เทคนิค Scaling Out คือการทยอยขาย XAU เพื่อล็อคกำไรและลดความเสี่ยงเมื่อราคาเด้งกลับ ช่วยให้เทรดทองคำได้สบายใจขึ้น 1

การทยอยขายทองคำหรือ Scaling Out คือเทคนิคการปิดสถานะทำกำไรทีละส่วนเพื่อล็อคผลกำไรไว้ก่อน ช่วยลดความเสี่ยงและรักษาสภาพจิตใจของเราให้สบายขึ้นเมื่อราคาเด้งกลับ นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
ทำไมการเทรดทองคำต้องรู้จักการทยอยขาย
การทยอยขายทองคำช่วยกระจายความเสี่ยงและลดผลกระทบจากการเก็งกำไรราคาในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง เพราะไม่มีใครสามารถทายจุดสูงสุดได้อย่างแม่นยำ วิธีนี้ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถรักษาอัตราการชนะเฉลี่ยไว้ได้ และป้องกันการสูญเสียกำไรทั้งหมดหากตลาดพลิกตัวอย่างกะทันหัน โดยสถิติจากการศึกษาพฤติกรรมเทรดเดอร์พบว่าผู้ที่ใช้กลยุทธ์ทยอยทำกำไรมีอัตราการรักษาบัญชีเงินรอบตัวเองสูงกว่าผู้ที่ถือจนจบและปิดสถานะทีเดียวถึง 30% (ที่มา: รายงานจิตวิทยาตลาดการเงิน)
การเทรดทองคำหรือ XAU มีความผันผวนสูงมาก บางครั้งราคาวิ่งไปไกลแต่กลับตัวเร็วจนเราไม่ทันตั้งตัว การทยอยขายจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เราเอากำไรบางส่วนเข้ากระเป๋าก่อนที่ราคาจะหวนกลับ
หลายคนเคยเจอปัญหาที่ราคาทะลุเป้าหมายแล้วรออยู่สักครู่เดียวก็เด้งกลับจนกลายเป็นขาดทุน การปิดสถานะทั้งหมดในจุดเดียวทำให้เราเสียโอกาสในการรับกำไรที่อาจเกิดขึ้นต่อไป แต่ถ้าเราแบ่งขายทีละส่วน เราจะได้กำไรจากส่วนแรกแน่นอน ส่วนที่เหลือก็ปล่อยให้วิ่งตามทิศทางตลาดต่อไปได้ ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
การทยอยขายไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขกำไร แต่เป็นเรื่องของสภาพจิตใจ เมื่อเราล็อคกำไรส่วนแรกได้แล้ว ความกลัวจะหายไป เราสามารถถือสถานะที่เหลือได้นานขึ้นโดยไม่ต้องกังวลว่าจะเสียทั้งหมด นี่คือเหตุผลที่เมนเทอร์หลายคนแนะนำให้ลูกศิษย์ฝึกวิธีนี้ตั้งแต่วันแรก
วิธีตั้งจุดทยอยขายให้สมเหตุสมผล
การตั้งจุดทยอยขายที่สมเหตุสมผลควรอ้างอิงจากระดับแนวรับแนวต้านที่สำคัญหรือสัดส่วน Fibonacci เพื่อแบ่งส่วนการทำกำไรออกเป็นช่วงต่างๆ อย่างเป็นระบบ ซึ่งการกำหนดเป้าหมายราคาล่วงหน้าจะช่วยตัดปัญหาอคติทางอารมณ์ ทำให้นักลงทุนสามารถบริหารความคาดหวังได้ดีขึ้น และเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมออย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
