![Chart Pattern ที่ต้องรู้ Head Shoulders Double Top [2026]](https://icafeforex.com/wp-content/uploads/2026/03/nas-17612-forex-chart-pattern-analysis-c.jpg)
- ทำไม Chart Pattern ถึงเป็นสิ่งที่นักเทรดมือใหม่ต้องเรียนรู้เป็นอย่างแรก
- Head and Shoulders สัญญาณกลับตัวจากขาขึ้นสู่ขาลงที่เด่นชัด
- Double Top สัญญาณปฏิเสธแนวต้านที่นักเทรดไทยนิยมใช้
- ตัวอย่างการคำนวณกำไรและขนาดล็อตจาก Head and Shoulders
- การวางแผนบริหารความเสี่ยงเมื่อเทรดตามรูปแบบกราฟ
- เปรียบเทียบ Head and Shoulders กับ Double Top เพื่อเลือกใช้ให้ถูกช่วงจังหวะ
- คำถามที่พบบ่อย
![Chart Pattern ที่ต้องรู้ Head Shoulders Double Top [2026]](https://icafeforex.com/wp-content/uploads/2026/03/nas-17612-forex-chart-pattern-analysis-c.jpg)
การอ่านรูปแบบกราฟเป็นพื้นฐานสำคัญที่ลูกศิษย์ทุกคนต้องเข้าใจ บทเรียนนี้เราจะมาเจาะลึก Head and Shoulders และ Double Top สองรูปแบบยอดนิยมที่บอกสัญญาณกลับตัวของเทรนด์ได้ชัดเจนที่สุดในตลาดฟอเร็กซ์และคริปโต นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
ทำไม Chart Pattern ถึงเป็นสิ่งที่นักเทรดมือใหม่ต้องเรียนรู้เป็นอย่างแรก
หลายคนที่เข้ามาใหม่มักจะวิ่งตรงไปหาตัวชี้วัดซับซ้อน แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่อยู่บนกราฟราคาล้วนๆ คือสิ่งที่เชื่อถือได้มากที่สุด รูปแบบกราฟเกิดจากการกระทำของราคาที่สะท้อนจิตวิทยาความกลัวและความโลภของผู้ค้าในตลาด
เมื่อเราเข้าใจรูปแบบเหล่านี้ เราจะสามารถเดาได้ว่าฝั่งซื้อกำลังจะหมดแรงหรือฝั่งขายกำลังจะเข้ามาคุมเกม การรู้จัก Head and Shoulders หรือ Double Top จะช่วยให้เราเห็นโอกาสในการเข้าเทรดตามทิศทางใหม่ได้ก่อนคนอื่น และที่สำคัญคือมันช่วยให้เราตั้งจุดตัดขาดทุนได้อย่างมีเหตุผล ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
ในฐานะเมนเทอร์ ผมอยากให้ลูกศิษย์มองว่ารูปแบบกราฟเหล่านี้คือเครื่องมือบอกทิศทาง ไม่ใช่ลูกแก้ววิเศษ มันบอกเราว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร และเราควรวางแผนรับมือกับสถานการณ์นั้นอย่างไร โดยมีระบริหารความเสี่ยงควบคู่กันไปเสมอ
Head and Shoulders สัญญาณกลับตัวจากขาขึ้นสู่ขาลงที่เด่นชัด
รูปแบบหัวไหล่เป็นหนึ่งในสัญญาณที่บอกถึงการจบขาขึ้นและกลับตัวเป็นขาลงได้ดีที่สุด รูปร่างของมันจะประกอบด้วยยอดสามยอดติดกัน โดยยอดตรงกลางจะสูงที่สุดเรียกว่าศีรษะ ส่วนยอดซ้ายและขวาจะสูงในระดับใกล้เคียงกันเรียกว่าไหล่
ก่อนที่รูปแบบนี้จะสมบูรณ์ ราคาจะต้องอยู่ในขาขึ้นมาก่อน สร้างยอดแรกขึ้นมาแล้วปรับตัวลงเล็กน้อย จากนั้นพุ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ที่เราเรียกว่าศีรษะ แล้วราคาก็จะดีดตัวลงมาอีกครั้ง ก่อนจะขึ้นไปทำยอดที่สามซึ่งจะไม่สูงเท่ายอดกลาง นั่นคือไหล่ขวา จุดที่เราต้องดูเป็นอย่างยิ่งคือเส้นเชื่อมระหว่างจุดต่ำสุดสองจุดระหว่างไหล่ซ้ายกับศีรษะ และศีรษะกับไหล่ขวา ซึ่งเราเรียกเส้นนี้ว่าเส้นคอ
