

การเทรดทองคำ XAU ให้ได้กำไรไม่ใช่แค่การทายทิศทาง แต่ต้องอ่านรอยเท้าเงินทุนใหญ่ผ่านแพทเทิร์นยอดสามก้นสาม บทเรียนนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกจุดเข้าจนถึงการคำนวณกำไรแบบมืออาชีพ นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
ทำความเข้าใจแพทเทิร์นยอดสามก้นสามกับทองคำ XAU
แพทเทิร์นยอดสามก้นสามหรือ Triple Top Bottom คือสัญญาณกลับตัวที่บอกว่าแรงส่งเดิม ๆ ของตลาดกำลังจะหมดไป ราคาทองคำพยายามทะลุระดับสำคัญถึงสามครั้งแต่ทำไม่ได้ จึงเป็นจุดที่ฝั่งตรงข้ามเริ่มเข้ามาเก็บกำไรและพลิกโต๊ะทิศทางตลาด
สำหรับวัยทองคำที่มีความผันผวนค่อนข้างสูง การเกิดแพทเทิร์นนี้บนชาร์ตจะมีความน่าเชื่อถือมาก เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีนักลงทุนสถาบันเข้ามาเล่นเป็นหลัก เมื่อเงินทุนใหญ่พยายามผลักราคาขึ้นหรือลงติดต่อกันสามครั้งแล้วไม่สำเร็จ มันสะท้อนว่าคำสั่งซื้อหรือขายที่ค้างอยู่ฝั่งนั้นหมดแล้ว เราจึงสามารถใช้จุดนี้เป็นฐานในการวางแผนเข้าเทรดฝั่งตรงข้ามได้อย่างมั่นใจ ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องเป็นสามครั้ง ไม่ใช่สองหรือสี่ การกระแทกระดับเดิมสองครั้งอาจจะยังไม่ชัดเจนเพราะอาจเป็นแค่การทดสอบแนวต้านแนวรับปกติ แต่เมื่อมันเกิดขึ้นถึงครั้งที่สาม จิตวิทยาตลาดจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง นักเทรดที่เข้าซื้อหรือขายฝั่งนั้นจะเริ่มท้อแท้และตัดสินใจปิดออเดอร์ การปิดออเดอร์เหล่านี้ก็จะกลายเป็นแรงหนุนให้ราคาวิ่งไปทิศทางตรงข้ามอย่างรุนแรง
ความแตกต่างระหว่างยอดสามและก้นสาม
ยอดสามหรือ Triple Top เกิดขึ้นหลังจากทองคำอยู่ในขาขึ้นมาก่อน ราคาจะขึ้นไปสร้างจุดสูงสุดใกล้เคียงกันสามจุด ส่วนก้นสามหรือ Triple Bottom จะเกิดในช่วงขาลง ราคาจะลงไปสร้างจุดต่ำสุดสามจุดที่ระดับใกล้เคียงกัน ความแตกต่างหลักคือทิศทางเดิมของตลาดก่อนเกิดแพทเทิร์น แต่กลไกการเกิดเหมือนกันคือการที่ราคาไม่สามารถทะลุด่านสำคัญได้
วิธีสังเกตและยืนยันแพทเทิร์นบนชาร์ตทองคำ
การจะเอาแพทเทิร์นนี้ไปใช้เทรดได้จริง ต้องรู้จักการเชื่อมจุดสูงสุดและต่ำสุดให้ถูกต้อง พร้อมทั้งดูปริมาณการซื้อขายหรือโมเมนตัมของเทียนเป็นตัวยืนยัน เพื่อไม่ให้เข้าไปหลงกลแพทเทิร์นหลอกที่ทองคำชอบทำ
