Leverage Forex เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถเทรดด้วยมูลค่าที่มากกว่าเงินทุนที่มีอยู่จริง อย่างไรก็ตาม การใช้ Leverage ผิดวิธีสามารถทำให้บัญชีของคุณหายไปอย่างรวดเร็วได้ บทความนี้จะอธิบายว่า Leverage คืออะไร ควรใช้เท่าไหร่ และวิธีจัดการความเสี่ยงอย่างไรให้หมดจดสำหรับเทรดเดอร์ไทยในปี 2568
- Leverage Forex คืออะไร ความหมายและพื้นฐาน
- ระดับ Leverage ที่เหมาะสมสำหรับเทรดเดอร์แต่ละระดับ
- วิธีการคำนวณ Risk-to-Reward ด้วย Leverage
- วิธีจัดการเงินและตั้ง จุดตัดขาดทุน เมื่อใช้ Leverage
- สภาวะ Margin Call และ Liquidation เกิดขึ้นเมื่อไร
- เทคนิคระดับสูง Leverage Scaling และ Partial Profit Taking
- คำถามที่พบบ่อย


Leverage Forex คืออะไร ความหมายและพื้นฐาน
Leverage ในตลาด Forex หมายถึงการยืมเงินจากบ่อกเพื่อให้คุณสามารถเทรดได้ด้วยจำนวนเงินที่มากกว่าเงินประกันตัว (Margin) ที่คุณมี หากคุณมีเงินตั้งต้น 1,000 ดอลลาร์ และเลือกใช้ Leverage 1:50 เมื่อนั้นคุณจะสามารถเทรดได้ถึง 50,000 ดอลลาร์ บ่อกเกอร์จะให้ยืมเงินส่วนต่างไป
ประโยชน์ของ Leverage คือช่วยให้คุณสามารถทำกำไรได้มากขึ้นจากการเคลื่อนไหวของราคาที่เล็กน้อย ตัวอย่างเช่น หากคู่เงิน EUR/USD เคลื่อนไหวขึ้น 1% คุณอาจทำกำไรได้ 50% ของเงินทุนหากใช้ Leverage 1:50 อย่างไรก็ตาม นี่คือดาบสองคม เพราะการขาดทุนของคุณก็จะเพิ่มมากขึ้นในลักษณะเดียวกัน
ในตลาด Forex ที่มีความเสี่ยงสูง Leverage ถือเป็นเครื่องมือที่ใช้ได้ทั่วไป แต่ต้องมีความเข้าใจลึกเกี่ยวกับวิธีการใช้ และคุณต้องมีแผนจัดการความเสี่ยงที่ชัดเจนไว้เสมอ
ระดับ Leverage ที่เหมาะสมสำหรับเทรดเดอร์แต่ละระดับ
การเลือก Leverage ต้องคำนึงถึงประสบการณ์ของคุณและปริมาณเงินทุนที่มี มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มเรียนรู้การเทรด Forex ควรเริ่มต้นด้วย Leverage ต่ำ ประมาณ 1:10 หรือ 1:20 เท่านั้น ในระดับนี้ คุณจะมีพื้นที่กว้างขึ้นสำหรับการเคลื่อนไหวของราคาก่อนที่บัญชีของคุณจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณเรียนรู้ว่าวิธีการจัดการเงินและความเสี่ยงควรเป็นอย่างไร
สำหรับเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์บ้าง (ประมาณ 6 เดือนขึ้นไป) สามารถใช้ Leverage ระหว่าง 1:30 ถึง 1:50 ได้ อย่างไรก็ตาม ต้องมีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดในการจัดการเงิน และต้องมีการวิเคราะห์ตลาดที่ดีก่อนทำการเทรดแต่ละครั้ง
