Pivot Points เทรดทองคำ คือเครื่องมือคำนวณแนวรับแนวต้านแบบ Floor ที่โปรใช้ ทำกำไรได้จริง 88%

การเทรดทองคำหรือ XAUUSD ให้รอดปลอดภัยและทำกำไรได้จริง สิ่งสำคัญคือต้องรู้จักการหาแนวรับแนวต้านที่แม่นยำ บทเรียนนี้จะพาไปรู้จักกับ Pivot Points แบบ Floor ซึ่งเป็นสูตรคำนวณที่เทรดเดอร์มืออาชีพนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
Pivot Points แบบ Floor คืออะไร ทำไมต้องใช้กับทองคำ

Pivot Points แบบ Floor เป็นเครื่องมือทางเทคนิคที่ใช้ข้อมูลราคาในอดีตมาคำนวณเป็นเส้นแนวรับและแนวต้านสำหรับวันถัดไป โดยอ้างอิงจากราคาสูงสุด ราคาต่ำสุด และราคาปิดของแท่งเทียนในช่วงเวลาก่อนหน้า การนำมาคำนวณเป็นจุดพลิกตัวหรือจุดหมุนของราคา จะได้ตัวเลขที่บ่งบอกว่าราคาน่าจะดีดตัวหรือพลิกทิศที่จุดใด
ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงมากและมีการเคลื่อนไหวที่รุนแรงในบางช่วงเวลา การใช้ Pivot Points แบบ Floor จึงเหมาะอย่างยิ่งเพราะมันให้กรอบราคาที่ชัดเจน แทนที่เราจะนั่งเดาว่าราคาจะไปชนที่ไหน เครื่องมือตัวนี้คำนวณมาให้พร้อมใช้งาน ทำให้เทรดเดอร์สามารถวางแผนการเข้าเทรดได้อย่างมีหลักฐานและลดความเสี่ยงจากอารมณ์ ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
นอกจากนี้ทองคำยังมีพฤติกรรมที่ชอบเคลื่อนไหวไปทดสอบระดับราคาสำคัญก่อนจะเด้งกลับ การมี Pivot Points ไว้ในมือเปรียบเหมือนการมีแผนที่รบในสนาม คุณจะรู้เลยว่าถ้าราคาทะลุเส้นปัจจุบันไปได้เส้นต่อไปจะอยู่ที่ไหน ช่วยให้ตัดสินใจตั้งคำสั่งซื้อขายและจุดตัดขาดทุนได้อย่างแม่นยำและสมเหตุสมผลในทุกสภาวะตลาด
วิธีคำนวณ Pivot Points แบบ Floor อย่างละเอียด
การคำนวณ Pivot Points แบบ Floor ไม่ใช่เรื่องยากเลยถ้าเข้าใจสูตรพื้นฐาน สิ่งแรกที่ต้องทำคือหาค่า Pivot หลักก่อน โดยนำราคาสูงสุดของวันก่อนหน้าบวกกับราคาต่ำสุด แล้วบวกเพิ่มด้วยราคาปิด จากนั้นนำผลรวมทั้งหมดมาหารด้วยสาม ตัวเลขที่ได้นี้คือจุดศูนย์กลางของราคาในวันถัดไป
เมื่อได้ค่า Pivot หลักมาแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการคำนวณแนวต้านและแนวรับ โดยแนวต้านหนึ่งเท่ากับสองเท่าของค่า Pivot ลบด้วยราคาต่ำสุด ส่วนแนวรับหนึ่งเท่ากับสองเท่าของค่า Pivot ลบด้วยราคาสูงสุด สำหรับแนวต้านสองและแนวรับสองก็จะนำค่า Pivot มาบวกลบกับระยะห่างระหว่างราคาสูงสุดกับราคาต่ำสุดเพื่อหาระดับถัดไป การทำแบบนี้จะได้เส้นราคาที่จัดเรียงเป็นชั้นๆ อย่างเป็นระบบ
/>
ตัวอย่างเช่น ถ้าวันก่อนหน้าทองคำมีราคาสูงสุดอยู่ที่ 2050 ดอลลาร์ ราคาต่ำสุดอยู่ที่ 2030 ดอลลาร์ และราคาปิดอยู่ที่ 2042 ดอลลาร์ เราจะนำตัวเลขทั้งสามมารวมกันได้ 6122 แล้วหารด้วยสามจะได้ค่า Pivot ที่ 2040.67 ดอลลาร์ จากนั้นก็นำค่านี้ไปคำนวณต่อเป็นแนวรับและแนวต้านระดับต่างๆ ตามสูตรที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อใช้เป็นแผนที่นำทางราคาในการเทรดของวันใหม่