ขั้นแรกให้คุณลากเส้นแนวนอนผ่านยอดสูงสุดหรือก้นต่ำสุดทั้งสามจุด ถ้าเป็นยอดสาม ยอดสูงสุดทั้งสามจุดไม่จำเป็นต้องเท่ากันเป๊ะ แต่ต้องอยู่ในระดับราคาที่ใกล้เคียงกันมาก สำหรับทองคำเราอนุญาตให้ผันผวนได้ไม่เกินสองถึงสามดอลลาร์ จากนั้นให้ลากเส้นแนวรับที่จุดต่ำสุดระหว่างยอดทั้งสาม เส้นนี้แหละคือเส้นคอหรือเส้นแยกชัยชนะ ถ้าราคาทะลุเส้นนี้ลงมาได้ก็ถือว่าแพทเทิร์นยอดสามสมบูรณ์
สิ่งที่ต้องสังเกตเพิ่มเติมคือลักษณะของแท่งเทียนในการกระแทกแต่ละครั้ง ถ้าครั้งแรกทองคำกระแทกแล้ววิ่งขึ้นไปได้สิบดอลลาร์ ครั้งที่สองวิ่งได้ห้าดอลลาร์ และครั้งที่สามวิ่งได้แค่สองดอลลาร์ นี่คือสัญญาณที่ดีมาก เพราะแสดงว่าแรงซื้อกำลังอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด การที่ระยะการวิ่งสั้นลงเรื่อย ๆ เป็นการยืนยันว่าฝั่งขายกำลังเดินหน้าเข้ามาปิดจุดซื้อที่ค้างอยู่
การใช้อินดิเคเตอร์ช่วยกรองสัญญาณ
การใช้ RSI คู่กับแพทเทิร์นนี้จะช่วยเพิ่มความมั่นใจได้มาก ถ้าราคาทองคำสร้างยอดสามครั้ง แต่ค่า RSI ในครั้งที่สามลดต่ำลงกว่าครั้งที่สองและแรก เราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่าการเกิดความขัดแย้งหรือ Divergence มันบอกว่าแม้ราคาจะยังอยู่ระดับเดิมแต่แรงซื้อจริง ๆ หมดไปแล้ว การรอให้ราคาทะลุเส้นคอลงมาก็จะเป็นจุดเข้าขายที่มีความปลอดภัยสูง
วิธีตั้งจุดตัดขาดทุนให้สมเหตุสมผล
จุดตัดขาดทุนคือเส้นเลือดกั้นความตายของพอร์ต การตั้งจุดนี้ในแพทเทิร์นยอดสามก้นสามต้องอิงจากโครงสร้างราคาจริง ไม่ใช่ตั้งตามใจฉัน หากตั้งผิดที่เพียงนิดเดียวก็อาจจะโดนสปอยค์ราคาทิ่มแทงก่อนที่ทองคำจะวิ่งไปทิศทางที่เราคาดไว้
กรณีเทรดยอดสามเมื่อราคาทะลุเส้นคอลงมา เราจะเปิดออเดอร์ขาย จุดตัดขาดทุนที่ถูกต้องคือการตั้งไว้เหนือยอดสูงสุดของแพทเทิร์น สมมติยอดสูงสุดอยู่ที่ 2050 ดอลลาร์ เราอาจจะตั้งตัดขาดทุนที่ 2053 ดอลลาร์ การเผื่อขึ้นไปสามดอลลาร์เป็นการรองรับความผันผวนของทองคำที่มักจะมีการแกว่งตัวค่อนข้างกว้าง ถ้าราคาสามารถทะลุยอดสูงสุดนั้นได้ แปลว่าโครงสร้างขาลงของเราผิดพลาดและต้องยอมรับความจริงตัดขาดทุนออกมาโดยไม่ลังเล
ส่วนกรณีเทรดก้นสามเมื่อราคาทะลุเส้นคอขึ้นไป เราจะเปิดออเดอร์ซื้อ จุดตัดขาดทุนให้ตั้งไว้ใต้ก้นต่ำสุดของแพทเทิร์นเล็กน้อย ยกตัวอย่างก้นต่ำสุดอยู่ที่ 2000 ดอลลาร์ ให้ตั้งตัดขาดทุนที่ 1997 ดอลลาร์ หลักการเดียวกันคือถ้าราคาทะลุก้นต่ำสุดลงไปได้แสดงว่าฝั่งขายยังแข็งแกร่งและแพทเทิร์นกลับตัวขาขึ้นของเราล้มเหลว การยอมรับความผิดพลาดเล็กน้อยจะช่วยให้เรามีเงินทุนกลับมาเทรดในโอกาสต่อไป
การปรับจุดตัดขาดทุนเมื่อราคาเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง
