กราฟราคาทองคำ 100 ปี เป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนพัฒนาการของระบบการเงินโลก โดยทองคำเริ่มต้นที่ราคา 20.67 ดอลลาร์
- กราฟราคาทองคำย้อนหลัง 100 ปี มีความสำคัญอย่างไรต่อนักลงทุน?
- นิกสันช็อกปี 1971 เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ทองคำอย่างไร?
- ช่วงขาลง 20 ปี ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำมากน้อยแค่ไหน?
- ตลาดขาขึ้นครั้งใหญ่ปี 2001 สู่ 2011 เกิดจากอะไร?
- ยุคปัจจุบันปี 2020 ถึง 2026 ทองคำทำราคาสูงสุดใหม่ด้วยเหตุใด?
- ปัจจัยที่กำหนดราคาทองคำระยะยาวมีอะไรบ้าง?
- นักลงทุนไทยควรเลือกลงทุนทองคำผ่านช่องทางใด?
- การวิเคราะห์ราคาทองคำที่แท้จริงปรับตามเงินเฟ้อมีความซับซ้อนอย่างไร?
- วงจรราคาทองคำขนาดใหญ่และแนวโน้มในอนาคตเป็นอย่างไร?
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการลงทุนทองคำ
กราฟราคาทองคำย้อนหลัง 100 ปี มีความสำคัญอย่างไรต่อนักลงทุน?

การศึกษากราฟราคาทองคำย้อนหลังหนึ่งร้อยปี เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้นักลงทุนเข้าใจพฤติกรรมของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยในระยะยาว โดยแสดงให้เห็นรูปแบบและจุดเปลี่ยนสำคัญที่ส่งผลต่อทิศทางราคาอย่างชัดเจน จากข้อมูลของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) พบว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มนุษย์ให้คุณค่าในการเก็บรักษามูลค่ามาอย่างยาวนานกว่าห้าพันปี
ยุคมาตรฐานทองคำราคาคงที่ 20.67 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ในช่วงก่อนปี 1933 สหรัฐอเมริกาใช้ระบบมาตรฐานทองคำ ซึ่งกำหนดให้ราคาทองคำคงที่ที่ 20.67 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ระบบนี้ผูกค่าเงินดอลลาร์กับทองคำโดยตรงทำให้ราคาทองคำไม่เปลี่ยนแปลง กราฟราคาในช่วงนี้จึงปรากฏเป็นเส้นตรงแนวนอนอย่างสมบูรณ์
การปรับราคาทองคำเป็น 35 ดอลลาร์ในปี 1933
ในปี 1933 ประธานาธิบดีรูสเวลต์ออกคำสั่งห้ามประชาชนถือครองทองคำ และปรับราคาเป็น 35 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่งผลให้ดอลลาร์ลดค่าลงร้อยละสี่สิบเอ็ดเทียบกับทองคำ นี่เป็นจุดเปลี่ยนแรกที่สำคัญที่สุดในกราฟร้อยปี ก่อนที่จะเข้าสู่ยุคข้อตกลงใหม่
ข้อตกลงเบรตตันวูดส์กำหนดราคา 35 ดอลลาร์
ข้อตกลงเบรตตันวูดส์ในปี 1944 กำหนดให้ดอลลาร์เป็นสกุลเงินสำรองของโลกโดยผูกกับทองคำที่ 35 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ประเทศอื่นผูกค่าเงินกับดอลลาร์อีกที ระบบนี้สร้างเสถียรภาพทางการเงินหลังสงครามโลกครั้งที่สอง จนกระทั่งสหรัฐเริ่มพิมพ์เงินมากเกินไปในช่วงปลายทศวรรษ 1960
สำรองทองคำของสหรัฐลดลงอย่างรวดเร็ว
ในช่วงปลายทศวรรษ 1960 สหรัฐพิมพ์เงินมากเกินไปเพื่อสนับสนุนสงครามเวียดนาม ทำให้ประเทศต่างๆเริ่มแลกดอลลาร์เป็นทองคำจำนวนมาก สำรองทองคำของสหรัฐลดลงอย่างรวดเร็วจากสองหมื่นตันเหลือประมาณแปดพันตัน ส่งผลให้ระบบเดิมไม่สามารถรักษาไว้ได้อีกต่อไป
นิกสันช็อกปี 1971 เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ทองคำอย่างไร?
