การเทรดทองคำ MT5 ได้เปรียบเรื่องความเร็วและระบบประมวลผลที่ลึกกว่า MT4 เหมาะกับมือใหม่ที่ต้องการจับจังหวะราคาอย่างแม่นยำในปี 2024

หัวข้อนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่าการเทรดทองคำหรือ XAU บนแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 นั้นต่างจาก MT4 รุ่นเก้อที่เราคุ้นเคยยังไงบ้าง เพื่อให้มือใหม่เข้าใจและเลือกใช้งานได้อย่างถูกต้อง นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
ทำไมโบรกเกอร์ถึงผลักดันให้เทรดทองคำบน MT5

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเวลาเปิดบัญชีใหม่กับโบรกเกอร์ ทางระบบถึงแนะนำให้ใช้ MetaTrader 5 ทั้งที่ MT4 ดูเหมือนจะใช้งานง่ายและคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว คำตอบสั้นคือระบบเซิร์ฟเวอร์ของ MT5 ถูกออกแบบมาให้รองรับการประมวลผลที่เร็วและลึกกว่า ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากสำหรับการเทรดทองคำที่ราคาไวต่อข่าวเศรษฐกิจ
ในมุมมองของผู้ให้บริการ บริษัท MetaQuotes ผู้สร้างโปรแกรมได้หยุดพัฒนาเซิร์ฟเวอร์ใหม่ของ MT4 ไปตั้งแต่ปี 2017 ทำให้โบรกเกอร์ไม่สามารถอัปเดตระบบให้รองรับเทคโนโลยีล่าสุดได้ การเทรดทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ต้องการสภาพคล่องสูงและการส่งคำสั่งเข้าสู่ตลาดลึกหรือ Depth of Market ที่แม่นยำ ระบบของ MT5 สามารถรับมือกับคำสั่งซื้อขายจำนวนมากพร้อมกันได้โดยไม่เกิดการค้างคิว ลดปัญหาราคาไถลหรือ requote ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
นอกจากนี้การเทรดทองคำใน MT5 ยังช่วยให้โบรกเกอร์จัดการความเสี่ยงได้ดีขึ้น เพราะระบบสามารถเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการสภาพคล่องหลายรายพร้อมกัน ทำให้สเปรดของทองคำที่เราเห็นบนหน้าจอมีความต่อเนื่องและแคบลงในบางช่วงเวลา ดังนั้นการเปลี่ยนมาใช้ MT5 จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความทันสมัย แต่เป็นการแก้ปัญหาโครงสร้างระบบที่เก่าเกินไปสำหรับสินทรัพย์ที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงเช่นทองคำ
ความแตกต่างของระบบคำสั่งซื้อขายทองคำ
การวางคำสั่งซื้อขายทองคำบนสองแพลตฟอร์มนี้มีรายละเอียดที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในเรื่องของการจัดการคำสั่งที่รอการทำรายการและการปิดสถานะ ซึ่งส่งผลต่อความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการพอร์ตของเราโดยตรง
