การลงทุนในตลาด Forex ต้องอาศัยความเข้าใจภาษาของตลาดอย่างแท้จริง หากคุณเข้าใจคำศัพท์ คุณจะวิเคราะห์สถานการณ์ได้แม่นยำขึ้น บทความนี้รวบรวมคำศัพท์สำคัญมากถึง 50 คำ ที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องรู้ในปี 2026 เพื่อให้คุณสามารถอ่านกราฟและวางแผนการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ตกเทรนด์การลงทุนยุคใหม่
- 1. คำศัพท์พื้นฐาน Forex ที่เทรดเดอร์ต้องเข้าใจ
- 2. คำศัพท์เกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงและ Account
- 3. คำสั่งเทรด (Order Types) ที่ต้องรู้
- 4. การวิเคราะห์ตลาดและตัวชี้วัด (Analysis & Indicators)
- 5. คำศัพท์ขั้นสูงและสภาวะตลาดที่มือโปรต้องรู้
- 6. ตารางสรุปคำศัพท์ Forex 50 คำ ฉบับรวบรัด
- FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคำศัพท์ Forex
1. คำศัพท์พื้นฐาน Forex ที่เทรดเดอร์ต้องเข้าใจ
คำศัพท์พื้นฐานคือรากฐานของการวิเคราะห์ตลาดและการสื่อสารกับเทรดเดอร์คนอื่น ๆ เมื่อเข้าใจคำเหล่านี้ คุณจะสามารถอ่านบทวิเคราะห์ตลาดได้อย่างคล่องตัวและเริ่มต้นเทรดได้อย่างถูกต้อง นี่คือกุญแจดอกแรกที่จะเปิดโลกแห่งการเทรดสกุลเงิน
1.1 คู่สกุลเงิน (Currency Pairs)
Currency Pairs คือการจับคู่สกุลเงินสองชนิดเพื่อเทรดในตลาด Forex โดยมีสกุลแรกเป็น Base Currency และสกุลที่สองเป็น Quote Currency ราคาที่เราเห็นคือความสัมพันธ์ระหว่างสองสกุลนี้
การจับคู่นี้แสดงให้เห็นว่าต้องใช้สกุลเงินที่สองกี่หน่วย เพื่อแลกกับสกุลเงินแรกหนึ่งหน่วย การเข้าใจคู่สกุลเงินจึงเป็นสิ่งแรกที่ขาดไม่ได้
1.2 Pip และ Pipette
Pip คือหน่วยวัดการเปลี่ยนแปลงราคาที่เล็กที่สุดในคู่สกุลเงิน Forex ส่วน Pipette คือทศนิยมตำแหน่งที่ห้าของราคา ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่เล็กกว่า Pip
การรู้จัก Pip ช่วยให้เทรดเดอร์คำนวณกำไรและขาดทุนได้อย่างแม่นยำ รวมถึงใช้สำหรับการกำหนด Stop Loss และ Take Profit อย่างเหมาะสม
1.3 Bid และ Ask Price
Bid คือราคาที่ตลาดพร้อมจะซื้อสกุลเงินจากคุณ ส่วน Ask คือราคาที่ตลาดพร้อมจะขายสกุลเงินให้คุณ ความแตกต่างระหว่างสองราคานี้คือ spread
เมื่อคุณเปิด Order Buy คุณจะเข้าเทรดที่ราคา Ask และเมื่อคุณเปิด Order Sell คุณจะเข้าเทรดที่ราคา Bid การเข้าใจสิ่งนี้ช่วยลดความสับสนในการดูราคา
1.4 Spread คืออะไร
Spread คือผลต่างระหว่างราคา Bid และ Ask ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายหลักในการเทรดแบบหนึ่ง โบรกเกอร์ส่วนใหญ่จะเรียกเก็บค่าใช้จ่ายผ่าน spread นี้
ยิ่ง spread แคบ ค่าใช้จ่ายยิ่งต่ำ การเลือกโบรกเกอร์ที่มี spread ต่ำจึงสำคัญมาก หากคุณสนใจติดตามกระแสเงินทุลในตลาดคอมโมดิตี้ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ข้อมูลการไหลของทุน SPDR ได้
1.5 Lot Size
Lot คือหน่วยวัดปริมาณการเทรดในตลาด Forex โดยแบ่งเป็น Standard Lot, Mini Lot และ Micro Lot ขนาดของ Lot จะกำหนดมูลค่าต่อ Pip ของคุณ
การเลือก Lot Size ที่เหมาะสมกับเงินทุนเป็นการบริหารความเสี่ยงขั้นพื้นฐาน หากเลือกขนาดใหญ่เกินไปอาจนำไปสู่การรับความเสี่ยงที่สูงเกินไป

