ทองคำ Double Top Bottom คือแพทเทิร์นยอดคู่ท้ายคู่ที่บอกจุดเข้าและขาดทุนชัดเจน เหมาะกับมือใหม่ที่ต้องการจับจังหวะกลับตัวอย่างแม่นยำ 1


ทำความเข้าใจแพทเทิร์นยอดคู่และท้ายคู่ในทองคำ
แพทเทิร์นยอดคู่และท้ายคู่คือรูปแบบราคาที่บอกสัญญาณกลับตัวของแนวโน้ม โดยมีลักษณะเป็นยอดเขาสองลูกหรือหุบเขาสองแห่งเรียงกัน เป็นเครื่องมือที่นักเทรดทองคำนิยมใช้เพราะเห็นได้ชัดและเข้าใจง่าย
ในการเทรดทองคำหรือ XAUUSD สิ่งที่นักเทรดมือใหม่มองหามากที่สุดคือจังหวะที่ราคากำลังจะกลับตัว ไม่ว่าจะกำลังขึ้นแรงแล้วกำลังจะลง หรือกำลังลงจนถึงทางตันแล้วกำลังจะเด้งกลับขึ้นมา แพทเทิร์นยอดคู่หรือที่เราเรียกว่า Double Top และแพทเทิร์นท้ายคู่หรือ Double Bottom คือหนึ่งในรูปแบบราคาที่ตอบโจทย์ข้อนี้มากที่สุด เพราะมันแสดงให้เห็นภาพการต่อสู้กันระหว่างฝ่ายซื้อและฝ่ายขายอย่างชัดเจน เมื่อราคาไปกระแทกกำแพงเดิมแล้วไม่สามารถทะลุผ่านได้ มันก็ส่งสัญญาณว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกำลังหมดแรง ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
การจะเข้าใจแพทเทิร์นนี้ให้ลึกซึ้ง ต้องมองให้ออกว่าราคาทองคำเมื่อไปสร้างจุดสูงสุดใหม่แล้วถูกต้านกลับมา จากนั้นราคาปรับตัวลงมาพักตัวก่อนจะค่อยๆ ไต่ขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดเดิมอีกครั้ง ถ้าราคาไปแตะระดับเดิมแล้วถูกแรงขายกดให้ร่วงลงมาอีกครั้ง นั่นคือการเกิดยอดเขาสองลูกที่มีความสูงใกล้เคียงกัน เราจะเรียกบริเวณที่ราคาไปกระแทกแล้วไม่ผ่านว่าเป็นแนวต้านสำคัญ ส่วนราคาต่ำสุดที่อยู่ตรงกลางระหว่างยอดเขาทั้งสองลูก เราจะเรียกว่าเส้นคอหรือ Neckline ซึ่งเส้นคอนี้แหละคือจุดสำคัญที่จะบอกว่าแพทเทิร์นนี้สมบูรณ์หรือไม่
ในทางกลับกันถ้าราคาทองคำร่วงลงมาจนถึงจุดต่ำสุดแล้วเด้งกลับขึ้นมา ก่อนจะค่อยๆ ลงมาทดสอบจุดต่ำสุดเดิมอีกครั้งและไม่สามารถทำจุดต่ำสุดใหม่ได้ ก่อนจะเด้งกลับขึ้นไป นั่นคือการเกิดแพทเทิร์นท้ายคู่ บริเวณที่ราคาไม่สามารถทะลุจุดต่ำสุดเดิมลงไปได้จะทำหน้าที่เป็นแนวรับที่แข็งแกร่ง ส่วนราคาสูงสุดที่อยู่ตรงกลางระหว่างฐานราคาทั้งสองก็คือเส้นคอเช่นกัน เมื่อราคาทองคำสามารถทะลุเส้นคอนี้ขึ้นไปได้ ก็เท่ากับว่าฝ่ายซื้อเริ่มเข้าควบคุมสถานการณ์และพร้อมจะผลักราคาให้สูงขึ้น
