การเทรดทองคำหรือ XAU บนแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 ถือเป็นทักษะสำคัญที่นักลงทุนต้องเรียนรู้ให้แม่นยำ เพราะทองคำมีความผันผวนสูงกว่าคู่เงินทั่วไป
- ทำความรู้จักทองคำบนแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 ใช้งานอย่างไรให้ถูกต้อง?
- วิธีอ่านราคาและการขยับตัวของทองคำแตกต่างจากคู่เงินอย่างไร?
- การใช้อินดิเคเตอร์ช่วยวิเคราะห์ทิศทางทองคำควรตั้งค่าอย่างไร?
- วิธีคำนวณกำไรขาดทุนและขนาดล็อตทองคำทำได้อย่างไร?
- การวางคำสั่งซื้อขายและจุดตัดขาดทุนบน MT4 ทำยังไง?
- การบริหารความเสี่ยงและจิตวิทยาการเทรดทองควรทำอย่างไร?
- คำถามที่พบบ่อย
ทำความรู้จักทองคำบนแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 ใช้งานอย่างไรให้ถูกต้อง?

ทองคำบนระบบ MetaTrader 4 หรือที่เรียกสั้นว่า MT4 จะแสดงในรูปแบบของคู่เทียบกับดอลลาร์สหรัฐ สัญลักษณ์ที่เห็นบ่อยที่สุดคือ XAUUSD หรือบางโบรกเกอร์อาจตั้งชื่อสั้นว่า GOLD การเทรดทองคำไม่ได้ซับซ้อนไปกว่าการเทรดคู่เงิน แต่สิ่งที่ต่างกันอย่างชัดเจนคือขนาดของสัญญาและความไวในการขยับตัวของราคาที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ อ้างอิงข้อมูลจาก XM official ระบุว่าขนาดสัญญามาตรฐานของทองคำอยู่ที่ 100 ออนซ์ต่อล็อต
ขั้นตอนการเปิดกราฟทองคำบน MT4
เมื่อเปิดโปรแกรมขึ้นมา สิ่งแรกที่ต้องทำคือเข้าไปดูรายชื่อสินทรัพย์ในช่อง Market Watch ที่อยู่ด้านซ้ายบนของหน้าจอ หากเลื่อนดูแล้วไม่พบทองคำ ให้คลิกขวาในพื้นที่ว่างของช่องนั้นแล้วเลือก Show All รายชื่อสินทรัพย์ทั้งหมดที่โบรกเกอร์ให้บริการจะแสดงขึ้นมา จากนั้นให้มองหา XAUUSD คลิกขวาเลือก Chart Window เพื่อเปิดกราฟราคาทองคำขึ้นมาศึกษา การเปิดกราฟที่ถูกต้องคือก้าวแรกที่สำคัญมาก เพราะการเทรดโดยไม่เคยมองภาพรวมของกราฟเลยนั้นเปรียบเสมือนการขับรถโดยหลับตา ควรเปรียบเทียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้มในอดีต
พฤติกรรมความผันผวนของราคาทองคำ
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมทองคำถึงขยับตัวเร็วและแรง คำตอบคือปริมาณสภาพคล่องและความนิยมในการถือทองคำเป็นสินทรัพย์หลบภัย เมื่อเกิดเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์หรือวิกฤตเศรษฐกิจ เงินทุนจะไหลเข้าสู่ทองคำอย่างรวดเร็ว ทำให้ราคาวิ่งขึ้นหรือดิ่งลงในช่วงเวลาสั้น การเข้าใจพฤติกรรมนี้จะช่วยให้เรารู้ว่าทำไมการตั้งจุดตัดขาดทุนของทองคำจึงต้องกว้างกว่าคู่เงินปกติ
“ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่สะท้อนความกลัวและความไม่แน่นอนของตลาด เมื่อลงทุนใน XAU คุณต้องเข้าใจว่าความผันผวนคือโอกาส แต่การไม่มีการบริหารความเสี่ยงคือหายนะอย่างแท้จริง”
— ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ตลาด, icafeforex
วิธีอ่านราคาและการขยับตัวของทองคำแตกต่างจากคู่เงินอย่างไร?