2. คำศัพท์เกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงและ Account
การบริหารความเสี่ยงคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้คุณอยู่ในตลาดได้ยาวนาน คำศัพท์ในส่วนนี้จะช่วยให้คุณควบคุมการขาดทุนและปกป้องเงินทุนของบัญชีเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันการล้างบัญชี
2.1 Leverage
Leverage คือเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยขยายอำนาจการซื้อขายของคุณ โดยใช้เงินทุนเพียงเล็กน้อยในการเปิดสถานะที่ใหญ่ขึ้น แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นด้วย
หากใช้ Leverage สูงเกินไป อาจทำให้ขาดทุนหมดบัญชีได้รวดเร็ว การเลือกอัตราส่วนที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง
2.2 Margin
Margin คือเงินค้ำประกันที่ต้องวางไว้ในบัญชีเพื่อเปิดสถานะการเทรดโดยใช้ Leverage โดย Margin จะถูกล็อกไว้ชั่วคราวจนกว่าจะปิดสถานะ
หากบัญชีของคุณมีเงินไม่พอสำหรับ Margin ระบบจะไม่อนุญาตให้เปิด Order ได้ การดูแลระดับ Margin ให้ปลอดภัยเป็นสิ่งจำเป็น
2.3 Margin Call
Margin Call คือการแจ้งเตือนจากโบรกเกอร์เมื่อระดับ Margin ในบัญชีของคุณลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ส่งสัญญาณให้คุณต้องเติมเงินหรือปิดสถานะ
หากคุณไม่ดำเนินการใด ๆ บัญชีของคุณอาจเข้าสู่สถานะ Stop Out ซึ่งระบบจะปิดสถานะโดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันการขาดทุนเกินเงินฝาก
2.4 Stop Loss และ Take Profit
Stop Loss คือการกำหนดจุดตัดขาดทุนอัตโนมัติ ส่วน Take Profit คือการกำหนดจุดทำกำไรอัตโนมัติ ทั้งสองฟังก์ชันนี้เป็นเครื่องมือจำเป็นสำหรับการบริหารความเสี่ยง
การใช้ Stop Loss ช่วยป้องกันไม่ให้ความเสียหายบานปลาย ในขณะที่ Take Profit ช่วยล็อกกำไรเมื่อราคาเคลื่อนไหวถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้
2.5 Drawdown
Drawdown คือระยะทางจากยอดเงินสูงสุดในบัญชีลงมาถึงยอดต่ำสุด แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงและประสิทธิภาพของกลยุทธ์การเทรดว่ามีความผันผวนมากน้อยเพียงใด
ยิ่ง Drawdown ต่ำ กลยุทธ์ยิ่งปลอดภัย การเทรดที่ดีควรควบคุมให้ Drawdown ไม่เกินระดับที่ยอมรับได้ หากต้องการเข้าใจความผันผวนของตลาดอ้างอิง สามารถศึกษา ข้อมูลราคาทองคำในอดีต เพื่อประกอบการวิเคราะห์ได้
3. คำสั่งเทรด (Order Types) ที่ต้องรู้
คำสั่งเทรดคือวิธีการที่เราสื่อสารกับโบรกเกอร์เพื่อเข้าหรือออกจากตลาด การเข้าใจคำสั่งแต่ละแบบจะช่วยให้คุณสามารถวางแผนการเทรดได้อย่างยืดหยุ่นและแม่นยำยิ่งขึ้น ไม่ว่าราคาจะเคลื่อนไหวไปทางใด
3.1 Market Order
Market Order คือคำสั่งซื้อหรือขายทันทีในราคาตลาดปัจจุบัน คำสั่งนี้รับประกันการเข้าสู่ตลาด แต่ไม่รับประกันราคาที่แน่นอนเนื่องจากความเร็วในการเคลื่อนไหวของราคา
เหมาะสำหรับการเทรดที่ต้องการความเร็ว แต่อาจเกิด Slippage ได้ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูงหรือข่าวสำคัญออกมา
