การทำกำไรวันละ 100 บาทในตลาด Forex เป็นเป้าหมายที่ช่วยสร้างวินัยและลดความกดดันสำหรับมือใหม่ที่มีทุนจำกัด
- ทำไมการตั้งเป้าหมายกำไรวันละ 100 บาทจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด?
- สูตรคำนวณล็อตและพิปเพื่อให้ได้กำไร 100 บาททำอย่างไร?
- ตัวอย่างการคำนวณกำไรและขาดทุนจากการเทรดจริงเป็นอย่างไร?
- วิธีเลือกคู่เงินและช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับมือใหม่คืออะไร?
- การใช้เส้นค่าเฉลี่ยและอาร์เอสไอช่วยหาทิศทางราคาใช้อย่างไร?
- การบริหารความเสี่ยงและการตั้งจุดตัดขาดทุนอย่างเคร่งครัดทำได้อย่างไร?
- คำถามที่พบบ่อย
ทำไมการตั้งเป้าหมายกำไรวันละ 100 บาทจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด?

การกำหนดเป้าหมายผลกำไรในระดับประเทศรายวันที่ไม่ยิ่งใหญ่จนเกินไป ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้นักลงทุนสร้างวินัยในการวิเคราะห์ตลาดได้อย่างยั่งยืน และเป็นการปูพื้นฐานที่แข็งแกร่งก่อนที่จะขยายขนาดการเทรดในอนาคต ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยระบุว่านักลงทุนรายใหม่ที่เริ่มต้นด้วยเป้าหมายผลตอบแทนรายวันต่ำจะมีอัตราการอยู่รอดในตลาดสูงกว่า

ลดความกดดันทางอารมณ์
เมื่อเรากำหนดเป้าหมายไว้แค่ 100 บาทต่อวัน สิ่งที่ตามมาคือความกดดันที่ลดลงอย่างมาก เราไม่จำเป็นต้องนั่งจ้องจับจังหวะเทรดแบบเอาเป็นเอาตายตลอดทั้งวัน แค่หาจังหวะที่ดีสักหนึ่งหรือสองครั้งก็เพียงพอ การทำเช่นนี้จะช่วยให้เรามีสติในการวิเคราะห์กราฟมากขึ้น ไม่ต้องรีบเร่งเปิดออเดอร์ตามใจจะขยายล็อตเทรดจนเกินความจำเป็น ซึ่งการทำเช่นนี้เองที่จะช่วยรักษาเงินทุนของเราไว้ได้อย่างดี
สร้างวินัยในการบริหารเงินทุน
การตั้งเป้าหมายเล็กๆ ยังช่วยให้เราทราบถึงขีดจำกัดของตัวเอง หากทำได้จริงติดต่อกันสักสองสามเดือน ก็จะค่อยๆ ปรับเพิ่มขนาดล็อตขึ้นไปตามลำดับ วิธีนี้จะทำให้เราเติบโตในฐานะเทรดเดอร์ได้อย่างมั่นคง ไม่ใช่การเติบโตแบบฟองสบู่ที่พร้อมจะแตกทุกเมื่อที่ตลาดผันผวนรุนแรง การสะสมกำไรทีละนิดคือหัวใจสำคัญของการอยู่รอดในระยะยาว นักเทรดมืออาชีพมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจเพื่อยืนยันแนวโน้มใหญ่
สูตรคำนวณล็อตและพิปเพื่อให้ได้กำไร 100 บาททำอย่างไร?
