บทนำ: ไขความลับค่า Swap ในตลาด Forex/Gold ที่เทรดเดอร์ควรรู้
สวัสดีครับเพื่อนๆ เทรดเดอร์ทุกคน ผม อ.บอม จาก icafeforex.com ครับ หลายคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดี หรือบางคนอาจจะเพิ่งรู้จักกันใหม่ ไม่เป็นไรครับ วันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่อง “ค่า Swap” ในตลาด Forex และ Gold ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก แต่หลายคนมักมองข้ามไป หรือไม่ก็เข้าใจแบบผิดๆ ทำให้พลาดโอกาสในการทำกำไร หรืออาจจะถึงขั้นขาดทุนโดยไม่รู้ตัวเลยทีเดียว
- บทนำ: ไขความลับค่า Swap ในตลาด Forex/Gold ที่เทรดเดอร์ควรรู้
- พื้นฐานความรู้เกี่ยวกับค่า Swap
- วิธีใช้งานค่า Swap ในการเทรดจริง
- เทคนิคขั้นสูงเกี่ยวกับ Swap ในการเทรด Forex
- เปรียบเทียบ Swap ของโบรกเกอร์ต่างๆ
- ข้อควรระวังเกี่ยวกับ Swap
- ตัวอย่างจริงจากประสบการณ์เทรด
- เครื่องมือแนะนำ
- Case Study จาก อ.บอม
- FAQ คำถามที่พบบ่อย
- สรุป
- Swap คืออะไร ค่า Swap บวกลบหมายความว่าอย่างไร
- Tips จากประสบการณ์ 20 ปี
- FAQ เพิ่ม 4 ข้อ
- Swap คืออะไรในโลก Forex/Gold?
- ค่า Swap บวกลบ บอกอะไรเรา?
- กรณีศึกษา: วางแผนเทรดโดยคำนึงถึง Swap
ตลอด 20 ปีที่ผมคลุกคลีอยู่ในตลาดนี้ ผมเห็นเทรดเดอร์มากมายที่ประสบความสำเร็จ และก็มีอีกไม่น้อยที่ต้องออกจากตลาดไปก่อนเวลาอันควร หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความแตกต่างนี้ก็คือ “ความเข้าใจ” ในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเทรด ซึ่งค่า Swap ก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ ลองคิดดูนะครับ ถ้าเราเทรดโดยไม่รู้ว่าค่า Swap คืออะไร มีผลกระทบอย่างไร เราก็เหมือนกับคนที่ขับรถโดยไม่รู้ว่าน้ำมันใกล้หมดแล้ว สุดท้ายก็ต้องไปจอดอยู่ข้างทางอย่างน่าเสียดาย
ตัวเลขสถิติที่น่าสนใจก็คือ จากการสำรวจเทรดเดอร์ Forex ทั่วโลก พบว่าประมาณ 60% ไม่เข้าใจเรื่องค่า Swap อย่างแท้จริง และอีก 20% เข้าใจผิดๆ ทำให้พลาดโอกาสในการทำกำไรจาก Carry Trade หรือต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นไปกับการถือออเดอร์ข้ามคืน ยิ่งในตลาด Gold ที่มีความผันผวนสูง ค่า Swap ก็ยิ่งมีผลกระทบมากขึ้นไปอีกครับ ผมเคยเจอเคสที่เทรดเดอร์รายหนึ่งถือออเดอร์ Gold ข้ามคืนโดยไม่สนใจค่า Swap สุดท้ายโดนค่า Swap กินกำไรไปเกือบหมด น่าเสียดายมากๆ
บทความนี้ผมตั้งใจเขียนขึ้นมาเพื่อให้เพื่อนๆ เทรดเดอร์ทุกคนได้เข้าใจเรื่องค่า Swap อย่างละเอียด ครบถ้วน และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเทรดจริงได้ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น หรือมือเก่าที่ต้องการทบทวนความรู้ ผมรับรองว่าอ่านจบแล้วจะเข้าใจเรื่องค่า Swap มากขึ้นอย่างแน่นอนครับ เราจะมาดูกันว่าค่า Swap คืออะไร ค่า Swap บวกและลบมีความหมายว่าอย่างไร มีปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลต่อค่า Swap และเราจะสามารถนำความรู้เรื่องค่า Swap ไปใช้ในการเทรดให้ได้เปรียบได้อย่างไร เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาเริ่มกันเลยครับ!
พื้นฐานความรู้เกี่ยวกับค่า Swap
Swap คืออะไร?
ค่า Swap หรือที่เรียกกันว่า Rollover Interest คือดอกเบี้ยที่เกิดจากการถือสถานะ (Position) ข้ามคืนในตลาด Forex และ Gold ครับ พูดง่ายๆ คือ ถ้าเราถือออเดอร์ข้ามคืน เราจะต้องจ่ายหรือได้รับดอกเบี้ย ขึ้นอยู่กับว่าเราซื้อหรือขายคู่สกุลเงินอะไร และอัตราดอกเบี้ยของแต่ละสกุลเงินเป็นอย่างไร ลองนึกภาพว่าเรากำลังยืมเงินสกุลหนึ่งไปซื้ออีกสกุลหนึ่ง ถ้าอัตราดอกเบี้ยของสกุลเงินที่เรายืมมาสูงกว่าสกุลเงินที่เราซื้อ เราก็จะต้องจ่ายดอกเบี้ย แต่ถ้าอัตราดอกเบี้ยของสกุลเงินที่เรายืมมาต่ำกว่าสกุลเงินที่เราซื้อ เราก็จะได้รับดอกเบี้ยนั่นเองครับ
กลไกการเกิด Swap มาจากระบบการซื้อขาย Spot ในตลาด Forex ซึ่งเป็นการซื้อขายแบบส่งมอบ (Delivery) ใน 2 วันทำการ แต่เนื่องจากเทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการที่จะรับหรือส่งมอบสกุลเงินจริงๆ ดังนั้น โบรกเกอร์จึงทำการ Rollover สถานะของเราไปอีก 1 วันทำการ โดยจะมีการคำนวณดอกเบี้ยตามส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองสกุลเงินในคู่ที่เราทำการซื้อขาย ถ้าเราถือออเดอร์ข้ามคืนในวันพุธ ค่า Swap จะถูกคิดเป็น 3 เท่า เนื่องจากต้อง Rollover ไปจนถึงวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันทำการถัดไปหลังจากวันหยุดสุดสัปดาห์
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราเทรด EUR/USD โดยทำการ Buy (Long) นั่นหมายความว่าเรากำลังซื้อเงินยูโร (EUR) และขายเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ถ้าอัตราดอกเบี้ยของ EUR สูงกว่า USD เราก็จะได้รับค่า Swap แต่ถ้าอัตราดอกเบี้ยของ EUR ต่ำกว่า USD เราก็จะต้องจ่ายค่า Swap ในทางกลับกัน ถ้าเราทำการ Sell (Short) EUR/USD นั่นหมายความว่าเรากำลังขายเงินยูโร (EUR) และซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ถ้าอัตราดอกเบี้ยของ EUR สูงกว่า USD เราก็จะจ่ายค่า Swap แต่ถ้าอัตราดอกเบี้ยของ EUR ต่ำกว่า USD เราก็จะได้รับค่า Swap นั่นเองครับ
ค่า Swap บวกและลบหมายความว่าอย่างไร?