วิธีอ่านเส้นคอและยืนยันสัญญาณเข้าเทรดทองคำ
เส้นคอคือเส้นแนวรับหรือแนวต้านชั่วคราวที่เกิดขึ้นระหว่างยอดคู่หรือท้ายคู่ การรอให้ราคาทะลุเส้นคอกไปก่อนจึงเป็นการยืนยันว่าแพทเทิร์นนั้นเกิดขึ้นจริงและพร้อมจะนำพาราคาไปสู่ทิศทางใหม่
หลายคนเทรดทองคำพลาดเพราะรีบเข้าคำสั่งเมื่อเห็นราคาไปแตะยอดเขาลูกที่สองหรือฐานราคาลูกที่สอง โดยคิดว่ามันจะกลับตัวทันที แต่ในความเป็นจริงราคาทองคำมีความผันผวนสูงมาก การกระโดดเข้าเทรดตั้งแต่ยังไม่มีการยืนยันคือการเสี่ยงสูงที่จะเจอกับเทียนปลอมหรือการกินสต็อปก่อนที่ราคาจะเดินไปในทิศทางที่เราคาดไว้ การรอให้ราคาทะลุเส้นคอกไปจึงเป็นกฎเหล็กที่นักเทรดควรยึดถือเพื่อความปลอดภัยของพอร์ตการลงทุน
ในกรณีของแพทเทิร์นยอดคู่ เมื่อราคาทองคำเริ่มร่วงลงมาจากยอดเขาลูกที่สองและมีแท่งเทียนปิดต่ำกว่าเส้นคอ นั่นคือสัญญาณยืนยันว่าแรงขายเริ่มมีอำนาจเหนือแรงซื้อ นักเทรดสามารถเปิดคำสั่งขายหรือ Sell ได้ที่ราคาเปิดแท่งถัดไป แต่ถ้าเป็นแพทเทิร์นท้ายคู่ ต้องรอให้ราคาทะลุเส้นคอขึ้นไปและมีแท่งเทียนปิดสูงกว่าเส้นคอ จึงค่อยเปิดคำสั่งซื้อหรือ Buy การรอให้แท่งเทียนปิดในกรอบเวลาที่ใช้ดูสัญญาณจึงสำคัญมาก เพราะการที่ราคาแตะเส้นคอแล้วเด้งกลับในระหว่างแท่ง ไม่สามารถนับว่าเป็นการทะลุที่แท้จริงได้
นอกจากนี้การดูปริมาณการซื้อขายหรือ Volume จะช่วยเพิ่มความมั่นใจได้อีกระดับ ถ้าในจังหวะที่ราคาทองคำทะลุเส้นคอกไปมี Volume เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ก็แสดงว่ามีเม็ดเงินจริงเข้ามาเคลื่อนไหวตลาด โอกาสที่ราคาจะวิ่งไปตามทิศทางที่เราเทรดจะสูงมาก แต่ถ้าราคาทะลุเส้นคอโดยที่ Volume แบบแห้งๆ ก็อาจจะต้องระวังการเด้งกลับหรือการเกิดเทียนปลอมได้
วิธีตั้งจุดตัดขาดทุนให้สมเหตุสมผล
การตั้งจุดตัดขาดทุนคือการป้องกันความเสียหายรุนแรงเมื่อราคาทองคำไม่เป็นไปตามที่เราวิเคราะห์ ต้องตั้งให้ห่างจากจุดเข้าเทรดพอสมควรเพื่อหลีกเลี่ยงการโดนกินสต็อปก่อนราคาจะวิ่งไปทางที่เราคาดไว้
