ปี2026 มือใหม่ไทยควรเทรด Forex หรือคริปโต? เปรียบเทียบความเสี่ยงและผลตอบแทนเพื่อให้คุณเลือกตลาดที่เหมาะกับทุนได้ถูกต้อง1
- ความแตกต่างพื้นฐานระหว่าง Forex และคริปโตที่มือใหม่ต้องเข้าใจ
- วิเคราะห์ความผันผวนและโอกาสทำกำไรของทั้งสองตลาด
- ตัวอย่างการคำนวณกำไรและขาดทุนจากการเทรดจริง
- การบริหารความเสี่ยงและการเลือกใช้เลเวอเรจให้ปลอดภัย
- ตารางเปรียบเทียบรายละเอียดระหว่าง Forex และคริปโต
- มือใหม่ไทยควรเริ่มต้นจากตลาดไหนดีในปี 2026
- คำถามที่พบบ่อย

ความแตกต่างพื้นฐานระหว่าง Forex และคริปโตที่มือใหม่ต้องเข้าใจ
ความแตกต่างพื้นฐานระหว่างตลาด Forex และคริปโตเคอร์เรนซีสำหรับมือใหม่คือ Forex เป็นการเทรดคู่เงินตราของประเทศที่มีความเสถียรสูงและมีธนาคารกลางเข้ามากำกับดูแลอย่างเข้มงวด ในขณะที่คริปโตเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลกระจายศูนย์ที่ราคาขับเคลื่อนด้วยอุปสงค์และอุปทานล้วนๆ โดยมีรายงานจาก BIS ระบุว่าตลาด Forex มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยทะลุ 7.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน ทำให้มีสภาพคล่องสูงกว่ามาก
หลายคนสงสัยว่าทั้งสองตลาดนี้มันต่างกันตรงไหน พูดง่ายๆ คือ Forex เป็นการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศที่มีธนาคารกลางคอยดูแล ส่วนคริปโตคือสินทรัพย์ดิจิทัลที่ทำงานบนระบล็อกเชนโดยไม่มีใครเป็นเจ้าของและไม่มีหน่วยงานกลางมาควบคุมราคาโดยตรง ความแตกต่างตรงนี้ส่งผลต่อทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่ความผันผวนไปจนถึงช่วงเวลาที่ตลาดเปิดทำการ
ตลาด Forex มีมูลค่าการซื้อขายรายวันสูงกว่าหลายล้านล้านดอลลาร์ ทำให้สภาพคล่องอยู่ในระดับที่ยอดเยี่ยม คู่เงินหลักอย่างยูโรกับดอลลาร์สหรัฐจึงมีสเปรดหรือค่าต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขายที่แคบมาก ส่วนคริปโตแม้จะเติบโตขึ้นมากในช่วงไม่กี่ปีมานี้ แต่สภาพคล่องรวมยังสู้ตลาดเงินตราโลกไม่ได้ ทำให้บางครั้งเราเห็นราคากระโดดแบบรุนแรงในเวลาอันสั้น โดยเฉพาะเหรียญที่มีขนาดใหญ่น้อยกว่าบิตคอยน์ ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
อีกจุดที่แตกต่างกันชัดเจนคือช่วงเวลาเปิดทำการ ตลาด Forex จะปิดทำการในช่วงสุดสัปดาห์คือวันเสาร์และอาทิตย์ แต่คริปโตจะเปิดให้เราซื้อขายกันได้ตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุดเลย ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบเทรดในช่วงเสาร์อาทิตย์คริปโตก็เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าคุณอยากพักสมองในช่วงปลายสัปดาห์ Forex ก็จะช่วยบังคับให้คุณได้หยุดพักจริงๆ
วิเคราะห์ความผันผวนและโอกาสทำกำไรของทั้งสองตลาด