3.2 Limit Order
Limit Order คือคำสั่งที่ตั้งราคาที่ต้องการซื้อหรือขายไว้ล่วงหน้า โดยระบบจะดำเนินการให้เมื่อราคาตลาดเคลื่อนไหวมาถึงระดับที่กำหนดเท่านั้น
Buy Limit คือการตั้งซื้อในราคาที่ต่ำกว่าปัจจุบัน ส่วน Sell Limit คือการตั้งขายในราคาที่สูงกว่าปัจจุบัน ช่วยให้คุณเทรดตามแผนได้ดี
3.3 Stop Order
Stop Order คือคำสั่งที่จะกลายเป็น Market Order เมื่อราคาเคลื่อนไหวถึงจุดที่กำหนด มักใช้สำหรับการเทรดตามเทรนด์หรือใช้เป็น Stop Loss
Buy Stop คือการตั้งซื้อเหนือราคาปัจจุบัน ส่วน Sell Stop คือการตั้งขายต่ำกว่าราคาปัจจุบัน เป็นกลยุทธ์ที่นิยมในการทลายแนวรับแนวต้าน
3.4 Trailing Stop
Trailing Stop คือฟังก์ชัน Stop Loss แบบตามติดราคา ที่จะปรับตำแหน่งขึ้นหรือลงตามทิศทางของราคาเพื่อรักษาระยะห่างที่กำหนดไว้ ช่วยล็อกกำไรได้อย่างอัตโนมัติ
หากราคาเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่กำไร Trailing Stop จะตามไปด้วย แต่หากราคาย้อนกลับมันจะทำหน้าที่หยุดขาดทุนให้ทันที
4. การวิเคราะห์ตลาดและตัวชี้วัด (Analysis & Indicators)
การวิเคราะห์ตลาดช่วยให้เทรดเดอร์คาดการณ์ทิศทางราคาได้อย่างมีเหตุผล คำศัพท์ในส่วนนี้เป็นเครื่องมือทางเทคนิคที่จะช่วยยกระดับการตัดสินใจของคุณ ให้สามารถหาจังหวะเข้าเทรดที่มีโอกาสชนะสูงขึ้น
4.1 Trend
Trend คือทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาในระยะยาว แบ่งเป็น Uptrend, Downtrend และ Sideways การเทรดตาม Trend มักมีโอกาสทำกำไรสูงกว่าการสวนเทรนด์
Trend is your friend เป็นกฎพื้นฐานที่เทรดเดอร์ทุกคนควรจำไว้ การจับ Trend ให้ได้ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการวิเคราะห์ทิศทางตลาด
4.2 Support และ Resistance
Support คือระดับราคาที่ทำหน้าที่รับแรงกดดันการขาย ส่วน Resistance คือระดับราคาที่ทำหน้าที่ต้านแรงซื้อ ทั้งสองเส้นนี้เป็นพื้นที่ที่ราคามักจะเกิดการกระทบย้ำ
การวางแผนการเทรดรอบ ๆ เส้น Support และ Resistance เป็นพื้นฐานที่สำคัญมาก หากต้องการดูกระแสเงินทุลขนาดใหญ่ สามารถตรวจสอบ การเคลื่อนไหวของกองทุน SPDR เพื่อยืนยันแนวโน้มได้
4.3 MACD
MACD คือตัวบ่งชี้ที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สองเส้น ใช้เพื่อระบุการเปลี่ยนแปลงของ Momentum และทิศทาง Trend ของราคาในตลาด
การดู Crossover ของ MACD เป็นสัญญาณเข้าเทรดที่นิยมมาก ช่วยให้เทรดเดอร์เห็นจังหวะการกลับตัวของตลาดได้ชัดเจนขึ้นในหลาย ๆ สถานการณ์
4.4 RSI (Relative Strength Index)
RSI คือตัวชี้วัดความเร็วและการเปลี่ยนแปลงของราคา โดยค่าจะอยู่ระหว่าง 0 ถึง 100 ใช้บ่งบอกสภาวะ Overbought หรือ Oversold ในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หากค่า RSI เกิน 70 แสดงว่าตลาดซื้อมากเกินไป แต่ถ้าต่ำกว่า 30 แสดงว่าตลาดขายมากเกินไป การใช้ RSI ร่วมกับตัวชี้วัดอื่นจะเพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์
4.5 ETF (Exchange Traded Fund)