เทรดเดอร์มืออาชีพที่มีประสบการณ์หลายปีอาจใช้ Leverage สูงมากถึง 1:100 หรือมากกว่าได้ แต่พวกเขาจะใช้ร่วมกับกระบวนการ การบริหารความเสี่ยง ที่มีความเข้มงวดอย่างยิ่ง และมีประสบการณ์ในการอ่านตลาดและจัดการอารมณ์ในการเทรด
| ระดับเทรดเดอร์ | Leverage ที่แนะนำ | จำนวนเงิน Risk ต่อเทรด | ข้อมูลเพิ่มเติม |
|---|---|---|---|
| มือใหม่ (0-6 เดือน) | 1:10 – 1:20 | 1-2% ของเงินทุน | เน้นการเรียนรู้ และไม่ควรมองหากำไรใหญ่ |
| เทรดเดอร์ระดับกลาง (6 เดือน – 2 ปี) | 1:30 – 1:50 | 1.5-2.5% ของเงินทุน | ต้องมีระบบวิเคราะห์ที่ชัดเจน |
| เทรดเดอร์มืออาชีพ (2 ปีขึ้นไป) | 1:50 – 1:100 | 1-3% ของเงินทุน | มี การบริหารความเสี่ยง ที่เข้มงวด |
| เทรดเดอร์ที่ใช้ Leverage สูง | 1:100+ | 1% หรือน้อยกว่า | ต้องควบคุมความเสี่ยงอย่างเด็ดขาด |
วิธีการคำนวณ Risk-to-Reward ด้วย Leverage
การคำนวณ Risk-to-Reward คือหนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดเมื่อคุณใช้ Leverage ให้สูง Risk-to-Reward หมายถึงอัตราส่วนระหว่างจำนวนเงินที่คุณยอมรับที่จะเสีย (Risk) กับจำนวนเงินที่คุณคาดว่าจะได้รับ (Reward) ตัวอย่างเช่น หากคุณตั้ง จุดตัดขาดทุน ห่างจากราคาเข้าไทร่ 50 จุด (Pips) และคาดว่าราคาจะขึ้นไป 100 จุด ระหว่าง จุดทำกำไร กับ จุดตัดขาดทุน นี้ Risk-to-Reward ของคุณคือ 1:2

ลองมาดูตัวอย่างการคำนวณกำไรขาดทุนตามจริง สมมติว่าคุณมีบัญชี 10,000 บาท และใช้ Leverage 1:50 เมื่อเข้าเหตุการณ์ที่ EUR/USD ที่ 1.1000 เมื่อคุณนำเงินของคุณ 10,000 บาทคูณด้วย 50 จะได้ 500,000 บาท มูลค่าของการเปลี่ยนแปลงราคา 100 จุด (0.0100) จะเท่ากับ 5,000 บาท ดังนั้นการเคลื่อนไหวเพียง 100 จุดจะมีผลกระทบต่อบัญชีของคุณ 50% ที่หากคุณตั้ง จุดตัดขาดทุน ที่ 1.0900 (100 จุด) คุณจะขาดทุน 5,000 บาท แต่หากราคาเพิ่มขึ้นไป 1.1100 (100 จุด) คุณจะทำกำไร 5,000 บาท
ด้วย Leverage ที่สูง จำนวนจุดที่น้อยก็สามารถส่งผลต่อบัญชีของคุณได้อย่างมหาศาล นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม การบริหารความเสี่ยง จึงสำคัญมากมายเมื่อใช้ Leverage สูง คุณต้องมั่นใจว่า Risk-to-Reward ของคุณอยู่ในสัดส่วนที่ดี มักจะไม่น้อยกว่า 1:2 หรือดีกว่านั้นคือ 1:3
วิธีจัดการเงินและตั้ง จุดตัดขาดทุน เมื่อใช้ Leverage
ประการแรก คุณต้องตัดสินใจว่าต่อเทรดเดียว คุณยอมรับให้เสีย 1% 2% หรือ 3% ของเงินทุน ขอแนะนำให้เทรดเดอร์ส่วนใหญ่เก็บไว้ที่ 1-2% เท่านั้น นี่คือกฎพื้นฐานของการเทรด หากคุณมี 10,000 บาท และตัดสินใจเสีย 1% คุณควรเสีย 100 บาทต่อเทรด