การอ่านราคาทองคำบน MT4 มีความแตกต่างจากคู่เงินเล็กน้อย โดยเฉพาะเรื่องของจุดทศนิยมและการนับพอยต์ ทองคำมักจะมีทศนิยมสองตำแหน่ง ยกตัวอย่างเช่นราคา 2405.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ การขยับตัวจาก 2405.50 ไปเป็น 2406.50 ถือว่าราคาเปลี่ยนไปหนึ่งดอลลาร์ ซึ่งในวงการเราเรียกว่าเคลื่อนตัวไปหนึ่งดอลลาร์ ไม่ใช่การนับแบบพิปแบบคู่เงิน ตามข้อมูลอ้างอิงจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มูลค่าการซื้อขายทองคำมีความผันผวนสูงในช่วงเปิดตลาดลอนดอนและนิวยอร์ก
ความแตกต่างระหว่างพิปกับพอยต์ในทองคำ
ในคู่เงินปกติ เรามักคุ้นเคยกับการนับพิป แต่สำหรับทองคำ การนับจะใช้พอยต์เป็นหลัก หนึ่งดอลลาร์ของทองคำเท่ากับหนึ่งร้อยพอยต์ ดังนั้นหากราคาทองคำขยับจาก 2400.00 ขึ้นไปที่ 2401.00 แปลว่าราคาขยับขึ้นไปหนึ่งดอลลาร์หรือหนึ่งร้อยพอยต์ การเข้าใจเรื่องนี้สำคัญมากเพราะมันจะนำไปสู่การคำนวณกำไรขาดทุนและการตั้งจุดตัดขาดทุนในขั้นตอนต่อไป
การสังเกตการณ์ไหลของเงินทุนในกราฟทองคำ
เวลาดูกราฟทองคำ ให้สังเกตว่าราคาแท่งเทียนสามารถวิ่งได้หลายดอลลาร์ในหนึ่งแท่ง โดยเฉพาะในช่วงเปิดตลาดลอนดอนหรือตลาดนิวยอร์ก บางครั้งแท่งเทียนอาจยาวถึงสิบถึงยี่สิบดอลลาร์ หากเราเข้าเทรดโดยไม่รู้ว่าราคาสามารถสูบได้ขนาดไหน อาจจะเสียเงินก้อนใหญ่ในพริบตา นักเทรดมือใหม่มักตกใจเวลาเห็นราคากระโดด แต่ถ้าเราเข้าใจพฤติกรรมของทองคำและรู้จักการวางแผนล่วงหน้า เราจะสามารถใช้ความผันผวนนี้ให้เป็นโอกาสในการทำกำไรได้
การใช้อินดิเคเตอร์ช่วยวิเคราะห์ทิศทางทองคำควรตั้งค่าอย่างไร?
