ใช้คำสั่ง Buy Limit และ Sell Limit เทรดทองคำ XAU ช่วยจองราคาดีอัตโนมัติโดยไม่ต้องเฝ้าจอ ทำกำไรได้แบบสบาย 1
- Buy Limit คือการจองซื้อทองคำที่ราคาดี
- Sell Limit ใช้เพื่อขายทองคำและเก็บกำไรสูงสุด
- ความแตกต่างระหว่าง Buy Limit และ Buy Stop
- วิธีตั้ง Buy Limit และ Sell Limit อย่างถูกต้อง
- ตัวอย่างการคำนวณกำไร-ขาดทุนจากคำสั่ง Buy Limit และ Sell Limit
- ความเสี่ยงที่ต้องระวัง เมื่อใช้ Buy Limit และ Sell Limit
- คำถามที่พบบ่อย

ในการเทรดทองคำ XAU นั้น การใช้คำสั่ง Buy Limit และ Sell Limit อย่างถูกต้องเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เราสามารถเข้าออกตำแหน่งตามแผน โดยไม่ต้องจ้องหน้าจออยู่ตลอดเวลา บทความนี้จะสอนวิธีปฏิบัติจริง เพื่อให้คุณได้ราคาดี แล้วเก็บกำไรอย่างเต็มที่
Buy Limit คือการจองซื้อทองคำที่ราคาดี
Buy Limit คือคำสั่งซื้อทองคำแบบมีเงื่อนไขที่ผู้ลงทุนกำหนดราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน เพื่อรอให้ราคาปรับตัวลงมาแตะจุดที่คาดหวังก่อนเข้าไปซื้อ ซึ่งเป็นกลยุทธ์การจองซื้อในราคาที่ดีและคุ้มค่าเพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไรเมื่อราคากลับตัวขึ้นในภายหลัง โดยสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยระบุว่าการซื้อขายทองคำแท่ง 96.5% มีส่วนต่างราคาซื้อกลับประมาณ 150 บาทต่อบาท
Buy Limit เหมือนกับการจองตั๋วรถขึ้นสงครามเลย เราบอกหน้าจองว่า “ถ้ามีตั๋วราคา 100 บาท ช่วยให้อันหนึ่งด้วย” จากนั้นก็หาการทำสิ่งอื่นไป พอตั๋วราคาดีนั้นมีเปิด ระบบก็จองให้อัตโนมัติ ในเทรดทองคำก็เช่นกัน Buy Limit คือการตั้งคำสั่งซื้อไว้ล่วงหน้า โดยบอกราคาที่ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน ว่า “เมื่อทองคำลดลงมาถึงจุดนี้ ให้ซื้อให้ฉัน” เมื่อราคาทองคำลดลงมาถึงจุดที่เรากำหนด ระบบจะซื้อให้อัตโนมัติทันที
ข้อดีของ Buy Limit คือเรามี “เวลาถูกทำการตัดสินใจ” ราคาทองคำมักจะฉับไว วาววับ เมื่อลดลง อาจลดลงเพียงแค่นาทีแล้วก็ขึ้นกลับ ถ้าไม่มีคำสั่ง Buy Limit เราอาจจะเพลาในการซื้อ หรือซื้อตอนเพิ่งขึ้นไปสูงแล้ว ด้วยการตั้ง Buy Limit ไว้ล่วงหน้า เมื่อราคาเข้าจุดนั้น ตัดสินใจจึงทำได้ทันท่วงที ราคาก็จะลดลง และเราตกลงตัว ได้ราคาดี