วิธีเทรด Head and Shoulders คือรอจนกว่าราคาจะทะลุเส้นคอลงมาอย่างชัดเจน นักเทรดส่วนใหญ่จะเข้าสั่งขายเมื่อแท่งเทียนปิดต่ำกว่าเส้นคอ ส่วนการตั้งจุดตัดขาดทุนก็ควรไว้เหนือยอดของไหล่ขวาเล็กน้อย เพื่อป้องกันกรณีที่ราคากลับตัวขึ้นไปทำจุดสูงใหม่ ส่วนเป้าหมายกำไรก็คือระยะจากศีรษะลงมาถึงเส้นคอ นำระยะนั้นมาวัดลงไปจากเส้นคอก็จะได้เป้าหมาย
จุดเสี่ยงที่มักทำผิดเวลาเทรด Head and Shoulders
ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการรีบเข้าสั่งขายก่อนที่ราคาจะทะลุเส้นคอจริง บางครั้งราคาอาจจะแตะไหล่ขวาแล้วดีดขึ้นไปทำจุดสูงใหม่ ทำให้รูปแบบเดิมพังทลาย อีกจุดหนึ่งคือการเข้าเทรดตอนที่ราคาทะลุเส้นคอแล้วรีบวิ่งไกล การรอให้ราคาเด้งกลับมาทดสอบเส้นคออีกครั้งจะเป็นจังหวะเข้าที่ปลอดภัยกว่าและตั้งจุดตัดขาดทุนได้เล็กลง
Double Top สัญญาณปฏิเสธแนวต้านที่นักเทรดไทยนิยมใช้
Double Top หรือรูปแบบยอดคู่เป็นอีกหนึ่งรูปแบบยอดนิยมเพราะมันเข้าใจง่ายและเจอได้บ่อยในตลาด รูปร่างของมันจะคล้ายกับตัวอักษรเอ็ม โดยราคาจะขึ้นไปกระทบแนวต้านสองครั้งแล้วไม่สามารถทะลุได้ ส่งสัญญาณว่าฝั่งซื้อเริ่มหมดแรงและราคามีแนวโน้มจะกลับตัวเป็นขาลง
วิธีการมองหา Double Top ที่ดีคือต้องดูว่าราคาอยู่ในขาขึ้นมาก่อน แล้วขึ้นไปกระทบแนวต้านครั้งแรก ปรับตัวลงมาพักตัว ก่อนจะดันขึ้นไปกระทบแนวต้านเดิมอีกครั้ง แต่ก็ไม่สามารถทะลุได้ ราคาที่ลงมาพักตัวระหว่างยอดสองยอดนั้น เราจะลากเส้นแนวรับไว้ หากราคาทะลุเส้นแนวรับนี้ลงไป ก็ถือว่ารูปแบบ Double Top สมบูรณ์และพร้อมเข้าสั่งขาย
ข้อดีของ Double Top คือมันสามารถใช้ได้ในทุกกรอบเวลา ตั้งแต่กราฟ 15 นาทีไปจนถึงกราฟรายวัน การตั้งจุดตัดขาดทุนก็ทำได้ง่าย คือตั้งไว้เหนือยอดสูงสุดเล็กน้อย ส่วนเป้าหมายกำไรก็คำนวณจากระยะจากยอดสูงสุดลงมาถึงเส้นแนวรับ แล้วนำระยะนั้นมาวัดลงไปจากจุดที่ราคาทะลุแนวรับ ก็จะได้เป้าหมายกำไรที่เหมาะสม
วิธีแยกแยะ Double Top จริงกับของปลอม
สิ่งสำคัญที่ทำให้ Double Top เป็นของจริงคือระยะห่างระหว่างยอดสองยอด หากยอดสองยอดอยู่ใกล้กันมากเกินไป อาจจะเป็นแค่การสะสมตัวในกรอบแคบ แต่ถ้าระยะห่างเหมาะสม มีแท่งเทียนคั่งอยู่พอสมควร โอกาสที่จะเป็น Double Top จริงก็จะมีมากขึ้น นอกจากนี้ควรดูปริมาณการซื้อขายประกอบ หากปริมาณการซื้อขายที่ยอดที่สองน้อยกว่ายอดแรก ก็เป็นสัญญาณยืนยันว่าฝั่งซื้อเริ่มอ่อนแรงจริง
ตัวอย่างการคำนวณกำไรและขนาดล็อตจาก Head and Shoulders
มาดูตัวอย่างจริงเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น สมมติว่าเราเจอรูปแบบ Head and Shoulders บนกราฟคู่เงินยูโรต่อดอลลาร์สหรัฐในกรอบเวลา 4 ชั่วโมง ราคาสูงสุดที่ศีรษะอยู่ที่ 1.1050 ราคาต่ำสุดที่เส้นคออยู่ที่ 1.0950 ระยะจากศีรษะถึงเส้นคอเท่ากับ 100 พิป จากนั้นราคาทะลุเส้นคอลงมาและเราเข้าสั่งขายที่ราคา 1.0940
