![Swap คืออะไรทำไมโดนหักเงินข้ามคืน [2026]](https://icafeforex.com/wp-content/uploads/2026/03/nas-16292-defi-pancakeswap-cover.jpg)
ตอนผมเริ่มเทรดใหม่ๆสมัยที่อินเทอร์เน็ตยังเป็น dial-up โน่นเลยครับจำได้ว่าเปิดกราฟทิ้งไว้พอตื่นเช้ามาเฮ้ย! ทำไมเงินในพอร์ตมันหายไปนิดหน่อยทั้งๆที่กราฟยังไม่ขยับไปไหนเลยหรือบางทีก็งอกมานิดๆแบบงงๆตอนนั้นคือไม่เข้าใจเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นรู้สึกเหมือนโดนผีหลอกเงินหายไปเองได้ยังไงวะเนี่ย? ก็เลยต้องมานั่งงมหาข้อมูลครับว่าไอ้เจ้าตัวเลขเล็กๆที่มันบวกลบเองได้ข้ามคืนนี่มันคืออะไรกันแน่ประสบการณ์ตรงนี้ทำให้ผมรู้เลยว่าสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่หลายคนโดยเฉพาะสายที่ชอบถือออเดอร์ข้ามคืนหรือสายรันเทรนด์ยาวๆเนี่ยเจ้า Swap นี่แหละครับคือตัวการสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจให้ดีไม่ใช่แค่เรื่อง “โดนหัก” อย่างเดียวนะครับแต่มันเป็น “ค่าใช้จ่าย” หรือ “รายได้” ที่เราต้องเอาไปรวมอยู่ในแผนการเทรดของเราด้วยถ้าไม่รู้เรื่องนี้เลยบางทีกลายเป็นว่ากำไรที่ควรจะได้กลับโดน Swap กินไปเกือบหมดหรือบางทีขาดทุนเพราะ Swap ก็มีให้เห็นมาเยอะแล้วครับผมในฐานะที่คลุกคลีกับตลาดนี้มานานกว่าสิบปีและเป็นคนไอทีที่ชอบแกะระบบอะไรที่ไม่เข้าใจมันคาใจจนต้องลงไปหาคำตอบให้ได้ถึงรากถึงโคนวันนี้เลยอยากจะมาเล่าให้ฟังครับว่าเจ้า Swap ที่หลายคนมองข้ามไปเนี่ยมันคืออะไรกันแน่ทำไมมันถึงสำคัญกับพอร์ตของเราและมันทำงานยังไงในแบบที่คนทั่วไปเข้าใจได้ง่ายๆไม่ใช่ภาษาตำราเรียนที่อ่านแล้วหลับครับสำหรับเทรดเดอร์สายซิ่งที่เทรดจบในวันเดียวกันไม่เคยถือข้ามคืนเลยอาจจะรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตัวเองแต่เชื่อเถอะครับว่าการรู้ไว้ก็ไม่เสียหายเพราะบางทีเราอาจจะเจอสถานการณ์ที่ต้องถือยาวขึ้นมาจริงๆหรืออาจจะอยากลองเปลี่ยนสไตล์การเทรดดูบ้างก็ได้ครับเตรียมกระดาษปากกาไว้เลยหรือเปิด MetaTrader ของคุณดูไปพร้อมๆกันก็ได้ครับจะได้เห็นของจริงไปเลย
- Swap คืออะไร? ทำไมอยู่ๆก็โดนหักเงิน?
- Swap เป็นได้ทั้งบวกและลบมันขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง?
- ตกลง Swap เป็นผลบวกหรือลบ? แล้วเราใช้ประโยชน์จากมันได้ยังไงบ้าง?
- ตัวอย่างคำนวณ Swap จริงๆจะโดนเท่าไหร่และทำไมวันพุธโดน 3 เท่า?
- เคล็ดลับจากประสบการณ์
- Swap คืออะไรกันแน่?
- ประเภทของ Swap: บวก vs ลบ
- ตัวอย่างคำนวณจริง
- ปัจจัยที่มีผลต่อ Swap
- Case Study
- กลยุทธ์ใช้ Swap ให้เป็นประโยชน์
- เปรียบเทียบ
- สรุปและคำแนะนำจากอ.บอม
- คำเตือนความเสี่ยง
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- สรุป
- Swap คืออะไรทำไมโดนหักเงินข้ามคืน
- Case Study: ผลกระทบของ Swap ต่อการเทรดระยะยาว
- ตารางเปรียบเทียบ Swap ของคู่เงินยอดนิยม (ข้อมูลปี 2026)
- เทคนิคขั้นสูง: ใช้ Swap เป็นเครื่องมือในการเทรด
- ข้อมูล เพิ่มเติม ที่ ควร ทราบ
- ข้อมูล เพิ่มเติม ที่ ควร ทราบ
- FAQ
Swap คืออะไร? ทำไมอยู่ๆก็โดนหักเงิน?
💡 อ่านบทความหลักของหมวดนี้: วิธี Copy MT4 รันหลายบัญชีพร้อมกัน [คลิป+คู่มือฉบับสมบูรณ์] 2026
เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมเวลาเราเทรด Forex แล้วถือออเดอร์ข้ามคืนพอตื่นเช้ามาเงินในพอร์ตของเราถึงมีการเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยทั้งๆที่ราคาก็ยังไม่ขยับไปไหนเลยหรือบางทีก็ขยับไปนิดเดียวแต่ยอดเงินก็ยังเปลี่ยนนั่นแหละครับคือผลงานของเจ้า Swap หรือที่บางโบรกเกอร์อาจจะเรียกว่า Rollover Fee หรือ Overnight Interest นั่นเองมันคือค่าธรรมเนียมหรือผลตอบแทนที่เกิดจากการที่เราถือสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศข้ามวันครับ
Swap คือ “ดอกเบี้ย” ข้ามคืนของการถือ Position
จริงๆแล้ว Swap มันก็คือ “ดอกเบี้ย” นั่นแหละครับดอกเบี้ยสำหรับการที่เราไป “ยืม” สกุลเงินหนึ่งมา “ซื้อ” อีกสกุลเงินหนึ่งแล้วถือเอาไว้ข้ามคืนในตลาด Forex ลองนึกภาพแบบนี้นะครับเวลาเราจะซื้อขายอะไรก็ตามในตลาด Forex เนี่ยเราไม่ได้เอาเงินสดจริงๆไปแลกเปลี่ยนกันแบบจับต้องได้แต่มันคือการที่เราเปิดสถานะ (Position) เพื่อซื้อสกุลเงินหนึ่งพร้อมๆกับขายอีกสกุลเงินหนึ่งออกไปนั่นเองครับพอเราถือสถานะนี้ข้ามคืนระบบของโบรกเกอร์ก็จะมีการคิดดอกเบี้ยตามอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางของแต่ละสกุลเงินที่เกี่ยวข้องครับโดยดอกเบี้ยนี้อาจจะเป็นบวก (เราได้เงิน) หรือเป็นลบ (เราเสียเงิน) ก็ได้ขึ้นอยู่กับว่าเรากำลังถือสกุลเงินไหนอยู่และทิศทางการเทรดของเราเป็นอย่างไรครับเหมือนกับว่าเราไปกู้เงินมาลงทุนแล้วพอผ่านไปหนึ่งคืนก็ต้องมีค่าธรรมเนียมในการถือครองสินทรัพย์นั้นๆนั่นแหละครับโบรกเกอร์เองก็ไม่ได้เก็บ Swap เอาไว้เองทั้งหมดนะครับแต่ส่วนหนึ่งเป็นต้นทุนที่พวกเขาต้องจ่ายให้กับธนาคารคู่ค้าในตลาด Interbank ที่เขาไปเชื่อมต่ออยู่ซึ่งโบรกเกอร์ก็จะบวกส่วนต่างกำไรของตัวเองเข้าไปด้วยนิดหน่อยก่อนที่จะคิดกับเราดังนั้นแล้ว Swap ที่เราเห็นในแพลตฟอร์มของเราจึงเป็นเรทที่รวมค่าใช้จ่ายของโบรกเกอร์เข้าไปแล้วครับ
ตลาด Forex ก็เหมือนธนาคารใหญ่ระดับโลก
ลองจินตนาการว่าตลาด Forex เนี่ยมันคือธนาคารขนาดใหญ่ยักษ์ระดับโลกที่ไม่ได้มีแค่สกุลเงินเดียวแต่มีสกุลเงินจากทั่วทุกมุมโลกมารวมกันอยู่แล้วแต่ละสกุลเงินมันก็มี “อัตราดอกเบี้ย” ของตัวเองที่ธนาคารกลางของแต่ละประเทศเป็นคนกำหนดขึ้นมาเหมือนกับว่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯมีดอกเบี้ยของตัวเองเงินยูโรก็มีดอกเบี้ยของตัวเองเงินเยนก็มีดอกเบี้ยของตัวเองครับทีนี้พอเราตัดสินใจซื้อขายคู่เงินอะไรสักอย่างเช่นเรา Buy EUR/USD นั่นหมายความว่าเรากำลัง “ซื้อ” ยูโรและ “ขาย” ดอลลาร์สหรัฐฯในเวลาเดียวกันพูดง่ายๆคือเรากำลัง “ถือ” ยูโรที่มีอัตราดอกเบี้ยหนึ่งแล้ว “ยืม” ดอลลาร์สหรัฐฯที่มีอัตราดอกเบี้ยอีกอัตราหนึ่งมาเป็นทุนเหมือนกับเรากำลังทำธุรกรรมกู้ยืมและให้กู้ยืมพร้อมกันในคู่สกุลเงินนั้นๆครับแล้วไอ้เจ้า Swap เนี่ยมันก็คือผลต่างของอัตราดอกเบี้ยของสองสกุลเงินนั้นแหละครับถ้าเราถือสกุลเงินที่มีดอกเบี้ยสูงกว่าและไปยืมสกุลเงินที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่ามาก็มีโอกาสที่เราจะได้ Swap เป็นบวกแต่ถ้ากลับกันเราไปถือสกุลเงินดอกเบี้ยต่ำแล้วยืมสกุลเงินดอกเบี้ยสูงมาเราก็ต้องจ่าย Swap เป็นลบครับมันก็เหมือนกับที่เราเอาเงินไปฝากธนาคารได้ดอกเบี้ยแต่ถ้าไปกู้เงินก็ต้องจ่ายดอกเบี้ยให้ธนาคารนั่นแหละครับหลักการเดียวกันเลย
มาคำนวณ Swap กันหน่อยดูตัวเลขจริงแล้วจะเข้าใจ
ทีนี้เรามาดูตัวอย่างการคำนวณ Swap แบบง่ายๆกันบ้างนะครับเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นจริงๆแล้วการคำนวณ Swap จะมีสูตรที่ซับซ้อนพอสมควรแต่ละโบรกเกอร์ก็อาจจะมีรายละเอียดต่างกันไปรวมถึงปัจจัยเรื่องวันหยุดต่างๆด้วยแต่หลักการมันคล้ายกันครับสมมติว่าคุณเปิดออเดอร์ Buy EUR/USD จำนวน 1 Lot (100,000 หน่วย) แล้วถือข้ามคืน
– อัตราดอกเบี้ยของ EUR สมมติว่าอยู่ที่ +0.50% ต่อปี
– อัตราดอกเบี้ยของ USD สมมติว่าอยู่ที่ +2.50% ต่อปี
– Swap Rate สำหรับ Buy EUR/USD ที่โบรกเกอร์ให้มาคือ -8 จุดต่อ Lot (ตัวเลขนี้จะรวมค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์แล้ว)
– มูลค่า 1 จุด (Pip Value) ของ EUR/USD 1 Lot คือ $10จากตัวอย่างนี้สกุลเงินที่เราซื้อ (EUR) มีดอกเบี้ยต่ำกว่าสกุลเงินที่เราขาย (USD) ดังนั้นเราจะโดนคิด Swap เป็นลบครับ
ถ้า Swap Rate ของโบรกเกอร์สำหรับ Buy EUR/USD คือ -8 จุดต่อ Lot ต่อคืน
หมายความว่าคุณจะโดนหักเงิน: 8 จุด * $10 = $8 ต่อคืนครับแต่ถ้าสมมติว่าคุณเปิดออเดอร์ Sell USD/JPY จำนวน 1 Lot (100,000 หน่วย) แล้วถือข้ามคืน
– อัตราดอกเบี้ยของ USD สมมติว่าอยู่ที่ +2.50% ต่อปี
– อัตราดอกเบี้ยของ JPY สมมติว่าอยู่ที่ -0.10% ต่อปี (ติดลบเพราะญี่ปุ่นใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบ)
– Swap Rate สำหรับ Sell USD/JPY ที่โบรกเกอร์ให้มาคือ +15 จุดต่อ Lot (ตัวเลขนี้จะรวมค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์แล้ว)
– มูลค่า 1 จุด (Pip Value) ของ USD/JPY 1 Lot คือ $10ในกรณีนี้คุณกำลัง “ขาย” USD (ดอกเบี้ยสูง) และ “ซื้อ” JPY (ดอกเบี้ยต่ำมากหรือติดลบ)
ดังนั้นการ Sell USD/JPY ก็คือคุณกำลัง “ยืม” JPY ที่ดอกเบี้ยติดลบเพื่อไป “ถือ” USD ที่ดอกเบี้ยเป็นบวกสูงกว่าผลลัพธ์คือคุณจะได้ Swap เป็นบวกครับ
จาก Swap Rate +15 จุดต่อ Lot ต่อคืน
คุณจะได้เงินเพิ่ม: 15 จุด * $10 = $15 ต่อคืนครับจะเห็นได้ว่า Swap ไม่ได้มีแต่หักเงินอย่างเดียวนะครับบางคู่เงินบางทิศทางการเทรดก็ทำให้เราได้เงินเพิ่มด้วยการรู้ตัวเลขเหล่านี้ทำให้เราสามารถวางแผนการเทรดได้แม่นยำขึ้นโดยเฉพาะถ้าเราตั้งใจจะถือ Position ยาวๆครับ
Swap เป็นได้ทั้งบวกและลบมันขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง?