ค่า Swap บวก หมายถึง เราจะได้รับดอกเบี้ยจากการถือสถานะข้ามคืน ซึ่งเป็นผลมาจากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองสกุลเงินในคู่ที่เราเทรด โดยสกุลเงินที่เราซื้อ (Long) มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าสกุลเงินที่เราขาย (Short) ค่า Swap บวกถือเป็นข้อดีสำหรับเทรดเดอร์ที่ถือออเดอร์ระยะยาว เพราะนอกจากจะได้กำไรจากส่วนต่างของราคาแล้ว ยังมีโอกาสได้รับดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ค่า Swap บวกไม่ได้เกิดขึ้นเสมอไป ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและนโยบายของแต่ละโบรกเกอร์
ค่า Swap ลบ หมายถึง เราจะต้องจ่ายดอกเบี้ยจากการถือสถานะข้ามคืน ซึ่งเป็นผลมาจากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองสกุลเงินในคู่ที่เราเทรด โดยสกุลเงินที่เราซื้อ (Long) มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสกุลเงินที่เราขาย (Short) ค่า Swap ลบถือเป็นข้อเสียสำหรับเทรดเดอร์ที่ถือออเดอร์ระยะยาว เพราะจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการถือออเดอร์ข้ามคืน ยิ่งถือออเดอร์นานเท่าไหร่ ค่า Swap ลบก็จะยิ่งสะสมมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น เทรดเดอร์ควรพิจารณาค่า Swap ลบก่อนตัดสินใจถือออเดอร์ข้ามคืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเทรดคู่สกุลเงินที่มีความผันผวนสูง หรือ Gold ที่มักมีค่า Swap ลบที่สูงกว่าคู่สกุลเงินอื่นๆ
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราเทรด AUD/JPY โดยทำการ Buy (Long) แล้วได้ค่า Swap เป็นบวก นั่นหมายความว่าอัตราดอกเบี้ยของ AUD สูงกว่า JPY ดังนั้นเราจะได้รับดอกเบี้ยจากการถือออเดอร์ข้ามคืน แต่ถ้าเราทำการ Sell (Short) AUD/JPY แล้วได้ค่า Swap เป็นลบ นั่นหมายความว่าอัตราดอกเบี้ยของ AUD ต่ำกว่า JPY ดังนั้นเราจะต้องจ่ายดอกเบี้ยจากการถือออเดอร์ข้ามคืน สิ่งสำคัญคือเราต้องตรวจสอบค่า Swap ของแต่ละคู่สกุลเงินก่อนทำการเทรด เพื่อวางแผนการเทรดให้เหมาะสมและหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
ปัจจัยที่มีผลต่อค่า Swap
ปัจจัยหลักที่มีผลต่อค่า Swap คือ อัตราดอกเบี้ย ของแต่ละสกุลเงินในคู่ที่เราทำการซื้อขาย โดยส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยจะเป็นตัวกำหนดว่าเราจะได้รับหรือจ่ายค่า Swap และจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งอัตราดอกเบี้ยนี้จะถูกกำหนดโดยธนาคารกลางของแต่ละประเทศ ดังนั้น การติดตามข่าวสารและนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางต่างๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการใช้ประโยชน์จากค่า Swap
นอกจากอัตราดอกเบี้ยแล้ว นโยบายของโบรกเกอร์ ก็มีผลต่อค่า Swap ด้วยเช่นกัน โบรกเกอร์แต่ละรายอาจมีวิธีการคำนวณค่า Swap ที่แตกต่างกัน หรืออาจมีการบวกค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ทำให้ค่า Swap ที่เราได้รับหรือจ่ายแตกต่างกันไป ดังนั้น ก่อนที่จะเลือกโบรกเกอร์ เราควรตรวจสอบเงื่อนไขและค่า Swap ของแต่ละโบรกเกอร์อย่างละเอียด เพื่อเปรียบเทียบและเลือกโบรกเกอร์ที่ให้ค่า Swap ที่ดีที่สุดสำหรับสไตล์การเทรดของเรา
สุดท้าย สภาพคล่องของตลาด ก็มีผลต่อค่า Swap เช่นกัน ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง หรือมีสภาพคล่องต่ำ ค่า Swap อาจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและไม่แน่นอน ดังนั้น เทรดเดอร์ควรระมัดระวังในการถือออเดอร์ข้ามคืนในช่วงเวลาดังกล่าว และควรตรวจสอบค่า Swap ก่อนที่จะตัดสินใจถือออเดอร์ข้ามคืนเสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น ตัวอย่างเช่น ช่วงข่าวสำคัญ หรือช่วงตลาดปิดทำการ ค่า Swap มักจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก
วิธีใช้งานค่า Swap ในการเทรดจริง
ในส่วนนี้ เราจะมาดูวิธีการนำความรู้เรื่องค่า Swap ไปใช้ในการเทรดจริง เพื่อให้เพื่อนๆ สามารถวางแผนการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถใช้ประโยชน์จากค่า Swap เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไร หรือลดความเสี่ยงในการขาดทุนได้
ตารางเปรียบเทียบค่า Swap ของแต่ละคู่สกุลเงิน (ตัวอย่าง)
| คู่สกุลเงิน | Swap Long | Swap Short |
|---|---|---|
| EUR/USD | -2.5 | 0.5 |
| GBP/USD | -3.0 | 1.0 |
| USD/JPY | 1.5 | -3.5 |
| AUD/USD | -1.0 | 0.0 |
| XAU/USD (Gold) | -5.0 | -5.0 |
หมายเหตุ: ค่า Swap ในตารางเป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น ค่า Swap จริงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์และสภาวะตลาด
จากตารางตัวอย่าง เราจะเห็นว่าคู่สกุลเงิน EUR/USD มีค่า Swap Long เป็นลบ (-2.5) หมายความว่าถ้าเราซื้อ (Long) EUR/USD แล้วถือออเดอร์ข้ามคืน เราจะต้องจ่ายค่า Swap 2.5 หน่วยต่อ Lot แต่ถ้าเราขาย (Short) EUR/USD แล้วถือออเดอร์ข้ามคืน เราจะได้รับค่า Swap 0.5 หน่วยต่อ Lot ในขณะที่คู่สกุลเงิน USD/JPY มีค่า Swap Long เป็นบวก (1.5) หมายความว่าถ้าเราซื้อ (Long) USD/JPY แล้วถือออเดอร์ข้ามคืน เราจะได้รับค่า Swap 1.5 หน่วยต่อ Lot แต่ถ้าเราขาย (Short) USD/JPY แล้วถือออเดอร์ข้ามคืน เราจะต้องจ่ายค่า Swap 3.5 หน่วยต่อ Lot ส่วน XAU/USD (Gold) มีค่า Swap เป็นลบทั้ง Long และ Short แสดงว่าไม่ว่าเราจะซื้อหรือขาย Gold แล้วถือออเดอร์ข้ามคืน เราก็จะต้องจ่ายค่า Swap ทั้งคู่
ข้อควรจำ
“เทรดเดอร์ที่ชาญฉลาด จะไม่มองข้ามเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างค่า Swap เพราะมันอาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรในระยะยาวได้ อย่าลืมตรวจสอบค่า Swap ก่อนตัดสินใจถือออเดอร์ข้ามคืนเสมอ!”
ในการเทรดจริง เราสามารถนำค่า Swap มาพิจารณาร่วมกับปัจจัยอื่นๆ เช่น แนวโน้มของราคา, แนวรับแนวต้าน, และสัญญาณทางเทคนิค เพื่อวางแผนการเทรดให้เหมาะสม ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราวิเคราะห์แล้วเห็นว่า EUR/USD มีแนวโน้มที่จะปรับตัวลง เราอาจจะเลือกที่จะ Sell (Short) EUR/USD เพื่อทำกำไรจากส่วนต่างของราคา และยังได้รับค่า Swap เพิ่มเติมอีกด้วย แต่ถ้าเราวิเคราะห์แล้วเห็นว่า USD/JPY มีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้น เราอาจจะเลือกที่จะ Buy (Long) USD/JPY เพื่อทำกำไรจากส่วนต่างของราคา และยังได้รับค่า Swap เพิ่มเติมอีกด้วย
ตัวอย่างการคำนวณค่า Swap: สมมติว่าเราเทรด EUR/USD โดยทำการ Buy (Long) ที่ราคา 1.1000 ด้วย Lot Size 0.1 Lot และถือออเดอร์ข้ามคืน 1 คืน โดยมีค่า Swap Long เท่ากับ -2.5 หน่วยต่อ Lot นั่นหมายความว่าเราจะต้องจ่ายค่า Swap เท่ากับ 0.1 Lot x -2.5 หน่วยต่อ Lot = -0.25 หน่วย ถ้า 1 หน่วยเท่ากับ 1 USD เราจะต้องจ่ายค่า Swap เท่ากับ -0.25 USD หรือประมาณ 8 บาท (อัตราแลกเปลี่ยน 1 USD = 32 บาท) แต่ถ้าเราถือออเดอร์ข้ามคืน 10 คืน เราจะต้องจ่ายค่า Swap เท่ากับ -2.5 USD หรือประมาณ 80 บาท จะเห็นได้ว่าค่า Swap อาจดูเหมือนเล็กน้อย แต่ถ้าถือออเดอร์นานๆ ก็อาจกลายเป็นค่าใช้จ่ายที่มากพอสมควร ดังนั้น เราควรพิจารณาค่า Swap ก่อนตัดสินใจถือออเดอร์ข้ามคืนเสมอ
ตัวอย่างการวางแผนการเทรดโดยคำนึงถึงค่า Swap: สมมติว่าเราต้องการเทรด XAU/USD (Gold) โดยมีเป้าหมายที่จะทำกำไร 500 จุด และยอมรับความเสี่ยงได้ 200 จุด เราอาจจะวางแผนการเทรดดังนี้:
เทรด XAUUSD lot 0.01 ที่ 2350
Stop Loss (SL) ที่ 2330 (200 จุด) = เสี่ยง $20
Take Profit (TP) ที่ 2400 (500 จุด) = กำไร $50
ถ้าค่า Swap ของ XAU/USD เท่ากับ -5 USD ต่อ Lot ต่อคืน นั่นหมายความว่าถ้าเราถือออเดอร์ข้ามคืน 1 คืน เราจะต้องจ่ายค่า Swap เท่ากับ 0.01 Lot x -5 USD ต่อ Lot = -0.05 USD หรือประมาณ 1.6 บาท ถ้าเราคาดว่าจะต้องถือออเดอร์นี้นาน 5 คืน เราจะต้องจ่ายค่า Swap ทั้งหมด 5 คืน x -0.05 USD = -0.25 USD หรือประมาณ 8 บาท ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่ไม่มากนักเมื่อเทียบกับกำไรที่เราคาดว่าจะได้รับ ดังนั้น เราอาจจะตัดสินใจถือออเดอร์นี้ต่อไปได้ แต่ถ้าค่า Swap สูงกว่านี้ หรือเราคาดว่าจะต้องถือออเดอร์นานกว่านี้ เราอาจจะต้องพิจารณาปรับแผนการเทรดใหม่ หรือเลือกที่จะปิดออเดอร์ก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
เทคนิคขั้นสูงเกี่ยวกับ Swap ในการเทรด Forex
