ทองคำผันผวนรุนแรง พังบัญชีไวเพราะใส่ล็อตใหญ่เกินไป บทความนี้สอนคำนวณขนาดล็อตตามแนวทาง Babypips แบบเข้าใจง่าย เพื่อรักษาทุนไว้อยู่รอดยาวนาน 1
- ทำไมเรื่องขนาดล็อตถึงเป็นเรื่องที่เทรดเดอร์ต้องให้ความสำคัญอันดับหนึ่ง
- ทำความเข้าใจค่าพิปและค่าพอยต์ของทองคำให้เป็นเนื้อเดียวกัน
- วิธีตั้งค่าจุดตัดขาดทุนให้สมเหตุสมผลก่อนจะคำนวณล็อต
- สูตรคำนวณขนาดล็อตทองคำแบบเข้าใจง่ายที่ใช้ได้จริง
- ตัวอย่างการคำนวณกำไรขาดทุนจริงเพื่อดูภาพรวมการบริหารความเสี่ยง
- ข้อควรระวังเรื่องค่าพิปของทองคำในแต่ละโบรกเกอร์ที่ต้องเช็คให้ชัวร์
- คำถามที่พบบ่อย


ทำไมเรื่องขนาดล็อตถึงเป็นเรื่องที่เทรดเดอร์ต้องให้ความสำคัญอันดับหนึ่ง
การกำหนดขนาดล็อตเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการบริหารความเสี่ยง เพราะมันเป็นตัวควบคุมมูลค่าการเคลื่อนไหวของราคาต่อหน่วย หากเทรดเดอร์ใช้ขนาดล็อตที่ใหญ่เกินไปเมื่อเทียบกับเงินทุน อาจนำไปสู่การเข้าของมาร์จินคอลได้อย่างรวดเร็ว การศึกษาจาก BrokerNotes ระบุว่ากว่า 40% ของเทรดเดอร์มือใหม่สูญเสียเงินทุนจากการไม่ควบคุมขนาดล็อตอย่างเข้มงวด จึงต้องให้ความสำคัญอันดับหนึ่งเสมอ
หลายคนเข้ามาเทรดทองคำแล้วพังบัญชีไปเรื่อย ๆ สาเหตุใหญ่ไม่ใช่เพราะวิเคราะห์ทิศทางผิด แต่เพราะการใส่ล็อตใหญ่เกินไปจนรับความผันผวนของราคาไม่ได้ ทองคำเป็นสินค้าที่มีการเคลื่อนไหวรุนแรงกว่าคู่เงินทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด การรู้วิธีคำนวณขนาดล็อตจึงเป็นเกราะคุ้มกันเงินทุนของเรา
เมื่อพูดถึงการคำนวณขนาดล็อต เว็บไซต์ Babypips ถือเป็นตำราเล่มแรก ๆ ที่เทรดเดอร์ทั่วโลกหยิบมาอ่าน แต่ปัญหาคือตัวอย่างในเว็บส่วนใหญ่จะเน้นไปที่คู่เงินหลักอย่างยูโรดอลลาร์ ซึ่งมีวิธีคิดค่าพิปที่ต่างจากทองคำพอสมควร ถ้าเราเอาสูตรของคู่เงินมาใช้กับทองคำโดยตรงโดยไม่ปรับแต่ง อาจจะได้ตัวเลขล็อตที่ผิดเพี้ยนจนความเสี่ยงบานเลยเป้าหมายที่ตั้งไว้ ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
การเป็นเทรดเดอร์ที่มีวินัยหมายรวมถึงการรู้ว่าแต่ละไม้เทรดเราจะเสี่ยงเงินไปกี่เปอร์เซ็นต์ของเงินทุน ถ้าเราคุมขนาดล็อตได้แม่นยำ ต่อให้เราเจอไม้เทรดที่ขาดทุนติด ๆ กันหลายไม้ เงินทุนก็ยังไม่พังจนกู้ไม่ขึ้น นี่คือเหตุผลที่ทำไมผมถึงย้ำลูกศิษย์ทุกคนว่าก่อนจะกดเปิดออเดอร์ ต้องรู้ขนาดล็อตที่เหมาะสมก่อนเสมอ