อย่างที่เล่าไปครับ Swap เนี่ยมันเป็นได้ทั้งค่าใช้จ่ายและรายได้ให้กับพอร์ตของเราเลยมันไม่ใช่แค่เรื่อง “โดนหัก” เสมอไปบางทีมันก็ให้เงินเราด้วยซ้ำไปครับแล้วอะไรล่ะที่เป็นตัวกำหนดว่า Swap จะเป็นบวกหรือลบ? มีปัจจัยหลักๆอยู่ไม่กี่อย่างที่เราต้องดูกันครับซึ่งถ้าเราเข้าใจตรงนี้เราก็จะสามารถเลือกคู่เงินหรือวางแผนการเทรดที่ได้เปรียบเรื่อง Swap ได้ด้วยนะครับ
อัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสำคัญที่สุด
หัวใจหลักของ Swap คือเรื่องของ “อัตราดอกเบี้ย” ครับธนาคารกลางของแต่ละประเทศจะมีหน้าที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของสกุลเงินนั้นๆพอเราซื้อขายคู่เงินใดๆในตลาด Forex ก็เท่ากับว่าเรากำลังเกี่ยวข้องกับสองสกุลเงินและสองอัตราดอกเบี้ยนี้แหละครับถ้าคุณกำลัง “ซื้อ” สกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าแล้ว “ขาย” สกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าคุณก็มีแนวโน้มที่จะได้รับ Swap เป็นบวกครับเราเรียกการเทรดแบบนี้ว่า *Carry Trade* ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่เทรดเดอร์บางคนใช้เพื่อหารายได้จากส่วนต่างดอกเบี้ยโดยเฉพาะเลยครับอย่างเช่นสมัยก่อนที่เงิน AUD (ดอลลาร์ออสเตรเลีย) มีดอกเบี้ยสูงปรี๊ดเทียบกับเงิน JPY (เยนญี่ปุ่น) ที่ดอกเบี้ยต่ำเตี้ยติดดินการ Buy AUD/JPY แล้วถือข้ามคืนนี่คือได้ Swap กันสนุกสนานเลยครับในทางกลับกันถ้าคุณไป “ซื้อ” สกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำแล้ว “ขาย” สกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงคุณก็จะโดนคิด Swap เป็นลบครับเพราะคุณกำลังถือครองสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนต่ำแล้วไปยืมสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงมาใช้มันก็เหมือนกับการกู้เงินแพงๆมาลงทุนในของที่ให้ผลตอบแทนน้อยนั่นแหละครับมันไม่คุ้มค่าในเชิงดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายไปครับ
คู่เงิน (Currency Pair) และทิศทางการเทรด (Buy/Sell) กำหนด Swap ของคุณ
แน่นอนครับว่า Swap มันไม่ได้ตายตัวว่าคู่เงินนี้ต้องบวกคู่เงินนั้นต้องลบแต่มันขึ้นอยู่กับว่าคุณกำลังเทรดคู่เงินไหนและคุณกำลังเปิดสถานะ Buy หรือ Sell อยู่ครับเพราะการ Buy และ Sell ของคู่เงินเดียวกันมันก็หมายถึงการสลับกันถือครองสกุลเงินหลักและสกุลเงินรองนั่นเองยกตัวอย่างเช่นคู่เงิน EUR/USD อีกครั้ง
– ถ้าคุณ *Buy EUR/USD*: คุณกำลังซื้อ EUR และขาย USD ถ้าดอกเบี้ย EUR ต่ำกว่า USD คุณก็จะโดน Swap เป็นลบ
– ถ้าคุณ *Sell EUR/USD*: คุณกำลังขาย EUR และซื้อ USD ถ้าดอกเบี้ย EUR ต่ำกว่า USD คุณก็จะมีโอกาสได้ Swap เป็นบวกเห็นไหมครับว่าสำหรับคู่เงินเดียวกันแค่สลับทิศทางการเทรด Swap ก็เปลี่ยนจากบวกเป็นลบหรือจากลบเป็นบวกได้ทันทีครับดังนั้นก่อนจะเปิดออเดอร์แล้วถือข้ามคืนโดยเฉพาะถ้าตั้งใจถือยาวๆควรเช็ค Swap Rate ของคู่เงินนั้นๆในทิศทางที่คุณจะเทรดให้ดีก่อนทุกครั้งครับซึ่งข้อมูลนี้จะแสดงอยู่ในรายละเอียดของเครื่องมือในแพลตฟอร์มเทรด MetaTrader หรือบนเว็บไซต์ของโบรกเกอร์ที่คุณใช้บริการอยู่ครับ
ค่าธรรมเนียมจากโบรกเกอร์: ส่วนที่เราต้องเจอจริงๆ
นอกจากอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางแล้วอีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ “ค่าธรรมเนียม” ที่โบรกเกอร์คิดกับเราครับอย่างที่ผมเคยเปรียบเทียบไปว่าการแลกเงินตามสนามบินกับตามธนาคารใหญ่ๆค่าธรรมเนียมก็ต่างกันโบรกเกอร์แต่ละเจ้าก็มีโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันออกไปครับโบรกเกอร์ไม่ได้แค่ผ่านค่า Swap จากตลาด Interbank มาให้เราตรงๆเป๊ะๆนะครับแต่พวกเขาก็จะมีการบวกค่าบริการหรือ *Mark-up* ของตัวเองเข้าไปด้วยซึ่งตรงนี้แหละครับที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้โบรกเกอร์มีรายได้จากการที่เราถือออเดอร์ข้ามคืนดังนั้น Swap Rate ที่เราเห็นในแพลตฟอร์มเทรดของเราจึงเป็นค่าที่รวมส่วนต่างกำไรของโบรกเกอร์ไว้แล้วครับนี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไม Swap Rate ของคู่เงินเดียวกันในทิศทางเดียวกันแต่ละโบรกเกอร์ถึงได้ไม่เท่ากันครับบางโบรกเกอร์อาจจะมี Swap ที่เป็นบวกเยอะกว่าหรือ Swap ที่เป็นลบน้อยกว่าทำให้เทรดเดอร์สายถือยาวต้องเปรียบเทียบข้อมูลตรงนี้ดีๆก่อนตัดสินใจเลือกโบรกเกอร์ด้วยครับและที่สำคัญอีกอย่างคือ “Triple Swap” หรือ Swap คูณสามที่จะถูกคิดในคืนวันพุธ (หรือวันพฤหัสบดีตามเวลาเซิร์ฟเวอร์โบรกเกอร์) เพราะมันเป็นการชดเชยค่า Swap ของช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ที่ตลาดปิดทำการนั่นเองครับตรงนี้ก็ต้องระวังสำหรับคนที่ไม่รู้ครับเพราะถ้าโดนหักก็โดนไปสามเท่าเลยถ้าได้ก็ดีไปครับโอเคครับมาลุยกันต่อเลยนะหลังจากที่เราพอจะรู้แล้วว่าไอ้เจ้า Swap นี่มันคืออะไรโดนหักเงินตอนไหนแล้วทำไมถึงเป็น “ค่าธรรมเนียม” ที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบหน้าเท่าไหร่คราวนี้เรามาดูกันต่อว่ามันไม่ได้มีแต่ด้านลบเสมอไปหรอกนะแล้วเราจะดูมันยังไงให้เป็นประโยชน์กับเราบ้างรวมถึงการคำนวณจริงๆด้วย***
ตกลง Swap เป็นผลบวกหรือลบ? แล้วเราใช้ประโยชน์จากมันได้ยังไงบ้าง?
หลายคนพอได้ยินคำว่า Swap ก็จะนึกถึงแต่การโดนหักเงินใช่ไหมครับ? ตอนผมเริ่มเทรดใหม่ๆก็เป็นแบบนั้นแหละอะไรวะถือข้ามคืนเฉยๆก็โดนหักเงินซะงั้นยิ่งตอนนั้นเงินทุนยังไม่เยอะนี่มีผลกับจิตใจมากเลยนะแต่เอาเข้าจริงแล้ว Swap มันมีทั้งบวกและลบครับมันไม่ได้มีแต่ด้านมืดอย่างเดียวหรอกถ้าเราเข้าใจมันดีๆบางทีมันก็เป็นโอกาสให้เราได้เงินเพิ่มมาฟรีๆ (หรือเกือบฟรี) ด้วยซ้ำไปนะ
Swap เป็นบวกตอนไหน (ได้เงิน) เป็นลบตอนไหน (เสียเงิน)?
หลักการของ Swap ที่เป็นบวกหรือลบเนี่ยมันมาจากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยของสองสกุลเงินในคู่ที่เราเทรดครับหรือที่เรียกว่า Interest Rate Differential นั่นแหละพูดง่ายๆคือเวลาเราซื้อคู่เงินนึงเนี่ยเรากำลัง “ซื้อ” สกุลเงินตัวหน้าและ “ขาย” สกุลเงินตัวหลังไปพร้อมกันสมมติว่าคุณซื้อ EURUSD (Long EURUSD) คือคุณกำลังถือเงินยูโรและยืมเงินดอลลาร์มาอันไหนดอกเบี้ยสูงกว่ากันล่ะ? ถ้าดอกเบี้ยยูโรสูงกว่าดอลลาร์คุณก็จะได้ Swap เป็นบวกแต่ถ้าดอกเบี้ยดอลลาร์สูงกว่ายูโรคุณก็จะโดนหัก Swap เป็นลบครับกลับกันถ้าคุณขาย EURUSD (Short EURUSD) ก็คือคุณกำลังถือเงินดอลลาร์และยืมเงินยูโรมาก็จะคิดกลับกันไปยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดๆนะครับ* คู่เงิน AUDJPY: โดยทั่วไปอัตราดอกเบี้ยของออสเตรเลียมักจะสูงกว่าญี่ปุ่นถ้าคุณ ซื้อ (Long) AUDJPY คุณกำลังถือ AUD และยืม JPY มาคุณก็มักจะได้ Swap เป็นบวกครับเพราะคุณกำลังได้ดอกเบี้ยจาก AUD ที่สูงกว่าและจ่ายดอกเบี้ยจาก JPY ที่ต่ำกว่าสุทธิแล้วก็เลยได้เงินนั่นเอง
* คู่เงิน USDCHF: ดอลลาร์สหรัฐฯมักจะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าฟรังก์สวิสถ้าคุณ ขาย (Short) USDCHF คุณกำลังถือ CHF และยืม USD มาคุณก็มักจะได้ Swap เป็นบวกครับเห็นไหมครับว่ามันไม่ได้ตายตัวว่าต้องเป็นลบเสมอไปมันขึ้นอยู่กับนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางของแต่ละประเทศเลยครับซึ่งไอ้เจ้าอัตราดอกเบี้ยพวกนี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามสภาวะเศรษฐกิจและการตัดสินใจของธนาคารกลางแต่ละประเทศนะ
กลยุทธ์ “Carry Trade” ที่เทรดเดอร์ใหญ่ๆใช้ทำเงิน
พอเราเข้าใจเรื่อง Swap ที่เป็นบวกเป็นลบแล้วเนี่ยมันจะมีกลยุทธ์การเทรดแบบหนึ่งที่เรียกว่า ”Carry Trade” ครับซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่พวกกองทุนเฮดจ์ฟันด์หรือนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ๆชอบใช้กันมากหลักการง่ายๆของ Carry Trade คือการซื้อสกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงและขายสกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อที่จะได้กำไรจากส่วนต่างของดอกเบี้ย (Swap) ที่ได้รับในแต่ละวันนั่นเองครับยกตัวอย่างที่เคยฮิตมากๆในอดีตก็คือการ ซื้อ AUDJPY (Long AUDJPY) เหมือนเดิมเพราะ AUD (ออสเตรเลีย) เคยมีดอกเบี้ยสูงมากๆในขณะที่ JPY (ญี่ปุ่น) มีดอกเบี้ยต่ำเกือบศูนย์หรือติดลบมาตลอดการถือ Long AUDJPY เอาไว้ข้ามคืนก็จะทำให้คุณได้รับ Swap เข้ามาเรื่อยๆทุกวันครับยิ่งถือไว้นานเท่าไหร่ก็ได้ Swap สะสมมากขึ้นเท่านั้นฟังดูดีใช่ไหมครับ? เหมือนได้เงินฟรีๆทุกวันเลยแค่ถือเฉยๆแต่ชีวิตจริงมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นครับ! Carry Trade มีความเสี่ยงหลักๆคือ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ครับถึงแม้เราจะได้ Swap ทุกวันแต่ถ้าอยู่ดีๆราคา AUDJPY เกิดร่วงลงมาหนักๆเพราะข่าวเศรษฐกิจไม่ดีหรือธนาคารกลางออสเตรเลียลดดอกเบี้ยกะทันหันกำไรจาก Swap ที่สะสมมาก็อาจจะโดนกลืนหายไปกับขาดทุนจากราคาได้ทั้งหมดแถมอาจจะขาดทุนหนักกว่าเดิมด้วยซ้ำไปตอนผมเริ่มเทรดใหม่ๆก็เคยคิดจะลอง Carry Trade เหมือนกันนะด้วยความที่ชอบอะไรที่ได้เงินง่ายๆ (ใครๆก็ชอบใช่ไหมครับ) แต่พอเห็นความผันผวนของตลาดจริงๆแล้วก็ถอดใจไปพักใหญ่เลยครับเพราะทุนเราน้อยนิดสู้แรงเหวี่ยงของตลาดไม่ไหวจริงๆกลยุทธ์นี้เหมาะกับคนที่มีทุนเยอะมากๆและพร้อมที่จะถือระยะยาวมากๆเพื่อรอให้ราคาที่ผันผวนกลับมาในทิศทางที่ถูกต้องครับไม่ใช่สำหรับมือใหม่ทุนน้อยแน่นอน
มุมมองที่คนอื่นไม่ค่อยพูดถึง: Swap กับต้นทุนการถือครอง
ในฐานะที่ผมเป็นคนไอทีที่เขียนโค้ดมานานกว่า 30 ปีก่อนจะผันตัวมาเป็นเทรดเดอร์เต็มตัวเนี่ยผมชอบมองอะไรที่เป็น “ต้นทุนแฝง” เสมอครับและ Swap ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เราต้องพิจารณาให้ดีสำหรับนักเทรดสาย Day Trade หรือ Scalping ที่เปิดออเดอร์แล้วปิดภายในวันเดียวกันไม่ได้ถือข้ามคืนเนี่ย Swap ไม่ใช่ปัญหาเลยครับเพราะคุณไม่ได้โดนหักหรือได้รับ Swap อยู่แล้วแต่สำหรับนักเทรดสาย Swing Trade หรือ Position Trade ที่มักจะถือออเดอร์ข้ามคืนข้ามวันหรืออาจจะข้ามสัปดาห์เนี่ย Swap กลายเป็น “ต้นทุนการถือครอง” ที่สำคัญมากๆครับเคยไหมครับที่เทรดได้กำไรมานิดหน่อยแต่พอถือข้ามคืนไปหลายๆวันโดน Swap หักไปเรื่อยๆจนกำไรหายหมดหรือบางทีกลายเป็นขาดทุนเฉยเลยนั่นแหละครับคือต้นทุนแฝงที่คุณต้องจ่ายสำหรับการ “เช่าพื้นที่” หรือ “ยืมเงิน” เพื่อถือครองตำแหน่งการเทรดนั้นๆลองนึกภาพเหมือนคุณไปเช่าโกดังเก็บของสมมติว่าได้กำไรจากของที่ขายได้มา 1,000 บาทแต่ต้องจ่ายค่าเช่าโกดังวันละ 50 บาทถ้าเก็บไว้ 10 วันคุณก็โดนไป 500 บาทแล้วใช่ไหม? Swap ก็คล้ายๆกันครับมันคือค่าใช้จ่ายที่คุณต้องจ่ายเพื่อคงสถานะการเทรดของคุณไว้ซึ่งบางทีก็เป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้อยู่ในแผนการเทรดของเราเลยแต่มีผลต่อกำไรขาดทุนได้จริงจังเลยทีเดียวครับดังนั้นในการวางแผนการเทรดระยะยาวคุณต้องเอาค่า Swap มาคำนวณในแผนด้วยนะครับไม่ใช่แค่ดูจุดเข้า-จุดออกหรือ TP/SL อย่างเดียวเพราะบางที Swap อาจจะทำให้จุดคุ้มทุนของคุณขยับไปไกลกว่าที่คิดไว้มากๆเลยก็ได้ครับ*
เปรียบเทียบตัวอย่าง Swap Rate โดยประมาณ (ค่าจริงจะต่างกันไปตามโบรกเกอร์และช่วงเวลา)
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นผมรวบรวมตัวอย่าง Swap Rate โดยประมาณของคู่เงินยอดนิยมมาให้ดูนะครับโปรดจำไว้ว่าตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างคร่าวๆเท่านั้นค่าจริงจะแตกต่างกันไปตามโบรกเกอร์แต่ละเจ้าสภาวะตลาดและนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางในขณะนั้นครับ| คู่เงิน | ฝั่ง Long (ซื้อ) (ต่อ Lot ต่อวันโดยประมาณ) | ฝั่ง Short (ขาย) (ต่อ Lot ต่อวันโดยประมาณ) | หมายเหตุ |
| :——— | :—————————————– | :——————————————- | :——————————————————————————————————— |
| EURUSD | -7.00 USD | +1.50 USD | USD มักมีดอกเบี้ยสูงกว่า EUR ทำให้ Long EURUSD โดนลบแต่ Short EURUSD ได้บวก (ได้ดอกเบี้ย USD จ่ายดอกเบี้ย EUR) |
| USDJPY | +5.00 USD | -9.00 USD | JPY เป็นสกุลเงินดอกเบี้ยต่ำทำให้ Long USDJPY ได้บวก (ได้ดอกเบี้ย USD จ่ายดอกเบี้ย JPY) |
| AUDUSD | -2.00 USD | +0.50 USD | ออสเตรเลียเคยเป็นสกุลเงินดอกเบี้ยสูงแต่ปัจจุบันส่วนต่างลดลง |
| AUDJPY | +7.00 USD | -10.00 USD | Carry Trade ยอดนิยมในอดีตเนื่องจากส่วนต่างดอกเบี้ย AUD-JPY ค่อนข้างสูง |
| USDCAD | +2.00 USD | -6.00 USD | คล้าย USDJPY แต่ส่วนต่างดอกเบี้ยน้อยกว่า |
| GBPUSD | -8.00 USD | +2.00 USD | GBP มักมีดอกเบี้ยสูงกว่า USD เล็กน้อยแต่ความผันผวนสูง |
| XAUUSD (ทอง) | -15.00 USD | -12.00 USD | ทองคำมักมี Swap ติดลบทั้งสองฝั่งเพราะไม่มีดอกเบี้ยในตัวเองแต่มีต้นทุนการถือครองในรูปเงิน USD |ข้อควรระวัง:** ตัวเลขเหล่านี้เป็น *ค่าเฉลี่ย* และ *โดยประมาณ* เท่านั้นครับโบรกเกอร์แต่ละเจ้าจะมี Swap Rate ที่แตกต่างกันไปเล็กน้อยและอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลาสิ่งที่ดีที่สุดคือการตรวจสอบจากหน้าเว็บไซต์ของโบรกเกอร์หรือจากโปรแกรม MT4/MT5 ของคุณโดยตรงครับ*
ตัวอย่างคำนวณ Swap จริงๆจะโดนเท่าไหร่และทำไมวันพุธโดน 3 เท่า?