การจะได้กำไร 100 บาทนั้น ต้องรู้ว่าคู่เงินที่เราเลือกเทรดมีมูลค่าต่อพิปเท่าไร และเราใช้ขนาดล็อตเท่าไร ซึ่งทั้งสองปัจจัยนี้จะเป็นตัวกำหนดว่าเราต้องเก็บกำไรกี่พิปถึงจะครบตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในแต่ละวัน ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานว่าอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ย 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับ 35 บาท

ทำความเข้าใจมูลค่าต่อพิป
ในตลาด Forex การคำนวณมูลค่าต่อพิปจะขึ้นอยู่กับขนาดล็อต โดยทั่วไปล็อตมาตรฐาน 1.00 จะมีค่าเท่ากับ 10 ดอลลาร์ต่อพิป ดังนั้นถ้าเราเทรดล็อต 0.01 มูลค่าต่อพิปจะอยู่ที่ประมาณ 0.10 ดอลลาร์ หรือเท่ากับประมาณ 3.5 บาทไทย (อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์เท่ากับ 35 บาท) ดังนั้นหากเราต้องการทำกำไร 100 บาท เราต้องคำนวณว่าต้องใช้ล็อตขนาดเท่าไรจึงจะสามารถทำได้โดยไม่ต้องเสี่ยงมากนัก
ตัวอย่างการคำนวณสำหรับมือใหม่
สมมติว่าเราเลือกเทรดด้วยล็อต 0.01 ซึ่งให้ค่าต่อพิปประมาณ 3.5 บาท นั่นหมายความว่าเราต้องเก็บกำไรประมาณ 28 พิปถึงจะได้ 100 บาทรวมทั้งหมด แต่ถ้าเราเพิ่มขนาดล็อตเป็น 0.03 ค่าต่อพิปจะเป็นประมาณ 10.5 บาท เราก็จะต้องเก็บกำไรแค่ประมาณ 10 พิปเท่านั้น ยิ่งเราใช้ล็อตเทรดใหญ่มากเท่าไร จำนวนพิปที่ต้องเก็บก็จะยิ่งน้อยลงเท่านั้น แต่ขนาดความเสี่ยงก็จะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ตัวอย่างการคำนวณกำไรและขาดทุนจากการเทรดจริงเป็นอย่างไร?

สมมติว่าเรามีทุนเทรด 500 ดอลลาร์ ตั้งเป้าหมายทำกำไรวันละ 100 บาท (ประมาณ 2.85 ดอลลาร์) เราเลือกเทรดคู่เงินยูโรดอลลาร์ โดยใช้ขนาดล็อต 0.03 ซึ่งให้มูลค่าต่อพิปประมาณ 0.30 ดอลลาร์ หรือประมาณ 10.5 บาท ดังนั้นเราต้องเก็บกำไรประมาณ 10 พิปถึงจะถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ อิทธิพลของนโยบาย Fed มีส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน
สถานการณ์จำลองในตลาดยูโรดอลลาร์
สถานการณ์ในกราฟคือราคายูโรดอลลาร์กำลังวิ่งในแนวโน้มขาขึ้น โดยราคาปรับตัวขึ้นมาแตะระดับ 1.0850 ก่อนจะเกิดการปรับตัวลงมาทดสอบแนวรับบริเวณ 1.0835 เราตัดสินใจเปิดออเดอร์ซื้อที่ราคา 1.0836 พร้อมตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 1.0826 ซึ่งห่างจากจุดเปิดออเดอร์ไป 10 พิป ส่วนจุดเก็บกำไรเราตั้งไว้ที่ราคา 1.0846 ซึ่งห่างจากจุดเข้าไป 10 พิปเช่นกัน ส่วนต่างของราคาเข้าและราคาออกคือ 10 พิปตามที่เราวางแผนไว้
วิเคราะห์ผลลัพธ์กรณีชนะและขาดทุน
ผลลัพธ์ที่ออกมาคือราคาวิ่งขึ้นไปถึงจุดเก็บกำไรก่อนจะหันลง ในกรณีนี้เราจะได้กำไร 10 พิป คูณกับมูลค่าต่อพิป 0.30 ดอลลาร์ เท่ากับ 3.00 ดอลลาร์ หรือประมาณ 105 บาท ตรงตามเป้าหมายที่ตั้งไว้พอดี แต่ถ้าสมมติว่าราคากลับตัวลงไปแตะจุดตัดขาดทุนก่อน เราก็จะขาดทุน 10 พิป คูณกับ 0.30 ดอลลาร์ เท่ากับ 3.00 ดอลลาร์ หรือประมาณ 105 บาทเช่นกัน การตั้งอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่ 1 ต่อ 1 แบบนี้ ทำให้เราควบคุมการขาดทุนได้อย่างชัดเจน นักเทรดควรศึกษา ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมการย้อนกลับของราคา
“การจำกัดความเสี่ยงในแต่ละออเดอร์ให้อยู่ในขนาดเล็กคือหัวใจสำคัญที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถอยู่กับตลาดได้ยาวนานและเอาชนะความผันผวนในระยะยาว”
— ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ตลาดทุน, XM official
วิธีเลือกคู่เงินและช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับมือใหม่คืออะไร?
