่อคุมความเสี่ยงไม่เกินที่กำหนด
วิธีคำนวณขนาดล็อตเทรดทองคำทำอย่างไร
การคำนวณขนาดล็อตเทรดทองคำเริ่มจากการกำหนดเงินทุนที่ยอมเสี่ยงต่อเดอร์ก่อน สมมติยอมเสี่ยง 50 ดอลลาร์ และตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ 50 จุด จะได้มูลค่าต่อจุดเท่ากับ 1 ดอลลาร์ จากนั้นเอามูลค่าต่อจุดหารด้วย 1 ดอลลาร์ซึ่งเป็นมูลค่าต่อจุดของล็อตขนาด 0.01 ก็จะได้ขนาดล็อตที่เหมาะสม วิธีนี้ช่วยให้เราคุมความเสี่ยงได้แม้ระยะตัดขาดทุนจะกว้างหรือแคบต่างกันในแต่ละออเดอร์
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักทำเวลาใช้ Limit Order คืออะไร
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือการตั้งคำสั่งรอราคาโดยไม่ดูบริบทของกราฟใหญ่ เช่น ตั้ง Buy Limit ในช่วงขาลงจัด ๆ ทำให้ราคาทะลุลงมาติด ๆ แล้ววิ่งไปตามทิศทางเดิมจนตัดขาดทุน อีกอย่างคือการตั้งราคาเข้าเทรดโดยไม่เผื่อช่วงสไปรด ทำให้คำสั่งถูกเปิดก่อนราคาจะไปทิศทางที่คาดไว้ วิธีแก้คือต้องดูแนวโน้มหลักให้ชัดเจน และเลือกจุดเข้าที่มีแนวรับแนวต้านสำคัญรองรับ
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
- ▸ Free VPS สำหรับ MT5 ฟรีวิธีหาติดตั้งเทรดอัตโนมัติ
- ▸ New Week Opening Gap NWOG วิธีเทรด Weekly Gap Strategy Forex
- ▸ เทคนิคอ่าน Sentiment Risk-On Risk-Off ในตลาด Forex อย่างมืออาชีพ
- ▸ EUR/AUD วิธีเทรด ECB RBA Iron Ore Risk Cross Forex อย่างมืออาชีพ
- ▸ เจาะลึกกลยุทธ์วิเคราะห์ NZDUSD ระดับมืออาชีพ RBNZ Fed Dairy
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย









TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文