

บัญชีทุนสนับสนุนคือช่องทางให้เทรดเดอร์ใช้เงินของบริษัทผู้ให้ทุนเทรดและแบ่งกำไร โดยไม่ต้องเสี่ยงเงินของตัวเอง แต่ต้องผ่านการทดสอบความสามารถก่อนได้รับบัญชีจริง นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
บัญชีทุนสนับสนุนคืออะไร ทำความเข้าใจตั้งแต่ต้น
บัญชีทุนสนับสนุนหรือที่หลายคนเรียกว่า Funded Account เป็นรูปแบบการให้ทุนเทรดที่บริษัทผู้ให้ทุนจะประเมินความสามารถของเทรดเดอร์ผ่านการสอบจำลองสถานการณ์ ถ้าเทรดเดอร์ทำกำไรได้ตามเป้าและไม่ทำขาดทุนเกินกำหนด ก็จะได้รับบัญชีที่มีเงินทุนจริงเพื่อเทรดและแบ่งกำไรกับบริษัท
แนวคิดนี้เกิดขึ้นเพราะตลาดการเทรดมีคนที่มีฝีมือแต่ไม่มีทุนพอ ในขณะเดียวกันบริษัทผู้ให้ทุนก็ต้องการคนเก่งมาเทรดเงินของตนเพื่อสร้างผลตอบแทน จึงเกิดเป็นธุรกิจที่ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์ ฝั่งเทรดเดอร์ได้เงินทุนเทรดโดยไม่ต้องเสี่ยงเงินตัวเอง ฝั่งบริษัทได้คนเก่งมาสร้างกำไรและแบ่งส่วนต่าง ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
ข้อดีที่ชัดเจนคือเทรดเดอร์ไม่ต้องเอาเงินหลักแสนหรือหลักล้านมาเทรดเอง แค่จ่ายค่าธรรมเนียมสอบไม่กี่ร้อยถึงไม่กี่พันดอลลาร์ ถ้าสอบผ่านก็จะได้จัดการเงินทุนตั้งแต่ห้าหมื่นถึงสองแสนดอลลาร์ และถ้าทำกำไรได้จริงก็จะได้รับการถอนเงินออกมาตามสัดส่วนที่ตกลงกันไว้ ส่วนใหญ่จะแบ่งกำไรให้เทรดเดอร์ร้อยละแปดสิบถึงเก้าสิบ
ขั้นตอนการสอบเพื่อรับบัญชีทุนสนับสนุน
การสอบบัญชีทุนสนับสนุนส่วนใหญ่จะแบ่งเป็นสองขั้นตอน ขั้นตอนแรกเป็นการทดสอบทักษะ ส่วนขั้นตอนที่สองเป็นการยืนยันผลลัพธ์ก่อนได้รับบัญชีจริง แต่ละขั้นตอนจะมีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดและต้องปฏิบัติตามทุกข้อ
ขั้นตอนแรกมักกำหนดเป้าหมายกำไรไว้ที่ร้อยละแปดของเงินทุน โดยให้เวลาประมาณสามสิบวันทำการ ถ้าทำกำไรถึงเป้าก่อนหมดเวลาก็จะผ่านเข้าขั้นตอนที่สอง ซึ่งจะกำหนดเป้ากำไรเพิ่มอีกร้อยละห้า รวมเป็นร้อยละสิบสามจากเงินทุนเริ่มต้น ขั้นตอนที่สองนี้ก็ให้เวลาเท่ากับขั้นตอนแรก
สิ่งสำคัญที่หลายคนมองข้ามคือการจัดการความเสี่ยงระหว่างการสอบ บางคนทำกำไรได้ร้อยละแปดในสัปดาห์แรกแต่ก็ทำขาดทุนจนแตะขีดจำกัดในสัปดาห์ต่อมา การสอบผ่านไม่ใช่แค่เรื่องทำกำไรให้ได้ แต่ต้องทำได้โดยไม่ทำขาดทุนเกินกว่าที่กำหนดด้วย ดังนั้นการวางแผนขนาดล็อตและการตั้งจุดตัดขาดทุนจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