การตั้งจุดทยอยขายต้องอ้างอิงจากระดับราคาที่สำคัญ เช่น แนวต้านเดิมที่ราคาเคยแตะแล้วเด้งกลับ หรือระยะทางเป็นเท่าของความเสี่ยง ไม่ใช่ตั้งตามใจตัวเอง
สมมติว่าเราเข้าซื้อทองคำที่ราคา 2350 ดอลลาร์ ตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 2345 ดอลลาร์ ความเสี่ยงคือ 5 ดอลลาร์ การตั้งเป้าหมายการทยอยขายสามารถใช้อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนเป็นเกณฑ์ ส่วนแรกอาจปิดที่ระยะ 1 เท่าของความเสี่ยงคือราคา 2355 ดอลลาร์ ส่วนที่สองปิดที่ 2 เท่าคือ 2360 ดอลลาร์ และส่วนสุดท้ายปล่อยให้วิ่งไปจนกว่าจะมีสัญญาณกลับตัว
นอกจากการใช้ตัวเลขคำนวณแล้ว การดูแนวรับแนวต้านจริงบนกราฟก็สำคัญ ถ้าราคา 2355 ดอลลาร์เป็นแนวต้านที่ทองคำเคยแตะแล้วเด้งลงมาก่อนหน้านี้ การปิดสถานะส่วนแรกที่ระดับนี้จึงสมเหตุสมผล เพราะมีโอกาสสูงที่ราคาจะชะงักหรือเด้งกลับที่แนวต้านนี้อีกครั้ง
การคำนวณขนาดสถานะและกำไรจากการทยอยขาย
การคำนวณขนาดสถานะและกำไรจากการทยอยขายเป็นกระบวนการสำคัญที่กำหนดปริมาณทองคำที่จะเปิดออเดอร์และแบ่งส่วนการปิดออเดอร์เพื่อเก็บกำไรอย่างเป็นระบบ โดยเทรดเดอร์จะต้องคำนวณมูลค่าที่เสี่ยงต่อพอร์ตการลงทุนเทียบกับสัดส่วนกำไรที่คาดหวังในแต่ละระดับราคา ซึ่งการวางแผนเชิงตัวเลขนี้จะช่วยให้มั่นใจได้ว่ากลยุทธ์การสร้างรายได้จะไม่ส่งผลกระทบต่นเสถียรภาพของเงินทุนรวมในระยะยาวอย่างแท้จริง
การแบ่งสถานะเพื่อทยอยขายต้องคำนวณขนาดให้พอดีกับเงินทุน หากแบ่งเล็กเกินไปกำไรที่ได้ก็ไม่คุ้มค่า หากแบ่งใหญ่เกินไปก็เสี่ยงเกินไปที่จะเสียหาย
สมมติเรามีเงินทุน 10,000 ดอลลาร์ ต้องการเทรดทองคำด้วยความเสี่ยงไม่เกินร้อยละ 2 ของเงินทุนต่อครั้ง ความเสี่ยงที่รับได้คือ 200 ดอลลาร์ หากเราตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 5 ดอลลาร์จากราคาเข้า ขนาดสถานะรวมจะเท่ากับ 0.4 ล็อต จากนั้นแบ่งเป็น 2 ส่วนคือส่วนแรก 0.2 ล็อตและส่วนที่สอง 0.2 ล็อต
ตัวอย่างการคำนวณกำไรจริงจากการทยอยขายทองคำ สมมติเราเปิดสถานะซื้อที่ราคา 2350 ดอลลาร์ด้วยขนาดรวม 0.4 ล็อต แบ่งเป็น 2 ส่วนเท่ากัน ส่วนแรกปิดที่ 2355 ดอลลาร์ ส่วนที่สองปิดที่ 2362 ดอลลาร์ คำนวณได้ดังนี้ ส่วนแรก 0.2 ล็อต กำไร 5 ดอลลาร์ต่อนซ์ คิดเป็น 5 คูณ 20 ออนซ์ เท่ากับ 100 ดอลลาร์ ส่วนที่สอง 0.2 ล็อต กำไร 12 ดอลลาร์ต่อนซ์ คิดเป็น 12 คูณ 20 ออนซ์ เท่ากับ 240 ดอลลาร์ รวมกำไรทั้งหมด 340 ดอลลาร์ หากปิดทั้งหมดที่ 2355 ดอลลาร์จะได้เพียง 200 ดอลลาร์ การทยอยขายทำให้เราได้กำไรเพิ่ม 140 ดอลลาร์จากส่วนที่สองที่ปล่อยให้วิ่งต่อ
การเปรียบเทียบการปิดสถานะแบบต่างๆ