การเทรดทองคำโดยดูแค่แท่งเทียนอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เราจำเป็นต้องใช้อินดิเคเตอร์เข้ามาช่วยกรองสัญญาณเพื่อเพิ่มความมั่นใจ ใน MT4 มีอินดิเคเตอร์ให้เลือกใช้มากมาย แต่สำหรับทองคำ อินดิเคเตอร์ที่นักเทรดนิยมใช้ที่สุดคือ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ เพื่อดูทิศทางเทรนด์ RSI เพื่อตรวจสอบว่าราคาซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไป และ MACD เพื่อจับการเปลี่ยนแปลงของโมเมนตัม ข้อมูลจาก Fed ระบุว่าช่วงเวลาประกาศนโยบายดอกเบี้ยมักส่งผลให้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ของทองคำเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
ตั้งค่าเส้นค่าเฉลี่ยราคาให้เหมาะกับทองคำ
การใช้เส้นค่าเฉลี่ยราคาหรือ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ กับทองคำ ค่าที่นิยมใช้คือช่วงยี่สิบแท่งสำหรับทิศทางระยะสั้น และช่วงห้าสิบหรือสองร้อยแท่งสำหรับทิศทางระยะกลางถึงยาว เมื่อราคาปิดอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย ถือว่าทองคำอยู่ในขาขึ้น แต่ถ้าราคาปิดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย ก็ถือว่าอยู่ในขาลง การใช้เส้นค่าเฉลี่ยสองเส้นตัดกันก็เป็นอีกวิธีที่นิยม หากเส้นระยะสั้นตัดขึ้นเหนือเส้นระยะยาวก็เป็นสัญญาณซื้อ และหากตัดลงก็เป็นสัญญาณขาย
ใช้ RSI หาจังหวะเข้าเทรดทองคำ
อินดิเคเตอร์ RSI หรือ Relative Strength Index เป็นตัวช่วยบอกว่าราคาทองคำถูกซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไป ค่ามาตรฐานที่ใช้คือระดับเจ็ดสิบและสามสิบ หาก RSI ขึ้นไปเกินเจ็ดสิบ แปลว่าทองคำอาจถูกซื้อมากเกินไปและมีโอกาสปรับตัวลง แต่ถ้า RSI ลงไปต่ำกว่าสามสิบ แปลว่าทองคำอาจถูกขายมากเกินไปและมีโอกาสเด้งกลับขึ้นมา อย่างไรก็ตาม ในตลาดที่เป็นขาขึ้นแรง RSI อาจอยู่เหนือเจ็ดสิบได้นาน ดังนั้นต้องใช้ควบคู่กับการดูเทรนด์ใหญ่เสมอ
การใช้ MACD จับโมเมนตัมทองคำ
การใช้ MACD ก็ช่วยให้เราเห็นว่าโมเมนตัมของทองคำกำลังอ่อนแรงลงหรือไม่ หากเส้น MACD ตัดกับเส้นสัญญาณในจุดที่ราคาทำสูงสุดใหม่ไม่ได้ ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าขาขึ้นกำลังจะหมดแรง การรวมอินดิเคเตอร์หลายตัวเข้าด้วยกันไม่ได้หมายความว่าเราจะเทรดได้ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มันช่วยเพิ่มความน่าจะเป็นที่เราจะเข้าเทรดในจังหวะที่มีความเสี่ยงต่ำและโอกาสทำกำไรสูง
วิธีคำนวณกำไรขาดทุนและขนาดล็อตทองคำทำได้อย่างไร?
การคำนวณขนาดล็อตสำหรับทองคำเป็นทักษะที่ขาดไม่ได้เลย เพราะทองคำมีมูลค่าต่อพอยต์สูงกว่าคู่เงินมาก หนึ่งล็อตมาตรฐานของทองคำเท่ากับหนึ่งร้อยออนซ์ ดังนั้นหากราคาทองคำขยับหนึ่งดอลลาร์ มูลค่าการเปลี่ยนแปลงจะเท่ากับหนึ่งร้อยดอลลาร์ต่อล็อตมาตรฐาน หากเราใช้ล็อตขนาดศูนย์จุดหนึ่ง มูลค่าการขยับตัวหนึ่งดอลลาร์จะเท่ากับสิบดอลลาร์ ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยแนะนำให้นักลงทุนควบคุมความเสี่ยงต่อไม้เทรดไม่เกินร้อยละสองถึงสามของเงินทุน
