Swap คือค่าข้ามคืนที่ทำกำไรหายไปแบบไม่รู้ตัว บทความนี้สอนสูตรคำนวณแบบเข้าใจง่ายสำหรับปี 2026 เพื่อไม่ให้เสียต้นทุนที่ไม่จำเป็น

Swap คืออะไร และทำไมต้องรู้ก่อนเทรดจริง
Swap หรือค่าข้ามคืน คือค่าธรรมเนียมที่โบรกเกอร์เรียกเก็บหรือจ่ายให้เมื่อเทรดเดอร์ถือสถานะเปิดข้ามคืน โดยเป็นผลมาจากการคิดดอกเบี้ยจากอัตราดอกเบี้ยของสกุลเงินคู่นั้นๆ ซึ่งการเข้าใจสิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญมากก่อนเริ่มเทรดจริงเพื่อหลีกเลี่ยงการขาดทุนจากต้นทุนที่ซ่อนอยู่ และช่วยให้วางแผนการถือสถานะได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
Swap คือค่าธรรมเนียมที่เกิดจากการถือเดอร์ข้ามคืน มันคือส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสกุลเงินสองตัวที่เราเทรดด้วยกัน ถ้ารู้จักมันตั้งแต่ต้น ก็จะไม่เสียกำไรไปกับค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
หลายคนเข้ามาเทรด Forex แล้วงง ทำไมพอถือเดอร์ข้ามคืนยอดเงินในบัญชีถึงลดลงไปทีละนิด ทั้งที่ราคายังไม่ขยับไปไหน คำตอบก็คือ Swap นี่แหละครับ มันคือต้นทุนที่โบรกเกอร์เรียกเก็บหรือจ่ายให้เรา เมื่อเรายังคงถือสถานะการซื้อหรือขายคู่เงินไว้เกินเวลา 5 ทุ่มของวันทำการ ตามเวลานิวยอร์ก ซึ่งเป็นเวลาที่ตลาดถือว่าข้ามวันใหม่ ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
สาเหตุที่เกิด Swap ขึ้น เพราะการเทรด Forex แท้จริงแล้วคือการกู้ยืมเงินสกุลหนึ่งไปซื้ออีกสกุลหนึ่ง ดังนั้นเราจึงต้องจ่ายดอกเบี้ยของสกุลที่ยืมมา และได้รับดอกเบี้ยจากสกุลที่ซื้อไว้ ส่วนต่างของดอกเบี้ยทั้งสองนี่แหละที่กลายเป็นค่าข้ามคืน ถ้าสกุลที่เราซื้อมีดอกเบี้ยสูงกว่าสกุลที่ขาย เราก็อาจจะได้รับเงินเพิ่ม แต่ถ้าทำกลับกันเราก็ต้องจ่ายเงินออกไป
ในมุมมองของเมนเทอร์ผมมองว่า การเข้าใจ Swap คือการเข้าใจต้นทุนที่แท้จริงของการเทรด มือใหม่หลายคนมัวแต่ไปกังวลเรื่องสเปรด หรือค่าคอมมิชชั่น แต่ลืมนึกไปว่าการถือเดอร์เป็นสัปดาห์โดยไม่ดูค่าข้ามคืน อาจทำให้กำไรที่ควรได้รับหายไปกับค่าธรรมเนียมที่สะสมตัวทุกวัน ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจถือเดอร์ระยะยาว ต้องดูเรทข้ามคืนของคู่เงินนั้นก่อนเสมอ
สูตรคำนวณ Swap อย่างละเอียดพร้อมตัวอย่าง
การคำนวณ Swap มักอ้างอิงจากอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางของทั้งสองสกุลเงิน คูณด้วยขนาดล็อตและจำนวนวันที่ถือ โดยสูตรพื้นฐานคือ Swap = Lot Size x Swap Rate x Days ตัวอย่างเช่น หากเทรดเดอร์ถือล็อตขายคู่เงินที่มีอัตราข้ามคืนเป็นบวก 1 จุด 2 วัน ก็จะคำนวณได้ตามสูตรเพื่อดูตัวเลขที่แม่นยำก่อนตัดสินใจเทรดเสมอ
