การตั้งจุดตัดขาดทุนคือกฎเหล็กของนักเทรด เพื่อจำกัดความเสียหายเมื่อวิเคราะห์ผิด ช่วยให้เอาตัวรอดในตลาดได้ 1

การตั้งจุดตัดขาดทุนคือทักษะที่นักเทรดมือใหม่มองข้ามมากที่สุด บทความนี้จะมอบแนวทางการวาง จุดตัดขาดทุน อย่างเป็นระบบให้คุณเอาตัวรอดจากตลาดได้จริง นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
ทำไมการตั้งจุดตัดขาดทุนจึงเป็นกฎเหล็กของนักเทรด
การตั้งจุดตัดขาดทุนถือเป็นกฎเหล็กเพราะช่วยจำกัดความเสียหายทางการเงินและป้องกันไม่ให้บัญชีเทรดหมดไปจากความผิดพลาดครั้งเดียว โดยจากการศึกษาของ AMF ระบุว่านักลงทุนรายย่อยกว่า 85% ขาดทุนเงินสดในตลาด การมีวินัยหยุดขาดทุนจึงเป็นเกราะป้องกันสำคัญช่วยรักษาเงินทุนไว้เพื่อเทรดในโอกาสที่ดีกว่าในอนาคต
หัวใจสำคัญของการเอาชีวิตรอดในตลาดฟอเร็กซ์ไม่ใช่การทายทิศทางราคาถูกทุกครั้ง แต่อยู่ที่การจำกัดความเสียหายเมื่อเราวิเคราะห์ผิด จุดตัดขาดทุนคือเส้นแบ่งระหว่างนักเทรดมืออาชีพกับนักพนัน
ลองคิดดูง่ายๆ ว่าถ้าคุณเข้าเทรดโดยไม่มีจุดตัดขาดทุน สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือความกลัวและความหวังจะครอบงำการตัดสินใจทั้งหมด เมื่อราคาวิ่งสวนทิศทางที่คาดไว้ คุณจะเริ่มหาเหตุผลมาหลอกตัวเองว่าราคาจะกลับมา และในที่สุดบัญชีเทรดก็จะหมดไปก่อนที่ราคาจะไปถึงจุดที่คุณคาดไว้จริงๆ การวางจุดตัดขาดทุนคือการยอมรับว่าตลาดเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ และเรายอมรับความเสี่ยงเพียงเล็กน้อยเพื่อแลกกับโอกาสทำกำไรในระยะยาว ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
นักเทรดที่ประสบความสำเร็จมักจะมีอัตราการชนะอยู่ที่ร้อยละ 40 ถึง 50 เท่านั้น แต่ทำไมพวกเขาถึงยังทำกำไรได้ คำตอบคือสัดส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่ควบคุมไว้อย่างดี หากคุณตัดขาดทุนที่ 20 พิปต์ แต่ปล่อยให้กำไรวิ่งไปถึง 60 พิปต์ คุณแค่ชนะสักสองครั้งจากห้าครั้งก็ยังทำกำไรได้ แต่ถ้าคุณปล่อยให้ขาดทุนเป็นร้อยพิปต์เพราะไม่ยอมตัด กำไรที่สะสมมาทั้งเดือนอาจจะหายไปในวันเดียว
วิธีหาจุดวาง จุดตัดขาดทุน ตามโครงสร้างกราฟราคา
การหาจุดตัดขาดทุนตามโครงสร้างกราฟต้องอิงจากแนวรับแนวต้านหรือจุดสูงต่ำสุดของราคาในแต่ละรอบ เพื่อให้ตลาดพิสูจน์สมมติฐานการเทรดแทนการใช้ความรู้สึก วิธีนี้ช่วยให้จุดหยุดขาดทุนไม่ถูกกระตุกแบบไร้เหตุผลและเพิ่มอัตราความน่าจะเป็นในการทำกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การวางจุดตัดขาดทุนที่ดีต้องอ้างอิงจากเหตุผลทางเทคนิค ไม่ใช่ตั้งตามใจฉันหรือกำหนดระยะพิปต์ตายตัว โครงสร้างของกราฟจะบอกเราเองว่าจุดที่สมมติฐานการเทรดของเราใช้ไม่ได้อยู่ที่ไหน
การใช้แนวรับแนวต้านเป็นจุดอ้างอิง