การวิเคราะห์ความผันผวนแสดงให้เห็นว่าตลาดคริปโตมีความผันผวนสูงกว่า Forex อย่างมาก ส่งผลให้มีโอกาสทำกำไรและขาดทุนได้รวดเร็วภายในเวลาอันสั้น ขณะที่ตลาด Forex มีความเคลื่อนไหวที่นุ่มนวลและคาดเดาได้ง่ายกว่าจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค ข้อมูลจาก CoinMarketCap ชี้ว่าดัชนีความผันผวนของบิตคอยน์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่าคู่เงินหลักในตลาด Forex อย่างเห็นได้ชัด
ความผันผวนคือดาบสองคมที่ทั้งสร้างกำไรและทำลายพอร์ตการลงทุน ในตลาด Forex ความเคลื่อนไหวของราคาในแต่ละวันมักจะอยู่ในกรอบที่จำกัด คู่เงินหลักอย่างดอลลาร์สหรัฐกับเยนญี่ปุ่นอาจขยับราคาเพียงไม่กี่สิบถึงร้อยกว่าพิปต่อวัน ทำให้การทำกำไรต้องอาศัยการใช้เลเวอเรจเข้าช่วย แต่ราคาจะเคลื่อนไหวในรูปแบบที่ซับซ้อนน้อยกว่าและมีแนวโน้มที่ชัดเจนตามข่าวเศรษฐกิจมหภาค
ในขณะที่คริปโตนั้นมีความผันผวนที่สูงมาก บางวันราคาอาจขยับขึ้นหรือลงเป็นสิบเปอร์เซ็นต์ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ความผันผวนสูงนี้เปิดโอกาสให้เทรดเดอร์สามารถทำกำไรได้เร็วและเยอะกว่าหากทิศทางตรงกับการวิเคราะห์ แต่ในขณะเดียวกันถ้าคุณเผลอปล่อยให้ขาดทุนโดยไม่ตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ พอร์ตการลงทุนของคุณอาจกลายเป็นศูนย์ได้เร็วกว่าที่คิด นี่คือเหตุผลที่เรามักบอกลูกศิษย์ว่าการเทรดคริปโตต้องใช้วินัยในการรักษาเงินทุนให้สูงกว่าการเทรด Forex มาก
ทำไมคริปโตถึงขยับราคารุนแรงกว่า
เพราะโครงสร้างตลาดคริปโตยังเล็กกว่าและกระจุกตัวอยู่กับกลุ่มผู้เทรดรายย่อยจำนวนมาก เมื่อเม็ดเงินใหญ่เข้ามาดันราคาหรือเทขาย ราคาจึงถีบตัวแรงกว่าตลาด Forex ที่มีสถาบันการเงินคอยถ่วงดุล นอกจากนี้ข่าวสารจากโซเชียลมีเดียหรือทวีตของบุคคลสำคัญก็ส่งผลต่อคริปโตได้ทันที ในขณะที่ตลาด Forex จะขับเคลื่อนด้วยนโยบายอัตราดอกเบี้ยและตัวเลขเศรษฐกิจที่ประกาศตามตาราง
โอกาสทำกำไรใน Forex ยังมีอยู่จริงไหมในปี 2026
ยังมีอยู่แน่นอนครับ แม้ความผันผวนจะน้อยกว่าแต่โอกาสทำกำไรสะสมยังเป็นไปได้ตลอด โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลเศรษฐกิจเข้าถึงง่าย การวิเคราะห์ทิศทางดอลลาร์สหรัฐจากข่าวเงินเฟ้อหรือการประชุมธนาคารกลางสหรัฐยังเป็นจุดที่เทรดเดอร์ไทยเราเข้าถึงได้ดี ขอให้เข้าใจบริบทของอัตราดอกเบี้ยและเลือกช่วงเวลาเทรดที่ตลาดมีความเคลื่อนไหวก็เพียงพอแล้ว
ตัวอย่างการคำนวณกำไรและขาดทุนจากการเทรดจริง
สมมติการลงทุน 1,000 ดอลลาร์ในคู่เงิน EUR/USD ราคาเคลื่อนไหวขึ้น 50 จุด จะได้กำไรประมาณ 50 ดอลลาร์ แต่หากลงทุน 1,000 ดอลลาร์ในบิตคอยน์ที่ราคา 50,000 ดอลลาร์ และราคาพุ่งขึ้น 5 เปอร์เซ็นต์จะเกิดกำไรถึง 50 ดอลลาร์เช่นกัน อย่างไรก็ตามหากราคาตกลง 10 เปอร์เซ็นต์ผู้ลงทุนจะขาดทุนทันที 100 ดอลลาร์ ซึ่งจากสถิติของ Chainalysis พบว่าผู้ใช้งานคริปโตทั่วโลกมีสัดส่วนประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ที่ค้างทำกำไรจริงในระยะยาว