ETF คือกองทุนรวมที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เหมือนหุ้น ในตลาด Forex และคอมโมดิตี้ ETF มักถูกใช้เป็นตัวแทนการลงทุนในสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ทองคำ หรือสกุลเงิน
นักลงทุนใช้ข้อมูลของ ETF ในการดูกระแสเงินทุน หากต้องการเข้าใจความสัมพันธ์ของทองคำ สามารถศึกษา ประวัติราคาทองคำย้อนหลัง เพื่อประกอบการตัดสินใจได้
5. คำศัพท์ขั้นสูงและสภาวะตลาดที่มือโปรต้องรู้
คำศัพท์ขั้นสูงจะช่วยเพิ่มมิติในการมองตลาดให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เมื่อคุณเข้าใจสภาวะตลาดและพฤติกรรมของผู้เล่นรายใหญ่ คุณจะสามารถหลีกเลี่ยงกับดักและหาโอกาสทำกำไรที่ซ่อนอยู่ได้อย่างแม่นยำ
5.1 Slippage
Slippage คือปรากฏการณ์ที่คำสั่งเทรดของคุณถูกดำเนินการในราคาที่แตกต่างจากที่คุณตั้งใจไว้ มักเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูงหรือสภาพคล่องต่ำ
Slippage อาจเป็นไปในทางบวกหรือทางลบก็ได้ แต่โดยมากมักจะส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาการเทรดและผลกำไรในระยะยาวของนักลงทุน
5.2 Swap หรือ Rollover
Swap คือดอกเบี้ยที่เทรดเดอร์ต้องจ่ายหรือได้รับเมื่อถือสถานะการเทรดข้ามคืน อัตรา Swap ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยของสกุลเงินที่คุณเทรดอยู่
หากซื้อสกุลที่มีดอกเบี้ยสูงและขายสกุลที่มีดอกเบี้ยต่ำ คุณจะได้รับ Swap แต่หากทำกลับกัน คุณจะต้องจ่าย Swap ให้กับโบรกเกอร์
5.3 Liquidity
Liquidity คือความสามารถในการซื้อขายสินทรัพย์ในปริมาณมากโดยไม่ส่งผลกระทบต่อราคา ตลาด Forex มี Liquidity สูงมาก ทำให้สามารถเข้าออกตลาดได้ง่าย
ในช่วงเวลาที่มี Liquidity ต่ำ เช่น ช่วงเทศกาล ราคาอาจเคลื่อนไหวแบบกระโดด ทำให้เกิดช่องว่างราคาหรือ Gap ได้ง่ายในบางครั้ง
5.4 Volatility
Volatility คือระดับความผันผวนของราคาในตลาด ยิ่ง Volatility สูง ราคายิ่งเคลื่อนไหวรุนแรง ทั้งโอกาสทำกำไรและความเสี่ยงก็สูงตามไปด้วย
นักเทรด Scalper มักชอบ Volatility สูงเพื่อหากำไรระยะสั้น แต่นักลงทุนระยะยาวมักไม่ชอบความผันผวนที่มากเกินไปในบางสถานการณ์
5.5 Hedging
Hedging คือการเปิดสถานะเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากสถานะหลัก โดยเปิดสถานะตรงข้ามหรือสินทรัพย์ที่สัมพันธ์กัน เพื่อลดผลกระทบจากการเคลื่อนไหวของราคา
เป็นกลยุทธ์ที่ใช้สำหรับการบริหารความเสี่ยงขั้นสูง แม้จะลดความเสี่ยงได้ แต่ก็อาจตัดโอกาสทำกำไรลงไปด้วยเช่นกันในหลายกรณี
6. ตารางสรุปคำศัพท์ Forex 50 คำ ฉบับรวบรัด
ตารางสรุปคำศัพท์ทั้งหมดนี้รวบรวมจากทุกแนวคิดข้างต้น พร้อมเพิ่มคำศัพท์ที่จำเป็นอื่น ๆ เพื่อให้ครบ 50 คำตามที่สัญญาไว้ เพื่อให้คุณสามารถใช้เป็นเช็กลิสต์ในการทบทวนความรู้ได้อย่างรวดเร็ว
| หมวดหมู่ | คำศัพท์ (Term) | ความหมายสั้น ๆ (Definition) |
|---|---|---|
| พื้นฐาน | 1. Currency Pairs | การจับคู่สกุลเงินเพื่อเทรด |
| พื้นฐาน | 2. Base Currency | สกุลเงินตัวแรกในคู่เทรด |
| พื้นฐาน | 3. Quote Currency | สกุลเงินตัวที่สองในคู่เทรด |
| พื้นฐาน | 4. Pip | หน่วยวัดการเปลี่ยนแปลงราคาที่เล็กที่สุด |