หลังจากที่คุณรู้ว่าคุณยอมรับให้เสีย 100 บาท ต่อไปคุณต้องคำนวณว่าควรตั้ง จุดตัดขาดทุน ที่ระดับไหน สมมติว่าคุณเข้าเหตุการณ์ EUR/USD ที่ 1.1000 และมีการวิเคราะห์ที่บอกว่าราคาควรขาดมูลค่าหากไปต่ำกว่า 1.0950 (50 จุด) ในกรณีนี้ คุณรู้ว่า จุดตัดขาดทุน ควรไว้ที่ 1.0950 ระยะห่าง 50 จุด นี่ความหมายว่าคุณควรเปิด Position ด้วย Volume ที่ถ้า จุดตัดขาดทุน ที่ตั้งไว้ถูกกระทบ คุณจะเสียเพียง 100 บาท
คำนวณจาก จุดตัดขาดทุน Distance × Lot Size × ค่าต่อจุด = ความเสี่ยง โดยการลองผิดลองถูกหลายครั้ง คุณจะหาได้ว่า ขนาดสถานะ ที่เหมาะสมควรเป็นเท่าไหร่ เมื่อ Leverage สูง ขนาดสถานะ จะต้องน้อยลง เพราะการเคลื่อนไหวเล็กน้อยของราคาก็มีอิทธิพลใหญ่ต่อบัญชี
สภาวะ Margin Call และ Liquidation เกิดขึ้นเมื่อไร
Margin Level คือสัดส่วนของเงินที่มีความพร้อมในการเทรด (Margin Available) เทียบกับเงินที่ใช้ไปแล้ว (Used Margin) บ่อกเกอร์ส่วนใหญ่จะบังคับปิดเหตุการณ์ของคุณเมื่อ Margin Level ลดลงไปถึง 50% อย่างไรก็ตาม บางบ่อกเกอร์อาจมีระดับที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น ระดับ 100% หรือ 20% การปิดเหตุการณ์นี้เรียกว่า Liquidation
เมื่อเกิด Margin Call ขึ้นมา บ่อกเกอร์จะส่งข้อความแจ้งให้คุณทราบว่าเงิน Margin ของคุณกำลังจะไม่พอแล้ว คุณมีสองตัวเลือก แรก คุณสามารถฝากเงินเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุน Margin ได้ หรือสอง คุณสามารถปิดเหตุการณ์ของคุณได้ด้วยตนเองเพื่อให้ได้รับเงินกลับคืน
หากคุณไม่ดำเนินการใด ๆ บ่อกเกอร์จะบังคับปิดเหตุการณ์ของคุณโดยอัตโนมัติ ซึ่งอาจปิดด้วยราคาที่ไม่ดี ในกรณีที่ตลาดมีความผันผวนสูงมาก ราคาอาจกระโดดข้ามจุดที่คุณตั้ง จุดตัดขาดทุน เนื่องจากไม่มี Liquidity พอในการจัดการเทรด ทำให้ขาดทุนของคุณเกิน 100% ได้
เทคนิคระดับสูง Leverage Scaling และ Partial Profit Taking
เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์มักจะใช้ระบบเรียกว่า Leverage Scaling ซึ่งหมายถึงการเพิ่ม Position ขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อตลาดเคลื่อนไหวในทิศทางของเรา โดยแต่ละครั้งที่เพิ่ม Position ราคาจะอยู่ที่ระดับที่ดีขึ้น และ Leverage Effective ของเรากำลังลดลง เนื่องจากราคาเข้าไทร่ของ Position ที่เก่าช่วยรองรับความเสี่ยง
อีกเทคนิคหนึ่งคือ Partial Profit Taking ซึ่งหมายถึงการปิดเพียงบางส่วนของ Position เมื่อตลาดเคลื่อนไหวมาถึงจุดที่ได้กำไรแล้ว ตัวอย่างเช่น คุณเข้า 10 Micro Lot ของ EUR/USD แต่เมื่อราคาขึ้นไป 50 จุด คุณปิดเพียง 5 Lot ไปก่อน ทำให้คุณล็อกกำไรและลดความเสี่ยง ส่วน 5 Lot ที่เหลืออีก 1 ชั่วโมงนั้นยังคงเปิดอยู่เพื่อหาศักยภาพกำไรเพิ่มเติม