ทำความเข้าใจค่าพิปและค่าพอยต์ของทองคำให้เป็นเนื้อเดียวกัน
ค่าพิปและค่าพอยต์ของทองคำคือหน่วยวัดการเคลื่อนไหวของราคาที่เทรดเดอร์ต้องเข้าใจให้แม่นยำ โดยทั่วไปในตลาดทองคำ 1 พอยต์มักจะเท่ากับการเคลื่อนไหวของราคา 1 ดอลลาร์ ในขณะที่ค่าพิปอาจหมายถึงจุดทศนิยมตัวสุดท้ายซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละโบรกเกอร์ การเข้าใจหน่วยเหล่านี้เป็นเนื้อเดียวกันจะช่วยให้การคำนวณความเสี่ยงและกำไรเป็นไปอย่างถูกต้องแม่นยำทุกครั้ง
จุดที่ทำให้เทรดเดอร์ไทยมือใหม่สับสนมากที่สุดคือการแยกแยะระหว่างพิปและพอยต์ของทองคำ ถ้าไม่เข้าใจตรงนี้ก่อน การคำนวณขนาดล็อตจะผิดทุกครั้ง เพราะเราจะใส่ตัวเลขระยะตัดขาดทุนผิดลงไปในสูตร
ในตลาดฟอเร็กซ์คู่เงินทั่วไป การเคลื่อนไหวของราคา 1 พิปมักจะเท่ากับการขยับตัวเลขทศนิยมตำแหน่งที่สี่ แต่ทองคำไม่ได้ใช้กฎเดียวกันนี้ ทองคำมักจะมีการเคลื่อนไหวที่นิยามว่า 1 พิปเท่ากับราคาที่ขยับไป 0.1 หรือขยับ 1 พอยต์ก็คือราคาทองคำเปลี่ยนแปลงไป 0.01 ดอลลาร์ ดังนั้นเมื่อราคาทองคำวิ่งจาก 2000 ดอลลาร์ไปที่ 2001 ดอลลาร์ ถือว่าทองคำขยับไป 10 พอยต์หรือ 100 พิปนั่นเอง
ความสับสนเกิดขึ้นเพราะแต่ละโบรกเกอร์อาจจะแสดงผลราคาทองคำที่มีทศนิยมไม่เท่ากัน บางโบรกเกอร์แสดงทศนิยมสองตำแหน่ง บางโบรกเกอร์แสดงสามตำแหน่ง ดังนั้นก่อนจะใช้สูตรคำนวณใด ๆ ให้ดูก่อนว่าราคาที่เราเห็นบนหน้าจอมีทศนิยมกี่ตำแหน่ง แล้วจึงค่อยแปลงระยะตั้งแต่ราคาเปิดออเดอร์จนถึงจุดตัดขาดทุนให้เป็นจำนวนพอยต์หรือพิปให้ถูกต้องตามระบบของโบรกเกอร์เรา
วิธีตั้งค่าจุดตัดขาดทุนให้สมเหตุสมผลก่อนจะคำนวณล็อต
การตั้งค่าจุดตัดขาดทุนควรทำโดยพิจารณาจากโครงสร้างตลาดและความผันผวนจริงก่อนเสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกสต็อปก่อนราคาจะไปในทิศทางที่คาดการณ์ไว้ เทรดเดอร์ควรวัดระยะจากจุดเข้าสู่แนวรับแนวต้านสำคัญเพื่อหาระยะสูญเสียที่เหมาะสม จากนั้นจึงนำค่าดังกล่าวมาใช้ในสมการคำนวณเพื่อหาขนาดล็อตที่เหมาะสมต่อไป ซึ่งเป็นวิธีการที่ช่วยปกป้องพอร์ตการลงทุนให้ปลอดภัยอย่างยั่งยืน
จุดตัดขาดทุนคือสิ่งที่บอกว่าเรายอมรับว่าการวิเคราะห์ครั้งนี้ผิดพลาด การตั้งจุดนี้ไม่ใช่การสุ่มเอาจำนวนพอยต์มากำหนด แต่ต้องอ้างอิงจากโครงสร้างของกราฟเพื่อให้ตลาดได้พิสูจน์ทิศทางจริง ๆ ก่อนที่เราจะถูกตัดออกไป
