เทคนิค Trailing Stop ทองคำ คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยล็อคกำไรไม่ให้หายวับไปกับความผันผวนของราคา ลากจุดตัดขาดทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยงอย่างปลอดภัย 1


ทำไมการเทรดทองคำต้องรู้จักการลากจุดตัดขาดทุน
การเทรดทองคำมีความผันผวนสูง การลากจุดตัดขาดทุนจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการจำกัดความเสียหายและปกป้องเงินทุนรวมของผู้ลงทุนจากความเสี่ยงที่ไม่คาดฝัน เนื่องจากในช่วงเดือนมีนาคม 2023 ราคาทองคำมีความผันผวนสูงถึงกว่า 10% ภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ ตามรายงานของ World Gold Council การกำหนดจุดนี้จึงช่วยให้ผู้เทรดเลือกปิดสถานะได้อย่างอัตโนมัติก่อนขาดทุนมากเกินไป ทำให้สามารถรักษาแคปต้าการเทรดเพื่อใช้ลุ้นกำไรในโอกาสต่อไปได้อย่างยั่งยืน
ทองคำเป็นสินค้าที่มีความผันผวนสูงมาก บางครั้งราคาวิ่งไปไกลแต่ก็สามารถดึงกลับได้เร็วและรุนแรงพอๆ กัน การที่เราจะปล่อยให้กำไรวิ่งไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการป้องกันใดๆ มันก็เสี่ยงที่กำไรที่ได้มาจะหายวับไปในพริบตา การลากจุดตัดขาดทุนจึงเป็นเกราะคุ้มกันกำไรของเราไว้
หลายคนเจอปัญหาเดียวกันคือเปิดออเดอร์ซื้อไปแล้วราคาขึ้นไปได้ดี พอเห็นกำไรเป็นสิบดอลลาร์ก็ดีใจ แต่ไม่ยอมปรับจุดตัดขาดทุนขึ้นไปตามราคา สักพักราคาทองคำเกิดดึงกลับแรงเพราะมีการทำกำไรจากผู้ซื้อรายใหญ่ ราคาทะลุลงมาจนกลายเป็นขาดทุนทั้งที่เครดิตเคยบวกอยู่ ความรู้สึกแบบนี้แย่ที่สุดเพราะมันทำให้เราเสียสติและเทรดตามอารมณ์ในครั้งต่อไป ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
การลากจุดตัดขาดทุนหรือที่เราเรียกว่า Trailing Stop ก็คือการเอาจุดที่เราจะยอมรับการขาดทุนนั้นลากตามทิศทางราคาที่เราเปิดออเดอร์ไว้ ถ้าซื้อก็ลากขึ้นไปเรื่อยๆ ถ้าขายก็ลากลงไปเรื่อยๆ เป้าหมายคือเมื่อราคาย้อนกลับเราจะได้ปิดออเดอร์ที่จุดที่ยังมีกำไรอยู่ แม้จะไม่ใช่กำไรที่จุดสูงสุดของราคาก็ตาม มันคือการแลกเปลี่ยนระหว่างการยอมเสียกำไรส่วนหนึ่งเพื่อรักษากำไรส่วนที่เหลือให้ได้มากที่สุด
วิธีตั้งจุดตัดขาดทุนให้สมเหตุสมผลตามโครงสร้างราคา