วิธีที่นิยมที่สุดคือการมองหาจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดของราคาในช่วงที่ผ่านมา หากคุณซื้อคู่เงินเพราะคาดว่าราคาจะขึ้น คุณควรไปวางจุดตัดขาดทุนไว้ใต้แนวรับที่ใกล้ที่สุดเล็กน้อย เหตุผลก็คือถ้าราคาทะลุลงไปใต้แนวรับนั้นได้ แปลว่าโครงสร้างขาขึ้นได้พังทลายลงแล้ว และการถือต่อไปก็ไม่มีความหมาย การวางห่างจากแนวรับไปสัก 5 ถึง 10 พิปต์จะช่วยป้องกันการโดนหวดออกจากตลาดก่อนที่ราคาจะวิ่งไปตามทิศทางที่เราคาดไว้
การใช้ค่าเฉลี่ยราคาหรือเส้นแนวโน้ม
หลายคนชอบใช้เส้นค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง 20 แท่งเป็นเกณฑ์ในการตัดขาดทุน เพราะเส้นนี้มักจะทำหน้าที่เป็นแนวรับหรือแนวต้านในระยะสั้นได้ดี หากคุณซื้อเมื่อราคาปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย คุณก็วางจุดตัดขาดทุนไว้ใต้เส้นนั้น วิธีนี้จะทำให้จุดตัดขาดทุนของคุณปรับตัวตามความผันผวนของตลาดโดยอัตโนมัติ
การคำนวณขนาดล็อตให้สัมพันธ์กับระยะตัดขาดทุน
การคำนวณขนาดล็อตคือการนำระยะตัดขาดทุนมาแปลงเป็นมูลค่าความเสียหายเป็นเงินดอลลาร์เพื่อไม่ให้เสี่ยงเกินเปอร์เซ็นต์ที่กำหนดต่อไม้ จากข้อมูลของ Securities and Exchange Commission ระบุว่านักลงทุนควรเสี่ยงไม่เกิน 1-2% ของพอร์ตต่อครั้ง วิธีนี้จึงช่วยคุมความเสี่ยงและรักษาเงินทุนให้อยู่รอดในตลาดระยะยาว
ข้อผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดของมือใหม่คือการใช้ขนาดล็อตเท่ากันทุกครั้งโดยไม่สนใจว่าจุดตัดขาดทุนอยู่ไกลแค่ไหน การคำนวณขนาดล็อตที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณควบคุมเงินทุนได้อย่างแม่นยำ
กฎข้อแรกที่ผมสอนลูกศิษย์เสมอคืออย่าเสี่ยงเงินมากเกินร้อยละ 2 ของเงินในบัญชีในการเทรดหนึ่งครั้ง สมมติว่าคุณมีเงินทุน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ ความเสี่ยงสูงสุดที่คุณจะยอมรับได้ต่อการเทรดคือ 200 ดอลลาร์สหรัฐ ถ้าคุณเจอโอกาสเทรดที่ต้องตั้งจุดตัดขาดทุนไกลถึง 50 พิปต์ คุณต้องลดขนาดล็อตลง แต่ถ้าจุดตัดขาดทุนอยู่แค่ 20 พิปต์ คุณก็สามารถเปิดล็อตใหญ่ขึ้นได้ ตัวเลขทั้งหมดต้องคำนวณย้อนกลับมาจากเงินทุนที่ยอมเสี่ยง ไม่ใช่ตั้งล็อตก่อนแล้วค่อยไปหาจุดตัดขาดทุน
ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมให้เห็นภาพชัดเจน สมมติว่าคุณเทรดคู่ยูโรดอลลาร์ที่ราคา 1.0850 คุณมีเงินทุน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐและตั้งกฎไว้ว่าจะเสี่ยงไม่เกินร้อยละ 2 ของเงินทุน เท่ากับว่าคุณยอมขาดทุนได้สูงสุด 200 ดอลลาร์สหรัฐ จากการวิเคราะห์กราฟคุณพบว่าแนวรับที่สำคัญอยู่ที่ราคา 1.0820 คุณจึงตัดสินใจวางจุดตัดขาดทุนไว้ที่ราคา 1.0815 เพื่อเผื่อความผันผวนห่างจากแนวรับไป 5 พิปต์ ระยะตัดขาดทุนของคุณจึงเท่ากับ 35 พิปต์ สำหรับคู่ยูโรดอลลาร์การเคลื่อนไหว 1 พิปต์ในขนาด 1 ล็อตมาตรฐานมีค่าเท่ากับ 10 ดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นถ้าคุณใช้ขนาด 1 ล็อตเต็มความเสียหายจะเท่ากับ 350 ดอลลาร์สหรัฐซึ่งเกินกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ คุณจึงต้องคำนวณหาขนาดล็อตที่เหมาะสมโดยเอาเงินทุนที่ยอมเสี่ยง 200 ดอลลาร์สหรัฐหารด้วยความเสียหายต่อพิปต์ของ 1 ล็อตที่ 10 ดอลลาร์สหรัฐ จะได้ 20 พิปต์ แล้วเอา 20 พิปต์หารด้วยระยะตัดขาดทุน 35 พิปต์ จะได้ขนาดล็อตที่ปลอดภัยประมาณ 0.57 ล็อต วิธีนี้จะทำให้คุณสามารถเทรดได้อย่างสบายใจแม้ราคาจะไปโดนจุดตัดขาดทุนก็ตาม
การปรับย้ายจุดตัดขาดทุนเพื่อล็อกกำไรอย่างมีหลักการ
การปรับย้ายจุดตัดขาดทุนเพื่อล็อกกำไรคือการลากจุดหยุดขาดทุนตามทิศทางที่ราคาเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ได้เปรียบเพื่อปกป้องผลกำไรที่เกิดขึ้น กลยุทธ์นี้ช่วยให้นักเทรดสามารถรักษาอัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไว้ได้ในขณะที่ปล่อยให้กำไรวิ่งต่อไปโดยไม่ต้องกลัวว่าจะกลายเป็นขาดทุน
เมื่อราคาเริ่มวิ่งไปในทิศทางที่เราคาดไว้ สิ่งที่คุณต้องทำคือการปกป้องกำไรที่เกิดขึ้น การย้ายจุดตัดขาดทุนตามราคาหรือที่เรียกว่าทรัวลิงสต็อปจะช่วยให้คุณปล่อยให้กำไรวิ่งได้ไกลโดยไม่ต้องกลัวว่าจะเสียหมด
หลักการง่ายๆ คือเมื่อราคาวิ่งไปได้ระยะหนึ่งแล้ว คุณควรย้ายจุดตัดขาดทุนเข้ามาที่จุดเข้าเทรดก่อน ซึ่งเราเรียกว่าการทำจุดเข้าให้เป็นศูนย์ วิธีนี้จะทำให้คุณเทรดด้วยความสบายใจเพราะต่อให้ราคาจะย้อนกลับมาคุณก็จะไม่ขาดทุน หลังจากนั้นถ้าราคาวิ่งไปถึงเป้าหมายแรก คุณก็อาจจะปิดส่วนหนึ่งของล็อตและย้ายจุดตัดขาดทุนไปไว้ใต้จุดต่ำสุดล่าสุดเพื่อปล่อยให้ส่วนที่เหลือวิ่งต่อไป
ข้อควรระวังในการย้ายจุดตัดขาดทุนคืออย่าทำเร็วเกินไป หลายคนรีบย้ายจุดตัดขาดทุนเข้ามาใกล้ราคาปัจจุบันมากเกินไป ผลก็คือราคาแค่เด้งไปสักนิดก็โดนตัดออกก่อนจะได้วิ่งไปเต็มที่ คุณควรให้ราคามีพื้นที่หายใจตามธรรมชาติของตลาด การใช้เส้นค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลังหรือจุดสูงสุดต่ำสุดของแท่งเทียนเป็นเกณฑ์ในการย้ายจุดตัดขาดทุนจะช่วยให้คุณอยู่ในเทรนด์ได้นานขึ้น
ตารางเปรียบเทียบกลยุทธ์การวางจุดตัดขาดทุน
การเปรียบเทียบกลยุทธ์การวางจุดตัดขาดทุนแบบต่างๆ เช่น แบบคงที่และแบบตามสภาพตลาด ช่วยให้นักเทรดเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสไตล์การซื้อขายของตนเอง การเข้าใจข้อดีและข้อจำกัดของแต่ละกลยุทธ์จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงและสร้างความสม่ำเสมอในการทำกำไรระยะยาว
เพื่อให้เห็นภาพรวมของแต่ละวิธี ผมสรุปเปรียบเทียบกลยุทธ์การวางจุดตัดขาดทุนที่นักเทรดนิยมใช้เป็นตารางให้เห็นความแตกต่างชัดเจน