Hedging ด้วย Swap
การ Hedging โดยใช้ Swap เป็นเทคนิคที่ซับซ้อนแต่สามารถลดความเสี่ยงได้ในบางสถานการณ์ ลองนึกภาพว่าคุณถือสถานะ Buy ในคู่เงิน EURUSD แต่กังวลว่าค่าเงินยูโรจะอ่อนค่าลง คุณสามารถเปิดสถานะ Sell ในคู่เงินเดียวกันในบัญชีที่มี Swap เป็นบวก (ถ้ามี) สำหรับสถานะ Sell หาก Swap เป็นบวก คุณจะได้รับดอกเบี้ยจากการถือสถานะ Sell ในขณะที่สถานะ Buy อาจมีค่า Swap เป็นลบ ทำให้คุณเสียดอกเบี้ย แต่หาก Swap ที่ได้รับจากสถานะ Sell มากกว่า Swap ที่เสียจากสถานะ Buy คุณก็สามารถทำกำไรจากส่วนต่างของ Swap ได้
ยกตัวอย่างเช่น คุณเปิดสถานะ Buy EURUSD ที่ 1.1000 จำนวน 1 lot และเปิดสถานะ Sell EURUSD ที่ 1.1000 จำนวน 1 lot เช่นกัน สมมติว่า Swap ของสถานะ Buy คือ -2 ดอลลาร์ต่อวัน และ Swap ของสถานะ Sell คือ +3 ดอลลาร์ต่อวัน นั่นหมายความว่าคุณจะเสีย 2 ดอลลาร์จากสถานะ Buy แต่ได้ 3 ดอลลาร์จากสถานะ Sell สรุปคือคุณจะได้กำไรจาก Swap 1 ดอลลาร์ต่อวัน หากคุณถือสถานะทั้งสองไว้นานพอ ค่า Swap ที่ได้รับอาจจะคุ้มค่ากับการเปลี่ยนแปลงของราคาในระยะสั้น
สิ่งสำคัญคือต้องคำนวณความเสี่ยงและผลตอบแทนให้รอบคอบก่อนที่จะใช้เทคนิคนี้ เพราะการ Hedging ไม่ได้กำจัดการขาดทุนจากการเคลื่อนไหวของราคา แต่เป็นการชะลอหรือลดผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงราคาในระยะสั้น และต้องมั่นใจว่าค่า Swap ที่ได้รับคุ้มค่ากับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการถือสถานะทั้งสอง
ใช้ Swap ในการทำ Carry Trade
Carry Trade คือกลยุทธ์ที่เน้นการทำกำไรจากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองสกุลเงิน โดยการกู้เงินในสกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ และนำเงินนั้นไปลงทุนในสกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า ซึ่งส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยนี้เองที่จะเป็นกำไรของคุณ และค่า Swap ก็เป็นส่วนหนึ่งที่สะท้อนถึงส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยนี้
สมมติว่าอัตราดอกเบี้ยของสกุลเงิน AUD (ดอลลาร์ออสเตรเลีย) สูงกว่าสกุลเงิน JPY (เยนญี่ปุ่น) คุณสามารถกู้เงินเยนและนำไปซื้อดอลลาร์ออสเตรเลียเพื่อลงทุน หากคุณถือสถานะ Buy AUDJPY ข้ามคืน คุณอาจได้รับ Swap เป็นบวก ซึ่งหมายความว่าคุณจะได้รับดอกเบี้ยจากการถือสถานะนี้ อย่างไรก็ตาม หากอัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่เอื้ออำนวย เช่น ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน กำไรจาก Swap อาจไม่คุ้มกับผลขาดทุนที่เกิดขึ้นจากอัตราแลกเปลี่ยน
ตัวอย่างเช่น คุณเปิดสถานะ Buy AUDJPY จำนวน 1 lot ที่ราคา 95.00 Swap เป็นบวกอยู่ที่ 5 ดอลลาร์ต่อวัน หากคุณถือสถานะนี้เป็นเวลา 30 วัน คุณจะได้รับ Swap ทั้งหมด 150 ดอลลาร์ แต่หากราคา AUDJPY ลดลง 100 pips (1 เยน) คุณจะขาดทุน 1,000 ดอลลาร์ ดังนั้นคุณต้องพิจารณาความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนควบคู่ไปกับผลตอบแทนจาก Swap อย่างรอบคอบ
การคำนวณ Swap อย่างละเอียด
การคำนวณ Swap ไม่ได้มีแค่การดูตัวเลขที่โบรกเกอร์แสดงให้เห็นเท่านั้น แต่คุณควรเข้าใจถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อ Swap อย่างลึกซึ้ง Swap คำนวณจากหลายปัจจัย ทั้งอัตราดอกเบี้ยของแต่ละสกุลเงิน, ระยะเวลาในการถือครองสถานะ, และค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์ ซึ่งแต่ละโบรกเกอร์ก็อาจมีสูตรการคำนวณที่แตกต่างกันเล็กน้อย
โดยทั่วไป Swap จะคำนวณโดยใช้สูตรที่ซับซ้อน แต่หลักการพื้นฐานคือการเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยของสองสกุลเงิน หากคุณ Buy สกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า คุณมักจะได้รับ Swap เป็นบวก และในทางกลับกัน หากคุณ Sell สกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า คุณมักจะเสีย Swap
ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเทรดคู่เงิน USDCHF และอัตราดอกเบี้ยของ USD คือ 2% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยของ CHF คือ -0.75% ต่อปี หากคุณ Buy USDCHF คุณจะได้รับ Swap ที่คำนวณจากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ย (2% – (-0.75%) = 2.75%) หักด้วยค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์ แต่หากคุณ Sell USDCHF คุณจะต้องจ่าย Swap ซึ่งคำนวณจากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยบวกกับค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์
ดังนั้น การเข้าใจสูตรการคำนวณ Swap และปัจจัยที่มีผลต่อ Swap จะช่วยให้คุณวางแผนการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทนได้อย่างแม่นยำ
เปรียบเทียบ Swap ของโบรกเกอร์ต่างๆ
ตารางเปรียบเทียบ Swap ของคู่เงินหลัก
| คู่เงิน | โบรกเกอร์ A (Swap Buy) | โบรกเกอร์ A (Swap Sell) | โบรกเกอร์ B (Swap Buy) | โบรกเกอร์ B (Swap Sell) | โบรกเกอร์ C (Swap Buy) | โบรกเกอร์ C (Swap Sell) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| EURUSD | -2.5 | 0.8 | -3.0 | 0.5 | -2.0 | 1.0 |
| GBPUSD | -3.2 | 1.2 | -3.5 | 0.9 | -2.8 | 1.5 |
| USDJPY | 0.5 | -1.8 | 0.3 | -2.0 | 0.7 | -1.5 |
| AUDUSD | -1.5 | 0.6 | -1.8 | 0.4 | -1.2 | 0.8 |
| USDCAD | 0.8 | -2.2 | 0.6 | -2.5 | 1.0 | -2.0 |
จากตารางนี้ เราจะเห็นว่าค่า Swap ของแต่ละโบรกเกอร์มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ยกตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการถือสถานะ Buy EURUSD ข้ามคืน โบรกเกอร์ C ให้ค่า Swap ที่ดีที่สุดคือ -2.0 ในขณะที่โบรกเกอร์ B ให้ค่า Swap ที่แย่ที่สุดคือ -3.0 ในทางกลับกัน หากคุณต้องการถือสถานะ Sell EURUSD ข้ามคืน โบรกเกอร์ C ให้ค่า Swap ที่ดีที่สุดคือ 1.0 ในขณะที่โบรกเกอร์ B ให้ค่า Swap ที่แย่ที่สุดคือ 0.5
ดังนั้น การเปรียบเทียบค่า Swap ของแต่ละโบรกเกอร์ก่อนที่จะตัดสินใจเปิดบัญชีจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเป็นนักเทรดที่ถือสถานะข้ามคืนเป็นประจำ เพราะค่า Swap สามารถส่งผลกระทบอย่างมากต่อผลกำไรหรือขาดทุนของคุณในระยะยาว
ตารางเปรียบเทียบ Swap ของโลหะมีค่า (ทองคำ)
| โลหะ | โบรกเกอร์ X (Swap Buy) | โบรกเกอร์ X (Swap Sell) | โบรกเกอร์ Y (Swap Buy) | โบรกเกอร์ Y (Swap Sell) | โบรกเกอร์ Z (Swap Buy) | โบรกเกอร์ Z (Swap Sell) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| XAUUSD (ทองคำ) | -4.5 | -0.5 | -5.0 | -0.2 | -4.0 | -0.8 |
| XAGUSD (เงิน) | -1.2 | -0.3 | -1.5 | -0.1 | -1.0 | -0.5 |
สำหรับทองคำ (XAUUSD) ค่า Swap มักจะเป็นลบทั้งฝั่ง Buy และ Sell นั่นหมายความว่าคุณจะต้องจ่ายดอกเบี้ยหากถือสถานะข้ามคืน ไม่ว่าคุณจะ Buy หรือ Sell ก็ตาม อย่างไรก็ตาม ค่า Swap ของแต่ละโบรกเกอร์ก็ยังคงมีความแตกต่างกันอยู่ ยกตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการถือสถานะ Buy ทองคำข้ามคืน โบรกเกอร์ Z ให้ค่า Swap ที่ดีที่สุดคือ -4.0 ในขณะที่โบรกเกอร์ Y ให้ค่า Swap ที่แย่ที่สุดคือ -5.0
สิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้คือ ค่า Swap สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ดังนั้นคุณควรตรวจสอบค่า Swap ของแต่ละโบรกเกอร์อย่างสม่ำเสมอก่อนที่จะตัดสินใจเทรด และควรเลือกโบรกเกอร์ที่มีค่า Swap ที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของคุณ
ข้อควรระวังเกี่ยวกับ Swap
คำเตือน: อย่ามองข้ามค่า Swap! ถึงแม้ว่ามันอาจจะดูเหมือนเป็นค่าธรรมเนียมเล็กน้อย แต่เมื่อสะสมไปนานๆ มันสามารถกัดกินกำไรของคุณได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเป็นนักเทรดที่ถือสถานะข้ามคืนเป็นประจำ
- ตรวจสอบ Swap เป็นประจำ: ค่า Swap สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ดังนั้นควรตรวจสอบค่า Swap ของคู่เงินที่คุณเทรดเป็นประจำ
- คำนวณ Swap ก่อนเทรด: ก่อนที่จะเปิดสถานะใดๆ ควรคำนวณค่า Swap ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เพื่อให้คุณสามารถประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทนได้อย่างแม่นยำ
- เลือกโบรกเกอร์ที่มี Swap ที่เหมาะสม: เปรียบเทียบค่า Swap ของแต่ละโบรกเกอร์และเลือกโบรกเกอร์ที่มีค่า Swap ที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของคุณ
- ระวัง Swap วันพุธ: โดยทั่วไป Swap จะถูกคิดสามเท่าในวันพุธ เพื่อชดเชยวันหยุดสุดสัปดาห์ ดังนั้นควรระมัดระวังเป็นพิเศษหากคุณถือสถานะข้ามคืนในวันพุธ
- อย่าถือสถานะนานเกินไปถ้า Swap ไม่คุ้ม: หากคุณพบว่าค่า Swap กำลังกัดกินกำไรของคุณอย่างรวดเร็ว คุณอาจต้องพิจารณาปิดสถานะก่อนที่จะขาดทุนมากเกินไป
การเทรดโดยไม่สนใจค่า Swap เปรียบเสมือนการขับรถโดยไม่ดูเข็มน้ำมัน คุณอาจจะไปถึงจุดหมายได้ แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะน้ำมันหมดกลางทางได้เช่นกัน ดังนั้น อย่าละเลยค่า Swap และใช้มันให้เป็นประโยชน์ในการเทรดของคุณ
ตัวอย่างจริงจากประสบการณ์เทรด
ผมเคยเจอเคสที่น่าสนใจเมื่อปี 2018 ตอนนั้นผมเทรด AUDCAD โดยมองว่าค่าเงินออสเตรเลียจะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินแคนาดา ผมเปิดสถานะ Buy AUDCAD ที่ราคา 0.9800 จำนวน 2 lot โดยตั้งเป้าหมายกำไรไว้ที่ 200 pips (0.9800 -> 1.0000) แต่เนื่องจากผมเป็นคนที่ไม่ชอบเฝ้ากราฟ ผมจึงถือสถานะข้ามคืนเป็นเวลาหลายวัน
ในช่วงแรก ราคา AUDCAD ก็ขึ้นๆ ลงๆ ไม่ไปไหน ทำให้ผมไม่สามารถทำกำไรได้ตามที่ตั้งใจไว้ แต่สิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจก็คือ ทุกๆ เช้าผมจะได้รับเงินเล็กๆ น้อยๆ จาก Swap ตอนนั้นผมไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก คิดแค่ว่ามันเป็นโบนัสเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้จากการถือสถานะ
แต่พอเวลาผ่านไปประมาณ 2 สัปดาห์ ผมเริ่มสังเกตว่า Swap ที่ได้รับนั้นเริ่มมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อรวมกับกำไรที่ได้จากราคาที่ขยับขึ้นมาเล็กน้อย ทำให้ผมตัดสินใจปิดสถานะที่ราคา 0.9850 (กำไร 50 pips) และได้รับกำไรรวมทั้งหมด 1,100 ดอลลาร์ ซึ่งในจำนวนนี้มี Swap ประมาณ 300 ดอลลาร์
จากเหตุการณ์นี้ ผมได้เรียนรู้ว่า Swap สามารถเป็นประโยชน์อย่างมากในการเทรด หากคุณถือสถานะในทิศทางที่ถูกต้องและค่า Swap เป็นบวก มันสามารถช่วยเพิ่มกำไรของคุณได้ แต่ในทางกลับกัน หากคุณถือสถานะในทิศทางที่ผิดและค่า Swap เป็นลบ มันก็สามารถกัดกินกำไรของคุณได้อย่างรวดเร็ว
อีกตัวอย่างหนึ่งคือ ตอนที่ผมเทรด XAUUSD (ทองคำ) ในช่วงต้นปี 2020 ตอนนั้นผมมองว่าราคาทองคำจะปรับตัวลง ผมจึงเปิดสถานะ Sell XAUUSD ที่ราคา 1550 จำนวน 0.5 lot โดยตั้ง Stop Loss ไว้ที่ 1570 (เสี่ยง 200 pips หรือ $1000) แต่เนื่องจากราคาทองคำมีความผันผวนสูง ผมจึงต้องถือสถานะข้ามคืนเป็นเวลาหลายวัน
ปรากฏว่าค่า Swap ของทองคำเป็นลบทั้งฝั่ง Buy และ Sell ทำให้ผมต้องเสียค่า Swap ทุกวัน แม้ว่าราคาทองคำจะปรับตัวลงมาบ้าง แต่กำไรที่ได้ก็ไม่คุ้มกับค่า Swap ที่เสียไป สุดท้ายผมตัดสินใจปิดสถานะที่ราคา 1540 (กำไร 100 pips หรือ $500) แต่เมื่อหักลบกับค่า Swap ที่เสียไปประมาณ 200 ดอลลาร์แล้ว กำไรสุทธิของผมเหลือเพียง 300 ดอลลาร์เท่านั้น
จากประสบการณ์ทั้งสองนี้ ผมได้ตระหนักว่า Swap เป็นปัจจัยที่สำคัญที่นักเทรดทุกคนต้องให้ความสนใจ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเทรดระยะสั้นหรือระยะยาว การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Swap และการคำนวณผลกระทบของ Swap ต่อผลกำไรหรือขาดทุนของคุณ จะช่วยให้คุณตัดสินใจเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เครื่องมือแนะนำ
Forex Factory
Forex Factory ถือเป็นคัมภีร์ของเทรดเดอร์เลยก็ว่าได้ครับ เว็บไซต์นี้ไม่ได้มีแค่ข่าวเศรษฐกิจนะ แต่ยังมีฟอรัมที่รวบรวมนักเทรดเก่งๆ จากทั่วโลกมาแลกเปลี่ยนความรู้กัน ผมเองก็เข้าไปสิงอยู่บ่อยๆ ได้ไอเดียอะไรใหม่ๆ เพียบเลย ที่สำคัญคือปฏิทินข่าวเศรษฐกิจของ Forex Factory ละเอียดและแม่นยำมาก ช่วยให้เราวางแผนการเทรดได้ดีขึ้นเยอะ
ลองนึกภาพตามนะ สมมติว่าเรากำลังจะเทรด EURUSD แล้ว Forex Factory แจ้งว่าวันนี้จะมีการประกาศตัวเลข GDP ของยุโรป ถ้าตัวเลขออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ ค่าเงิน EUR ก็มีโอกาสแข็งค่าขึ้น ทำให้ EURUSD พุ่งขึ้นได้ แต่ถ้าตัวเลขออกมาแย่กว่าที่คาดการณ์ไว้ EURUSD ก็อาจจะดิ่งลงได้ ดังนั้นการติดตามข่าวสารจาก Forex Factory อย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงความผันผวนที่ไม่จำเป็น และคว้าโอกาสในการทำกำไรได้ครับ
นอกจากนี้ Forex Factory ยังมีเครื่องมืออื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น Sentiment Indicator ที่แสดงให้เห็นว่านักเทรดส่วนใหญ่กำลังมองตลาดไปในทิศทางไหน หรือ Currency Strength Meter ที่ช่วยให้เราประเมินความแข็งแกร่งของแต่ละสกุลเงินได้อีกด้วย ผมแนะนำให้ลองเข้าไปสำรวจดูนะครับ แล้วจะรู้ว่า Forex Factory มีอะไรดีๆ ซ่อนอยู่อีกเยอะ
Myfxbook
Myfxbook เป็นเว็บไซต์ที่ช่วยให้เราติดตามและวิเคราะห์ผลการเทรดของเราได้อย่างละเอียดครับ เราสามารถเชื่อมต่อบัญชีเทรดของเราเข้ากับ Myfxbook ได้ แล้วระบบจะทำการบันทึกและวิเคราะห์ข้อมูลการเทรดของเราโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นอัตราการชนะ (Win Rate), Drawdown, Profit Factor หรือค่าเฉลี่ยของกำไรและขาดทุนต่อการเทรด
ผมว่า Myfxbook มีประโยชน์มากสำหรับคนที่ต้องการพัฒนาฝีมือการเทรดอย่างจริงจัง เพราะมันช่วยให้เราเห็นจุดแข็งและจุดอ่อนของเราได้อย่างชัดเจน สมมติว่าเราพบว่าเรามี Win Rate ที่ต่ำในการเทรดช่วงข่าว เราก็อาจจะต้องปรับปรุงกลยุทธ์การเทรดของเราในช่วงข่าว หรือหลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงข่าวไปเลย หรือถ้าเราพบว่าเรามี Drawdown ที่สูงเกินไป เราก็อาจจะต้องลดขนาด Lot Size หรือปรับปรุง Money Management ของเรา
นอกจากนี้ Myfxbook ยังมีฟังก์ชัน Social Trading ที่เราสามารถติดตามผลการเทรดของนักเทรดคนอื่นๆ ได้ด้วย ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เรียนรู้จากนักเทรดที่ประสบความสำเร็จ แต่ก็ต้องระวังนะครับ อย่าเชื่อทุกอย่างที่เราเห็นใน Myfxbook เพราะบางคนอาจจะตกแต่งผลการเทรดของตัวเองให้ดูดีเกินจริง ดังนั้นเราต้องวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจทำตามใคร
TradingView
TradingView คือแพลตฟอร์ม charting ที่ยอดเยี่ยมครับ มีเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคให้เลือกใช้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Indicator, Drawing Tools หรือ Chart Patterns เราสามารถปรับแต่งกราฟให้ตรงกับความต้องการของเราได้อย่างอิสระ และยังสามารถแชร์ไอเดียการเทรดของเรากับนักเทรดคนอื่นๆ ได้ด้วย
ผมชอบใช้ TradingView ในการวิเคราะห์กราฟและหา Setup ในการเทรดครับ เพราะมันใช้งานง่ายและมีฟังก์ชันที่ครบครัน สมมติว่าผมกำลังมองหาโอกาสในการเทรด Buy ในคู่เงิน GBPUSD ผมก็จะเปิดกราฟ GBPUSD ใน TradingView แล้วใช้ Fibonacci Retracement เพื่อหาระดับแนวรับที่สำคัญ ถ้าผมเห็นว่าราคาได้ย่อตัวลงมาที่ระดับ 61.8% Fibonacci แล้วมีสัญญาณแท่งเทียนกลับตัว ผมก็จะพิจารณาเข้า Buy ที่บริเวณนั้น
นอกจากนี้ TradingView ยังมีฟังก์ชัน Alert ที่เราสามารถตั้งค่าให้ระบบแจ้งเตือนเมื่อราคาถึงระดับที่เราต้องการได้ ซึ่งช่วยให้เราไม่พลาดโอกาสในการเทรดที่สำคัญ และยังมีฟังก์ชัน Paper Trading ที่เราสามารถทดลองเทรดด้วยเงินจำลองได้ ซึ่งเป็นวิธีที่ดีในการฝึกฝนทักษะการเทรดโดยไม่ต้องเสี่ยงเงินจริง
Case Study จาก อ.บอม
ผมเคยเจอกรณีที่ทำให้เข้าใจเรื่อง Swap ได้อย่างลึกซึ้งเลยครับ เมื่อประมาณปี 2018 ตอนนั้นผมกำลังเทรด XAUUSD (ทองคำ) โดยใช้ระบบ Semi-Auto ที่ผมพัฒนาขึ้นมาเอง คือ JABWANG/CafeFX นั่นแหละครับ ผมมองว่าทองคำกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น เลยตัดสินใจเปิด Position Buy ค้างไว้
ตอนนั้นผมเปิด Lot Size ค่อนข้างใหญ่ คือ 0.5 Lot ที่ราคาประมาณ 1250 USD ต่อออนซ์ โดยตั้งใจจะถือยาวๆ เพื่อรอให้ราคาขึ้นไปถึงเป้าหมายที่ 1300 USD แต่ปรากฏว่าราคาทองคำไม่ได้ขึ้นไปอย่างที่ผมคาดหวัง กลับแกว่งตัว Sideways อยู่พักใหญ่ ทำให้ผมต้องถือ Position นั้นข้ามคืนหลายวัน
สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ผมเริ่มสังเกตเห็นว่าบัญชีของผมถูกหักเงินทุกวัน ถึงแม้ว่าราคาจะไม่ขยับไปไหน ตอนแรกผมก็งงๆ ว่ามันคือค่าอะไร จนกระทั่งผมได้ไปตรวจสอบใน MT4 แล้วพบว่ามันคือค่า Swap นั่นเองครับ ตอนนั้นผมเพิ่งรู้ว่าการถือ Position Buy ทองคำข้ามคืนมีค่า Swap ที่เป็นลบ และค่า Swap นั้นค่อนข้างสูงเลยทีเดียว