อีกข้อดีหนึ่งคือการใช้ Buy Limit ช่วยให้เราเคารพแผนการเทรดมากขึ้น บ่อยครั้งที่เราเขียนแผนไว้ “ถ้าทองคำลดลงมา 2650 เหรียญ ให้ซื้อ” แต่เมื่อเข้าเวลา เห็นราคาลดลงมาเต็มกระเป๋า เราก็เบา ๆ คิดว่า “อืมม ลดเยอะแยะเลยนะ ประมาณจะลดต่อเรื่อย ๆ ป่านนี้” แล้วก็ไม่ซื้อ ด้วย Buy Limit เราก็ถูกบังคับให้ปฏิบัติตามแผน เพราะระบบจะซื้อให้เอง ตัดความเศร้า
Sell Limit ใช้เพื่อขายทองคำและเก็บกำไรสูงสุด

Sell Limit คือคำสั่งขายทองคำในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดปัจจุบัน โดยผู้ลงทุนจะกำหนดจุดขายที่คาดว่าราคาจะขยับขึ้นไปแตะในอนาคต เพื่อเก็บกำไรสูงสุดจากการขายในจุดสูงสุดของรอบการรีบาวด์ ช่วยให้ไม่พลาดโอกาสทำกำไรแม้ไม่ได้เฝ้าติดตามหน้าจอตลาดตลอดเวลา เนื่องจากระบบจะทำการขายอัตโนมัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้
ถ้า Buy Limit คือ “จองซื้อ” แล้ว Sell Limit ก็คือ “จองขาย” เมื่อเราซื้อทองคำเข้ามาแล้ว เราตั้ง Sell Limit ไว้สูงกว่าราคาปัจจุบัน โดยบอกว่า “เมื่อทองคำขึ้นมาถึงจุดนี้ ให้ขายให้ฉัน” เมื่อราคาทองคำขึ้นมาถึงระดับกำไรที่เรากำหนด ระบบก็จะขายให้อัตโนมัติ
ข้อดีของ Sell Limit คือการเก็บกำไรแบบวินัย เมื่อเรากำหนดจุดเก็บกำไรไว้ 2700 เหรียญ เราจึงตั้ง Sell Limit ไว้ 2700 เหรียญ ราคาจะขึ้นไปที่นั่นแล้วขายให้อัตโนมัติ ไม่ต้องมานั่งจ้องหน้าจอ “เดี๋ยวมันขึ้นเยอะเลย ขอลุ้นไปอีกนิด” แล้วเสียกำไรหมด การตั้ง Sell Limit ทำให้เรามีสิทธิ์หลีกเลี่ยงความโลภและความเกรงกลัว สองศัตรูที่ใหญ่ที่สุดของเทรดเดอร์
อีกอย่างคือเมื่อเราตั้ง Sell Limit แล้ว เราก็ปล่อยคำสั่งนั้นไป ราคาขึ้นไปเข้าจุด เก็บกำไรได้ตามแผน แล้วก็ไปทำสิ่งอื่นได้ เวลาของเราจึงไม่ถูกจำหน่ายให้กับตลาด และเรามีเวลาศึกษาแนวทาง ตรวจสอบอินดิเคเตอร์ หาโอกาสใหม่ ๆ อีก
ความแตกต่างระหว่าง Buy Limit และ Buy Stop
Buy Limit และ Buy Stop เป็นคำสั่งที่มีจุดประสงค์ต่างกันอย่างชัดเจน โดย Buy Limit จะตั้งราคาซื้อที่ต่ำกว่าราคาปัจจุบันเพื่อรอซื้อในจุดที่ราคาถูกลง ในขณะที่ Buy Stop จะตั้งราคาซื้อที่สูงกว่าราคาปัจจุบันเพื่อรอซื้อเมื่อราคาทะลุแนวต้านและมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนมุมมองการวิเคราะห์กราฟราคาทองคำที่แตกต่างกัน