การเปรียบเทียบการปิดสถานะแบบต่างๆ แสดงให้เห็นข้อแตกต่างระหว่างการปิดทีเดียวทั้งหมดซึ่งเสี่ยงสูงและการปิดเป็นส่วนๆ ซึ่งช่วยถนอมผลกำไร โดยแต่ละวิธีมีความเหมาะสมต่างกันไปตามสภาวะตลาดและความเสี่ยงที่นักลงทุนยอมรับได้ อย่างไรก็ตามการปิดสถานะด้วยกลยุทธ์ผสมผสานมักให้ผลลัพธ์ที่สมดุลที่สุดในการบริหารความผันผวนอย่างมีประสิทธิภาพ
การเลือกวิธีปิดสถานะมีผลต่อกำไรและความเสี่ยงอย่างมาก การเปรียบเทียบวิธีการต่างๆ จะช่วยให้เราเข้าใจและเลือกวิธีที่เหมาะกับสไตล์การเทรดของเรา
แต่ละวิธีมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน การปิดทีเดียวทั้งหมดเหมาะสำหรับตลาดที่เดินเร็วและมีทิศทางชัดเจน การทยอยขายเหมาะกับตลาดที่มีแนวโน้มแต่มีการเด้งกลับบ่อย ส่วนการปิดด้วยสัญญาณกลับตัวเหมาะกับผู้ที่มีประสบการณ์ในการอ่านกราฟได้ดี
| วิธีปิดสถานะ | ความเสี่ยง | โอกาสกำไร | ความยากของการบริหาร |
|---|---|---|---|
| ปิดทีเดียวทั้งหมด | สูง อาจเสียทั้งกำไร | จำกัดที่เป้าหมายเดียว | ง่าย กดปิดครั้งเดียว |
| ทยอยขาย 2 ส่วน | ปานกลาง ล็อคกำไรแรกไว้ | สูงขึ้นจากส่วนที่สอง | ปานกลาง ต้องวางแผนล่วงหน้า |
| ทยอยขาย 3 ส่วน | ต่ำ กระจายความเสี่ยง | สูงสุดในรอบเดียว | ยาก ต้องดูแลหลายจุด |
| ปิดตามสัญญาณกลับตัว | ไม่แน่นอน ขึ้นกับสัญญาณ | ไม่จำกัดแต่อาจน้อยได้ | ยากที่สุด ต้องดูกราฟตลอด |
การย้ายจุดตัดขาดทุนหลังปิดสถานะส่วนแรก
การย้ายจุดตัดขาดทุนหลังปิดสถานะส่วนแรกเป็นเทคนิคบริหารความเสี่ยงที่นักลงทุนนำมาใช้เพื่อปกป้องเงินทุนและรักษาส่วนต่างของกำไรที่เกิดขึ้นแล้วให้ปลอดภัยที่สุด การดำเนินการเช่นนี้จะช่วยขจัดความกดดันทางจิตวิทยา ทำให้เทรดเดอร์สามารถปล่อยให้ส่วนที่เหลือของสถานะทำงานต่อไปได้โดยไม่ต้องกังวลว่าราคาจะกลับตัวจนทำให้ขาดทุนอย่างรุนแรงในท้ายที่สุด
หลังจากเราปิดสถานะส่วนแรกเพื่อทำกำไรแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อทันทีคือการย้ายจุดตัดขาดทุนของส่วนที่เหลือไปที่ราคาเข้า หรือที่เรียกว่าจุดคุ้มทุน
การทำแบบนี้จะทำให้สถานะที่เหลือไม่มีความเสี่ยงที่จะขาดทุน หากราคากลับตัวและไปโดนจุดตัดขาดทุน เราก็จะออกจากตลาดโดยไม่ขาดทุน แต่ถ้าราคาวิ่งต่อไปในทิศทางที่เราคาดไว้ เราก็จะได้กำไรเพิ่มขึ้น นี่คือข้อดีของการทยอยขายที่ทำให้เราสามารถรักษาสถานะที่เหลือไว้ได้โดยไม่ต้องกังวล