กฎขาดทุนที่ต้องรู้ก่อนเริ่มสอบ
กฎขาดทุนมีสองข้อหลักที่ทุกบริษัทใช้เหมือนกัน ข้อแรกคือขาดทุนสูงสุดในวันเดียว ส่วนใหญ่กำหนดไว้ที่ร้อยละห้าของเงินทุน ข้อที่สองคือขาดทุนสะสมรวมตั้งแต่เริ่มสอบจนถึงปัจจุบัน มักกำหนดไว้ที่ร้อยละสิบของเงินทุน ถ้าไปแตะขีดจำกัดข้อใดข้อหนึ่งบัญชีสอบจะหมดอายุทันที
การเลือกประเภทบัญชีสอบให้เหมาะกับตัวเอง
บริษัทผู้ให้ทุนส่วนใหญ่จะมีบัญชีสอบสองประเภทให้เลือก ประเภทแรกมีจำกัดเวลาสอบสามสิบวัน ถ้าทำกำไรไม่ถึงเป้าภายในเวลาที่กำหนดก็ตกสอบ ประเภทที่สองไม่จำกัดเวลา จะใช้เวลานานเท่าไรก็ได้จนกว่าจะทำกำไรถึงเป้า แต่ค่าธรรมเนียมสอบจะแพงกว่าประเภทแรก
การคำนวณกำไรขาดทุนและขนาดล็อตในบัญชีทุนสนับสนุน
การคำนวณขนาดล็อตและการประเมินกำไรขาดทุนเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับการสอบบัญชีทุนสนับสนุน เพราะขีดจำกัดการขาดทุนถูกกำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์ของเงินทุน เทรดเดอร์ต้องรู้ว่าแต่ละล็อตที่เปิดสถานะจะมีผลต่อยอดขาดทุนอย่างไร
มาดูตัวอย่างการคำนวณจริง สมมติเราสอบบัญชีทุนหนึ่งแสนดอลลาร์ กฎขาดทุนสูงสุดในวันเดียวคือร้อยละห้าเท่ากับห้าพันดอลลาร์ กฎขาดทุนสะสมรวมคือร้อยละสิบเท่ากับหมื่นดอลลาร์ ถ้าเราเทรดคู่ยูโรดอลลาร์ที่ราคา 1.0850 โดยใช้ล็อตขนาดมาตรฐานหนึ่งล็อต ค่าพิปจะเท่ากับสิบดอลลาร์ต่อพิป
ถ้าเราเปิดสถานะขายยูโรดอลลาร์หนึ่งล็อตที่ราคา 1.0850 และตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 1.0890 ระยะห่างยี่สิบพิปจะเท่ากับความเสี่ยงขาดทุนสองร้อยดอลลาร์ ถ้าราคาวิ่งไปที่จุดตัดขาดทุนเราจะขาดทุนสองร้อยดอลลาร์ คิดเป็นร้อยละสองของวงเงินขาดทุนสูงสุดในวันเดียวที่อนุญาต แปลว่าเราสามารถเปิดสถานะแบบนี้ได้ห้าครั้งพร้อมกันก่อนจะแตะขีดจำกัดขาดทุนประจำวัน แต่ถ้าเราใช้ล็อตสองล็อต ความเสี่ยงจะเพิ่มเป็นสี่ร้อยดอลลาร์ต่อสถานะ คิดเป็นร้อยละแปดของวงเงินขาดทุนประจำวัน ทำให้เหลือพื้นที่ผิดพลาดน้อยลง