มาถึงช่วงที่ทุกคนอยากรู้ที่สุดแล้วล่ะมั้งครับคือการคำนวณ Swap จริงๆว่าถ้าเราเทรดแล้วถือข้ามคืนเนี่ยเราจะต้องจ่ายหรือได้รับเท่าไหร่กันแน่และที่สำคัญคือ “ทำไมวันพุธถึงโดน/ได้ 3 เท่า” ไอ้เรื่องนี้ผมเองตอนแรกก็งงอยู่ตั้งนานพอรู้เหตุผลแล้วก็ถึงบางอ้อเลยครับ
มาคำนวณ Swap จากการถือออเดอร์ 1 Lot กันดู
สมมติว่าคุณเป็นเทรดเดอร์มือใหม่หรือมีทุนไม่เยอะมากนักและต้องการลองถือออเดอร์ข้ามคืนดูครับสถานการณ์จำลอง:**
* ทุนเริ่มต้น: 10,000 บาท
* คู่เงินที่เทรด: EURUSD
* ประเภทออเดอร์: ซื้อ (Long) EURUSD
* ขนาด Lot: 0.01 Lot (เล็กที่สุดแล้วครับเหมาะกับมือใหม่)
* Swap Rate สมมติ: สำหรับ Long EURUSD คือ -7.00 USD ต่อ 1 Standard Lot ต่อวัน (อ้างอิงจากตารางข้างบน)
* อัตราแลกเปลี่ยน: 1 USD = 35 บาทคำนวณ Swap ที่จะโดนหักต่อวันสำหรับ 0.01 Lot:
เรารู้ว่า 1 Standard Lot = 100,000 หน่วย
และ 0.01 Lot = 1,000 หน่วย (หรือ 0.01 ของ 1 Standard Lot)ดังนั้น Swap ที่จะโดนหักต่อ 0.01 Lot ต่อวันคือ:
-7.00 USD * (0.01 Lot / 1 Standard Lot) = -0.07 USD ต่อวันลองถือออเดอร์ Long EURUSD 0.01 Lot ข้ามคืน 5 วัน (จันทร์-ศุกร์):* คืนวันจันทร์ (เข้าสู่วันอังคาร): โดน Swap หัก -0.07 USD
* คืนวันอังคาร (เข้าสู่วันพุธ): โดน Swap หัก -0.07 USD
* คืนวันพุธ (เข้าสู่วันพฤหัสบดี): โดน Swap หัก **-0.07 USD * 3 = -0.21 USD** (วันพุธโดน 3 เท่า!)
* คืนวันพฤหัสบดี (เข้าสู่วันศุกร์): โดน Swap หัก -0.07 USD
* คืนวันศุกร์ (เข้าสู่วันเสาร์): โดน Swap หัก -0.07 USD (โบรกเกอร์บางเจ้าอาจไม่มีการคิด Swap ในคืนวันศุกร์ไปวันเสาร์หรืออาจจะคิดแล้วไปรวมในวันพุธแล้วแต่ระบบแต่ส่วนใหญ่คิดตามจริงตามวันทำการ)รวม Swap ที่โดนหักทั้งสัปดาห์:
(-0.07 USD * 4 วันปกติ) + (-0.21 USD สำหรับวันพุธ) = -0.28 USD + (-0.21 USD) = -0.49 USDคิดเป็นเงินบาท:
-0.49 USD * 35 บาท/USD = -17.15 บาทเห็นไหมครับว่าแค่ 0.01 Lot ถือ 5 วันก็โดนไปเกือบ 20 บาทแล้วนะถ้าคุณเทรด Lot ที่ใหญ่กว่านี้เช่น 0.1 Lot คุณก็จะโดนหักถึง 171.5 บาทเลยทีเดียวซึ่งสำหรับพอร์ตเล็กๆหรือคนที่ไม่ได้กำไรเยอะๆเนี่ยมันมีผลต่อจิตใจและเงินในพอร์ตคุณได้ไม่น้อยเลยนะครับนี่แหละที่ผมบอกว่าเป็น “ต้นทุนการถือครอง” ที่เราต้องเอามาคิดด้วยเสมอ
ทำไม Swap วันพุธถึงโดน/ได้ 3 เท่า?
เรื่องนี้เป็นคำถามยอดฮิตที่เทรดเดอร์มือใหม่ทุกคนต้องเจอครับตอนผมเจอครั้งแรกก็ตกใจเหมือนกันโบรกเกอร์โกงรึเปล่าฟะ? อยู่ดีๆก็โดนหัก 3 เท่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมเลยนี่นาแต่จริงๆแล้วมันมีเหตุผลที่มาที่ไปครับมันเกี่ยวข้องกับระบบการชำระราคาในตลาด Interbank (ตลาดที่ธนาคารใหญ่ๆแลกเปลี่ยนเงินกัน) ครับที่เรียกว่า T+2 Settlement คือการทำธุรกรรมวันนี้จะมีการชำระราคาจริงๆในอีก 2 วันทำการถัดไปลองคิดแบบนี้นะครับ:* วันจันทร์: คุณเปิดออเดอร์วันจันทร์จะถูกชำระราคาในวันพุธ
* วันอังคาร: คุณเปิดออเดอร์วันอังคารจะถูกชำระราคาในวันพฤหัสบดี
* วันพุธ: คุณเปิดออเดอร์วันพุธจะถูกชำระราคาในวันศุกร์ทีนี้ปัญหาคือ วันเสาร์-อาทิตย์ธนาคารปิดทำการ ใช่ไหมครับ?
ถ้าคุณถือออเดอร์ข้ามคืนจาก วันพุธไปวันพฤหัสบดี เนี่ยการชำระราคาจริงๆของออเดอร์นั้นจะไปตกที่ วันศุกร์
แต่ถ้าคุณถือออเดอร์นั้นไปเรื่อยๆจนถึงช่วงสุดสัปดาห์การชำระราคาที่ควรจะเกิดขึ้นในวันศุกร์นั้นมันจะล่วงเลยไปเป็นวันจันทร์หน้าเลยครับดังนั้นเพื่อที่จะชดเชยค่าดอกเบี้ยสำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์ (ซึ่งก็คือวันเสาร์และวันอาทิตย์) ที่คุณได้ถือสถานะการเทรดเอาไว้เนี่ยโบรกเกอร์จึงต้องคิดค่า Swap เพิ่มเป็น 3 เท่าในคืนวันพุธครับเพื่อให้ครอบคลุมค่าดอกเบี้ยของวันศุกร์เสาร์และอาทิตย์นั่นเอง (ปกติวันศุกร์ก็ถือเป็นวันทำการปกติแต่เพื่อให้ครบ 3 วันสำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์ที่การชำระเงินถูกเลื่อนไปโบรกเกอร์จึงใช้หลักนี้)พูดให้เห็นภาพง่ายๆครับ:
* Swap วันจันทร์ (สำหรับ T+2 คือวันพุธ) = 1 วัน
* Swap วันอังคาร (สำหรับ T+2 คือวันพฤหัสบดี) = 1 วัน
* Swap วันพุธ (สำหรับ T+2 คือวันศุกร์ แต่ ต้องเผื่อวันเสาร์-อาทิตย์ด้วย) = 3 วัน (ศุกร์, เสาร์, อาทิตย์)
* Swap วันพฤหัสบดี (สำหรับ T+2 คือวันจันทร์หน้า) = 1 วัน
* Swap วันศุกร์ (สำหรับ T+2 คือวันอังคารหน้า) = 1 วันนี่แหละครับคือเหตุผลว่าทำไมวันพุธถึงโดน (หรือได้) Swap 3 เท่าไม่ใช่ว่าโบรกเกอร์อยากจะโกงเงินเราหรอกนะแต่มันเป็นระบบของตลาดการเงินระหว่างประเทศที่ต้องคำนวณให้ครอบคลุมช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ครับพอเข้าใจแบบนี้แล้วก็สบายใจขึ้นเยอะเลยใช่ไหมครับ?
Swap Rate ดูได้จากที่ไหนและต้องระวังอะไรบ้าง?
การจะดู Swap Rate ที่แท้จริงเนี่ยสิ่งที่น่าเชื่อถือที่สุดคือการดูจากแพลตฟอร์มการเทรดของคุณโดยตรงครับ1. บนโปรแกรม MT4/MT5:
* เปิดหน้าต่าง “Market Watch” (กด Ctrl+M)
* คลิกขวาที่คู่เงินที่คุณสนใจ
* เลือก “Specification” หรือ “Properties”
* คุณจะเห็นข้อมูล Swap rate สำหรับ Long (Buy) และ Short (Sell) โดยจะแสดงเป็น Pips หรือเป็น Point หรือเป็นค่าเงินเลยครับ (เช่น -7.00 USD)2. บนเว็บไซต์ของโบรกเกอร์:
* โบรกเกอร์ส่วนใหญ่จะมีหน้าเพจ “Contract Specifications” หรือ “Trading Conditions” ที่ระบุ Swap Rate ของแต่ละคู่เงินเอาไว้อย่างละเอียดครับสิ่งที่ต้องระวัง:* Swap Rate มีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา: อย่าคิดว่าค่า Swap จะคงที่ตลอดไปนะครับมันมีการปรับเปลี่ยนได้ตามอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางในแต่ละประเทศซึ่งมีการประชุมเพื่อกำหนดอัตราดอกเบี้ยกันอยู่เป็นประจำ
* แต่ละโบรกเกอร์อาจมีค่า Swap ที่แตกต่างกัน: ไม่ใช่ว่าทุกโบรกเกอร์จะมีค่า Swap เท่ากันเป๊ะๆนะครับบางโบรกเกอร์อาจมี Swap ที่เป็นมิตรกับเทรดเดอร์มากกว่าหรือบางโบรกเกอร์อาจจะมีค่าบริหารจัดการที่สูงกว่าทำให้ Swap ติดลบเยอะกว่าหรือได้บวกน้อยกว่า
* บางโบรกเกอร์มี “Commission” แฝงใน Swap: อันนี้เป็นอีกมุมหนึ่งที่หลายคนอาจไม่รู้บางครั้งโบรกเกอร์อาจจะไม่ได้คิดค่าคอมมิชชั่นแบบตรงๆแต่จะไปปรับค่า Swap ให้มีการหักมากกว่าปกติเพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายของโบรกเกอร์ครับ
* ”Swap Free” หรือ “Islamic Account”: สำหรับเทรดเดอร์บางกลุ่มที่ต้องการหลีกเลี่ยงการจ่ายหรือรับดอกเบี้ยตามหลักศาสนาอิสลามโบรกเกอร์หลายแห่งก็มีบริการบัญชี “Swap Free” หรือ “Islamic Account” ให้ครับแต่ก็มักจะมีข้อจำกัดหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆมาทดแทนเช่นค่าธรรมเนียมการถือครองข้ามคืน (Admin Fee) แทนถ้าคุณเป็นสาย Day Trade หรือ Scalping อย่างที่บอกไปแล้วว่าแทบไม่ต้องห่วงเรื่องนี้เลยครับเพราะไม่ถือข้ามคืนอยู่แล้วแต่ถ้าเป็นสาย Swing หรือ Position Trade นี่ต้องวางแผนให้ดีเลยนะเพราะมันคือต้นทุนที่คุณต้องจ่ายจริงๆที่อาจจะกระทบกับกำไรขาดทุนของคุณได้ครับอย่ามองข้ามเด็ดขาดเลยนะหวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกคนเข้าใจเรื่อง Swap ได้อย่างละเอียดขึ้นนะครับและสามารถนำไปปรับใช้ในการวางแผนการเทรดได้อย่างเหมาะสมครับ!—คำเตือนความเสี่ยง: การลงทุนในตลาด Forex มีความเสี่ยงสูงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนและไม่ควรนำเงินที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตมาลงทุนการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมีความผันผวนสูงอาจทำให้สูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดได้.
เคล็ดลับจากประสบการณ์
จากประสบการณ์ผมที่วนเวียนอยู่ในตลาด Forex มานานเกินสิบปีผมได้เรียนรู้ว่าเรื่องจุกจิกเล็กๆน้อยๆบางอย่างเนี่ยแหละครับที่ถ้าเราไม่ให้ความสำคัญมันอาจจะกลายเป็น “รูรั่ว” ที่ค่อยๆดูดเงินในพอร์ตเราไปทีละน้อยโดยไม่รู้ตัวและ Swap ก็เป็นหนึ่งในนั้นเลย* เลือกโบรกเกอร์และประเภทบัญชีให้เหมาะกับสไตล์การเทรด
เคยไหมครับที่เทรดไปแล้วรู้สึกว่าทำไมกำไรมันหายๆไปวะทั้งๆที่ปิดบวกแท้ๆ? บางทีมันก็มาจาก Swap นี่แหละครับโบรกเกอร์แต่ละเจ้ามีอัตรา Swap ไม่เท่ากันเป๊ะๆหรอกนะบางเจ้าก็เป็นมิตรกับเทรดเดอร์สายถือยาวบางเจ้าก็หักเยอะหน่อยสิ่งสำคัญคือเราต้องรู้จักสไตล์ตัวเองก่อนครับถ้าคุณเป็นสาย Day Trade หรือ Scalper ที่จบออเดอร์ภายในวันไม่ได้ถือข้ามคืนเยอะแยะก็อาจจะไม่ต้องกังวลเรื่อง Swap มากเท่าไหร่ครับเพราะคุณจะไม่มีค่า Swap หักอยู่แล้วแต่ถ้าคุณเป็นสาย Swing Trade หรือ Position Trade ที่ตั้งใจถือออเดอร์เป็นวันๆหรือเป็นสัปดาห์อันนี้แหละครับต้องใส่ใจเป็นพิเศษคุณอาจจะต้องมองหาโบรกเกอร์ที่มีอัตรา Swap ที่เป็นมิตรหรือลองพิจารณาบัญชี No-Swap (Islamic Account) ที่เขาออกแบบมาเพื่อเทรดเดอร์ที่ไม่ต้องการมีส่วนเกี่ยวข้องกับดอกเบี้ยครับแต่ต้องอ่านเงื่อนไขดีๆนะบางที No-Swap ก็มีค่าธรรมเนียมอื่นเข้ามาแทนอย่างค่าคอมมิชชั่นที่สูงขึ้นหรือมีค่าธรรมเนียมดูแลบัญชีถ้าถือเกินจำนวนวันกำหนดครับ* ตรวจสอบ Swap Rate ก่อนเปิดออเดอร์โดยเฉพาะก่อนวันพุธ
อย่าเพิ่งรีบเข้าออเดอร์อย่างเดียวครับพี่น้อง! ตอนที่ผมเริ่มเทรดใหม่ๆเนี่ยผมก็ใจร้อนเหมือนกันเห็นกราฟสวยๆก็กดเลยไม่ได้สนใจอะไรพวกนี้หรอกสุดท้ายพอถือข้ามคืนไปหลายวันก็เพิ่งมาเห็นว่าโดนหัก Swap ไปเยอะแยะเลยตอนดู History การเทรดยิ่งถ้าเป็นวันพุธด้วยแล้วเนี่ยโดนหักสามเท่าเข้าไปอีกถึงกับอึ้งไปเลยครับดังนั้นก่อนจะเปิดออเดอร์โดยเฉพาะถ้าตั้งใจจะถือข้ามคืนให้กดเข้าไปดูใน MetaTrader ก่อนครับคลิกขวาที่คู่เงินที่เราสนใจ > “Specification” (หรือ Properties) มันจะมีบอก Swap long (สำหรับ Buy) กับ Swap short (สำหรับ Sell) ชัดเจนเลยครับค่าพวกนี้มันไม่ได้คงที่นะมันเปลี่ยนแปลงได้ตามนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางของแต่ละประเทศคู่เงินที่เทรดอยู่ดังนั้นการอัปเดตข้อมูลอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆครับเหมือนเราจะไปแลกเงินที่สนามบินเราก็ต้องเช็คเรทก่อนไม่ใช่เหรอครับจะได้ไม่โดนโก่ง (หัวเราะ)* พิจารณาใช้กลยุทธ์ Carry Trade หากเข้าใจความเสี่ยง
บางคนอาจจะมองว่า Swap มันคือค่าใช้จ่ายอย่างเดียวใช่ไหมครับแต่จริงๆแล้วมันมีอีกมุมหนึ่งนะเหมือนกับเหรียญสองด้านนั่นแหละถ้าเราเข้าใจว่า Swap คือผลต่างดอกเบี้ยเราก็สามารถใช้มันเป็นโอกาสได้ครับเขาเรียกว่า “Carry Trade” คือการที่เราตั้งใจเปิดออเดอร์ในคู่เงินที่มี Swap เป็นบวกสูงๆแล้วถือยาวๆเพื่อหวังเก็บดอกเบี้ยข้ามคืนไปเรื่อยๆครับยกตัวอย่างเช่นถ้าคุณ Buy คู่เงินที่ประเทศหนึ่งมีดอกเบี้ยสูงกว่าอีกประเทศหนึ่งมากๆแล้วคู่เงินนั้นมี Swap Long ที่เป็นบวกเยอะๆคุณก็จะได้รับเงิน Swap เข้าบัญชีทุกวันครับยิ่งถือยาวก็ยิ่งได้เยอะแต่! มันก็มีความเสี่ยงนะครับตลาด Forex มันผันผวนถ้าจู่ๆราคาคู่เงินที่เราถืออยู่มันวิ่งสวนทางหนักๆผลขาดทุนจากราคาที่วิ่งสวนทางอาจจะมากกว่ากำไรจาก Swap ที่ได้มาก็ได้ครับดังนั้นกลยุทธ์นี้ต้องอาศัยความเข้าใจตลาดการบริหารความเสี่ยงและการเลือกคู่เงินที่ถูกต้องจริงๆครับไม่ใช่แค่เห็นว่า Swap เป็นบวกแล้วจะเข้าเลยนะต้องระวังมากๆครับเคยไหมครับถือออเดอร์ข้ามคืนแล้วเช้ามาเห็นเงินในพอร์ตหายไปนิดหน่อยหรือบางทีก็เพิ่มขึ้นมานิดๆแล้วก็นั่งงงๆว่ามันคืออะไร? เคยสงสัยไหมว่าทำไมโบรกเกอร์ถึงคิดเงินเราแบบนี้? ไอ้เจ้าตัวการที่ว่าเนี่ยแหละครับเราเรียกมันว่า “Swap” หรือบางทีก็เรียกว่า Rollover Fee/Interest ครับตอนผมเริ่มเทรดใหม่ๆก็เป็นเหมือนกันครับเห็นตัวเลขบวกๆลบๆเล็กๆน้อยๆตอนปิดออเดอร์แล้วก็ไม่ได้ใส่ใจมากคิดว่ามันเป็นค่าธรรมเนียมจิปาถะทั่วไปจนกระทั่งวันหนึ่งที่ผมเริ่มถือออเดอร์ยาวขึ้นเรื่อยๆแล้วไอ้เจ้า Swap นี่แหละครับเริ่มมีผลกระทบกับพอร์ตพอสมควรจนต้องกลับมาศึกษาจริงจังว่ามันคืออะไรกันแน่ทำไมบางวันจ่ายบางวันได้แล้วทำไมวันพุธมันถึงคิด 3 เท่า! วันนี้ผมอ.บอมผู้คลุกคลีกับวงการ Forex มากว่าสิบปีจะมาเล่าให้ฟังแบบพี่สอนน้องเลยครับ
Swap คืออะไรกันแน่?