กลยุทธ์การเข้าเทรดทองคำด้วย Pivot Points
กลยุทธ์ที่นิยมที่สุดในการใช้ Pivot Points คือการเทรดตามทิศทางราคาเมื่อราคาสามารถทะลุผ่านเส้นได้ ถ้าราคาทองคำเปิดตลาดแล้วเคลื่อนตัวทะลุเส้นแนวต้านหนึ่งขึ้นไปได้ แสดงว่ากำลังมีแรงซื้อจริง เราสามารถเข้าสั่งซื้อเพื่อไปเก็บกำไรที่เส้นแนวต้านสองได้เลย ในทางกลับกันถ้าราคาทะลุเส้นแนวรับลงไป ก็สามารถสั่งขายเพื่อรอราคาลงไปแตะแนวรับสองได้เช่นกัน
อีกกลยุทธ์หนึ่งคือการเทรดแบบเด้งกลับที่เส้น Pivot หลัก ถ้าราคาเปิดตลาดแล้วเคลื่อนไหวอยู่เหนือเส้น Pivot แสดงว่าแนวโน้มหลักเป็นขาขึ้น ให้ถือว่าเส้น Pivot คือแนวรับหลัก เมื่อราคาปรับตัวลงมาแตะเส้นนี้แล้วเกิดรูปแบบแท่งเทียนกลับตัว เช่น แท่งเทียนรูปค้อนหรือแท่งเทียนกลืนกิน ก็สามารถเข้าสั่งซื้อได้ทันที โดยตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ใต้เส้น Pivot เล็กน้อยเพื่อความปลอดภัย
สำหรับการเทรดในระยะสั้นหรือ Scalping สามารถใช้แนวรับและแนวต้านระดับแรกในการเล่นสวนทิศเมื่อราคาวิ่งมาแตะเส้นอย่างรวดเร็ว แต่ต้องระวังในช่วงที่มีข่าวสำคัญเพราะราคาอาจจะทะลุเส้นได้ง่าย การรอให้แท่งเทียนปิดเพื่อยืนยันทิศทางจึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่าการเข้าเทรดทันทีเมื่อราคาแตะเส้น การผสมผสานกับตัวชี้วัดอื่นเช่น RSI จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจได้อีกด้วย
ตัวอย่างการคำนวณกำไรและขาดทุนจากการเทรดจริง

มาดูตัวอย่างการเทรดจริงกันครับ สมมติว่าเราคำนวณ Pivot Points ของทองคำได้ค่า Pivot หลักที่ 2040 ดอลลาร์ แนวต้านหนึ่งที่ 2055 ดอลลาร์ และแนวรับหนึ่งที่ 2025 ดอลลาร์ ราคาเปิดตลาดวันใหม่ที่ 2042 ดอลลาร์และเริ่มไต่ราคาขึ้นไปทะลุเส้นแนวต้านหนึ่งที่ 2055 ดอลลาร์ได้สำเร็จ เราจึงตัดสินใจสั่งซื้อที่ราคา 2056 ดอลลาร์
เราตั้งเป้าหมายเก็บกำไรที่แนวต้านสองซึ่งอยู่ที่ 2070 ดอลลาร์ และตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 2050 ดอลลาร์ ห่างจากจุดเข้าไป 6 ดอลลาร์ ขนาดล็อตที่ใช้คือ 0.1 ล็อต สำหรับทองคำ 1 ล็อตมีมูลค่า 100 ออนซ์ ดังนั้น 0.1 ล็อตจะเท่ากับ 10 ออนซ์ การเคลื่อนไหวของราคา 1 ดอลลาร์ในทองคำจะเท่ากับ 10 ดอลลาร์สำหรับขนาด 0.1 ล็อต
ผลที่ออกมาคือราคาทองคำขึ้นไปแตะเป้าหมายที่ 2070 ดอลลาร์จริง เราปิดสถานะที่กำไร กำไรที่ได้คือ 2070 ลบ 2056 เท่ากับ 14 ดอลลาร์ คูณด้วย 10 ออนซ์ เท่ากับกำไร 140 ดอลลาร์ แต่ถ้าราคากลับตัวลงมาแตะจุดตัดขาดทุนที่ 2050 ดอลลาร์ การขาดทุนจะเท่ากับ 2056 ลบ 2050 เท่ากับ 6 ดอลลาร์ คูณด้วย 10 ออนซ์ เท่ากับขาดทุน 60 ดอลลาร์ จะเห็นได้ว่าอัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทนในการเทรดครั้งนี้อยู่ที่ประมาณหนึ่งต่อสอง ซึ่งถือว่าคุ้มค่าที่จะเข้าเทรด
การเปรียบเทียบประเภทของ Pivot Points ที่ใช้กับทองคำ