ตัวอย่างการคำนวณกำไรและขนาดล็อตจริง
สมมติว่าเรามีเงินทุนในบัญชีสองพันดอลลาร์ ต้องการเทรดทองคำโดยยอมรับความเสี่ยงไม่เกินร้อยละสองของเงินทุน ซึ่งก็คือสี่สิบดอลลาร์ต่อไม้เทรด เราวิเคราะห์กราฟและตัดสินใจซื้อทองคำที่ราคา 2400.00 ดอลลาร์ และตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ราคา 2395.00 ดอลลาร์ ระยะห่างจากจุดเข้าถึงจุดตัดขาดทุนเท่ากับห้าดอลลาร์ หรือห้าร้อยพอยต์
หลักการบริหารความเสี่ยงด้วยขนาดล็อต
เนื่องจากหนึ่งล็อตมาตรฐานของทองคำขยับหนึ่งดอลลาร์มีค่าเท่ากับหนึ่งร้อยดอลลาร์ ดังนั้นห้าดอลลาร์จะมีค่าเท่ากับห้าร้อยดอลลาร์ต่อล็อตมาตรฐาน เรายอมเสี่ยงแค่สี่สิบดอลลาร์ ดังนั้นขนาดล็อตที่เหมาะสมคือสี่สิบหารด้วยห้าร้อย ซึ่งก็คือศูนย์จุดศูนย์แปดล็อต หากราคาทองคำขึ้นไปถึงเป้าหมายที่ 2415.00 ดอลลาร์ ระยะที่ราคาเคลื่อนตัวคือสิบห้าดอลลาร์ กำไรที่ได้รับจะเท่ากับสิบห้าคูณด้วยแปดสิบดอลลาร์ ซึ่งก็คือหนึ่งพันสองร้อยดอลลาร์ จะเห็นได้ว่าการคำนวณล็อตให้พอดีกับความเสี่ยงช่วยให้เราสามารถทำกำไรได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกลัวว่าจะขาดทุนจนหมดบัญชี
การคำนวณแบบนี้อาจดูยุ่งยากในช่วงแรก แต่ขอให้ฝึกทำซ้ำจนเกิดความคุ้นเคย เพราะนี่คือหัวใจสำคัญที่แบ่งความแตกต่างระหว่างนักเทรดที่อยู่รอดในตลาดระยะยาวกับนักเทรดที่เล่นแล้วหมดตัวในเวลาไม่กี่เดือน การรู้จักขนาดล็อตที่เหมาะสมจะทำให้เราเทรดได้อย่างมั่นคงทั้งในยามทำกำไรและยามขาดทุน
การวางคำสั่งซื้อขายและจุดตัดขาดทุนบน MT4 ทำยังไง?
ใน MetaTrader 4 เราสามารถวางคำสั่งซื้อขายได้สองแบบหลัก คือการเปิดคำสั่งทันทีตามราคาตลาด และการวางคำสั่งรอราคาหรือ Pending Order สำหรับทองคำที่ผันผวนสูง การใช้คำสั่งรอราคามักจะปลอดภัยกว่า เพราะเราสามารถวางแผนล่วงหน้าได้ว่าจะเข้าซื้อหรือขายที่ระดับราคาใด โดยไม่ต้องรีบคลิกเข้าเทรดเวลาที่ราคาขยับเร็วจนตามไม่ทัน ข้อมูลจาก FOMC ชี้ให้เห็นว่าราคาทองคำสามารถขยับตัวหลายดอลลาร์ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาทีหลังการประกาศผลการประชุมนโยบายการเงิน
การตั้งจุดตัดขาดทุนให้สมเหตุสมผล
การตั้งจุดตัดขาดทุนหรือ จุดตัดขาดทุน สำหรับทองคำต้องคำนึงถึงความผันผวนเป็นหลัก หากตั้งไว้แคบเกินไป ราคาอาจสูบเราก่อนแล้ววิ่งไปทิศทางที่เราคาดไว้ โดยทั่วไปนักเทรดมักตั้งจุดตัดขาดทุนห่างจากจุดเข้าประมาณห้าถึงสิบดอลลาร์ ขึ้นอยู่กับกรอบเวลาที่เทรด การตั้งจุดตัดขาดทุนใต้แท่งเทียนที่เป็นจุดกลับตัวก็เป็นวิธีที่นิยม เพราะมันเป็นระดับที่มีความหมายทางเทคนิค หากราคาทะลุผ่านระดับนั้นได้ แปลว่าการวิเคราะห์ของเราอาจผิดและควรยอมรับความจริง