| พื้นฐาน | 5. Pipette | ทศนิยมตำแหน่งที่ห้าของราคา |
| พื้นฐาน | 6. Bid Price | ราคาที่ตลาดพร้อมซื้อ |
| พื้นฐาน | 7. Ask Price | ราคาที่ตลาดพร้อมขาย |
| พื้นฐาน | 8. Spread | ผลต่างระหว่างราคา Bid และ Ask |
| พื้นฐาน | 9. Lot Size | หน่วยวัดปริมาณการเทรด |
| พื้นฐาน | 10. Standard Lot | ขนาดเทรด 100,000 หน่วย |
| พื้นฐาน | 11. Mini Lot | ขนาดเทรด 10,000 หน่วย |
| พื้นฐาน | 12. Micro Lot | ขนาดเทรด 1,000 หน่วย |
| พื้นฐาน | 13. Going Long | การเปิดสถานะซื้อ |
| พื้นฐาน | 14. Going Short | การเปิดสถานะขาย |
| ความเสี่ยง | 15. Leverage | อัตราส่วนเงินค้ำประกันเพื่อขยายอำนาจซื้อ |
| ความเสี่ยง | 16. Margin | เงินค้ำประกันสำหรับการเปิดสถานะ |
| ความเสี่ยง | 17. Margin Call | การแจ้งเตือนเมื่อ Margin เหลือน้อย |
| ความเสี่ยง | 18. Stop Out | ระบบปิดสถานะอัตโนมัติเมื่อ Margin หมด |
| ความเสี่ยง | 19. Stop Loss | คำสั่งตัดขาดทุนอัตโนมัติ |
| ความเสี่ยง | 20. Take Profit | คำสั่งทำกำไรอัตโนมัติ |
| ความเสี่ยง | 21. Drawdown | ระยะห่างจากยอดเงินสูงสุดถึงยอดต่ำสุด |
| ความเสี่ยง | 22. Risk Reward Ratio | อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน |
| คำสั่งเทรด | 23. Market Order | คำสั่งเทรดทันทีในราคาปัจจุบัน |
| คำสั่งเทรด | 24. Limit Order | คำสั่งเทรดที่ราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า |
| คำสั่งเทรด | 25. Stop Order | คำสั่งที่จะทำงานเมื่อถึงราคาที่กำหนด |
| คำสั่งเทรด | 26. Trailing Stop | Stop Loss ที่ขยับตามราคา |
| คำสั่งเทรด | 27. Buy Limit | ตั้งซื้อต่ำกว่าราคาปัจจุบัน |
| คำสั่งเทรด | 28. Sell Limit | ตั้งขายสูงกว่าราคาปัจจุบัน |
| คำสั่งเทรด | 29. Buy Stop | ตั้งซื้อสูงกว่าราคาปัจจุบัน |
| คำสั่งเทรด | 30. Sell Stop | ตั้งขายต่ำกว่าราคาปัจจุบัน |
| การวิเคราะห์ | 31. Trend | ทิศทางการเคลื่อนไหวของราคา |
| การวิเคราะห์ | 32. Support | เส้นแนวรับราคา |
| การวิเคราะห์ | 33. Resistance | เส้นแนวต้านราคา |
| การวิเคราะห์ | 34. MACD | ตัวชี้วัด Momentum ของ Trend |
| การวิเคราะห์ | 35. RSI | ตัวชี้วัดสภาวะ Overbought/Oversold |
| การวิเคราะห์ | 36. ETF | กองทุนรวมที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ |
| การวิเคราะห์ | 37. Moving Average | เส้นค่าเฉลี่ยราคาในอดีต |
| การวิเคราะห์ | 38. Breakout | การทะลุแนวรับหรือแนวต้าน |
| การวิเคราะห์ | 39. Pullback | การปรับตัวย้อนกลับชั่วคราว |
| การวิเคราะห์ | 40. Consolidation | สภาวะที่ราคาเคลื่อนไหวแคบ |
| ขั้นสูง | 41. Slippage | การเปลี่ยนแปลงราคาระหว่างสั่งซื้อและได้รับ |
| ขั้นสูง | 42. Swap | ดอกเบี้ยสำหรับการถือสถานะข้ามคืน |
| ขั้นสูง | 43. Liquidity | ความสามารถในการซื้อขายโดยไม่กระทบราคา |
| ขั้นสูง | 44. Volatility | ระดับความผันผวนของราคา |
| ขั้นสูง | 45. Hedging | การเปิดสถานะเพื่อป้องกันความเสี่ยง |
| ขั้นสูง | 46. Overbought | สภาวะที่ซื้อมากเกินไป |