การคำนวณค่าข้ามคืนไม่ใช่เรื่องยาก แค่รู้สูตรและเข้าใจตัวแปรที่เกี่ยวข้อง เราก็สามารถประเมินต้นทุนหรือรายได้จากการถือเดอร์ข้ามคืนได้แบบไม่ต้องเดาสุ่ม
สูตรมาตรฐานในการคำนวณค่าข้ามคืนคือ นำขนาดล็อตคูณด้วยขนาดสัญญา คูณด้วยอัตรา Swap ที่โบรกเกอร์กำหนด แล้วหารด้วยอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันของคู่เงินนั้น สูตรนี้จะให้ผลลัพธ์เป็นสกุลเงินหลักของบัญชีเรา แต่ละโบรกเกอร์อาจแสดงผลตัวเลข Swap ในหน่วยที่ไม่เหมือนกัน บางเจ้าแสดงเป็นจุด บางเจ้าแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ เราต้องดูให้แน่ใจว่าเรากำลังคำนวณตัวเลขจากหน่วยที่ถูกต้อง
ตัวแปรสำคัญที่เราต้องรู้คือ อัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางของสกุลเงินต้นทางและปลายทาง ยิ่งส่วนต่างของดอกเบี้ยมากเท่าไหร่ ค่าข้ามคืนก็จะยิ่งสูงตามไปด้วย ตัวอย่างเช่น ถ้าเราซื้อดอลลาร์สหรัฐซึ่งมีดอกเบี้ยสูง แล้วไปขายเยนญี่ปุ่นซึ่งมีดอกเบี้ยต่ำ เราก็จะได้รับ Swap เป็นบวก แต่ถ้าเราทำกลับกันคือขายดอลลาร์และซื้อเยน เราก็จะต้องจ่ายค่าข้ามคืนเป็นลบ

ตัวอย่างการคำนวณกำไรขาดทุนจากการถือเดอร์ข้ามคืน
สมมติว่าเราเปิดออเดอร์ซื้อคู่เงินยูโรดอลลาร์ ขนาด 1 ล็อต ราคาเข้าที่ 1.0850 โบรกเกอร์กำหนดค่าข้ามคืนสำหรับการซื้อไว้ที่ลบ 5 ดอลลาร์ต่อล็อตต่อคืน ถ้าเราถือเดอร์นี้ไป 3 คืน ต้นทุนที่เราต้องเสียไปก็จะเท่ากับ 5 คูณ 3 เท่ากับ 15 ดอลลาร์ ตอนที่เราปิดออเดอร์ที่ราคา 1.0880 กำไรจากการขยับของราคาคือ 30 จุด คิดเป็นเงิน 300 ดอลลาร์ แต่เมื่อหักค่าข้ามคืนออก กำไรสุทธิที่เราได้รับจริงจะเหลือ 285 ดอลลาร์ จะเห็นได้ว่าค่าข้ามคืนสามารถกัดกินกำไรได้ไม่น้อยเลย
ปัจจัยที่มีผลต่ออัตรา Swap ในตลาด
อัตรา Swap ในตลาดมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะนโยบายของธนาคารกลางแต่ละประเทศที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง ซึ่งหากสกุลเงินใดมีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าก็จะส่งผลต่อค่าข้ามคืนนั้นๆ นอกจากนี้สภาพคล่องของตลาดและช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ก็มีส่วนทำให้ตัวเลขปรับเปลี่ยนได้ตามแต่สถานการณ์
ค่าข้ามคืนไม่ได้คงที่ตลอดไป มันขยับเปลี่ยนไปตามนโยบายของธนาคารกลางและสภาพคล่องในตลาด การเข้าใจปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้เราคาดการณ์ทิศทางของต้นทุนการถือเดอร์ได้แม่นยำขึ้น
ปัจจัยแรกและสำคัญที่สุดคือนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางแต่ละประเทศ ถ้าธนาคารกลางของสหรัฐปรับขึ้นดอกเบี้ย ค่าข้ามคืนของคู่เงินที่เกี่ยวข้องกับดอลลาร์ก็จะเปลี่ยนแปลงทันที นั่นคือเหตุผลว่าทำไมในช่วงที่มีข่าวปรับขึ้นหรือลดดอกเบี้ย ตัวเลข Swap ในแพลตฟอร์มเทรดของเราถึงขยับเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก บางครั้งที่เคยเป็นบวกก็กลายเป็นลบได้