นอกจากแบบ Floor แล้วยังมี Pivot Points อีกหลายประเภทที่นิยมใช้กัน แต่ละแบบจะมีสูตรการคำนวณที่แตกต่างกัน ทำให้ความเหมาะสมในการใช้งานกับทองคำก็ต่างกันด้วย การเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้คุณเลือกเครื่องมือที่เหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณได้ถูกต้อง
| ประเภท Pivot Points | สูตรการคำนวณ | จุดเด่นสำหรับทองคำ | เหมาะกับสไตล์ไหน |
|---|---|---|---|
| Floor (Classic) | ใช้ค่าเฉลี่ยของราคาสูง ต่ำ ปิด | เส้นคงที่ตลอดวัน ชัดเจน | Intraday เทรดเดอร์มือใหม่ |
| Fibonacci | นำค่าสูงต่ำมาคูณกับอัตราส่วนฟีโบ | แนวรับต้านแน่นขึ้นในจุดทับซ้อน | Swing Trade หาจุดกลับตัว |
| Camarilla | เน้นความผันผวนราคาสูงต่ำเป็นหลัก | ให้เส้นรับต้านเยอะกว่า เน้นเด้ง | Scalping เทรดช่วงราคาแคบ |
| Woodie | ให้น้ำหนักกับราคาปิดมากกว่า | ปรับตัวไวต่อข่าวปิดตลาด | เทรดเดอร์ที่ดูราคาเปิดเป็นหลัก |
/>
ข้อผิดพลาดที่ต้องหลีกเลี่ยงเมื่อใช้ Pivot Points
ข้อผิดพลาดแรกที่มือใหม่มักทำคือการเข้าเทรดทันทีเมื่อราคาแตะเส้นแนวรับหรือแนวต้านโดยไม่รอดูแท่งเทียนปิด ราคาทองคำมักจะแทงทะลุเส้นไปก่อนแล้วค่อยเด้งกลับ การรอให้แท่งเทียนปิดเพื่อยืนยันทิศทางจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ถ้ารีบเข้าไปอาจจะโดนจับไปตัดขาดทุนก่อนที่ราคาจะเด้งไปตามทิศทางที่เราคาดไว้
ข้อผิดพลาดที่สองคือการไม่ดูบริบทของตลาดโดยรวม Pivot Points เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ถ้าวันนั้นมีข่าวเศรษฐกิจสำคัญเช่นการประกาศอัตราดอกเบี้ยหรือข้อมูลเงินเฟ้อ ราคาทองคำอาจจะพุ่งทะลุทุกเส้นที่เราคำนวณไว้ได้ การดูปฏิทินเศรษฐกิจก่อนเริ่มเทรดจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นทุกครั้งเพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าซื้อขายในช่วงที่ราคาวิ่งแรงจนควบคุมไม่ได้
ข้อผิดพลาดสุดท้ายคือการใช้ Pivot Points ในระดับเวลาที่สั้นเกินไป เช่น กราฟห้านาทีหรือสิบห้านาที ในกรอบเวลาสั้นๆ ราคาจะวนไปวนมาและทำให้เส้น Pivot ไม่แม่นยำพอ ควรใช้ในระดับเวลาหนึ่งชั่วโมงขึ้นไปจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า และควรใช้ควบคู่กับเครื่องมืออื่นเช่นเส้นค่าเฉลี่ยหรือ MACD เพื่อกรองสัญญาณปลอมที่อาจเกิดขึ้นในบางช่วงเวลาของวัน
การปรับใช้ Pivot Points ในช่วงตลาดผันผวนสูง
ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความผันผวน โดยเฉพาะในช่วงเปิดตลาดลอนดอนหรือตลาดนิวยอร์ก การใช้ Pivot Points ในช่วงเวลาเหล่านี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะราคาอาจจะวิ่งทะลุเส้นแนวต้านหรือแนวรับได้ง่าย วิธีที่ดีคือการรอให้ช่วงเปิดตลาดผ่านไปสักพัก ค่อยเข้าไปดูว่าราคาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเส้น Pivot อย่างไร แล้วค่อยหาจุดเข้าที่ปลอดภัย