เราตั้งจุดตัดขาดทุนไว้เหนือไหล่ขวาที่ราคา 1.1000 ซึ่งห่างจากจุดเข้า 60 พิป ส่วนเป้าหมายกำไรเราก็วัดระยะจากศีรษะถึงเส้นคอซึ่งก็คือ 100 พิป นำมาวัดลงไปจากจุดเข้า ก็จะได้เป้าหมายที่ราคา 1.0840 ถ้าเรามีทุนเทรด 1000 ดอลลาร์สหรัฐ และยอมรับความเสี่ยงที่ 2 เปอร์เซ็นต์ต่อไม้ ความเสี่ยงต่อไม้ก็คือ 20 ดอลลาร์สหรัฐ
การคำนวณขนาดล็อต ถ้าความเสี่ยงคือ 60 พิป และยอมขาดทุน 20 ดอลลาร์สหรัฐ ค่าพิปต่อล็อตมาตรฐานของยูโรต่อดอลลาร์สหรัฐคือ 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อพิป เราก็จะใช้สูตรความเสี่ยงหารด้วยระยะตัดขาดทุนคูณกับค่าพิป ก็จะได้ขนาดล็อตที่ประมาณ 0.03 ล็อต ถ้าราคาลงไปถึงเป้าหมายที่ 1.0840 กำไรที่ได้ก็จะประมาณ 100 พิป คูณด้วยค่าพิปต่อล็อต ก็จะได้กำไรประมาณ 30 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งให้อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่ดีกว่า 1 ต่อ 1
การวางแผนบริหารความเสี่ยงเมื่อเทรดตามรูปแบบกราฟ
การรู้จักรูปแบบกราฟอย่างเดียวไม่พอ สิ่งที่จะทำให้เราอยู่รอดในตลาดได้ยาวคือการบริหารความเสี่ยง ไม่ว่ารูปแบบกราฟจะดูสวยงามแค่ไหน แต่ถ้าเราเข้าขนาดล็อตที่ใหญ่เกินไป หรือไม่ตั้งจุดตัดขาดทุนเลย โอกาสที่บัญชีจะพังก็มีสูงมาก
สิ่งแรกที่ต้องทำคือกำหนดความเสี่ยงที่รับได้ต่อไม้ ส่วนใหญ่แนะนำไม่เกิน 2 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ของทุน จากนั้นคำนวณขนาดล็อตย้อนกลับมาจากระยะตัดขาดทุน ถ้าระยะตัดขาดทุนไกล ขนาดล็อตก็ต้องเล็กลง ถ้าระยะตัดขาดทุนใกล้ ขนาดล็อตก็ปรับใหญ่ขึ้นได้ แต่ทั้งหมดต้องอยู่ในกรอบความเสี่ยงที่กำหนดไว้
อีกเทคนิคหนึ่งคือการทยอยปิดสถานะเมื่อราคาเข้าใกล้เป้าหมาย การเก็บกำไรบางส่วนช่วยให้เราลดความกดดันและล็อคกำไรได้ ส่วนที่เหลือสามารถเลื่อนจุดตัดขาดทุนไปที่จุดเข้าเพื่อป้องกันการกลับไปเป็นขาดทุน หรือที่เราเรียกกันว่าทำให้การเทรดเป็นฝั่งไม่เสียหาย วิธีนี้จะช่วยให้เราเทรดได้อย่างสบายใจและไม่โลภจนเกินไป
การใช้ตัวชี้วัดอื่นประกอบเพื่อเพิ่มความมั่นใจ
แม้ว่ารูปแบบกราฟจะมีความน่าเชื่อถือสูง แต่การนำตัวชี้วัดอื่นมาใช้ร่วมกันก็จะช่วยกรองสัญญาณปลอมได้ ยกตัวอย่างเช่น การดูความแตกต่างของราคากับดัชนีความแข็งแรงสัมพัทธ์ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ RSI ถ้าราคาสร้างยอดใหม่แต่ RSI กลับทำยอดต่ำลง ก็เป็นการยืนยันว่าแรงซื้อกำลังอ่อนลง สอดคล้องกับสัญญาณ Double Top หรือ Head and Shoulders ที่เราเห็นอยู่