เมื่อราคาทองคำเริ่มวิ่งไปทางที่เราคาดไว้และทำกำไรให้เราได้ระยะหนึ่ง อย่าปล่อยให้กำไรกลายเป็นขาดทุน วิธีที่นิยมคือการใช้ระบบตามรอยเทรนด์ หรือที่เรียกว่า Trailing Stop โดยการย้ายจุดตัดขาดทุนตามเส้นค่าเฉลี่ยราคา 20 แท่ง หรือย้ายไปจุดต่ำสุดของแท่งเทียนก่อนหน้าในขาขึ้น วิธีนี้จะช่วยล็อคกำไรไว้และปล่อยให้กำไรวิ่งต่อไปได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะเสียทั้งหมด
ตัวอย่างการคำนวณกำไรขาดทุนจากเคสจริง
มาดูเคสจริงเพื่อให้เห็นภาพการคำนวณตัวเลขทั้งหมด สมมติราคาทองคำสร้างแพทเทิร์นก้นสามบนชาร์ต 4 ชั่วโมง ก้นต่ำสุดอยู่ที่ 2015 ดอลลาร์ เส้นคออยู่ที่ 2025 ดอลลาร์ ราคาทะลุเส้นคอขึ้นมาและเราเปิดออเดอร์ซื้อที่ราคา 2026 ดอลลาร์ ตั้งจุดตัดขาดทุนที่ 2012 ดอลลาร์ ระยะตัดขาดทุนเท่ากับ 14 ดอลลาร์ ถ้าพอร์ตเงินทุนเรามี 10000 ดอลลาร์ และยอมเสี่ยง 1 เปอร์เซ็นต์ต่อเดอร์คือ 100 ดอลลาร์ การคำนวณขนาดล็อตจะได้เท่ากับ 100 หารด้วย 14 หารด้วย 100 มูลค่าต่อดอลลาร์ของทองคำ 1 ล็อต ผลลัพธ์คือประมาณ 0.07 ล็อต
เมื่อเปิดออเดอร์ซื้อ 0.07 ล็อตที่ราคา 2026 ดอลลาร์แล้ว เป้าหมายกำไรหรือ จุดทำกำไร เราจะตั้งไว้ที่ระยะเท่ากับระยะตัดขาดทุนคูณสอง ตามหลักอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน 1 ต่อ 2 ระยะกำไรจึงเท่ากับ 28 ดอลลาร์ นำมาบวกกับราคาเข้า 2026 ดอลลาร์ เป้าหมายกำไรจะอยู่ที่ 2054 ดอลลาร์ ถ้าราคาทองคำขึ้นไปแตะเป้าหมายนี้ เราจะได้กำไร 28 ดอลลาร์ คูณด้วย 100 คูณด้วย 0.07 ล็อต ตัวเลขกำไรสุทธิจะอยู่ที่ 196 ดอลลาร์ ในขณะที่ความเสี่ยงสูงสุดที่เราจะเสียคือเพียง 98 ดอลลาร์เท่านั้น
ลองนึกภาพว่าถ้าคุณเทรดด้วยวิธีนี้อย่างมีวินัย 10 ครั้ง และทำถูก 4 ครั้งผิด 6 ครั้ง คุณจะยังคงทำกำไรได้ เพราะการทำถูก 4 ครั้งให้กำไร 196 ดอลลาร์ต่อครั้งรวมเป็น 784 ดอลลาร์ ส่วนการทำผิด 6 ครั้งเสีย 98 ดอลลาร์ต่อครั้งรวมเป็น 588 ดอลลาร์ ผลลัพธ์สุดท้ายคุณยังได้กำไรสุทธิ 196 ดอลลาร์ แม้จะเทรดผิดมากกว่าถูกก็ตาม นี่คือพลังของการจัดการความเสี่ยงที่ถูกต้อง
การวางแผนเป้าหมายกำไรแบบขั้นบันได
การเทรดทองคำไม่ควรโลภจนปิดออเดอร์ทั้งหมดที่เป้าหมายเดียว การแบ่งขายหรือปิดออเดอร์เป็นขั้นบันไดจะช่วยให้คุณล็อคกำไรไว้บางส่วนและปล่อยให้ส่วนที่เหลือวิ่งไปกับเทรนด์ วิธีนี้จะช่วยลดความเครียดและเพิ่มผลตอบแทนโดยรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วิธีที่ผมแนะนำคือการแบ่งออเดอร์ออกเป็นสามส่วน ส่วนแรกปิดที่ระยะกำไรเท่ากับระยะตัดขาดทุนหรืออัตราส่วน 1 ต่อ 1 จากตัวอย่างก่อนหน้าคือที่ราคา 2040 ดอลลาร์ พอราคาไปแตะจุดนี้ให้ปิดออเดอร์หนึ่งในสามและย้ายจุดตัดขาดทุนของส่วนที่เหลือไปที่ราคาเข้า 2026 ดอลลาร์ทันที เทคนิคนี้เรียกว่าการย้ายจุดตัดขาดทุนสู่จุดคุ้มทุน มันทำให้คุณไม่มีความเสี่ยงในออเดอร์นี้อีกต่อไปแล้ว
