Evening Star คือสัญญาณกลับตัวขาลงสำคัญ บทความนี้สอนเทรดทองคำ XAU อย่างปลอดภัย พร้อมเช็กทุนไหล SPDR ก่อนเข้าออเดอร์ 1
- Evening Star คืออะไร ทำไมถึงสำคัญสำหรับเทรดทองคำ
- วิธีอ่านแท่งเทียน Evening Star ให้เห็นภาพจริง
- เงื่อนไขการเข้าเทรดทองคำด้วย Evening Star
- การคำนวณขนาดล็อตและกำไรขาดทุนจากสัญญาณ Evening Star
- การใช้อินดิเคเตอร์เสริมเพื่อยืนยันสัญญาณ Evening Star
- ตารางเปรียบเทียบ Evening Star กับรูปแบบกลับตัวอื่นๆ
- คำถามที่พบบ่อย

รูปแบบ Evening Star หรือดาวค่ำเป็นสัญญาณกลับตัวจากขาขึ้นเป็นขาลงที่ทรงพลังมาก บทความนี้จะมาสอนวิธีอ่านแท่งเทียนและเข้าเทรดทองคำ XAU ให้ปลอดภัยพร้อมการคำนวณกำไรขาดทุนที่ชัดเจน นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
Evening Star คืออะไร ทำไมถึงสำคัญสำหรับเทรดทองคำ

Evening Star หรือที่เราเรียกเป็นภาษาไทยว่าดาวค่ำ เป็นรูปแบบแท่งเทียนกลับตัวที่บอกว่าแรงซื้อกำลังจะหมดไปและแรงขายกำลังเข้ามาคุมเกม สำหรับการเทรดทองคำสัญญาณนี้ถือว่าสำคัญมากเพราะทองมักจะวิ่งได้ไกลเมื่อเกิดการกลับตัว
รูปแบบนี้ประกอบด้วยแท่งเทียน 3 แท่งติดกัน แท่งแรกเป็นแท่งเขียวยาวแสดงว่าฝั่งซื้อยังควบคุมตลาดอยู่ แท่งที่สองจะเป็นแท่งเล็กตัวเล็กที่มีไส้เทียนสั้นบ่งบอกถึงความลังเลของผู้ซื้อ และแท่งที่สามเป็นแท่งแดงยาวที่กลืนกินแท่งเล็กและปิดตัวลงไปทะลุกลางแท่งแรก การเกิดรูปแบบนี้แสดงว่าฝั่งขายได้เข้ามาแย่งชิงตำแหน่งและพร้อมที่จะผลักราคาลงไปอย่างต่อเนื่อง ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
ในตลาดทองคำที่มีความผันผวนสูงการเห็น Evening Star ที่ชัดเจนเปรียบเหมือนสัญญาณเตือนว่าราคาจะถึงจุดสูงสุดแล้ว เมื่อเราเห็นแท่งแดงแท่งที่สามปิดตัวลงมาแรงๆ ก็เปรียบเหมือนการยืนยันว่าฝั่งขายได้เข้ามาคุมตลาดแล้ว การเข้าใจจิตวิทยาตลาดที่อยู่เบื้องหลังรูปแบบนี้จะช่วยให้เราตัดสินใจเข้าเทรดได้อย่างมั่นใจและไม่กลัวที่จะสวนกระแสเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
/>
วิธีอ่านแท่งเทียน Evening Star ให้เห็นภาพจริง
การอ่านแท่งเทียน Evening Star ให้ถูกต้องต้องดูทั้งรูปร่างของแท่งและตำแหน่งที่เกิดขึ้น ถ้าเกิดกลางทางโดยไม่มีแนวต้านรองรับความน่าเชื่อถือจะลดลงไปด้วย