ใน MT4 เมื่อเราเปิดคำสั่งทองคำแล้ว ระบบจะแยกคำสั่งที่ทำรายการแล้วกับคำสั่งที่รออยู่ออกจากกันอย่างชัดเจน หากเราตั้งคำสั่งซื้อที่ราคาที่ต้องการไว้ และราคาวิ่งไปแตะจุดนั้นจนคำสั่งเปิดเข้ามา คำสั่งที่รออยู่นั้นจะหายไปทันทีและกลายเป็นสถานะเปิด แต่ใน MT5 ระบบถูกออกแบบให้คำสั่งทั้งหมดอยู่ในรูปแบบของตั๋วหรือ Ticket เดียวกัน ต่อให้คำสั่งนั้นเปิดเข้ามาแล้ว มันก็ยังคงอยู่ในระบบและเราสามารถแก้ไขจุดตัดขาดทุนหรือจุดรับกำไรได้ต่อเนื่อง
ข้อแตกต่างอีกอย่างคือการปิดสถานะแบางส่วนหรือ Partial Close ในการเทรดทองคำบน MT5 เราสามารถเปิดคำสั่งขนาด 1 ล็อต แล้วทยอยปิดทีละ 0.3 หรือ 0.5 ล็อตได้โดยง่าย โดยระบบจะบันทึกประวัติการทำรายการแยกส่วนให้เราตรวจสอบได้ ในขณะที่ MT4 การทำเช่นนี้จะซับซ้อนกว่าและบางครั้งอาจทำให้ประวัติการเทรดดูยุ่งเหยิง นี่คือเหตุผลว่าทำไมนักเทรดทองค้าที่ชอบใช้กลยุทธ์ทยอยเก็บกำไรจึงมักเลือกใช้ MT5
/>
การคำนวณกำไรขาดทุนทองคำแบบละเอียด
เรามาดูตัวอย่างการคำนวณกำไรจากการเทรดทองคำบน MT5 กัน สมมติว่าเราเปิดคำสั่งซื้อทองคำ XAUUSD ขนาด 0.5 ล็อต ที่ราคา 2350.00 ดอลลาร์ต่อนซ์ และตั้งเป้ารับกำไรไว้ที่ราคา 2375.00 ดอลลาร์ต่อนซ์ จุดตัดขาดทุนตั้งไว้ที่ 2340.00 ดอลลาร์ต่อนซ์
ขนาดสัญญามาตรฐานของทองคำ 1 ล็อต เท่ากับ 100 ออนซ์ ดังนั้น 0.5 ล็อต จะเท่ากับ 50 ออนซ์ ระยะห่างระหว่างราคาเปิดคำสั่งถึงเป้าหมายคือ 2375.00 ลบด้วย 2350.00 เท่ากับ 25 ดอลลาร์ การเคลื่อนไหว 1 ดอลลาร์ของทองคำในขนาด 1 ล็อต จะมีมูลค่า 100 ดอลลาร์ ดังนั้นในขนาด 0.5 ล็อต การเคลื่อนไหว 1 ดอลลาร์จะมีมูลค่า 50 ดอลลาร์ นั่นหมายความว่าหากราคาทองคำขึ้นไปแตะเป้าหมายที่ 2375.00 เราจะได้กำไร 25 คูณด้วย 50 เท่ากับ 1,250 ดอลลาร์
ในทางกลับกันหากราคาทองคำร่วงลงไปแตะจุดตัดขาดทุนที่ 2340.00 ระยะห่างจากราคาเปิดคำสั่งคือ 10 ดอลลาร์ การคำนวณขาดทุนจะเท่ากับ 10 คูณด้วย 50 เท่ากับ 500 ดอลลาร์ ความแตกต่างของ MT5 คือระบบจะแสดงมูลค่ากำไรหรือขาดทุนนี้ในหน่วยเงินบัญชีของเราแบบเรียลไทม์ได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องคำนวณเองเหมือนใน MT4 ที่บางครั้งต้องมานั่งแปลงค่าพิปให้เป็นเงินดอลลาร์
ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติเทรดทองคำ MT5 และ MT4
เพื่อให้เห็นภาพรวมชัดเจนขึ้น เรามาดูตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติสำคัญที่มีผลต่อการเทรดทองคำระหว่างสองแพลตฟอร์มนี้กันครับ ซึ่งจะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าอันไหนเหมาะกับสไตล์การเทรดของเรา
| คุณสมบัติ | MetaTrader 4 (MT4) | MetaTrader 5 (MT5) | ผลกระทบต่อการเทรดทองคำ |
|---|---|---|---|