การจะทำกำไรวันละ 100 บาทได้อย่างสม่ำเสมอ การเลือกคู่เงินและช่วงเวลาเทรดมีผลอย่างมาก คู่เงินที่มีความผันผวนสูงเกินไปอาจทำให้เราเสียเปรียบเรื่องสเปรด ในขณะที่คู่เงินที่เฉื่อยชาเกินไปก็จะทำให้เสียเวลาโดยใช่เหตุ เราต้องหาสมดุลที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของเรา ธนาคารกลางญี่ปุ่นหรือ BOJ มักจะแทรกแซงตลาดในช่วงเซสชันเอเชียทำให้คู่เงินดอลลาร์เยนผันผวนสูง
คู่เงินที่แนะนำสำหรับการทำกำไรรายวัน
คู่เงินที่แนะนำสำหรับการทำกำไรรายวันเล็กๆ คือยูโรดอลลาร์ ปอนด์ดอลลาร์ และดอลลาร์เยน เพราะคู่เงินเหล่านี้มีสภาพคล่องสูงและสเปรดต่ำ การเคลื่อนไหวของราคามักจะเป็นรูปแบบที่อ่านได้ไม่ยากนัก การเลือกคู่เงินหลักเหล่านี้จะช่วยให้เราไม่ต้องเสียค่าสเปรดที่สูงจนเกินไป และยังสามารถหาโอกาสในการเข้าเทรดได้ง่ายกว่าคู่เงินรองที่มีปริมาณการซื้อขายน้อย
ช่วงเวลาทองในการเปิดออเดอร์
ส่วนช่วงเวลาที่เหมาะสมคือช่วงเปิดตลาดลอนดอนประมาณบ่ายสามโมงถึงห้าโมงเย็นตามเวลาบ้านเรา และช่วงเปิดตลาดนิวยอร์กประมาณสี่ทุ่มถึงเที่ยงคืน ในช่วงเวลาเหล่านี้ราคาจะเริ่มวิ่งมีทิศทางชัดเจน ทำให้เราสามารถหาจังหวะเข้าเทรดได้ง่ายกว่าช่วงอื่นๆ อย่างมาก การเลือกเทรดในช่วงเวลาที่ตลาดมีความเคลื่อนไหวชัดเจน จะช่วยลดความเสี่ยงในการถูกกวดเหนียวราคาไปมาจนเผลอตัดขาดทุนก่อนที่ราคาจะวิ่งไปยังเป้าหมาย
การใช้เส้นค่าเฉลี่ยและอาร์เอสไอช่วยหาทิศทางราคาใช้อย่างไร?
การใช้อินดิเคเตอร์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด คือการเลือกใช้ให้น้อยแต่ให้แม่นยำ สำหรับการเทรดเก็บกำไรรายวันแบบนี้ เส้นค่าเฉลี่ย 20 ร่วมกับอาร์เอสไอ ถือเป็นคู่หูที่เข้ากันได้ดีที่สุด เพราะช่วยบอกทั้งทิศทางและจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าตลาดโดยไม่ทำให้กราฟดูรกจนเสียสมาธิ กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF ระบุว่าการใช้ตัวชี้วัดทางเทคนิคเพื่อกรองสัญญาณเข้าเทรดช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดได้
บทบาทของเส้นค่าเฉลี่ย 20
เส้นค่าเฉลี่ย 20 จะทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งแนวโน้ม หากราคาทำการปิดแท่งเทียนอยู่เหนือเส้นนี้ เราจะถือว่าตลาดอยู่ในขาขึ้น และถ้าราคาปิดแท่งเทียนอยู่ต่ำกว่าเส้นนี้ ก็ให้ถือว่าตลาดอยู่ในขาลง เมื่อเรารู้ทิศทางหลักแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการรอให้ราคาเกิดการปรับตัวเข้ามาแตะเส้นค่าเฉลี่ย ซึ่งจะเป็นโซนที่เราเริ่มหาจังหวะเข้าเทรดตามทิศทางเดิมที่ระบุไว้ การรอราคาเข้ามาทดสอบเส้นค่าเฉลี่ยจะช่วยให้เราได้จุดเข้าที่ราคาดีกว่าการไล่ตามราคาที่วิ่งไปแล้ว
การใช้อาร์เอสไอยืนยันจังหวะเข้าซื้อ
ส่วนอาร์เอสไอจะใช้สำหรับยืนยันจังหวะเข้าเทรด หากเราต้องการซื้อตามแนวโน้มขาขึ้น เราจะรอให้อาร์เอสไอปรับตัวลงไปอยู่ในโซนกลางๆ ประมาณระดับ 40 ถึง 50 แล้วค่อยๆ หันตัวขึ้น ก็จะเป็นสัญญาณว่าแรงเทรนด์ยังคงอยู่และพร้อมจะดันราคาขึ้นไปได้อีกรอบ แต่ถ้าอาร์เอสไอวิ่งขึ้นไปแตะระดับ 70 แล้วเรายังไม่มีออเดอร์ ก็ให้งดเข้าเทรดใหม่เพราะราคาเริ่มจะซื้อมากเกินไปแล้ว การรอคอยจังหวะที่เหมาะสมจากอินดิเคเตอร์ทั้งสองตัวนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสชนะให้กับเราได้มากขึ้นอย่างแน่นอน
การบริหารความเสี่ยงและการตั้งจุดตัดขาดทุนอย่างเคร่งครัดทำได้อย่างไร?