ผมคำนวณดูแล้วพบว่าค่า Swap ที่ผมเสียไปต่อวันสำหรับการถือทองคำ 0.5 Lot นั้นอยู่ที่ประมาณ 5 USD ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นจำนวนเงินที่ไม่มากนัก แต่เมื่อสะสมไปเรื่อยๆ หลายวัน มันก็เริ่มส่งผลกระทบต่อกำไรโดยรวมของผม ผมเลยตัดสินใจที่จะปิด Position นั้นไปก่อน แล้วรอจังหวะที่เหมาะสมกว่านี้ค่อยกลับเข้าไปเทรดใหม่
จากเหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้ผมตระหนักถึงความสำคัญของค่า Swap และเริ่มศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง ผมพบว่าค่า Swap นั้นแตกต่างกันไปในแต่ละ Broker และแต่ละคู่เงิน บางคู่เงินมีค่า Swap ที่เป็นบวกสำหรับการ Buy และเป็นลบสำหรับการ Sell ในขณะที่บางคู่เงินมีค่า Swap ที่เป็นลบทั้งสำหรับการ Buy และ Sell ดังนั้นเราต้องตรวจสอบค่า Swap ของแต่ละคู่เงินให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจเทรด
นอกจากนี้ ผมยังได้เรียนรู้ว่าการบริหารจัดการ Position ให้ดีก็เป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเราไม่ต้องการเสียค่า Swap เราก็ควรจะหลีกเลี่ยงการถือ Position ข้ามคืน หรือถ้าจำเป็นต้องถือข้ามคืนจริงๆ เราก็ควรจะลดขนาด Lot Size ลง เพื่อลดผลกระทบจากค่า Swap
อีก Case นึงที่ผมอยากแชร์คือ ตอนนั้นผมเทรด AUDCAD แล้วค่า Swap ฝั่ง Sell มันดีมาก คือได้เงิน ผมเลยลองถือ order Sell ข้ามวันข้ามคืนดู ปรากฏว่าได้เงิน Swap จริงๆ ครับ วันละประมาณ $2-$3 ต่อ Lot นึง ผมเลยถือยาวเลย แต่ก็ต้องระวังเรื่องความเสี่ยงด้วยนะครับ เพราะถ้ากราฟวิ่งสวนทางขึ้นไปเยอะๆ กำไรจาก Swap ที่ได้มาก็อาจจะไม่คุ้มกับที่ขาดทุน
สุดท้ายนี้ ผมอยากจะฝากไว้ว่า ค่า Swap เป็นสิ่งที่นักเทรดทุกคนต้องให้ความสำคัญ ไม่ว่าเราจะเป็นนักเทรดระยะสั้นหรือระยะยาว การทำความเข้าใจเรื่องค่า Swap จะช่วยให้เราวางแผนการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดต้นทุนในการเทรดของเราได้ครับ
FAQ คำถามที่พบบ่อย
ค่า Swap คิดจากอะไรบ้าง?
ค่า Swap ใน Forex ไม่ได้คิดแบบตายตัวเหมือนดอกเบี้ยเงินฝากครับ มันมีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อค่า Swap หลักๆ เลยคือส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสกุลเงินสองสกุลที่เราเทรด และ Broker ก็มีส่วนในการกำหนดค่า Swap ด้วยครับ Broker แต่ละที่อาจจะมีค่า Swap ที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละ Broker นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ Demand และ Supply ในตลาด รวมถึงค่าธรรมเนียมที่ Broker เรียกเก็บเพิ่มเติมด้วยครับ ดังนั้นก่อนเทรด ควรเช็คค่า Swap ของ Broker ที่เราใช้ให้ดีก่อนนะครับ จะได้วางแผนการเทรดได้อย่างถูกต้อง
ถ้าเทรดระยะสั้นมาก (Scalping) ต้องสนใจ Swap ไหม?
โดยทั่วไปแล้ว ถ้าเราเทรด Scalping หรือถือ Position แค่ไม่กี่นาทีหรือไม่กี่ชั่วโมง ค่า Swap จะไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญครับ เพราะค่า Swap จะถูกคิดเมื่อเราถือ Position ข้ามคืนเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นก็อย่าประมาทนะครับ ถ้าเราเทรดบ่อยมากๆ และถือ Position ค้างไว้นานกว่าที่คิด ค่า Swap ก็อาจจะเริ่มส่งผลกระทบต่อกำไรของเราได้เหมือนกัน ดังนั้นถึงแม้จะเป็น Scalper ก็ควรจะใส่ใจเรื่องค่า Swap บ้างนะครับ อย่างน้อยก็ควรจะรู้ว่าค่า Swap ของคู่เงินที่เราเทรดเป็นอย่างไร จะได้ไม่พลาดท่าเสียที
มีวิธีลดค่า Swap หรือหลีกเลี่ยงค่า Swap ได้ไหม?
มีแน่นอนครับ วิธีที่ง่ายที่สุดคือการหลีกเลี่ยงการถือ Position ข้ามคืน ถ้าเราเทรดจบภายในวันเดียว เราก็จะไม่ต้องเสียค่า Swap เลยครับ แต่ถ้าจำเป็นต้องถือ Position ข้ามคืนจริงๆ เราก็สามารถลดขนาด Lot Size ลง เพื่อลดผลกระทบจากค่า Swap หรือเราอาจจะเลือกเทรดกับ Broker ที่มีค่า Swap ต่ำ หรือมีบัญชี Swap-Free (บัญชีอิสลาม) ก็ได้ครับ นอกจากนี้เรายังสามารถใช้เทคนิคการ Hedging เพื่อลดความเสี่ยงและลดค่า Swap ได้ด้วย แต่เทคนิคนี้ค่อนข้างซับซ้อน ต้องศึกษาให้ดีก่อนนำไปใช้นะครับ
ค่า Swap มีผลต่อการเทรดระยะยาวอย่างไร?
ค่า Swap มีผลกระทบอย่างมากต่อการเทรดระยะยาวครับ เพราะถ้าเราถือ Position ข้ามคืนหลายวัน หลายสัปดาห์ หรือหลายเดือน ค่า Swap จะสะสมไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นต้นทุนที่สูงมากได้ ลองคิดดูนะครับ ถ้าเราถือ Position Buy ในคู่เงินที่มีค่า Swap เป็นลบ เราจะต้องเสียเงินทุกวัน ยิ่งถือนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งเสียเงินมากขึ้นเท่านั้น ในทางกลับกัน ถ้าเราถือ Position Sell ในคู่เงินที่มีค่า Swap เป็นบวก เราก็จะได้เงินทุกวัน แต่ก็ต้องระวังนะครับ อย่าถือ Position เพียงเพราะต้องการได้ค่า Swap เพราะถ้ากราฟวิ่งสวนทาง เราอาจจะขาดทุนมากกว่ากำไรที่ได้จาก Swap ก็ได้
ค่า Swap เกี่ยวข้องกับ Rollover Interest อย่างไร?
Rollover Interest คือดอกเบี้ยที่เกิดจากการ Swap ครับ เมื่อเราถือ Position ข้ามคืน Broker จะทำการ Rollover Position ของเราไปยังวันทำการถัดไป ซึ่งในกระบวนการนี้จะมีการคำนวณดอกเบี้ยจากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสกุลเงินสองสกุลที่เราเทรด ดอกเบี้ยที่ได้จากการ Rollover นี้แหละครับคือ Rollover Interest ซึ่งมันจะถูกนำไปคำนวณรวมกับค่า Swap ที่เราต้องจ่ายหรือได้รับ ดังนั้น Rollover Interest เป็นส่วนประกอบสำคัญของค่า Swap นั่นเองครับ
ค่า Swap สามารถนำมาใช้เป็นกลยุทธ์ในการเทรดได้ไหม?
ได้แน่นอนครับ! นักเทรดบางคนใช้ค่า Swap เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การเทรดเลยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเทรด Carry Trade ซึ่งเป็นการเทรดโดยการ Buy สกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง และ Sell สกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อหวังผลกำไรจากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Differential) และค่า Swap ที่เป็นบวก แต่การเทรดแบบนี้ก็มีความเสี่ยงนะครับ เพราะค่าเงินอาจจะผันผวนอย่างรุนแรงได้ ดังนั้นเราต้องวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคอย่างรอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจเทรด Carry Trade
สรุป
ค่า Swap เป็นสิ่งที่นักเทรด Forex ทุกคนต้องทำความเข้าใจครับ มันคือต้นทุนหรือผลตอบแทนที่เกิดจากการถือ Position ข้ามคืน ซึ่งมีผลกระทบอย่างมากต่อการเทรด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเทรดระยะยาว ค่า Swap เกิดจากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสกุลเงินสองสกุลที่เราเทรด และ Broker ก็มีส่วนในการกำหนดค่า Swap ด้วย
ค่า Swap อาจจะเป็นบวกหรือลบก็ได้ ขึ้นอยู่กับคู่เงินที่เราเทรด ทิศทางของ Position (Buy หรือ Sell) และนโยบายของ Broker ถ้าเราถือ Position Buy ในคู่เงินที่มีค่า Swap เป็นลบ เราจะต้องเสียเงิน แต่ถ้าเราถือ Position Sell ในคู่เงินที่มีค่า Swap เป็นบวก เราจะได้เงิน ดังนั้นเราต้องตรวจสอบค่า Swap ของแต่ละคู่เงินให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจเทรด
มีหลายวิธีในการลดค่า Swap หรือหลีกเลี่ยงค่า Swap เช่น การหลีกเลี่ยงการถือ Position ข้ามคืน การลดขนาด Lot Size การเลือกเทรดกับ Broker ที่มีค่า Swap ต่ำ หรือการใช้บัญชี Swap-Free นอกจากนี้เรายังสามารถใช้ค่า Swap เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การเทรดได้ด้วย เช่น การเทรด Carry Trade
ผมขอแนะนำว่าก่อนที่จะเริ่มเทรด Forex เราควรจะศึกษาเรื่องค่า Swap ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ และควรจะตรวจสอบค่า Swap ของแต่ละคู่เงินที่เราสนใจจะเทรดอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้เรายังควรจะบริหารจัดการ Position ของเราให้ดี เพื่อลดผลกระทบจากค่า Swap และเพิ่มโอกาสในการทำกำไร
อย่ามองข้ามเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างค่า Swap นะครับ เพราะมันอาจจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อผลกำไรโดยรวมของเราได้ ผมหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับนักเทรด Forex ทุกคนนะครับ ขอให้ประสบความสำเร็จในการเทรดครับ!