ปัจจัยต่อมาคือสภาพคล่องในตลาดระหว่างธนาคาร ในช่วงเทศกาลปีใหม่หรือช่วงปิดตลาดยาว ความเสี่ยงในการให้กู้ยืมระหว่างธนาคารจะสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนการถือเดอร์ข้ามคืนปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้โบรกเกอร์แต่ละเจ้าก็มีการบวกส่วนต่างค่าธรรมเนียมของตัวเองเข้าไป ทำให้ตัวเลข Swap ของแต่ละโบรกเกอร์ไม่เท่ากัน แม้จะเป็นคู่เงินและขนาดล็อตเดียวกันก็ตาม
อีกหนึ่งปัจจัยที่หลายคนมองข้ามคือวันทำการของธนาคาร ในวันพุธของทุกสัปดาห์ ค่าข้ามคืนจะถูกคำนวณเป็นสามเท่า เพื่อชดเชยวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ตลาดปิดทำการ ดังนั้นถ้าเราเปิดออเดอร์วันพุธแล้วปิดวันพฤหัส เราก็จะถูกหักค่าข้ามคืนเท่ากับสามวันในคืนเดียว นี่คือเหตุผลที่เทรดเดอร์สายสกาลปิงมักจะระวังการถือเดอร์ข้ามคืนวันพุธเป็นพิเศษ
วิธีเช็คค่าข้ามคืนในแพลตฟอร์มเทรดอย่างถูกต้อง
การเช็คค่าข้ามคืนในแพลตฟอร์มเทรดสามารถทำได้โดยการดูที่สเปคของสัญลักษณ์เทรดหรือเปิดหน้าต่าง Market Watch แล้วคลิกขวาเลือก Specification เพื่อดูรายละเอียดของคู่เงินนั้นๆ ทั้ง Swap Long และ Swap Short ซึ่งจะแสดงเป็นจุดต่อล็อตหรือเปอร์เซ็นต์ต่อปี ช่วยให้เทรดเดอร์ทราบต้นทุนที่แน่นอนก่อนเปิดออเดอร์ข้ามคืนทุกครั้ง
การดูค่าข้ามคืนก่อนเปิดออเดอร์เป็นนิสัยที่ดีที่ทุกคนครอบครัวเทรดเดอร์ควรทำ เพราะมันช่วยให้เราวางแผนการถือเดอร์ได้สมเหตุสมผล ไม่ต้องมานั่งคำนวณเองในใจแบบคร่าวๆ
ในแพลตฟอร์ม MT4 หรือ MT5 เราสามารถดูค่าข้ามคืนได้โดยการคลิกขวาที่ชื่อคู่เงินในหน้าต่าง Market Watch แล้วเลือก Specification จะมีรายการ Swap Long และ Swap Short แสดงอยู่ ตัวเลขเหล่านี้คืออัตราค่าข้ามคืนที่โบรกเกอร์กำหนด ถ้าเป็นค่าบวกแปลว่าเราจะได้เงินเพิ่ม ถ้าเป็นค่าลบแปลว่าเราจะถูกหักเงิน โดยตัวเลขจะแสดงเป็นหน่วยเงินฝากของบัญชีต่อหนึ่งล็อต
วิธีที่ผมแนะนำคือก่อนเปิดออเดอร์ระยะยาว ให้จดตัวเลข Swap Long และ Swap Short ของคู่เงินที่จะเทรดไว้ แล้วคูณกับจำนวนล็อตที่เราจะเปิด ก็จะได้ต้นทุนหรือรายได้ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อคืน ถ้าเห็นว่าต้นทุนสูงเกินไป ก็อาจจะต้องลดขนาดล็อตลง หรือเปลี่ยนไปเทรดคู่เงินอื่นที่มีค่าข้ามคืนต่ำกว่า หรือไม่ก็รอจังหวะเข้าออเดอร์ใหม่ในวันถัดไปเพื่อหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมสามเท่าของวันพุธ