การตั้งจุดตัดขาดทุนที่สมเหตุสมผลต้องอ้างอิงจากโครงสร้างราคา เช่น การวางบริเวณใต้แนวรับสำคัญหรือระดับ Low ของแท่งเทียน หากราคาทะลุลงมาถือว่าโครงสร้างตลาดเปลี่ยนและควรตัดสถานะทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงการขาดทุนอย่างรุนแรง แนวคิดนี้สอดคล้องกับหลักการบริหารความเสี่ยงที่แนะนำให้ใช้เงินทุนเพียง 1-2% ของพอร์ตในการเสี่ยงต่อไม่มากกว่านั้น เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการวิเคราะห์ทิศทางและการปกป้องเงินลงทุนในอย่างเข้มงวด
การลากจุดตัดขาดทุนไม่ใช่การกำหนดตัวเลขสุ่มขึ้นมา แต่ต้องอ้างอิงจากพฤติกรรมของราคาที่เกิดขึ้นจริงบนกราฟ เพื่อให้จุดที่เราตั้งนั้นมีความหมายและไม่โดนราคาเล่นง่ายๆ เมนเทอร์แนะนำให้ดูจากแท่งเทียนและจุดสูงสุดใหม่ที่ราคาสร้างขึ้นมาเป็นหลักในการพิจารณา
วิธีที่นิยมที่สุดคือการใช้จุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดของแท่งเทียนเป็นตัวอ้างอิง สมมติว่าเราซื้อทองคำแล้วราคาขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ เราก็จะเอาจุดตัดขาดทุนเดิมลากขึ้นไปไว้ที่ใต้แท่งเทียนที่ผ่านมา ถ้าราคามีการดึงกลับและทะลุลงมาต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิม แสดงว่าโมเมนตัมขาขึ้นอ่อนลงแล้ว เราก็ควรปิดออเดอร์เก็บกำไรไปก่อน การตั้งแบบนี้จะทำให้จุดตัดขาดทุนของเรามีเหตุผลรองรับ ไม่ใช่ตั้งเพราะความรู้สึกว่าราคาน่าจะลงมาแค่ไหน
อีกวิธีคือการใช้เส้นค่าเฉลี่ยมาช่วย เช่นเส้นค่าเฉลี่ย 20 แท่ง ถ้าราคาปิดอยู่เหนือเส้นนี้และเริ่มเดินขาขึ้น เราก็สามารถลากจุดตัดขาดทุนไว้ใต้เส้นค่าเฉลี่ยนั้นได้ เพราะถ้าราคาลงมาทะลุเส้นค่าเฉลี่ย แสดงว่าเทรนด์อาจจะเปลี่ยนแล้ว การใช้เส้นค่าเฉลี่ยจะทำให้จุดตัดขาดทุนของเราเคลื่อนที่ไปตามแนวโน้มของราคาอย่างนุ่มนวล ไม่กระโดดไปมาตามแท่งเทียนเดียวที่อาจจะมีหางยาวผิดปกติ
การใช้ระยะทางในการลากตามราคาอย่างปลอดภัย
การใช้ระยะทางในการลากจุดตัดขาดทุนตามราคาต้องคำนึงถึงค่าเฉลี่ยการเคลื่อนไหวของราคาในแต่ละวันเพื่อป้องกันการถูกตัดก่อนราคาจะวิ่งไปในทิศทางที่คาดการณ์ไว้ การรักษาระยะห่างที่เหมาะสมจะช่วยกรองสัญญาณรบกวนหรือ Noise ที่เกิดจากการซื้อขายในระยะสั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะหากระยะใกล้เกินไปอาจทำให้พลาดกำไรและขาดทุนบ่อยครั้งจนส่งผลเสียต่อพอร์ตการลงทุนในระยะยาว
การกำหนดระยะห่างระหว่างราคาปัจจุบันกับจุดตัดขาดทุนเป็นเรื่องละเอียด ถ้าตั้งไกลเกินไปก็เสียกำไรไปเปล่าๆ แต่ถ้าตั้งใกล้เกินไปก็จะโดนราคาแทะเอาก่อนจะวิ่งไปทิศทางที่เราคาดไว้ เราต้องหาสมดุลให้ได้โดยดูจากช่วงเวลาที่เทรดและความผันผวนของทองคำในขณะนั้น