แท่งแรกต้องเป็นแท่งเขียวที่โตขึ้นอย่างชัดเจนแสดงว่าแรงซื้อยังแข็งแกร่ง แท่งที่สองอาจจะเป็นแท่งเล็กที่เรียกว่า Doji หรือแท่งหมุนหมวยที่มีลำตัวเล็กมาก ไส้เทียนบนและล่างสั้น ราคาเปิดและปิดแทบจะเท่ากัน ส่วนแท่งที่สามต้องเป็นแท่งแดงยาวที่กลืนกินแท่งเล็กและปิดตัวลงไปทะลุกลางแท่งแรก ยิ่งแท่งแดงปิดต่ำลงไปมากเท่าไรสัญญาณก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น
สิ่งสำคัญที่หลายคนมองข้ามคือการดูปริมาณการซื้อขายหรือ Volume ในแท่งแดงแท่งที่สาม ถ้าปริมาณการซื้อขายสูงกว่าค่าเฉลี่ยแสดงว่าแรงขายเข้ามาจริงจังและรูปแบบนี้มีโอกาสสำเร็จสูง แต่ถ้าปริมาณการซื้อขายต่ำอาจจะเป็นสัญญาณหลอกที่ราคาเด้งกลับขึ้นไปได้ ดังนั้นก่อนตัดสินใจเข้าเทรดควรเช็คปัจจัยรองรับให้ครบถ้วนเสมอ
เงื่อนไขการเข้าเทรดทองคำด้วย Evening Star
การเข้าเทรดทองคำด้วยรูปแบบ Evening Star ไม่ใช่แค่เห็นแท่งแดงแล้วเปิดออเดอร์ขายทันที เราต้องมีเงื่อนไขที่ชัดเจนเพื่อกรองสัญญาณหลอกและเพิ่มโอกาสในการทำกำไรให้มากขึ้น
เงื่อนไขแรกคือต้องรอให้แท่งเทียนแท่งที่สามปิดตัวก่อน ห้ามเปิดออเดอร์ขณะที่แท่งยังไม่ปิดเพราะราคาอาจจะเด้งกลับขึ้นไปได้ เงื่อนไขที่สองคือตำแหน่งที่เกิดรูปแบบต้องอยู่ในเขตแนวต้านสำคัญหรือระดับที่ฝั่งซื้อเคยถูกผลักกลับมาก่อนหน้านี้ ถ้าเกิดกลางทางโดยไม่มีแนวต้านรองรับความเสี่ยงจะสูงมาก เงื่อนไขที่สามคือใช้อินดิเคเตอร์เช่น RSI เพื่อยืนยันว่าราคาเข้าสู่โซนซื้อมากเกินไปจริง
เมื่อทุกเงื่อนไขครบถ้วนเราสามารถเปิดออเดอร์ขายได้ที่ราคาเปิดของแท่งถัดไปหรือรอให้ราคารีบาวด์ขึ้นไปสัมผัสเส้นค่าเฉลี่ย 20 แท่งก่อนแล้วค่อยเปิดออเดอร์ การรอราคาเด้งขึ้นไปก่อนจะช่วยให้เราได้จุดเข้าที่ดีกว่าและตั้งจุดตัดขาดทุนได้ใกล้กว่า ลดความเสี่ยงในการเสียเงินไปกับสัญญาณที่ไม่ชัดเจน
การคำนวณขนาดล็อตและกำไรขาดทุนจากสัญญาณ Evening Star

การคำนวณขนาดล็อตและกำไรขาดทุนเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับเทรดเดอร์ทุกคน มาดูตัวอย่างการคำนวณจริงจากสัญญาณ Evening Star ในทองคำกัน
สมมติว่าราคาทองคำวิ่งขึ้นไปแตะระดับ 2650 ดอลลาร์ต่อนซ์ซึ่งเป็นแนวต้านสำคัญแล้วเกิดรูปแบบ Evening Star ขึ้น แท่งแรกเป็นแท่งเขียวจากราคา 2645 ปิดที่ 2650 แท่งที่สองเป็นแท่งเล็กเปิดที่ 2650.5 ปิดที่ 2650 และแท่งที่สามเป็นแท่งแดงยาวเปิดที่ 2650 ปิดลงมาที่ 2640 ดอลลาร์ต่อนซ์ เราตัดสินใจเปิดออเดอร์ขายที่ราคา 2640 ดอลลาร์ต่อนซ์