หลายคนชอบตั้งจุดตัดขาดทุนแคบ ๆ แค่สักสิบพอยต์เพราะอยากใส่ล็อตใหญ่ ๆ แต่ทองคำเป็นตลาดที่มีการปั่นราคาสูง ถ้าเราตั้งจุดตัดขาดทุนแคบเกินไป โอกาสที่จะถูกหุ้นกวาดสต็อปก่อนราคาจะไปทิศทางที่เราคาดไว้นั้นมีสูงมาก การตั้งจุดตัดขาดทุนควรอยู่ใต้แท่งเทียนที่เป็นจุดต่ำสุดของรอบนั้นหรือใต้เส้นแนวรับที่สำคัญจะสมเหตุสมผลกว่า
เมื่อเราหาระยะตั้งแต่ราคาที่จะเข้าไปจนถึงจุดตัดขาดทุนได้แล้ว ตัวเลขระยะนี้แหละที่เราจะเอาไปใช้คำนวณขนาดล็อต ยิ่งระยะตัดขาดทุนกว้างเท่าไร ล็อตที่เราใส่ก็จะยิ่งเล็กลงเท่านั้น เพื่อรักษาให้จำนวนเงินที่เสี่ยงต่อไม้เทรดนั้นคงที่ไม่ว่าระยะตัดขาดทุนจะกว้างหรือแคบแค่ไหนก็ตาม
สูตรคำนวณขนาดล็อตทองคำแบบเข้าใจง่ายที่ใช้ได้จริง
สูตรคำนวณขนาดล็อตทองคำที่เข้าใจง่ายคือการนำเงินทุนที่ยอมรับความเสี่ยงไปหารด้วยระยะการตัดขาดทุนในหน่วยดอลลาร์ ตัวอย่างเช่น หากคุณยอมเสี่ยง 50 ดอลลาร์ และตั้งสต็อปลอสไว้ที่ 5 ดอลลาร์ คุณจะได้ขนาดล็อตที่ 0.1 ล็อต ซึ่งสูตรนี้เป็นหลักการพื้นฐานที่นำไปประยุกต์ใช้ได้จริงกับทุกสภาวะตลาดเพื่อรักษาวินัยในการเทรดอย่างเคร่งครัด
สูตรการคำนวณขนาดล็อตไม่ใช่เรื่องยากเกินไป ถ้าเราเข้าใจตัวแปรทั้งหมดที่เข้ามาเกี่ยวข้อง เราจะใช้สูตรพื้นฐานที่นำมาปรับใช้กับทองคำได้ทันที โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องคำนวณอัตโนมัติจากเว็บอื่น ๆ
ตัวแปรแรกที่เราต้องรู้คือจำนวนเงินที่เรายอมเสี่ยงในไม้เทรดนี้ สมมติว่าเรามีเงินทุน 5000 ดอลลาร์ และกฎของเราคือเสี่ยงไม่เกินร้อยละหนึ่งต่อไม้ เงินที่เรายอมเสี่ยงก็จะเท่ากับ 50 ดอลลาร์ ตัวแปรที่สองคือระยะราคาตั้งแต่จุดเข้าจนถึงจุดตัดขาดทุน สมมติว่าเราจะเข้าซื้อทองคำที่ราคา 2020 ดอลลาร์ และตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 2015 ดอลลาร์ ระยะตัดขาดทุนของเราก็จะเท่ากับ 5 ดอลลาร์ หรือก็คือ 500 พอยต์นั่นเอง
จากนั้นเราก็นำตัวเลขมาคำนวณง่าย ๆ โดยเอาเงินที่ยอมเสี่ยงหารด้วยระยะตัดขาดทุนเป็นดอลลาร์ จะได้มูลค่าต่อดอลลาร์ของทองคำที่เราจะเทรด แล้วค่อยเอาไปหารด้วยขนาดออนซ์มาตรฐานต่อล็อตเพื่อให้ได้ตัวเลขล็อตออกมา วิธีนี้จะทำให้เรามั่นใจได้ว่าตัวเลขที่ได้ออกมานั้นแม่นยำและเหมาะสมกับเงินทุนของเราจริง ๆ ไม่ใช่การสุ่มใส่ตามความรู้สึก
ตัวอย่างการคำนวณกำไรขาดทุนจริงเพื่อดูภาพรวมการบริหารความเสี่ยง
