เทรดทองคำต้องเข้าใจอารมณ์ตลาด VIX คือดัชนีความกลัว ยิ่งสูงยิ่งพาเงินไหลสู่สินทรัพย์ลงทุน1

การเทรดทองคำให้ได้กำไรไม่ใช่แค่การดูแท่งเทียนอย่างเดียว แต่ต้องเข้าใจอารมณ์ของตลาดด้วย การรู้จักดัชนีวัดความกลัวจะช่วยให้เรามองเห็นทิศทางเงินทุนที่ชัดเจนขึ้น นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
ดัชนีความกลัวคืออะไรและทำไมต้องสนใจ
ดัชนีความกลัวหรือ VIX เป็นตัววัดความผันผวนที่นักลงทุนใช้ประเมินความเสี่ยงในตลาดการเงิน โดยค่าสูงบ่งชี้ถึงความตื่นตระหนก ในช่วงเดือนมีนาคม 2020 ดัชนีนี้พุ่งทะลุระดับ 82.69 จุดซึ่งเป็นสถิติสูงสุดตามข้อมูลของ Cboe ทำให้ผู้เทรดทองคำต้องให้ความสนใจเพื่อรับมือกับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงอย่างทันท่วงที
ดัชนีวัดความกลัวหรือที่นักเทรดทั่วโลกรู้จักกันดีในชื่อ VIX คือเครื่องมือที่บอกว่าตลาดการเงินกำลังตื่นตระหนกมากน้อยแค่ไหน ค่าตัวเลขนี้คำนวณขึ้นมาจากระดับความผันผวนที่คาดการณ์ไว้ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ช่วง 30 วันข้างหน้า ยิ่งตัวเลขสูงขึ้นเท่าไหร่ นักลงทุนยิ่งหวาดกลัวและเริ่มทิ้งสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อหาที่หลบภัย
สำหรับเราที่เทรดทองคำ การดูตัวเลขนี้เปรียบเหมือนการมองเห็นแรงผลักดันที่อยู่เบื้องหลังราคา เมื่อข่าวร้ายกระทบตลาด ตัวเลขความกลัวจะวิ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว และเงินก้อนใหญ่จะถูกดึงออกจากตลาดหุ้นเพื่อไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ ทำให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นไปตามแรงซื้อที่ทะลักเข้ามาอย่างรุนแรง ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
ถ้าเราเข้าใจว่าตัวเลขความกลัวบ่งบอกถึงสภาวะตลาดแบบไหน เราก็จะไม่เพิ่งตกใจไปกับการแกว่งตัวของราคาทองคำในช่วงที่ข่าวรุนแรง แต่จะสามารถใช้ข้อมูลนี้ในการวางแผนรอจังหวะเข้าเทรดได้อย่างแม่นยำและสมเหตุสมผลมากขึ้น
ความสัมพันธ์ระหว่างทองคำกับดัชนีความกลัว

ทองคำมักจะมีความสัมพันธ์เชิงผกผันกับดัชนีความกลัวในบางช่วงเวลา เพราะเมื่อความกลัวสูงขึ้นนักลงทุนมักจะแสวงหาสินทรัพย์หลบภัย ข้อมูลจาก World Gold Council ระบุว่าในปี 2022 ทองคำมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับสินทรัพย์หลบภัยอื่นถึง 0.34 ทำให้การทำความเข้าใจพฤติกรรมนี้ช่วยให้นักเทรดสามารถคาดการณ์ทิศทางราคาทองคำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
หลายคนอาจสงสัยว่าเมื่อตลาดตื่นตระหนก ทองคำจะขยับขึ้นหรือลง ความจริงคือทองคำกับดัชนีความกลัวมักจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันในช่วงที่เกิดวิกฤต ยิ่งความกลัวสูงขึ้น ทองคำยิ่งน่าจะได้รับแรงซื้อเข้ามาหนุนราคาให้ไต่ขึ้นไปได้
อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลาแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ในบางช่วงที่ความกลัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทองคำอาจยังเคลื่อนไหวแบบไปข้างหน้าช้าๆ เพราะนักลงทุนยังไม่รู้สึกถึงความจำเป็นต้องหนีเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเต็มตัว แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ตลาดหวาดผวาอย่างรุนแรง เช่น สงครามหรือวิกฤตเศรษฐกิจระดับโลก เงินทุนจะไหลเข้าสู่ทองคำอย่างรวดเร็วพร้อมๆ กับการพุ่งของดัชนีความกลัว
ดังนั้นการจับตาดูทั้งสองตัวเลขคู่กัน จะช่วยให้เราเข้าใจว่าแรงซื้อที่เข้ามาในทองคำเป็นแรงซื้อจริงหรือไม่ ถ้าราคาทองคำขึ้นแต่ดัชนีความกลัวยังอยู่ในระดับต่ำ อาจเป็นแค่การปรับตัวตามปกติ แต่ถ้าทั้งสองตัวขยับขึ้นไปด้วยกัน นั่นคือสัญญาณว่าตลาดกำลังหวาดกลัวจริงและทองคำกำลังได้รับแรงหนุนจากเงินทุนที่วิ่งหนีความเสี่ยง
วิธีอ่านตัวเลขดัชนีเพื่อประกอบการเทรดทองคำ
การอ่านตัวเลขดัชนีความกลัวช่วยให้นักเทรดทองคำวางแผนการลงทุนได้เหมาะสม เช่น ค่าต่ำกว่า 20 บ่งชี้ตลาดสงบแต่ถ้าสูงกว่า 30 แสดงถึงความวิตกกังวล ข้อมูลจาก Cboe แสดงว่าค่าเฉลี่ยของ VIX ตั้งแต่ปี 1990 อยู่ที่ประมาณ 19.5 จุด ดังนั้นผู้เทรดควรปรับขนาดออเดอร์และจุดเข้าซื้อขายทองคำตามระดับความเสี่ยงที่ปรากฏในตลาดอย่างรอบคอบ
การอ่านค่าดัชนีความกลัวให้เป็นประโยชน์ต่อการเทรด ต้องเข้าใจก่อนว่าตัวเลขแต่ละช่วงบ่งบอกถึงสภาวะตลาดที่ต่างกัน ถ้ารู้ว่าตลาดอยู่ในช่วงไหน เราก็จะปรับกลยุทธ์การซื้อขายทองคำให้เข้ากับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม
โดยทั่วไปถ้าค่าดัชนีอยู่ต่ำกว่า 20 แปลว่าตลาดสงบและนักลงทุนยังมีความเสี่ยงอยู่ในระดับปกติ ในช่วงนี้ทองคำมักจะเคลื่อนไหวไปตามปัจจัยพื้นฐานของตัวมันเอง เช่น ค่าเงินดอลลาร์หรืออัตราดอกเบี้ย แต่ถ้าค่าดัชนีเริ่มขยับขึ้นไปแตะระดับ 20 ถึง 30 แปลว่าตลาดเริ่มรู้สึกไม่สบายใจและอาจมีความผันผวนเพิ่มขึ้น ทองคำในช่วงนี้อาจเริ่มมีแรงซื้อแฝงเข้ามา
เมื่อค่าดัชนีพุ่งขึ้นไปเกิน 30 ขึ้นไป นั่นคือจังหวะที่ตลาดเริ่มตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด นักลงทุนจะเริ่มทิ้งสินทรัพย์เสี่ยงและวิ่งเข้าหาทองคำ ในจังหวะนี้เราต้องระวังเพราะราคาทองคำจะแกว่งรุนแรงและอาจมีการปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว การรอให้ราคาทดสอบแนวต้านแล้วค่อยหาจุดเข้าซื้อจะปลอดภัยกว่าการไล่ตามราคาที่พุ่งขึ้นไปแล้ว
ระดับความกลัวที่ส่งผลต่อราคาทองคำ
ตัวเลขความกลัวที่อยู่ในระดับต่ำกว่า 15 บ่งบอกว่าตลาดอยู่ในภาวะที่ค่อนข้างมั่นใจ นักลงทุนยังคงถือสินทรัพย์เสี่ยงต่อไป ในช่วงนี้ทองคำอาจเคลื่อนไหวแคบและไม่ค่อยมีแรงซื้อจากปัจจัยความกลัว การเทรดในช่วงนี้ต้องพึ่งพาการวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นหลัก โดยเน้นเทรดในกรอบราคาที่ชัดเจน