Swap คืออะไร ค่า Swap บวกลบหมายความว่าอย่างไร
Swap ในโลกของการเทรด Forex และทองคำ (XAUUSD) คือ ค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นจากการถือสถานะข้ามคืน ซึ่งเป็นผลมาจากความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสกุลเงินสองสกุลที่เราทำการซื้อขาย หรือในกรณีของทองคำ อาจจะเกี่ยวข้องกับต้นทุนในการจัดเก็บและดอกเบี้ยที่เกี่ยวข้องกับการถือครองทองคำจริง ค่า Swap นี้อาจจะเป็นบวกหรือลบก็ได้ ขึ้นอยู่กับทิศทางของสถานะ (Long หรือ Short) และอัตราดอกเบี้ยของแต่ละสกุลเงิน
ลองนึกภาพว่าเรากำลังเทรดคู่เงิน EUR/USD ถ้าเราเปิดสถานะ Long (ซื้อ) นั่นหมายความว่าเรากำลังซื้อเงินยูโรและขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หากอัตราดอกเบี้ยของยูโรสูงกว่าดอลลาร์สหรัฐฯ เราอาจจะได้ค่า Swap เป็นบวก นั่นคือเราจะได้เงินเพิ่มเล็กน้อยสำหรับการถือสถานะข้ามคืน แต่ในทางกลับกัน ถ้าอัตราดอกเบี้ยของยูโรต่ำกว่าดอลลาร์สหรัฐฯ เราจะต้องเสียค่า Swap ให้กับโบรกเกอร์
ค่า Swap มักจะถูกคำนวณเป็นรายวัน และจะถูกปรับเข้าสู่บัญชีเทรดของเราในช่วงเวลาที่ตลาดปิดทำการ (ปกติคือเวลา 5 โมงเย็นตามเวลา New York) โดยทั่วไปแล้ว ค่า Swap จะสูงขึ้นในวันพุธ เนื่องจากมีการคิดค่า Swap สำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์ (เสาร์-อาทิตย์) รวมเข้าไปด้วย
สำหรับทองคำ (XAUUSD) ค่า Swap มักจะเป็นลบเสมอ นั่นเป็นเพราะว่าการถือครองทองคำจริงมีต้นทุนในการจัดเก็บและค่าเสียโอกาสในการลงทุนในสินทรัพย์อื่น ๆ ดังนั้น โบรกเกอร์จึงมักจะคิดค่า Swap สำหรับสถานะ Long ในทองคำ และอาจจะให้ค่า Swap เป็นบวกเล็กน้อยสำหรับสถานะ Short เพื่อดึงดูดให้เทรดเดอร์เข้ามาเก็งกำไรในตลาด
การเข้าใจเรื่อง Swap เป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเทรดเดอร์ที่ถือสถานะระยะยาว เพราะค่า Swap สามารถสะสมและส่งผลกระทบต่อผลกำไรโดยรวมได้ หากเราไม่ใส่ใจเรื่องนี้ อาจจะทำให้กำไรที่ได้มาจากการเทรดถูกหักล้างไปด้วยค่า Swap ที่เกิดขึ้น
Tips จากประสบการณ์ 20 ปี
1. วางแผนการเทรดระยะยาวอย่างรอบคอบ
จากประสบการณ์ 20 ปีในตลาด Forex และ Gold ผมขอบอกเลยว่า การวางแผนการเทรดระยะยาวเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องพิจารณาเรื่องค่า Swap ลองคิดดูว่าถ้าเราถือสถานะ Long ใน XAUUSD เป็นเวลานาน ค่า Swap ที่เป็นลบจะค่อยๆ กัดกินกำไรของเราไปเรื่อยๆ ดังนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจถือสถานะระยะยาว เราต้องคำนวณค่า Swap ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น และประเมินว่ามันคุ้มค่ากับผลกำไรที่เราคาดหวังหรือไม่
ผมเคยเจอเคสหนึ่งเมื่อปี 2015 มีเทรดเดอร์คนหนึ่งมั่นใจมากว่าทองคำจะขึ้น เขาเลยเปิดสถานะ Long จำนวนมาก โดยไม่ได้สนใจเรื่องค่า Swap สุดท้าย ราคาทองคำก็ขึ้นจริง แต่กำไรที่เขาได้มาเกือบทั้งหมดถูกหักไปด้วยค่า Swap ที่สะสมมาเป็นเวลานาน ทำให้เขาได้กำไรน้อยกว่าที่ควรจะเป็นมาก
ดังนั้น สิ่งที่ผมอยากจะแนะนำคือ ให้เราทำตารางคำนวณค่า Swap ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น โดยพิจารณาจากขนาดของสถานะที่เราจะเปิด, ค่า Swap ของโบรกเกอร์, และระยะเวลาที่เราคาดว่าจะถือสถานะ หลังจากนั้น เราค่อยตัดสินใจว่าจะเทรดหรือไม่เทรด
2. เลือกโบรกเกอร์ที่มีค่า Swap ที่เหมาะสม
โบรกเกอร์แต่ละแห่งมีนโยบายเกี่ยวกับค่า Swap ที่แตกต่างกัน บางโบรกเกอร์อาจจะคิดค่า Swap สูงสำหรับคู่เงินบางคู่ หรือสำหรับทองคำ ดังนั้น การเลือกโบรกเกอร์ที่มีค่า Swap ที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของเราจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ถ้าเราเป็นเทรดเดอร์ที่ชอบถือสถานะข้ามคืน เราควรจะเปรียบเทียบค่า Swap ของโบรกเกอร์หลายๆ แห่งก่อนที่จะตัดสินใจเลือกใช้บริการ
ผมเคยทดลองเทรดกับโบรกเกอร์หลายแห่ง และพบว่าบางโบรกเกอร์คิดค่า Swap สูงมากสำหรับ XAUUSD ทำให้การถือสถานะ Long เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำกำไรได้ ดังนั้น ผมจึงแนะนำให้เทรดเดอร์ทุกคนตรวจสอบค่า Swap ของโบรกเกอร์อย่างละเอียดก่อนที่จะเริ่มเทรด
นอกจากนี้ เราควรจะพิจารณาปัจจัยอื่นๆ นอกเหนือจากค่า Swap ด้วย เช่น ความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์, สเปรด, และค่าธรรมเนียมอื่นๆ เพื่อให้เราได้โบรกเกอร์ที่ดีที่สุดสำหรับเรา
3. ใช้บัญชี Swap-Free (Islamic Account) หากจำเป็น
สำหรับเทรดเดอร์ชาวมุสลิม หรือเทรดเดอร์ที่ไม่ต้องการจ่ายหรือรับค่า Swap เนื่องจากเหตุผลทางศาสนา โบรกเกอร์ส่วนใหญ่มักจะมีบัญชี Swap-Free หรือ Islamic Account ให้บริการ บัญชีประเภทนี้จะไม่มีการคิดค่า Swap แต่โบรกเกอร์อาจจะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมอื่นๆ แทน เช่น ค่าคอมมิชชั่นที่สูงขึ้น หรือค่าธรรมเนียมในการเปิดและปิดสถานะ
ผมเคยให้คำปรึกษากับเทรดเดอร์ชาวมุสลิมหลายท่าน และแนะนำให้พวกเขาใช้บัญชี Swap-Free เพื่อให้การเทรดเป็นไปตามหลักศาสนาของพวกเขา แต่สิ่งที่สำคัญคือ เราต้องเข้าใจว่าบัญชี Swap-Free อาจจะมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น สเปรดที่กว้างกว่า หรือ leverage ที่ต่ำกว่า ดังนั้น เราต้องพิจารณาข้อดีข้อเสียอย่างรอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจใช้บัญชีประเภทนี้
สิ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ำคือ เราควรจะเลือกบัญชีที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดและความต้องการของเรามากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นบัญชี Swap-Free หรือบัญชีปกติ
4. ปรับกลยุทธ์การเทรดให้สอดคล้องกับค่า Swap
หากเราตระหนักว่าค่า Swap มีผลกระทบต่อผลกำไรของเรา เราสามารถปรับกลยุทธ์การเทรดของเราให้สอดคล้องกับค่า Swap ได้ ตัวอย่างเช่น ถ้าเราเทรด XAUUSD และรู้ว่าค่า Swap สำหรับสถานะ Long เป็นลบ เราอาจจะหลีกเลี่ยงการถือสถานะ Long ข้ามคืน หรืออาจจะเลือกเทรดใน Timeframe ที่สั้นลง เพื่อลดผลกระทบจากค่า Swap
ผมเคยลองปรับกลยุทธ์การเทรดของผม โดยเน้นการเทรด Scalping ในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนสูง เพื่อหลีกเลี่ยงการถือสถานะข้ามคืน และพบว่ามันช่วยลดผลกระทบจากค่า Swap ได้อย่างมาก
นอกจากนี้ เรายังสามารถใช้เครื่องมือทางเทคนิค เช่น Moving Average หรือ Fibonacci เพื่อช่วยในการตัดสินใจเข้าและออกจากการเทรดได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
5. ระวังช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงค่า Swap
ค่า Swap อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีเหตุการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจ หรือในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเงินของธนาคารกลาง ดังนั้น เราควรจะติดตามข่าวสารและข้อมูลทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงค่า Swap ที่อาจเกิดขึ้น
ผมเคยเจอเหตุการณ์ที่ค่า Swap เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วงที่มีการประกาศผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ทำให้เทรดเดอร์หลายคนที่ถือสถานะ Long ใน XAUUSD ข้ามคืนต้องขาดทุนอย่างหนัก เพราะค่า Swap ที่เป็นลบเพิ่มขึ้นอย่างมาก
