Stop Order ทองคำ คือคำสั่งล่วงหน้าที่รอราคาไปแตะเป้าหมายแล้วส่งเข้าตลาดอัตโนมัติ ช่วยจับจังหวะทะลุกรอบและคุมความเสี่ยงได้ดีโดยไม่ต้องจ้องจอ 2569
- Stop Order ทองคำคืออะไรและทำงานอย่างไร
- วิธีตั้งคำสั่งซื้อขายทองคำล่วงหน้าให้ติดจังหวะบรีกเอาท์
- การคำนวณขนาดล็อตและตั้งจุดตัดขาดทุนสำหรับทองคำ
- การเปรียบเทียบประเภทคำสั่งเทรดทองคำที่ควรรู้
- กลยุทธ์การใช้ Stop Order จับเทรนด์ทองคำแบบมืออาชีพ
- ข้อผิดพลาดที่ต้องหลีกเลี่ยงเวลาใช้ Stop Order เทรดทองคำ
- คำถามที่พบบ่อย

Stop Order ทองคำคืออะไรและทำงานอย่างไร

Stop Order คือคำสั่งเทรดล่วงหน้าที่เราสั่งไว้กับโบรกเกอร์เพื่อรอให้ราคาทองคำเคลื่อนไหวไปแตะระดับที่เรากำหนดไว้ก่อน แล้วระบบถึงจะส่งคำสั่งเข้าตลาด ทำให้เราไม่พลาดจังหวะการทะลุกรอบราคาที่สำคัญ
หลายคนอาจจะสับสนระหว่างคำสั่งปกติกับ Stop Order ขออธิบายให้ฟังง่าย ๆ นะครับ ปกติเวลาเราเทรดทองคำ เราก็จะกดซื้อหรือกดขายที่ราคาปัจจุบันทันที ซึ่งเรียกว่า Market Order แต่ Stop Order ไม่ใช่แบบนั้นนะ มันคือการเราวางแผนไว้ล่วงหน้าว่าถ้าราคาทองคำมันวิ่งไปแตะจุดที่เราอยากเข้า ระบบจะทำการเปิดออเดอร์ให้เราอัตโนมัติ โดยที่เราไม่ต้องนั่งจ้องหน้าจอเลย ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
ยกตัวอย่างเช่น สมมติว่าทองคำตอนนี้อยู่ที่ 2,560 ดอลลาร์ต่อนซ์ เรามองว่าถ้าราคามันสามารถทะลุแนวต้านที่ 2,569 ดอลลาร์ขึ้นไปได้ ก็แปลว่าตลาดมีแรงซื้อจริงและน่าจะวิ่งขึ้นไปอีก เราก็ไปตั้ง Buy Stop ไว้ที่ 2,569 ดอลลาร์ เมื่อราคาทองคำปรับตัวขึ้นไปแตะระดับนั้น ระบบของโบรกเกอร์ก็จะส่งคำสั่งซื้อเข้าตลาดให้ทันที ตรงนี้แหละครับที่มันสะดวกมาก เพราะเราอาจจะกำลังทำงานอยู่ที่ออฟฟิศหรือกำลังขับรถอยู่ แต่ออเดอร์ของเราก็ยังเข้าได้ตามแผนที่วางไว้
นอกจากนี้ยังมี Sell Stop ด้วย ซึ่งก็คือการตั้งคำสั่งขายไว้ด้านล่างราคาปัจจุบัน สมมติทองคำอยู่ที่ 2,560 ดอลลาร์ เราคิดว่าถ้าราคามันทะลุแนวรับที่ 2,550 ดอลลาร์ลงไปได้ ก็จะเป็นการยืนยันว่าตลาดเป็นขาลงแล้ว เราก็ตั้ง Sell Stop ไว้ที่ 2,549 ดอลลาร์ เมื่อราคาทองคำร่วงลงไปแตะจุดนั้น ระบบก็จะเปิดออเดอร์ขายให้เราอัตโนมัติ วิธีนี้จะช่วยให้เราเข้าตลาดในจังหวะที่เทรนด์เริ่มจะวิ่งจริง ๆ ไม่ใช่การเดาล่วงหน้าแล้วรอให้ราคาเคลื่อนไหวไปตามที่เราหวัง ซึ่งมันเสี่ยงกว่ากันมาก