แต่ถ้าตัวเลขปรับขึ้นไปแตะระดับ 30 ถึง 40 นั่นหมายถึงการเปลี่ยนแปลงของจิตวิทยาตลาดอย่างมาก เงินทุนจะเริ่มย้ายฐานจากสินทรัพย์เสี่ยงเข้าสู่ทองคำอย่างต่อเนื่อง ราคาทองคำจะค่อยๆ ไต่ขึ้นไปและอาจเกิดเทรนด์ขาขึ้นที่ยาวนาน การเทรดในช่วงนี้ควรเน้นการหาจุดซื้อในจังหวะที่ราคาปรับลงมาแตะเส้นค่าเฉลี่ยหรือแนวรับสำคัญ
ส่วนตัวเลขที่พุ่งเกิน 40 ขึ้นไป ถือว่าตลาดกำลังหวาดผวาอย่างรุนแรง ราคาทองคำอาจเดินทางขึ้นไปแบบก้าวกระโดดในระยะเวลาสั้นๆ แต่ขณะเดียวกันก็เสี่ยงต่อการปรับลงอย่างรุนแรงเช่นกันเมื่อความกลัวเริ่มคลายตัวลง นักเทรดต้องระมัดระวังและควบคุมขนาดล็อตให้แน่นหนา พร้อมตั้งจุดตัดขาดทุนให้ห่างจากราคาปัจจุบันพอสมควรเพื่อรองรับความผันผวนที่สูงมาก
ตัวอย่างการคำนวณกำไรและขนาดล็อตเมื่อเทรดทองคำ
การคำนวณกำไรและขนาดล็อตสำหรับการเทรดทองคำต้องอิงจากเงินทุนและการบริหารความเสี่ยง โดยทั่วไปล็อตมาตรฐานคือ 100 ออนซ์ ข้อมูลจาก Comex ระบุว่ามูลค่าการซื้อขายทองคำล่วงหน้าเฉลี่ยต่อวันในปี 2023 สูงถึง 160,000 สัญญา การกำหนดขนาดล็อตที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อควบคุมการขาดทุนและเพิ่มประสิทธิภาพผลตอบแทนจากการลงทุนอย่างยั่งยืน
มาดูตัวอย่างจริงเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น สมมติว่าเราเห็นค่าดัชนีความกลัวพุ่งขึ้นไปแตะระดับ 35 เราคาดว่าทองคำจะได้รับแรงซื้อเข้ามา จึงตัดสินใจเปิดออเดอร์ซื้อทองคำที่ราคา 2,000 ดอลลาร์ต่อนซ์ โดยตั้งเป้าหมายกำไรไว้ที่ราคา 2,050 ดอลลาร์ต่อนซ์ และตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ราคา 1,975 ดอลลาร์ต่อนซ์
การคำนวณขนาดล็อตที่เหมาะสมต้องคำนึงถึงความเสี่ยงที่เรายอมรับได้ สมมติเรามีเงินทุน 10,000 ดอลลาร์และยอมรับความเสี่ยงที่ 2 เปอร์เซ็นต์ของเงินทุน ความเสี่ยงที่เราจะขาดทุนคือ 200 ดอลลาร์ ระยะห่างระหว่างราคาเปิดออเดอร์กับจุดตัดขาดทุนคือ 25 ดอลลาร์ต่อนซ์ ดังนั้นขนาดล็อตที่เหมาะสมคือ 200 หารด้วย 25 ได้ 8 ออนซ์ ซึ่งเทียบเท่ากับ 0.8 ล็อตมาตรฐานในการเทรดทองคำ
ถ้าราคาทองคำขยับขึ้นไปถึงเป้าหมายที่ 2,050 ดอลลาร์ต่อนซ์ตามที่เราคาดไว้ กำไรที่เราจะได้รับคือ 50 ดอลลาร์ต่อนซ์คูณกับ 8 ออนซ์เท่ากับ 400 ดอลลาร์ คิดเป็นผลตอบแทน 4 เปอร์เซ็นต์ของเงินทุนทั้งหมด แต่ถ้าราคาทองคำปรับลงไปแตะจุดตัดขาดทุนที่ 1,975 ดอลลาร์ต่อนซ์ เราจะขาดทุน 25 ดอลลาร์ต่อนซ์คูณกับ 8 ออนซ์เท่ากับ 200 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นไปตามแผนความเสี่ยงที่เรากำหนดไว้แต่แรก ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าการใช้ข้อมูลความกลัวของตลาดร่วมกับการคำนวณขนาดล็อตที่เหมาะสมจะช่วยให้เราควบคุมความเสี่ยงได้อย่างมีระบบ
การใช้ดัชนีความกลัวร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์อื่น