เรามาดูตัวอย่างจริงเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น สมมติว่าคุณมีทุน 1000 ดอลลาร์ในบัญชี และตัดสินใจเทรดทองคำในตลาด Forex ราคาทองในขณะนั้นอยู่ที่ 2350 ดอลลาร์ต่อนซ์ คุณมองว่าราคาจะปรับตัวขึ้นจึงเปิดคำสั่งซื้อด้วยขนาด 0.1 ล็อต ซึ่งเทียบเท่ากับ 10 ออนซ์ โดยตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 2345 ดอลลาร์และเป้าหมายกำไรที่ 2360 ดอลลาร์ ในกรณีนี้ถ้าราคาทองขึ้นไปแตะเป้าหมายที่ 2360 ดอลลาร์ คุณจะได้กำไร 10 ดอลลาร์ต่อนซ์คูณด้วย 10 ออนซ์เท่ากับ 100 ดอลลาร์ คิดเป็นผลตอบแทน 10 เปอร์เซ็นต์ของพอร์ตการลงทุน
แต่ถ้าคุณเลือกไปเทรดคริปโตแทน สมมติว่าบิตคอยน์ราคาอยู่ที่ 65000 ดอลลาร์ คุณใช้เงินทุน 1000 ดอลลาร์ซื้อบิตคอยน์โดยไม่ใช้เลเวอเรจ คุณจะได้บิตคอยน์มาประมาณ 0.01538 คอยน์ ถ้าในวันนั้นราคาบิตคอยน์พุ่งขึ้นไป 5 เปอร์เซ็นต์จาก 65000 ดอลลาร์เป็น 68250 ดอลลาร์ มูลค่าเงินทุนของคุณจะเพิ่มขึ้นเป็น 1050 ดอลลาร์ คุณได้กำไร 50 ดอลลาร์ แต่ถ้าราคาตกลง 5 เปอร์เซ็นต์ไปที่ 61750 ดอลลาร์ คุณก็จะขาดทุน 50 ดอลลาร์ทันที จะเห็นว่าคริปโตทำกำไรเร็วแต่ก็เสี่ยงเท่ากัน ในขณะที่ Forex ใช้เลเวอเรจเข้ามาช่วยขยายผลตอบแทนให้สูงขึ้นโดยที่ราคาเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย

การบริหารความเสี่ยงและการเลือกใช้เลเวอเรจให้ปลอดภัย
การบริหารความเสี่ยงและการเลือกใช้เลเวอเรจอย่างปลอดภัยเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการเทรดทั้งสองตลาด โดยมือใหม่ควรกำหนดสัดส่วนการเสี่ยงต่อไม่เกิน 2 เปอร์เซ็นต์ของพอร์ตการลงทุนทั้งหมดในแต่ละไม้เทรด พร้อมใช้เลเวอเรจต่ำสุดเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกชำระสะดวก ข้อมูลจาก ESMA ระบุว่านักลงทุนรายย่อยประมาณ 74 เปอร์เซ็นต์สูญเสียเงินจากการใช้เลเวอเรจสูงเกินไป ดังนั้นการจำกัดความเสี่ยงจึงเป็นสิ่งจำเป็น
การบริหารความเสี่ยงคือหัวใจสำคัญที่สุดในการเทรดทั้งสองตลาด ในตลาด Forex การใช้เลเวอเรจสูงๆ เป็นเรื่องปกติเพราะราคาขยับน้อย โบรกเกอร์อาจให้เลเวอเรจสูงถึง 1 ต่อ 500 หรือ 1 ต่อ 1000 แต่ถ้าคุณใช้เลเวอเรจสูงโดยไม่ตั้งจุดตัดขาดทุน การขยับราคาเพียง 50 พิปก็สามารถทำลายพอร์ตการลงทุนได้ ดังนั้นในตลาด Forex คุณต้องคำนวณขนาดล็อตให้เหมาะสมกับเงินทุนและตั้งจุดตัดขาดทุนให้เป็นระบบเสมอ
สำหรับคริปโต การใช้เลเวอเรจต้องระมัดระวังให้มากขึ้นไปอีก เพราะราคาขยับรุนแรงกว่าหลายเท่า การใช้เลเวอเรจสัก 5 เท่าในคริปโตอาจมีความเสี่ยงเท่ากับการใช้เลเวอเรจ 100 เท่าใน Forex ถ้าคุณเป็นมือใหม่เราแนะนำให้เทรดคริปโตแบบไม่ใช้เลเวอเรจก่อน หรือใช้ไม่เกิน 2 เท่าจนกว่าจะเข้าใจพฤติกรรมของราคาอย่างทะลุปรุโปร่ง การรักษาเงินทุนให้ปลอดภัยสำคัญกว่าการไล่ล่ากำไรมหาศาลในระยะสั้นเสมอ
วิธีตั้งจุดตัดขาดทุนให้สมเหตุสมผล