เหตุการณ์นิกสันช็อกในปี 1971 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดในกราฟร้อยปี เพราะเป็นการประกาศยกเลิกการแลกดอลลาร์เป็นทองคำ ส่งผลให้ทองคำกลายเป็นสินทรัพย์ที่ซื้อขายอิสระในตลาดโลกโดยมีราคาผันผวนตามอุปสงค์และอุปทาน ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจและการวิจัยระบุว่าทองคำมีอัตราเงินเฟ้อสูงถึงร้อยละสิบสี่จุดแปดในช่วงวิกฤตต่อมา
วันที่ 15 สิงหาคม 1971 ยกเลิกแลกดอลลาร์เป็นทองคำ
วันที่ 15 สิงหาคม 1971 ประธานาธิบดีนิกสันประกาศยกเลิกการแลกดอลลาร์เป็นทองคำ เหตุการณ์นี้เรียกว่านิกสันช็อก ทำให้ทองคำกลายเป็นสินทรัพย์ที่ซื้อขายอิสระในตลาดโลกเป็นครั้งแรก นี่เป็นจุดเริ่มต้นของความผันผวนที่ส่งผลต่อราคาในระยะยาว
ราคาพุ่งจาก 35 สูงเป็น 183 ดอลลาร์ในปี 1974
หลังจากนิกสันช็อก ราคาทองคำพุ่งจาก 35 ดอลลาร์ขึ้นเป็น 183 ดอลลาร์ในปี 1974 อย่างรวดเร็ว การปลดการผูกค่าเงินทำให้ทองคำปรับราคาตามมูลค่าที่แท้จริงและความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ นักลงทุนเริ่มหันมาใช้ทองคำเป็นเครื่องมือเก็บรักษามูลค่ามากขึ้น
ทำราคาสูงสุด 850 ดอลลาร์ในเดือนมกราคม 1980
ทองคำทำราคาสูงสุดครั้งแรกที่ 850 ดอลลาร์ในเดือนมกราคม 1980 ท่ามกลางวิกฤตน้ำมันและอัตราเงินเฟ้อที่สูงถึงร้อยละสิบสี่จุดแปด รวมถึงความไม่สงบทางภูมิรัฐศาสตร์ นี่คือช่วงเวลาที่ทองคำแสดงบทบาทสินทรัพย์ปลอดภัยได้อย่างชัดเจนที่สุดในประวัติศาสตร์
ช่วงขาลง 20 ปี ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำมากน้อยแค่ไหน?

หลังจากทำราคาสูงสุดที่ 850 ดอลลาร์ในปี 1980 ราคาทองคำเข้าสู่ตลาดขาลงยาวนานยี่สิบปี สาเหตุหลักคือธนาคารกลางสหรัฐภายใต้ประธานโวลเกอร์ขึ้นอัตราดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละยี่สิบเพื่อสู้เงินเฟ้อ ทำให้ทองคำที่ไม่จ่ายผลตอบแทนดอกเบี้ยสูญเสียความน่าสนใจ ข้อมูลจากธนาคารกลางอังกฤษระบุว่ามีการขายทองคำสำรองจำนวน 395 ตันในช่วงเวลานั้น
อัตราดอกเบี้ยร้อยละยี่สิบของประธานโวลเกอร์
เมื่ออัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงสูง ทองคำซึ่งไม่จ่ายผลตอบแทนดอกเบี้ยย่อมสูญเสียความน่าสนใจ นักลงทุนหันไปถือพันธบัตรแทน ราคาทองคำค่อยๆลดลงอย่างต่อเนื่อง นโยบายของประธานโวลเกอร์ในการขึ้นดอกเบี้ยถือเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำที่รุนแรงที่สุดในช่วงเวลาดังกล่าว
ราคาต่ำสุด 252 ดอลลาร์ในปี 1999
ราคาทองคำค่อยๆลดลงจนทำราคาต่ำสุดที่ 252 ดอลลาร์ในปี 1999 ตรงจังหวะที่ธนาคารกลางอังกฤษประกาศขายทองคำสำรองสามร้อยเก้าสิบห้าตัน การขายทองคำจำนวนมากของธนาคารกลางสร้างแรงกดดันอย่างหนัก จนทำให้ราคาอยู่ในจุดต่ำสุดก่อนจะเริ่มฟื้นตัวในยุคใหม่
ตลาดขาขึ้นครั้งใหญ่ปี 2001 สู่ 2011 เกิดจากอะไร?