การใช้ดัชนีความกลัวร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์อื่นเช่น MACD หรือ RSI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจเทรดทองคำ การผสานข้อมูลหลายมิติทำให้มั่นใจได้ว่าสัญญาณการซื้อขายมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ข้อมูลจาก CME Group แสดงว่าปริมาณการซื้อขายออปชันทองคำเพิ่มขึ้น 35% ในไตรมาสแรกของปี 2023 สะท้อนถึงความสำคัญของการวิเคราะห์เชิงลึกแบบผสมผสานก่อนเข้าสู่ตลาดเสมอ
การเทรดทองคำโดยดูแค่ค่าความกลัวอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เราควรนำเครื่องมือวิเคราะห์อื่นมาใช้ร่วมกันเพื่อยืนยันทิศทางราคาให้แม่นยำยิ่งขึ้น การผสมผสานข้อมูลจากหลายแหล่งจะช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมของตลาดได้กว้างขวางและลดโอกาสการเทรดผิดพลาด
เครื่องมือแรกที่ควรใช้คู่กับดัชนีความกลัวคือดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ทองคำมีราคาเป็นดอลลาร์ ดังนั้นถ้าดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ทองคำจะถูกกดดันให้ราคาปรับลงลงไปแม้ว่าความกลัวในตลาดจะสูงขึ้นก็ตาม การเช็คค่าดอลลาร์ก่อนเปิดออเดอร์จะช่วยให้เราไม่เทรดสวนกระแสเงินทุนหลัก ถ้าดัชนีดอลลาร์กำลังขยับขึ้นไปแบบได้แรง เราอาจต้องรอให้ทองคำปรับลงไปแตะแนวรับสำคัญก่อนแล้วค่อยหาจังหวะเข้าซื้อ
นอกจากนี้การดูอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ก็สำคัญไม่แพ้กัน เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น โอกาสที่นักลงทุนจะถือทองคำซึ่งไม่มีดอกเบี้ยตอบแทนจะลดลง แต่ถ้าผลตอบแทนพันธบัตรลดลงในขณะที่ความกลัวสูงขึ้น ทองคำจะกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจและดึงดูดเงินทุนเข้ามาได้มากขึ้น การดูตัวเลขเหล่านี้ควบคู่กันไปจะช่วยให้เรากรองสัญญาณเทรดได้ดีขึ้นและเพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจเปิดออเดอร์
การปรับกลยุทธ์เทรดตามสภาวะตลาด
ในช่วงที่ความกลัวต่ำและตลาดนิ่ง การเทรดทองคำควรเน้นการสเกลปิงหรือเทรดระยะสั้นในกรอบราคาที่แคบ การใช้เส้นค่าเฉลี่ย 20 แท่งและ 50 แท่งจะช่วยบอกทิศทางราคาในระยะสั้นได้ดี แต่ในช่วงที่ความกลัวเริ่มสูงขึ้น เราควรเปลี่ยนมาใช้กลยุทธ์การเทรดตามเทรนด์และยืดระยะเวลาถือเดอร์ให้นานขึ้น เพราะราคาทองคำมักจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันเป็นเวลานานพอสมควรเมื่อได้รับแรงหนุนจากความหวาดกลัวของตลาด
ในช่วงที่ความกลัวพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง การเทรดทองคำต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะราคาอาจเด้งขึ้นลงอย่างรวดเร็วและทำลายจุดตัดขาดทุนได้ง่าย การลดขนาดล็อตลงครึ่งหนึ่งและตั้งเป้าหมายกำไรให้กว้างขึ้นจะช่วยให้เราอยู่ในตลาดได้นานขึ้นโดยไม่ถูกความผันผวนตัดราคาออกไปก่อน การใช้สัญญาณจากดัชนีความกลัวเป็นตัวเตือนให้เราปรับขนาดความเสี่ยงให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดจะช่วยรักษาเงินทุนของเราไว้ได้ในระยะยาว
การหลีกเลี่ยงกับดักในช่วงตลาดตื่นตระหนก