ส่วนที่สองให้ปิดที่เป้าหมายหลักที่อัตราส่วน 1 ต่อ 2 คือที่ราคา 2054 ดอลลาร์ ส่วนที่สามซึ่งเป็นส่วนสุดท้ายให้ปล่อยไว้สำหรับการลุ้นกำไรพิเศษ โดยไม่ตั้งเป้าหมายกำไรแน่นอน แต่ใช้การย้ายจุดตัดขาดทุนตามรอยเทรนด์ลงไปเรื่อย ๆ ถ้าทองคำเกิดเทรนด์ขาขึ้นยาว ๆ ส่วนนี้จะเป็นตัวที่ทำกำไรมหาศาลให้คุณได้ แต่ถ้าราคากลับตัวก็ยังได้กำไรจากการปิดออเดอร์ส่วนที่หนึ่งและสองไปแล้ว
การใช้ระดับฟีโบนัชชีในการหาเป้าหมาย
นอกจากการใช้อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนแล้ว เราสามารถใช้เครื่องมือฟีโบนัชชีมาช่วยหาเป้าหมายกำไรได้ โดยการวัดจากยอดสูงสุดถึงก้นต่ำสุดของแพทเทิร์น ระดับ 61.8 เปอร์เซ็นต์และ 100 เปอร์เซ็นต์มักจะเป็นจุดที่ราคาทองคำจะไปพักตัวหรือเกิดการสะสม การปิดออเดอร์บางส่วนที่ระดับเหล่านี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรได้มากขึ้น
| ประเภทแพทเทิร์น | ตำแหน่งทองคำ XAU | จุดเข้าออเดอร์ | ตำแหน่งตัดขาดทุน |
|---|---|---|---|
| ยอดสามขาลง | ราคาทะลุเส้นคอลงมา | เปิดขายที่ตลาด | เหนือยอดสูงสุด 3 ดอลลาร์ |
| ก้นสามขาขึ้น | ราคาทะลุเส้นคอขึ้นไป | เปิดซื้อที่ตลาด | ใต้ก้นต่ำสุด 3 ดอลลาร์ |
| ยอดสามรอคอนเฟิร์ม | ราคายังไม่ทะลุเส้นคอ | ยังไม่เปิดออเดอร์ | ไม่มีเนื่องจากยังไม่เข้า |
| ก้นสามสัญญาณหลอก | ราคาทะลุเส้นคอแต่กลับตัว | เปิดซื้อแล้วโดนตัดขาดทุน | ใต้ก้นต่ำสุด 3 ดอลลาร์ |
เทคนิคหลีกเลี่ยงกับดักแพทเทิร์นหลอกของทองคำ
ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีการสร้างสัญญาณหลอกหรือที่เราเรียกว่า False Break ได้บ่อยมาก โดยเฉพาะในช่วงข่าวสำคัญ เพราะฉะนั้นการรู้จักวิธีกรองสัญญาณหลอกจะช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเงินไปกับการเทรดที่ไม่จริงจัง
กับดักที่พบบ่อยที่สุดคือการที่ราคาทะลุเส้นคอกไปแค่หนึ่งหรือสองดอลลาร์แล้วกลับเข้ามาในกรอบเดิมทันที นั่นเป็นการล่าสภาพคล่องฝั่งผู้ซื้อหรือผู้ขายที่ตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ใกล้ ๆ เส้นคอ วิธีหลีกเลี่ยงคือการรอให้แท่งเทียนปิดจริงในกรอบเวลาที่คุณดูอยู่ ถ้าคุณเทรดชาร์ต 4 ชั่วโมง ก็ต้องรอให้ปิดแท่ง 4 ชั่วโมงให้เรียบร้อย และราคาปิดอยู่ต่ำกว่าเส้นคออย่างน้อยสามถึงห้าดอลลาร์ จึงค่อยเข้าเทรด การเผื่อระยะนี้จะช่วยให้คุณหลุดพ้นจากการโดนหวย