การตั้งจุดตัดขาดทุนไม่ใช่การตั้งตามใจฉัน แต่ต้องอ้างอิงจากโครงสร้างของกราฟ ใน Forex คุณอาจตั้งไว้ใต้แนวรับสำคัญหรือใต้ราคาต่ำสุดของแท่งเทียนย้อนหลัง ส่วนในคริปโตคุณต้องเผื่อระยะสักหน่อยเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเข็นราคาก่อนจะวิ่งไปทิศทางที่เราคาดไว้ แต่เผื่อมากไปก็ทำให้ขาดทุนเยอะเกินไป การหาสมดุลระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทนคือสิ่งที่ต้องฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง
ตารางเปรียบเทียบรายละเอียดระหว่าง Forex และคริปโต
การเปรียบเทียบรายละเอียดระหว่างตลาด Forex และคริปโตจะช่วยให้นักลงทุนเห็นภาพรวมชัดเจนขึ้น โดยทั้งสองตลาดมีจุดเด่นและข้อจำกัดต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเวลาทำการที่ Forex เปิด 24 ชั่วโมงในวันทำการ ขณะที่คริปโตเปิดตลอดเวลาตลอดทั้งปี การมีสภาพคล่องที่แตกต่างกัน ตลอดจนกลไกการกำกับดูแลที่ชัดเจนใน Forex แต่ค่อนข้างเปิดกว้างในคริปโต สถิติจาก Triennial Survey แสดงว่าการซื้อขายในตลาด Forex เติบโตขึ้นประมาณ 14 เปอร์เซ็นต์
เพื่อให้ลูกศิษย์เห็นภาพรวมชัดเจนขึ้น เราจะสรุปความแตกต่างสำคัญไว้ในตารางด้านล่างนี้ ตารางนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าตลาดไหนเหมาะกับสไตล์การเทรดและเงินทุนของคุณมากที่สุดในปี 2026 นี้
| หัวข้อเปรียบเทียบ | ตลาด Forex | ตลาดคริปโต | ผลกระทบต่อผู้เทรด |
|---|---|---|---|
| ช่วงเวลาทำการ | จันทร์ถึงศุกร์ 24 ชั่วโมง | ทุกวัน 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด | คริปโตเทรดได้ทุกเวลาแต่ต้องดูแลพอร์ตใกล้ชิด |
| ความผันผวนราคา | ปานกลาง ขยับเป็นพิปต่อวัน | สูงมาก ขยับเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อวัน | คริปโตมีโอกาสทำกำไรและขาดทุนเร็วกว่า |
| สภาพคล่อง | สูงมากโดยเฉพาะคู่เงินหลัก | แตกต่างกันมากในแต่ละเหรียญ | Forex เข้าออกสถานะได้ง่ายกว่าในเงินก้อนใหญ่ |
| ปัจจัยขับเคลื่อนราคา | ข่าวเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ย | ข่าวโครงการและความนิยมในตลาด | Forex วิเคราะห์ได้ตามตัวเลขเศรษฐกิจชัดเจนกว่า |
| ค่าใช้จ่ายในการเทรด | สเปรดต่ำกว่าโดยเฉพาะคู่หลัก | สเปรดกว้างกว่าและมีค่าธรรมเนียม | การเทรด Forex มีต้นทุนต่ำกว่าในระยะยาว |
มือใหม่ไทยควรเริ่มต้นจากตลาดไหนดีในปี 2026
นักลงทุนมือใหม่ในไทยควรพิจารณาเริ่มต้นจากตลาดที่ตนเองเข้าใจกลไกการขับเคลื่อนของราคาได้ดีที่สุดในปี 2026 หากชอบความเสถียรและเน้นวิเคราะห์ข่าวเศรษฐกิจ Forex อาจเหมาะสมกว่า แต่หากสนใจเทคโนโลยีบล็อกเชนและยอมรับความเสี่ยงสูงเพื่อผลตอบแทนมหาศาล คริปโตคือคำตอบ รายงานจาก Kasikorn Research Center ระบุว่านักลงทุนไทยมีสัดส่วนการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มขึ้นประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์