วิธีตั้งคำสั่งซื้อขายทองคำล่วงหน้าให้ติดจังหวะบรีกเอาท์
การตั้งคำสั่งเทรดล่วงหน้าเพื่อจับการทะลุกรอบราคาต้องอาศัยการดูโครงสร้างกราฟเป็นหลัก โดยเราต้องหาแนวรับแนวต้านที่ชัดเจนก่อนแล้วค่อยกำหนดจุดที่จะวาง Stop Order ไว้ใกล้กับบริเวณนั้น
ขั้นตอนแรกเลยนะครับ เราต้องไปดูกราฟทองคำในช่วงที่ราคาเคยไปกระทบแล้วไม่ผ่านหลายครั้ง จุดนั้นแหละคือแนวต้านสำคัญ สมมติว่าเราเห็นว่าทองคำชนเพดานที่ 2,569 ดอลลาร์มาแล้วสามรอบและไม่สามารถพังขึ้นไปได้ เราก็รู้เลยว่านี่คือกรอบราคาที่ตลาดให้ความสำคัญมาก พอราคามาแตะบริเวณนี้อีกครั้ง เทรดเดอร์ทั่วโลกก็จะจ้องอยู่ว่ามันจะทะลุได้หรือไม่ ถ้ามันทะลุได้ก็จะเกิดการซื้อแบบหนักเพราะคนที่เทรดขายจะต้องตัดขาดทุนและคนที่รอซื้อก็จะเข้ามาตามเทรนด์
เมื่อเราเจอกรอบราคาที่ชัดเจนแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการตั้ง Stop Order ให้ห่างจากแนวต้านไปประมาณ 1 ถึง 2 ดอลลาร์ ทำไมต้องห่างไปสักนิด ก็เพราะว่าทองคำมันชอบทำนิสัยแบบสแกนราคา คือมันอาจจะขยับขึ้นไปแตะแนวต้านเฉย ๆ แล้วก็ดีดกลับลงมา ถ้าเราตั้งคำสั่งซื้อตรงแนวต้านพอดี เราอาจจะโดนเปิดออเดอร์แล้วราคาก็ร่วงลงมาทันที แต่ถ้าเราตั้งห่างไปสัก 1 ดอลลาร์ เช่นตั้งไว้ที่ 2,570 ดอลลาร์ ก็แปลว่าราคาต้องมีแรงพอที่จะทะลุกรอบ 2,569 ดอลลาร์แล้ววิ่งขึ้นไปอีก ถึงจะทำให้คำสั่งของเราทำงาน วิธีนี้จะช่วยกรองสัญญาณเท็จออกไปได้เยอะมากครับ
อีกเทคนิคหนึ่งที่ผมอยากแนะนำคือการรอให้แท่งเทียนปิดเหนือแนวต้านก่อนแล้วค่อยตั้ง Stop Order ที่ราคาเปิดของแท่งเทียนถัดไป วิธีนี้จะปลอดภัยกว่าการตั้งรอไว้ล่วงหน้า เพราะเราเห็นแล้วว่าราคาปิดเหนือแนวต้านจริง แต่ข้อเสียคือเราอาจจะเสียจังหวะไปบ้างเพราะราคาอาจจะวิ่งขึ้นไปแล้ว ดังนั้นถ้าเป็นคนที่ไม่อยากนั่งรอ การตั้ง Stop Order ไว้ล่วงหน้าก็ยังเป็นวิธีที่ใช้ได้อยู่ แค่ต้องยอมรับความเสี่ยงที่อาจจะโดนสแกนราคาบ้าง
การใช้ข้อมูลกราฟระยะเวลาต่างกันเพื่อหาจุดวางคำสั่ง
การดูกราฟหลายระยะเวลาพร้อมกันจะช่วยให้เรามองเห็นภาพใหญ่และภาพเล็กไปพร้อมกัน ผมแนะนำให้ดูกราฟรายวันเพื่อหาแนวรับแนวต้านหลักก่อน แล้วค่อยลงไปดูกราฟรายชั่วโมงเพื่อหาจุดที่จะวาง Stop Order ให้แม่นยำขึ้น