การคำนวณกำไรขาดทุนจริงช่วยให้เทรดเดอร์เห็นภาพรวมของการบริหารความเสี่ยงได้อย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น หากเปิดออเดอร์ขายทองคำขนาด 0.1 ล็อต และราคาเคลื่อนไหวขึ้น 10 ดอลลาร์โดยมีค่าสเปรด 2 ดอลลาร์ ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นการขาดทุนประมาณ 12 ดอลลาร์ การจำลองสถานการณ์เช่นนี้ทำให้ผู้ลงทุนตระหนักถึงผลกระทบของราคาและค่าธรรมเนียมต่อพอร์ตการลงทุนในระยะยาว
มาดูตัวอย่างจริงเพื่อให้เห็นภาพการคำนวณทั้งหมดเป็นรูปธรรม สมมติว่าเรามีเงินทุน 10,000 ดอลลาร์ กำหนดความเสี่ยงไว้ที่ร้อยละหนึ่ง ต้องการเข้าซื้อทองคำที่ราคา 2350 ดอลลาร์ โดยตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 2344 ดอลลาร์ และตั้งเป้าหมายทำกำไรไว้ที่ 2362 ดอลลาร์
เงินที่ยอมเสี่ยงต่อไม้เทรดนี้คือ 100 ดอลลาร์ ระยะตั้งแต่ราคาเข้าไปจนถึงจุดตัดขาดทุนเท่ากับ 6 ดอลลาร์ (2350 ลบด้วย 2344) เนื่องจากทองคำ 1 ล็อตมาตรฐานเท่ากับ 100 ออนซ์ การที่ราคาขยับ 1 ดอลลาร์จึงมีค่าเท่ากับ 100 ดอลลาร์ต่อล็อต ดังนั้นถ้าเราใส่ 1 ล็อตเต็มและราคาทะลุจุดตัดขาดทุน เราจะขาดทุนถึง 600 ดอลลาร์ซึ่งมากเกินไปสำหรับเงินทุน 10,000 ดอลลาร์
เราจึงต้องคำนวณขนาดล็อตที่เหมาะสม โดยเอาเงินที่ยอมเสี่ยง 100 ดอลลาร์ หารด้วยระยะตัดขาดทุนเป็นดอลลาร์ต่อล็อตซึ่งก็คือ 600 ดอลลาร์ ผลที่ได้คือ 0.166 ล็อต หรือปัดเป็น 0.16 ล็อต ถ้าเราเปิดออเดอร์ขนาด 0.16 ล็อตแล้วราคาวิ่งไปโดนเป้าหมายที่ 2362 ดอลลาร์ ระยะทำกำไรจะเท่ากับ 12 ดอลลาร์ คูณด้วย 16 ออนซ์ (จาก 0.16 ล็อต) จะได้กำไรรวม 192 ดอลลาร์ ในขณะที่ถ้าราคาไปโดนจุดตัดขาดทุน เราจะขาดทุนประมาณ 96 ดอลลาร์ซึ่งใกล้เคียงกับเป้าหมายความเสี่ยง 100 ดอลลาร์ที่ตั้งไว้ อัตราส่วนความคุ้มค่าของไม้เทรดนี้จึงอยู่ที่ประมาณ 1 ต่อ 2 ซึ่งถือว่าสมเหตุสมผลและคุ้มค่าที่จะเข้าเทรด

ข้อควรระวังเรื่องค่าพิปของทองคำในแต่ละโบรกเกอร์ที่ต้องเช็คให้ชัวร์
ข้อควรระวังที่สำคัญคือโบรกเกอร์แต่ละแห่งมีการกำหนดค่าพิปและขนาดสัญญาแตกต่างกัน บางแห่งอาจมีสเปรดที่กว้างกว่าหรือคิดค่าคอมมิชชั่นเพิ่มเติม ส่งผลให้ต้นทุนการเทรดแตกต่างกันอย่างมาก การตรวจสอบข้อมูลจำเพาะของสัญญาในแพลตฟอร์มอย่างละเอียดก่อนเริ่มเทรดจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้แน่ใจว่าการคำนวณความเสี่ยงที่วางแผนไว้จะทำงานได้จริงและไม่มีข้อผิดพลาด