บ่อยครั้งที่มือใหม่สับสนระหว่าง Buy Limit กับ Buy Stop อย่างไม่เคยกระเบิด Buy Limit คือการตั้งคำสั่งซื้อ ที่ราคาต่ำกว่าราคาปัจจุบัน เมื่อราคาลดลงมาถึงจุดนั้น มันจึงซื้อ Buy Stop เป็นการตั้งคำสั่งซื้อที่ราคาสูงกว่าราคาปัจจุบัน เมื่อราคาขึ้นไปถึงจุดนั้น มันจึงซื้อ
ความหมายของ Buy Limit คือ “ฉันคิดว่าทองคำจะลดลง ก่อนจะขึ้นไป ดังนั้นจึงตั้ง Buy Limit ไว้ต่ำกว่า” ส่วน Buy Stop คือ “ฉันคิดว่า ทองคำจะขึ้นต่อไป จากจุดต้านทานนี้ เมื่อขึ้นเลยจุดนี้ ก็แสดงว่าเนื้อที่แข็งตัว ฉันจึงตั้ง Buy Stop เพื่อซื้อตามโมเมนตัม”
ตัวอย่างจริง ๆ ดูเหมือนว่า ราคาทองคำอยู่ 2680 เหรียญ เราเห็นแนวรับที่ 2650 เหรียญ เราคิดว่า ราคามักจะเด้งกลับจากแนวรับนี้ เราจึงตั้ง Buy Limit 2650 เหรียญ เพื่อรอซื้อ แต่ยังมีเนื้อที่ต้านทาน 2720 เหรียญ เราคิดว่า ถ้าทองคำขึ้นเลยเนื้อที่นี้ เก็บกำไรจากตัวต้านทาน มันก็จะบินไปเรื่อย ๆ เราจึงตั้ง Buy Stop 2725 เหรียญ เพื่อซื้อตามแนวทาง ทั้งสองคำสั่งตั้งไว้พร้อมกัน ถ้าราคาลดลงมา 2650 ก็ซื้อตามแผนรับ ถ้าขึ้นเลย 2725 ก็ซื้อตามโมเมนตัมขาขึ้น
วิธีตั้ง Buy Limit และ Sell Limit อย่างถูกต้อง
การตั้งค่า Buy Limit และ Sell Limit อย่างถูกต้องเริ่มจากการวิเคราะห์แนวรับและแนวต้านบนกราฟราคาอย่างละเอียด จากนั้นระบุราคา Buy Limit ไว้ใกล้เส้นแนวรับที่แข็งแกร่ง และกำหนดราคา Sell Limit ไว้บริเวณเส้นแนวต้านสำคัญ พร้อมกำหนดจุด Stop Loss เพื่อจำกัดความเสี่ยงเสมอ เพื่อให้การวางแผนการซื้อขายทองคำมีประสิทธิภาพสูงสุดและปลอดภัย
ขั้นแรก เราต้องวิเคราะห์แนวแกน ดูแนวรับและแนวต้านจาก Chart ทองคำ โดยปกติดูจากเทียน 4 ชั่วโมง หรือแท่งเทียนรายวัน เพื่อให้เห็นแนวทางหลักชัดเจน ถ้าเห็นราคาทำตัวแรงตรงจุดไหน นั่นคือแนวแกน เมื่อหาแนวรับและต้านทานได้แล้ว เราจึงสามารถตั้ง Buy Limit ได้อย่างมั่นใจ
สมมุติว่า ทองคำกำลังอยู่ 2690 เหรียญ เราวิเคราะห์เห็นว่า แนวรับที่แข็งอยู่ 2665 เหรียญ ราคาแตะแนวนี้ บ่อย ๆ และเด้งกลับสูง เราจึงตั้ง Buy Limit 2660 เหรียญ ซึ่งต่ำกว่าแนวรับเล็กน้อย เพื่อให้ได้ราคาดี แต่เมื่อราคาลดลงมา แล้วเข้าใกล้แนวรับ ระบบก็จะซื้อให้ ถ้าเราต้องการ Sell Limit เราก็วิเคราะห์ดูแนวต้านทาน สมมุติว่า แนวต้านทาน 2720 เหรียญ เราจึงตั้ง Sell Limit 2715 เหรียญ เพื่อขายก่อนหน่อยนึง เพื่อให้แน่ใจว่าราคาจะเข้าจุดนี้ และเก็บกำไรได้