การตั้งจุดตัดขาดทุนเราจะตั้งไว้เหนือไส้เทียนบนของแท่งเล็กที่ระดับ 2652 ดอลลาร์ต่อนซ์ ระยะห่างตัดขาดทุนเท่ากับ 12 ดอลลาร์ต่อนซ์ สำหรับเป้าหมายกำไรเราตั้งไว้ที่ระดับแนวรับถัดไปที่ 2610 ดอลลาร์ต่อนซ์ ระยะทำกำไรเท่ากับ 30 ดอลลาร์ต่อนซ์ อัตราส่วนความคุ้มค่าของความเสี่ยงต่อกำไรเท่ากับ 1 ต่อ 2.5 ซึ่งถือว่าเป็นการเทรดที่สมเหตุสมผลดี
สมมติว่าเรามีทุน 10,000 ดอลลาร์และยอมรับความเสี่ยงที่ 2 เปอร์เซ็นต์ต่อการเทรดหนึ่งครั้งเท่ากับ 200 ดอลลาร์ ขนาดล็อตที่เหมาะสมคำนวณได้จากความเสี่ยงหารด้วยระยะตัดขาดทุน 200 หาร 12 เท่ากับ 16.66 ดอลลาร์ต่อพิป เนื่องจากทองคำ 1 ล็อตมีค่า 1 ดอลลาร์ต่อพิป ดังนั้นเราสามารถเปิดออเดอร์ขายได้ 0.16 ล็อต ถ้าราคาลงไปแตะเป้าหมายที่ 2610 เราจะได้กำไร 30 ดอลลาร์ต่อนซ์คูณ 0.16 ล็อตเท่ากับ 480 ดอลลาร์ แต่ถ้าราคาขึ้นไปแตะจุดตัดขาดทุนที่ 2652 เราจะขาดทุน 12 ดอลลาร์ต่อนซ์คูณ 0.16 ล็อตเท่ากับ 192 ดอลลาร์ซึ่งอยู่ในขีดจำกัดความเสี่ยงที่เรากำหนดไว้
การใช้อินดิเคเตอร์เสริมเพื่อยืนยันสัญญาณ Evening Star
การใช้อินดิเคเตอร์เสริมเป็นวิธีที่ดีในการกรองสัญญาณหลอกและเพิ่มความมั่นใจในการเข้าเทรด มาดูว่าควรใช้อะไรบ้างเมื่อเจอ Evening Star ในทองคำ
การใช้ RSI ยืนยันการกลับตัว
RSI หรือดัชนีความแข็งแรงสัมพัทธ์เป็นอินดิเคเตอร์ที่วัดความเร็วและทิศทางของการเคลื่อนไหวราคา เมื่อเราเห็น Evening Star ควรเช็ค RSI ว่าอยู่ในโซนซื้อมากเกินไปที่ระดับ 70 ขึ้นไปหรือไม่ ถ้า RSI อยู่ในโซนซื้อมากเกินไปและเริ่มหักลงมาแสดงว่าแรงซื้อเริ่มอ่อนแอลงและสัญญาณ Evening Star มีความน่าเชื่อถือสูง แต่ถ้า RSI ยังอยู่ในโซนกลางๆ อาจจะต้องรอสัญญาณยืนยันเพิ่มเติมก่อนเข้าเทรด
การใช้ MACD ดูความแข็งแรงของแรงขาย
MACD เป็นอินดิเคเตอร์ที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สองเส้น เมื่อเราเห็น Evening Star ควรดูว่าเส้น MACD เริ่มตัดกันลงหรือไม่ ถ้าฮิสโทแกรมเริ่มเปลี่ยนจากบวกเป็นลบและเส้น MACD ตัดเส้นสัญญาณลง แสดงว่าแรงขายกำลังเข้ามาแรงและราคามีแนวโน้มจะลงไปได้อีก การใช้ MACD ร่วมกับรูปแบบแท่งเทียนจะช่วยให้เราเห็นภาพรวมของตลาดได้ชัดเจนขึ้น