ลองคำนวณสถานการณ์จริงเพิ่มอีกกรณี สมมติเราเปิดสถานะซื้อทองคำหนึ่งล็อตที่ราคา 2,050 ดอลลาร์ต่อนซ์ ตั้งเป้าหมายกำไรที่ 2,065 ดอลลาร์ และตั้งจุดตัดขาดทุนที่ 2,044 ดอลลาร์ ระยะตัดขาดทุนหกดอลลาร์คิดเป็นหกสิบดอลลาร์ต่อล็อต ระยะเป้าหมายกำไรสิบห้าดอลลาร์คิดเป็นหนึ่งร้อยห้าสิบดอลลาร์ต่อล็อต ถ้าราคาไปถึงเป้าหมายเราจะได้กำไรหนึ่งร้อยห้าสิบดอลลาร์ คิดเป็นร้อยละศูนย์จุดหนึ่งห้าของเงินทุนหนึ่งแสนดอลลาร์ ต้องทำกำไรแบบนี้ประมาณห้าสิบสี่ครั้งจึงจะถึงเป้าหมายกำไรร้อยละแปดที่กำหนดไว้
ตารางเปรียบเทียบขนาดบัญชีทุนสนับสนุน
| ขนาดทุน | ค่าธรรมเนียมสอบ | ขาดทุนสูงสุดต่อวัน | เป้าหมายกำไรขั้นตอนแรก |
|---|---|---|---|
| 10,000 ดอลลาร์ | 99 ดอลลาร์ | 500 ดอลลาร์ | 800 ดอลลาร์ |
| 50,000 ดอลลาร์ | 349 ดอลลาร์ | 2,500 ดอลลาร์ | 4,000 ดอลลาร์ |
| 100,000 ดอลลาร์ | 549 ดอลลาร์ | 5,000 ดอลลาร์ | 8,000 ดอลลาร์ |
| 200,000 ดอลลาร์ | 1,099 ดอลลาร์ | 10,000 ดอลลาร์ | 16,000 ดอลลาร์ |
กฎเกณฑ์ที่ต้องรู้เมื่อได้รับบัญชีจริงแล้ว
เมื่อสอบผ่านและได้รับบัญชีจริง กฎเกณฑ์จะเปลี่ยนไปจากตอนสอบ บัญชีจริงไม่มีเป้าหมายกำไรที่ต้องทำให้ได้ แต่ยังคงมีกฎขาดทุนสูงสุดในวันเดียวและขาดทุนสะสมเหมือนเดิม ส่วนใหญ่จะลดขีดจำกัดลงเล็กน้อยเพื่อให้เทรดเดอร์ระมัดระวังมากขึ้น
การถอนเงินกำไรจากบัญชีจริงสามารถทำได้ทุกสิบสี่วันสำหรับการถอนครั้งแรก และสามารถถอนได้ทุกเจ็ดวันหลังจากนั้น สัดส่วนการแบ่งกำไรจะอยู่ที่ร้อยละแปดสิบให้เทรดเดอร์และร้อยละยี่สิบให้บริษัท บางบริษัทเพิ่มสัดส่วนให้เทรดเดอร์เป็นร้อยละเก้าสิบหากเทรดได้กำไรต่อเนื่องสามเดือนซ้อน
สิ่งที่ต้องระวังในบัญชีจริงคือการเทรดช่วงข่าวใหญ่ เช่นการประกาศดอกเบี้ยของธนาคารกลางหรือตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร บางบริษัทห้ามเปิดสถานะใหม่สามสิบนาทีก่อนและหลังข่าวออก ถ้าฝ่าฝืนก็อาจโดนยกเลิกบัญชีและริบกำไรทั้งหมด นอกจากนี้การถือสถานะข้ามสุดสัปดาห์ก็ถูกจำกัดในบางบริษัทเพื่อลดความเสี่ยงจากช่องว่างราคา
การจัดการความเสี่ยงในบัญชีจริง
การจัดการความเสี่ยงในบัญชีจริงต้องเข้มงวดกว่าตอนสอบ เพราะเงินทุนเป็นเงินจริงของบริษัท ควรใช้ความเสี่ยงต่อสถานะไม่เกินร้อยละหนึ่งของเงินทุน สำหรับบัญชีหนึ่งแสนดอลลาร์ก็คือไม่เกินหนึ่งพันดอลลาร์ต่อสถานะ การใช้ความเสี่ยงในระดับนี้จะทำให้เราสามารถผิดพลาดได้หลายครั้งโดยไม่แตะขีดจำกัดการขาดทุน
การขยายขนาดบัญชีหลังจากทำกำไรต่อเนื่อง