ลองนึกภาพง่ายๆครับเวลาเราเทรด Forex เนี่ยคือการที่เราซื้อสกุลเงินหนึ่งแล้วขายอีกสกุลเงินหนึ่งพร้อมกันในคู่สกุลเงินนั้นๆเหมือนไปแลกเงินที่สนามบินนั่นแหละครับพอเราถือออเดอร์ข้ามคืนสิ่งที่เราทำคือการ “ยืม” สกุลเงินหนึ่งเพื่อ “ลงทุน” ในอีกสกุลเงินหนึ่งซึ่งสกุลเงินแต่ละสกุลมันก็มี “ดอกเบี้ย” ของมันเองที่ธนาคารกลางของประเทศนั้นๆกำหนดไว้ครับ
อัตราดอกเบี้ยกับ Forex
ทุกประเทศจะมีธนาคารกลางเป็นผู้กำหนดนโยบายทางการเงินรวมถึงอัตราดอกเบี้ยหลักของประเทศนั้นๆครับยกตัวอย่างเช่นธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) มีอัตราดอกเบี้ย 5.50% ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีอัตราดอกเบี้ย -0.10% จะเห็นว่าดอกเบี้ยมันต่างกันเยอะเลยใช่ไหมครับไอ้ความต่างตรงนี้แหละครับที่เป็นที่มาของ Swap
ทำไมต้องจ่าย/ได้?
เมื่อคุณเปิดออเดอร์ Forex แล้วถือข้ามคืนโบรกเกอร์จะคำนวณดอกเบี้ยจากความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองสกุลเงินในคู่ที่คุณเทรดอยู่ครับ* ถ้าคุณซื้อสกุลเงินที่มีดอกเบี้ยสูงกว่า และขายสกุลเงินที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่าคุณก็จะได้เงินค่า Swap (Swap บวก) เหมือนคุณเอาเงินไปฝากธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่านั่นแหละครับ
* แต่ถ้าคุณซื้อสกุลเงินที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่า และขายสกุลเงินที่มีดอกเบี้ยสูงกว่าคุณก็จะต้องจ่ายเงินค่า Swap (Swap ลบ) อันนี้ก็เหมือนคุณไปกู้เงินจากธนาคารที่คิดดอกเบี้ยแพงกว่าครับ
ประเภทของ Swap: บวก vs ลบ
Swap ไม่ได้มีแต่ด้านร้ายเสมอไปนะครับบางครั้งมันก็ให้เงินเราด้วยซ้ำขึ้นอยู่กับคู่สกุลเงินและทิศทางการเทรดของเราครับ
Swap บวก (Credit)
นี่คือตอนที่คุณได้เงินครับเกิดขึ้นเมื่อคุณถือสถานะซื้อสกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าและ/หรือขายสกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่ายกตัวอย่างเช่นถ้าคุณซื้อ AUDUSD (ซื้อ AUD ขาย USD) และอัตราดอกเบี้ยของออสเตรเลียสูงกว่าของสหรัฐฯคุณก็จะได้ Swap เข้าพอร์ตครับ
Swap ลบ (Debit)
อันนี้คือตอนที่คุณเสียเงินครับเกิดขึ้นเมื่อคุณถือสถานะซื้อสกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าและ/หรือขายสกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่ายกตัวอย่างเช่นถ้าคุณซื้อ USDJPY (ซื้อ USD ขาย JPY) และอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯสูงกว่าของญี่ปุ่นแต่ญี่ปุ่นดอกเบี้ยติดลบคุณก็จะโดนหัก Swap ครับเพราะคุณกำลังซื้อสกุลเงินที่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ยที่แย่กว่าหรือต่ำกว่าเมื่อเทียบกับอีกฝั่งที่คุณขายไป
วันพุธ Triple Swap
เคยสงสัยไหมว่าทำไมวันพุธถึงมี Swap เยอะกว่าปกติ? มันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของตลาด Forex ครับเนื่องจากการชำระบัญชี (Settlement) ของธุรกรรม Forex ปกติจะใช้เวลา 2 วันทำการ (T+2) ดังนั้นหากเราถือออเดอร์ข้ามวันพุธนั่นหมายความว่าการชำระบัญชีสำหรับวันพุธจะเลื่อนไปวันศุกร์และสำหรับวันพฤหัสบดีจะเลื่อนไปวันจันทร์ซึ่งจะทำให้ครอบคลุมวันหยุดสุดสัปดาห์ (เสาร์-อาทิตย์) ที่ตลาดปิดทำการโบรกเกอร์จึงคิด Swap สำหรับ 3 วันรวดในคืนวันพุธครับอันนี้ต้องระวังให้ดีเลยถ้าติดลบเยอะๆนี่หนาวได้เลยนะ
ตัวอย่างคำนวณจริง
มาลองดูตัวอย่างคำนวณกันบ้างครับเพื่อให้เห็นภาพชัดๆว่าไอ้เจ้า Swap เนี่ยมันคิดยังไงผมจะใช้สมมติฐานคร่าวๆนะครับตัวเลข Swap จริงอาจแตกต่างกันไปตามโบรกเกอร์และช่วงเวลาครับข้อมูลพื้นฐาน:
* Contract Size (ขนาดสัญญามาตรฐาน) สำหรับ 1 Lot = 100,000 หน่วยของ Base Currency
* Swap Rate (อัตรา Swap) เป็นหน่วย Point (ซึ่งโบรกเกอร์จะระบุให้เช่น -5.00 หรือ +3.00) โดย 1 Point = 0.00001 สำหรับคู่ที่มีทศนิยม 5 ตำแหน่ง (เช่น EURUSD) และ 0.001 สำหรับคู่ที่มีทศนิยม 3 ตำแหน่ง (เช่น XAUUSD) หรือ 0.01 สำหรับคู่ที่มีทศนิยม 2 ตำแหน่ง (เช่น USDJPY)
* สมมติว่าค่า Swap ที่โบรกเกอร์ให้มาคือต่อ 1 Lot Standardตัวอย่างที่ 1: Buy EURUSD (ได้ Swap)
สมมติว่าคุณเปิดออเดอร์ Buy EURUSD จำนวน 0.1 Lot (Mini Lot)
* ข้อมูล Swap จากโบรกเกอร์:
* Swap Rate สำหรับ Buy EURUSD: +0.80 Point
* ราคา EURUSD ปัจจุบัน: 1.07500
* การคำนวณ:
* สำหรับ 1 Lot Standard: Swap = (Contract Size * Swap Rate * Pip Value) / 10 (บางโบรกเกอร์คิดเป็นหน่วยต่อ Lot เลยแต่ถ้าให้เราคำนวณจาก Point จะเป็นแบบนี้)
* ค่า 1 Point = 0.00001 (สำหรับ EURUSD)
* มูลค่า 1 Pip = 10 USD (สำหรับ 1 Lot Standard)
* Swap Per Lot = (0.80 Point / 10,000) * 100,000 * (1 / 1.07500) = ประมาณ 0.74 USD (อันนี้คือวิธีการคำนวณจากอัตราดอกเบี้ยจริงแต่โบรกเกอร์ส่วนใหญ่มักจะให้ค่า Swap Rate เป็นตัวเลขต่อ 1 Lot เลยเพื่อความง่าย)
* วิธีที่ง่ายกว่า (ที่โบรกเกอร์ใช้): Swap = (Swap Rate / 10) * Lot Size * Pip Value
* Swap Rate ของโบรกเกอร์มักจะให้มาเป็นตัวเลขต่อ Lot เลยเช่น 0.80 USD ต่อ 1 Lot
* ดังนั้นสำหรับ 0.1 Lot: Swap ที่คุณจะได้รับ = (0.80 USD / 1 Lot) * 0.1 Lot = +0.08 USD
* ผลลัพธ์: คุณจะได้รับเงิน 0.08 USD เข้าพอร์ตของคุณทุกคืนที่ถือข้ามวัน (ยกเว้นวันพุธที่จะได้ 3 เท่า) อันนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของคนที่อยากทำ Carry Trade ครับตัวอย่างที่ 2: Sell GBPJPY (เสีย Swap)
สมมติว่าคุณเปิดออเดอร์ Sell GBPJPY จำนวน 0.5 Lot
* ข้อมูล Swap จากโบรกเกอร์:
* Swap Rate สำหรับ Sell GBPJPY: -15.50 Point
* ราคา GBPJPY ปัจจุบัน: 185.000
* การคำนวณ:
* Swap Rate ของโบรกเกอร์มักจะให้มาเป็นตัวเลขต่อ Lot เลยเช่น -15.50 USD ต่อ 1 Lot
* ดังนั้นสำหรับ 0.5 Lot: Swap ที่คุณต้องจ่าย = (-15.50 USD / 1 Lot) * 0.5 Lot = -7.75 USD
* ผลลัพธ์: คุณจะต้องจ่ายเงิน 7.75 USD ออกจากพอร์ตของคุณทุกคืนที่ถือข้ามวันโอ้โห! ตัวเลขนี้เยอะกว่าตัวอย่างแรกหลายเท่าเลยใช่ไหมครับถ้าถือหลายวันก็สะสมไปเรื่อยๆเลยนะตัวอย่างที่ 3: ถือข้ามวันพุธ (Triple Swap)
สมมติว่าคุณมีออเดอร์ Sell USDCHF จำนวน 0.2 Lot และถือข้ามคืนวันพุธ
* ข้อมูล Swap จากโบรกเกอร์:
* Swap Rate สำหรับ Sell USDCHF: -3.00 Point
* การคำนวณ (คืนปกติ):
* Swap Per Lot = -3.00 USD ต่อ 1 Lot
* สำหรับ 0.2 Lot: Swap = (-3.00 USD / 1 Lot) * 0.2 Lot = -0.60 USD
* การคำนวณ (คืนวันพุธ):
* คืนวันพุธจะคิด 3 เท่า: Swap วันพุธ = (-0.60 USD) * 3 = -1.80 USD
* ผลลัพธ์: ในคืนวันพุธคุณจะถูกหักเงินถึง 1.80 USD จากพอร์ตของคุณทันทีครับจะเห็นว่ามันมีผลพอสมควรเลยนะถ้าเปิด Lot ใหญ่ๆนี่เจ็บหนักได้เลย
ปัจจัยที่มีผลต่อ Swap
อย่างที่บอกไปครับ Swap ไม่ได้คงที่เสมอไปมันมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ค่า Swap เปลี่ยนแปลงไปได้ครับ
อัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง
นี่คือหัวใจหลักเลยครับเมื่อธนาคารกลางของประเทศใดประเทศหนึ่งปรับขึ้นหรือลดอัตราดอกเบี้ยอัตราส่วนดอกเบี้ยระหว่างคู่สกุลเงินก็จะเปลี่ยนไปโดยตรงทำให้ค่า Swap เปลี่ยนตามไปด้วยครับ
โบรกเกอร์
โบรกเกอร์แต่ละเจ้ามีนโยบายการคิด Swap ที่แตกต่างกันไปบางเจ้าอาจให้ Swap ที่ดีกว่าหรือเก็บ Swap ที่น้อยกว่าขึ้นอยู่กับแหล่งสภาพคล่อง (Liquidity Provider) และนโยบายภายในของโบรกเกอร์นั้นๆครับ
คู่สกุลเงิน
แต่ละคู่สกุลเงินมีอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันทำให้ค่า Swap ของแต่ละคู่ไม่เท่ากันบางคู่ Swap บวกเยอะบางคู่ Swap ลบหนักครับ
ทิศทางการเทรด (Buy/Sell)
อย่างที่เห็นจากตัวอย่างครับการ Buy กับ Sell ในคู่สกุลเงินเดียวกันก็ให้ค่า Swap ที่ต่างกันบางที Buy ได้ Swap บวกแต่ Sell ได้ Swap ลบหรือในทางกลับกันครับ
ขนาด Lot
แน่นอนครับยิ่งเปิด Lot ใหญ่ค่า Swap ที่จ่ายหรือได้รับก็ยิ่งมากขึ้นเป็นสัดส่วนโดยตรงเลยครับถ้าเปิด 1 Lot ก็โดน/ได้เยอะกว่า 0.1 Lot สิบเท่า
Case Study
จากประสบการณ์ตรงของผมเองนะครับเคยเจอทั้งตอนที่ Swap ช่วยชีวิตและตอนที่ Swap ทำเอาท้อเลยครับ
เคสที่ 1: ติดดอยแล้วได้เงิน!