สำหรับการเทรดแพทเทิร์นยอดคู่ในทองคำ การตั้งจุดตัดขาดทุนที่ดีที่สุดคือการวางไว้เหนือจุดสูงสุดของยอดเขาลูกที่สองเล็กน้อย เพราะถ้าราคาสามารถทะลุจุดสูงสุดเดิมนี้ขึ้นไปได้ ก็แสดงว่าการวิเคราะห์ของเราผิดพลาดและราคากำลังจะขยับขึ้นไปสูงกว่าเดิม การตั้งสต็อปลอสเหนือยอดเขาลูกที่สองประมาณสามถึงห้าดอลลาร์ จะเป็นการให้พื้นที่รองรับความผันผวนของราคาทองคำที่บางครั้งอาจจะมีการสไปค์ขึ้นไปแตะก่อนจะร่วงลงมาจริงๆ
ในขณะที่การเทรดแพทเทิร์นท้ายคู่ จุดตัดขาดทุนควรตั้งไว้ต่ำกว่าฐานราคาลูกที่สองเล็กน้อยเช่นกัน ระยะห่างที่เหมาะสมคือประมาณสามถึงห้าดอลลาร์เช่นกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เราโดนสไปค์ลงมากินสต็อปก่อนที่ราคาทองคำจะเด้งขึ้นไปตามทิศทางขาขึ้น การตั้งจุดตัดขาดทุนที่แคบเกินไปในตลาดทองคำคือเหมือนการเอาเงินไปทิ้ง เพราะราคาทองคำมีการเคลื่อนไหวที่กว้างและบางครั้งก็มีการปั่นราคาในระยะสั้นอยู่บ่อยครั้ง
ข้อดีของการตั้งจุดตัดขาดทุนตามโครงสร้างของแพทเทิร์นคือเราสามารถคำนวณอัตราการรับความเสี่ยงต่อผลตอบแทนหรือ Risk to Reward Ratio ได้อย่างชัดเจน ถ้าเรารู้ระยะการตัดขาดทุนและรู้เป้าหมายกำไร เราก็จะรู้ทันทีว่าคำสั่งเทรดนี้คุ้มค่าที่จะเสี่ยงหรือไม่ โดยทั่วไปควรเลือกเทรดเฉพาะคำสั่งที่ให้อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนอย่างน้อยหนึ่งต่อหนึ่งครึ่งขึ้นไป
ตัวอย่างการคำนวณกำไรขาดทุนจากแพทเทิร์นยอดคู่
การคำนวณกำไรและขาดทุนจากแพทเทิร์นยอดคู่ต้องอาศัยระยะราคาจากยอดจริงถึงเส้นคอ เพื่อนำไปฉายเป็นเป้าหมายกำไร มาดูตัวอย่างการคำนวณจริงกัน
สมมติว่าราคาทองคำในกรอบเวลาสี่ชั่วโมงขึ้นไปสร้างแพทเทิร์นยอดคู่ขึ้นมา โดยยอดเขาลูกแรกอยู่ที่ระดับราคา 2565 ดอลลาร์ จากนั้นราคาร่วงลงมาทำจุดต่ำสุดตรงกลางหรือเส้นคอที่ระดับ 2550 ดอลลาร์ ก่อนจะเด้งขึ้นไปทดสอบยอดเขาลูกที่สองที่ระดับ 2564 ดอลลาร์แล้วถูกแรงขายกดทับให้ร่วงลงมา ราคาทองคำได้ทะลุเส้นคอที่ 2550 ดอลลาร์ลงมาและปิดแท่งเทียนที่ระดับ 2548 ดอลลาร์ เราจึงเปิดคำสั่งขายที่ราคา 2548 ดอลลาร์
การตั้งจุดตัดขาดทุนคือเหนือยอดเขาลูกที่สองประมาณสามดอลลาร์ นั่นคือราคา 2567 ดอลลาร์ ระยะการตัดขาดทุนจึงเท่ากับ 2567 ลบด้วย 2548 เท่ากับ 19 ดอลลาร์ สำหรับการคำนวณเป้าหมายกำไร เราจะวัดระยะจากยอดเขาลูกที่สองถึงเส้นคอ คือ 2564 ลบด้วย 2550 เท่ากับ 14 ดอลลาร์ จากนั้นนำระยะ 14 ดอลลาร์ไปฉายลงมาจากเส้นคอที่ 2550 ดอลลาร์ เป้าหมายกำไรจึงอยู่ที่ 2536 ดอลลาร์