สิ่งที่ผมอยากจะแนะนำคือ ให้เราตรวจสอบค่า Swap ของโบรกเกอร์อย่างสม่ำเสมอ และเตรียมพร้อมที่จะปรับกลยุทธ์การเทรดของเรา หากมีการเปลี่ยนแปลงค่า Swap ที่มีนัยสำคัญ
6. ใช้ Stop Loss เพื่อจำกัดความเสี่ยง
การใช้ Stop Loss เป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงในการเทรด Forex และ Gold โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องพิจารณาเรื่องค่า Swap ถ้าเราถือสถานะข้ามคืน และราคาเคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงกันข้ามกับที่เราคาดการณ์ไว้ ค่า Swap จะยิ่งทำให้เราขาดทุนมากขึ้น ดังนั้น การตั้ง Stop Loss จะช่วยจำกัดความเสี่ยงของเราได้
ตัวอย่างเช่น ถ้าเราเทรด XAUUSD lot 0.1 ที่ราคา 2350 และตั้ง Stop Loss ที่ 2340 (100 จุด) นั่นหมายความว่าเรายอมรับความเสี่ยงที่จะขาดทุนสูงสุด $100 หากราคาเคลื่อนที่ลงมาชน Stop Loss แต่ถ้าเราไม่ตั้ง Stop Loss และถือสถานะข้ามคืน ค่า Swap ที่เป็นลบจะยิ่งทำให้เราขาดทุนมากขึ้นไปอีก
สิ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ำคือ การตั้ง Stop Loss ควรจะพิจารณาจากความผันผวนของราคา และระดับความเสี่ยงที่เรายอมรับได้
7. ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Leverage และ Margin
Leverage และ Margin เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราสามารถเทรดด้วยเงินทุนที่มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เพิ่มความเสี่ยงในการเทรดด้วยเช่นกัน ถ้าเราใช้ Leverage สูง และถือสถานะข้ามคืน ค่า Swap จะยิ่งมีผลกระทบต่อบัญชีของเรามากขึ้น เพราะเราจะต้องจ่ายค่า Swap สำหรับสถานะที่มีขนาดใหญ่
ผมเคยเห็นเทรดเดอร์หลายคนที่ใช้ Leverage สูงเกินไป และถือสถานะ Long ใน XAUUSD ข้ามคืน สุดท้าย พวกเขาต้องเจอกับ Margin Call เพราะค่า Swap ที่เป็นลบ ทำให้ Equity ในบัญชีของพวกเขาลดลงอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่ผมอยากจะแนะนำคือ ให้เราใช้ Leverage อย่างระมัดระวัง และตรวจสอบ Margin Level ของเราอย่างสม่ำเสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิด Margin Call
8. เรียนรู้และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
ตลาด Forex และ Gold มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น การเรียนรู้และปรับปรุงกลยุทธ์การเทรดของเราอย่างต่อเนื่องจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก เราควรจะติดตามข่าวสารและข้อมูลทางเศรษฐกิจ, อ่านบทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญ, และทดลองใช้กลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อพัฒนาทักษะการเทรดของเรา
ผมเองก็ยังคงเรียนรู้และปรับปรุงกลยุทธ์การเทรดของผมอยู่เสมอ แม้ว่าจะมีประสบการณ์ในตลาดมานานกว่า 20 ปีแล้ว เพราะผมเชื่อว่าไม่มีกลยุทธ์ใดที่สมบูรณ์แบบ และเราต้องพร้อมที่จะปรับตัวให้เข้ากับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
สิ่งที่ผมอยากจะฝากไว้คือ อย่าหยุดที่จะเรียนรู้ และจงพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ แล้วเราจะสามารถประสบความสำเร็จในตลาด Forex และ Gold ได้อย่างยั่งยืน
FAQ เพิ่ม 4 ข้อ
ค่า Swap มีผลต่อการเทรดระยะสั้นหรือไม่?
ถึงแม้ว่าค่า Swap จะถูกมองว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่สำคัญสำหรับการเทรดระยะยาว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีผลกระทบต่อการเทรดระยะสั้นเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเทรดเดอร์ที่ใช้กลยุทธ์ Scalping หรือ Day Trading ที่อาจจะถือสถานะข้ามคืนเป็นบางครั้ง หากค่า Swap มีขนาดใหญ่ ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อกำไรโดยรวมได้
ลองคิดดูว่าถ้าเราเทรด XAUUSD และถือสถานะ Long ข้ามคืน ค่า Swap ที่เป็นลบอาจจะทำให้กำไรที่เราได้จากการเทรดในวันนั้นลดลง หรืออาจจะทำให้เราขาดทุนได้ ดังนั้น เราควรจะพิจารณาค่า Swap ในการวางแผนการเทรดระยะสั้นด้วย
สิ่งที่ผมอยากจะแนะนำคือ ให้เราตรวจสอบค่า Swap ของโบรกเกอร์ก่อนที่จะเทรด และพิจารณาว่ามันคุ้มค่ากับการถือสถานะข้ามคืนหรือไม่
ค่า Swap สามารถนำมาใช้เป็นสัญญาณในการเทรดได้หรือไม่?
ในบางครั้ง ค่า Swap สามารถนำมาใช้เป็นสัญญาณในการเทรดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อค่า Swap มีความผิดปกติ หรือมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น ถ้าเราสังเกตว่าค่า Swap สำหรับสถานะ Long ในคู่เงิน EUR/USD เพิ่มขึ้นอย่างมาก อาจจะหมายความว่ามีนักลงทุนจำนวนมากกำลัง Long EUR/USD และอาจจะเกิดการ Overbought ในตลาดได้
ผมเคยใช้ค่า Swap เป็นสัญญาณในการเทรด โดยสังเกตการเปลี่ยนแปลงของค่า Swap ในช่วงที่มีข่าวเศรษฐกิจสำคัญ และพบว่ามันช่วยให้ผมสามารถคาดการณ์ทิศทางของราคาได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
สิ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ำคือ การใช้ค่า Swap เป็นสัญญาณในการเทรด ควรจะใช้ร่วมกับเครื่องมือทางเทคนิคอื่นๆ และการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน เพื่อให้ได้สัญญาณที่แม่นยำยิ่งขึ้น
ค่า Swap มีความแตกต่างกันในแต่ละคู่เงินหรือไม่?
แน่นอนว่าค่า Swap มีความแตกต่างกันในแต่ละคู่เงิน เนื่องจากค่า Swap ขึ้นอยู่กับความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสกุลเงินสองสกุลที่เราทำการซื้อขาย คู่เงินที่มีความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยสูง มักจะมีค่า Swap ที่สูงกว่าคู่เงินที่มีความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยต่ำ
ตัวอย่างเช่น คู่เงิน AUD/JPY มักจะมีค่า Swap ที่สูงกว่าคู่เงิน EUR/USD เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยของออสเตรเลียสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยของญี่ปุ่น
สิ่งที่ผมอยากจะแนะนำคือ ให้เราตรวจสอบค่า Swap ของแต่ละคู่เงินก่อนที่จะเทรด และเลือกคู่เงินที่มีค่า Swap ที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของเรา
ค่า Swap มีผลต่อการคำนวณ Margin หรือไม่?
โดยทั่วไปแล้ว ค่า Swap จะไม่มีผลโดยตรงต่อการคำนวณ Margin แต่ค่า Swap จะมีผลต่อ Equity ในบัญชีของเรา ซึ่ง Equity เป็นตัวแปรสำคัญในการคำนวณ Margin Level ถ้า Equity ในบัญชีของเราลดลงเนื่องจากค่า Swap ที่เป็นลบ Margin Level ของเราก็จะลดลงด้วย และอาจจะทำให้เราเจอกับ Margin Call ได้
ดังนั้น ถึงแม้ว่าค่า Swap จะไม่มีผลโดยตรงต่อการคำนวณ Margin แต่เราก็ควรจะใส่ใจเรื่องค่า Swap เพื่อบริหารจัดการ Equity ในบัญชีของเราให้ดี
สิ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ำคือ การบริหารจัดการความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเทรด Forex และ Gold และการเข้าใจเรื่องค่า Swap เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารความเสี่ยงที่ดี
| ประเภทบัญชี | ค่า Swap สถานะ Long XAUUSD (ต่อ Lot) | ค่า Swap สถานะ Short XAUUSD (ต่อ Lot) | ค่าคอมมิชชั่น |
|---|---|---|---|
| Standard | -15 USD | 2 USD | ไม่มี |
| ECN | -12 USD | 0 USD | 7 USD ต่อ Lot |
| Swap-Free (Islamic) | 0 USD | 0 USD | 10 USD ต่อ Lot |
Swap คืออะไรในโลก Forex/Gold?