ในกรอบเวลา 15 นาทีหรือ 1 ชั่วโมง การแกว่งตัวของราคาทองคำอาจจะอยู่ที่ 3 ถึง 5 ดอลลาร์ ดังนั้นถ้าเราตั้งจุดตัดขาดทุนไว้แค่ 2 ดอลลาร์จากราคาปัจจุบัน โอกาสที่จะโดนตัดก่อนราคาจะไปต่อมีสูงมาก เราควรตั้งให้ห่างอย่างน้อย 5 ดอลลาร์หรือมากกว่านั้นถ้าช่วงนั้นมีข่าวสำคัญ ส่วนในกรอบเวลารายวันที่ราคาสามารถเคลื่อนไหวได้ 10 ถึง 20 ดอลลาร์ต่อวัน การตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 8 ถึง 15 ดอลลาร์จะปลอดภัยกว่าและไม่โดนหางเทียนยาวๆ เล่นง่ายๆ
อีกเทคนิคคือการดูค่าเฉลี่ยการเคลื่อนไหวของราคาในแต่ละแท่ง ถ้าทองคำในช่วงนั้นแกว่งตัวเฉลี่ยแท่งละ 4 ดอลลาร์ เราก็ควรตั้งจุดตัดขาดทุนให้ห่างจากราคาอย่างน้อย 1.5 เท่าของค่าเฉลี่ยนั้น คือประมาณ 6 ดอลลาร์ เพื่อให้แน่ใจว่าราคาจะไม่มาแตะจุดของเราในการดึงกลับปกติ แต่ถ้าราคาทะลุจุดนั้นไปได้ก็แสดงว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไปและเราควรออกจากตลาด
ตัวอย่างการคำนวณกำไรจากการลากจุดตัดขาดทุนจริง
การคำนวณกำไรจากการลากจุดตัดขาดทุนสามารถทำได้โดยพิจารณาอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน เช่น หากตัดขาดทุนที่ 10 ดอลลาร์และตั้งเป้ากำไรที่ 30 ดอลลาร์ จะได้อัตราส่วน 1:3 ซึ่งเป็นการบริหารความเสี่ยงที่ดีในการเทรดสินค้าโภคภัณฑ์อย่างทองคำ โดยผู้เทรดที่รักษาอัตราส่วนนี้สามารถทำกำไรได้แม้จะเทรดผิดพลาดถึง 60% ของครั้งทั้งหมด การคำนวณเช่นนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าการปล่อยให้กำไรวิ่งและจำกัดการขาดทุนจะนำไปสู่ความสำเร็จในระยะยาว
มาดูตัวอย่างจริงเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าการลากจุดตัดขาดทุนช่วยล็อคกำไรได้อย่างไร สมมติว่าเราเปิดออเดอร์ซื้อทองคำที่ราคา 2,350 ดอลลาร์ต่อนซ์ ขนาดล็อต 0.1 โดยตั้งจุดตัดขาดทุนเริ่มต้นไว้ที่ 2,345 ดอลลาร์ ซึ่งห่างจากราคาเปิดออเดอร์ 5 ดอลลาร์ ความเสี่ยงในตอนเริ่มต้นของเราคือ 5 ดอลลาร์คูณด้วย 0.1 ล็อตเท่ากับ 50 ดอลลาร์
หลังจากเปิดออเดอร์ไปราคาทองคำเริ่มขึ้นไปที่ 2,358 ดอลลาร์ ทำให้เรามีกำไรลอย 8 ดอลลาร์ ในจุดนี้เราตัดสินใจลากจุดตัดขาดทุนจาก 2,345 ดอลลาร์ขึ้นไปที่ 2,353 ดอลลาร์ ซึ่งห่างจากราคาปัจจุบัน 5 ดอลลาร์เท่าเดิม แต่ตอนนี้จุดตัดขาดทุนของเราอยู่เหนือจุดเปิดออเดอร์แล้ว คือเราล็อคกำไรไว้ 3 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงิน 30 ดอลลาร์ ถ้าราคาย้อนกลับลงมาแตะ 2,353 เราก็จะได้กำไร 30 ดอลลาร์แน่นอน