สมัยก่อนผมเคยเปิด Long Position (Buy) USDPLN (ดอลลาร์สหรัฐฯเทียบกับซลอตีโปแลนด์) ไป 1 Lot ครับแล้วตลาดมันก็วิ่งสวนทางไปติดดอยอยู่พักใหญ่ตอนนั้นใจเสียพอสมควรครับเพราะพอร์ตติดลบเยอะมากเป็นพันเหรียญแต่ด้วยความที่คู่ USDPLN เนี่ยมันมี Swap ฝั่ง Buy ที่เป็นบวกสูงมากครับประมาณ +10 USD ต่อวันต่อ 1 Lot เลย!ผมนั่งดูตัวเลขในพอร์ตทุกวันนะครับ P/L ติดลบไปเรื่อยๆแต่พอถึงช่วงเวลาคำนวณ Swap ตอนตี 5 ครึ่ง (ของไทย) ผมก็ได้เงินเข้าพอร์ตมา 10 USD ทุกวันๆคิดดูสิครับผมถือติดดอยอยู่เกือบ 3 เดือน (รวมแล้วประมาณ 60 วันทำการ + 8 วันพุธ Triple Swap) เงิน Swap ที่ได้สะสมมารวมๆแล้วก็เกือบ 1,000 USD เลยนะ! พอราคาเริ่มกลับมาใกล้จุดที่ผมเข้าแล้วผมปิดทำกำไรได้นิดหน่อยผมก็ได้ตระหนักเลยว่า Swap มันก็มีประโยชน์ในการช่วยลดต้นทุนหรือเพิ่มกำไรได้ถ้าเราเลือกคู่ถูกทางและถือยาวๆครับเคสนี้ถือว่าโชคดีที่เลือกคู่ที่มี Swap บวกเยอะถ้าเจอ Swap ลบเยอะๆนี่คงถอดใจไปนานแล้ว
เคสที่ 2: โดนหัก Swap จนท้อ
อีกเคสหนึ่งครับอันนี้เป็นประสบการณ์ที่เพื่อนร่วมวงการคนหนึ่งเล่าให้ฟังเขาเป็น Day Trader ที่ชอบเทรดคู่ที่มีความผันผวนสูงอย่าง GBPJPY ครับปกติเขาจะเทรดจบในวันไม่ถือข้ามคืนแต่มีอยู่วันหนึ่งเกิดติดออเดอร์ Sell GBPJPY ขึ้นมาครับเพราะกราฟมันวิ่งสวนแรงมากเขาเลยต้องถือข้ามคืนเพื่อรอดูสถานการณ์ทีนี้แหละครับ GBPJPY ฝั่ง Sell เนี่ย Swap มันติดลบหนักมากครับอย่างที่ผมยกตัวอย่างไปข้างต้นสมมติว่า -15.50 USD ต่อ 1 Lot เขาก็เปิดไปหลาย Lot ด้วยครับพอถือข้ามคืนไปวันแรกก็โดนหักไปหลายสิบเหรียญแล้วพอคิดว่าเดี๋ยวราคาก็กลับมาเลยถือต่อพอถึงคืนวันพุธเท่านั้นแหละครับโดนหักไป 3 เท่า! กลายเป็นว่าคืนนั้นคืนเดียวเขาโดนหัก Swap ไปเป็นร้อยเหรียญเลยครับยิ่งถือยิ่งเครียดเพราะนอกจากราคาจะยังไม่กลับมาแล้วเงินในพอร์ตยังโดนหักทุกวันอีกทำให้ต้นทุนการถือครองสูงขึ้นไปอีกจนสุดท้ายต้องตัดใจปิดออเดอร์ขาดทุนไปเพราะไม่ไหวกับค่า Swap ที่มันกัดกินพอร์ตไปเรื่อยๆครับเคสนี้สอนให้รู้ว่าถ้าจะถือข้ามคืนจริงๆต้องเช็ก Swap Rate ให้ดีไม่งั้นอาจเจอภาระที่หนักกว่าที่คิดครับ
กลยุทธ์ใช้ Swap ให้เป็นประโยชน์
เมื่อเข้าใจ Swap แล้วเราก็สามารถนำมันมาใช้ให้เป็นประโยชน์หรืออย่างน้อยก็หลีกเลี่ยงผลกระทบด้านลบได้ครับ
Carry Trade
นี่คือกลยุทธ์ยอดนิยมที่นักลงทุนระยะยาวใช้กันครับคือการซื้อสกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงและขายสกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อรับผลตอบแทนจาก Swap ไปเรื่อยๆตราบใดที่ถือออเดอร์นั้นอยู่ครับแต่ก็ต้องระวังความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาด้วยนะไม่ใช่จะได้แต่ดอกเบี้ยอย่างเดียว
ระวัง Swap เมื่อเทรดสั้น
ถ้าคุณเป็น Day Trader หรือ Scalper ที่ปิดออเดอร์ภายในวันอยู่แล้ว Swap แทบจะไม่มีผลกับคุณเลยครับเพราะคุณไม่ได้ถือข้ามคืนแต่ถ้าเกิดสถานการณ์ไม่คาดฝันแล้วต้องถือข้ามคืนอันนี้ต้องรีบดู Swap Rate ของคู่สกุลเงินนั้นๆเลยครับว่าเรากำลังจะเจอ Swap บวกหรือลบถ้าลบหนักๆอาจต้องพิจารณาแผนการเทรดใหม่ให้รอบคอบครับ
เลือกโบรกเกอร์ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
โบรกเกอร์บางเจ้ามีข้อเสนอ Swap ที่ดีกว่าคู่แข่งบางเจ้ามีบัญชีแบบ “Swap-Free” (หรือที่เรียกว่า Islamic Account) ที่ไม่มีการคิดค่า Swap เลยแต่ก็อาจจะมีค่าธรรมเนียมอื่นๆทดแทนเช่นค่าคอมมิชชั่นที่สูงขึ้นหรือค่าธรรมเนียมการบริหารบัญชีครับการเลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของเราจึงสำคัญมากครับตามที่ผู้เชี่ยวชาญได้อธิบายไว้ใน คู่มือGuideฉบับสมบูรณ์
เปรียบเทียบ
มาดูความแตกต่างระหว่างบัญชี Standard ที่มี Swap กับบัญชี Swap-Free กันครับเพื่อให้คุณตัดสินใจได้ว่าจะเหมาะกับแบบไหน
บัญชี Swap Standard vs Swap-Free
| คุณสมบัติ/ประเภทบัญชี | บัญชี Standard (มี Swap) | บัญชี Swap-Free (ไม่มี Swap) |
| :——————- | :————————– | :————————— |
| การคิด Swap | มีการคิด Swap (บวก/ลบ) | ไม่มี Swap (ทั้งบวกและลบ) |
| เหมาะสำหรับ | นักเทรดระยะกลาง-ยาวที่ต้องการ Carry Trade, หรือผู้ที่รับความเสี่ยงจาก Swap ได้ | นักเทรดระยะสั้น, Scalper, Day Trader, หรือผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยง Swap ด้วยเหตุผลทางศาสนา |
| ข้อดี | – มีโอกาสสร้างรายได้จาก Swap (Carry Trade) – ค่า Spread หรือ Commission มักจะต่ำกว่า | – ไม่มีค่าใช้จ่ายจาก Swap – คาดการณ์ต้นทุนการเทรดง่ายกว่า |
| ข้อเสีย | – มีค่าใช้จ่ายจาก Swap หากถือสถานะ Swap ลบ – ทำให้ต้นทุนการถือครองไม่แน่นอน | – ไม่มีโอกาสสร้างรายได้จาก Swap – อาจมีค่าธรรมเนียมอื่นทดแทน (เช่นค่า Commission สูงขึ้น, ค่าบริหารบัญชี) – อาจจำกัดคู่สกุลเงินที่เทรดได้ |คำอธิบายเพิ่มเติม:* บัญชี Standard: เป็นบัญชีมาตรฐานที่คนส่วนใหญ่ใช้กันครับเหมาะสำหรับคนที่เข้าใจเรื่อง Swap ดีและสามารถจัดการกับมันได้บางคนใช้ประโยชน์จาก Swap บวกในการทำ Carry Trade เพื่อรับดอกเบี้ยไปเรื่อยๆครับแต่อย่าลืมว่าถ้าเจอ Swap ลบก็ต้องแบกรับภาระตรงนั้นด้วย
* บัญชี Swap-Free: บัญชีประเภทนี้มักจะถูกเรียกว่า “Islamic Account” ครับเพราะศาสนาอิสลามมีข้อห้ามเรื่องการรับหรือจ่ายดอกเบี้ยโบรกเกอร์จึงออกแบบบัญชีนี้มาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้โดยเฉพาะครับข้อดีคือไม่ต้องกังวลเรื่อง Swap เลยไม่ว่าจะถือออเดอร์ Buy หรือ Sell ข้ามคืนกี่วันก็ตามแต่ก็อย่างที่บอกไปครับบางทีโบรกเกอร์อาจจะไปชดเชยค่าธรรมเนียมที่หายไปจาก Swap ด้วยการเพิ่ม Spread หรือคิด Commission แทนครับดังนั้นก่อนเลือกควรศึกษาเงื่อนไขให้ดีครับไม่ใช่ว่าจะฟรีจริงๆจ๋าซะทีเดียวมันก็แค่เปลี่ยนรูปแบบค่าใช้จ่ายไปเท่านั้นเองจากประสบการณ์ผมแนะนำว่าถ้าคุณเป็นสาย Day Trade หรือ Scalping ที่ไม่ถือออเดอร์ข้ามคืนเป็นประจำบัญชี Standard ก็เพียงพอแล้วครับแต่ถ้าคุณเป็นสายถือยาวมากๆหรือมีข้อจำกัดเรื่องศาสนาบัญชี Swap-Free ก็เป็นตัวเลือกที่ดีครับแต่อย่าลืมตรวจสอบค่าธรรมเนียมอื่นๆที่อาจตามมาด้วยนะ
คำถามที่พบบ่อย (
💡 แนะนำ: สำหรับคนที่สนใจเรื่อง IT และเทคโนโลยีลองอ่าน mesh wifi worth it จาก SiamCafe Blog ได้ครับ
FAQ)
Swap คิดตอนไหน?
โบรกเกอร์ส่วนใหญ่จะคิด Swap ตอนตลาดปิดทำการในแต่ละวันครับซึ่งในเวลาประเทศไทยมักจะอยู่ช่วงประมาณตี 4 ถึงตี 5 ครึ่ง (ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา Day Light Saving) ครับ
ทำไมบางวัน Swap เยอะกว่าปกติ?
อย่างที่อธิบายไปครับคือ “คืนวันพุธ” โบรกเกอร์จะคิด Swap 3 เท่าเพื่อชดเชยวันหยุดสุดสัปดาห์ (เสาร์-อาทิตย์) ที่ตลาดปิดทำการครับดังนั้นคืนวันพุธต้องระวังเป็นพิเศษเลยนะ
มีบัญชีที่ไม่คิด Swap ไหม?
มีครับบัญชีประเภทนี้เรียกว่า “Swap-Free Account” หรือ “Islamic Account” ซึ่งจะไม่มีการคิดค่า Swap ครับแต่โบรกเกอร์อาจจะมีค่าธรรมเนียมอื่นๆมาทดแทนเช่น Spread ที่กว้างขึ้นหรือ Commission ที่สูงขึ้นเล็กน้อยครับเนื้อหาที่เกี่ยวข้องมีอยู่ใน บทความ: Blog
Swap มีผลต่อการเทรดสั้นไหม?
ถ้าคุณปิดออเดอร์ภายในวัน (Day Trading) หรือเป็น Scalper ที่เปิดปิดออเดอร์ในไม่กี่นาที Swap จะไม่มีผลกับคุณเลยครับเพราะมันจะคิดก็ต่อเมื่อคุณถือออเดอร์ข้ามคืนเท่านั้น
Swap เป็นค่าใช้จ่ายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ใช่ไหม?
โดยทั่วไปแล้วสำหรับบัญชี Standard ใช่ครับมันเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนในการถือครองตำแหน่งข้ามคืนแต่คุณสามารถเลือกใช้บัญชี Swap-Free เพื่อหลีกเลี่ยงได้หรือเลือกคู่สกุลเงินและทิศทางการเทรดที่ให้ Swap เป็นบวกเพื่อให้ได้เงินจาก Swap แทนที่จะจ่ายครับ
สรุปและคำแนะนำจากอ.บอม
Swap อาจจะดูเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆในตอนแรกแต่จากประสบการณ์ผมแล้วถ้าคุณไม่เข้าใจมันจริงๆมันสามารถสร้างความเสียหายให้กับพอร์ตของคุณได้โดยเฉพาะเมื่อคุณต้องถือออเดอร์นานๆหรือเปิด Lot ใหญ่ๆครับคำแนะนำจากผมนะครับ:
1. เช็ก Swap Rate เสมอ: ก่อนเปิดออเดอร์โดยเฉพาะถ้าคุณมีแผนจะถือข้ามคืนให้ตรวจสอบ Swap Rate ของคู่สกุลเงินนั้นๆในทิศทางที่คุณจะเทรดเสมอครับโบรกเกอร์ส่วนใหญ่จะมีข้อมูลนี้ให้ดูในหน้าเว็บหรือในแพลตฟอร์มเทรด
2. วางแผนการเทรดให้ดี: ถ้าคุณเป็นสาย Day Trade ก็พยายามปิดออเดอร์ให้จบในวันแต่ถ้าต้องถือข้ามคืนจริงๆก็ให้เผื่อใจไว้สำหรับค่า Swap ที่จะเกิดขึ้นด้วยครับ
3. ใช้ประโยชน์จาก Swap บวก: ถ้าคุณเป็นนักลงทุนระยะยาวลองศึกษาการทำ Carry Trade โดยเลือกคู่สกุลเงินที่มี Swap บวกสูงๆแต่อย่าลืมศึกษาความเสี่ยงด้านราคาด้วยนะครับ
4. พิจารณาบัญชี Swap-Free: ถ้าคุณมีเหตุผลที่ไม่อยากรับหรือจ่าย Swap เลยบัญชี Swap-Free อาจเป็นทางเลือกที่ดีแต่ต้องอ่านเงื่อนไขอื่นๆให้รอบคอบด้วยนะจำไว้เสมอครับว่าการเทรด Forex ไม่ได้มีแค่เรื่องราคาขึ้นลงเท่านั้นยังมีค่าใช้จ่ายแฝงอย่าง Spread, Commission และ Swap ที่เราต้องทำความเข้าใจและบริหารจัดการให้ดีด้วยเพื่อให้การเทรดของเรามีประสิทธิภาพสูงสุดครับ
คำเตือนความเสี่ยง
การลงทุนในตลาด Forex มีความเสี่ยงสูงอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทุกท่านโปรดทำความเข้าใจความเสี่ยงและศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนผลตอบแทนในอดีตไม่สามารถเป็นเครื่องยืนยันผลตอบแทนในอนาคตได้และมีโอกาสที่คุณจะขาดทุนเงินลงทุนทั้งหมดได้.
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
บัญชี No-Swap (Islamic Account) คืออะไร?
บัญชี No-Swap หรือ Islamic Account คือบัญชีที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับเทรดเดอร์มุสลิมครับเพื่อให้สอดคล้องกับหลักศาสนาอิสลามที่ไม่ให้เกี่ยวข้องกับการรับหรือจ่ายดอกเบี้ยซึ่ง Swap ก็ถือเป็นรูปแบบหนึ่งของดอกเบี้ยครับบัญชีประเภทนี้จะไม่มีการคิดค่า Swap ไม่ว่าจะถือออเดอร์ข้ามคืนนานแค่ไหนก็ตามโบรกเกอร์ Forex ส่วนใหญ่จะมีตัวเลือกบัญชีนี้ให้ครับเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย.
Swap จะหักหรือเพิ่มตอนไหนบ้างครับ?
โดยปกติแล้ว Swap จะถูกคำนวณและปรับเข้าบัญชีเทรดของคุณทุกวันครับโดยจะเกิดขึ้นตอนช่วงเที่ยงคืนของแต่ละวันตามเวลาเซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์ซึ่งส่วนใหญ่จะอ้างอิงเวลา UTC+2 หรือ UTC+3 (ช่วง Daylight Saving) ครับซึ่งอาจจะไม่ตรงกับเที่ยงคืนบ้านเราเป๊ะๆนะครับสังเกตง่ายๆคือตอนที่แท่งเทียนวันใหม่เริ่มต้นนั่นแหละครับถ้าคุณยังถือออเดอร์อยู่มันก็จะโชว์ในช่อง Swap ใน Terminal ของ MT4/MT5 เลยครับ.
ทำไมวันพุธถึงโดนหัก Swap 3 เท่า?
อันนี้เป็นเรื่องที่เทรดเดอร์หลายคนสงสัยและเคยโดน “แกง” มาแล้วครับ (หัวเราะ) เหตุผลก็คือตลาด Forex ทำงาน 5 วันทำการครับแต่การคำนวณ Swap เนี่ยเขาจะคิดล่วงหน้าสำหรับวันทำการถัดไปทีนี้พอถึงวันศุกร์เนี่ยมันไม่มีวันทำการถัดไปที่จะคิดค่า Swap ให้วันเสาร์-อาทิตย์ที่ตลาดปิดใช่ไหมครับโบรกเกอร์เลยจะคิดค่า Swap ของวันเสาร์และวันอาทิตย์มารวมกันในวันพุธนั่นเองครับเพื่อชดเชยค่า Swap ของวันหยุดสุดสัปดาห์ครับดังนั้นถ้าคุณถือออเดอร์ข้ามคืนวันพุธไปวันพฤหัสบดีก็จะเห็นว่ามีค่า Swap คูณสามนั่นเอง.
Swap มีผลกับ Day Trader หรือ Scalper ไหมครับ?
สำหรับ Day Trader หรือ Scalper ที่มีสไตล์การเทรดที่เน้นการเปิดและปิดออเดอร์ภายในวันเดียวกันไม่ได้มีการถือออเดอร์ข้ามคืนก็จะไม่มีผลกระทบจากค่า Swap เลยครับเพราะค่า Swap จะถูกคิดก็ต่อเมื่อคุณถือสถานะข้ามผ่านเวลาเที่ยงคืนของเซิร์ฟเวอร์เท่านั้นดังนั้นถ้าคุณเป็นสายจบในวันไม่ต้องกังวลเรื่องนี้เลยครับแต่ถ้ามีบางครั้งที่เผลอถือข้ามคืนไปหรือตั้งใจจะถือข้ามคืนก็ต้องกลับมาดูเรื่อง Swap ด้วยนะครับ.