นอกจากนี้ยังมีการแสดงผลแบบเปอร์เซ็นต์สำหรับโบรกเกอร์บางเจ้า ซึ่งจะทำให้เราเห็นภาพรวมของต้นทุนในรูปแบบอัตราดอกเบี้ยต่อปี ช่วยให้เปรียบเทียบความคุ้มค่าระหว่างการถือเดอร์กับการนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นได้ง่ายขึ้น ขอแนะนำว่าให้เช็คตัวเลขนี้ทุกครั้งที่มีการประกาศนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลาง เพราะมันจะเปลี่ยนแปลงทันทีหลังข่าวออกมา
เปรียบเทียบบัญชีเทรดประเภทต่างๆ ที่มีผลต่อ Swap
บัญชีเทรดแต่ละประเภทมีผลต่อค่าข้ามคืนอย่างมาก เช่น บัญชีมาตรฐานจะมีการคิดค่า Swap ตามปกติของโบรกเกอร์ ในขณะที่บัญชี Swap-Free หรืออิสลามิกจะไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมนี้ แต่อาจมีค่าธรรมเนียมอื่นแทน ดังนั้นการเลือกประเภทบัญชีจึงควรพิจารณาจากสไตล์การเทรดว่าเป็นแบบถือสถานะยาวหรือสั้นเพื่อให้เหมาะสมกับต้นทุนที่จะเกิดขึ้น
การเลือกประเภทบัญชีเทรดมีผลโดยตรงต่อค่าข้ามคืนที่เราจะถูกเรียกเก็บ แต่ละแบบมีข้อดีข้อจำกัดต่างกัน การเลือกให้เหมาะกับสไตล์การเทรดจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
เทรดเดอร์แต่ละคนมีสไตล์การเทรดที่ไม่เหมือนกัน บางคนชอบเปิดปิดออเดอร์ภายในวัน บางคนชอบถือไว้เป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน การเลือกประเภทบัญชีที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของเรา จะช่วยลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นลงได้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของค่าข้ามคืนที่สะสมได้ทุกวัน หากเราเลือกผิดประเภทบัญชี กำไรที่ควรจะได้รับอาจหายไปกับค่าธรรมเนียมที่สูงเกินจริงได้
| ประเภทบัญชี | ค่าข้ามคืน (Swap) | เหมาะกับสไตล์เทรด | ข้อจำกัด |
|---|---|---|---|
| บัญชีมาตรฐาน (Standard) | มีค่าข้ามคืนปกติทั้งบวกและลบ | เทรดเดอร์ระยะสั้นและระยะยาว | ต้นทุนสะสมสูงถ้าถือเดอร์นานๆ |
| บัญชี Swap Free | ไม่คิดค่าข้ามคืน | เทรดเดอร์ที่ถือเดอร์ข้ามคืนยาวนาน | อาจมีค่าธรรมเนียมอื่นแทนหรือโบรกเกอร์จำกัดเวลาถือ |
| บัญชี Zero Spread | ค่าข้ามคืนมักสูงกว่าปกติเล็กน้อย | สายสกาลปิงที่ต้องการสเปรดต่ำ | ค่าคอมมิชชั่นต่อล็อตสูง ไม่คุ้มถือข้ามคืน |
| บัญชี Cent | ค่าข้ามคืนคิดตามสัดส่วนล็อตเล็ก | มือใหม่ที่ต้องการทดลองถือเดอร์ | ขนาดล็อตเล็กเกินไปสำหรับเทรดจริง |
จากตารางจะเห็นได้ว่า ถ้าเราเป็นคนที่ชอบถือเดอร์เป็นเดือน การเลือกใช้บัญชี Swap Free อาจจะคุ้มค่ากว่า แต่ต้องแลกกับการอ่านเงื่อนไขของโบรกเกอร์ให้ละเอียด เพราะบางเจ้าอาจจะมีการเก็บค่าธรรมเนียมแบบรายเดือนแทน หรือไม่อนุญาตให้ถือเดอร์บางคู่เงินเกินระยะเวลาที่กำหนด ส่วนสายสกาลปิงที่เปิดปิดออเดอร์ภายในวัน บัญชีมาตรฐานหรือบัญชีสเปรดต่ำก็เพียงพอแล้ว เพราะไม่ได้ถือข้ามคืนอยู่แล้ว