ยกตัวอย่างเช่น จากกราฟรายวันเราเห็นว่าแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 2,569 ดอลลาร์ แต่พอลงไปดูกราฟรายชั่วโมงเราอาจจะเห็นรายละเอียดเพิ่มเติมว่าราคาเคยไปสูงสุดที่ 2,569.50 ดอลลาร์แล้วก็ดีดกลับมา เราก็อาจจะปรับจุดที่จะวาง Buy Stop ไปที่ 2,570 ดอลลาร์แทน เพื่อให้แน่ใจว่าราคาต้องทะลุจุดสูงสุดเดิมจริง ๆ ถึงจะเปิดออเดอร์ การใช้กราฟสองระดับแบบนี้จะทำให้เราวางคำสั่งได้สมเหตุสมผลมากกว่าการดูแค่กราฟระดับเดียว
การคำนวณขนาดล็อตและตั้งจุดตัดขาดทุนสำหรับทองคำ
การคำนวณขนาดล็อตและจุดตัดขาดทุนเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการเทรดทองคำ เพราะทองคำมีความผันผวนสูง ถ้าเราตั้งล็อตใหญ่เกินไปหรือตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ใกล้เกินไป ออเดอร์ของเราอาจจะถูกปิดก่อนที่ราคาจะวิ่งไปในทิศทางที่เราคาดไว้
ก่อนอื่นเลยต้องเข้าใจค่าพิปของทองคำก่อนนะครับ ในตลาดทองคำ การเคลื่อนไหว 1 ดอลลาร์ต่อนซ์เท่ากับ 1 ดอลลาร์ต่อนซ์ แต่โบรกเกอร์บางแห่งอาจจะแสดงเป็นพิปละ 100 จุดก็ได้ ดังนั้นถ้าราคาทองคำเคลื่อนที่จาก 2,569 ดอลลาร์ไปเป็น 2,570 ดอลลาร์ ก็แปลว่าราคาขยับไป 1 ดอลลาร์ ถ้าเราเปิดออเดอร์ขนาด 1 ล็อต กำไรหรือขาดทุนจะเท่ากับ 100 ดอลลาร์ ถ้าเปิด 0.1 ล็อต กำไรหรือขาดทุนจะเท่ากับ 10 ดอลลาร์ และถ้าเปิด 0.01 ล็อต กำไรหรือขาดทุนจะเท่ากับ 1 ดอลลาร์
มาดูตัวอย่างการคำนวณจริงกันครับ สมมติว่าเรามีทุน 1,000 ดอลลาร์และยอมรับความเสี่ยงที่ 2 เปอร์เซ็นต์ต่อไม้ เท่ากับว่าเราจะขาดทุนไม่เกิน 20 ดอลลาร์ต่อเดอร์ จากนั้นเราวางแผนจะซื้อทองคำด้วย Buy Stop ที่ราคา 2,570 ดอลลาร์ และตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 2,567 ดอลลาร์ ระยะห่างระหว่างจุดเข้าและจุดตัดขาดทุนเท่ากับ 3 ดอลลาร์ ดังนั้นขนาดล็อตที่เราควรเปิดจะเท่ากับ 20 หารด้วย 3 คือประมาณ 0.06 ล็อต ถ้าราคาทองคำร่วงลงไปแตะจุดตัดขาดทุนที่ 2,567 ดอลลาร์ เราก็จะขาดทุนไป 18 ดอลลาร์ซึ่งอยู่ในวงเงินที่เราตั้งไว้ แต่ถ้าราคาทะลุขึ้นไปและเราตั้งเป้าหมายที่ 2,579 ดอลลาร์ กำไรของเราจะเท่ากับ 9 ดอลลาร์ต่อล็อต คูณด้วย 0.06 ล็อตเท่ากับ 54 ดอลลาร์ ซึ่งให้อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่ 1 ต่อ 3 ซึ่งถือว่าดีมาก
ตัวอย่างการคำนวณกำไรและขาดทุนจากการเทรดจริง