ราคาทองคำยังขยายตัวต่อไปจนถึง 2,368 ดอลลาร์ เราก็ลากจุดตัดขาดทุนขึ้นไปอีกที่ 2,363 ดอลลาร์ ตอนนี้กำไรที่เราล็อคไว้คือ 13 ดอลลาร์หรือ 130 ดอลลาร์ สุดท้ายราคาเกิดการดึงกลับแรงและทะลุลงมาแตะจุดตัดขาดทุนที่ 2,363 ออเดอร์ปิดลง เราได้กำไร 130 ดอลลาร์ แม้ว่าราคาจะเคยขึ้นไปสูงสุดที่ 2,368 และเราจะไม่ได้กำไรถึง 180 ดอลลาร์ก็ตาม แต่เราก็เซฟกำไรไว้ได้เยอะมากโดยไม่ต้องเสี่ยงให้ราคากลับไปเป็นขาดทุน
การเปรียบเทียบวิธีลากจุดตัดขาดทุนแบบต่างๆ
การเปรียบเทียบวิธีลากจุดตัดขาดทุนแบบต่างๆ เช่น แบบตายตัวเทียบกับแบบตามราคาหรือ Trailing Stop พบว่าแต่ละวิธีมีความเหมาะสมที่แตกต่างกัน โดยแบบตายตัวเหมาะกับตลาดที่มีแนวโน้มชัดเจน ส่วนแบบตามราคาเหมาะกับตลาดที่ผันผวนสูงเพื่อล็อคกำไรและป้องกันการกลับตัวของราคา อย่างไรก็ตาม ผู้เทรดที่ประสบความสำเร็จมักจะเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดและสภาพตลาดในขณะนั้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงและเงินทุนของตนเองอย่างต่อเนื่อง
การลากจุดตัดขาดทุนมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดและความเข้าใจของแต่ละคน การเลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเองจะช่วยให้เทรดได้สบายใจและมีประสิทธิภาพมากที่สุด มาดูข้อดีข้อเสียของแต่ละวิธีเพื่อเป็นทางเลือกในการนำไปใช้
| วิธีลากจุดตัดขาดทุน | หลักการทำงาน | ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|---|---|
| ตามหางแท่งเทียน | ลากตามจุดสูงหรือต่ำสุดของแท่งเทียนย้อนหลัง 1-2 แท่ง | ตอบสนองต่อโครงสร้างราคาได้ดีที่สุด ไม่ต้องใช้อินดิเคเตอร์ | บางครั้งหางเทียนยาวผิดปกติทำให้จุดหดเกินไป |
| ตามเส้นค่าเฉลี่ย | ลากจุดตามเส้นค่าเฉลี่ย เช่นเส้น 20 หรือ 50 แท่ง | เคลื่อนที่นุ่มนวล ไม่โดนหางเทียนเดียวกระทบ | ในตลาดไซด์เวย์จะโดนแทะบ่อยครั้งเพราะราคาข้ามเส้นไปมา |
| ระยะคงที่ | ตั้งระยะห่างจากราคาปัจจุบันคงที่ เช่น 5 ดอลลาร์ตลอดเวลา | คำนวณง่าย ควบคุมความเสี่ยงได้ชัดเจน | ไม่รับรู้ความผันผวนที่เปลี่ยนไปของตลาดในแต่ละช่วง |
| Parabolic SAR | ใช้จุดของอินดิเคเตอร์ที่ตามราคาอย่างชาญฉลาด | ทำงานอัตโนมัติตามโมเมนตัมของราคา | ในตลาดที่แกว่งเยอะจะสลับจุดเร็วเกินไปทำให้เสียโอกาส |
ข้อผิดพลาดที่ต้องหลีกเลี่ยงเมื่อใช้เทคนิคนี้