คำตอบนี้ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และเงินทุนของคุณเป็นหลัก ถ้าคุณเป็นคนที่มีเงินทุนไม่มาก สัก 5000 ถึง 10000 บาท และอยากลองทำกำไรที่เห็นผลเร็วๆ การเทรดคริปโตอาจตอบโจทย์กว่า เพราะคุณสามารถเริ่มต้นด้วยเงินน้อยและคริปโตมีความผันผวนสูงพอที่จะสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจในระยะเวลาอันสั้น แต่คุณต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะขาดทุนเร็วเช่นกัน และต้องหมั่นศึกษาโครงการหรือเหรียญที่จะลงทุนให้แน่ใจว่าไม่ใช่เหรียญที่มีคุณภาพต่ำ
ในทางกลับกัน ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบความมั่นคง มีเงินทุนมากหน่อย และชอบการวิเคราะห์ข่าวเศรษฐกิจแบบเป็นระบบ ตลาด Forex จะเหมาะกับคุณมากกว่า คุณสามารถใช้ความรู้เรื่องเศรษฐกิจโลกมาประยุกต์ใช้ในการเทรดได้โดยตรง และยังสามารถพักผ่อนในช่วงสุดสัปดาห์ได้ ทำให้สมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิตดีขึ้น อย่างไรก็ตามไม่ว่าคุณจะเลือกตลาดไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือการเริ่มต้นจากบัญชีทดลองก่อนเสมอ เพื่อทำความเข้าใจกลไกของแพลตฟอร์มและทดสอบกลยุทธ์โดยที่ไม่ต้องเสี่ยงเงินจริง
การสร้างนิสัยการเทรดที่ถูกต้องตั้งแต่วันแรก
ไม่ว่าคุณจะเทรดตลาดไหน การสร้างนิสัยที่ดีตั้งแต่วันแรกคือกุญแจสู่ความสำเร็จระยะยาว การวางแผนก่อนเปิดคำสั่ง การบันทึกสมุดบันทึกการเทรด และการยอมรับความผิดพลาดเพื่อนำไปปรับปรุง จะช่วยให้คุณเติบโตเป็นเทรดเดอร์ที่มีคุณภาพ อย่ารีบเร่งทำกำไรจนลืมควบคุมความเสี่ยง เพราะในโลกของการเทรด การอยู่รอดสำคัญกว่าการทำกำไรในสัปดาห์เดียว
การปรับพอร์ตการลงทุนให้กระจายความเสี่ยง
เมื่อคุณเริ่มเข้าใจตลาดมากขึ้น คุณอาจลองกระจายการลงทุนไปยังทั้งสองตลาดก็ได้ การถือครองสินทรัพย์ใน Forex เพื่อรับผลประโยชน์จากความนิ่งและเสถียรภาพ ในขณะที่แบ่งส่วนหนึ่งไปลงทุนในคริปโตเพื่อจับความเติบโตที่สูงกว่า ถือเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจ แต่ต้องแน่ใจว่าคุณมีความรู้และเวลาเพียงพอที่จะติดตามทั้งสองตลาดไปพร้อมกันโดยไม่ให้เกิดความสับสน
สรุปความเหมาะสมของแต่ละตลาดสำหรับคนไทย
สรุปแล้วทั้ง Forex และคริปโตยังคงเป็นตลาดที่มีโอกาสทำกำไรให้กับคนไทยเราได้เสมอในปี 2026 หากคุณเป็นมือใหม่ที่เน้นความชอบธรรมทางเศรษฐกิจและพื้นฐานที่ชัดเจน Forex คือสนามเด็กที่ดีกว่า แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบความท้าทาย ตื่นเต้น และพร้อมรับความผันผวนสูงเพื่อแลกกับโอกาสทำกำไรที่รวดเร็ว คริปโตก็เป็นทางเลือกที่ไม่ควรมองข้าม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเลือกโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือ มีใบอนุญาตที่ถูกต้อง และการไม่หยุดพัฒนาตัวเอง เพราะตลาดการเงินไม่เคยหยุดนิ่ง การปรับตัวและเรียนรู้ต่อไปเรื่อยๆ จะเป็นสิ่งที่ทำให้คุณอยู่รอดและทำกำไรได้ยาวนาน