ในแพลตฟอร์ม MT4 หรือ cTrader การตั้งคำสั่งนี้ง่ายมาก เมื่อเปิด Chart ทองคำ XAU/USD ก็ขวาคลิก ที่จุดที่เราต้องการตั้ง จากนั้นเลือก “Insert Pending Order” (หรือตั้งผ่านปุ่ม Order ด้านบน) แล้วก็เลือก “Buy Limit” หรือ “Sell Limit” ระบบก็จะสร้างเส้นคำสั่งไว้ ราคาจะขึ้นลงตามต้องการ คำสั่งก็จะทำงาน ไม่ต้องรอหนะ
ตัวอย่างการคำนวณกำไร-ขาดทุนจากคำสั่ง Buy Limit และ Sell Limit

หากตั้ง Buy Limit ซื้อทองคำไว้ที่ราคา 30,000 บาทต่อบาท เมื่อราคาลงมาแตะและกลับตัวขึ้นไปถึง 31,000 บาท จะได้กำไร 1,000 บาทต่อบาท แต่ถ้าราคาไหลผ่านจุดซื้อลงไปและไปแตะ Stop Loss ที่ 29,500 บาท จะขาดทุน 500 บาทต่อบาททันที ส่วน Sell Limit ที่ตั้งขายไว้สูงกว่าราคาตลาดจะเกิดกำไรหรือขาดทุนตามทิศทางการพลิกตัวของราคาหลังการขายนั้นเช่นกัน
สมมุติว่า วันนี้เรากำลังเทรดทองคำ XAU/USD ทองคำปิดตัวแรมแรมอยู่ที่ 2685 เหรียญ เราวิเคราะห์เห็นแนวรับที่ 2665 เหรียญ และแนวต้านทาน 2710 เหรียญ เราตั้งแผนการเทรด ดังนี้
ขั้นแรก ตั้ง Buy Limit 2660 เหรียญ ปริมาณการซื้อ 0.5 ลอต (0.5 Lot สำหรับทองคำคือ 50 ออนซ์) เมื่อราคาลดลงมา และเข้าจุด 2660 เหรียญ ระบบก็จะซื้อให้อัตโนมัติ ตัวต้านทาน 2710 เหรียญ เป็นระดับที่เรามองว่าราคาจะหยุดไป ดังนั้นตั้ง Sell Limit 2705 เหรียญ (ต่ำกว่าแนวต้านทานนิดหน่อย เพื่อให้แน่ใจว่าระบบจะขายได้) ยอดเท่าเดิม 0.5 ลอต
คำนวณกำไรขาดทุน Buy ที่ 2660 เหรียญ จำนวน 0.5 ลอต = 2660 × 50 ออนซ์ = 133,000 เหรียญเป็นต้นทุน Sell ที่ 2705 เหรียญ จำนวน 0.5 ลอต = 2705 × 50 ออนซ์ = 135,250 เหรียญรับเงิน กำไรที่ได้ = 135,250 – 133,000 = 2,250 เหรียญ (ยังไม่หักค่านายหน้า) ถ้าบัญชีนายหน้า คิด Spread 3 เหรียญต่อลอต (ราคาซื้อสูงกว่าราคาขาย 3 เหรียญ) ค่านายหน้า = 3 × 50 × 0.5 ลอต = 75 เหรียญ กำไรสุทธิ = 2,250 – 75 = 2,175 เหรียญ
ในการเทรด 0.5 ลอต ดังนี้ กำไรขั้นต้นคิด 2,175 เหรียญ มันค่อนข้างดีสำหรับการเทรดระยะสั้นไป บ่อยครั้งเราอาจเทรดหลายตำแหน่ง ตั้งหลาย Buy Limit หลาย Sell Limit ตลอดวัน ก็อาจเก็บกำไรไป 3,000-5,000 เหรียญ แล้วแต่เก่ง และถูกเวลา