นอกจากนี้การดูระดับแนวรับแนวต้านที่สำคัญในกรอบเวลาใหญ่กว่า หรือการสังเกตว่าราคาอยู่ในโซนที่มีโอกาสกลับตัวสูง ก็เป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้การเทรดตามรูปแบบกราฟมีโอกาสสำเร็จมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม อย่าใช้ตัวชี้วัดมากเกินไปจนสับสน เลือกใช้แค่ไม่กี่ตัวที่เข้าใจจริงก็เพียงพอแล้ว
เปรียบเทียบ Head and Shoulders กับ Double Top เพื่อเลือกใช้ให้ถูกช่วงจังหวะ
แม้ทั้งสองรูปแบบจะเป็นสัญญาณกลับตัวจากขาขึ้นเป็นขาลง แต่ละรูปแบบก็มีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน การเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้เราเลือกใช้ได้เหมาะสมกับสถานการณ์
| ลักษณะเปรียบเทียบ | Head and Shoulders | Double Top | ข้อแนะนำในการใช้งาน |
|---|---|---|---|
| จำนวนยอดที่เกิดขึ้น | 3 ยอด (ไหล่ซ้าย ศีรษะ ไหล่ขวา) | 2 ยอดในระดับความสูงใกล้เคียงกัน | Head and Shoulders ใช้เวลาสร้างรูปแบบนานกว่า |
| ความชัดเจนของสัญญาณ | ชัดเจนมาก เห็นเส้นคอชัดเจน | ชัดเจนปานกลาง ต้องดูแนวรับระหว่างยอด | มือใหม่ควรเริ่มจาก Head and Shoulders ก่อน |
| การตั้งจุดตัดขาดทุน | เหนือยอดไหล่ขวา | เหนือยอดสูงสุดของยอดคู่ | Double Top อาจมีระยะตัดขาดทุนที่กว้างกว่า |
| ความน่าเชื่อถือของเป้าหมาย | แม่นยำสูง เพราะมีโครงสร้างชัดเจน | แม่นยำปานกลาง ขึ้นอยู่กับแรงเทรนด์เดิม | ควรทยอยเก็บกำไรเมื่อถึงเป้าหมายแรก |
ข้อผิดพลาดบ่อยครั้งที่ลูกศิษย์มักทำเวลาเริ่มหัดเทรด Chart Pattern
ในการสอนลูกศิษย์มาหลายปี ผมพบว่ามีข้อผิดพลาดซ้ำๆ ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งเมื่อเริ่มหัดเทรดตามรูปแบบกราฟ ข้อผิดพลาดแรกคือการบังคับให้กราฟเป็นรูปแบบที่ตัวเองอยากให้เป็น ทั้งที่จริงๆ แล้วราคายังไม่ได้สมบูรณ์ตามเงื่อนไข การเทรดด้วยความรู้สึกว่ามันน่าจะเป็น Double Top ทั้งที่ยอดที่สองยังไม่เกิด มักจะจบด้วยการขาดทุน
ข้อผิดพลาดที่สองคือการมองข้ามทิศทางของเทรนด์ใหญ่ ถ้าเทรนด์หลักเป็นขาขึ้นอย่างแรง การไปหาสัญญาณ Head and Shoulders หรือ Double Top เพื่อสั่งขาดที่ขัดเทรนด์ โอกาสเสียก็จะสูงกว่าโอกาสได้ ควรรอให้เกิดรูปแบบเหล่านี้หลังจากเทรนด์เดิมวิ่งมาสักพักและเริ่มมีสัญญาณอ่อนแรงก่อน และที่สำคัญคืออย่าเพิ่งเข้าเทรดทันทีที่เห็นรูปแบบ ควรรอให้ราคาทะลุเส้นคอหรือแนวรับอย่างชัดเจนและแท่งเทียนปิดยืนยันก่อน
ข้อผิดพลาดสุดท้ายคือการไม่ยอมรับผิดเมื่อรูปแบบกราฟไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ บางครั้งราคาทะลุเส้นคอลงมาแล้วกลับดันขึ้นไปทำจุดสูงใหม่ ในจังหวะนี้ต้องยอมตัดขาดทุนทันที อย่าถือสถานะไว้หวังว่าราคาจะกลับมาลงอีกครั้ง การยอมรับความผิดพลาดเป็นสิ่งที่นักเทรดทุกคนต้องเรียนรู้ เพราะไม่มีรูปแบบกราฟใดที่ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ สิ่งสำคัญคือการรักษาทุนให้อยู่รอดเพื่อเทรดในโอกาสถัดไป