นอกจากนี้การดูความแตกต่างหรือ Divergence ระหว่างราคาและอินดิเคเตอร์ก็เป็นเทคนิคที่น่าสนใจ ถ้าราคาทำจุดสูงใหม่ได้สูงขึ้นแต่ RSI หรือ MACD กลับทำจุดสูงใหม่ได้ต่ำลง เรียกว่า Bearish Divergence สัญญาณนี้เป็นการเตือนล่วงหน้าว่าแรงซื้อกำลังจะหมดไปและถ้าเกิด Evening Star ตามมาก็เป็นการยืนยันว่าราคาจะกลับตัวลงจริง การผสมผสานอินดิเคเตอร์หลายตัวเข้าด้วยกันจะช่วยให้เราเข้าเทรดได้อย่างมีหลักฐานมากขึ้น
/>
ตารางเปรียบเทียบ Evening Star กับรูปแบบกลับตัวอื่นๆ
การเปรียบเทียบ Evening Star กับรูปแบบแท่งเทียนกลับตัวอื่นๆ จะช่วยให้เราเข้าใจความแตกต่างและเลือกใช้ได้ถูกต้อง ตารางนี้สรุปลักษณะสำคัญของแต่ละรูปแบบ
| รูปแบบแท่งเทียน | จำนวนแท่งเทียน | ทิศทางกลับตัว | ลักษณะเด่น |
|---|---|---|---|
| Evening Star | 3 แท่ง | ขาขึ้นเป็นขาลง | แท่งเล็กตรงกลางบ่งบอกความลังเลของตลาด |
| Morning Star | 3 แท่ง | ขาลงเป็นขาขึ้น | เป็นรูปแบบตรงข้ามกับ Evening Star บ่งบอกจุดเริ่มต้นขาขึ้น |
| Shooting Star | 1 แท่ง | ขาขึ้นเป็นขาลง | ไส้เทียนบนยาวมาก ลำตัวเล็กและอยู่ด้านล่างของแท่ง |
| Bearish Engulfing | 2 แท่ง | ขาขึ้นเป็นขาลง | แท่งแดงยาวครอบคลุมแท่งเขียวก่อนหน้าทั้งหมด |
ข้อผิดพลาดที่ต้องหลีกเลี่ยงเมื่อเทรด Evening Star
การเทรดด้วยรูปแบบ Evening Star แม้จะเป็นสัญญาณที่ทรงพลังแต่ก็มีข้อผิดพลาดที่เทรดเดอร์มือใหม่มักจะทำกันบ่อยครั้ง มาดูว่าเราควรหลีกเลี่ยงอะไรบ้างเพื่อให้การเทรดมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการเปิดออเดอร์ขายทันทีที่เห็นแท่งแดงเกิดขึ้นโดยไม่รอให้แท่งปิด หลายคนกลัวว่าจะเสียโอกาสจึงรีบเข้าเทรดทั้งที่ราคายังเคลื่อนไหวอยู่ ผลที่ได้คือราคาอาจจะเด้งกลับขึ้นไปในช่วงท้ายแท่งทำให้รูปแบบไม่สมบูรณ์และเราต้องเสียเงินไปแบบไม่จำเป็น การรอให้แท่งเทียนปิดเป็นกฎเหล็กที่ต้องปฏิบัติเสมอเพราะมันคือการยืนยันว่าฝั่งขายจริงจังและพร้อมที่จะผลักราคาลงไป
ข้อผิดพลาดอีกอย่างคือการละเลยการดูตำแหน่งที่เกิดรูปแบบ Evening Star ถ้าเกิดขึ้นกลางแนวโน้มขาขึ้นโดยไม่มีแนวต้านรองรับความเสี่ยงจะสูงมาก เพราะอาจจะเป็นแค่การพักตัวชั่วคราวก่อนที่ราคาจะวิ่งขึ้นไปต่อ การเทรดที่ฉลาดต้องรอให้รูปแบบเกิดในตำแหน่งที่มีความหมายเช่นแนวต้านสำคัญหรือระดับ Fibonacci ที่สำคัญ นอกจากนี้การไม่ตั้งจุดตัดขาดทุนหรือตั้งไว้กว้างเกินไปก็เป็นความผิดพลาดร้ายแรงที่ทำให้พอร์ตของเราพังได้ การตั้งจุดตัดขาดทุนที่เหมาะสมคือการยอมรับความผิดพลาดและปกป้องเงินทุนให้อยู่รอดเพื่อเทรดในโอกาสต่อไป
/>
/>