| การประมวลผล | ประมวลผลทีละคำสั่งแบบ 32 บิต | ประมวลผลหลายคำสั่งพร้อมกันแบบ 64 บิต | MT5 ลดความล่าช้าในช่วงข่าวราคาทองผันผวนสูง |
| การแสดงราคา | แสดงราคาทศนิยม 4 ตำแหน่งเป็นหลัก | แสดงราคาทศนิยมได้ถึง 5 ตำแหน่ง | MT5 จับสเปรดทองคำที่แคบลงได้แม่นยำกว่า |
| การปิดสถานะ | แยกส่วนและต้องปิดทีละคำสั่ง | รองรับการปิดสถานะแบบกลุ่มหรือบางส่วน | MT5 ทยอยเก็บกำไรทองคำได้สะดวกกว่า |
| การทดสอบกลยุทธ์ | ใช้ข้อมูลอดีตทดสอบได้จำกัดและช้า | ทดสอบได้หลายคู่พร้อมกันและเร็วกว่า | MT5 วิเคราะห์รูปแบบราคาทองคำย้อนหลังได้ลึกกว่า |
| ตัวชี้วัดทางเทคนิค | มีให้ใช้งาน 30 ตัว | มีให้ใช้งาน 38 ตัวพร้อมออปเจกต์เพิ่มเติม | MT5 วาดเส้นแนวโน้มทองคำและวิเคราะห์ได้ครบถ้วนกว่า |
อินดิเคเตอร์และการวิเคราะห์กราฟทองคำที่ลึกกว่า

การวิเคราะห์กราฟทองคำต้องการความละเอียดสูงเพราะราคาสามารถขยับได้หลายดอลลาร์ในเวลาไม่กี่นาที แพลตฟอร์ม MT5 ได้เพิ่มเติมอินดิเคเตอร์และเครื่องมือวิเคราะห์ใหม่ๆ ที่ไม่มีใน MT4 ซึ่งช่วยให้เรามองเห็นโครงสร้างตลาดได้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะการหาจุดเข้าทำสัญญาในกรอบเวลาเล็ก
ใน MT5 เราจะได้ใช้อินดิเคเตอร์อย่างเช่น Bill Williams ที่อัปเดตใหม่ และเครื่องมือวัดความผันผวนที่คำนวณจากข้อมูลราคาแบบละเอียดกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันการแจ้งเตือนหรือ Alert ที่ฉลาดขึ้น เราสามารถตั้งค่าให้โปรแกรมแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือได้ทันทีเมื่อราคาทองคำแตะเส้นแนวโน้มที่เราวาดไว้ ซึ่งใน MT4 ฟังก์ชันนี้มักจำกัดอยู่แค่การแจ้งเตือนบนหน้าจอคอมพิวเตอร์เท่านั้น
การใช้กรอบเวลาหรือ Timeframe ในการดูราคาทองคำก็เป็นจุดเด่นของ MT5 เพราะมีให้เลือกถึง 21 กรอบเวลา ในขณะที่ MT4 มีให้เลือกแค่ 9 กรอบ การมีกรอบเวลาเล็กๆ เช่น 2 นาทีหรือ 4 ชั่วโมงเพิ่มเติม ช่วยให้เราสามารถหาจังหวะเข้าซื้อขายทองคำในช่วงที่ราคากำลังพักตัวได้แม่นยำขึ้น เราสามารถเปิดกราฟทองคำหลายกรอบเวลาพร้อมกันและจัดเรียงหน้าจอได้สะดวก ทำให้การวิเคราะห์กลยุทธ์แบบ Multi-timeframe ทำได้คล่องตัวและไม่สะดุด
การทดสอบกลยุทธ์เทรดทองคำย้อนหลัง
สิ่งที่เมนเทอร์อยากเน้นย้ำเสมอคือการทดสอบกลยุทธ์ก่อนลงทุนจริง และนี่คือจุดที่ MT5 ทิ้งห่าง MT4 อย่างชัดเจน ระบบ Strategy Tester ของ MT5 ถูกออกแบบมาใหม่ให้ทำงานได้เร็วและแม่นยำกว่าเดิมหลายเท่า ซึ่งสำคัญมากสำหรับการเทรดทองคำที่ต้องการทดสอบกับข้อมูลในอดีตจำนวนมหาศาล