การตั้งเป้าหมายทำกำไรอย่างเป็นระบบ
การตั้งเป้าหมายทำกำไรหรือ จุดทำกำไร ก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรตั้งไว้ที่อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนอย่างน้อยหนึ่งต่อสอง หมายความว่าหากเราเสี่ยงสิบดอลลาร์ เราควรตั้งเป้าหมายทำกำไรไว้ที่ยี่สิบดอลลาร์ การมีอัตราส่วนที่ดีจะช่วยให้เราเป็นฝ่ายชนะในระยะยาวแม้ว่าบางไม้เราจะเสียก็ตาม ในช่วงข่าวสำคัญ การใช้คำสั่งรอราคาจะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงสลิปเปจากการกระโดดของราคาได้ดีพอสมควร
| ประเภทคำสั่ง | ลักษณะการทำงาน | ความเหมาะสมกับทองคำ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| Market Order | เข้าเทรดทันทีตามราคาปัจจุบัน | เหมาะเมื่อราคาทะลุด่านสำคัญและต้องการตาม | อาจเจอสลิปเปในช่วงข่าวทำให้ราคาเข้าไม่ตรง |
| Buy Stop | ตั้งซื้อเหนือราคาปัจจุบัน | ใช้เมื่อคาดว่าราคาจะทะลุแนวต้านแล้ววิ่งต่อ | ต้องตั้งจุดตัดขาดทุนให้ห่างพอเพื่อรองรับการสูบ |
| Sell Stop | ตั้งขายต่ำกว่าราคาปัจจุบัน | ใช้เมื่อคาดว่าราคาจะทะลุแนวรับแล้วร่วงต่อ | ระวังการดีดตัวกลับของราคาที่แนวรับเกิดใหม่ |
| Buy Limit | ตั้งซื้อต่ำกว่าราคาปัจจุบัน | ใช้เมื่อคาดว่าราคาจะปรับลงก่อนขึ้นต่อ | ต้องมั่นใจว่าเป็นเพียงการปรับตัวไม่ใช่กลับตัว |
การบริหารความเสี่ยงและจิตวิทยาการเทรดทองควรทำอย่างไร?
การบริหารความเสี่ยงคือสิ่งที่จะช่วยให้เราอยู่ในตลาดได้นาน ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่สามารถทำให้เราทั้งรวยและจนในเวลาอันสั้น หากเราไม่มีวินัยในการควบคุมความเสี่ยง กฎง่ายที่สุดคืออย่าเสี่ยงเงินมากกว่าร้อยละสองถึงสามของเงินทุนต่อหนึ่งไม้เทรด และหากขาดทุนติดต่อกันหลายไม้ ควรหยุดพักและทบทวนกลยุทธ์แทนที่จะพยายามเอาคืนด้วยความโกรธ ข้อมูลจาก IMF ระบุว่าการขาดวินัยในการบริหารความเสี่ยงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้นักลงทุนรายย่อยสูญเสียเงินทุนในตลาดสินทรัพย์หลบภัย
การควบคุมอารมณ์ขณะเทรดทองคำ
จิตวิทยาการเทรดทองคำจะต่างจากคู่เงินทั่วไปเพราะความไวของราคา หลายครั้งที่เราเห็นกำไรวิ่งขึ้นมาหลายสิบดอลลาร์แล้วหายไปในพริบตา ความรู้สึกเสียดายจะทำให้เราตัดสินใจผิดพลาด เช่นการย้ายจุดตัดขาดทุนออกไปไกลขึ้นเพราะหวังว่าราคาจะกลับมา หรือการปิดเทรดก่อนถึงเป้าหมายเพราะกลัวว่ากำไรจะหายไป การมีระบบเทรดที่ชัดเจนและทำตามระบบอย่างเคร่งครัดจะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้
การปรับปรุงกลยุทธ์การเทรดอย่างต่อเนื่อง