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย

Evening Star คือรูปแบบแท่งเทียนแบบไหน
Evening Star เป็นรูปแบบแท่งเทียนกลับตัวจากขาขึ้นเป็นขาลง ประกอบด้วยแท่งเทียน 3 แท่งติดกัน แท่งแรกเป็นแท่งเขียวเติบโตต่อเนื่อง แท่งที่สองเป็นแท่งเล็กตัวเล็กที่มีไส้เทียนสั้นบ่งบอกถึงความลังเลของฝั่งซื้อ และแท่งที่สามเป็นแท่งแดงยาวที่กลืนกินแท่งเล็กและปิดลงไปทะลุกลางแท่งแรก สัญญาณนี้แสดงว่าฝั่งขายเริ่มเข้ามาควบคุมตลาดและพร้อมผลักราคาลงไปอย่างมีนัยสำคัญ
เทรดทองคำด้วย Evening Star ต้องรอแท่งจบก่อนไหม
ควรรอให้แท่งเทียนแท่งที่สามซึ่งเป็นแท่งแดงปิดตัวก่อนเสมอก่อนเปิดออเดอร์ขาย เพราะถ้าเปิดออเดอร์ก่อนแท่งปิด ราคาอาจจะเด้งกลับขึ้นไปในช่วงท้ายแท่งทำให้รูปแบบไม่สมบูรณ์และเราอาจจะเข้าซื้อผิดทิศทาง การรอปิดแท่งช่วยยืนยันว่าฝั่งขายจริงจังและลดความเสี่ยงในการเข้าจุดที่ยังไม่แน่นอนลงได้มาก
จุดตัดขาดทุนเทรด Evening Star ตั้งที่ไหนดี
จุดตัดขาดทุนที่ปลอดภัยที่สุดคือการตั้งไว้เหนือไส้เทียนบนสุดของแท่งเล็กหรือแท่งแดงแท่งที่สามเล็กน้อย ถ้าราคาทะลุจุดนี้ขึ้นไปแปลว่ารูปแบบกลับตัวล้มเหลวและฝั่งซื้อกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง การตั้งจุดตัดขาดทุนแบบนี้ช่วยให้เราออกจากตลาดทันเวลาก่อนที่ราคาจะวิ่งขึ้นไปทำลายพอร์ตของเราอย่างรุนแรง
รูปแบบ Evening Star ใช้ได้กับทองคำ Timeframe ไหน
รูปแบบนี้ใช้ได้ผลดีกับทุกระดับเวลาแต่จะมีความน่าเชื่อถือสูงสุดในกราฟระดับ 4 ชั่วโมงขึ้นไปเพราะสัญญาณในกราฟใหญ่มักจะมีโครงสร้างตลาดที่แน่นอนกว่า การเทรดในกราฟเล็กเช่น 15 นาทีหรือ 1 ชั่วโมงอาจจะเจอสัญญาณหลอกจากกระแสข่าวระยะสั้นได้บ่อยครั้ง ดังนั้นควรเลือกใช้ในกราฟที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของเรา
ต้องเช็คอะไรเป็นพิเศษก่อนเทรด Evening Star ทองคำ
ก่อนเปิดออเดอร์ขายควรเช็คว่าราคาทองคำกำลังอยู่ในเขตแนวต้านสำคัญหรือระดับที่ฝั่งซื้อเคยถูกผลักกลับมาก่อนหน้านี้ ถ้า Evening Star เกิดขึ้นกลางทางโดยไม่มีแนวต้านรองรับความน่าเชื่อถือจะลดลง นอกจากนี้ควรดูปริมาณการซื้อขายหรือใช้อินดิเคเตอร์เช่น RSI เพื่อยืนยันว่าราคาเข้าสู่โซนซื้อมากเกินไปจริงก่อนที่จะตัดสินใจเข้าเทรด
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย












TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文