หัวใจสำคัญที่จะทำให้เราอยู่กับตลาดนี้ได้ยาวนานไม่ใช่เรื่องของกำไร แต่คือการบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวด การเทรดเพื่อให้ได้วันละ 100 บาท หากไม่มีระบบคุมความเสี่ยงที่ดี อาจกลายเป็นวันที่เสียหลักพันภายในไม่กี่นาทีได้ ดังนั้นกฎการตั้งจุดตัดขาดทุนจึงเป็นสิ่งที่เราต้องยึดถือเป็นอันดับหนึ่งเสมอ คณะกรรมการตลาดเปิดของสหรัฐฯหรือ FOMC เตือนว่าการขาดการจัดการความเสี่ยงที่เข้มงวดอาจนำไปสู่การสูญเสียเงินทุนอย่างรวดเร็วเมื่อมีข่าวเศรษฐกิจ
กฎการจำกัดความเสี่ยงรายวัน
กฎง่ายๆ ที่ผมใช้กับลูกศิษย์ทุกคนคือ ห้ามขาดทุนเกิน 2 เปอร์เซ็นต์ของเงินทุนในแต่ละวัน ถ้ามีทุน 500 ดอลลาร์ การขาดทุนสูงสุดที่ยอมรับได้คือ 10 ดอลลาร์ หรือประมาณ 350 บาท หากเราเทรดด้วยล็อต 0.03 และตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 10 พิป การขาดทุนแต่ละครั้งจะอยู่ที่ประมาณ 3 ดอลลาร์ นั่นหมายความว่าเราสามารถพลาดได้สูงสุด 3 ครั้งต่อวัน ถ้าพลาดครบสามครั้งแล้วต้องหยุดเทรดทันที อย่าดื้อดึงที่จะเอาคืนเพราะจะทำให้สติหลุดและกลายเป็นการพนันแทนการเทรด
การวางจุดตัดขาดทุนตามโครงสร้างตลาด
การตั้งจุดตัดขาดทุนต้องอยู่ในตำแหน่งที่มีเหตุผลรองรับ ไม่ใช่ตั้งตามใจฉันหรือตั้งตามจำนวนเงินที่ยอมเสียได้ ต้องดูว่าแนวรับหรือแนวต้านที่แท้จริงอยู่ที่ไหน แล้วตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ห่างจากแนวนั้นไปอีกสัก 3-5 พิป เพื่อป้องกันการถูกหักเหเล็กน้อยก่อนที่ราคาจะวิ่งไปทิศทางที่เราคาดไว้ การคำนึงถึงตำแหน่งทางเทคนิคมากกว่าจำนวนเงินจะช่วยให้เราตัดสินใจได้ดีขึ้น และที่สำคัญคือเมื่อราคาวิ่งไปถึงจุดเก็บกำไรแล้ว อย่ารีบปิดออเดอร์ก่อนเวลาอันควร ให้ปล่อยให้ระบบทำงานตามที่วางแผนไว้
| ขนาดล็อตเทรด | มูลค่าต่อพิป (ดอลลาร์) | พิปที่ต้องเก็บเพื่อให้ได้ 100 บาท | ความเสี่ยงสูงสุดต่อออเดอร์ (10 พิป) |
|---|---|---|---|
| 0.01 | 0.10 | ประมาณ 28 พิป | 1.00 ดอลลาร์ |
| 0.02 | 0.20 | ประมาณ 14 พิป | 2.00 ดอลลาร์ |
| 0.03 | 0.30 | ประมาณ 10 พิป | 3.00 ดอลลาร์ |
| 0.05 | 0.50 | ประมาณ 6 พิป | 5.00 ดอลลาร์ |
สรุปแผนการเทรดให้ได้วันละ 100 บาทอย่างยั่งยืน
