สวัสดีลูกศิษย์ iCafeForex ทุกคน วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องค่าใช้จ่ายที่หลายคนมองข้าม นั่นคือ Swap หรือค่าธรรมเนียมข้ามคืน ซึ่งสำคัญมากในการเทรดระยะยาว นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ


Swap คืออะไร ทำไมถึงมีค่าธรรมเนียมข้ามคืน
สำหรับมือใหม่หลายคนอาจเคยสงสัยว่าทำไมยอดเงินในบัญชีเทรดถึงลดลงทั้งที่เรายังไม่ได้ปิดสถานะขาดทุน คำตอบก็คือ Swap หรือค่าธรรมเนียมข้ามคืนนั่นเอง มันคือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเมื่อเราถือสถานะเทรดไว้ข้ามเวลาเที่ยงคืนของโบรกเกอร์
ที่มาของค่า Swap ในตลาด Forex เกิดจากการที่เราเทรดสองสกุลเงินพร้อมกัน ยกตัวอย่างเช่น การซื้อคู่ยูโรดอลลาร์ เราก็เท่ากับว่าซื้อยูโรและขายดอลลาร์สหรัฐไปพร้อมกัน การที่เราซื้อสกุลเงินต่างประเทศมาถือ เราก็จะได้รับดอกเบี้ยของสกุลเงินนั้น ในขณะเดียวกันเราก็ต้องจ่ายดอกเบี้ยของสกุลเงินที่เราขายไป ผลต่างของดอกเบี้ยระหว่างสองสกุลเงินนี้แหละคือที่มาของค่า Swap ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
ถ้าสกุลเงินที่เราซื้อมีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าสกุลเงินที่เราขาย เราก็จะได้รับค่า Swap กลับมาเป็นกำไร แต่ถ้าสกุลเงินที่เราซื้อมีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสกุลเงินที่เราขาย เราก็จะต้องจ่ายค่า Swap ออกไป โบรกเกอร์จะเป็นคนคำนวณและหักยอดนี้เข้าหรือกจากบัญชีของเราโดยอัตโนมัติในช่วงเวลาปรับสมดุลรายวัน ซึ่งปกติจะตรงกับเวลาเที่ยงคืนตามเวลาท้องถิ่นของโบรกเกอร์
วิธีคำนวณค่า Swap แบบเข้าใจง่าย
การคำนวณค่า Swap อาจดูซับซ้อนในมุมมองของคนที่ไม่ชอบตัวเลข แต่จริงๆ แล้วมันมีหลักการพื้นฐานที่เราสามารถเข้าใจได้ไม่ยาก โดยโบรกเกอร์จะแสดงอัตรา Swap ไว้ในข้อมูลจำเพาะของคู่เทรด ให้เราดูในหน้าตารางสัญลักษณ์
อัตรา Swap มักจะแสดงเป็นหน่วยพอยต์ โดยจะแยกข้อมูลระหว่างการซื้อและการขาย ตัวเลขที่เราเห็นอาจเป็นบวกหรือลบก็ได้ ถ้าเป็นบวกแปลว่าเราจะได้เงินเพิ่ม ถ้าเป็นลบแปลว่าเราจะถูกหักเงิน การคำนวณจะนำตัวเลขนี้มาคูณกับขนาดล็อตที่เราเปิดสถานะ แล้วหารด้วยค่ามาตรฐานของโบรกเกอร์อีกที
สิ่งสำคัญที่ต้องจำคือ Swap จะถูกคำนวณตามจำนวนวันที่เราถือสถานะ ยิ่งถือนานก็ยิ่งถูกหักหรือได้รับมากขึ้น และในวันพุธของทุกสัปดาห์ ค่า Swap จะถูกคูณสามเท่า เพื่อชดเชยวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ตลาดปิดทำการ เพราะฉะนั้นการถือสถานะข้ามคืนวันพุธจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าปกติอย่างมาก