ยกตัวอย่างเช่น เราซื้อทองคำที่ 2350 ดอลลาร์ ตั้งจุดตัดขาดทุนเดิมที่ 2345 ดอลลาร์ เมื่อราคาขึ้นไปแตะ 2355 ดอลลาร์ เราปิดสถานะส่วนแรกไปแล้ว จากนั้นเราย้ายจุดตัดขาดทุนของส่วนที่สองจาก 2345 ดอลลาร์ขึ้นมาที่ 2350 ดอลลาร์ หากราคาเด้งลงมาโดน 2350 ดอลลาร์ เราจะออกจากตลาดโดยไม่ขาดทุนที่ส่วนที่สอง แต่เรายังมีกำไรจากส่วนแรกอยู่ 100 ดอลลาร์ รอบนี้เราจึงปิดจบด้วยผลกำไรแน่นอน
การย้ายจุดตัดขาดทุนไม่จำเป็นต้องไปที่ราคาเข้าเสมอ บางครั้งเราสามารถปรับไปที่จุดที่มีกำไรเล็กน้อยได้ หากเห็นว่าราคามีโมเมนตัมแรงและมีแนวรับที่ดีอยู่ใกล้ๆ แต่หากเป็นมือใหม่ การย้ายไปที่ราคาเข้าเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดและง่ายต่อการบริหารความเสี่ยง
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักทำในการทยอยขาย
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักทำในการทยอยขายคือการกำหนดจุดขายโดยไม่มีแผนหรือตั้งเป้าหมายกำไรที่ไม่สมจริงจนนำไปสู่ความสับสนในการบริหารสถานะการลงทุน นอกจากนี้ยังมักวางตำแหน่งปิดสถานะที่ใกล้จุดเข้าเกินไป ทำให้เสียโอกาสในการทำกำไรอย่างเต็มที่ และมักลืมย้ายจุดหยุดขาดทุนจนกลายเป็นการเสียกำไรคืนทั้งหมดโดยไม่จำเป็นในที่สุด
การทยอยขายดูเหมือนจะง่ายแต่มือใหม่มักทำผิดพลาดได้บ่อย โดยเฉพาะการตั้งจุดปิดสถานะที่ไม่สมเหตุสมผลและการไม่ย้ายจุดตัดขาดทุนหลังจากปิดสถานะส่วนแรก
ข้อผิดพลาดแรกคือการตั้งจุดทยอยขายใกล้จุดเข้าเกินไป เพราะกลัวว่าจะไม่ได้กำไร บางคนตั้งปิดสถานะส่วนแรกที่กำไรแค่ 1 ดอลลาร์ ซึ่งเมื่อคิดเป็นเงินจริงอาจจะน้อยมากและไม่คุ้มกับการเสี่ยง ข้อผิดพลาดที่สองคือการปิดสถานะส่วนแรกแล้วไม่ย้ายจุดตัดขาดทุน ทำให้ส่วนที่เหลือยังมีความเสี่ยงเท่าเดิม หากราคากลับตัวก็จะเสียทั้งกำไรที่ได้จากส่วนแรกและส่วนที่เหลือกลายเป็นขาดทุน
ข้อผิดพลาดอีกอย่างคือการแบ่งสถานะเป็นหลายส่วนเกินไป เช่น แบ่งเป็น 4 หรือ 5 ส่วน ทำให้กำไรในแต่ละส่วนน้อยมากและยากต่อการบริหารจัดการ โดยเฉพาะเมื่อตลาดเคลื่อนไหวเร็ว การแบ่ง 2 ถึง 3 ส่วนเป็นจำนวนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเทรดทองคำในกรอบเวลารายวันหรือ 4 ชั่วโมง
นอกจากนี้บางคนมักจะรื้อแผนการทยอยขายเมื่อราคาเคลื่อนไหว โดยการย้ายจุดปิดสถานะส่วนที่สองไปไกลขึ้นเพราะโลภ หรือปิดก่อนกำหนดเพราะกลัว การทำแบบนี้จะทำให้ระบบเทรดไม่มีวินัยและไม่สามารถวัดผลได้ว่าแผนนี้ใช้ได้จริงหรือไม่ ขอให้ตั้งแผนไว้ล่วงหน้าแล้วทำตามแผนอย่างเคร่งครัด หากต้องการปรับแผนให้ทำในรอบถัดไปไม่ใช่ปรับกลางอากาศ
การปรับใช้กับกรอบเวลาต่างๆ
การทยอยขายสามารถใช้ได้กับทุกกรอบเวลา แต่ระยะห่างของจุดปิดสถานะแต่ละส่วนต้องปรับให้เหมาะสมกับความผันผวนของกรอบเวลานั้น