ใน MT5 เราสามารถทดสอบกลยุทธ์เทรดทองคำแบบหลายสกุลเงินพร้อมกันได้ หมายความว่าเราสามารถดูผลลัพธ์ของกลยุทธ์ทองคำเทียบกับคู่เงินดอลลาร์สหรัฐได้ในการทดสอบครั้งเดียว นอกจากนี้ยังมีโหมดการทดสอบแบบ Real Ticks ที่จำลองการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในอดีตได้เหมือนจริงที่สุด ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ใกล้เคียงกับการเทรดในตลาดจริงมากกว่าโหมดการทดสอบแบบเดิมของ MT4 ที่อาจคำนวณจากข้อมูลราคาเปิดปิดเพียงอย่างเดียว
การทดสอบใน MT5 ยังแสดงผลลัพธ์เป็นกราฟและสถิติที่อ่านง่ายกว่า เราเห็นค่า Drawback หรือการตกลงของเงินทุนสูงสุดได้ชัดเจน และสามารถปรับแต่งพารามิเตอร์ของอินดิเคเตอร์เพื่อหาค่าที่เหมาะสมกับตลาดทองคำได้โดยอัตโนมัติ ความสามารถนี้ช่วยลดเวลาในการหาจุดอ่อนของกลยุทธ์ลงได้มาก และทำให้เรามั่นใจขึ้นเมื่อถึงเวลาลงสนามจริง
/>
การใช้บอทเทรดทองคำอัตโนมัติบนสองระบบ
หลายคนที่เทรดทองคำอาจจะเคยชินกับการใช้ Expert Advisor หรือบอทเทรดบน MT4 ซึ่งมีให้เลือกใช้งานเยอะมากในตลาด แต่เมื่อย้ายมา MT5 จะพบว่าบอทที่เคยใช้ไม่สามารถนำมาใช้งานได้โดยตรง เพราะภาษาที่ใช้เขียนนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
MT4 ใช้ภาษา MQL4 ในการเขียนบอท ในขณะที่ MT5 ใช้ภาษา MQL5 ที่มีโครงสร้างคำสั่งซับซ้อนและทันสมัยกว่า แม้ว่าในระยะแรกอาจจะดูเหมือนเป็นอุปสรรค แต่บอทที่เขียนบน MQL5 จะทำงานได้เสถียรกว่าและสามารถประมวลผลข้อมูลราคาทองคำได้เร็วกว่า นอกจากนี้ยังสามารถเขียนคำสั่งให้บอทวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารหรือฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนได้ดีกว่าเดิม ทำให้การสร้างระบบเทรดทองคำอัตโนมัติที่ฉลาดขึ้นเป็นไปได้
อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่ไม่ได้เขียนบอทเอง การหาบอทเทรดทองคำสำหรับ MT5 อาจจะต้องพยายามหาและเลือกสรรมากกว่า MT4 เล็กน้อย แต่ในปัจจุบันชุมชนนักพัฒนาได้หันมาสร้างสรรค์บอทบน MT5 กันมากขึ้น จึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป และที่สำคัญบอทที่ทำงานบน MT5 จะสามารถใช้ประโยชน์จากความเร็วในการส่งคำสั่งได้เต็มที่ ลดปัญหาคำสั่งไม่เข้าในช่วงที่ราคาทองคำวิ่งแรงๆ ซึ่งเป็นปัญหาที่บอทบน MT4 มักเผชิญอยู่บ่อยครั้ง
/>
/>
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย

ทองคำบน MT5 คำนวณกำไรต่างจาก MT4 ยังไง
การคำนวณกำไรขาดทุนของทองคำบน MT5 จะแสดงผลแบบเรียลไทม์ที่ชัดเจนกว่า โดยระบบจะคำนวณจากขนาดสัญญาณหรือ Contract Size ที่แม่นยำกว่า MT4 ซึ่งบางครั้งอาจมีการปัดทศนิยมทำให้เห็นผลกำไรคลาดเคลื่อนเล็กน้อย นอกจากนี้ MT5 ยังแยกค่าสเปรดและค่าคอมมิชชันออกจากกันอย่างชัดเจนในหน้า Terminal ทำให้เราเห็นต้นทุนที่แท้จริง ในขณะที่ MT4 มักรวมค่าใช้จ่ายไว้ในสเปรดทำให้การวางแผนบริหารความเสี่ยงทำได้ยากกว่า