ลองมาดูกรณีศึกษาที่เป็นตัวเลขจริงกันครับ สมมติว่าทองคำราคาปัจจุบันอยู่ที่ 2,565 ดอลลาร์ เราวิเคราะห์ว่าถ้าราคาทะลุ 2,569 ดอลลาร์ขึ้นไปได้ก็จะเป็นการยืนยันขาขึ้น เราจึงตั้ง Buy Stop ไว้ที่ 2,569 ดอลลาร์ ขนาดล็อตที่เราใช้คือ 0.05 ล็อต ตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 2,566 ดอลลาร์ และตั้งเป้าหมายที่ 2,578 ดอลลาร์
เมื่อราคาทองคำขยับขึ้นไปแตะ 2,569 ดอลลาร์ ระบบก็เปิดออเดอร์ซื้อให้เราทันที จากนั้นราคาก็วิ่งขึ้นไปตามที่เราคาดไว้จนไปแตะเป้าหมายที่ 2,578 ดอลลาร์ ออเดอร์ก็ปิดไปด้วยกำไร การคำนวณกำไรคือราคาขาย 2,578 ลบด้วยราคาซื้อ 2,569 เท่ากับ 9 ดอลลาร์ คูณด้วย 0.05 ล็อตซึ่งเท่ากับ 100 ดอลลาร์ต่อล็อตต่อดอลลาร์ ดังนั้นกำไรของเราจะเท่ากับ 9 คูณ 5 เท่ากับ 45 ดอลลาร์ แต่ถ้าเกิดราคาไม่ไปตามที่เราคาดและร่วงลงมาแตะจุดตัดขาดทุนที่ 2,566 ดอลลาร์ เราก็จะขาดทุน 3 ดอลลาร์ คูณด้วย 5 เท่ากับ 15 ดอลลาร์ ซึ่งในกรณีนี้อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนคือ 15 ดอลลาร์ต่อ 45 ดอลลาร์ หรือ 1 ต่อ 3 ครับ
การเปรียบเทียบประเภทคำสั่งเทรดทองคำที่ควรรู้

การเลือกใช้ประเภทคำสั่งที่เหมาะสมกับสถานการณ์ตลาดจะช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไรและลดความเสี่ยงได้ ซึ่งในตลาดทองคำเราสามารถเลือกใช้คำสั่งได้หลายแบบขึ้นอยู่กับว่าเราอยากเข้าตลาดแบบไหน
หลายคนถามผมว่าแล้วเราควรใช้คำสั่งแบบไหนดี คำตอบคือมันขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดของแต่ละคนครับ ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบวิ่งตามเทรนด์และอยากเข้าตอนที่ราคากำลังจะวิ่งแรง ๆ ก็ให้ใช้ Stop Order แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบรอราคาในระดับที่ดีกว่าปัจจุบันแล้วค่อยเข้า ก็ให้ใช้ Limit Order ส่วนคนที่อยากเข้าตลาดทันทีไม่รอราคา ก็ใช้ Market Order ไปเลย มาดูตารางเปรียบเทียบกันครับว่าแต่ละแบบต่างกันอย่างไร
| ประเภทคำสั่ง | ลักษณะการทำงาน | เหมาะกับสถานการณ์ตลาด | ข้อดีและข้อเสีย |
|---|---|---|---|
| Buy Stop | ตั้งคำสั่งซื้อไว้เหนือราคาปัจจุบัน รอราคาทะลุขึ้นไปแตะก่อนค่อยเปิดออเดอร์ | ตลาดที่กำลังจะทะลุแนวต้านสำคัญและกำลังจะเป็นขาขึ้นแรง | ข้อดีคือเข้าในจังหวะที่เทรนด์แน่นอน ข้อเสียคืออาจโดนสแกนราคาที่แนวต้าน |