| ประเภทกลยุทธ์ | หลักการวางจุด | ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|---|---|
| วางตามโครงสร้างกราฟ | ใต้แนวรับหรือเหนือแนวต้านที่สำคัญ | มีเหตุผลรองรับทางเทคนิคที่ชัดเจน | อาจต้องเสี่ยงระยะพิปต์ที่กว้างในบางสภาพตลาด |
| วางตามเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยง | กำหนดพิปต์ตายตัวจากเงินทุนที่ยอมเสี่ยง | ควบคุมการสูญเสียเงินตราได้แม่นยำ | อาจอยู่ในตำแหน่งที่ไม่สมเหตุสมผลทางกราฟ |
| วางตามความผันผวน | ใช้ค่าเฉลี่ยการเคลื่อนไหวราคาย้อนหลังคำนวณ | ปรับตัวตามสภาพตลาดที่เงียบหรือวุ่นวาย | การคำนวณซับซ้อนและระยะอาจเปลี่ยนแปลงบ่อย |
| วางตามระยะเวลา | ตัดออกถ้าราคาไม่ขยับในระยะเวลาที่กำหนด | ป้องกันการถือเทรดที่ตลาดไปไม่มีทิศทาง | อาจพลาดกำไรที่เกิดขึ้นช้ากว่าปกติ |
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่ทำซ้ำจนกว่าบัญชีจะพัง
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่ทำซ้ำจนก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงคือการย้ายจุดตัดขาดทุนออกไปเรื่อยๆ เพราะไม่ยอมรับความผิดพลาดและหวังว่าราคาจะกลับมาได้ตามเดิม จากข้อมูลของ Forex.com ระบุว่าเทรดเดอร์ที่ยอมรับความเสียหายเล็กน้อยมีอัตราการอยู่รอดในตลาดสูงกว่า การไม่มีวินัยดังกล่าวจึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำลายพอร์ตการลงทุนอย่างรวดเร็ว
นอกจากการไม่ยอมตั้งจุดตัดขาดทุนแล้ว ยังมีความผิดพลาดร้ายแรงอีกหลายอย่างที่ทำลายบัญชีเทรดของคุณได้เงียบๆ การรู้จักข้อผิดพลาดเหล่านี้จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงและเทรดได้อย่างมีวินัยมากขึ้น
การขยายจุดตัดขาดทุนเมื่อราคาเข้าใกล้
นี่คือความผิดพลาดร้ายแรงที่สุดอันดับหนึ่ง เมื่อราคาเริ่มเข้าใกล้จุดตัดขาดทุน มือใหม่มักจะแพนิกและคิดว่าราคากำลังจะกลับตัว พวกเขาจึงย้ายจุดตัดขาดทุนออกไปอีกสัก 20 พิปต์เพื่อให้ตัวเองมีเวลาตัดสินใจ แต่ในที่สุดราคาก็วิ่งไปโดนจุดใหม่ และพวกเขาก็ย้ายออกไปอีกจนกลายเป็นการขาดทุนขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถเรียกคืนได้ กฎเหล็กคือเมื่อคุณวางจุดตัดขาดทุนแล้วห้ามย้ายออกไปไกลขึ้นโดยเด็ดขาด หากสมมติฐานการเทรดเปลี่ยนไปคุณควรปิดสถานะด้วยตัวเองแทน
การตั้งจุดตัดขาดทุนแคบเกินไปเพราะกลัวขาดทุน
บางคนรู้สึกว่าการขาดทุน 30 พิปต์มันเยอะเกินไป ก็เลยไปตั้งจุดตัดขาดทุนไว้แค่ 10 พิปต์ทุกครั้ง ผลที่ได้คือโดนหวดออกจากตลาดบ่อยครั้งก่อนที่ราคาจะวิ่งไปในทิศทางที่คาดไว้ ความผันผวนปกติของตลาดอาจจะมีการเด้งไปมา 15 ถึง 20 พิปต์อยู่แล้ว การตั้งจุดตัดขาดทุนแคบเกินไปจึงเป็นการฆ่าตัวตายทางอ้อม คุณต้องให้พื้นที่ราคาหายใจได้บ้างและปรับขนาดล็อตให้เล็กลงแทน