ตัวอย่างการคำนวณกำไรขาดทุนจากค่า Swap
ลองมาดูตัวอย่างจริงเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน สมมติว่าเราเปิดสถานะขายคู่ยูโรดอลลาร์ขนาด 1 ล็อต ที่ราคา 1.0850 ระบบระบุค่า Swap ฝั่งขายอยู่ที่ลบ 5.2 พอยต์ต่อล็อตมาตรฐานต่อคืน เราถือสถานะนี้ไว้นาน 5 คืน
การคำนวณเริ่มจากแปลงพอยต์เป็นค่าเงิน ลบ 5.2 พอยต์ เท่ากับ ลบ 0.52 ดอลลาร์ต่อล็อตมาตรฐานต่อคืน ขนาด 1 ล็อต เท่ากับ 10 ยูนิต ดังนั้นค่า Swap ต่อคืนเท่ากับ 0.52 คูณ 10 เท่ากับ 5.20 ดอลลาร์ต่อคืน คูณด้วย 5 คืน เท่ากับ 26 ดอลลาร์ นี่คือค่าใช้จ่ายที่จะถูกหักจากกำไรสุทธิของเรา
ถ้าราคาปรับตัวขึ้นมาที่ 1.0870 เราก็จะขาดทุนจากราคา 20 พอยต์ เท่ากับ 200 ดอลลาร์ เมื่อรวมค่า Swap ที่ถูกหักไปอีก 26 ดอลลาร์ ยอดขาดทุนรวมทั้งหมดจะกลายเป็น 226 ดอลลาร์ จะเห็นได้ว่าค่า Swap สามารถกัดกินเงินทุนได้ไม่น้อยเลย
ปัจจัยที่มีผลต่ออัตรา Swap ในตลาด
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมค่า Swap ของแต่ละคู่เทรดถึงไม่เท่ากัน บางคู่แพงมากบางคู่ก็ถูกมาก คำตอบอยู่ที่ปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ยและสภาพคล่องของตลาด ซึ่งเป็นเรื่องที่เราต้องเข้าใจก่อนตัดสินใจเทรด
ปัจจัยหลักคือนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางประเทศต้นทาง ถ้าธนาคารกลางปรับขึ้นดอกเบี้ย ค่า Swap ของสกุลเงินนั้นก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย ตัวอย่างเช่น ธนาคารกลางสหรัฐปรับขึ้นดอกเบี้ย ค่า Swap ของคู่เทรดที่เกี่ยวข้องกับดอลลาร์ก็จะปรับสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้สภาพคล่องในตลาดก็มีส่วนสำคัญ คู่เทรดที่มีสภาพคล่องสูงอย่างยูโรดอลลาร์จะมีค่า Swap ต่ำกว่าคู่เทรดเล็กที่มีสภาพคล่องต่ำ
อีกปัจจัยคือโบรกเกอร์เอง แต่ละโบรกเกอร์มีการกำหนดอัตรา Swap ที่ไม่เหมือนกัน บางรายอาจเรียกเก็บส่วนต่างเพิ่มเติมจากอัตราดอกเบี้ยจริงเพื่อเป็นค่าบริการ ดังนั้นก่อนเปิดบัญชีเทรด เราควรตรวจสอบตารางอัตรา Swap ของโบรกเกอร์ก่อน โดยเฉพาะคนที่ชอบเทรกระยะยาวแบบถือสถานะนานหลายวัน
วิธีหลีกเลี่ยงหรือลดค่า Swap ในการเทรด
ถึงแม้ค่า Swap จะเป็นเรื่องปกติของการเทรด แต่เราก็มีวิธีจัดการเพื่อลดผลกระทบต่อกำไรได้ ไม่ใช่เรื่องยากเกินไปสำหรับเทรดเดอร์ที่วางแผนการเทรดอย่างรอบคอร์ม ขอแนะนำวิธีที่นิยมใช้กันดังนี้