บริษัทผู้ให้ทุนบางแห่งมีนโยบายขยายขนาดบัญชีให้เทรดเดอร์ที่ทำกำไรต่อเนื่อง โดยจะเพิ่มเงินทุนให้ร้อยละยี่สิบห้าของขนาดเดิมทุกสี่เดือน ถ้าเริ่มจากบัญชีหนึ่งแสนดอลลาร์และทำกำไรต่อเนื่องสี่เดือน ขนาดบัญชีจะเพิ่มเป็นหนึ่งแสนสองหมื่นห้าพันดอลลาร์ และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกสี่เดือนถ้ายังรักษาผลการเทรดได้ดี
วิธีเลือกบริษัทผู้ให้ทุนให้ปลอดภัย
การเลือกบริษัทผู้ให้ทุนเป็นเรื่องสำคัญเพราะมีบริษัทที่ไม่น่าไว้วางใจอยู่หลายแห่ง ต้องตรวจสอบประวัติการจ่ายเงินกำไรย้อนหลังอย่างน้อยสองปี ดูว่ามีเทรดเดอร์จริงที่ได้รับเงินถอนและมีหลักฐานการโอนเงินที่ชัดเจน หลีกเลี่ยงบริษัทที่เพิ่งเปิดใหม่และยังไม่มีประวัติการจ่ายเงิน
ควรเลือกบริษัทที่มีความโปร่งใสในการทำงาน มีการเปิดเผยข้อมูลบริษัท ที่ตั้งสำนักงาน และทีมงานที่ชัดเจน บริษัทที่ดีจะมีช่องทางการสื่อสารกับลูกค้าที่ตอบกลับเร็วและมีบทวิจารณ์จากผู้ใช้จริงที่เป็นบวก ควรระวังบริษัทที่สัญญาผลตอบแทนสูงผิดปกติหรือไม่มีกฎเกณฑ์ชัดเจน
อีกสิ่งที่ต้องพิจารณาคือแพลตฟอร์มการเทรดที่บริษัทรองรับ ส่วนใหญ่จะรองรับเมตาเทรดเดอร์ 4 และ 5 แต่บางบริษัทรองรับแพลตฟอร์มอื่นด้วย ควรเลือกบริษัทที่รองรับแพลตฟอร์มที่เราคุ้นเคยและมีสภาพคล่องราคาที่ดี การเทรดในแพลตฟอร์มที่ไม่คุ้นเคยอาจทำให้การตัดสินใจผิดพลาดได้ง่าย
สัญญาณเตือนบริษัทที่ไม่น่าไว้วางใจ
สัญญาณเตือนที่ชัดเจนคือบริษัทที่ปฏิเสธการถอนเงินโดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน หรือหาเหตุผลมาอ้างเพื่อไม่จ่ายเงิน เช่นกล่าวหาว่าเทรดเดอร์ใช้กลยุทธ์ต้องห้ามโดยไม่มีหลักฐาน นอกจากนี้บริษัทที่เปลี่ยนกฎเกณฑ์บ่อยครั้งโดยไม่แจ้งล่วงหน้าก็เป็นสัญญาณว่าอาจไม่น่าไว้วางใจ ควรอ่านเงื่อนไขการใช้บริการให้ละเอียดก่อนสมัคร
ข้อผิดพลาดที่ทำให้สอบตกและวิธีหลีกเลี่ยง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการเปิดสถานะใหญ่เกินไปเพราะอยากผ่านสอบเร็ว หลายคนใช้ล็อตสองถึงสามล็อตในบัญชีหนึ่งแสนดอลลาร์ทั้งที่ควรใช้ไม่เกินหนึ่งล็อตต่อสถานะ ผลคือเมื่อราคาวิ่งตรงข้ามกับสถานะไม่กี่พิปก็แตะขีดจำกัดการขาดทุนในวันเดียวทันที วิธีหลีกเลี่ยงคือกำหนดขนาดล็อตให้ความเสี่ยงต่อสถานะไม่เกินร้อยละหนึ่งของเงินทุนและยึดมั่นกับกฎนี้ทุกครั้ง