ความเสี่ยงที่ต้องระวัง เมื่อใช้ Buy Limit และ Sell Limit
ความเสี่ยงสำคัญจากการใช้คำสั่ง Buy Limit และ Sell Limit คือโอกาสที่ราคาอาจเคลื่อนไหวไปแตะจุดเป้าหมายแล้วกลับตัวอย่างรุนแรงในทันที ทำให้เกิดการขาดทุนอย่างมากหากไม่มีการกำหนด Stop Loss ไว้ควบคู่กัน นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากการวิเคราะห์แนวโน้มผิดพลาด จนทำให้คำสั่งถูกเปิดในช่วงจังหวะที่ตลาดกำลังเปลี่ยนแนวโน้มระยะยาวอย่างสมบูรณ์
อันดับแรก คือ “ราคาไม่เข้าจุด” เมื่อเราตั้ง Buy Limit 2660 เหรียญ แต่ราคาทองคำ ไม่ลดลงมาถึงจุดนี้ มันแค่ลดลงมา 2665 แล้วเด้งกลับ คำสั่ง Buy Limit นั้นจึงไม่ทำงาน เราก็ไม่ได้ซื้อ พลาดโอกาส อย่างนี้เป็นเรื่องปกติในเทรดนะ ราคาไม่สามารถวิ่งไปตรงลูกศรของเราได้ตลอด ดังนั้นต้องตั้งใจเตรียมใจ ว่า Buy Limit ที่ตั้งไว้ อาจจะไม่ทำงาน บางทีต้องปรับเปลี่ยน
อีกอย่างหนึ่ง “Slippage” คือเมื่อราคาเข้าจุด Buy Limit ของเรา ขณะที่จำนวนผู้ซื้อมาก ๆ ระบบอาจจะขยับราคาซื้อให้สูงกว่าจุดที่ตั้งไว้เล็กน้อย นี่คือความเสี่ยงของการซื้อขาย Slippage นี้อาจจะไม่เยอะ แค่ 0.5-1 เหรียญ แต่ยิ่งสภาพตลาด Volatile (ผันผวน) มากเท่าไร Slippage ก็มากขึ้นเท่านั้น
ความเสี่ยงที่สำคัญของ Sell Limit คือ “ราคาพลิกตัวล่าง” เมื่อเราตั้ง Sell Limit 2705 เหรียญ ราคาจริง ๆ ขึ้นไป 2710 เหรียญ เข้าจุด Sell Limit 2705 แล้ว ระบบขายให้อัตโนมัติ แต่ถัดจากนั้น เกิดข่าวลบ ราคาตกหลัน เหลือเพียง 2650 เหรียญ อย่างนี้เราก็ขายแล้วลี้เลิกไป เสียกำไรส่วนที่เหลือไป ปกติแล้วเราก็ยินดี เพราะได้กำไรแล้ว แต่จิตใจทำให้เราเสียดายกำไรสูงสุดที่อาจได้ถ้าชะลาด Sell Limit
เคล็ดลับการตั้งจุด Buy Limit และ Sell Limit ให้สมเหตุสมผล
เคล็ดลับแรก คือดูแนวทางจาก Multiple Timeframe โดยไม่ใช่ดูเพียงแค่ Chart 4 ชั่วโมง ให้ดูแนวรับต้านทานจาก Chart ประจำวัน และ Chart สัปดาห์ด้วย ถ้าแนวรับจาก Chart ประจำวัน และแนวรับจาก Chart 4 ชั่วโมง มาบรรจบกันที่จุดเดียวกัน นั่นคือแนวรับที่แข็งมาก ๆ คุณตั้ง Buy Limit ที่จุดนั้นจึงมีความเสี่ยงน้อยกว่า
เคล็ดลับที่สอง ตั้ง Buy Limit ให้ใกล้เคียงกับแนวรับ ห่างแค่ 5-10 เหรียญ เพื่อให้ราคาข่าวจริง ๆ เข้าจุด ถ้าห่างมากเกินไป (ห่าง 50 เหรียญ) ราคาอาจจะไม่ลดลงมาถึง ก็พลาด