ถ้านักเทรดเปิดคำสั่งขายด้วยขนาดล็อตที่ 0.5 ล็อต มูลค่าการเคลื่อนไหวต่อหนึ่งดอลลาร์ของทองคำจะเท่ากับ 50 ดอลลาร์ ถ้าราคาทองคำร่วงลงไปถึงเป้าหมายที่ 2536 ดอลลาร์ ระยะกำไรจะเท่ากับ 2548 ลบด้วย 2536 เท่ากับ 12 ดอลลาร์ คูณด้วย 50 ดอลลาร์ เท่ากับกำไร 600 ดอลลาร์ ในขณะที่ถ้าราคาทองคำกลับขึ้นไปโดนจุดตัดขาดทุนที่ 2567 ดอลลาร์ ระยะขาดทุนจะเท่ากับ 19 ดอลลาร์ คูณด้วย 50 ดอลลาร์ เท่ากับขาดทุน 950 ดอลลาร์ จะเห็นว่าอัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทนในตัวอย่างนี้ยังไม่ดีนัก นักเทรดที่ชำนาญอาจจะรอเข้าเทรดหลังราคาเด้งขึ้นมาทดสอบเส้นคอเดิมที่ 2550 ดอลลาร์ก่อนแล้วค่อยขาย เพื่อให้จุดตัดขาดทุนแคบลงและอัตราผลตอบแทนดีขึ้น
เปรียบเทียบการเทรดยอดคู่กับท้ายคู่ในตลาดทองคำ
แม้แพทเทิร์นยอดคู่และท้ายคู่จะมีโครงสร้างคล้ายกัน แต่บริบททางอารมณ์ของตลาดและจิตวิทยาของนักเทรดจะแตกต่างกัน การเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้เลือกใช้แพทเทิร์นได้เหมาะสมกับสภาพตลาด
| ประเด็นเปรียบเทียบ | แพทเทิร์นยอดคู่ | แพทเทิร์นท้ายคู่ | ข้อควรระวังในการเทรดทองคำ |
|---|---|---|---|
| ทิศทางเดิมของราคา | อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นมาก่อน | อยู่ในแนวโน้มขาลงมาก่อน | ต้องรอให้เกิดการทะลุเส้นคอก่อน |
| จิตวิทยาของตลาด | ฝ่ายซื้อหมดแรงผลักราคาไม่ขึ้น | ฝ่ายขายหมดแรงกดราคาไม่ลง | ระวังการกินสต็อปเหนือยอดหรือต่ำกว่าฐาน |
| ตำแหน่งคำสั่งเทรด | เปิดคำสั่งขายเมื่อราคาทะลุเส้นคอลง | เปิดคำสั่งซื้อเมื่อราคาทะลุเส้นคอขึ้น | ควรรอแท่งเทียนปิดยืนยันการทะลุ |
| การตั้งเป้าหมายกำไร | ฉายระยะจากยอดถึงเส้นคอลงด้านล่าง | ฉายระยะจากฐานถึงเส้นคอขึ้นด้านบน | ดูแนวรับแนวต้านใหญ่ประกอบการปิดสถานะ |
เทคนิคเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการเทรด
การใช้แพทเทิร์นยอดคู่และท้ายคู่เพียงอย่างเดียวอาจจะยังไม่เพียงพอ การผสานกับตัวชี้วัดอื่นๆ จะช่วยกรองสัญญาณที่ไม่ดีออกไปได้มาก ทำให้โอกาสเก็บกำไรสูงขึ้นอย่างมาก