ข้อผิดพลาดอีกอย่างคือการเทรดโดยไม่มีแผน บางคนเปิดสถานะตามความรู้สึกโดยไม่มีจุดเข้าและจุดออกที่ชัดเจน เมื่อราคาวิ่งไม่เป็นไปตามคาดก็ไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไร จนกลายเป็นการถือสถานะขาดทุนไว้นานเกินไป วิธีแก้คือต้องมีระบบการเทรดที่ชัดเจน กำหนดจุดเข้า จุดตัดขาดทุน และเป้าหมายกำไรก่อนเปิดสถานะทุกครั้ง
การไม่ยอมรับความผิดพลาดก็เป็นปัญหาใหญ่ เมื่อขาดทุนหลายสถานะติดต่อกัน หลายคนพยายามเอาคืนโดยเปิดสถานะใหญ่ขึ้นหรือเพิ่มจำนวนสถานะ ผลคือขาดทุนสะสมเพิ่มขึ้นจนแตะขีดจำกัด วิธีหลีกเลี่ยงคือกำหนดว่าถ้าขาดทุนกี่สถานะต่อวันจะหยุดเทรดทันที ไม่มีข้อยกเว้น การหยุดพักเพื่อปรับสภาพจิตใจดีกว่าการพยายามเอาคืนจนเสียหมด
การวางแผนการเทรดรายวันให้มีระเบียบ
การวางแผนรายวันช่วยให้การเทรดมีระเบียบและลดความผิดพลาด ควรเริ่มต้นด้วยการดูตารางข่าวของวันนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงที่มีข่าวใหญ่ จากนั้นวิเคราะห์คู่เงินที่จะเทรดและกำหนดสถานการณ์ที่เป็นไปได้ ถ้าราคาเป็นไปตามสถานการณ์ที่วางไว้ก็เปิดสถานะตามแผน ถ้าไม่ใช่ก็รอโอกาสถัดไป
บทสรุป การใช้บัญชีทุนสนับสนุนอย่างยั่งยืน
บัญชีทุนสนับสนุนเป็นโอกาสดีสำหรับเทรดเดอร์ที่มีฝีมือแต่ขาดทุน แต่ไม่ใช่ทางลัดให้รวยเร็ว การสอบผ่านต้องอาศัยความสามารถและระเบียบวินัยจริง ๆ ไม่ใช่แค่โชค ถ้าคิดจะเข้าสอบต้องเตรียมตัวให้พร้อมทั้งเรื่องความรู้และจิตใจ
สิ่งสำคัญที่สุดคือการจัดการความเสี่ยง ถ้าควบคุมความเสี่ยงได้ก็มีโอกาสสอบผ่านและทำกำไรในบัญชีจริงได้ แต่ถ้าปล่อยให้ความโลภควบคุมการตัดสินใจ สุดท้ายก็จะเสียค่าธรรมเนียมสอบไปกับบัญชีที่ไม่สามารถผ่านได้ จงจำไว้ว่าการรักษาเงินทุนสำคัญกว่าการทำกำไร ถ้าเงินทุนยังอยู่ก็ยังมีโอกาสเทรดต่อไปได้
สำหรับผู้ที่สนใจ ควรเริ่มจากการเรียนรู้พื้นฐานการเทรดให้แน่นก่อน แล้วค่อยสมัครสอบบัญชีขนาดเล็กก่อน เช่นขนาดห้าหมื่นดอลลาร์ เพื่อทดสอบความพร้อมของตัวเอง เมื่อผ่านและทำกำไรได้จริงค่อยขยายไปสู่ขนาดที่ใหญ่ขึ้น การก้าวกระโดดมักนำมาซึ่งความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น การก้าวทีละขั้นจะปลอดภัยกว่าและสามารถสร้างรายได้จากการเทรดได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
บัญชีทุนสนับสนุนคืออะไรและมันมีประโยชน์อย่างไร