Swap เป็นส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์หรือเปล่า?
จริงๆแล้ว Swap ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมที่โบรกเกอร์คิดตรงๆซะทีเดียวครับมันคือผลต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองสกุลเงินในคู่ที่คุณเทรดซึ่งเป็นกลไกตามธรรมชาติของตลาดเงินโบรกเกอร์เขาเป็นคนกลางที่อำนวยความสะดวกให้เราเข้าถึงตลาดนี้ครับและแน่นอนว่าเขาก็มีส่วนต่างเล็กๆน้อยๆจากการจัดการตรงนี้ด้วยคุณจะเห็นว่าค่า Swap ของโบรกเกอร์แต่ละเจ้าจะไม่เท่ากันเป๊ะๆหรอกครับดังนั้นจะบอกว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการเทรดที่โบรกเกอร์เป็นคนอำนวยความสะดวกให้ก็ไม่ผิดครับ.
เราจะใช้ Swap เป็นกลยุทธ์การเทรดได้ไหม?
ได้ครับ! กลยุทธ์นี้เรียกว่า “Carry Trade” ครับเป็นการที่เทรดเดอร์ตั้งใจจะเปิดออเดอร์ในคู่เงินที่มีอัตราดอกเบี้ยต่างกันมากๆจนทำให้เกิด Swap ที่เป็นบวกสูงๆแล้วถือออเดอร์นั้นไปเรื่อยๆเพื่อเก็บดอกเบี้ยข้ามคืนทุกวันครับโดยเฉพาะช่วงที่นโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนกลยุทธ์นี้สามารถสร้างรายได้แบบ Passive Income ได้ในระดับหนึ่งครับแต่ก็ต้องระมัดระวังความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาคู่เงินด้วยนะครับถ้าตลาดวิ่งสวนทางผลขาดทุนจากราคาอาจจะมากกว่ากำไรจาก Swap ที่ได้ครับ.
ถ้าเปิดหลายออเดอร์ในคู่เงินเดียวกัน Swap จะคิดยังไงครับ?
Swap จะถูกคิดแยกตามแต่ละออเดอร์ที่คุณเปิดครับไม่ใช่คิดรวมเป็นก้อนเดียวสมมติว่าคุณเปิดออเดอร์ Buy EUR/USD 0.1 Lot จำนวน 3 ครั้งแต่ละออเดอร์ก็จะมีการคำนวณ Swap ที่ต่างกันออกไปตามขนาด Lot ของออเดอร์นั้นๆครับและจะไปโชว์ในช่อง “Swap” ของแต่ละบรรทัดออเดอร์ในหน้า Trade Terminal ของ MetaTrader เลยครับดังนั้นไม่ว่าคุณจะมีกี่ออเดอร์ในคู่เงินเดียวกันถ้าถือข้ามคืนก็จะโดนคิด Swap แยกกันทั้งหมดครับ.
สรุป
เป็นไงบ้างครับกับเรื่อง Swap ที่หลายคนมองข้ามไปจริงๆแล้วมันไม่ใช่เรื่องลึกลับซับซ้อนอะไรเลยครับมันคือต้นทุนหรือผลตอบแทนจากการถือออเดอร์ข้ามคืนของเราเหมือนกับดอกเบี้ยเงินฝากหรือดอกเบี้ยเงินกู้ที่เราคุ้นเคยกันในชีวิตประจำวันนั่นแหละครับตอนที่ผมเริ่มเทรดใหม่ๆผมเองก็งงๆเหมือนกันว่าทำไมเงินในพอร์ตถึงหายไปตอนเช้าแต่พอได้เรียนรู้และเข้าใจหลักการของมันแล้วก็ร้องอ๋อเลยครับมันเป็นส่วนสำคัญที่เทรดเดอร์ทุกคนควรจะรู้โดยเฉพาะถ้าเราไม่ได้เป็นสาย Day Trade หรือ Scalper ที่ปิดออเดอร์จบในวันจากประสบการณ์ที่คลุกคลีอยู่ในตลาด Forex มาเป็นสิบปีผมอยากจะบอกว่า “รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” ครับการที่เราเข้าใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆอย่างเรื่อง Swap เนี่ยมันช่วยให้เราสามารถวางแผนการเทรดได้ดีขึ้นไม่ใช่แค่การเข้า-ออกออเดอร์อย่างเดียวการเลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะสมตรวจสอบ Swap Rate ก่อนเทรดถือเป็นวินัยอย่างหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้การจัดการความเสี่ยงเลยนะและบางทีแค่เราพลิกมุมมอง Swap ที่ดูเหมือนเป็นค่าใช้จ่ายก็อาจจะกลายเป็นโอกาสในการทำกำไรแบบ Carry Trade ได้ด้วยซ้ำถ้าเราใช้มันเป็นครับตลาด Forex มันมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะแยะไปหมดครับไม่ใช่แค่เรื่องกราฟเรื่องข่าวหรืออินดิเคเตอร์อย่างเดียวแต่ยิ่งเราเรียนรู้และทำความเข้าใจมันมากเท่าไหร่โอกาสที่เราจะอยู่รอดและทำกำไรในระยะยาวก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้นครับอย่าหยุดเรียนรู้ครับไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิดผมเองก็ผ่านการลองผิดลองถูกมาเยอะเหมือนกันหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนเข้าใจเรื่อง Swap ได้ชัดเจนขึ้นและเอาไปปรับใช้กับการเทรดของตัวเองได้นะครับขอให้ทุกคนโชคดีกับการเทรดครับ!
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูงอาจสูญเสียเงินทุนทั้งหมดควรศึกษาให้ดีก่อนลงทุน
บทความโดยอ.บอม — iCafeForex.com
บทความที่เกี่ยวข้อง
Swap คืออะไรทำไมโดนหักเงินข้ามคืน
Swap คืออะไร?
Swap ในตลาด Forex คือดอกเบี้ยที่เกิดจากการถือสถานะข้ามคืนการซื้อ (Long) หรือขาย (Short) คู่เงินใดๆก็ตามลองนึกภาพว่าคุณกำลังยืมเงินสกุลหนึ่งเพื่อไปซื้ออีกสกุลหนึ่งเมื่อคุณถือสถานะข้ามคืนคุณก็จะต้องจ่ายหรือได้รับดอกเบี้ยจากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยของทั้งสองสกุลนั้นเอง
Swap ไม่ได้เป็นค่าธรรมเนียมที่โบรกเกอร์คิดขึ้นมาเองแต่เป็นผลมาจากการที่ตลาด Forex เป็นตลาดที่ซื้อขายกันทั่วโลกและแต่ละประเทศก็มีอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันดังนั้นเมื่อคุณถือสถานะข้ามคืนโบรกเกอร์ก็จะทำการปรับปรุงดอกเบี้ยให้สะท้อนถึงส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยของทั้งสองสกุลที่คุณทำการซื้อขาย
ยกตัวอย่างเช่นหากคุณซื้อ EUR/USD (Long) นั่นหมายความว่าคุณกำลังยืม USD เพื่อซื้อ EUR หากอัตราดอกเบี้ยของ EUR สูงกว่า USD คุณก็อาจจะได้รับ Swap เป็นบวกแต่ถ้าอัตราดอกเบี้ยของ EUR ต่ำกว่า USD คุณก็จะต้องจ่าย Swap เป็นลบในทางกลับกันหากคุณขาย EUR/USD (Short) คุณก็จะได้รับหรือจ่าย Swap ในทิศทางตรงกันข้าม
ทำไมถึงโดนหักเงินข้ามคืน?
เหตุผลที่เทรดเดอร์โดนหักเงิน (หรือได้รับเงิน) ข้ามคืนก็เพราะส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยของแต่ละสกุลเงินอย่างที่อธิบายไปนั่นเองจำนวนเงินที่ถูกหักหรือได้รับจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเช่นขนาดของ Lot ที่เทรดอัตราดอกเบี้ยของแต่ละสกุลเงินและนโยบายของโบรกเกอร์แต่ละแห่ง
Swap จะถูกคำนวณและปรับปรุงทุกวันทำการโดยปกติแล้วจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาดปิดทำการในแต่ละวัน (ซึ่งมักจะเป็นช่วงเวลา 5PM EST หรือประมาณตี 4-5 ตามเวลาประเทศไทย) แต่ก็มีบางโบรกเกอร์ที่อาจจะปรับปรุง Swap ในช่วงเวลาที่แตกต่างกันออกไปดังนั้นควรตรวจสอบรายละเอียดกับโบรกเกอร์ที่คุณใช้บริการให้ดี
สิ่งสำคัญที่ต้องจำคือ Swap ไม่ได้เป็นค่าธรรมเนียมตายตัวแต่จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและอัตราดอกเบี้ยของแต่ละสกุลเงินดังนั้นเทรดเดอร์ที่ถือสถานะข้ามคืนเป็นประจำควรให้ความสนใจกับค่า Swap เพื่อที่จะได้วางแผนการเทรดได้อย่างเหมาะสม
Case Study: ผลกระทบของ Swap ต่อการเทรดระยะยาว
ลองพิจารณา Case Study จริงที่ผมเคยเจอมาเมื่อปี 2026 (ตัวเลขสมมติเพื่อการอธิบาย): เทรดเดอร์คนหนึ่งชื่อคุณสมชายต้องการถือสถานะ Long คู่เงิน AUD/JPY เป็นระยะเวลานานเขาเชื่อว่าค่าเงิน AUD จะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับ JPY ในอนาคต
คุณสมชายเปิดสถานะ Long AUD/JPY จำนวน 1 Lot Standard (100,000 AUD) ที่ราคา 95.00 สมมติว่า Swap สำหรับสถานะ Long AUD/JPY คือ -2.5 USD ต่อ Lot ต่อวันนั่นหมายความว่าคุณสมชายจะต้องจ่ายดอกเบี้ย 2.5 USD ทุกวันที่ถือสถานะข้ามคืน
หากคุณสมชายถือสถานะนี้เป็นเวลา 30 วันเขาจะต้องจ่าย Swap ทั้งหมด 2.5 USD x 30 วัน = 75 USD แม้ว่าราคา AUD/JPY จะปรับตัวขึ้นไปที่ 96.00 ทำให้คุณสมชายมีกำไร 100 Pips หรือ 1,000 USD (100 Pips x 10 USD/Pip) แต่เมื่อหักค่า Swap ออกไปแล้วกำไรสุทธิของเขาจะเหลือเพียง 1,000 USD – 75 USD = 925 USD
จาก Case Study นี้จะเห็นได้ว่า Swap มีผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิของการเทรดโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการเทรดระยะยาวดังนั้นเทรดเดอร์ควรพิจารณาค่า Swap อย่างรอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจถือสถานะข้ามคืนเป็นเวลานาน
ตารางเปรียบเทียบ Swap ของคู่เงินยอดนิยม (ข้อมูลปี 2026)
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นลองมาดูตารางเปรียบเทียบ Swap ของคู่เงินยอดนิยมบางคู่ (ตัวเลขสมมติเพื่อการอธิบาย):
| คู่เงิน | Swap Long (USD/Lot/วัน) | Swap Short (USD/Lot/วัน) |
|---|---|---|
| EUR/USD | -1.5 | +0.5 |
| GBP/USD | -2.0 | +1.0 |
| USD/JPY | +0.2 | -1.2 |
| AUD/USD | -2.5 | +1.5 |
| USD/CAD | +0.8 | -1.8 |
จากตารางนี้จะเห็นได้ว่า Swap มีทั้งค่าบวกและค่าลบขึ้นอยู่กับคู่เงินและทิศทางของการเทรด (Long หรือ Short) หากคุณถือสถานะ Long EUR/USD คุณจะต้องจ่าย Swap 1.5 USD ต่อ Lot ต่อวันแต่ถ้าคุณถือสถานะ Short EUR/USD คุณจะได้รับ Swap 0.5 USD ต่อ Lot ต่อวัน
สิ่งที่ต้องจำคือตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างและ Swap จริงอาจจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์และสภาวะตลาดดังนั้นควรตรวจสอบ Swap กับโบรกเกอร์ของคุณก่อนที่จะทำการเทรด
นอกจากนี้ Swap ยังอาจมีการเปลี่ยนแปลงในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์โดยปกติแล้ว Swap ของวันเสาร์และอาทิตย์จะถูกรวมไปจ่ายในวันพุธ (Triple Swap) ดังนั้นหากคุณถือสถานะข้ามวันพุธคุณอาจจะต้องจ่ายหรือได้รับ Swap มากกว่าปกติ
อ้างอิง: Investopedia
อ้างอิง: Bloomberg
เทคนิคขั้นสูง: ใช้ Swap เป็นเครื่องมือในการเทรด
Swap ไม่ได้เป็นแค่ค่าใช้จ่ายหรือรายได้เพิ่มเติมแต่ยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการเทรดได้อีกด้วยเทรดเดอร์บางคนใช้ Swap เป็นตัวบ่งชี้แนวโน้มของตลาดหรือใช้ในการทำ Carry Trade
Carry Trade คือกลยุทธ์การเทรดที่เน้นการทำกำไรจากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยโดยการยืมเงินสกุลที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อไปซื้อสกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงหากคุณคาดการณ์ว่าอัตราแลกเปลี่ยนของทั้งสองสกุลเงินจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนักคุณก็สามารถทำกำไรจากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยได้
ยกตัวอย่างเช่นหากคุณเชื่อว่า JPY จะอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับ AUD คุณสามารถยืม JPY (ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยต่ำ) เพื่อซื้อ AUD (ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยสูง) หากคุณถือสถานะ Long AUD/JPY คุณอาจจะได้รับ Swap เป็นบวกซึ่งจะช่วยเพิ่มผลกำไรของคุณ