| ขั้นสูง | 47. Oversold | สภาวะที่ขายมากเกินไป |
| ขั้นสูง | 48. Carry Trade | การเทรดเพื่อทำกำไรจากอัตราดอกเบี้ย |
| ขั้นสูง | 49. Fundamental Analysis | การวิเคราะห์จากข่าวเศรษฐกิจ |
| ขั้นสูง | 50. Technical Analysis | การวิเคราะห์จากกราฟและตัวบ่งชี้ |
การเรียนรู้คำศัพท์ทั้ง 50 คำนี้จะเป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเทรด Forex ในปี 2026 หากต้องการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้จริง คุณสามารถเริ่มต้นได้โดยการเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้ สมัครได้ที่ XM เพื่อเริ่มต้นการเทรดของคุณ
นอกจากนี้ การวิเคราะห์ตลาดให้แม่นยำยิ่งขึ้น คุณควรมีเครื่องมือที่ช่วยในการติดตามกราฟและข่าวสาร ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพื่ออำนวยความสะดวกได้ที่ แอปพลิเคชัน icafefx เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกจังหวะการเทรด
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคำศัพท์ Forex
1. Pip กับ Point ต่างกันอย่างไร?
Pip คือการเคลื่อนไหวของราคาในหลักทศนิยมตำแหน่งที่สี่ (หรือที่สองในคู่ JPY) ส่วน Point มักถูกใช้เรียกการเคลื่อนไหวที่ทศนิยมตำแหน่งที่ห้า หรือเท่ากับ 1 ใน 10 ของ Pip
2. Leverage สูงดีหรือต่ำดี?
Leverage สูงทำให้สามารถเปิดสถานะใหญ่ด้วยเงินน้อย แต่ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะขาดทุนหมดบัญชี ส่วน Leverage ต่ำมีความเสี่ยงต่ำกว่าแต่ต้องใช้เงินทุนมากกว่า ควรเลือกให้เหมาะกับสไตล์การเทรด
3. ทำไม Spread ถึงสำคัญ?
Spread คือค่าใช้จ่ายในการเทรดที่คุณต้องจ่ายให้โบรกเกอร์ในทุกการเปิดสถานะ หาก Spread สูง คุณจะต้องใช้กำไรจำนวนมากเพียงเพื่อคืนทุน การเลือกโบรกเกอร์ที่มี Spread ต่ำจึงเป็นผลประโยชน์โดยตรง
4. Swap คิดเมื่อไหร่?
Swap จะถูกคิดเมื่อคุณถือสถานะการเทรดข้ามเวลาปิดบัญชีของวันนั้น (มักจะเป็นเวลา 05:00 น. ตามเวลาประเทศไทย) หากปิดสถานะก่อนเวลานี้จะไม่ถูกคิดค่า Swap
5. Margin Call อันตรายแค่ไหน?
Margin Call เป็นสัญญาณเตือนว่าบัญชีของคุณกำลังจะไม่พอจ่ายสำหรับ Margin หากไม่เติมเงินหรือปิดสถานะเอง ระบบจะทำการ Stop Out หรือปิดสถานะแทนคุณโดยอัตโนมัติ ซึ่งอาจทำให้เกิดการขาดทุนที่ไม่ได้ตั้งใจ
พร้อมก้าวสู่การเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพแล้วหรือยัง? เริ่มต้นลงทุนได้วันนี้ที่ XM พร้อมเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ที่จะทำให้การเทรดของคุณง่ายขึ้น!
อ่านเพิ่มเติม
- ▸ เทรดเปล่า ฟอเร็กซ์ คู่มือ ราคาเคลื่อนไหว ไร้อินดิเคเตอร์ ปี 2026
- ▸ Forex Calendar ปฏิทิน เศรษฐกิจ — คู่มือ ฉบับ สมบูรณ์ 2026
- ▸ วิเคราะห์ Pullback Retracement Entry คู่มือฉบับสมบูรณ์ Forex
- ▸ คู่มือสร้าง Daily Weekly Routine เทรด Forex อย่างมืออาชีพ
- ▸ ARR Gold ผลตอบแทนทองคำรายปี คำนวณกำไรก่อนลงทุนปี 2026
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย





TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文