บัญชีทุนสนับสนุนคือเงินทุนที่บริษัทผู้ให้ทุนจัดสรรให้เทรดเดอร์ที่ผ่านการทดสอบความสามารถมาแล้ว โดยเทรดเดอร์ไม่ต้องเสี่ยงเงินของตัวเอง ถ้าทำกำไรได้จะได้รับการแบ่งส่วนต่างตามสัดส่วนที่ตกลงกันไว้ ประโยชน์หลักคือช่วยให้คนที่มีฝีมือแต่ไม่มีทุนสามารถเทรดได้โดยไม่ต้องลงทุนด้วยเงินก้อนใหญ่
ต้องสอบกี่ขั้นตอนถึงจะได้รับบัญชีทุนจริง
ส่วนใหญ่จะแบ่งเป็นสองขั้นตอน ขั้นตอนแรกจะกำหนดเป้ากำไรและให้เวลาจำกัด ถ้าทำกำไรถึงเป้าก่อนหมดเวลาก็จะผ่านเข้าขั้นตอนที่สอง ขั้นตอนที่สองจะเพิ่มเป้ากำไรอีกส่วนหนึ่งเพื่อยืนยันผลลัพธ์ก่อนมอบบัญชีจริงให้ ต้องผ่านทั้งสองขั้นตอนโดยไม่ทำขาดทุนเกินกว่าที่กำหนด
กฎขาดทุนที่ต้องระวังมากที่สุดมีอะไรบ้าง
กฎขาดทุนมีสองข้อหลักคือขาดทุนสูงสุดในวันเดียวและขาดทุนสะสมตั้งแต่เริ่มสอบ ส่วนใหญ่จะกำหนดขาดทุนรายวันไว้ที่ร้อยละห้าและขาดทุนสะสมที่ร้อยละสิบของเงินทุน ถ้าไปแตะขีดจำกัดข้อใดข้อหนึ่งบัญชีสอบจะหมดอายุทันที ดังนั้นการวางแผนขนาดล็อตและการตั้งจุดตัดขาดทุนจึงสำคัญที่สุด
เมื่อผ่านการสอบแล้วสามารถถอนเงินได้ทันทีไหม
เมื่อผ่านการสอบและได้รับบัญชีทุนจริง เทรดเดอร์สามารถเริ่มเทรดและสะสมกำไรได้ทันที การถอนเงินส่วนใหญ่จะกำหนดให้ถอนได้ตามรอบเวลาที่บริษัทกำหนด เช่นรายสองสัปดาห์หรือรายเดือน โดยจะได้รับเงินส่วนแบ่งกำไรตามสัดส่วนที่ตกลงกันไว้ซึ่งมักจะอยู่ที่ร้อยละแปดสิบถึงเก้าสิบ
ควรเลือกบัญชีสอบแบบจำกัดเวลาหรือแบบไม่จำกัดเวลาดี
ขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดของแต่ละคน ถ้าเป็นคนที่เทรดบ่อยและมั่นใจว่าทำกำไรถึงเป้าได้ในเวลาอันสั้น บัญชีจำกัดเวลาจะเหมาะเพราะค่าธรรมเนียมถูกกว่า แต่ถ้าชอบเทรดนานและไม่ต้องการกดดันเรื่องเวลา บัญชีไม่จำกัดเวลาจะตอบโจทย์มากกว่าแม้ค่าสอบจะแพงกว่าก็ตาม
อ่านเพิ่มเติม
- ▸ เทคนิคเทรด Turtle Soup False Breakout Forex 20-Day อย่างมืออาชีพ
- ▸ NFP Non-Farm Payroll วิธีเทรดข่าว US Jobs Forex อย่างมืออาชีพ
- ▸ เทคนิคเลือกโบรกเกอร์เทรดทองคำ XAU ที่ดีที่สุด ประจำปี 2569
- ▸ เจาะลึก Ichimoku Cloud วิธีใช้ Kumo Tenkan Kijun Chikou เทรด
- ▸ เจาะลึก ICT Model 2022 คู่มือวิธีเทรด Complete Entry Framework
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย







TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文