อีกหนึ่งเทคนิคคือการดูปริมาณการซื้อขายหรือ Volume ในขณะที่ราคาทะลุเส้นคอ ถ้าการทะลุนั้นมาพร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับแท่งเทียนก่อนหน้า โอกาสที่มันจะเป็นสัญญาณจริงมีสูงมาก แต่ถ้าปริมาณการซื้อขายแห้ง ๆ หรือน้อยกว่าปกติ ให้ระวังไว้ก่อน เพราะนั่นอาจจะเป็นแค่การทดสอบราคาของผู้เล่นรายใหญ่ก่อนที่จะดันกลับไปทิศทางเดิม
การรวมข่าวเศรษฐกิจเข้ากับแพทเทิร์น
ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไวต่อข่าวเศรษฐกิจมหาภาค เช่น อัตราดอกเบี้ย ดัชนีราคาผู้บริโภค หรือการพูดของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลาง ถ้าคุณเห็นแพทเทิร์นยอดสามก้นสามเกิดขึ้นในช่วงที่มีข่าวใหญ่กำลังจะออก แนะนำให้รอให้ข่าวออกไปก่อนแล้วค่อยตัดสินใจเข้าเทรด เพราะข่าวสามารถทำลายโครงสร้างแพทเทิร์นได้ในพริบตา และราคาทองคำอาจจะพุ่งหรือดิ่งไปหลายสิบดอลลาร์โดยไม่สนใจเส้นแนวต้านแนวรับเลย
สรุปแนวทางการเทรดทองคำด้วยยอดสามก้นสาม
การเทรดทองคำด้วยแพทเทิร์นนี้ไม่ใช่เรื่องยากเกินไปถ้าคุณมีวินัยและทำตามกฎที่วางไว้ จงจำไว้ว่าแพทเทิร์นที่ดีต้องมีการยืนยันทั้งจากรูปแบบราคา อินดิเคเตอร์ และปริมาณการซื้อขาย อย่ารีบเร่งเข้าเทรดก่อนราคาจะทะลุเส้นคอจริง ๆ
สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การทายทิศทางให้ถูก 100 เปอร์เซ็นต์ แต่คือการจัดการความเสี่ยงให้ดี ดังที่ผมได้ยกตัวอย่างการคำนวณไปก่อนหน้านี้ ถ้าคุณรักษาอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนไว้ที่ 1 ต่อ 2 ขึ้นไป และตั้งจุดตัดขาดทุนอย่างมีเหตุผล คุณจะสามารถอยู่รอดในตลาดทองคำได้ในระยะยาว แม้บางครั้งคุณจะเจอสัญญาณหลอกหรือข่าวที่พลิกตลาดก็ตาม
สุดท้ายนี้การฝึกฝนดูชาร์ตย้อนหลังเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ให้คุณเปิดชาร์ตทองคำในกรอบเวลา 4 ชั่วโมงและรายวัน ลองหาแพทเทิร์นยอดสามก้นสามที่เกิดขึ้นในอดีต แล้วดูว่าราคาเคลื่อนไหวอย่างไรหลังจากทะลุเส้นคอ การทำซ้ำ ๆ แบบนี้จะช่วยให้สายตาคุณคุ้นเคยกับรูปแบบ และเมื่อถึงเวลาที่มันเกิดขึ้นจริงในตลาดสด คุณจะสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและมั่นใจ
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