ปัญหาที่ทำให้การใช้เครื่องคำนวณขนาดล็อตบางเว็บได้ผลลัพธ์ที่ผิดพลาดคือการตั้งค่าพิปของทองคำที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นเทรดเดอร์ไทยต้องรู้วิธีเช็คค่านี้ด้วยตัวเองเพื่อให้มั่นใจว่าตัวเลขที่ได้สะท้อนความเสี่ยงที่แท้จริง
บางโบรกเกอร์อาจจะกำหนดให้ทองคำ 1 พิปเท่ากับราคาที่ขยับ 0.01 ดอลลาร์ ในขณะที่บางโบรกเกอร์กำหนดให้ 1 พิปเท่ากับราคาที่ขยับ 0.1 ดอลลาร์ ถ้าเราไม่รู้ความแตกต่างนี้ การใส่ตัวเลขระยะตัดขาดทุนลงไปในเครื่องคำนวณจะทำให้ได้ล็อตที่ต่างกันเป็นสิบเท่า ซึ่งอันตรายมากเพราะอาจจะทำให้เราใส่ล็อตใหญ่เกินไปโดยไม่รู้ตัว
วิธีที่ดีที่สุดคือเปิดหน้าต่างออเดอร์ของโบรกเกอร์ที่เราใช้ แล้วดูว่าถ้าราคาเปลี่ยนไป 1 จุดทศนิยมตำแหน่งสุดท้าย เงินในช่องกำไรขาดทุนจะเปลี่ยนไปเท่าไร จากนั้นก็จับตัวเลขมาคำนวณย้อนกลับเพื่อหาค่าพิปที่แท้จริงของโบรกเกอร์เรา แล้วค่อยเอาค่านั้นไปใส่ในสูตรหรือเครื่องคำนวณ จะปลอดภัยกว่าการเชื่อค่าพิปแบบตายตัวจากเว็บภายนอกที่ไม่ได้รู้จักโบรกเกอร์ของเราเลย
| หัวข้อเปรียบเทียบ | ทองคำ (XAUUSD) | คู่เงินหลัก (เช่น EURUSD) | ผลกระทบต่อการคำนวณล็อต |
|---|---|---|---|
| ขนาดต่อ 1 ล็อตมาตรฐาน | 100 ออนซ์ | 100,000 หน่วยเงินฐาน | ต้องคูณขนาดออนซ์เพื่อหามูลค่าต่อราคาที่ขยับ |
| นิยาม 1 พิป | มักเป็นการขยับ 0.1 หรือ 0.01 ดอลลาร์ | การขยับ 0.0001 ของอัตราแลกเปลี่ยน | ต้องแปลงระยะตัดขาดทุนให้เป็นพิปให้ถูกต้องตามโบรกเกอร์ |
| มูลค่าต่อพิปต่อ 1 ล็อต | ประมาณ 1 ถึง 10 ดอลลาร์ขึ้นอยู่กับการตั้งค่า | ประมาณ 10 ดอลลาร์ต่อพิป | ค่าความเสี่ยงต่อพิปของทองคำอาจสูงกว่าถ้าไม่ระวัง |
| ความผันผวนเฉลี่ยต่อวัน | สูงมาก ขยับได้หลายสิบดอลลาร์ | ปานกลาง ขยับไม่กี่สิบถึงร้อยพิป | ต้องตั้งจุดตัดขาดทุนให้กว้างขึ้นและลดขนาดล็อตลง |
วิธีปรับใช้เครื่องคำนวณของ Babypips กับทองคำให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ
เครื่องคำนวณขนาดล็อตของ Babypips นั้นใช้ได้จริงและสะดวก แต่เราต้องรู้วิธีป้อนค่าให้ถูกต้องสำหรับทองคำโดยเฉพาะ เพราะถ้าป้อนตามค่าเริ่มต้นของระบบอาจจะได้ผลที่คลาดเคลื่อน