ข้อผิดพลาดที่ต้องหลีกเลี่ยงเมื่อใช้เทคนิคนี้คือการย้ายจุดตัดขาดทุนออกไกล้เพราะไม่อยากขาดทุน หรือการตั้งจุดไว้ใกล้เกินไปจนถูกกระตุ้นโดยสัญญาณรบกวนจากการเก็งกำไรระยะสั้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ผู้เทรดบางรายมักใช้อารมณ์เข้ามาตัดสินใจแทนระบบที่วางไว้ จนทำให้กลายเป็นการฝ่าฝืนกฎที่ตนเองตั้งไว้และส่งผลให้ขาดทุนหนักกว่าเดิม การยึดมั่นในแผนการเทรดอย่างเคร่งครัดจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาดดังกล่าวและรักษาวินัยไว้ได้อย่างถาวร
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการย่อระยะจุดตัดขาดทุนจากราคาเข้ามาใกล้เกินไปเพราะกลัวว่ากำไรจะหายไป พอเราย่อระยะเข้ามาเราก็เพิ่มความเสี่ยงที่ราคาจะมาแตะจุดนั้นก่อนจะวิ่งไปทิศทางที่เราคาดไว้ ทำให้เราเสียออเดอร์ที่ควรจะเป็นออเดอร์ที่ทำกำไรได้ดี ความกลัวทำให้เราตัดสินใจผิดพลาดและเสียโอกาสในการทำกำไรในขาใหญ่
อีกข้อผิดพลาดคือการลากจุดตัดขาดทุนโดยไม่รอให้ราคาปิดแท่งเทียนก่อน บางคนเห็นราคาวิ่งขึ้นไปในระหว่างที่แท่งเทียนยังไม่ปิดก็รีบลากจุดขึ้นไปตามหางเทียนทันที พอราคาดึงกลับแท่งเทียนก็ปิดลงมาต่ำกว่าที่คาด จุดตัดขาดทุนที่เราลากไปก็เลยโดนแทะเอาง่ายๆ ควรรอให้แท่งเทียนปิดก่อนแล้วค่อยปรับจุดตัดขาดทุนตามจุดสูงหรือต่ำสุดของแท่งที่ปิดไปแล้วจะปลอดภัยกว่า
สุดท้ายคือการไม่ยอมปรับจุดตัดขาดทุนเลยตั้งแต่เปิดออเดอร์ ปล่อยให้จุดตัดขาดทุนอยู่ที่เดิมตลอดเวลา ถ้าราคาขึ้นไปไกลแล้วย้อนกลับมาแตะจุดตัดขาดทุนเดิม เราก็จะขาดทุนเต็มจำนวนทั้งที่เคยมีกำไรลอยอยู่เยอะ การไม่ยอมปรับจุดตัดขาดทุนเป็นการเสี่ยงที่ไม่จำเป็นเลย เพราะเราสามารถลดความเสี่ยงได้โดยไม่ต้องปิดออเดอร์ แค่ลากจุดตัดขาดทุนขึ้นไปให้เลยจุดเปิดออเดอร์ก็พอแล้วในขั้นต้น
การปรับใช้กับช่วงเวลาที่ตลาดเปิดทำการ
ช่วงเวลาที่ตลาดเปิดทำการส่งผลต่อความผันผวนของทองคำโดยตรง การรู้จักลักษณะของแต่ละช่วงเวลาจะช่วยให้เราปรับระยะการลากจุดตัดขาดทุนได้เหมาะสม ไม่ใช่ตั้งค่าเดียวแล้วใช้กับทุกช่วงเวลาเพราะพฤติกรรมราคามันไม่เหมือนกัน
ในช่วงเปิดตลาดลอนดอนและนิวยอร์กที่มีปริมาณการซื้อขายสูง ราคาทองคำจะเคลื่อนไหวเร็วและแรง การลากจุดตัดขาดทุนในช่วงนี้ควรใช้ระยะที่กว้างขึ้น เพราะถ้าตั้งแค่เกินไปจะโดนการแกว่งตัวของราคาตัดออกก่อนจะได้ไปต่อ แต่ในช่วงเปิดตลาดเอเชียที่ความผันผวนต่ำกว่า ราคามักจะเดินขึ้นหรือลงช้าๆ การใช้ระยะที่แคบกว่าจะเหมาะสมกว่าเพราะไม่ต้องการให้กำไรหดไปเยอะในตลาดที่เคลื่อนไหวช้า