Swap หรือที่หลายคนเรียกว่า “ดอกเบี้ยข้ามคืน” คือค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นจากการถือสถานะ (position) ในตลาด Forex หรือ Gold ข้ามคืน ซึ่งเป็นผลมาจากการที่แต่ละสกุลเงินมีอัตราดอกเบี้ย (interest rate) ที่แตกต่างกัน เมื่อคุณถือสถานะข้ามคืน ระบบจะทำการคำนวณส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสกุลเงินที่คุณซื้อและสกุลเงินที่คุณขาย และทำการปรับ (debit/credit) เข้าไปในบัญชีเทรดของคุณ
พูดง่ายๆ คือ ถ้าคุณซื้อสกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง และขายสกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ คุณอาจจะได้รับ Swap เป็นบวก (credit) แต่ถ้าคุณทำในทางตรงกันข้าม คุณจะต้องจ่าย Swap (debit) แต่เรื่องนี้ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เพราะโบรกเกอร์แต่ละเจ้าก็มีนโยบาย Swap ที่แตกต่างกัน รวมถึงค่า Swap ยังมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามสภาวะตลาด
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเทรด EUR/USD โดยทำการ “ซื้อ” (long) EUR ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ย -0.5% และ “ขาย” (short) USD ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ย 2.5% ส่วนต่างคือ 3% ต่อปี แต่โบรกเกอร์ไม่ได้คิดตามนั้นตรงๆ เพราะเขาต้องบวกค่าดำเนินการเข้าไปด้วย สมมติว่าโบรกเกอร์คิด Swap -4 USD ต่อ Lot Standard (100,000 หน่วย) ต่อคืน นั่นหมายความว่าถ้าคุณถือสถานะนี้ข้ามคืน คุณจะต้องเสียค่า Swap 4 USD ต่อ Lot ที่ถือ
ผมเคยเจอเคสตอนปี 2015 ลูกศิษย์คนหนึ่งถือสถานะ Long GBP/JPY ข้ามคืนจำนวนมาก เพราะมองว่าค่าเงินปอนด์จะแข็งค่าขึ้น แต่ปรากฏว่าค่า Swap ติดลบเยอะมาก ทำให้กำไรที่ควรจะได้ลดลงไปพอสมควร เขาไม่ได้คำนึงถึงเรื่องนี้เลย ทำให้พลาดโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย ตรงนี้สำคัญมากนะ! ต้องวางแผนให้รอบคอบ
ค่า Swap บวกลบ บอกอะไรเรา?
ค่า Swap ที่เป็นบวก (Positive Swap) หมายความว่าคุณจะได้รับเงินเข้าบัญชีเทรดของคุณ หากคุณถือสถานะข้ามคืน เกิดขึ้นเมื่อคุณถือสกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าสกุลเงินที่คุณขาย ซึ่งในทางทฤษฎีเป็นเรื่องที่ดี แต่ในความเป็นจริง ค่า Swap ที่เป็นบวกมักจะน้อยกว่าค่า Swap ที่เป็นลบ และไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก
ค่า Swap ที่เป็นลบ (Negative Swap) หมายความว่าคุณจะต้องจ่ายเงินออกจากบัญชีเทรดของคุณ หากคุณถือสถานะข้ามคืน เกิดขึ้นเมื่อคุณถือสกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสกุลเงินที่คุณขาย ซึ่งเป็นสิ่งที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่พยายามหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากถือสถานะเป็นระยะเวลานาน เพราะจะทำให้ต้นทุนในการเทรดสูงขึ้น
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าค่า Swap ที่เป็นลบจะเป็นเรื่องที่ไม่ดีเสมอไป บางครั้งเราอาจจะยอมจ่ายค่า Swap เพื่อแลกกับโอกาสในการทำกำไรที่มากกว่า ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมั่นใจว่า XAUUSD จะขึ้นอย่างแน่นอน และถือสถานะ Long ข้ามคืน แม้ว่าค่า Swap จะติดลบ แต่ถ้าทองคำขึ้นไปตามที่คุณคาดการณ์ไว้ กำไรที่ได้ก็จะมากกว่าค่า Swap ที่เสียไป
สมมติว่าคุณเทรด XAUUSD lot 0.1 ที่ราคา 2350 และตั้ง Stop Loss ไว้ที่ 2340 (SL 10 จุด) นั่นหมายความว่าคุณยอมเสี่ยง 10 USD ถ้าคุณถือสถานะนี้ข้ามคืน และค่า Swap ติดลบ 0.5 USD คุณก็ต้องพิจารณาว่าคุ้มค่าหรือไม่ที่จะถือสถานะต่อไป ถ้าคุณคาดหวังว่าทองคำจะขึ้นไปที่ 2360 ในวันรุ่งขึ้น การจ่ายค่า Swap เพียงเล็กน้อยอาจจะคุ้มค่า แต่ถ้าคุณไม่แน่ใจ การปิดสถานะก่อนอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
กรณีศึกษา: วางแผนเทรดโดยคำนึงถึง Swap
ลองมาดู Case Study ที่ผมเคยเจอเมื่อปี 2018 ลูกศิษย์คนหนึ่งชื่อ “A” เป็นคนที่ชอบเทรดระยะยาว (Swing Trade) เขาจะถือสถานะข้ามวันข้ามสัปดาห์เป็นประจำ เขาเข้ามาปรึกษาผมว่าทำไมกำไรที่เขาคำนวณไว้ถึงไม่ตรงกับความเป็นจริง ผมเลยลองตรวจสอบประวัติการเทรดของเขาดู ปรากฏว่าปัญหาอยู่ที่ค่า Swap นี่เอง!
A ชอบเทรดคู่เงิน AUD/NZD โดยทำการ “ซื้อ” (long) เนื่องจากเขามองว่าเศรษฐกิจของออสเตรเลียจะเติบโตได้ดีกว่านิวซีแลนด์ แต่สิ่งที่เขาไม่ได้คำนึงถึงคือค่า Swap ที่ติดลบอย่างมาก เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยของนิวซีแลนด์สูงกว่าออสเตรเลีย ทำให้ทุกครั้งที่เขาถือสถานะข้ามคืน เขาจะต้องเสียค่า Swap จำนวนมาก ซึ่งเป็นต้นทุนที่มองข้ามไม่ได้
ผมเลยแนะนำให้ A เปลี่ยนกลยุทธ์ โดยให้พิจารณาเทรดคู่เงินอื่นที่มีค่า Swap เป็นบวก หรืออย่างน้อยที่สุดก็เป็นลบไม่มากนัก หรือถ้ายังต้องการเทรด AUD/NZD อยู่ ก็ให้ลดระยะเวลาในการถือสถานะลง เพื่อลดผลกระทบจากค่า Swap หรืออาจจะใช้เทคนิคการ Hedging เพื่อลดความเสี่ยง
หลังจากที่ A ปรับกลยุทธ์ตามคำแนะนำของผม เขาก็สามารถเพิ่มกำไรได้อย่างชัดเจน โดยลดต้นทุนจากค่า Swap ลงไปได้มาก ทำให้เห็นว่าการวางแผนการเทรดโดยคำนึงถึงค่า Swap เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ชอบเทรดระยะยาว หรือถือสถานะข้ามคืนเป็นประจำ
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Swap
Swap คิดตอนไหน เวลาไหน?
โดยทั่วไปแล้ว ค่า Swap จะถูกคิดในช่วงเวลาที่ตลาด Forex ปิดทำการ ซึ่งมักจะเป็นเวลา 5:00 PM EST (Eastern Standard Time) หรือประมาณตี 5 ตามเวลาประเทศไทย แต่ก็ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์แต่ละเจ้าด้วย บางโบรกเกอร์อาจจะคิด Swap ในเวลาที่แตกต่างกันเล็กน้อย ดังนั้นควรตรวจสอบกับโบรกเกอร์ของคุณให้แน่ใจ
นอกจากนี้ ยังมีสิ่งที่เรียกว่า “Triple Swap” ซึ่งเกิดขึ้นในวันพุธ (หรือวันศุกร์ในบางโบรกเกอร์) โดยโบรกเกอร์จะคิดค่า Swap เป็นสามเท่าของปกติ เนื่องจากเป็นการชดเชยค่า Swap สำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์ (เสาร์-อาทิตย์) ที่ตลาดปิดทำการ ดังนั้นถ้าคุณถือสถานะข้ามคืนวันพุธ คุณจะต้องเสียค่า Swap มากกว่าปกติ
Swap ฟรี มีจริงไหม?
มีอยู่จริงครับ! แต่ต้องบอกก่อนว่าไม่ได้มีทุกโบรกเกอร์ที่ให้บริการบัญชี Swap ฟรี บัญชี Swap ฟรี (Swap-Free Account) หรือบัญชีอิสลาม (Islamic Account) ถูกออกแบบมาสำหรับเทรดเดอร์ที่นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งมีข้อห้ามในการจ่ายหรือรับดอกเบี้ย (Riba) ดังนั้นโบรกเกอร์จึงยกเว้นค่า Swap ให้กับบัญชีประเภทนี้
อย่างไรก็ตาม บัญชี Swap ฟรี มักจะมีเงื่อนไขบางอย่าง เช่น อาจจะมีค่าธรรมเนียมในการเปิดบัญชีที่สูงกว่า หรืออาจจะมีการจำกัดประเภทของสินทรัพย์ที่สามารถเทรดได้ ดังนั้นควรศึกษาเงื่อนไขของบัญชี Swap ฟรีให้ละเอียดก่อนตัดสินใจเปิดบัญชี
Swap มีผลต่อการเทรดระยะสั้นไหม?
ถ้าคุณเป็น Day Trader หรือ Scalper ที่เทรดจบภายในวันเดียว ค่า Swap อาจจะไม่มีผลกระทบมากนัก เพราะคุณไม่ได้ถือสถานะข้ามคืน แต่ถ้าคุณถือสถานะนานกว่าหนึ่งวัน ค่า Swap ก็จะเริ่มมีผลกระทบต่อกำไรหรือขาดทุนของคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณเทรดด้วย Lot ที่ใหญ่ หรือถือสถานะเป็นระยะเวลานาน
ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเทรดระยะสั้นหรือระยะยาว การทำความเข้าใจเรื่อง Swap และการวางแผนการเทรดโดยคำนึงถึงค่า Swap เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้คุณสามารถควบคุมต้นทุนในการเทรด และเพิ่มโอกาสในการทำกำไรได้มากยิ่งขึ้น
จะดูค่า Swap ได้จากที่ไหน?
คุณสามารถดูค่า Swap ได้จากแพลตฟอร์มการเทรดของคุณ โดยปกติแล้วจะอยู่ในส่วนของ “Market Watch” หรือ “Symbol Properties” คุณจะเห็นค่า Swap สำหรับทั้งสถานะ Long (ซื้อ) และ Short (ขาย) แต่ค่า Swap ที่แสดงนั้นเป็นเพียงค่าประมาณการเท่านั้น ค่า Swap ที่เกิดขึ้นจริงอาจจะแตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและนโยบายของโบรกเกอร์
นอกจากนี้ บางโบรกเกอร์ยังมีเครื่องมือคำนวณ Swap ให้คุณใช้งาน เพื่อให้คุณสามารถประมาณการค่า Swap ที่คุณจะต้องจ่ายหรือได้รับ หากคุณถือสถานะข้ามคืน ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างมากในการวางแผนการเทรด







TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文