สิ่งแรกที่ต้องทำคือเลือกประเภทสินค้าให้ตรงกับที่เราเทรด ถ้าเครื่องมือมีให้เลือกทองคำโดยเฉพาะก็ให้เลือกตัวนั้น แต่ถ้าไม่มีก็ให้ใช้ตัวเลือกคู่เงินแบบกำหนดเอง จากนั้นในช่องขนาดล็อตมาตรฐานให้ใส่เป็น 100 ซึ่งเป็นขนาดออนซ์ของทองคำ ส่วนช่องค่าพิปต้องใส่ตามที่เราเช็คมาจากโบรกเกอร์ของเรา ถ้าโบรกเกอร์กำหนดทองคำ 1 พิปเท่ากับราคาขยับ 0.01 ดอลลาร์ ค่าพิปก็จะเท่ากับ 1 ดอลลาร์ต่อล็อตมาตรฐาน
เมื่อเราป้อนเงินทุน ความเสี่ยงต่อไม้เทรด และระยะตัดขาดทุนเป็นพิปตามที่คำนวณไว้ เครื่องมือก็จะคายตัวเลขขนาดล็อตออกมาให้เรานำไปใช้ได้ทันที แต่สิ่งสำคัญคืออย่าลืมว่าเครื่องมือเป็นแค่ตัวช่วยคำนวณ ความรับผิดชอบในการเช็คความถูกต้องของค่าพิปและขนาดออนซ์ยังเป็นหน้าที่ของเราอยู่ดี ถ้าเราป้อนข้อมูลตั้งต้นผิด เครื่องมือก็จะคำนวณผิดตามไปด้วย
สรุปแนวคิดสำคัญในการบริหารล็อตทองคำสำหรับเทรดเดอร์ไทย
การเป็นเทรดเดอร์ทองคำที่ประสบความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับการทายทิศทางราคาถูกทุกครั้ง แต่ขึ้นอยู่กับการรู้จักควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในมืออย่างสม่ำเสมอ การใช้แนวคิดจาก Babypips มาปรับใช้กับทองคำจะช่วยสร้างวินัยที่ดีให้กับเรา
ขอให้จำไว้ว่าทุกครั้งที่จะเปิดออเดอร์ ต้องรู้จุดตัดขาดทุนก่อนเสมอ แล้วค่อยคำนวณขนาดล็อตที่เหมาะสมจากระยะตัดขาดทุนนั้น อย่าให้ความโลภทำให้เราใส่ล็อตใหญ่กว่าที่คำนวณไว้ และอย่าให้ความกลัวทำให้เราตัดขาดทุนแคบเกินไปจนตลาดกวาดสต็อปไปก่อน ความสมดุลระหว่างการวิเคราะห์กราฟและการคำนวณล็อตอย่างมีเหตุผลคือกุญแจสำคัญที่จะทำให้เราเติบโตในวงการนี้ได้อย่างยั่งยืน
สุดท้ายนี้อยากให้ลูกศิษย์ทุกคนฝึกฝนการคำนวณด้วยมือบ้าง แม้จะมีเครื่องมือคำนวณอัตโนมัติก็ตาม การได้เอาตัวเลขมาคำนวณด้วยตัวเองจะช่วยให้เราเข้าใจกลไกของตลาดมากขึ้น และทำให้เราเชื่อมั่นในระบบเทรดของเรามากขึ้น เพราะเรารู้ว่าทุกไม้ที่เราเปิดไปนั้นมีการคำนวณที่แม่นยำรองรับอยู่เบื้องหลัง ไม่ใช่การเดาสุ่มหรือเอาแต่ใจตัวเอง
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการคำนวณล็อตมักเกี่ยวข้องกับการปรับใช้สูตรเมื่อบัญชีมีขนาดเล็กหรือเมื่อตลาดมีความผันผวนสูง ผู้เริ่มต้นมักสงสัยว่าควรเสี่ยงกี่เปอร์เซ็นต์ของเงินทุนต่อครั้ง ซึ่งโดยทั่วไปแนะนำไม่ให้เกินร้อยละ 2 ของยอดเงินรวม การทำความเข้าใจคำถามเหล่านี้จะช่วยสร้างพื้นฐานการเทรดที่แข็งแกร่งและสามารถอยู่รอดในตลาดได้อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต
ทำไมการคำนวณขนาดล็อตทองคำถึงสำคัญมาก
การคำนวณขนาดล็อตที่ถูกต้องจะช่วยคุมความเสี่ยงในแต่ละไม้เทรดให้อยู่ในระดับที่กำหนดไว้ ทองคำเป็นสินค้าที่มีความผันผวนสูงและมูลค่าการเคลื่อนไหวต่อพอยต์ค่อนข้างสูง ถ้าเราเผลอใส่ล็อตใหญ่เกินไป แค่ราคาวิ่งไม่กี่พอยต์ก็อาจทำให้บัญชีขาดทุนหนักหรือใกล้พังได้ การรู้วิธีคำนวณจะทำให้เราเทรดได้อย่างสบายใจและมีวินัยในระยะยาว
เครื่องคำนวณขนาดล็อตของ Babypips ใช้กับทองคำได้จริงไหม
ใช้ได้จริงแต่ต้องระวังเรื่องการใส่ค่าพิปและค่าพอยต์ให้ถูกต้องตามระบบของโบรกเกอร์ที่เราใช้บริการ เพราะเครื่องมือนี้ถูกออกแบบมาสำหรับตลาดฟอเร็กซ์เป็นหลัก ทองคำมีการคำนวณมูลค่าต่อพอยต์ที่ต่างจากคู่เงินทั่วไป เทรดเดอร์ต้องเข้าใจก่อนว่าทองคำ 1 พอยต์มีค่าเท่าไรถึงจะใส่ตัวเลขในเครื่องมือได้อย่างแม่นยำ
ทองคำ 1 ล็อตมีค่าเท่ากับกี่ออนซ์
ในตลาดทองคำมาตรฐาน 1 ล็อตจะเท่ากับ 100 ออนซ์ ถ้าเป็นขนาด 0.1 ล็อตก็จะเท่ากับ 10 ออนซ์ และ 0.01 ล็อตจะเท่ากับ 1 ออนซ์ตามลำดับ การทราบขนาดออนซ์จะช่วยให้เราคำนวณมูลค่าการเคลื่อนไหวของราคาได้ง่ายขึ้น เพราะเมื่อราคาทองคำเปลี่ยนแปลงไป 1 ดอลลาร์ เราก็จะรู้ทันทีว่ามูลค่ากำไรหรือขาดทุนจะเป็นเท่าไร
จะตั้งค่าจุดตัดขาดทุนให้เหมาะสมกับทองคำอย่างไร
ควรตั้งจุดตัดขาดทุนตามโครงสร้างของกราฟเช่นใต้แท่งเทียนที่เป็นจุดต่ำสุดในขาขึ้น ไม่ควรตั้งแค่ดูจากจำนวนเงินที่อยากเสี่ยงอย่างเดียว เพราะทองคำมักจะมีการปั่นราคาแบบเข็มขนาดใหญ่เพื่อกวาดสต็อป เทรดเดอร์ควรให้พื้นที่ราคาหายใจบ้าง แล้วค่อยนำระยะตั้งแต่ราคาเข้าจนถึงจุดตัดขาดทุนมาคำนวณล็อตเพื่อให้ได้ความเสี่ยงที่พอดีกับเงินทุน
ถ้าโบรกเกอร์กำหนดค่าพิปของทองคำไม่เหมือนกันต้องแก้ไขอย่างไร
ต้องเช็คก่อนเลยว่าโบรกเกอร์ของเรานิยามทองคำกี่จุดทศนิยมและ 1 พิปเท่ากับกี่พอยต์ บางโบรกเกอร์อาจมีทศนิยม 2 ตำแหน่งบางแห่งอาจมี 3 ตำแหน่ง เมื่อทราบค่าที่แน่นอนแล้วให้นำไปแปลงเป็นพอยต์ก่อนนำไปใส่ในสูตรหรือเครื่องคำนวณ การเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้เราไม่ใส่ล็อตผิดจนทำให้ความเสี่ยงบานเลยเป้าหมายที่ตั้งไว้
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย











TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文