เคล็ดลับที่สาม เมื่อตั้งจุด Buy Limit แล้ว ให้ตั้ง จุดตัดขาดทุน ด้วยทันที โดยตั้ง จุดตัดขาดทุน ต่ำกว่า Buy Limit เล็กน้อย สมมุติตั้ง Buy Limit 2660 เหรียญ ให้ตั้ง จุดตัดขาดทุน 2650 เหรียญ นี่คือการป้องกันว่า ถ้าราคาลดลงต่อจากจุดซื้อ ความขาดทุนจะมากสุดเพียง 10 เหรียญ ต่อลอต ไม่จะปล่อยให้ความเสี่ยงอยู่กับลม
เคล็ดลับที่สี่ สำหรับ Sell Limit นั้น ตั้งจุด Sell Limit ที่สูงไม่เกินไป ให้สูงกว่าแนวต้านทาน 5-10 เหรียญ เมื่อราคาลดลงมาต่อจากการขาย ก็ตั้ง Buy Back (ซื้อกลับ) เพื่อปิดตำแหน่ง เพราะบางครั้ง ราคาจริง ๆ ขึ้นต่อหลังจาก Sell Limit ทำงาน ตั้ง Buy Back ช่วยให้เราสามารถเก็บกำไรเพิ่มเติมได้
| ประเภทคำสั่ง | ราคาที่ตั้ง | เหตุผลการใช้ | ความเสี่ยง |
|---|---|---|---|
| Buy Limit | ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน | ซื้อเมื่อราคาลดลงมาถึงแนวรับ ได้ราคาดี | ราคาอาจไม่ลดลงมาถึง พลาดโอกาส |
| Buy Stop | สูงกว่าราคาปัจจุบัน | ซื้อตามโมเมนตัมขาขึ้น หลังเลยแนวต้านทาน | ซื้อแล้วราคาเด้งลงมาต่อ |
| Sell Limit | สูงกว่าราคาปัจจุบัน | ขายเมื่อราคาขึ้นมาถึงแนวต้านทาน เก็บกำไรสูงสุด | ราคาขึ้นต่อเรื่อย ๆ เสียกำไร หรือราคาพลิกตัวลง |
| Sell Stop | ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน | ป้องกันขาดทุน เมื่อราคาลดลงเกินจุด | ระบบขายแล้วราคาเด้งกลับขึ้น เสียกำไร |
สรุปการใช้ Buy Limit และ Sell Limit ในการเทรดทองคำ XAU นั้น ไม่ใช่เรื่องยากหรือเทพ แต่เป็นกลวิธีการที่เทรดเดอร์มืออาชีพทุกคนใช้อยู่ทุกวัน การตั้งคำสั่งนี้ให้ถูกจุด ต้องอาศัยการวิเคราะห์แนวรับต้านทานอย่างรอบคอบ และตั้งสติไว้ว่า ไม่ใช่ทุกคำสั่งจะทำงาน บางคำสั่งอาจพลาด แต่ยิ่งจำนวนครั้งที่คุณตั้งมากขึ้น โอกาสเก็บกำไรก็มากขึ้นไปด้วย เริ่มต้นด้วยการตั้ง Buy Limit และ Sell Limit ให้ถูกต้อง แล้วระบบจะทำงานให้เมื่อคุณกำลังนอนหลับหรือทำสิ่งอื่น
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคำสั่ง Buy Limit และ Sell Limit มักเน้นไปที่วิธีการเลือกจุดที่เหมาะสมในการตั้งคำสั่งบนแพลตฟอร์มการซื้อขายทองคำ รวมถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับกรณีที่ราคาวิ่งผ่านจุดที่กำหนดแต่คำสั่งยังไม่ถูกเปิด ซึ่งมักเกิดจากช่องว่างราคาหรือสภาพคล่องในตลาดขณะนั้น ผู้ลงทุนจึงควรทำความเข้าใจกลไกการทำงานของระบบออเดอร์ให้แม่นยำก่อนใช้งานจริง