อย่างไรก็ตาม Carry Trade ก็มีความเสี่ยงเช่นกันหากอัตราแลกเปลี่ยนของทั้งสองสกุลเงินเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางตรงกันข้ามคุณอาจจะขาดทุนได้ดังนั้นควรศึกษาข้อมูลและวิเคราะห์ความเสี่ยงอย่างรอบคอบก่อนที่จะใช้กลยุทธ์นี้
อีกเทคนิคหนึ่งคือการใช้ Swap เป็นตัวบ่งชี้แนวโน้มของตลาดหาก Swap ของคู่เงินใดคู่เงินหนึ่งมีค่าเป็นบวกอย่างต่อเนื่องอาจบ่งบอกว่าตลาดกำลังคาดหวังว่าสกุลเงินนั้นจะแข็งค่าขึ้นในอนาคตในทางกลับกันหาก Swap มีค่าเป็นลบอย่างต่อเนื่องอาจบ่งบอกว่าตลาดกำลังคาดหวังว่าสกุลเงินนั้นจะอ่อนค่าลง
📚 บทความที่เกี่ยวข้อง
- วิธี Copy MT4 รันหลายบัญชีพร้อมกัน [คลิป+คู่มือฉบับสมบูรณ์] 2026 (บทความหลัก)
- Timeframe ไหนเหมาะกับคุณวิธีเลือก TF ให้ตรงสไตล์
- Backtesting คืออะไรวิธีทดสอบกลยุทธ์ก่อนเทรดจริง (2026)
- ช่องว่างราคาในตลาดฟอเร็กซ์คืออะไรวิธีเทรดจากช่องว่าง
- ปฏิทินเศรษฐกิจวิธีใช้ติดตามข่าวสำคัญสำหรับเทรดเดอร์ Forex
- Swap ค่าธรรมเนียมข้ามคืน — คู่มือฉบับสมบูรณ์ 2026
ข้อมูล เพิ่มเติม ที่ ควร ทราบ
แหล่ง เรียน รู้ ที่ แนะนำ
สำหรับ ผู้ ที่ ต้องการ ศึกษา เรื่อง นี้ อย่าง จริงจัง มี แหล่ง ข้อมูล มากมาย ที่ สามารถ เข้าถึง ได้ ฟรี หรือ เสีย ค่า ใช้ จ่าย ไม่ มาก เว็บไซต์ เอกสาร อย่าง เป็น ทางการ เป็น แหล่ง ที่ ดี ที่สุด เพราะ ข้อมูล ถูก ต้อง และ อัปเดต อยู่ เสมอ นอกจาก นี้ ยัง มี คอร์ส ออนไลน์ จาก Udemy Coursera edX ที่ มี ทั้ง แบบ ฟรี และ เสีย เงิน บาง คอร์ส ยัง มี ใบ ประกาศนียบัตร ให้ ด้วย ซึ่ง สามารถ นำ ไป ใช้ ใน การ สมัคร งาน ได้ อีก ด้วย การ เรียน จาก หลาย แหล่ง จะ ช่วย ให้ ได้ มุมมอง ที่ หลากหลาย และ เข้าใจ ได้ ลึก ซึ้ง ยิ่ง ขึ้น
- เอกสาร อย่าง เป็น ทางการ : แหล่ง ข้อมูล ที่ ดี ที่สุด สำหรับ การ เรียน รู้ เพราะ มี ข้อมูล ที่ ถูก ต้อง แม่นยำ และ อัปเดต ล่าสุด อยู่ เสมอ ควร อ่าน อย่าง เป็น ระบบ ตั้งแต่ เริ่มต้น ไป จนถึง ขั้น สูง จะ ช่วย ให้ เข้าใจ อย่าง ถ่องแท้
- YouTube : ช่อง สอน ทั้ง ภาษา ไทย และ ภาษา อังกฤษ มี มากมาย ให้ เลือก ดู การ เรียน รู้ แบบ วิดีโอ จะ ช่วย ให้ เข้าใจ ง่าย ขึ้น เพราะ มี ภาพ ประกอบ และ การ สาธิต ให้ ดู ตาม ได้
- ชุมชน ออนไลน์ : Facebook Group Discord Server LINE OpenChat เป็น สถาน ที่ ดี สำหรับ การ ถาม คำถาม และ แลกเปลี่ยน ประสบการณ์ กับ ผู้ อื่น ที่ สนใจ เรื่อง เดียวกัน ช่วย เร่ง การ เรียน รู้
- หนังสือ : ยัง คง เป็น แหล่ง เรียน รู้ ที่ ดี เพราะ มี เนื้อหา ที่ ละเอียด และ เป็น ระบบ มาก กว่า บทความ ออนไลน์ ทั่วไป เลือก หนังสือ ที่ มี รีวิว ดี จาก ผู้ อ่าน จริง
แนวโน้ม อนาคต ใน ปี 2026 ถึง 2027
ใน ช่วง ปี 2026 ถึง 2027 มี แนวโน้ม ที่ จะ เปลี่ยนแปลง ไป ใน ทิศทาง ที่ น่า สนใจ หลาย ประการ ดังนี้ ประการ แรก คือ การ ผสาน ปัญญา ประดิษฐ์ หรือ AI เข้า มา ช่วย ใน การ ทำ งาน ให้ มี ประสิทธิภาพ มาก ขึ้น ทั้ง การ วิเคราะห์ ข้อมูล การ ตัดสินใจ อัตโนมัติ และ การ คาดการณ์ แนวโน้ม ต่างๆ ประการ ที่ สอง คือ กฎ ระเบียบ และ ข้อ บังคับ จะ เพิ่ม ขึ้น เรื่อยๆ ทั้ง ใน ประเทศ ไทย และ ต่าง ประเทศ ทำให้ ผู้ ที่ มี ความ รู้ ด้าน กฎหมาย ร่วม ด้วย จะ มี ข้อ ได้ เปรียบ อย่าง มาก
- AI Integration : ปัญญา ประดิษฐ์ จะ เข้า มา มี บทบาท สำคัญ มาก ขึ้น ใน ทุก ด้าน ช่วย ให้ ทำ งาน ได้ เร็ว ขึ้น แม่นยำ ขึ้น และ ลด ข้อ ผิดพลาด จาก มนุษย์ ได้ อย่าง มาก ผู้ ที่ เข้าใจ AI จะ มี ข้อ ได้ เปรียบ
- Automation : การ ทำ งาน อัตโนมัติ จะ กลาย เป็น มาตรฐาน ใหม่ ผู้ ที่ เข้าใจ การ สร้าง ระบบ อัตโนมัติ จะ มี ข้อ ได้ เปรียบ เหนือ ผู้ อื่น อย่าง ชัดเจน ใน ตลาด แรงงาน
- Security : ความ ปลอดภัย จะ เป็น เรื่อง ที่ สำคัญ มาก ขึ้น เรื่อยๆ ทั้ง data privacy encryption และ compliance ต่างๆ ผู้ เชี่ยวชาญ ด้าน ความ ปลอดภัย จะ เป็น ที่ ต้องการ สูง
- Globalization : ตลาด จะ เปิด กว้าง มาก ขึ้น ผู้ ที่ มี ทักษะ ด้าน นี้ สามารถ ทำ งาน จาก ที่ ไหน ก็ ได้ ใน โลก รับ ค่า ตอบแทน จาก บริษัท ต่าง ประเทศ ที่ จ่าย สูง กว่า
กรณี ศึกษา จาก ผู้ ที่ ประสบ ความ สำเร็จ
มี ตัวอย่าง มากมาย ของ ผู้ ที่ ใช้ ความ รู้ เหล่า นี้ สร้าง ความ สำเร็จ ทั้ง ใน เรื่อง อาชีพ และ การ เงิน หลาย คน เริ่มต้น จาก ศูนย์ ศึกษา ด้วย ตัว เอง ฝึกฝน อย่าง สม่ำเสมอ และ ค่อยๆ พัฒนา ทักษะ จน กลาย เป็น ผู้ เชี่ยวชาญ ที่ ได้ รับ การ ยอมรับ ใน วงการ สิ่ง ที่ พวก เขา มี เหมือน กัน คือ ความ อดทน ความ มุ่งมั่น และ การ ไม่ หยุด เรียน รู้ ตลอด เวลา นัก พัฒนา ซอฟต์แวร์ คน ไทย หลาย คน ที่ เริ่ม จาก การ เรียน รู้ ด้วย ตัว เอง ปัจจุบัน ทำ งาน ให้ กับ บริษัท ระดับ โลก มี ราย ได้ หลัก แสน ถึง หลัก ล้าน บาท ต่อ เดือน พวก เขา ไม่ ได้ เก่ง ตั้งแต่ แรก แต่ เรียน รู้ อย่าง ต่อ เนื่อง สร้าง ผล งาน จริง และ พิสูจน์ ความ สามารถ ผ่าน โปรเจกต์ ต่างๆ
แผน ปฏิบัติ การ 30 วัน สำหรับ ผู้ เริ่มต้น
หาก คุณ จริงจัง กับ การ เรียน รู้ เรื่อง นี้ นี่ คือ แผน ปฏิบัติ การ 30 วัน ที่ แนะนำ สำหรับ ผู้ เริ่มต้น ทุก คน ไม่ ว่า จะ มี พื้นฐาน มาก น้อย แค่ ไหน ก็ สามารถ ทำ ตาม ได้
- สัปดาห์ ที่ 1 : ศึกษา เอกสาร พื้นฐาน อ่าน บทความ แนะนำ ดู วิดีโอ สอน 3 ถึง 5 ชิ้น ทำ ตาม แบบฝึกหัด อย่าง น้อย 2 ครั้ง จด บันทึก สิ่ง ที่ เรียน รู้ ตั้ง คำถาม ที่ ยัง ไม่ เข้าใจ อย่า กลัว ที่ จะ ถาม เพราะ ทุก คน เคย เป็น มือ ใหม่ มา ก่อน
- สัปดาห์ ที่ 2 : สร้าง โปรเจกต์ เล็กๆ ด้วย ตัว เอง ไม่ ต้อง ซับซ้อน แค่ ใช้ สิ่ง ที่ เรียน รู้ มา เจอ ปัญหา ให้ ค้นหา วิธี แก้ ด้วย ตัว เอง ก่อน แล้ว ค่อย ถาม ผู้ อื่น การ ลงมือ ทำ จริง สำคัญ กว่า การ อ่าน อย่าง เดียว
- สัปดาห์ ที่ 3 : ศึกษา เทคนิค ขั้น กลาง ลอง ทำ โปรเจกต์ ที่ ซับซ้อน ขึ้น อ่าน บทความ ของ ผู้ เชี่ยวชาญ เข้า ร่วม ชุมชน ออนไลน์ อย่าง จริงจัง ช่วย ตอบ คำถาม คน อื่น ด้วย จะ ช่วย ให้ เข้าใจ ลึก ขึ้น
- สัปดาห์ ที่ 4 : ทบทวน สิ่ง ที่ เรียน รู้ มา ทั้งหมด สร้าง portfolio ผล งาน เขียน บทความ สรุป สิ่ง ที่ เรียน รู้ วาง แผน ขั้น ตอน ถัด ไป สำหรับ 90 วัน ข้าง หน้า การ สอน ผู้ อื่น คือ วิธี เรียน รู้ ที่ ดี ที่สุด
คำ แนะนำ จาก ผู้ เชี่ยวชาญ
อาจารย์ บอม กิตติทัศน์ เจริญ พนา สิทธิ์ ผู้ เชี่ยวชาญ ด้าน IT Infrastructure มา กว่า 30 ปี แนะนำ ว่า สิ่ง สำคัญ ที่สุด ใน การ เรียน รู้ เทคโนโลยี ใดๆ ก็ ตาม คือ ต้อง ลงมือ ทำ จริง ไม่ ใช่ แค่ อ่าน หรือ ดู วิดีโอ เท่านั้น ผม เห็น คน มากมาย ที่ มี ความ รู้ ทฤษฎี เยอะ แต่ ไม่ เคย ลงมือ ทำ สุดท้าย ก็ ไม่ ได้ อะไร เลย ใน ทาง กลับ กัน คน ที่ ลงมือ ทำ จริง ทุก วัน แม้ วัน ละ 30 นาที ภายใน 6 เดือน ก็ จะ มี ทักษะ ที่ แข็งแกร่ง กว่า คน ที่ อ่าน อย่าง เดียว 2 ปี อย่า รอ ให้ พร้อม เพราะ ไม่ มี วัน ที่ พร้อม จริงๆ หรอก เริ่มต้น วัน นี้ เลย ครับ
สำหรับ ผู้ ที่ สนใจ ต่อ ยอด ความ รู้ ไป สู่ การ สร้าง รายได้ แนะนำ ให้ ศึกษา ระบบ เทรด อัตโนมัติ จาก iCafeForex ที่ ใช้ เทคโนโลยี ขั้น สูง ใน การ วิเคราะห์ ตลาด รวม ถึง XM Signal สำหรับ สัญญาณ เทรด คุณภาพ และ Siam2R สำหรับ ความ รู้ เรื่อง การ เงิน การ ลงทุน แบบ ครบ วงจร อุปกรณ์ IT คุณภาพ สามารถ หา ได้ จาก SiamLanCard ที่ ให้ บริการ มา นาน กว่า 25 ปี ติดตาม บทความ IT ภาษา ไทย อัปเดต สม่ำเสมอ ที่ SiamCafe.net
สิ่ง ที่ ควร หลีกเลี่ยง
- อย่า เรียน รู้ แบบ ข้าม ขั้น ตอน : หลาย คน อยาก ไป ถึง ขั้น สูง เร็วๆ แต่ ไม่ มี พื้นฐาน ที่ แข็งแกร่ง ทำให้ เจอ ปัญหา ภายหลัง เริ่ม จาก พื้นฐาน ให้ มั่นคง ก่อน แล้ว ค่อย ต่อ ยอด ทีละ ขั้น
- อย่า ยอมแพ้ เร็ว เกิน ไป : การ เรียน รู้ สิ่ง ใหม่ ย่อม มี อุปสรรค เป็น เรื่อง ปกติ ที่ จะ เจอ ปัญหา ที่ แก้ ไม่ ได้ ใน ตอน แรก แต่ ถ้า พยายาม ต่อ ไป จะ ผ่าน ไป ได้ แน่นอน
- อย่า เรียน รู้ คน เดียว ตลอด : การ มี เพื่อน ร่วม เรียน หรือ ชุมชน ที่ ปรึกษา ได้ จะ ช่วย เร่ง การ เรียน รู้ ได้ อย่าง มาก และ ลด ความ เหงา ใน การ เรียน รู้ ด้วย
- อย่า ลอก งาน โดย ไม่ เข้าใจ : การ copy paste โค้ด หรือ วิธี การ โดย ไม่ เข้าใจ ว่า มัน ทำ งาน อย่างไร จะ ไม่ ช่วย ให้ พัฒนา ทักษะ ได้ เลย ต้อง เข้าใจ ก่อน
สรุป ท้าย บทความ
เรื่อง นี้ เป็น หัว ข้อ ที่ มี ความ สำคัญ อย่าง มาก ใน ยุค ปัจจุบัน ไม่ ว่า คุณ จะ เป็น นัก ศึกษา ผู้ เริ่มต้น หรือ ผู้ ที่ มี ประสบการณ์ แล้ว การ เรียน รู้ อย่าง ต่อ เนื่อง จะ ช่วย ให้ คุณ ก้าว หน้า ใน สาย อาชีพ ได้ เร็ว ขึ้น จำ ไว้ ว่า ความ สำเร็จ ไม่ ได้ มา จาก พรสวรรค์ เพียง อย่าง เดียว แต่ มา จาก ความ พยายาม อย่าง สม่ำเสมอ ทุก วัน ขอ ให้ คุณ สนุก กับ การ เรียน รู้ และ ประสบ ความ สำเร็จ ใน เส้นทาง ที่ เลือก ครับ หาก มี คำถาม เพิ่มเติม สามารถ ติดตาม บทความ อื่นๆ ได้ ที่ เว็บไซต์ ของ เรา
นอกจาก นี้ ยัง มี เรื่อง สำคัญ อีก หลาย ประการ ที่ เกี่ยวข้อง ที่ ควร ทราบ เพิ่มเติม ได้แก่ การ วาง แผน ระยะ ยาว การ ตั้ง เป้าหมาย ที่ ชัดเจน การ วัด ผล ความ ก้าว หน้า อย่าง สม่ำเสมอ และ การ ปรับ ปรุง กลยุทธ์ เมื่อ จำเป็น สิ่ง เหล่า นี้ จะ ช่วย ให้ การ เรียน รู้ มี ทิศทาง ที่ ชัดเจน และ บรรลุ เป้าหมาย ได้ เร็ว ขึ้น ไม่ ว่า จะ เป็น การ เรียน รู้ ด้าน เทคนิค การ พัฒนา ซอฟต์แวร์ การ บริหาร โปรเจกต์ หรือ ทักษะ อื่นๆ ที่ เกี่ยวข้อง ล้วน ต้อง มี แผน ที่ ดี รองรับ อีก สิ่ง หนึ่ง ที่ สำคัญ คือ การ สร้าง เครือข่าย มือ อาชีพ ใน สาย งาน ที่ เกี่ยวข้อง การ รู้จัก คน ใน วงการ จะ เปิด โอกาส ใหม่ๆ ทั้ง ใน เรื่อง งาน โปรเจกต์ ร่วม มือ และ การ แลกเปลี่ยน ความ รู้ ลอง เข้า ร่วม งาน สัมมนา meetup หรือ conference ที่ เกี่ยวข้อง จะ ได้ พบ ผู้ คน ที่ มี ความ สนใจ เดียวกัน
ท้ายที่สุด ขอ ย้ำ อีก ครั้ง ว่า การ เรียน รู้ ไม่ มี ทาง ลัด ที่ แท้จริง สิ่ง ที่ ดู เหมือน ทาง ลัด มัก จะ กลาย เป็น ทาง อ้อม ใน ภายหลัง การ เรียน รู้ อย่าง เป็น ระบบ ตั้งแต่ พื้นฐาน จะ ช่วย ให้ คุณ มี ฐาน ที่ แข็งแกร่ง สำหรับ การ ต่อ ยอด ใน อนาคต อย่า ท้อแท้ ถ้า เจอ อุปสรรค เพราะ ทุก คน ที่ เชี่ยวชาญ ใน วัน นี้ ล้วน เคย เป็น มือ ใหม่ มา ก่อน ทั้ง นั้น จง เชื่อ มั่น ใน ตัว เอง ลงมือ ทำ ทุก วัน แล้ว ผล ลัพธ์ จะ ตาม มา อย่าง แน่นอน ขอ ให้ โชค ดี กับ ทุก คน ครับ