วิธีแรกคือการปิดสถานะก่อนเวลาเที่ยงคืนของโบรกเกอร์ ถ้าเราเทรดในกรอบเวลาสั้นและไม่จำเป็นต้องถือข้ามคืน การปิดสถานะก่อนเวลาหักค่า Swap ก็จะช่วยให้เราไม่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนนี้ วิธีที่สองคือการเลือกใช้บัญชีเทรดแบบไม่มีค่า Swap หรือบัญชีอิสลาม ซึ่งเป็นบัญชีที่ออกแบบมาสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการจ่ายดอกเบี้ย แต่โบรกเกอร์อาจเรียกเก็บค่าคอมมิชชันแทน
อย่างไรก็ตาม การใช้บัญชีแบบไม่มีค่า Swap ก็ไม่ได้ดีไปเสียทั้งหมด บางครั้งค่าคอมมิชชันที่เรียกเก็บแทนอาจสูงกว่าค่า Swap ปกติ ถ้าเราถือสถานะเพียงไม่กี่วัน เราต้องคำนวณเปรียบเทียบให้ดีว่าวิธีไหนคุ้มค่ากว่ากัน นอกจากนี้การเลือกเทรดคู่ที่มีค่า Swap ใกล้ศูนย์ก็เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการเทรดระยะยาว
เปรียบเทียบบัญชีเทรดปกติกับบัญชีไม่มีค่า Swap
| รายการเปรียบเทียบ | บัญชีเทรดปกติ | บัญชีไม่มีค่า Swap | ความเหมาะสม |
|---|---|---|---|
| ค่าธรรมเนียมข้ามคืน | มีการเก็บทุกคืนตามอัตราดอกเบี้ย | ไม่มีการเก็บค่าข้ามคืน | บัญชีไม่มีค่า Swap เหมาะกับการถือนาน |
| ค่าคอมมิชชันต่อล็อต | ส่วนใหญ่ไม่มีหรือต่ำมาก | มักมีค่าคอมมิชชันแทนการขาดค่า Swap | บัญชีปกติเหมาะกับการเทรดสั้น |
| สเปรดหรือผลต่างราคาซื้อขาย | เป็นไปตามเงื่อนไขตลาดปกติ | อาจกว้างกว่าเล็กน้อยในบางโบรกเกอร์ | บัญชีปกติมีต้นทุนที่โปร่งใสกว่า |
| การถือสถานะข้ามสัปดาห์ | มีค่าใช้จ่ายสะสมสูงมาก | ไม่มีค่าใช้จ่ายสะสมเพิ่มเติม | บัญชีไม่มีค่า Swap คุ้มค่ากว่าแน่นอน |
ความแตกต่างของ Swap ระหว่าง Forex และคริปโต
ในยุคที่การเทรดคริปโตเคอรเรนซีเข้ามามีบทบาทสำคัญ เทรดเดอร์หลายคนที่เทรดทั้งสองตลาดอาจสงสัยว่าค่า Swap ในตลาดคริปโตเหมือนกับ Forex หรือไม่ คำตอบคือหลักการคล้ายกันแต่รายละเอียดแตกต่างกันพอสมควร การเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้เราวางแผนการเทรดได้ดีขึ้น
ในตลาด Forex ค่า Swap มาจากผลต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างธนาคารกลาง แต่ในตลาดคริปโต โดยเฉพาะสัญญาแบบตลาดอนุพันธ์ที่ไม่มีวันหมดอายุ จะใช้ระบบอัตราตามทุนหมุนเวียนแทน ค่านี้ไม่ได้จ่ายให้โบรกเกอร์ แต่เป็นการจ่ายระหว่างเทรดเดอร์ด้วยกันเองเพื่อรักษาสมดุลของราคา