ตัวชี้วัดที่นักเทรดทองคำนิยมใช้คู่กับแพทเทิร์นยอดคู่และท้ายคู่คือดัชนีความแข็งแกร่งของราคาหรือ RSI เพราะมันบอกได้ว่าราคากำลังจะกลับตัวหรือไม่ ถ้าราคาทองคำขึ้นไปสร้างยอดเขาลูกที่สองแต่ค่าของอาร์เอสไอกลับลดลง ไม่สามารถสร้างจุดสูงสุดใหม่ได้เหมือนราคา นั่นคือการเกิดความขัดแย้งหรือ Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณยืนยันที่ทรงพลังมากว่าฝ่ายซื้อกำลังอ่อนแอลงจริงๆ โอกาสที่ราคาจะร่วงลงมาทะลุเส้นคอจึงสูงมาก
อีกหนึ่งเครื่องมือคือเส้นค่าเฉลี่ยราคาหรือ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ การรอให้ราคาทองคำทะลุเส้นคอและทะลุเส้นค่าเฉลี่ยที่สำคัญไปพร้อมกัน จะเป็นการยืนยันทิศทางแนวโน้มได้ดีกว่าการพึ่งพาแพทเทิร์นเพียงอย่างเดียว ยกตัวอย่างเช่นถ้าเส้นคอของแพทเทิร์นยอดคู่อยู่ใกล้เคียงกับเส้นค่าเฉลี่ย 50 ช่วงเวลา เมื่อราคาทะลุเส้นคอลงมาก็เท่ากับว่าราคาได้หลุดจากแนวโน้มขาขึ้นในระยะกลางแล้ว การเปิดคำสั่งขายในจังหวะนี้จะมีความเสี่ยงที่ต่ำกว่าและโอกาสเก็บกำไรระยะยาวได้มากกว่า
สุดท้ายคือการสังเกตพฤติกรรมราคาหรือ การอ่าน Price Action บริเวณที่ราคาทองคำไปสร้างยอดเขาลูกที่สอง ถ้าเห็นว่ามีแท่งเทียนที่มีความยาวของไส้เทียนมากๆ หรือมีราคาปิดที่ต่ำกว่าราคาเปิดอย่างชัดเจน ก็เป็นสัญญาณว่าฝ่ายขายกำลังเข้ามาแทรกตัวอย่างแข็งขัน การผสานการอ่านแท่งเทียนเข้ากับโครงสร้างแพทเทิร์นยอดคู่และท้ายคู่ จะช่วยให้นักเทรดทองคำสามารถกำหนดจุดเข้าและจุดออกได้อย่างมีหลักการและสามารถทำกำไรจากตลาดได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
Double Top ในทองคำคืออะไร
Double Top คือแพทเทิร์นกลับตัวขาลงที่เกิดจากราคาทองคำขึ้นไปกระแทกเพดานเดิมสองครั้งติดกันแล้วไม่สามารถทะลุไปได้ จุดสูงสุดทั้งสองจะมีระดับใกล้เคียงกันมาก โดยจะมีราคาต่ำสุดตรงกลางเป็นเส้นคอ เมื่อราคาทองคำร่วงลงมาทะลุเส้นคอ ถือว่าเป็นสัญญาณยืนยันว่าแนวโน้มขาขึ้นกำลังจะกลับตัวเป็นขาลง นักเทรดส่วนใหญ่จะรอให้แท่งเทียนปิดต่ำกว่าเส้นคอก่อนแล้วค่อยเปิดคำสั่งขาย
จุดตัดขาดทุนเทรด Double Bottom ควรตั้งที่ไหน
การเทรด Double Bottom ซึ่งเป็นการหวังผลกำไรจากการกลับตัวขาขึ้นของราคาทองคำ ควรตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ต่ำกว่าจุดต่ำสุดของฐานราคาทั้งสองฐานเล็กน้อย ระยะห่างที่เหมาะสมคือประมาณสามถึงห้าดอลลาร์ เพื่อให้มีพื้นที่รองรับความผันผวนหรือการกระทบเทียนปลอม ถ้าราคาทองคำทะลุจุดต่ำสุดนี้ลงไปและปิดแท่งเทียนต่ำกว่า แสดงว่าโครงสร้างราคาเสียจริง ต้องตัดขาดทุนทันทีเพื่อไม่ให้ขาดทุนมากเกินไป