การเทรดทองคำบน MetaTrader 4 ไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถของใคร แต่มันต้องการการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและการปรับปรุงกลยุทธ์อยู่เสมอ ความผันผวนของทองคำเป็นดาบสองคม หากเราเข้าใจมัน เราจะใช้มันเป็นเครื่องมือสร้างผลตอบแทนที่ดี แต่ถ้าเราประมาท มันก็สามารถทำลายบัญชีเทรดได้ในพริบตา ขอให้ทุกคนฝึกฝนด้วยบัญชีทดลองก่อนเสมอ และจำไว้ว่าการรักษาเงินทุนให้อยู่รอดสำคัญกว่าการทำกำไรในระยะสั้น
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
ทองคำบน MT4 มีสัญลักษณ์อะไร และต่างจากคู่เงินอย่างไร
ทองคำบน MT4 มักใช้สัญลักษณ์ XAUUSD หรือ GOLD ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์ การเทรดทองคำจะมีความผันผวนสูงกว่าคู่เงินทั่วไปเพราะขนาดสัญญาใหญ่กว่า การขยับตัวหนึ่งดอลลาร์ของทองคำเทียบเท่ากับการเคลื่อนตัวหนึ่งพันพอยต์ ดังนั้นการคำนวณขนาดล็อตและจุดตัดขาดทุนจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้ความเสี่ยงบานปลายเกินกว่าที่วางแผนไว้
ทำไมการเทรดทองคำต้องรู้จักสเปรดและสวอป
สเปรดคือส่วนต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขายที่โบรกเกอร์เก็บไป ทองคำมักจะมีสเปรดกว้างกว่าคู่เงินหลัก ส่วนสวอปคือค่าธรรมเนียมสำหรับการถือตำแหน่งข้ามคืน หากเทรดทองในระยะยาวหรือถือข้ามวัน สวอปจะกัดกินกำไรไปได้มาก การเลือกโบรกเกอร์ที่ให้สเปรดต่ำและสวอปเป็นธรรมจึงสำคัญมากสำหรับนักเทรดทองคำ
ควรใช้อินดิเคเตอร์ตัวใดเทรดทองคำบน MT4 บ้าง
อินดิเคเตอร์ยอดนิยมสำหรับทองคำ ได้แก่ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ เพื่อดูทิศทางเทรนด์ RSI เพื่อตรวจสอบว่าราคาซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไป และ MACD เพื่อจับการเปลี่ยนแปลงของโมเมนตัม การใช้อินดิเคเตอร์หลายตัวร่วมกันจะช่วยกรองสัญญาณและเพิ่มโอกาสในการเข้าเทรดที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าการดูแท่งเทียนเพียงอย่างเดียว
การตั้งจุดตัดขาดทุนสำหรับทองคำควรกว้างแค่ไหน
การตั้งจุดตัดขาดทุนสำหรับทองคำควรห่างจากจุดเข้าประมาณห้าถึงสิบดอลลาร์ ขึ้นอยู่กับกรอบเวลาที่เทรด เพราะทองคำมีความผันผวนสูงและมักเกิดการสูบราคาในช่วงเปิดตลาด หากตั้งจุดตัดขาดทุนแคบเกินไปอาจถูกตัดออกก่อนที่ราคาจะวิ่งไปในทิศทางที่คาดการณ์ไว้ ควรตั้งไว้ใต้แท่งเทียนกลับตัวหรือแนวรับทางเทคนิคที่ชัดเจน
ขนาดล็อตมาตรฐานของทองคำคำนวณอย่างไร
หนึ่งล็อตมาตรฐานของทองคำเท่ากับหนึ่งร้อยออนซ์ ดังนั้นหากราคาทองคำขยับหนึ่งดอลลาร์ มูลค่าการเปลี่ยนแปลงจะเท่ากับหนึ่งร้อยดอลลาร์ต่อล็อตมาตรฐาน หากใช้ล็อตขนาดศูนย์จุดหนึ่ง มูลค่าการขยับตัวหนึ่งดอลลาร์จะเท่ากับสิบดอลลาร์ นักเทรดควรคำนวณขนาดล็อตให้สัมพันธ์กับเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงที่ยอมรับต่อไม้เทรดเสมอ
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย











TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文