ทองคำเข้าสู่ตลาดขาขึ้นใหม่ตั้งแต่ปี 2001 ด้วยปัจจัยหลายประการ ทั้งฟองสบู่ดอทคอมแตก การลดดอกเบี้ยต่ำเป็นประวัติการณ์ของธนาคารกลางสหรัฐ และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ จากข้อมูลการพิมพ์เงินผ่านนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณพบว่าราคาทองคำพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องจนทำราคาสูงสุดที่ 1,920 ดอลลาร์ในเดือนกันยายน 2011
วิกฤตการเงินปี 2008 และการพิมพ์เงินมหาศาล
วิกฤตการเงินปี 2008 ทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกพิมพ์เงินจำนวนมหาศาลผ่านนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ ส่งผลให้สภาพคล่องทะลักเข้าสู่ตลาด ทองคำกลายเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนหนีเข้ามาหลบภัยเงินเฟ้อและความเสี่ยงจากระบบการเงิน ราคาจึงพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทำราคาสูงสุดตลอดกาลที่ 1,920 ดอลลาร์
ราคาทองคำพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องจนทำราคาสูงสุดตลอดกาลที่ 1,920 ดอลลาร์ในเดือนกันยายน 2011 นักลงทุนทั่วโลกตื่นตระหนกต่อวิกฤตหนี้ยุโรปและการลดเครดิตของสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ยุคปัจจุบันปี 2020 ถึง 2026 ทองคำทำราคาสูงสุดใหม่ด้วยเหตุใด?
การแพร่ระบาดของโรคระบาดในปี 2020 ส่งผลให้ธนาคารกลางทั่วโลกอัดฉีดเงินจำนวนมหาศาลเข้าสู่ระบบ ทำให้ทองคำทำราคาสูงสุดตลอดกาลใหม่ที่ 2,075 ดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม 2020 จากนั้นปรับฐานลงมาในช่วงที่ธนาคารกลางสหรัฐขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว ข้อมูลจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่าธนาคารกลางประเทศต่างๆซื้อสุทธิทองคำเกินหนึ่งพันตันต่อปีตั้งแต่ปี 2022
ทองคำราคา 2,075 ดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม 2020
ทองคำทำราคาสูงสุดตลอดกาลใหม่ที่ 2,075 ดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม 2020 ท่ามกลางมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องมหาศาล จากนั้นราคาปรับฐานลงมาในช่วงที่ธนาคารกลางสหรัฐขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วเพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อที่พุ่งสูง ทำให้ต้นทุนการถือทองคำปรับสูงขึ้นตามไปด้วย
ธนาคารกลางจีนและอินเดียซื้อทองคำเพิ่ม
ทองคำกลับมาทำราคาสูงสุดใหม่อีกครั้งในปี 2024 ถึง 2026 จากความต้องการของธนาคารกลางประเทศต่างๆที่ซื้อทองคำสำรองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธนาคารกลางจีน อินเดีย และโปแลนด์ เป็นผู้ซื้อรายใหญ่ สาเหตุหลักคือแนวโน้มการลดการพึ่งพาดอลลาร์หลังการใช้มาตรการคว่ำบาตร
แนวโน้มลดการพึ่งพาดอลลาร์ของโลก
แนวโน้มการลดการพึ่งพาดอลลาร์เป็นปัจจัยโครงสร้างที่สำคัญมาก หลังจากที่สหรัฐใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการเงินกับรัสเซีย หลายประเทศเริ่มตระหนักถึงความเสี่ยงในการถือสกุลเงินสำรองที่เป็นดอลลาร์ จึงหันมาเพิ่มสัดส่วนการถือทองคำในสำรองระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
“การที่ธนาคารกลางทั่วโลกกลับมาซื้อทองคำสุทธิเกินหนึ่งพันตันต่อปี สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานของสินทรัพย์สำรองโลก ที่ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเพียงแค่อัตราดอกเบี้ย แต่รวมถึงความมั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ด้วย”
— วิศวกรการเงิน, สมาคมนักวิเคราะห์ตลาดทุน
ปัจจัยที่กำหนดราคาทองคำระยะยาวมีอะไรบ้าง?
ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทองคำระยะยาวประกอบด้วยอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงที่มีความสัมพันธ์ผกผันกับราคาทองคำ ค่าเงินดอลลาร์ และการซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก ข้อมูลจากธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ระบุว่าเมื่ออัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงเป็นลบ ราคาทองคำมักจะปรับตัวขึ้นเนื่องจากต้นทุนการถือที่ต่ำลง
อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงผกผันกับทองคำ
อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงคือปัจจัยสำคัญอันดับหนึ่งที่มีความสัมพันธ์ผกผันกับราคาทองคำ เมื่ออัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงเป็นลบ หมายถึงดอกเบี้ยต่ำกว่าเงินเฟ้อ ราคาทองมักปรับตัวขึ้นเพราะต้นทุนในการถือทองคำต่ำ ในทางกลับกันเมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงนักลงทุนจะหันไปถือพันธบัตรแทน
ค่าเงินดอลลาร์สัมพันธ์กับราคาทองคำ
ค่าเงินดอลลาร์เป็นปัจจัยสำคัญอันดับสอง เนื่องจากทองคำกำหนดราคาเป็นดอลลาร์ เมื่อดอลลาร์แข็งค่าราคาทองคำมักลดลง และเมื่อดอลลาร์อ่อนค่าราคาทองมักเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามในช่วงปี 2024 ถึง 2026 ทองคำสามารถขึ้นได้พร้อมดอลลาร์จากความต้องการของธนาคารกลางที่สูงผิดปกติ
การซื้อทองคำของธนาคารกลางเกิน 1,000 ตันต่อปี
การซื้อทองคำของธนาคารกลางเป็นปัจจัยสำคัญอันดับสาม ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อสุทธิทองคำเกินหนึ่งพันตันต่อปีตั้งแต่ปี 2022 สาเหตุหลักคือแนวโน้มการลดการพึ่งพาดอลลาร์หลังจากที่สหรัฐใช้มาตรการคว่ำบาตรกับรัสเซีย ส่งผลให้ความต้องการทองคำเพิ่มสูงขึ้นอย่างยั่งยืน
นักลงทุนไทยควรเลือกลงทุนทองคำผ่านช่องทางใด?