ข้อผิดพลาดที่นักเทรดมือใหม่มักทำบ่อยครั้งคือการไล่ตามราคาทองคำเมื่อเห็นราคาพุ่งขึ้นไปอย่างรวดเร็วในช่วงที่ความกลัวสูง การเปิดออเดอร์ซื้อที่จุดสูงสุดมักจะจบลงด้วยการขาดทุนเพราะราคามักจะมีการปรับตัวลงมาทดสอบระดับก่อนหน้าก่อนที่จะขยับขึ้นไปต่อ การรอให้ราคาทดสอบแนวต้านแล้วปรับลงมาแตะแนวรับหรือเส้นค่าเฉลี่ยจะปลอดภัยกว่าการเปิดออเดอร์ซื้อทันที
อีกหนึ่งกับดักคือการใช้สัญญาณความกลัวเป็นตัวตัดสินใจเดียวโดยไม่สนใจปัจจัยอื่น บางครั้งความกลัวอาจเพิ่มขึ้นแค่ชั่วคราวและกลับสู่ระดับปกติอย่างรวดเร็ว ถ้าเราเปิดออเดอร์ซื้อทองคำโดยไม่ดูว่ามีปัจจัยอื่นหนุนหรือไม่ เราอาจติดออเดอร์ขาดทุนได้ การรอให้มีสัญญาณยืนยันจากเครื่องมือวิเคราะห์อื่นจะช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าแรงซื้อที่เข้ามาในทองคำเป็นแรงซื้อที่แท้จริงและสามารถดันราคาให้ขยับขึ้นไปได้ยาวนานพอที่จะทำกำไรได้
| ระดับดัชนีความกลัว | สภาวะตลาด | ผลกระทบต่อทองคำ | กลยุทธ์ที่แนะนำ |
|---|---|---|---|
| ต่ำกว่า 20 | ตลาดสงบและมั่นใจ | ราคาเคลื่อนไหวตามปัจจัยพื้นฐาน | เทรดระยะสั้นในกรอบราคา |
| 20 ถึง 30 | ตลาดเริ่มไม่สบายใจ | เริ่มมีแรงซื้อแฝงเข้ามา | หาจุดซื้อในจังหวะราคาปรับลง |
| 30 ถึง 40 | ตลาดตื่นตระหนก | ราคาได้รับแรงซื้ออย่างต่อเนื่อง | เทรดตามเทรนด์และถือนานขึ้น |
| มากกว่า 40 | ตลาดหวาดผวาอย่างรุนแรง | ราคาแกว่งรุนแรงและเด้งเร็ว | ลดขนาดล็อตและระวังความผันผวน |
สรุปแนวทางการเทรดทองคำควบคู่กับดัชนีความกลัว
การเทรดทองคำควบคู่กับดัชนีความกลัวเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้นักลงทุนประเมินสภาวะตลาดได้ชัดเจนและลดความเสี่ยง ข้อมูลจาก World Gold Council พบว่าในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูงทองคำสามารถให้ผลตอบแทนเฉลี่ยเป็นบวกประมาณ 6.5% ในไตรมาสเหล่านั้น การประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับดัชนีจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ผู้เทรดควรนำมาวางแผนเพื่อสร้างความมั่นคงให้พอร์ตการลงทุนอย่างต่อเนื่อง
การเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทองคำกับดัชนีความกลัวเป็นทักษะที่จะช่วยยกระดับการเทรดของเราให้ดีขึ้น ไม่ใช่แค่การดูแท่งเทียนอย่างเดียว แต่เป็นการมองเห็นภาพใหญ่ของตลาดว่าเงินทุนกำลังไหลไปทางไหนและทำไมราคาทองคำถึงขยับขึ้นหรือลงในช่วงเวลานั้น
สิ่งสำคัญที่สุดคือการนำความรู้นี้ไปประยุกต์ใช้กับระบบเทรดของเราอย่างเป็นระบบ การรู้ว่าตลาดกำลังกลัวแค่ไหนจะช่วยให้เราปรับขนาดล็อตและตั้งจุดตัดขาดทุนได้เหมาะสมกับความผันผวนที่เกิดขึ้น การไม่ไล่ตามราคาและการรอจังหวะเข้าเทรดที่ชัดเจนจะช่วยให้เราเทรดได้อย่างมีวินัยและสามารถรักษาเงินทุนไว้สำหรับโอกาสในวันถัดไปได้อย่างยั่งยืน