ทำไมการเทรดทองคำจึงควรใช้ MT5 แทน MT4
การเทรดทองคำต้องการความเร็วในการส่งคำสั่งเข้าสู่ตลาดเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงข่าวเศรษฐกิจสำคัญที่ราคาวิ่งแรง ระบบเซิร์ฟเวอร์ของ MT5 ถูกพัฒนาให้รองรับการประมวลผลที่ลึกและเร็วกว่า MT4 ซึ่งหยุดพัฒนาไปตั้งแต่ปี 2017 ทำให้ลดปัญหาราคาไถลหรือการค้างคิวคำสั่งได้ดีกว่า นอกจากนี้ MT5 ยังเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการสภาพคล่องหลายรายพร้อมกัน ทำให้สเปรดของทองคำที่เห็นมีความต่อเนื่องและแคบลงในบางช่วงเวลา
MT5 สามารถปิดสถานะทองคำบางส่วนได้หรือไม่
ได้ครับ การเทรดทองคำบน MT5 สามารถทยอยปิดสถานะหรือ Partial Close ได้สะดวกกว่า MT5 อย่างมาก โดยเราสามารถเปิดคำสั่งขนาด 1 ล็อตแล้วทยอยปิดทีละ 0.3 หรือ 0.5 ล็อตได้ตามต้องการ ระบบจะบันทึกประวัติการทำรายการแยกส่วนให้ตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างชัดเจน ในขณะที่การทำเช่นนี้บน MT4 จะซับซ้อนกว่าและทำให้ประวัติการเทรดดูยุ่งเหยิง นี่จึงเป็นเหตุผลที่นักเทรดทองคำที่ชอบใช้กลยุทธ์ทยอยเก็บกำไรมักเลือกใช้ MT5
การดูความลึกของตลาดทองคำใน MT5 มีประโยชน์อย่างไร
ความลึกของตลาดหรือ Depth of Market ใน MT5 ช่วยให้เราเห็นปริมาณคำสั่งซื้อและขายทองคำในแต่ละระดับราคา ทำให้เราทราบว่าณ ระดับราคานั้นมีสภาพคล่องมากน้อยแค่ไหน ฟีเจอร์นี้เป็นข้อได้เปรียบอย่างมากเพราะช่วยให้เราวางจุดเข้าและออกได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะเมื่อราคาเคลื่อนไหวรุนแรง เราจะรู้ว่าคำสั่งของเราจะถูกส่งไปที่ระดับราคาใด ซึ่งช่วยลดโอกาสเกิดสลิปเปจนเกินไป ทำให้การบริหารความเสี่ยงในการเทรดทองคำมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
โปรแกรมเทรดทองคำบน MT5 ติดตั้งยากกว่า MT4 หรือไม่
การติดตั้งโปรแกรมเทรดหรือ Expert Advisor สำหรับทองคำบน MT5 ไม่ได้ยากกว่าแต่อาจต้องปรับตัวเล็กน้อยเพราะใช้ภาษาการเขียนโปรแกรมที่แตกต่างจาก MT4 โค้ดที่เขียนสำหรับ MT4 ไม่สามารถนำมารันบน MT5 ได้โดยตรง แต่ระบบของ MT5 มีฟีเจอร์ Market ในตัวที่ให้เราค้นหาและติดตั้งโปรแกรมได้ทันที นอกจากนี้ MT5 ยังมีเครื่องมือทดสอบกลยุทธ์ที่เร็วและแม่นยำกว่า ทำให้นักเทรดทองคำสามารถวิเคราะห์ผลลัพธ์ย้อนหลังได้อย่างละเอียดกว่าการใช้ MT4
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย






