นักลงทุนไทยสามารถเลือกลงทุนทองคำผ่านหลายช่องทางทั้งทองคำแท่งและทองรูปพรรณ กองทุนรวมทองคำ หรือการเทรดผ่านโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ในคู่ XAU USD ที่ได้รับความนิยมสูงสุดเพราะเทรดได้ยี่สิบสี่ชั่วโมง ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ระบุว่ากองทุนรวมทองคำของไทยสามารถลงทุนได้เริ่มต้นที่ห้าร้อยถึงหนึ่งพันบาท
| ช่องทางลงทุน | ข้อดี | ข้อเสีย | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|---|
| ทองคำแท่งและทองรูปพรรณ | ถือครองจริง ไม่มีความเสี่ยงจากคู่สัญญา | มีส่วนต่างราคาซื้อขายสูง ร้อยถึงสองร้อยบาทต่อบาททองคำ | นักลงทุนระยะยาวที่ต้องการถือครองสินทรัพย์จริง |
| กองทุนรวมทองคำและกองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน | สะดวก ค่าธรรมเนียมต่ำ ลงทุนขั้นต่ำน้อย | ไม่ได้ถือครองทองคำจริง มีค่าธรรมเนียมจัดการ | นักลงทุนรายย่อยที่ต้องการถัวเฉลี่ยต้นทุนรายเดือน |
| การเทรดผ่านโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ | เทรดได้ตลอดเวลา สเปรดต่ำ ใช้เครื่องมือวิเคราะห์ครบ | ต้องมีความรู้ทางเทคนิค ความเสี่ยงจากปัจจัยเงินเฟ้อ | เทรดเดอร์ที่ต้องการความคล่องตัวและทำกำไรระยะสั้น |
ทองคำแท่งและทองรูปพรรณคุ้นเคยสำหรับคนไทย
ทองคำแท่งและทองรูปพรรณเป็นวิธีดั้งเดิมที่คนไทยคุ้นเคย ราคาทองคำในไทยอ้างอิงจากราคาตลาดโลกบวกค่าพรีเมียมและปรับตามอัตราแลกเปลี่ยนบาทต่อดอลลาร์ ข้อดีคือถือครองจริงไม่มีความเสี่ยงจากคู่สัญญา ข้อเสียคือมีส่วนต่างราคาซื้อกับราคาขายสูงถึงร้อยถึงสองร้อยบาทต่อบาททองคำ
กองทุนรวมทองคำลงทุนขั้นต่ำห้าร้อยบาท
กองทุนรวมทองคำและกองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนเป็นทางเลือกที่สะดวกกว่า ซื้อขายผ่านโบรกเกอร์ได้ตลอดเวลาทำการ มีค่าธรรมเนียมต่ำ สำหรับกองทุนรวมทองคำของไทยสามารถลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุนเริ่มต้นเพียงห้าร้อยถึงหนึ่งพันบาท เหมาะสำหรับนักลงทุนรายย่อยที่ต้องการสะสมความมั่งคั่ง
การเทรด XAU USD ผ่านโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์
การเทรดทองคำผ่านโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ในคู่ XAU USD เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่เทรดเดอร์ไทย เพราะเทรดได้ยี่สิบสี่ชั่วโมงห้าวันต่อสัปดาห์ สเปรดต่ำ เงินลงทุนขั้นต่ำน้อย และมีเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคครบครัน ผู้สนใจสามารถเปิดบัญชีเทรดทองคำกับโบรกเกอร์ XMเพื่อเริ่มต้นลงทุนได้ทันที
การวิเคราะห์ราคาทองคำที่แท้จริงปรับตามเงินเฟ้อมีความซับซ้อนอย่างไร?