ข้อมูล เพิ่มเติม ที่ ควร ทราบ
แหล่ง เรียน รู้ ที่ แนะนำ
สำหรับ ผู้ ที่ ต้องการ ศึกษา เรื่อง นี้ อย่าง จริงจัง มี แหล่ง ข้อมูล มากมาย ที่ สามารถ เข้าถึง ได้ ฟรี หรือ เสีย ค่า ใช้ จ่าย ไม่ มาก เว็บไซต์ เอกสาร อย่าง เป็น ทางการ เป็น แหล่ง ที่ ดี ที่สุด เพราะ ข้อมูล ถูก ต้อง และ อัปเดต อยู่ เสมอ นอกจาก นี้ ยัง มี คอร์ส ออนไลน์ จาก Udemy Coursera edX ที่ มี ทั้ง แบบ ฟรี และ เสีย เงิน บาง คอร์ส ยัง มี ใบ ประกาศนียบัตร ให้ ด้วย ซึ่ง สามารถ นำ ไป ใช้ ใน การ สมัคร งาน ได้ อีก ด้วย การ เรียน จาก หลาย แหล่ง จะ ช่วย ให้ ได้ มุมมอง ที่ หลากหลาย และ เข้าใจ ได้ ลึก ซึ้ง ยิ่ง ขึ้น
- เอกสาร อย่าง เป็น ทางการ : แหล่ง ข้อมูล ที่ ดี ที่สุด สำหรับ การ เรียน รู้ เพราะ มี ข้อมูล ที่ ถูก ต้อง แม่นยำ และ อัปเดต ล่าสุด อยู่ เสมอ ควร อ่าน อย่าง เป็น ระบบ ตั้งแต่ เริ่มต้น ไป จนถึง ขั้น สูง จะ ช่วย ให้ เข้าใจ อย่าง ถ่องแท้
- YouTube : ช่อง สอน ทั้ง ภาษา ไทย และ ภาษา อังกฤษ มี มากมาย ให้ เลือก ดู การ เรียน รู้ แบบ วิดีโอ จะ ช่วย ให้ เข้าใจ ง่าย ขึ้น เพราะ มี ภาพ ประกอบ และ การ สาธิต ให้ ดู ตาม ได้
- ชุมชน ออนไลน์ : Facebook Group Discord Server LINE OpenChat เป็น สถาน ที่ ดี สำหรับ การ ถาม คำถาม และ แลกเปลี่ยน ประสบการณ์ กับ ผู้ อื่น ที่ สนใจ เรื่อง เดียวกัน ช่วย เร่ง การ เรียน รู้
- หนังสือ : ยัง คง เป็น แหล่ง เรียน รู้ ที่ ดี เพราะ มี เนื้อหา ที่ ละเอียด และ เป็น ระบบ มาก กว่า บทความ ออนไลน์ ทั่วไป เลือก หนังสือ ที่ มี รีวิว ดี จาก ผู้ อ่าน จริง
แนวโน้ม อนาคต ใน ปี 2026 ถึง 2027
ใน ช่วง ปี 2026 ถึง 2027 มี แนวโน้ม ที่ จะ เปลี่ยนแปลง ไป ใน ทิศทาง ที่ น่า สนใจ หลาย ประการ ดังนี้ ประการ แรก คือ การ ผสาน ปัญญา ประดิษฐ์ หรือ AI เข้า มา ช่วย ใน การ ทำ งาน ให้ มี ประสิทธิภาพ มาก ขึ้น ทั้ง การ วิเคราะห์ ข้อมูล การ ตัดสินใจ อัตโนมัติ และ การ คาดการณ์ แนวโน้ม ต่างๆ ประการ ที่ สอง คือ กฎ ระเบียบ และ ข้อ บังคับ จะ เพิ่ม ขึ้น เรื่อยๆ ทั้ง ใน ประเทศ ไทย และ ต่าง ประเทศ ทำให้ ผู้ ที่ มี ความ รู้ ด้าน กฎหมาย ร่วม ด้วย จะ มี ข้อ ได้ เปรียบ อย่าง มาก
- AI Integration : ปัญญา ประดิษฐ์ จะ เข้า มา มี บทบาท สำคัญ มาก ขึ้น ใน ทุก ด้าน ช่วย ให้ ทำ งาน ได้ เร็ว ขึ้น แม่นยำ ขึ้น และ ลด ข้อ ผิดพลาด จาก มนุษย์ ได้ อย่าง มาก ผู้ ที่ เข้าใจ AI จะ มี ข้อ ได้ เปรียบ
- Automation : การ ทำ งาน อัตโนมัติ จะ กลาย เป็น มาตรฐาน ใหม่ ผู้ ที่ เข้าใจ การ สร้าง ระบบ อัตโนมัติ จะ มี ข้อ ได้ เปรียบ เหนือ ผู้ อื่น อย่าง ชัดเจน ใน ตลาด แรงงาน
- Security : ความ ปลอดภัย จะ เป็น เรื่อง ที่ สำคัญ มาก ขึ้น เรื่อยๆ ทั้ง data privacy encryption และ compliance ต่างๆ ผู้ เชี่ยวชาญ ด้าน ความ ปลอดภัย จะ เป็น ที่ ต้องการ สูง
- Globalization : ตลาด จะ เปิด กว้าง มาก ขึ้น ผู้ ที่ มี ทักษะ ด้าน นี้ สามารถ ทำ งาน จาก ที่ ไหน ก็ ได้ ใน โลก รับ ค่า ตอบแทน จาก บริษัท ต่าง ประเทศ ที่ จ่าย สูง กว่า
กรณี ศึกษา จาก ผู้ ที่ ประสบ ความ สำเร็จ
มี ตัวอย่าง มากมาย ของ ผู้ ที่ ใช้ ความ รู้ เหล่า นี้ สร้าง ความ สำเร็จ ทั้ง ใน เรื่อง อาชีพ และ การ เงิน หลาย คน เริ่มต้น จาก ศูนย์ ศึกษา ด้วย ตัว เอง ฝึกฝน อย่าง สม่ำเสมอ และ ค่อยๆ พัฒนา ทักษะ จน กลาย เป็น ผู้ เชี่ยวชาญ ที่ ได้ รับ การ ยอมรับ ใน วงการ สิ่ง ที่ พวก เขา มี เหมือน กัน คือ ความ อดทน ความ มุ่งมั่น และ การ ไม่ หยุด เรียน รู้ ตลอด เวลา นัก พัฒนา ซอฟต์แวร์ คน ไทย หลาย คน ที่ เริ่ม จาก การ เรียน รู้ ด้วย ตัว เอง ปัจจุบัน ทำ งาน ให้ กับ บริษัท ระดับ โลก มี ราย ได้ หลัก แสน ถึง หลัก ล้าน บาท ต่อ เดือน พวก เขา ไม่ ได้ เก่ง ตั้งแต่ แรก แต่ เรียน รู้ อย่าง ต่อ เนื่อง สร้าง ผล งาน จริง และ พิสูจน์ ความ สามารถ ผ่าน โปรเจกต์ ต่างๆ
แผน ปฏิบัติ การ 30 วัน สำหรับ ผู้ เริ่มต้น
หาก คุณ จริงจัง กับ การ เรียน รู้ เรื่อง นี้ นี่ คือ แผน ปฏิบัติ การ 30 วัน ที่ แนะนำ สำหรับ ผู้ เริ่มต้น ทุก คน ไม่ ว่า จะ มี พื้นฐาน มาก น้อย แค่ ไหน ก็ สามารถ ทำ ตาม ได้
- สัปดาห์ ที่ 1 : ศึกษา เอกสาร พื้นฐาน อ่าน บทความ แนะนำ ดู วิดีโอ สอน 3 ถึง 5 ชิ้น ทำ ตาม แบบฝึกหัด อย่าง น้อย 2 ครั้ง จด บันทึก สิ่ง ที่ เรียน รู้ ตั้ง คำถาม ที่ ยัง ไม่ เข้าใจ อย่า กลัว ที่ จะ ถาม เพราะ ทุก คน เคย เป็น มือ ใหม่ มา ก่อน
- สัปดาห์ ที่ 2 : สร้าง โปรเจกต์ เล็กๆ ด้วย ตัว เอง ไม่ ต้อง ซับซ้อน แค่ ใช้ สิ่ง ที่ เรียน รู้ มา เจอ ปัญหา ให้ ค้นหา วิธี แก้ ด้วย ตัว เอง ก่อน แล้ว ค่อย ถาม ผู้ อื่น การ ลงมือ ทำ จริง สำคัญ กว่า การ อ่าน อย่าง เดียว
- สัปดาห์ ที่ 3 : ศึกษา เทคนิค ขั้น กลาง ลอง ทำ โปรเจกต์ ที่ ซับซ้อน ขึ้น อ่าน บทความ ของ ผู้ เชี่ยวชาญ เข้า ร่วม ชุมชน ออนไลน์ อย่าง จริงจัง ช่วย ตอบ คำถาม คน อื่น ด้วย จะ ช่วย ให้ เข้าใจ ลึก ขึ้น
- สัปดาห์ ที่ 4 : ทบทวน สิ่ง ที่ เรียน รู้ มา ทั้งหมด สร้าง portfolio ผล งาน เขียน บทความ สรุป สิ่ง ที่ เรียน รู้ วาง แผน ขั้น ตอน ถัด ไป สำหรับ 90 วัน ข้าง หน้า การ สอน ผู้ อื่น คือ วิธี เรียน รู้ ที่ ดี ที่สุด
คำ แนะนำ จาก ผู้ เชี่ยวชาญ
อาจารย์ บอม กิตติทัศน์ เจริญ พนา สิทธิ์ ผู้ เชี่ยวชาญ ด้าน IT Infrastructure มา กว่า 30 ปี แนะนำ ว่า สิ่ง สำคัญ ที่สุด ใน การ เรียน รู้ เทคโนโลยี ใดๆ ก็ ตาม คือ ต้อง ลงมือ ทำ จริง ไม่ ใช่ แค่ อ่าน หรือ ดู วิดีโอ เท่านั้น ผม เห็น คน มากมาย ที่ มี ความ รู้ ทฤษฎี เยอะ แต่ ไม่ เคย ลงมือ ทำ สุดท้าย ก็ ไม่ ได้ อะไร เลย ใน ทาง กลับ กัน คน ที่ ลงมือ ทำ จริง ทุก วัน แม้ วัน ละ 30 นาที ภายใน 6 เดือน ก็ จะ มี ทักษะ ที่ แข็งแกร่ง กว่า คน ที่ อ่าน อย่าง เดียว 2 ปี อย่า รอ ให้ พร้อม เพราะ ไม่ มี วัน ที่ พร้อม จริงๆ หรอก เริ่มต้น วัน นี้ เลย ครับ
สำหรับ ผู้ ที่ สนใจ ต่อ ยอด ความ รู้ ไป สู่ การ สร้าง รายได้ แนะนำ ให้ ศึกษา ระบบ เทรด อัตโนมัติ จาก iCafeForex ที่ ใช้ เทคโนโลยี ขั้น สูง ใน การ วิเคราะห์ ตลาด รวม ถึง XM Signal สำหรับ สัญญาณ เทรด คุณภาพ และ Siam2R สำหรับ ความ รู้ เรื่อง การ เงิน การ ลงทุน แบบ ครบ วงจร อุปกรณ์ IT คุณภาพ สามารถ หา ได้ จาก SiamLanCard ที่ ให้ บริการ มา นาน กว่า 25 ปี ติดตาม บทความ IT ภาษา ไทย อัปเดต สม่ำเสมอ ที่ SiamCafe.net
สิ่ง ที่ ควร หลีกเลี่ยง
- อย่า เรียน รู้ แบบ ข้าม ขั้น ตอน : หลาย คน อยาก ไป ถึง ขั้น สูง เร็วๆ แต่ ไม่ มี พื้นฐาน ที่ แข็งแกร่ง ทำให้ เจอ ปัญหา ภายหลัง เริ่ม จาก พื้นฐาน ให้ มั่นคง ก่อน แล้ว ค่อย ต่อ ยอด ทีละ ขั้น
- อย่า ยอมแพ้ เร็ว เกิน ไป : การ เรียน รู้ สิ่ง ใหม่ ย่อม มี อุปสรรค เป็น เรื่อง ปกติ ที่ จะ เจอ ปัญหา ที่ แก้ ไม่ ได้ ใน ตอน แรก แต่ ถ้า พยายาม ต่อ ไป จะ ผ่าน ไป ได้ แน่นอน
- อย่า เรียน รู้ คน เดียว ตลอด : การ มี เพื่อน ร่วม เรียน หรือ ชุมชน ที่ ปรึกษา ได้ จะ ช่วย เร่ง การ เรียน รู้ ได้ อย่าง มาก และ ลด ความ เหงา ใน การ เรียน รู้ ด้วย
- อย่า ลอก งาน โดย ไม่ เข้าใจ : การ copy paste โค้ด หรือ วิธี การ โดย ไม่ เข้าใจ ว่า มัน ทำ งาน อย่างไร จะ ไม่ ช่วย ให้ พัฒนา ทักษะ ได้ เลย ต้อง เข้าใจ ก่อน
สรุป ท้าย บทความ
เรื่อง นี้ เป็น หัว ข้อ ที่ มี ความ สำคัญ อย่าง มาก ใน ยุค ปัจจุบัน ไม่ ว่า คุณ จะ เป็น นัก ศึกษา ผู้ เริ่มต้น หรือ ผู้ ที่ มี ประสบการณ์ แล้ว การ เรียน รู้ อย่าง ต่อ เนื่อง จะ ช่วย ให้ คุณ ก้าว หน้า ใน สาย อาชีพ ได้ เร็ว ขึ้น จำ ไว้ ว่า ความ สำเร็จ ไม่ ได้ มา จาก พรสวรรค์ เพียง อย่าง เดียว แต่ มา จาก ความ พยายาม อย่าง สม่ำเสมอ ทุก วัน ขอ ให้ คุณ สนุก กับ การ เรียน รู้ และ ประสบ ความ สำเร็จ ใน เส้นทาง ที่ เลือก ครับ หาก มี คำถาม เพิ่มเติม สามารถ ติดตาม บทความ อื่นๆ ได้ ที่ เว็บไซต์ ของ เรา
นอกจาก นี้ ยัง มี เรื่อง สำคัญ อีก หลาย ประการ ที่ เกี่ยวข้อง ที่ ควร ทราบ เพิ่มเติม ได้แก่ การ วาง แผน ระยะ ยาว การ ตั้ง เป้าหมาย ที่ ชัดเจน การ วัด ผล ความ ก้าว หน้า อย่าง สม่ำเสมอ และ การ ปรับ ปรุง กลยุทธ์ เมื่อ จำเป็น สิ่ง เหล่า นี้ จะ ช่วย ให้ การ เรียน รู้ มี ทิศทาง ที่ ชัดเจน และ บรรลุ เป้าหมาย ได้ เร็ว ขึ้น ไม่ ว่า จะ เป็น การ เรียน รู้ ด้าน เทคนิค การ พัฒนา ซอฟต์แวร์ การ บริหาร โปรเจกต์ หรือ ทักษะ อื่นๆ ที่ เกี่ยวข้อง ล้วน ต้อง มี แผน ที่ ดี รองรับ อีก สิ่ง หนึ่ง ที่ สำคัญ คือ การ สร้าง เครือข่าย มือ อาชีพ ใน สาย งาน ที่ เกี่ยวข้อง การ รู้จัก คน ใน วงการ จะ เปิด โอกาส ใหม่ๆ ทั้ง ใน เรื่อง งาน โปรเจกต์ ร่วม มือ และ การ แลกเปลี่ยน ความ รู้ ลอง เข้า ร่วม งาน สัมมนา meetup หรือ conference ที่ เกี่ยวข้อง จะ ได้ พบ ผู้ คน ที่ มี ความ สนใจ เดียวกัน
ท้ายที่สุด ขอ ย้ำ อีก ครั้ง ว่า การ เรียน รู้ ไม่ มี ทาง ลัด ที่ แท้จริง สิ่ง ที่ ดู เหมือน ทาง ลัด มัก จะ กลาย เป็น ทาง อ้อม ใน ภายหลัง การ เรียน รู้ อย่าง เป็น ระบบ ตั้งแต่ พื้นฐาน จะ ช่วย ให้ คุณ มี ฐาน ที่ แข็งแกร่ง สำหรับ การ ต่อ ยอด ใน อนาคต อย่า ท้อแท้ ถ้า เจอ อุปสรรค เพราะ ทุก คน ที่ เชี่ยวชาญ ใน วัน นี้ ล้วน เคย เป็น มือ ใหม่ มา ก่อน ทั้ง นั้น จง เชื่อ มั่น ใน ตัว เอง ลงมือ ทำ ทุก วัน แล้ว ผล ลัพธ์ จะ ตาม มา อย่าง แน่นอน ขอ ให้ โชค ดี กับ ทุก คน ครับ
บทความแนะนำจากเครือข่ายของเรา
FAQ
Swap คืออะไรทำไมโดนหักเงินข้ามคืน คืออะไร?
Swap คืออะไรทำไมโดนหักเงินข้ามคืน เป็นหัวข้อสำคัญสำหรับนักเทรด Forex และ Gold ที่ต้องการเพิ่มความรู้และทักษะในการเทรดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
Swap คืออะไรทำไมโดนหักเงินข้ามคืน เริ่มต้นยังไง?
สามารถเริ่มต้นได้จากการอ่านบทความนี้ให้ครบ จากนั้นทดลองฝึกกับบัญชี Demo ก่อน เมื่อมั่นใจแล้วค่อยเริ่มเทรดจริงด้วยเงินน้อยๆ
Swap คืออะไรทำไมโดนหักเงินข้ามคืน เหมาะกับมือใหม่ไหม?
เหมาะครับ บทความนี้อธิบายตั้งแต่พื้นฐาน มี step-by-step พร้อมรูปประกอบ มือใหม่ทำตามได้เลย







TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文