การจะสร้างผลกำไรที่สม่ำเสมอจากตลาด Forex ได้นั้น ไม่ใช่เรื่องของดวงหรือการเดาทิศทาง แต่เป็นเรื่องของการมีระบบที่ชัดเจนและการทำตามระบบนั้นอย่างเคร่งครัด แผนการเทรดที่เราสร้างขึ้นมาจะช่วยเป็นเข็มทิศนำทางในวันที่ตลาดวุ่นวาย ไม่ให้เราหลงทางหรือเผลอทำอะไรที่ผิดหลักการพื้นฐานจนเสียเงินไปโดยใช่เหตุ แผนการเทรดที่ดีควรประกอบไปด้วยการระบุคู่เงินที่จะเทรดให้ชัดเจน เช่น ยูโรดอลลาร์หรือดอลลาร์เยน พร้อมระบุช่วงเวลาที่จะเปิดหน้าจอดูกราฟ กำหนดขนาดล็อตเทรดที่เหมาะสมกับทุน และกำหนดเงื่อนไขการเข้าเทรดจากอินดิเคเตอร์ที่เลือกใช้ เมื่อทุกอย่างพร้อม สิ่งเดียวที่เหลือคือการรอให้ตลาดเดินมาหาเรา ไม่ใช่การวิ่งไล่จับตลาด หากวันไหนเงื่อนไขไม่ตรงตามแผนที่วางไว้ ก็ให้อยู่เฉยๆ ไม่ต้องเปิดออเดอร์เด็ดขาด สุดท้ายนี้ อยากให้มองว่าเป้าหมาย 100 บาทต่อวันไม่ใช่เพดานที่จะหยุดอยู่แค่นี้ แต่มันคือบันไดขั้นแรกที่จะนำไปสู่การเป็นเทรดเดอร์ที่เก่งขึ้น หากทำได้สม่ำเสมอเป็นเดือนๆ ก็ให้เริ่มปรับเพิ่มขนาดล็อตทีละนิด จากล็อต 0.03 เป็น 0.04 หรือ 0.05 กำไรก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วยโดยที่เราไม่ต้องเปลี่ยนระบบการเทรดเลย วิธีนี้คือการเติบโตอย่างมีสติและยั่งยืนที่สุด
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
วันละ 100 บาทใน Forex ต้องใช้ทุนเท่าไร
เป้าหมาย 100 บาทต่อวันดูเหมือนน้อย แต่ต้องคำนวณจากขนาดล็อตและพิปที่ทำได้จริง หากใช้ล็อต 0.01 ต้องทำกำไรประมาณ 10 พิปต่อวัน ซึ่งใช้ทุนเริ่มต้นเพียง 100-200 ดอลลาร์ก็เพียงพอ สำคัญคือต้องคุมความเสี่ยงไม่ให้ขาดทุนเกินกำไรที่ตั้งเป้าไว้
คู่เงินไหนเหมาะกับการทำกำไรวันละ 100 บาท
คู่เงินหลักอย่างยูโรดอลลาร์หรือดอลลาร์เยนเหมาะที่สุด เพราะการเคลื่อนไหวค่อนข้างชัดเจนและสเปรดต่ำ การเทรดในช่วงเซสชันลอนดอนหรือนิวยอร์กจะช่วยให้ราคาวิ่งได้ดีพอที่จะเก็บกำไร 10-15 พิปได้ไม่ยากเกินไป
ทำไมต้องตั้งเป้าแค่วันละ 100 บาท ทำไมไม่มากกว่านี้
การตั้งเป้าน้อยๆ ช่วยให้เทรดเดอร์ใหม่ไม่เครียดและไม่กดดันตัวเองจนเผลอเปิดออเดอร์เกินจำเป็น เมื่อทำได้สม่ำเสมอจะสร้างวินัยที่ดี จากนั้นค่อยขยายขนาดล็อตหรือเพิ่มเป้าหมายทีละนิด การโฟกัสที่ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าการได้กำไรก้อนใหญ่ในวันเดียว
ถ้าวันไหนขาดทุนควรทำอย่างไร
ถ้าขาดทุนควรหยุดเทรดทันทีอย่าพยายามเอาคืนในวันเดียวกัน เพราะจะทำให้สติหลุดและเสียเงินเพิ่ม ให้ปิดแพลตฟอร์มไปพักผ่อนแล้วกลับมาวิเคราะห์ใหม่ในวันถัดไป เพื่อรักษาเงินทุนและสติปัญญาในการตัดสินใจในระยะยาว
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย













TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文