กลไกนี้ทำงานโดยถ้าราคาคริปโตในตลาดฟิวเจอร์สแพงกว่าราคาในตลาดสปอต ฝั่งที่ถือสถานะซื้อก็จะต้องจ่ายค่าตามทุนหมุนเวียนให้ฝั่งขาย เพื่อลดแรงกดดันในการซื้อ ในทางกลับกันถ้าราคาฟิวเจอร์สถูกกว่าสปอต ฝั่งขายก็จะต้องจ่ายให้ฝั่งซื้อ การจ่ายจะถูกคำนวณทุกแปดชั่วโมง ซึ่งถี่กว่าการคำนวณค่า Swap ในตลาด Forex ที่ทำเพียงวันละครั้ง
ผลกระทบต่อกลยุทธ์การเทรดระยะยาว
สำหรับคนที่ชอบเทรดแบบสวิงหรือถือสถานะนานหลายวัน ค่า Swap คือตัวแปรสำคัญที่ต้องนำมาคำนวณในแผนการเทรด การมองข้ามค่าใช้จ่ายนี้อาจทำให้กำไรที่ควรได้รับกลายเป็นศูนย์หรือขาดทุนได้ ยิ่งถือสถานะนานหลายสัปดาห์ค่า Swap ที่สะสมอาจสูงถึงหลายสิบดอลลาร์
ก่อนเปิดสถานะระยะยาว เราควรคำนวณว่ากำไรที่คาดหวังไว้สามารถคุ้มค่ากับค่า Swap ที่จะถูกหักไปหรือไม่ ถ้าเป้าหมายกำไรอยู่ที่ร้อยดอลลาร์ แต่ค่า Swap ที่ต้องจ่ายในระยะเวลาการถือสถานะสูงถึงยี่สิบดอลลาร์ กำไรสุทธิก็จะเหลือแปดสิบดอลลาร์ ซึ่งอาจทำให้อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนเปลี่ยนไป การนำค่า Swap มาคิดก่อนเปิดสถานะจึงเป็นนิสัยที่จำเป็นสำหรับเทรดเดอร์ระยะยาวทุกคน
สรุปความรู้เรื่องค่า Swap สำหรับเทรดเดอร์ไทย
หวังว่าลูกศิษย์ iCafeForex ทุกคนจะเข้าใจความสำคัญของค่า Swap และนำไปปรับใช้กับการเทรดได้จริง ค่าธรรมเนียมข้ามคืนไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เป็นต้นทุนที่เราต้องรู้จักจัดการให้เป็น การเข้าใจกลไกการทำงานจะช่วยให้เราวางแผนการเทรดได้แม่นยำขึ้น
ขอให้จำไว้ว่าการเทรดที่ดีต้องคำนึงถึงต้นทุนทุกอย่าง ไม่ใช่แค่สเปรดหรือค่าคอมมิชชันเท่านั้น ค่า Swap ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลต่อผลตอบแทนสุทธิของเรา ถ้าเราเทรดระยะสั้นก็ไม่ต้องกังวลมาก แต่ถ้าชอบถือสถานะนานหลายวันก็ต้องระวังเรื่องนี้ให้ดี
สุดท้ายนี้อยากให้ทุกคนฝึกคำนวณค่า Swap จากตัวอย่างที่ยกมา แล้วลองนำไปประยุกต์ใช้กับการเทรดครั้งต่อไป การเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จได้ เริ่มจากการไม่มองข้ามรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ครับ
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
Swap ในการเทรด Forex คืออะไร
Swap คือค่าธรรมเนียมที่โบรกเกอร์เรียกเก็บหรือจ่ายให้เราเมื่อเราถือสถานะเทรดข้ามคืน มันเกิดจากผลต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองสกุลเงินในคู่เทรด ถ้าซื้อสกุลที่ดอกเบี้ยสูงกว่าอาจได้รับ Swap บวก แต่ถ้าซื้อสกุลที่ดอกเบี้ยต่ำกว่าก็ต้องจ่าย Swap ให้โบรกเกอร์ ราคาจะถูกหักหรือเพิ่มเข้าบัญชีโดยอัตโนมัติช่วงเที่ยงคืน