นอกจากนี้ในช่วงที่มีการประกาศข่าวเศรษฐกิจสำคัญ เช่นข้อมูลเงินเฟ้อหรือการประชุมธนาคารกลาง ราคาทองคำอาจจะกระโดดไปมาแรงมากในระยะเวลาสั้นๆ ในช่วงเวลาแบบนี้การลากจุดตัดขาดทุนแบบอัตโนมัติอาจจะอันตรายเพราะราคาอาจจะวิ่งไปแตะจุดของเราแล้ววิ่งกลับทิศทางเดิมทันที บางครั้งอาจจะดีกว่าที่จะปิดออเดอร์เก็บกำไรก่อนข่าวออก หรือถ้าจะถือต่อก็ต้องขยายระยะจุดตัดขาดทุนให้กว้างพอที่จะรองรับการกระโดดของราคาได้
สรุปแนวทางการล็อคกำไรทองคำให้ได้ผลจริง
การใช้เทคนิคการลากจุดตัดขาดทุนในการเทรดทองคำไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องอาศัยวินัยและความเข้าใจในพฤติกรรมของราคา ถ้าเราทำได้อย่างถูกต้อง มันจะกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยเซฟกำไรและลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องคอยจ้องหน้าจอตลอดเวลาหรือเครียดกับการตัดสินใจว่าจะปิดออเดอร์เมื่อไหร่
หัวใจสำคัญคือการเลือกวิธีที่เหมาะกับสไตล์การเทรดของเรา ไม่ว่าจะเป็นการลากตามหางแท่งเทียน ตามเส้นค่าเฉลี่ย หรือใช้ระยะคงที่ แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องสม่ำเสมอในการปรับจุดตัดขาดทุน อย่าปล่อยให้กำไรลอยโดยไม่มีการป้องกัน และอย่าตื่นตระหนกจนย่อระยะเข้ามาใกล้เกินไปจนทำให้เสียออเดอร์ที่ดีไป
สุดท้ายให้จำไว้ว่าเป้าหมายของการเทรดไม่ใช่การได้กำไรสูงสุดที่จุดสูงสุดของราคา เพราะนั่นเป็นไปไม่ได้ในระยะยาว เป้าหมายคือการได้กำไรที่สม่ำเสมอและปลอดภัย การลากจุดตัดขาดทุนช่วยให้เราทำสิ่งนั้นได้ โดยยอมเสียกำไรส่วนหนึ่งเพื่อแลกกับความแน่นอนว่าเราจะไม่ขาดทุนในออเดอร์ที่เคยมีกำไร ถ้าเข้าใจและทำได้แบบนี้ การเทรดทองคำของคุณจะมีความสุขและทำกำไรได้ยั่งยืนกว่าเดิมแน่นอน
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการลากจุดตัดขาดทุนในการเทรดทองคำมักเกี่ยวข้องกับระยะทางที่เหมาะสมและช่วงเวลาที่ควรปรับเปลี่ยนจุดดังกล่าว โดยคำตอบส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับสภาพตลาดและความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนแต่ละรายสามารถรับได้ การทำความเข้าใจพื้นฐานเหล่านี้จะช่วยลดความสับสนและเพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจซื้อขาย อย่างไรก็ตาม ไม่มีสูตรสำเร็จที่ตายตัว การทดสอบและปรับปรุงกลยุทธ์การเทรดอยู่เสมอจึงเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาตัวเองให้เป็นผู้เทรดที่มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จ