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรดทองคำและดัชนีความกลัวมักเกี่ยวข้องกับการใช้งานจริงและการจัดการความเสี่ยง ข้อมูลสำรวจจาก broker บางแห่งระบุว่ากว่า 70% ของนักเทรดมือใหม่ยังไม่เข้าใจกลไกของดัชนีนี้อย่างถ่องแท้ การศึกษาข้อมูลและคำถามยอดนิยมจึงเป็นขั้นตอนพื้นฐานที่จะช่วยให้มือใหม่สามารถเข้าใจการเชื่อมโยงของสินทรัพย์และพัฒนากลยุทธ์การซื้อขายได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
VIX Fear Index คืออะไรและสำคัญอย่างไรสำหรับนักเทรดทองคำ
VIX Fear Index หรือดัชนีความกลัว คือตัววัดความผันผวนที่คาดการณ์ไว้ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ช่วง 30 วันข้างหน้า โดยคำนวณจากสัญญาณออปชันของดัชนี S&P 500 ค่า VIX ที่พุ่งสูงขึ้นบ่งบอกว่านักลงทุนเริ่มกลัวและทิ้งสินทรัพย์เสี่ยง สำหรับนักเทรดทองคำ การดู VIX ช่วยให้เรารู้ว่าตลาดกำลังเครียดแค่ไหน และเป็นสัญญาณเตือนว่าเงินทุนอาจไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ
ทองคำกับ VIX มีความสัมพันธ์กันแบบไหน
โดยทั่วไปทองคำกับ VIX มักมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันในช่วงที่ตลาดเกิดความตื่นตระหนกอย่างรุนแรง เมื่อข่าวร้ายกระทบตลาด ค่า VIX จะพุ่งขึ้นและราคาทองคำก็มักไต่ขึ้นไปด้วยเพราะนักลงทุนวิ่งหนีความเสี่ยง แต่ในบางช่วงที่ตลาดนิ่งและ VIX ตกลง ทองคำอาจไม่ลงตามเสมอไป เพราะทองคำมีปัจจัยอื่นเข้ามาแทรกแทรก เช่น อัตราดอกเบี้ยและค่าเงินดอลลาร์
ควรเทรดทองคำยังไงเมื่อเห็น VIX พุ่ง
เมื่อเห็นค่า VIX พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว นักเทรดทองคำควรรอให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านก่อน แล้วค่อยหาจังหวะเข้าซื้อในจุดที่ราคาปรับลงมาเล็กน้อย การวางจุดตัดขาดทุนในช่วงนี้สำคัญมากเพราะราคาจะแกว่งรุนแรง แนะนำให้ลดขนาดล็อตลงครึ่งหนึ่งเพื่อควบคุมความเสี่ยง และอย่าเทรดสวนแนวโน้มเด็ดขาดเพราะแรงซื้อจากความกลัวจะดันราคาทองคำขึ้นได้รุนแรงกว่าปกติ
จะรู้ได้ยังไงว่า VIX อยู่ในระดับสูงหรือต่ำ
ระดับ VIX ที่ต่ำกว่า 20 ถือว่าตลาดอยู่ในภาวะสงบและไม่มีความกลัวมากนัก แต่ถ้าค่า VIX ขยับขึ้นไปแตะระดับ 30 ขึ้นไป แปลว่าตลาดเริ่มตื่นตระหนกและความผันผวนสูงขึ้น หาก VIX พุ่งเกิน 40 ขึ้นไป บ่งบอกถึงความกลัวอย่างรุนแรงที่อาจนำไปสู่การขายสินทรัพย์ทิ้ง นักเทรดสามารถใช้ระดับเหล่านี้เป็นเกณฑ์วัดอารมณ์ตลาดเบื้องต้น เพื่อปรับกลยุทธ์การเทรดทองคำให้เหมาะสมกับสภาวะ
นอกจาก VIX แล้วควรดูปัจจัยอะไรควบคู่กันบ้าง
การเทรดทองคำไม่ควรดูแค่ VIX อย่างเดียว เพราะดัชนีความกลัวบอกแค่อารมณ์ตลาดระยะสั้น นักเทรดควรจับตาดูค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ควบคู่กันไปด้วย เพราะทองคำมีราคาเป็นดอลลาร์ ถ้าดอลลาร์แข็งค่าขึ้นทองคำจะถูกกดดันลง นอกจากนี้ควรดูข่าวเศรษฐกิจใหญ่ๆ เช่น อัตราเงินเฟ้อและการปรับดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ เพื่อยืนยันทิศทางราคาทองคำให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย









TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文