ในกรอบเวลาใหญ่เช่นรายวัน ความผันผวนของทองคำอาจกว้าง 20 ถึง 50 ดอลลาร์ต่อวัน การตั้งจุดทยอยขายส่วนแรกที่กำไร 5 ดอลลาร์จึงน้อยเกินไป ควรตั้งไว้ที่ 10 ถึง 15 ดอลลาร์จากราคาเข้า ส่วนที่สองอาจปิดที่ 20 ถึง 30 ดอลลาร์ และส่วนสุดท้ายปล่อยให้วิ่งจนกว่าจะมีสัญญาณกลับตัวชัดเจน
ในกรอบเวลาเล็กเช่น 15 นาทีหรือ 1 ชั่วโมง ความผันผวนอาจจำกัดอยู่ที่ 3 ถึง 10 ดอลลาร์ การตั้งจุดทยอยขายส่วนแรกที่ 3 ดอลลาร์และส่วนที่สองที่ 6 ดอลลาร์จะสมเหตุสมผลกว่า สำคัญคือต้องดูค่าเฉลี่ยช่วงราคาในแต่ละแท่งเทียนของกรอบเวลานั้นเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการตั้งระยะ หากค่าเฉลี่ยช่วงราคาอยู่ที่ 5 ดอลลาร์ การตั้งเป้ากำไรส่วนแรกที่ 1 ดอลลาร์จะถูกสะกิดง่ายเกินไป
การเลือกกรอบเวลาควรคำนึงถึงเวลาที่เรามีในการดูตลาดด้วย หากดูได้ไม่ทั่วถึง การใช้กรอบเวลาใหญ่จะปลอดภัยกว่าเพราะไม่ต้องตัดสินใจบ่อย แต่หากสามารถดูตลาดได้ตลอดเวลา การใช้กรอบเวลาเล็กจะมีโอกาสเข้าเทรดได้มากกว่า แต่ก็ต้องมีวินัยในการทยอยขายให้เป๊ะตามแผนมากกว่าเดิม
สรุปแนวทางการเทรดทองคำด้วยการทยอยขาย
การทยอยขายเป็นเทคนิคที่ช่วยให้เราทำกำไรจากทองคำได้อย่างสบายใจขึ้น โดยแบ่งปิดสถานะเป็นส่วนๆ ลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการรับกำไรจากการวิ่งของราคา
ขอให้จำไว้ว่าการทยอยขายไม่ใช่เรื่องของการเดาทาง แต่เป็นระบบที่ต้องวางแผนล่วงหน้า ตั้งจุดปิดสถานะแต่ละส่วนให้สมเหตุสมผลกับระดับราคาและความเสี่ยง แล้วทำตามแผนอย่างเคร่งครัด การย้ายจุดตัดขาดทุนหลังปิดสถานะส่วนแรกเป็นสิ่งที่ทำได้ทันทีและทำให้สถานะที่เหลือปลอดภัย
การฝึกฝนจะทำให้เราเข้าใจระยะทางที่เหมาะสมของจุดทยอยขายในแต่ละสภาพตลาด เริ่มจากการแบ่ง 2 ส่วนก่อน พอชำนาญแล้วค่อยปรับเป็น 3 ส่วน และที่สำคัญคือต้องบันทึกผลการเทรดทุกครั้งเพื่อนำมาวิเคราะห์และปรับปรุงแผนให้ดีขึ้น การเทรดทองคำให้สำเร็จในระยะยาวไม่ได้ขึ้นอยู่กับการทายทิศทางถูกทุกครั้ง แต่ขึ้นอยู่กับการบริหารความเสี่ยงและการรักษากำไรที่ได้แล้วอย่างมีวินัย
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทยอยขายทองคำมักเกี่ยวข้องกับการหาสมดุลระหว่างการรักษาผลกำไรและการปล่อยให้กำไรเติบโตต่อไปในตลาดที่มีความผันผวน นักลงทุนมักสงสัยเกี่ยวกับจำนวนครั้งที่เหมาะสมในการแบ่งขายและวิธีปรับแผนเมื่อสภาวะตลาดเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่คาดฝัน การทำความเข้าใจประเด็นเหล่านี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาทักษะการเทรดให้ก้าวหน้าและมั่นคงยิ่งขึ้นในระยะยาว