| Sell Stop | ตั้งคำสั่งขายไว้ใต้ราคาปัจจุบัน รอราคาทะลุลงไปแตะก่อนค่อยเปิดออเดอร์ | ตลาดที่กำลังจะทะลุแนวรับสำคัญและกำลังจะเป็นขาลงแรง | ข้อดีคือเข้าตามเทรนด์ขาลงที่ยืนยันแล้ว ข้อเสียคืออาจโดนแรงสะท้อนกลับขึ้นมา |
| Buy Limit | ตั้งคำสั่งซื้อไว้ใต้ราคาปัจจุบัน รอราคาลงมาแตะระดับที่ตั้งไว้ก่อนค่อยเปิดออเดอร์ | ตลาดที่อยู่ในขาขึ้นแต่ราคาปรับตัวลงมาแล้วเราอยากซื้อในราคาที่ถูกลง | ข้อดีคือได้ราคาเข้าที่ดีกว่าปัจจุบัน ข้อเสียคือราคาอาจไม่ลงมาแตะจุดที่ตั้งไว้ |
| Market Order | สั่งซื้อหรือขายทันทีที่ราคาปัจจุบันในตลาด ไม่ต้องรอราคาเคลื่อนไหวไปแตะจุดใด | ตลาดที่มีข่าวสำคัญออกมาแล้วเราต้องการเข้าทันทีไม่รอช้า | ข้อดีคือเข้าตลาดได้ทันทีไม่พลาดจังหวะ ข้อเสียคืออาจได้ราคาที่ไม่ดีเพราะการรีเควอต |
กลยุทธ์การใช้ Stop Order จับเทรนด์ทองคำแบบมืออาชีพ
นักเทรดมืออาชีพมักใช้ Stop Order ร่วมกับการวิเคราะห์กราฟหลายระดับเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการเข้าตลาด โดยจะรอให้มีการยืนยันจากตัวชี้วัดหรือรูปแบบแท่งเทียนก่อนแล้วค่อยตั้งคำสั่งเทรดล่วงหน้า
กลยุทธ์ที่ผมใช้บ่อยเลยคือการรอให้ราคาทองคำไปแตะแนวต้านสำคัญในกราฟรายวันก่อน แล้วลงไปดูกราฟราย 4 ชั่วโมงว่ามีรูปแบบแท่งเทียนอะไรเกิดขึ้นบริเวณนั้น ถ้าเห็นว่ามีแท่งเทียนแบบ Doji หรือแท่งเทียงที่มีไส้ยาวเกิดขึ้น ก็แปลว่าตลาดกำลังลังเลและอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงทิศทางเกิดขึ้น แต่ถ้าราคาสามารถปิดเหนือแนวต้านในกราฟราย 4 ชั่วโมงได้ ผมก็จะตั้ง Buy Stop ไว้เหนือราคาปิดของแท่งเทียงนั้นประมาณ 1 ดอลลาร์ เพื่อรอให้ราคาวิ่งขึ้นไปและเปิดออเดอร์ให้ผมอัตโนมัติ
อีกกลยุทธ์หนึ่งที่นิยมใช้กันมากคือการรอให้ราคาทองคำไปทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบหลายวันก่อน แล้วค่อยตั้ง Buy Stop ไว้เหนือจุดสูงสุดนั้นเล็กน้อย สมมติว่าทองคำทำจุดสูงสุดในรอบ 5 วันที่ 2,569 ดอลลาร์ ผมก็จะตั้ง Buy Stop ไว้ที่ 2,570 ดอลลาร์ พอราคาทะลุขึ้นไปแตะจุดนั้น ก็แปลว่าแรงซื้อมีจริงและทองคำน่าจะวิ่งขึ้นไปอีก ผมจะตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 2,566 ดอลลาร์ซึ่งห่างจากจุดเข้า 4 ดอลลาร์ และตั้งเป้าหมายไว้ที่ 2,582 ดอลลาร์ซึ่งห่างจากจุดเข้า 12 ดอลลาร์ ให้อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่ 1 ต่อ 3 ครับ วิธีนี้จะทำให้เราไม่ต้องนั่งเดาว่าราคาจะทะลุได้หรือไม่ แต่ให้ตลาดมันพิสูจน์เองว่ามันจะวิ่งขึ้นไปจริง ๆ แล้วค่อยเข้าตาม