แพทเทิร์น Triple Top ในทองคำคืออะไร
Triple Top คือแพทเทิร์นกลับตัวขาลงที่เกิดจากการที่ราคาทองคำขึ้นไปกระแทกเส้นต้านสูงสุดถึงสามครั้งติดต่อกันแต่ไม่สามารถทะลุไปได้ แสดงว่าแรงซื้อเริ่มอ่อนลงและฝั่งขายกำลังรอเก็บกำไร เมื่อราคาทะลุเส้นคอดออกมาก็จะเป็นสัญญาณยืนยันว่าทองคำจะกลับตัวเป็นขาลง เทรดเดอร์ส่วนใหญ่จะรอให้แท่งเทียนปิดต่ำกว่าเส้นคอก่อนแล้วค่อยเปิดออเดอร์ขาย
จุดตัดขาดทุนเทรด Triple Bottom ต้องตั้งที่ไหน
การเทรด Triple Bottom ซึ่งเป็นแพทเทิร์นกลับตัวขาขึ้น เราควรตั้งจุดตัดขาดทุนไว้เหนือยอดสูงสุดของก้นทั้งสามครั้งเล็กน้อย ประมาณ 2 ถึง 3 ดอลลาร์ขึ้นไปเพื่อเผื่อความผันผวนหรือการกระชากของราคาที่เรียกว่าสปอยค์ ถ้าราคาทะลุยอดสูงสุดนั้นได้แปลว่าโครงสร้างขาลงยังไม่ถูกทำลายและแพทเทิร์นอาจจะล้มเหลว การตั้งจุดตัดขาดทุนที่เหมาะสมจะช่วยให้เราเสียเงินน้อยและรักษาพอร์ตไว้ได้
ทำไมต้องรอให้ราคาทะลุเส้นคอก่อนค่อยเข้าเทรด
เส้นคอหรือเส้นแนวรับแนวต้านกลางแพทเทิร์นคือจุดสำคัญที่บอกว่าฝั่งไหนมีอำนาจเหนือกว่ากัน ถ้ารีบเข้าเทรดก่อนราคาจะทะลุเส้นคอ เราอาจจะเจอภาวะที่ราคาแกว่งไปมาในกรอบจนเกิดการวนเทียนและโดนตัดขาดทุนก่อน การรอให้แท่งเทียนปิดทะลุเส้นคอจริง ๆ จะช่วยยืนยันทิศทางว่าฝั่งผู้ขายหรือผู้ซื้อเริ่มควบคุมตลาดได้แล้ว ทำให้โอกาสได้กำไรสูงกว่าและความเสี่ยงน้อยลง
ขนาดล็อตเทรดทองคำ Triple Top ควรคำนวณยังไง
การคำนวณขนาดล็อตต้องอิงจากจำนวนเงินทุนที่เราพร้อมจะเสียในแต่ละออเดอร์และระยะห่างของจุดตัดขาดทุนเป็นหลัก สมมติว่าเรามีพอร์ตหนึ่งหมื่นดอลลาร์และยอมเสียหนึ่งเปอร์เซ็นต์คือหนึ่งร้อยดอลลาร์ ถ้าจุดตัดขาดทุนอยู่ห่างจากจุดเข้าสามดอลลาร์ เราก็จะใช้ขนาดล็อตประมาณ 0.33 ล็อต เพื่อให้เมื่อราคาไปโดนจุดตัดขาดทุนเราจะเสียเงินตรงตามที่วางแผนไว้พอดี
แพทเทิร์นยอดสามก้นสามใช้กับกรอบเวลาไหนได้บ้าง
แพทเทิร์นนี้สามารถใช้ได้กับทุกกรอบเวลาตั้งแต่ชาร์ต 15 นาทีไปจนถึงชาร์ตรายวันหรือรายสัปดาห์ แต่กรอบเวลาที่ใหญ่กว่ามักจะให้สัญญาณที่เชื่อถือได้มากกว่าเพราะมีข้อมูลรวมของผู้เล่นในตลาดจำนวนมาก สำหรับทองคำที่มีความผันผวนสูง การใช้ชาร์ต 4 ชั่วโมงหรือรายวันจะช่วยกรองสัญญาณหลอกออกไปได้ดีกว่าชาร์ตเล็ก ๆ แนะนำให้มือใหม่เริ่มจากชาร์ต 4 ชั่วโมงก่อนเพื่อให้มีเวลาวิเคราะห์และตัดสินใจอย่างรอบคอบ
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย







TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文