Scaling Out ในการเทรดทองคำคืออะไร
Scaling Out คือการทยอยปิดสถานะเพื่อทำกำไรทีละส่วนแทนการปิดทั้งหมดพร้อมกัน วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการที่ราคากลับตัวก่อนถึงเป้าหมาย และทำให้เราล็อคกำไรบางส่วนไว้ก่อน พอใจไม่ตกเมื่อราคาเด้งกลับ มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มเทรดทองคำควรเรียนรู้วิธีนี้เพื่อรักษาสภาพจิตใจให้มั่นคง การทยอยขายจะช่วยให้เรามีพื้นที่ในการรับความผันผวนของราคาได้ดีขึ้น
ควรทยอยปิดสถานะกี่ส่วนดี
โดยทั่วไปนิยมแบ่งเป็น 2 ถึง 3 ส่วน ขึ้นอยู่กับแผนเทรดของแต่ละคน การแบ่ง 2 ส่วนจะง่ายต่อการคำนวณและบริหารความเสี่ยง ส่วนการแบ่ง 3 ส่วนจะยืดหยุ่นกว่าแต่ต้องดูแลรายละเอียดมากขึ้น หากเป็นมือใหม่แนะนำให้เริ่มจาก 2 ส่วนก่อนเพื่อให้เข้าใจระบบ พอชำนาญแล้วค่อยปรับเพิ่มส่วนต่างๆ ตามความเหมาะสมของสภาพตลาด
การทยอยขายต่างจากการย้ายจุดตัดขาดทุนอย่างไร
การย้ายจุดตัดขาดทุนเป็นการปกป้องเงินทุนไม่ให้ขาดทุนมาก ส่วนการทยอยขายเป็นการนำกำไรบางส่วนเข้ากระเป๋าก่อน สองวิธีนี้ทำงานร่วมกันได้ เมื่อเราทยอยปิดสถานะส่วนแรกไปแล้ว เราสามารถย้ายจุดตัดขาดทุนของส่วนที่เหลือไปไว้ที่ราคาเข้าเพื่อลดความเสี่ยง หากราคาย้อนกลับเราก็จะไม่ขาดทุนจากส่วนที่เหลือ ทำให้การเทรดในรอบนั้นปลอดภัยและเป็นผลกำไรแน่นอน
ทองคำเคลื่อนไหวเร็วจะใช้วิธีนี้ได้ไหม
ได้แน่นอน แต่ต้องวางแผนล่วงหน้าให้ชัดเจน ทองคำมักมีความผันผวนสูงในช่วงข่าวสำคัญ การวางคำสั่งปิดสถานะล่วงหน้าที่ระดับราคาที่กำหนดไว้จะช่วยให้ระบบทำงานแทนเรา ไม่ต้องนั่งกดเองเพราะอาจไม่ทันการณ์ ขอให้แน่ใจว่าขนาดสถานะรวมและระยะห่างของจุดปิดแต่ละส่วนสมเหตุสมผลกับช่วงเวลานั้น การใช้ระบบจัดการความเสี่ยงจะช่วยให้เทรดทองคำในตลาดที่เคลื่อนไหวเร็วได้อย่างสบายใจ
ควรย้ายจุดตัดขาดทุนไปที่ไหนหลังจากปิดสถานะส่วนแรก
วิธีที่นิยมคือย้ายไปที่ราคาเข้าสถานะเดิม หรือที่เรียกว่าจุดคุ้มทุน วิธีนี้จะตัดความเสี่ยงในส่วนที่เหลือกไปทั้งหมด หากราคาวิ่งไปได้ดีอาจปรับไปที่จุดที่มีกำไรเล็กน้อย แต่ต้องคำนึงถึงความผันผวนของราคาด้วย หากตั้งไว้แค่เกินไปอาจโดนสะกิดก่อนที่ราคาจะวิ่งตามทิศทางเดิม ดูระดับสำคัญเช่นเส้นแนวโน้มหรือเส้นค่าเฉลี่ยเป็นจุดอ้างอิงในการตั้งค่าจะช่วยให้การย้ายจุดตัดขาดทุนมีเหตุผลมากขึ้น
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย











TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文