กลยุทธ์การจัดการต้นทุนข้ามคืนสำหรับเทรดเดอร์
กลยุทธ์การจัดการต้นทุนข้ามคืนที่ดีคือการปิดสถานะก่อนเวลาตลาดปิดท้ายวัน หรือหากต้องถือระยะยาวควรเลือกคู่เงินที่มีอัตราดอกเบี้ยเอื้ออำนวยให้ได้รับ Swap เป็นบวก อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจพบว่าประมาณ 80% ของเทรดเดอร์รายย่อยมักประเมินต้นทุนนี้ต่ำเกินไป (แหล่งที่มา: Broker Trading Survey) ดังนั้นการวางแผนปิดออเดอร์จึงเป็นสิ่งจำเป็น
รู้จัก Swap แล้วก็ต้องรู้จักวิธีบริหารมันให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่แค่เสียไปกับค่าธรรมเนียมอย่างเดียว แต่สามารถเอามาเป็นตัวช่วยสร้างกำไรเสริมได้ด้วย ถ้ารู้วิธีเลือกคู่เงินและจัดการวันทำการอย่างชาญฉลาด
กลยุทธ์แรกที่ผมอยากแนะนำคือการเทรดแบบ Carry Trade มันคือการเทรดโดยมุ่งเน้นที่การรับ Swap บวกเป็นรายได้หลัก โดยการซื้อสกุลเงินที่มีดอกเบี้ยสูงและขายสกุลเงินที่มีดอกเบี้ยต่ำ ตัวอย่างเช่น การซื้อดอลลาร์ออสเตรเลียและขายเยนญี่ปุ่น ถ้าเราถือเดอร์นี้ไว้เป็นเดือน เราก็จะได้รับค่าข้ามคืนสะสมทุกวัน แม้ราคาจะไม่ขยับไปไหน เราก็ยังได้กำไรจากส่วนต่างดอกเบี้ยอยู่ดี แต่ต้องระวังเรื่องความผันผวนของราคาที่อาจจะกลืนกินกำไรจาก Swap ได้
กลยุทธ์ที่สองคือการหลีกเลี่ยงการถือเดอร์ข้ามคืนวันพุธ ยกเว้นแต่ว่ากำไรที่คาดว่าจะได้รับสูงมากพอที่จะคุ้มกับค่าธรรมเนียมสามเท่า การปิดออเดอร์ก่อน 5 ทุ่มของวันพุธแล้วค่อยเปิดใหม่ในวันพฤหัส ก็เป็นวิธีที่ดีในการหลีกเลี่ยงต้นทุนที่ไม่จำเป็น อย่างไรก็ตามต้องคำนึงถึงสเปรดที่อาจจะกว้างขึ้นในช่วงเปิดตลาดวันพฤหัสด้วย ว่าคุ้มค่าที่จะปิดแล้วเปิดใหม่หรือไม่ บางครั้งสเปรดที่กว้างขึ้นอาจจะมากกว่าค่าข้ามคืนที่เราจะประหยัดได้ก็ได้
กลยุทธ์สุดท้ายคือการปรับขนาดล็อตให้เหมาะสมกับระยะเวลาที่จะถือเดอร์ ถ้ารู้ว่าจะต้องถือนานหลายวัน ก็ลดขนาดล็อตลงเพื่อลดต้นทุนข้ามคืนที่จะสะสม หรือถ้ามั่นใจในทิศทางของราคาและค่าข้ามคืนเป็นบวก ก็อาจจะเพิ่มขนาดล็อตขึ้นเพื่อรับรายได้เพิ่มเติม แต่ทั้งหมดนี้ต้องอยู่บนพื้นฐานของการบริหารความเสี่ยงที่ดี ไม่ใช่เพิ่มล็อตเพื่อเอา Swap จนเกินกว่าเงินทุนจะรับได้ การบริหารต้นทุนข้ามคืนจึงเป็นศาสตร์ที่ต้องฝึกฝนและปรับใช้ให้เข้ากับสภาพตลาดในแต่ละช่วงเวลา
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Swap มักเกี่ยวข้องกับวิธีคำนวณและการหลีกเลี่ยงต้นทุนดังกล่าว โดยเทรดเดอร์ใหม่มักสงสัยว่าทำไมบางครั้งได้รับเงินคืนและบางครั้งต้องจ่ายเพิ่ม คำตอบคือมันขึ้นอยู่กับทิศทางออเดอร์และอัตราดอกเบี้ยของคู่เงินนั้นๆ หากซื้อสกุลเงินที่ดอกเบี้ยสูงกว่าก็มีโอกาสได้รับค่าข้ามคืนเป็นบวกในบางสถานการณ์ได้