วันไหนที่เก็บ Swap แพงเป็นพิเศษ
โดยปกติ Swap จะถูกคำนวณทุกวันในช่วงเที่ยงคืนตามเวลาของโบรกเกอร์ แต่ในวันพุธจะมีการเก็บค่าธรรมเนียมแพกเกจถึงสามเท่า เพื่อชดเชยวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ตลาดปิดทำการ ดังนั้นถ้าเราเปิดสถานะเทรดไว้ก่อนเที่ยงคืนวันพุธ ค่า Swap ที่ถูกหักจะสูงกว่าวันปกติมาก ควรระวังในการถือสถานะข้ามคืนในวันนี้
เราสามารถเทรดโดยไม่ต้องจ่ายค่า Swap ได้ไหม
ได้ โดยการเลือกใช้บัญชีเทรดแบบ Swap Free หรือ Islamic Account ซึ่งเป็นบัญชีที่ไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมข้ามคืน แต่โบรกเกอร์อาจมีการเก็บค่าธรรมเนียมอื่นแทน เช่น ค่าคอมมิชชันต่อล็อต หรือการขยายสเปรดในบางช่วงเวลา นอกจากนี้หากเราปิดสถานะก่อนเที่ยงคืนของทุกวันก็จะไม่ถูกเก็บค่า Swap อีกด้วย
Swap ในตลาดคริปโตต่างจาก Forex อย่างไร
ในตลาดคริปโตโดยเฉพาะสัญญา Perpetual Swap จะใช้ระบบ Funding Rate แทนค่าธรรมเนียมข้ามคืนแบบ Forex ค่านี้ไม่ได้จ่ายให้โบรกเกอร์ แต่เป็นการจ่ายระหว่างเทรดเดอร์ที่ถือฝั่งซื้อกับฝั่งขายเพื่อรักษาราคาให้ใกล้เคียงกับราคาตลาดจริง ถ้าคนเทรดฝั่งซื้อเยอะกว่าฝั่งขาย ฝั่งซื้อจะต้องจ่าย Funding Rate ให้ฝั่งขาย ซึ่งจะคำนวณทุก 8 ชั่วโมง
ค่า Swap ส่งผลต่อกลยุทธ์การเทรดระยะยาวอย่างไร
สำหรับการเทรกระยะสั้นการปิดสถานะภายในวันจะไม่รู้สึกถึงผลกระทบของค่า Swap แต่ถ้าเป็นการเทรกระยะยาวที่ถือสถานะนานหลายวันหรือหลายสัปดาห์ ค่า Swap จะสะสมทุกวันและกัดกินกำไรได้มาก ก่อนเปิดสถานะระยะยาวต้องคำนวณว่ากำไรที่คาดหวังไว้สามารถคุ้มค่ากับค่า Swap ที่จะถูกหักไปทุกวันหรือไม่ ไม่งั้นอาจได้กำไรจากราคาแต่ขาดทุนจากค่าธรรมเนียมสะสม
อ่านเพิ่มเติม
- ▸ เจาะลึกวิธีวางแผนเทรดทองคำช่วง NFP ข่าวการจ้างงานให้รอด
- ▸ ทองคำ Copy Trade คืออะไร เจาะลึกวิธีก็อปปี้เทรดทอง XAU ปี 2569
- ▸ ใช้ Kill Zone เวลาเทรดที่ดีที่สุด London NY Forex อย่างมืออาชีพ
- ▸ เจาะลึกวิธี Central Bank Rate กระทบค่าเงิน Forex อย่างลึกซึ้ง
- ▸ เจาะลึกเทคนิคเทรด GBP/NZD อย่างมืออาชีพ จับกระแส BOE RBNZ Dairy
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย







TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文