การตั้งจุดตัดขาดทุนตามตัวเลขที่เป็นวงกลม
หลายคนชอบตั้งจุดตัดขาดทุนที่ราคาที่ลงท้ายด้วยเลขศูนย์ เช่น 1.1000 หรือ 1.0800 เพราะคิดว่ามันจำง่าย แต่ปัญหาคือนักเทรดรายอื่นและสถาบันการเงินก็รู้เรื่องนี้ พวกเขามักจะวางคำสั่งซื้อขายไว้ที่ระดับราคาเหล่านี้ ทำให้เกิดการสะสมคำสั่งและราคามักจะวิ่งไปแตะจุดเหล่านี้ก่อนจะกลับทิศทาง คุณควรวางจุดตัดขาดทุนห่างจากตัวเลขเหล่านี้สัก 5 ถึง 10 พิปต์เพื่อหลีกเลี่ยงการโดนหวด
การปรับใช้จุดตัดขาดทุนในสภาพตลาดที่แตกต่างกัน
ตลาดฟอเร็กซ์ไม่ได้เคลื่อนไหวเหมือนกันตลอดเวลา บางช่วงราคาขยับเร็วมาก บางช่วงราคาเฉยๆ การปรับระยะจุดตัดขาดทุนให้เหมาะสมกับสภาพตลาดจะช่วยเพิ่มอัตราการชนะของคุณได้อย่างมาก
ในช่วงที่มีข่าวเศรษฐกิจสำคัญ เช่น การประกาศอัตราดอกเบี้ยหรือตัวเลขการจ้างงาน ราคามักจะมีการแกว่งตัวที่รุนแรงมาก การตั้งจุดตัดขาดทุนแคบๆ ในช่วงเวลานี้เท่ากับเป็นการมอบเงินให้ตลาดไปฟรีๆ เพราะราคาอาจจะกระโดดไป 30 พิปต์ในพริบตะเกียบก่อนจะวิ่งไปทิศทางที่คุณคาดไว้ ในช่วงข่าวคุณควรเพิ่มระยะจุดตัดขาดทุนให้กว้างขึ้นและลดขนาดล็อตลงครึ่งหนึ่งเพื่อรองรับความผันผวนที่จะเกิดขึ้น
ในทางตรงกันข้าม ในช่วงที่ตลาดเงียบและราคาเคลื่อนไหวในกรอบแคบ การตั้งจุดตัดขาดทุนไกลเกินไปจะทำให้สัดส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนแย่มาก คุณอาจจะเสี่ยง 40 พิปต์เพื่อหวังกำไรแค่ 20 พิปต์ซึ่งไม่คุ้มเลย ในสภาพตลาดแบบนี้คุณควรหาโอกาสเทรดในกรอบราคาที่แคบลงหรือรอจนกว่าราคาจะหลุดกรอบออกไปก่อนแล้วค่อยเข้าเทรด การเข้าใจจังหวะของตลาดจะทำให้คุณใช้จุดตัดขาดทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่เสียเงินไปกับความผันผวนที่ไม่จำเป็น

สรุปแนวทางการสร้างวินัยในการตัดขาดทุน
การตั้งจุดตัดขาดทุนไม่ใช่เรื่องของดวง แต่เป็นเรื่องของคณิตศาสตร์และวินัย คุณต้องยอมรับว่าการขาดทุนเป็นส่วนหนึ่งของการเทรดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ นักเทรดที่ทำกำไรได้ไม่ใช่คนที่ไม่เคยขาดทุน แต่เป็นคนที่ขาดทุนน้อยและทำกำไรมาก
สิ่งที่คุณควรทำตั้งแต่วันนี้คือการกำหนดกฎเหล็กของตัวเองไว้ว่าจะไม่เปิดสถานะเทรดใดๆ โดยไม่มีจุดตัดขาดทุน และจะไม่ย้ายจุดตัดขาดทุนออกไปไกลขึ้นเด็ดขาด คุณต้องคำนวณขนาดล็อตให้สัมพันธ์กับระยะตัดขาดทุนทุกครั้งเพื่อให้ความเสี่ยงอยู่ในเปอร์เซ็นต์ที่ควบคุมไว้ เมื่อคุณทำสิ่งเหล่านี้ได้อย่างสม่ำเสมอ คุณจะพบว่าการเทรดกลายเป็นเรื่องที่สงบและไม่เครียดอีกต่อไป เพราะคุณรู้อยู่แล้วว่าต่อให้ราคาจะวิ่งสวนทิศทางคุณจะเสียเงินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และคุณจะมีเงินทุนเหลือพอที่จะรอโอกาสดีๆ ในวันถัดไป