Trailing Stop ทองคำคืออะไร
Trailing Stop คือการปรับจุดตัดขาดทุนให้ตามหางราคาขึ้นไปเรื่อยๆ เมื่อราคาทองคำเคลื่อนไหวในทิศทางที่เราเปิดออเดอร์ไว้ เป้าหมายคือล็อคกำไรที่เพิ่มขึ้นไว้ไม่ให้หายไปถ้าราคาย้อนกลับ วิธีนี้เหมาะกับตลาดที่มีเทรนด์ชัดเจน ทำให้เราไม่ต้องคอยจ้องหน้าจอตลอดเวลา แต่ยังได้ประโยชน์จากการขยายของกำไรในขาใหญ่
ควรตั้งระยะ Trailing Stop ทองคำกี่ดอลลาร์
ระยะที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับกรอบเวลาที่เทรดและความผันผวนของราคาในขณะนั้น ถ้าเทรดกรอบ 15 นาทีอาจใช้ระยะ 3-5 ดอลลาร์ แต่ถ้าเทรดกรอบ 4 ชั่วโมงหรือรายวันอาจต้องใช้ระยะ 8-15 ดอลลาร์เพื่อให้รองรับการแกว่งตัวของราคา การตั้งระยะแค่เกินไปจะทำให้โดนตัดกำไรก่อนราคาจะวิ่งต่อ ส่วนระยะที่กว้างเกินไปจะทำให้กำไรหดหายไปเยอะเมื่อราคาย้อนกลับ
Trailing Stop แบบไหนเหมาะกับมือใหม่
สำหรับมือใหม่แนะนำให้ใช้การปรับจุดตัดขาดทุนด้วยมือตามจุดสูงสุดของแท่งเทียนที่ผ่านมา เพราะทำได้ง่ายและเข้าใจตรรกะของตลาดได้ชัดเจน วิธีนี้ไม่ต้องพึ่งพาอินดิเคเตอร์ซับซ้อนและสามารถฝึกการอ่านพฤติกรรมราคาไปพร้อมกัน พอคุ้นเคยแล้วค่อยไปลองใช้ Parabolic SAR หรือเส้นค่าเฉลี่ยเข้ามาช่วยกำหนดจุดหยุดตามราคาแบบอัตโนมัติ
ทำไม Trailing Stop บางครั้งกลับทำให้กำไรน้อยลง
ปัญหานี้เกิดขึ้นเมื่อเราตั้งระยะตามหางราคาไว้แค่เกินไปในช่วงที่ตลาดแกว่งตัวรุนแรง ราคาอาจจะดึงกลับเล็กน้อยเพื่อสร้างแท่งเทียนก่อนจะวิ่งต่อ แต่จุดตัดขาดทุนของเรากลับโดนไล่ตีบติดและปิดออเดอร์กำไรน้อยก่อนจะราคาจะไปต่อจริงๆ วิธีแก้คือต้องขยายระยะให้กว้างขึ้นหรือรอให้ราคาผ่านจุดสูงสุดเดิมอย่างชัดเจนก่อนค่อยเลื่อนจุดตัดขาดทุนขึ้นไป
ใช้ Trailing Stop ตอนไหนถึงจะได้ผลดีที่สุด
ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือตอนที่ทองคำมีเทรนด์ขาขึ้นหรือขาลงที่แข็งแรงและมีโมเมนตัมสูง เช่นช่วงเปิดตลาดลอนดอนหรือนิวยอร์กที่มีปริมาณการซื้อขายเข้ามามาก ถ้าใช้ในช่วงที่ราคาไซด์เวย์แกว่งไปมาไม่มีทิศทางชัดเจนจะทำให้โดนตัดบ่อยครั้งและขาดทุนสะสม ดังนั้นควรดูสภาพตลาดก่อนเสมอว่ามีเทรนด์จริงก่อนค่อยตั้ง Trailing Stop
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย










TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文