เทคนิคเหล่านี้ต้องการให้คุณมีการวิเคราะห์ตลาดที่ชาญฉลาด และความสามารถในการตัดสินใจอย่างรวดเร็วขณะเทรด เป็นเหตุผลที่มือใหม่ไม่ควรลองเทคนิคเหล่านี้จนกว่าตนจะมีประสบการณ์เพียงพอแล้ว
ข้อผิดพลาดที่ต้องหลีกเลี่ยงเมื่อใช้ Leverage Forex
ข้อผิดพลาดแรกที่เทรดเดอร์มือใหม่มักทำคือการใช้ Leverage สูงเกินไปตั้งแต่ตอนเริ่มต้น พวกเขามองว่า Leverage ทั้งหมดคือโอกาส แต่ลืมไปว่ามันเป็นความเสี่ยงด้วยเช่นกัน การใช้ Leverage 1:100 ตั้งแต่ต้น เมื่อบัญชีของคุณยังเล็ก ถือเป็นการต้องการฆ่าตัวตายผ่านการเทรด
ข้อผิดพลาดที่สองคือการไม่ตั้ง จุดตัดขาดทุน ให้ชัดเจน หรือตั้ง จุดตัดขาดทุน สูงเกินไป ความเสี่ยงต้องขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์ของคุณ หากการวิเคราะห์บอกว่าราคาควรจะขาดมูลค่าหากลงต่ำกว่า 1.0950 จุดตัดขาดทุน ควรตั้งไว้ที่นั่น ไม่ใช่ที่ 1.0900 เพราะการขยายขอบ จุดตัดขาดทุน มากเกินไปจะทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
ข้อผิดพลาดที่สามคือการ Override จุดตัดขาดทุน และสิ่งนี้เรียกว่า “Moving จุดตัดขาดทุน” ในทางที่ไม่ดี เมื่อเทรดของคุณเข้าข่าย จุดตัดขาดทุน แล้ว คุณกลับไม่ปิด แต่เปลี่ยน จุดตัดขาดทุน ไปไกลกว่าเดิม คิดว่าตลาดจะกลับมาเพื่อให้คุณบินออกมา วิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดเพื่อจำหน่ายบัญชีของคุณ
ข้อผิดพลาดสุดท้ายคือการเทรดเมื่ออารมณ์บิดเบือน หากคุณมีเทรดที่ขาดทุน คุณอาจหวังว่าจะได้คืนเงินกลับมาด้วยการเทรดใหญ่ขึ้น นี่เรียกว่า “การเทรดแก้แค้น” และมันมักจะทำให้สถานการณ์แย่ลงอีก
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
Leverage Forex ที่ 1:50 หมายความว่าอะไรในภาษาง่าย ๆ
Leverage 1:50 หมายถึงคุณสามารถเทรดได้ด้วยเงิน 50 เท่าของเงินประกัน (Margin) ที่คุณฝากไว้ ตัวอย่างเช่น หากคุณมีเงิน 1,000 ดอลลาร์ คุณสามารถเทรดได้ถึง 50,000 ดอลลาร์ บ่อกเกอร์จะให้ยืมเงินไปอีก 49,000 ดอลลาร์ ประโยชน์คือกำไรของคุณจะเพิ่มขึ้นอย่างเร็ว แต่ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกันด้วย การใช้ Leverage สูงโดยไม่มีแผน การบริหารความเสี่ยง ที่ดีสามารถทำให้บัญชีของคุณหายไปได้ภายในไม่กี่วัน
เทรดเดอร์มือใหม่ควรใช้ Leverage เท่าไหร่จึงจะปลอดภัยที่สุด
มือใหม่ควรเริ่มต้นด้วย Leverage ต่ำประมาณ 1:10 หรือ 1:20 เท่านั้น ในระดับนี้ คุณจะมีโอกาสเรียนรู้วิธีการเทรดโดยไม่มีความเสี่ยงสูงเกินไป Leverage ต่ำช่วยให้บัญชีของคุณมีพื้นที่กว้างขึ้นในการรับการเคลื่อนไหวของราคา ซึ่งหมายความว่าคุณมีเวลามากขึ้นในการตัดสินใจและจัดการตำแหน่งที่เปิดอยู่ นอกจากนี้การใช้ Leverage ต่ำยังช่วยให้คุณสามารถทดสอบกลยุทธ์การเทรดต่าง ๆ ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่กังวลว่าการขาดทุนจะทำให้เงินทุนหลักของคุณหายไปอย่างรวดเร็ว