การใช้ตัวชี้วัดเสริมเพื่อยืนยันทิศทางก่อนตั้ง Stop Order
การใช้ตัวชี้วัดอย่างเช่น RSI หรือ MACD จะช่วยให้เรามั่นใจได้มากขึ้นว่าทิศทางที่ราคากำลังจะวิ่งไปนั้นมีแรงสนับสนุนจริง ผมมักจะดู RSI ก่อนว่ามันอยู่ในระดับใด ถ้ามันอยู่ในระดับที่สูงเกินไปก็อาจจะรอให้มันปรับลงมาก่อนแล้วค่อยตั้งคำสั่งซื้อ
ตัวอย่างเช่น ถ้า RSI อยู่ที่ 75 ก็แปลว่าทองคำอาจจะถูกซื้อมากเกินไปแล้ว การตั้ง Buy Stop ในจังหวะนี้อาจจะเสี่ยงเพราะราคาอาจจะปรับตัวลงมาก่อน ผมก็จะรอให้ RSI ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 50 ถึง 60 ก่อนแล้วค่อยตั้ง Buy Stop ไว้เหนือราคาปัจจุบัน ส่วน MACD ผมจะดูว่าเส้นค่าเฉลี่ยมันตัดกันในทิศทางใด ถ้าเส้นหลักตัดขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยก็แปลว่าโมเมนตัมกำลังเป็นขาขึ้น ผมก็จะมีความมั่นใจมากขึ้นที่จะตั้ง Buy Stop ไว้เหนือแนวต้านสำคัญ
ข้อผิดพลาดที่ต้องหลีกเลี่ยงเวลาใช้ Stop Order เทรดทองคำ
การใช้ Stop Order แม้จะเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ แต่ถ้าเราเข้าใจผิดหรือตั้งค่าไม่ถูกต้องก็อาจจะทำให้เราเสียเงินได้ ดังนั้นการรู้ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยจะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงได้
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการตั้ง Stop Order ไว้ใกล้แนวต้านหรือแนวรับมากเกินไป ผมเห็นหลายคนตั้ง Buy Stop ไว้ที่ราคา 2,569 ดอลลาร์พอดีกับแนวต้านเลย พอราคาทองคำขยับขึ้นไปแตะแล้วดีดกลับลงมา ออเดอร์ก็ถูกเปิดแล้วก็โดนตัดขาดทุนทันที ที่ถูกคือต้องตั้งห่างไปสัก 1 ถึง 2 ดอลลาร์เพื่อให้แน่ใจว่าราคาทะลุจริง ๆ ข้อผิดพลาดอีกอย่างคือการตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ใกล้จุดเข้ามากเกินไป เช่นตั้งซื้อที่ 2,570 ดอลลาร์แล้วตั้งตัดขาดทุนที่ 2,569 ดอลลาร์ แค่ราคาขยับลงมา 1 ดอลลาร์ก็โดนตัดแล้ว ทองคำมันมีการสแกนราคาบ่อยมาก ดังนั้นจุดตัดขาดทุนควรห่างจากจุดเข้าอย่างน้อย 2 ถึง 3 ดอลลาร์ขึ้นไป