ทำไมต้องรอราคาทะลุเส้นคอก่อนค่อยเข้าเทรด
การรอให้ราคาทองคำทะลุเส้นคอหรือ Neckline ออกไปก่อนเป็นขั้นตอนยืนยันว่าแพทเทิร์น Double Top หรือ Double Bottom นั้นเกิดจริงและมีพลังมากพอ ถ้าเข้าเทรดก่อนราคาทะลุเส้นคอ จะเสี่ยงติดกับดักเทียนปลอมที่ราคาไปแตะแล้วเด้งกลับ การรอให้แท่งเทียนปิดนอกเส้นคอจึงเป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้กับคำสั่งเทรด แม้จะได้ราคาเข้าที่แย่กว่าเล็กน้อยแต่โอกาสเก็บกำไรสูงกว่าแน่นอน
แพทเทิร์นยอดคู่ทองคำเทรดในกรอบเวลาไหนดีที่สุด
สำหรับทองคำการใช้แพทเทิร์น Double Top และ Double Bottom ในกรอบเวลาใหญ่จะให้ความน่าเชื่อถือสูงกว่ากรอบเวลาเล็กมาก แนะนำให้ใช้บนกรอบเวลาสี่ชั่วโมงขึ้นไปจนถึงรายวัน เพราะสัญญาณกลับตัวที่เกิดในกรอบเวลานี้มักจะนำไปสู่การเดินทางของราคาที่ยาวนานหลายสิบดอลลาร์ กรอบเวลาเล็กอย่างหนึ่งนาทีหรือห้านาทีมักจะมีสัญญาณรบกวนเยอะเกินไป ทำให้แพทเทิร์นเสียรูปแบบและเทรดตามได้ยาก
วิธีคำนวณเป้าหมายกำไรจากแพทเทิร์นยอดคู่ทำอย่างไร
วิธีคำนวณเป้าหมายกำไรพื้นฐานคือการวัดระยะจากจุดสูงสุดหรือต่ำสุดลงมาถึงเส้นคอ แล้วนำระยะที่วัดได้นั้นไปฉายต่อจากเส้นคอกไปในทิศทางที่ราคากลับตัว ยกตัวอย่างเช่นถ้าระยะจากยอดถึงเส้นคอเท่ากับสิบห้าดอลลาร์ เป้าหมายกำไรก็จะอยู่ที่สิบห้าดอลลาร์จากเส้นคอลงไป นอกจากนี้ควรดูแนวรับแนวต้านสำคัญในกรอบเวลาใหญ่ประกอบด้วยเพื่อปิดสถานะก่อนที่ราคาจะไปเจอแนวต้านแรง
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
- ▸ Compounding Strategy วิธีเพิ่มพอร์ตแบบ Exponential Forex
- ▸ Gap Trading วิธีเทรดช่องว่างราคา — คู่มือฉบับสมบูรณ์ 2026
- ▸ วิธีเทรดทองคำด้วย Harmonic Pattern: Gartley Butterfly Bat Crab
- ▸ เทรดทองคํา — คู่มือฉบับสมบูรณ์ 2026 สำหรับเทรดเดอร์ไทย
- ▸ NZD/JPY Masterclass: คู่เงินดอลลาร์นิวซีแลนด์เยนเทรดยังไงให้กำไร
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย










TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文