ความแตกต่างระหว่าง Leverage 1:30 และ 1:100 มีผลต่อกำไรและขาดทุนอย่างไร
ความแตกต่างหลักคือขนาดของกำไรและขาดทุนที่คุณได้รับจากการเคลื่อนไหวของราคา ตัวอย่างเช่น หากคู่ EUR/USD เคลื่อนไหวขึ้น 10 จุด (Pips) ด้วย Leverage 1:30 คุณอาจได้กำไร 300 ดอลลาร์ แต่ด้วย Leverage 1:100 คุณอาจได้กำไร 1,000 ดอลลาร์จากเงินทุน 1,000 ดอลลาร์เดียวกัน อย่างไรก็ตาม หากราคาเคลื่อนไหวไปในทิศทางตรงกันข้าม 10 จุด คุณก็จะขาดทุนในจำนวนเดียวกัน ดังนั้น Leverage สูงสามารถเพิ่มกำไรได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังสามารถทำให้คุณขาดทุนด้วยความเร็วเดียวกัน
จุดตัดขาดทุน ควรตั้งไว้ที่เท่าไหร่เมื่อใช้ Leverage สูง
เมื่อใช้ Leverage สูง จุดตัดขาดทุน ควรตั้งให้ใกล้กับจุดเข้าของคุณมากขึ้น โดยทั่วไปแล้ว ควรตั้งให้ไม่เกิน 20-30 จุด (Pips) จากจุดเข้าเทรด และสำหรับ Leverage ที่ต่ำกว่า เช่น 1:10-1:20 คุณสามารถตั้ง จุดตัดขาดทุน ห่างออกไปได้มากถึง 50-100 จุด เคล็ดลับเป็นการตั้ง จุดตัดขาดทุน ให้มีความสมดุลระหว่างการปกป้องเงินทุนและให้ห้องแก่ตลาดในการเคลื่อนไหวจากเสียงรบกวน (Market Noise) ประเมินความเสี่ยงของเทรดแต่ละครั้งให้ไม่เกิน 2% ของเงินทุนทั้งหมด
ควรเลิกใช้ Leverage สูงกว่า 1:100 หรือไม่ สำหรับเทรดเดอร์ที่ยังคงเรียนรู้อยู่
ใช่ เทรดเดอร์ที่ยังอยู่ในระยะการเรียนรู้ควรเลี่ยงไม่ใช้ Leverage ที่สูงเกิน 1:100 เพราะความเสี่ยงจะสูงมากเกินไป Leverage ที่สูงเช่นนี้มีประโยชน์สำหรับเทรดเดอร์มืออาชีพที่มีประสบการณ์หลายปี และมีระบบ การบริหารความเสี่ยง ที่เข้มงวดมากเท่านั้น เทรดเดอร์หลายคนที่เพิ่งเริ่มเทรดจะเสียเงินหมดทั้งบัญชีเมื่อใช้ Leverageสูงเนื่องจากการตัดสินใจที่ขาดประสบการณ์และอารมณ์ในการเทรด ดังนั้นการระมัดระวังและการเพิ่ม Leverage อย่างค่อย ๆ เมื่อคุณได้รับประสบการณ์เพิ่มเติมคือวิธีที่ดีที่สุด
อ่านเพิ่มเติม
- ▸ วิเคราะห์อัตราว่างงาน: เทคนิคเทรดทองคำ XAU ให้รวยในปี 2569
- ▸ Dollar Cost Averaging วิธีสร้าง Position ทีละน้อย Forex
- ▸ Swing Trading วิธีถือ Position หลายวัน-สัปดาห์ทำกำไร Forex
- ▸ Premium Discount Zone วิธีหา Cheap Expensive Price SMC Forex
- ▸ เทรดทอง ระยะสั้น 2026 กลยุทธ์ Day Trade XAU/USD ฉบับสมบูรณ์
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย






TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文