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตัดขาดทุนมักเกี่ยวข้องกับการเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมในการหยุดขาดทุนและวิธีรับมือกับความรู้สึกเสียดาย การเข้าใจหลักการบริหารความเสี่ยงอย่างถ่องแท้จะช่วยลดความกังวลและทำให้การตัดสินใจมีความเป็นอคติน้อยลง ส่งผลให้สามารถดำเนินกลยุทธ์การเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพและสม่ำเสมอมากยิ่งขึ้น
ทำไมการตั้ง จุดตัดขาดทุน จึงสำคัญกว่าการหาจุดเข้าเทรด
การตั้งจุดตัดขาดทุนช่วยจำกัดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับพอร์ตการลงทุน ทำให้เราเซฟเงินทุนไว้สำหรับโอกาสในวันถัดไป หากไม่มีการตั้ง จุดตัดขาดทุน ความรู้สึกของนักเทรดจะถูกครอบงำด้วยความหวังจนนำไปสู่การฝืนถือจนขาดทุนขนาดใหญ่ การกำหนดจุดตัดขาดทุนที่ชัดเจนจึงเป็นเหมือนการสร้างเข็มขัดนิรภัยให้กับบัญชีเทรดอย่างแท้จริง
ควรตั้ง จุดตัดขาดทุน กี่พิปต์ถึงจะเหมาะสม
จำนวนพิปต์ที่เหมาะสมไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับโครงสร้างกราฟและความผันผวนของคู่เงินในขณะนั้น หากตลาดมีความผันผวนสูง การตั้งจุดตัดขาดทุนไว้กว้างหน่อยจะช่วยป้องกันการโดนหวดออกก่อนที่ราคาจะวิ่งไปในทิศทางที่เราวิเคราะห์ไว้ สิ่งสำคัญคือต้องปรับขนาดล็อตให้สัมพันธ์กับระยะ จุดตัดขาดทุน เพื่อให้ความเสี่ยงอยู่ในเปอร์เซ็นต์ที่ควบคุมไว้
จะรู้ได้อย่างไรว่าตั้ง จุดตัดขาดทุน แคบเกินไป
ถ้าคุณพบว่าบ่อยครั้งที่ราคาแตะจุดตัดขาดทุนของคุณก่อนที่จะวิ่งไปยังเป้าหมาย นั่นคือสัญญาณว่าคุณตั้งจุดตัดขาดทุนไว้แคบเกินไป การตั้งจุดตัดขาดทุนที่ดีต้องให้พื้นที่ราคาหายใจได้บ้างตามธรรมชาติของตลาด ควรหาจุดที่เป็นแนวรับหรือแนวต้านที่แท้จริงมาเป็นเกณฑ์ แทนที่จะกำหนดระยะพิปต์ตามอำเภอใจ
วิธี Trailing Stop ใช้งานอย่างไรและเมื่อไรควรใช้
Trailing Stop คือการปรับย้ายจุดตัดขาดทุนให้ตามหลังราคาเพื่อล็อกกำไรที่เพิ่มขึ้น ควรใช้เมื่อราคาเริ่มวิ่งเป็นเทรนด์ชัดเจนและเราต้องการปล่อยให้กำไรวิ่งไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องกลัวว่าราคาจะย้อนกลับมาเสียกำไรทั้งหมด อย่างไรก็ตามต้องระวังการปรับย้ายจุดตัดขาดทุนเร็วเกินไปในช่วงที่ราคายังไซเคิลแกว่งตัวเล็กน้อย
การย้าย จุดตัดขาดทุน เข้าหาจุดเข้าเร็วเกินไปมีข้อเสียอย่างไร
การย้ายจุดตัดขาดทุนเข้าหาจุดเข้าเร็วเกินไปมักทำให้นักเทรดพลาดกำไรที่ควรจะได้ เพราะราคาอาจจะยังไม่ได้เดินทางไกลพอที่จะสร้างเทรนด์ และมักจะเด้งกลับมาแตะจุดตัดขาดทุนก่อนจะวิ่งไปทิศทางเดิม ทำให้เราเสียโอกาสและเสียความมั่นใจในระบบเทรดของตัวเอง
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย












TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文