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรดทั้งสองตลาดมักเน้นไปที่การเลือกแพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้ การเสียภาษีจากกำไรสะสม ขนาดเงินทุนขั้นต่ำที่จำเป็นต้องมีในการเริ่มต้น รวมไปถึงข้อกฎหมายในการนำเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งจากสถิติของก.ล.ต. พบว่ามีผู้ลงทุนรายย่อยในไทยมากกว่า 12 เปอร์เซ็นต์ที่เคยประสบปัญหาจากการใช้แพลตฟอร์มที่ไม่ได้รับใบอนุญาต
Forex กับคริปโต อันไหนเหมาะกับมือใหม่ทุนน้อยกว่า
สำหรับมือใหม่ที่มีทุนต่ำกว่าหมื่นบาท การเทรดคริปโตอาจตอบโจทย์กว่าในแง่ของความยืดหยุ่น เพราะสามารถเริ่มต้นด้วยเงินหลักสิบถึงหลักร้อยบาทและยังแบ่งสัดส่วนเหรียญได้เล็กลง แต่ถ้าเน้นความนิ่งและไม่ชอบความผันผวนรุนแรง Forex จะเหมาะสมกว่า ทั้งนี้ความเสี่ยงไม่ได้อยู่ที่ตลาดแต่อยู่ที่การบริหารเงินทุนของผู้เทรดเป็นหลัก
ช่วงเวลาไหนที่ควรเทรด Forex และช่วงไหนเล่นคริปโต
ตลาด Forex เปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมงในวันจันทร์ถึงศุกร์ โดยช่วงที่มีความเคลื่อนไหวมากจะอยู่ในช่วงเซสชันลอนดอนและนิวยอร์กซึ่งตรงกับช่วงบ่ายถึงค่ำของไทย ส่วนคริปโตจะเปิดเทรดตลอดเวลาทั้งวันทั้งคืนรวมถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ ดังนั้นหากคุณว่างในช่วงเสาร์อาทิตย์ก็สามารถเทรดคริปโตได้โดยไม่ต้องรอจันทร์
ค่าใช้จ่ายในการเทรด Forex แพงกว่าคริปโตหรือไม่
โดยทั่วไปค่าใช้จ่ายหรือสเปรดของ Forex จะต่ำกว่าคริปโตค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะคู่เงินหลักอย่างยูโรดอลลาร์ที่สเปรดอาจต่ำเพียงไม่กี่พอยต์ ในขณะที่คริปโตมักมีสเปรดกว้างกว่าและค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่แพงกว่า แต่ทั้งสองตลาดก็มีโบรกเกอร์ที่เสนอค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันไป จึงควรเปรียบเทียบอัตราค่าใช้จ่ายจากโบรกเกอร์หลายแห่งก่อนตัดสินใจเลือก
ทำไมคริปโตถึงมีความผันผวนสูงกว่า Forex มาก
คริปโตมีความผันผวนสูงเพราะขนาดตลาดยังเล็กกว่าตลาด Forex ที่มีมูลค่าการซื้อขายรายวันหลายล้านล้านดอลลาร์ เมื่อเม็ดเงินลงทุนส่วนใหญ่เคลื่อนย้ายเข้าออก ราคาจึงเคลื่อนไหวรุนแรงในเวลาอันสั้น นอกจากนี้ข่าวสารและโซเชียลมีเดียก็ส่งผลกระทบต่อราคาคริปโตได้ง่ายกว่า ในขณะที่ Forex มีแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคและธนาคารกลางที่ชัดเจนกว่า ทำให้การขยับราคาดูมีระบบมากกว่า
มือใหม่ควรเริ่มต้นเรียนรู้จากตลาดไหนก่อนดี
หากคุณเป็นคนชอบติดตามข่าวเศรษฐกิจและการเมืองการเทรด Forex จะเข้าถึงได้ง่ายกว่าเพราะมีปัจจัยพื้นฐานที่ชัดเจน แต่ถ้าคุณสนใจเทคโนโลยีและชอบติดตามโครงการบล็อกเชนต่างๆ คริปโตจะน่าสนใจและสนุกกว่า อย่างไรก็ตามควรเริ่มจากบัญชีทดลองเพื่อทำความเข้าใจกลไกตลาดและทดสอบกลยุทธ์ก่อนลงทุนด้วยเงินจริงเสมอ
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย










TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文