การวิเคราะห์ราคาทองคำที่แท้จริงต้องปรับตามเงินเฟ้อเพื่อให้เห็นอำนาจซื้อที่แท้จริง เพราะการดูราคาตามหน้าตั๋วเพียงอย่างเดียวอาจทำให้เข้าใจผิด ตัวอย่างเช่นราคาทอง 850 ดอลลาร์ในปี 1980 เมื่อปรับด้วยดัชนีราคาผู้บริโภคจะเท่ากับประมาณ 3,200 ดอลลาร์ในค่าเงินปี 2026 ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจและการวิจัยระบุว่าทองคำให้ผลตอบแทนที่แท้จริงประมาณหนึ่งถึงหนึ่งจุดห้าเปอร์เซ็นต์ต่อปี
ราคา 850 ดอลลาร์ในปี 1980 เท่ากับ 3,200 ดอลลาร์ในปี 2026
ราคาทอง 850 ดอลลาร์ในปี 1980 เมื่อปรับด้วยดัชนีราคาผู้บริโภคให้เป็นค่าเงินปี 2026 จะเท่ากับประมาณ 3,200 ดอลลาร์ ซึ่งหมายความว่าในแง่ผลตอบแทนที่แท้จริงทองคำยังไม่ทำราคาสูงสุดใหม่จริงๆจากจุดสูงสุดปี 1980 การวิเคราะห์ราคาปรับตามเงินเฟ้อจึงสำคัญกว่าราคาตามหน้าตั๋ว
ผลตอบแทนที่แท้จริงของทองคำเทียบกับสินทรัพย์อื่น
เปรียบเทียบผลตอบแทนที่แท้จริงของทองคำกับสินทรัพย์อื่นในร้อยปี ทองคำให้ผลตอบแทนที่แท้จริงประมาณหนึ่งถึงหนึ่งจุดห้าเปอร์เซ็นต์ต่อปี หุ้นให้ผลตอบแทนประมาณหกจุดห้าถึงเจ็ดเปอร์เซ็นต์ พันธบัตรให้ผลตอบแทนประมาณสองถึงสองจุดห้าเปอร์เซ็นต์ ส่วนเงินสดมีผลตอบแทนเป็นลบติดลบสามถึงสามจุดห้าเปอร์เซ็นต์ต่อปี
ความสำคัญของการจัดสรรสัดส่วนทองคำในพอร์ต
ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่แนะนำให้จัดสรรทองคำห้าถึงสิบห้าเปอร์เซ็นต์ของพอร์ตลงทุนรวม ขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ พอร์ตแบบอนุรักษ์นิยมทองคำสิบเปอร์เซ็นต์ หุ้นไทยสามสิบเปอร์เซ็นต์ ตราสารหนี้ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ เงินฝากสิบเปอร์เซ็นต์ เพื่อช่วยลดความผันผวนของพอร์ตในช่วงวิกฤต
วงจรราคาทองคำขนาดใหญ่และแนวโน้มในอนาคตเป็นอย่างไร?
การวิเคราะห์วงจรขนาดใหญ่ของทองคำร้อยปี พบว่าทองคำมีวงจรตลาดขาขึ้นและขาลงสลับกันอย่างชัดเจน โดยวงจรขาขึ้นครั้งที่หนึ่งกินเวลาเก้าปีราคาขึ้นยี่สิบสี่เท่า และวงจรขาลงกินเวลาสิบเก้าปีราคาลดลงร้อยละเจ็ดสิบ ข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำโลกระบุว่าวงจรขาขึ้นครั้งที่สามเริ่มต้นขึ้นในปี 2019 และอาจดำเนินไปถึงปี 2028 ถึง 2030
วงจรขาขึ้นและขาลงในประวัติศาสตร์ 100 ปี
วงจรขาขึ้นครั้งที่หนึ่งปี 1971 ถึง 1980 กินเวลาเก้าปีราคาขึ้นยี่สิบสี่เท่า วงจรขาลงครั้งที่หนึ่งปี 1980 ถึง 1999 กินเวลาสิบเก้าปีราคาลงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ วงจรขาขึ้นครั้งที่สองปี 2001 ถึง 2011 กินเวลาสิบปีราคาขึ้นเจ็ดจุดสี่เท่า ช่วงพักตัวปี 2011 ถึง 2018 กินเวลาเจ็ดปีราคาลงสี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์
วงจรขาขึ้นครั้งที่สามเริ่มต้นปี 2019
วงจรขาขึ้นครั้งที่สามเริ่มปี 2019 และยังคงดำเนินอยู่จนถึงปี 2026 หากเทียบกับวงจรก่อนหน้าวงจรปัจจุบันอาจดำเนินไปถึงปี 2028 ถึง 2030 ความยาวของวงจรขึ้นอยู่กับปัจจัยเชิงโครงสร้าง เช่น นโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และสินทรัพย์ปลอดภัย
ทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่นักลงทุนหันมาถือในช่วงวิกฤต เหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อราคาทองคำในช่วงร้อยปีที่ผ่านมา เช่น สงครามโลกครั้งที่สอง วิกฤตขีปนาวุธคิวบา การปฏิวัติอิหร่าน สงครามอ่าว และสงครามรัสเซียยูเครน ทุกครั้งที่เกิดวิกฤตราคาทองคำมักปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงหนึ่งถึงสามเดือนแรก
การวิเคราะห์ทางเทคนิคระดับสำคัญของทองคำ
จากการวิเคราะห์กราฟราคาทองคำร้อยปี สามารถระบุระดับแนวรับและแนวต้านสำคัญได้ แนวรับสำคัญที่ 2,000 ดอลลาร์ซึ่งเป็นราคาสูงสุดเดิมปี 2020 แนวรับที่ 1,800 ดอลลาร์ซึ่งเป็นโซนเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สองร้อยสัปดาห์ แนวต้านสำคัญที่ 2,500 ดอลลาร์และ 3,000 ดอลลาร์ สำหรับราคาทองคำแท่งไทยระดับสำคัญคือ 40,000 บาทต่อบาททองคำ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการลงทุนทองคำ
กราฟราคาทองคำ 100 ปี บอกอะไรเราได้บ้าง?
กราฟราคาทองคำ 100 ปี บอกเราถึงพัฒนาการของระบบการเงินโลกและพฤติกรรมของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย โดยแสดงให้เห็นว่าทองคำสามารถรักษามูลค่าได้ดีในระยะยาวผ่านทุกวิกฤตเศรษฐกิจ ทั้งวิกฤตการเงินปี 2008 และโรคระบาดในปี 2020 พร้อมทั้งสะท้อนจุดเปลี่ยนสำคัญของนโยบายการเงินของโลก
นักลงทุนมือใหม่ควรเริ่มลงทุนทองคำอย่างไร?
นักลงทุนมือใหม่ควรเริ่มต้นด้วยกองทุนรวมทองคำ เพราะลงทุนได้ด้วยเงินน้อยเริ่มต้นที่ห้าร้อยถึงหนึ่งพันบาทต่อครั้ง แนะนำให้ใช้วิธีถัวเฉลี่ยต้นทุนลงทุนจำนวนเท่ากันทุกเดือนเพื่อกระจายจุดเข้า ควรศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทองคำให้เข้าใจก่อนลงทุน และไม่ลงทุนเกินกว่าที่ยอมรับการสูญเสียได้
อะไรคือปัจจัยหลักที่กำหนดราคาทองคำในปี 2026?
ปัจจัยหลักที่กำหนดราคาทองคำในปี 2026 ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ และการซื้อทองคำสำรองของธนาคารกลางประเทศต่างๆ โดยเฉพาะจีนและอินเดีย รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลให้ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การเทรด XAU USD ผ่านโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์มีข้อดีอย่างไร?
การเทรด XAU USD ผ่านโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์มีข้อดีคือสามารถเทรดได้ยี่สิบสี่ชั่วโมงห้าวันต่อสัปดาห์ มีสเปรดต่ำ เงินลงทุนขั้นต่ำน้อย และมีเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ครบครัน นอกจากนี้ยังสามารถทำกำไรได้ทั้งในตลาดขาขึ้นและขาลง ซึ่งเหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการความคล่องตัวสูงในการลงทุนระยะสั้น
ควรจัดสรรสัดส่วนทองคำในพอร์ตลงทุนเท่าใด?
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้จัดสรรทองคำประมาณห้าถึงสิบห้าเปอร์เซ็นต์ของพอร์ตลงทุนรวม ขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ทองคำช่วยลดความผันผวนของพอร์ตในช่วงวิกฤตเพราะมีความสัมพันธ์ต่ำกับหุ้น และมีความสัมพันธ์บวกกับเงินเฟ้อในระยะยาว ทำให้เป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพสูง
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย











TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文