Buy Limit ในการเทรดทองคำหมายความว่าอย่างไร
Buy Limit คือการตั้งคำสั่งซื้อทองคำไว้ล่วงหน้า โดยระบุราคาที่ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน เมื่อราคาทองคำลดลงมาถึงจุดที่เราตั้งไว้ ระบบจะซื้อให้อัตโนมัติ วิธีนี้ช่วยให้เราได้ราคาดีที่สุดโดยไม่ต้องจ้องหน้าจออยู่ตลอดวัน และสามารถหลีกเลี่ยงการซื้อตอนทองคำแพงสูงสุด
Sell Limit แตกต่างจาก Sell Stop อย่างไรในเทรด XAU
Sell Limit คือการตั้งคำสั่งขายล่วงหน้า โดยระบุราคาที่สูงกว่าราคาปัจจุบัน เมื่อราคาทองคำขึ้นมาถึงจุดกำหนด ระบบจะขายให้อัตโนมัติ ส่วน Sell Stop เป็นคำสั่งป้องกันขาดทุน โดยขายเมื่อราคาลดลงมาถึงระดับที่เรากำหนด Sell Limit ใช้เมื่อเราคาดการณ์ราคาจะขึ้น ส่วน Sell Stop ใช้เมื่อราคาลดลงเกินคาด
ถ้าใช้ Buy Limit ห้อนอกจากเก็บกำไร จะเกิดอะไรขึ้น
เมื่อสั่ง Buy Limit ทีกำหนด ราคาจะไม่ถึงระดับที่เราตั้ง ถ้าทองคำขึ้นไปเรื่อย ๆ คำสั่งจะไม่ทำงาน ราคาจะพลาดหมด และเราก็ไม่ได้ซื้อ ทำให้พลาดโอกาสได้กำไร หรือบางครั้งราคาลดลงมา แต่ลดแค่น้อย ย้อนกลับไปสูงขึ้นเรื่อย ๆ จึงตัดคำสั่ง Buy Limit ออกและรีเซ็ตใหม่
ควรตั้ง Buy Limit ห่างจากราคาปัจจุบันเท่าไร
ระยะห่างของ Buy Limit ขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรด ถ้าเป็นผู้เทรดระยะสั้น (Scalper) ควรตั้งไว้ห่างเพียง 5-15 เหรียญ ถ้าเป็นผู้เทรดระยะกลาง (Swing Trader) ตั้งไว้ห่าง 30-100 เหรียญ เพื่อให้ได้ราคาดี แต่ยังไม่สูญหายโอกาส วิธีดูแนวรับจากแท่งเทียน 4 ชั่วโมง หรือรายวัน เป็นแนวถือตัว แล้วตั้ง Buy Limit ไว้ต่ำกว่าแนวนั้นเล็กน้อย
ทำไมต้องใช้ Sell Limit มากกว่าขายให้ได้เร็ว
Sell Limit ช่วยให้เราเก็บกำไรสูงสุด เพราะเมื่อเราคาดว่าทองคำจะขึ้นไปถึงจุดหนึ่ง เราตั้ง Sell Limit ไว้ที่จุดนั้น ราคาจะขึ้นมาถึงแล้วขายอัตโนมัติ ไม่ต้องรออยู่หน้าจอ ถ้าขายรีบ ๆ แต่ราคาขึ้นต่อจากนั้น เราก็เสียกำไรส่วนที่เหลือไป ส่วน Sell Stop ใช้สำหรับป้องกันการขาดทุนเมื่อตลาดคลาดเคลื่อน
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย






