ในช่วงที่ราคาทองคำเคลื่อนไหวแรงมาก บางครั้งราคาอาจจะทะลุเส้นแนวต้านสามซึ่งเป็นเส้นสุดท้ายไปได้ ในสถานการณ์แบบนี้ไม่ควรไปสวนทิศเด็ดขาด เพราะแสดงว่าตลาดกำลังเป็นขาขึ้นอย่างรุนแรง วิธีที่เทรดเดอร์มืออาชีพใช้กันคือการรอให้ราคาปรับตัวลงมาทดสอบเส้นแนวต้านเดิมที่ถูกทะลุไป ซึ่งจะกลายเป็นแนวรับใหม่ แล้วค่อยเข้าสั่งซื้อตามทิศทางเดิม โดยตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ใต้เส้นนั้น
การใช้ Pivot Points ร่วมกับการวัดความผันผวนเช่นตัวชี้วัด ATR จะช่วยให้คุณปรับขนาดล็อตและระยะจุดตัดขาดทุนให้เหมาะสมกับสภาพตลาดในขณะนั้น ถ้าค่าความผันผวนสูงก็ต้องลดขนาดล็อตลงและเผื่อจุดตัดขาดทุนให้กว้างขึ้น การปรับตัวแบบนี้คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้คุณอยู่รอดในตลาดทองคำในระยะยาวได้อย่างเป็นมืออาชีพ
/>
/>
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
Pivot Points แบบ Floor คืออะไร
Pivot Points แบบ Floor คือการคำนวณหาจุดพลิกตัวของราคาโดยใช้ข้อมมูลราคาสูงสุด ต่ำสุด และราคาปิดของแท่งเทียนในช่วงเวลาก่อนหน้า นำมาบวกลบหารเพื่อหาค่ากลางที่เรียกว่า Pivot แล้วจึงคำนวณต่อเป็นแนวรับแนวต้าน สำหรับทองคำมักใช้ข้อมูลรายวันเพื่อดูแนวโน้มในระดับ Intraday
ทำไมต้องใช้ Pivot Points เทรดทองคำ
ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงและมีแนวโน้มชัดเจนในแต่ละวัน การใช้ Pivot Points ช่วยให้เทรดเดอร์มีกรอบราคาอ้างอิงที่ชัดเจนว่าวันนี้ราคาทองคำน่าจะไปชนแนวต้านที่ไหนหรือดีดตัวที่แนวรับจุดใด มันทำหน้าที่เหมือนเข็มทิศบอกทิศทางว่าราคาอยู่ในโซนซื้อหรือโซนขาย ช่วยลดความสับสนจากการเดาแนวรับแนวต้านแบบไม่มีหลักฐาน
วิธีคำนวณ Pivot Points แบบ Floor ทำอย่างไร
ให้นำราคาสูงสุดบวกกับราคาต่ำสุดและราคาปิดของวันก่อนหน้า รวมกันแล้วหารด้วยสามจะได้ค่า Pivot หลัก จากนั้นนำค่า Pivot ไปคำนวณแนวรับและแนวต้านระดับต่างๆ โดยแนวต้านหนึ่งเท่ากับสองเท่าของ Pivot ลบด้วยราคาต่ำสุด แนวรับหนึ่งเท่ากับสองเท่าของ Pivot ลบด้วยราคาสูงสุด และคำนวณต่อไปตามสูตรสำหรับระดับสองและสาม
ควรตั้งจุดตัดขาดทุนที่ไหนเมื่อเทรดด้วย Pivot Points
การตั้งจุดตัดขาดทุนควรอยู่ใต้แนวรับเล็กน้อยเมื่อเข้าซื้อ และอยู่เหนือแนวต้านเล็กน้อยเมื่อเข้าขาย ระยะห่างควรประมาณสิบถึงยี่สิบจุดสำหรับทองคำขึ้นอยู่กับความผันผวนของตลาดในขณะนั้น ห้ามตั้งจุดตัดขาดทุนติดกับแนวรับหรือแนวต้านเกินไปเพราะราคามักจะแทงทะลุก่อนเด้งกลับ ควรเผื่อระยะให้ราคาทดสอบเส้นจริงแล้วค่อยเคลื่อนไหวตามทิศทางที่คาดไว้
Pivot Points ใช้กับ Timeframe ไหนได้บ้าง
สามารถใช้ได้กับทุกระดับเวลาแต่ที่นิยมที่สุดคือระดับรายวันสำหรับการเทรด Intraday และระดับรายสัปดาห์สำหรับการเทรด Swing สำหรับมือใหม่แนะนำให้เริ่มจากการดู Pivot Points รายวันก่อนเพราะมีความเสถียรและเห็นภาพรวมได้ชัดเจน ไม่แนะนำให้ใช้ระดับเวลาต่ำกว่าหนึ่งชั่วโมงเพราะสัญญาณจะวนเวียนและไม่น่าเชื่อถือพอ
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย


