Swap ใน Forex คืออะไร และโบรกเกอร์คิดเงินตอนไหน
Swap คือค่าใช้จ่ายหรือรายได้ที่เกิดจากการถือตำแหน่งเทรดข้ามคืน โดยจะถูกหักหรือเพิ่มเข้าบัญชีตอน 5 ทุ่มของวันทำการตามเวลานิวยอร์ก ส่วนใหญ่จะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อวัน แต่ถ้าเป็นวันพุธจะคิดสามเท่าเพื่อชดเชยวันหยุดสุดสัปดาห์ การรู้จัก Swap จึงช่วยให้เราวางแผนการถือเดอร์ได้แม่นยำขึ้น ไม่ใช่แค่ดูแค่ราคาเข้าออกเพียงอย่างเดียว
ทำไม Swap วันพุธถึงคิดสามเท่า
เพราะตลาด Forex ปิดทำการวันเสาร์และอาทิตย์ แต่ธนาคารกลางยังคงคำนวณดอกเบี้ยของสกุลเงินทั้งสองต่อเนื่องทุกวัน โบรกเกอร์จึงต้องเก็บค่าข้ามคืนของวันหยุดสุดสัปดาห์มาคิดล่วงหน้าในวันพุธ เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของการถือเดอร์ หากเราเปิดออเดอร์วันพุธและปิดในวันพฤหัสก็จะถูกหักสามวันในทีเดียว นี่คือเหตุผลที่เทรดเดอร์ระยะสั้นมักระวังการถือข้ามคืนวันพุธเป็นพิเศษ
เลือกบัญชี Swap Free ดีไหม
บัญชีประเภทนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบถือเดอร์ยาวหลายสัปดาห์หรือเทรดตามข่าวเศรษฐกิจระยะกลาง เพราะจะไม่ถูกหักค่าข้ามคืนทุกวัน แต่โบรกเกอร์มักมีเงื่อนไข เช่น ห้ามถือเดอร์ข้ามคืนเกินกี่วัน หรือเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษถ้าถือนานเกินไป บางเจ้าก็ห้ามใช้กับคู่เงินโลหะมีค่าหรือทองคำ ดังนั้นต้องอ่านเงื่อนไขให้ละเอียดก่อนเปิดบัญชี
คู่เงินไหน Swap บวกบ้าง ลบบ้าง
ปกติถ้าเราซื้อสกุลเงินที่ดอกเบี้ยสูงกว่าและขายสกุลที่ดอกเบี้ยต่ำกว่า ก็จะได้รับ Swap เป็นบวก เช่น ซื้อเปโซเม็กซิกันขายเยนญี่ปุ่น แต่ถ้าทำกลับกันก็จะถูกหักเป็นลบ อย่างไรก็ตามโบรกเกอร์จะบวกส่วนต่างค่าธรรมเนียมของเขาเข้าไปด้วย ทำให้บางครั้งสูตรคำนวณดูน่าจะได้บวกแต่จริงๆ แล้วถูกหักเล็กน้อย ต้องเช็คจากตาราง Swap Rate ของโบรกเกอร์ที่ใช้บริการอยู่เสมอ
วิธีดูค่า Swap ของโบรกเกอร์ก่อนเปิดออเดอร์
ในแพลตฟอร์ม MT4 หรือ MT5 ให้คลิกขวาที่ชื่อคู่เงินในหน้าต่าง Market Watch แล้วเลือก Specification จะเห็นค่า Swap Long และ Swap Short ระบุเป็นจุดทศนิยมหรือเปอร์เซ็นต์ก็ได้แล้วแต่เจ้า แนะนำให้จดไว้หรือเปรียบเทียบระหว่างคู่เงินที่สนใจก่อนเข้าออเดอร์ โดยเฉพาะคนที่วางแผนถือข้ามคืนเกินสามวันขึ้นไป เพราะค่าข้ามคืนสะสมอาจกินกำไรส่วนที่ควรได้ไปเกลี้ยง
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย








TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文