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
Head and Shoulders คือรูปแบบกราฟแบบไหน
Head and Shoulders คือรูปแบบกราฟที่บอกสัญญาณการกลับตัวของเทรนด์จากขาขึ้นมาเป็นขาลง จะประกอบด้วยไหล่ซ้าย ศีรษะ และไหล่ขวา โดยศีรษะจะเป็นจุดสูงสุด ส่วนไหล่ทั้งสองข้างจะสูงในระดับใกล้เคียงกัน เมื่อราคาทะลุเส้นคอลาร์ลงมาก็ถือว่ารูปแบบนี้สมบูรณ์ นักเทรดส่วนใหญ่จะเข้าสั่งขายเมื่อราคาปิดเส้นคอลาร์ และใช้จุดสูงสุดของศีรษะเป็นที่ตั้งจุดตัดขาดทุน เพื่อป้องกันกรณีที่ราคากลับตัวขึ้นไปทำจุดสูงใหม่อีกครั้ง
Double Top ใช้เทรดทองคำหรือคู่เงินไหนได้บ้าง
Double Top สามารถใช้ได้กับทุกตลาดไม่ว่าจะเป็นทองคำ คริปโตหรือคู่เงินฟอเร็กซ์ เพราะรูปแบบนี้เกิดจากจิตวิทยาของผู้เทรดที่คล้ายกัน คือเมื่อราคาขึ้นไปกระทบแนวต้านเดิมสองครั้งแล้วไม่สามารถทะลุได้ ฝั่งซื้อก็จะเริ่มทยอยปิดสถานะ ทำให้ราคากลับตัวลง ขอแค่ช่วงเวลานั้นมีปริมาณการซื้อขายเพียงพอ รูปแบบนี้ก็จะมีความน่าเชื่อถือพอสมควร แต่ควรดูปัจจัยอื่นประกอบด้วย
จะรู้ได้อย่างไรว่ารูปแบบกราฟล้มเหลว
สัญญาณที่บอกว่ารูปแบบกราฟล้มเหลวคือราคาไม่สามารถทะลุเส้นคอลาร์หรือแนวรับได้จริงตามทิศทางที่คาดไว้ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าวางสัญญาณขายไว้ที่เส้นคอลาร์ของ Head and Shoulders แต่ราคากลับดันดันขึ้นไปปิดเหนือจุดสูงสุดของศีรษะ แสดงว่าฝั่งซื้อยังแข็งแกร่งกว่าและรูปแบบนี้ใช้ไม่ได้แล้ว ในจังหวะนี้ต้องยอมรับความจริงและตัดขาดทุนทันทีอย่างเคารพกฎเทรด
ควรเทรดกราฟรูปแบบนี้ในช่วงเวลาไหนดีที่สุด
ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือการใช้กรอบเวลาใหญ่อย่าง 4 ชั่วโมงหรือรายวัน เพราะยิ่งกรอบเวลาใหญ่เท่าไร สัญญาณที่ได้ก็จะยิ่งมีความเชื่อถือสูงและความสั่นไหวน้อยกว่ากรอบเวลาเล็ก การเทรดในกรอบเวลา 15 นาทีหรือ 1 ชั่วโมงอาจจะเจอรูปแบบปลอมบ่อยครั้ง นอกจากนี้ควรเทรดในช่วงเซสชั่นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงอย่างเซสชั่นลอนดอนหรือนิวยอร์ก เพื่อให้แนวใจว่าราคาจะเคลื่อนไหวไปตามทิศทางที่วางไว้จริง
มีวิธีคำนวณเป้าหมายกำไรอย่างไรบ้าง
วิธีคำนวณเป้าหมายกำไรพื้นฐานคือการวัดระยะจากจุดสูงสุดของรูปแบบลงมาถึงเส้นคอลาร์หรือแนวรับ จากนั้นนำระยะนั้นมาวัดต่อลงไปจากจุดที่ราคาทะลุเส้นคอลาร์ ระยะที่ได้ก็จะเป็นเป้าหมายกำไรลำดับแรก นักเทรดหลายคนมักจะทยอยปิดสถานะเป็นส่วนๆ เมื่อราคาเข้าใกล้เป้าหมาย และเก็บส่วนหนึ่งไว้เทรดรันต่อเพื่อความคุ้มค่าในกรณีที่ราคาวิ่งไกลกว่าที่คาด
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย





![Trend Line วิธีลากเส้นเทรนด์ที่ถูกต้อง [2026]](https://icafeforex.com/wp-content/uploads/2026/03/auto-trend-line-cover-1-150x150.jpg)

TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文