อีกข้อผิดพลาดหนึ่งคือการไม่คำนึงถึงช่วงเวลาที่เทรด ทองคำจะมีความผันผวนสูงมากในช่วงที่มีข่าวเศรษฐกิจสำคัญออกมา เช่นข่าวอัตราเงินเฟ้อหรือการประชุมธนาคารกลาง ในช่วงเวลาเหล่านี้ราคาอาจจะกระโดดไปมาอย่างรุนแรงจนทำให้ Stop Order ของเราถูกเปิดในราคาที่ไม่ได้ตั้งไว้ ซึ่งเรียกว่าสลิปเพจ สมมติเราตั้ง Buy Stop ไว้ที่ 2,570 ดอลลาร์ แต่พอข่าวออกมาราคากระโดดขึ้นไปที่ 2,573 ดอลลาร์เลย ระบบก็จะเปิดออเดอร์ให้เราที่ราคา 2,573 ดอลลาร์แทน ซึ่งทำให้จุดตัดขาดทุนที่เราตั้งไว้ใกล้ขึ้นมาก ดังนั้นถ้ารู้ว่าจะมีข่าวสำคัญก็ควรระวังหรืออาจจะยกเลิก Stop Order ไปก่อนก็ได้ครับ
การจัดการความเสี่ยงเมื่อราคาทะลุกรอบแล้ววิ่งไม่ไกล
บางครั้งราคาทองคำทะลุกรอบขึ้นไปได้จริงแต่ว่าวิ่งไปได้ไม่กี่ดอลลาร์ก็หยุดแล้วกลับตัวลงมา กรณีแบบนี้เราควรมีแผนสำรองไว้ด้วย ผมมักจะตั้งเป้าหมายกำไรแบบเป็นขั้นบันได คือปิดครึ่งล็อตที่กำไร 3 ดอลลาร์ก่อน แล้วย้ายจุดตัดขาดทุนของล็อตที่เหลือไปไว้ที่จุดเข้า วิธีนี้จะทำให้เราไม่ขาดทุนแม้ราคาจะกลับตัวลงมาก็ตาม
ตัวอย่างเช่น ถ้าเราเปิดซื้อที่ 2,570 ดอลลาร์ด้วยล็อต 0.1 เมื่อราคาขึ้นไปที่ 2,573 ดอลลาร์เราก็ปิดไป 0.05 ล็อตก่อนได้กำไร 15 ดอลลาร์ แล้วย้ายจุดตัดขาดทุนของ 0.05 ล็อตที่เหลือไปไว้ที่ 2,570 ดอลลาร์ ถ้าราคาขึ้นไปต่อก็ดีไป แต่ถ้าราคากลับลงมาเราก็ยังไม่ขาดทุนเพราะจุดตัดขาดทุนอยู่ที่จุดเข้าพอดี วิธีนี้จะช่วยให้เราเทรดได้สบายใจขึ้นมากครับ
สรุปแนวทางการใช้ Stop Order เทรดทองคำให้ได้ผล
การใช้ Stop Order เทรดทองคำเป็นวิธีที่ดีมากสำหรับนักเทรดที่ไม่สามารถนั่งจ้องจอได้ตลอดเวลา แต่สิ่งสำคัญคือต้องตั้งคำสั่งให้สมเหตุสมผลและคำนวณความเสี่ยงให้รัดกุม การตั้ง Stop Order ไม่ใช่การเดาทาง แต่เป็นการรอให้ตลาดยืนยันทิศทางก่อนแล้วค่อยเข้าตาม ถ้าทำได้แบบนี้โอกาสทำกำไรในระยะยาวจะสูงขึ้นมากครับ
ขอให้ทุกคนจำไว้ว่าไม่มีกลยุทธ์ไหนที่ได้กำไรทุกไม้ สิ่งสำคัญคือการจัดการความเสี่ยงให้ดีและทำตามแผนที่วางไว้อย่างมีวินัย ถ้าคุณตั้ง Stop Order ไว้แล้วราคาไม่ไปแตะก็ไม่เป็นไร รอคราวหน้าได้เลย ดีกว่าเสียเงินไปเพราะการเดาล่วงหน้า ขอให้ทุกคนเทรดทองคำอย่างมีความสุขและมีวินัยนะครับ
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย

Stop Order ทองคำคืออะไร
Stop Order คือคำสั่งเทรดล่วงหน้าที่รอให้ราคาทองคำเคลื่อนไหวไปถึงระดับที่เรากำหนดไว้ก่อนแล้วค่อยเปิดออเดอร์ ไม่ใช่การเทรดทันทีที่ราคาปัจจุบัน หากตั้งซื้อไว้ระบบจะรอจนราคาทะลุขึ้นไปแตะจุดที่กำหนดแล้วค่อยส่งคำสั่งเข้าตลาด ส่วนการขายก็จะรอให้ราคาร่วงลงไปแตะเป้าหมายก่อน วิธีนี้เหมาะกับนักเทรดที่ไม่อยากนั่งจ้องจอทั้งวันและอยากจังหวะเข้าตอนที่ตลาดมีแรงซื้อหรือแรงขายแรงจริง
ทำไมเทรดทองคำต้องใช้ Stop Order จับการทะลุกรอบราคา
ทองคำเป็นสินค้าที่ขยับตัวเร็วและมีแรงสะท้อนสูงมาก การรอให้ราคาทะลุกรอบสำคัญแล้วค่อยเข้าด้วย Stop Order จะช่วยกรองสัญญาณเท็จได้ดีกว่าการเดาล่วงหน้า เพราะเรายืนยันได้เลยว่าตลาดมีความตั้งใจจะพาทองคำไปทิศทางนั้นจริง นอกจากนี้ยังทำให้เราเข้าตลาดในจังหวะที่เทรนด์กำลังจะวิ่งแรง ลดความเสี่ยงที่จะโดนแรงสะท้อนกลับจากการเทรดฝืนกระแส
ตั้งจุดตัดขาดทุนทองคำห่างจากจุดเข้ากี่พิปถึงจะปลอดภัย
สำหรับทองคำหนึ่งดอลลาร์เท่ากับหนึ่งดอลลาร์ต่อนซ์ ซึ่งบางโบรกเกอร์อาจแสดงเป็นพิปละ 100 จุดก็ได้ การตั้งจุดตัดขาดทุนควรดูจากโครงสร้างกราฟเป็นหลัก เช่น ตั้งไว้ใต้แนวรับที่ราคาเพิ่งทะลุขึ้นมาประมาณ 2 ถึง 3 ดอลลาร์ ถ้าราคาทะลุกรอบที่ 2,569 ดอลลาร์ จุดตัดขาดทุนอาจอยู่ที่ 2,566 ดอลลาร์ การตั้งใกล้เกินไปจะทำให้โดนหยุดง่ายเพราะทองคำมีการสแกนราคา แต่ถ้าตั้งไกลเกินไปก็จะเสี่ยงเสียเงินมากเกินไป
ควรใช้ล็อตเท่าไรถ้าเทรดทองคำด้วย Stop Order
การคำนวณขนาดล็อตต้องอิงจากจำนวนเงินทุนและระยะห่างของจุดตัดขาดทุนเป็นหลัก สมมติว่าเรามีทุน 1,000 ดอลลาร์และยอมรับความเสี่ยงที่ 2 เปอร์เซ็นต์ต่อไม้ เท่ากับว่าเราจะขาดทุนไม่เกิน 20 ดอลลาร์ ถ้าจุดตัดขาดทุนห่างจากจุดเข้า 3 ดอลลาร์ เราก็จะสามารถเปิดออเดอร์ได้ที่ 0.06 ล็อต ซึ่งจะให้มูลค่าการขาดทุนตรงตามกฎที่ตั้งไว้ ห้ามตั้งล็อตใหญ่จนเกินไปเพราะทองคำวิ่งแรงอาจทำให้พินิจบัญชีพังได้
Stop Order กับ Limit Order ต่างกันอย่างไร
Stop Order จะเป็นการเปิดออเดอร์ตามทิศทางของราคาที่กำลังจะวิ่งไป คือซื้อตอนราคากำลังขึ้นแรงหรือขายตอนราคากำลังลงแรง ส่วน Limit Order จะเป็นการวางคำสั่งรอราคาที่ดีกว่าราคาปัจจุบัน เช่น ซื้อตอนราคาลงมาถูกกว่าเดิมหรือขายตอนราคาขึ้นไปแพงกว่าเดิม การเลือกใช้แต่ละแบบขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดว่าชอบวิ่งตามเทรนด์หรือชอบเล่นจุดกลับตัวมากกว่ากัน
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย












TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文