การเทรดแบบมัลติแอสเซทคือการรวมสินทรัพย์หลายประเภทไว้ในบัญชีเดียว ช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสทำกำไร โดยในปี 2026 แพลตฟอร์มชั้นนำอย่าง XM
- Forex มัลติแอสเซทคืออะไร และทำไมต้องสนใจในปี 2026
- ประเภทสินทรัพย์ใดบ้างที่เทรดได้บนแพลตฟอร์มมัลติแอสเซท
- กลยุทธ์การกระจายพอร์ตมัลติแอสเซทอย่างมืออาชีพทำอย่างไร
- โบรกเกอร์มัลติแอสเซทใดดีที่สุดสำหรับเทรดเดอร์ไทยในปี 2026
- การบริหารความเสี่ยงข้ามสินทรัพย์หรือ Cross-Asset Risk Management มีวิธีการอย่างไร
- เครื่องมือวิเคราะห์ข้ามตลาดใดบ้างที่จำเป็นสำหรับเทรดเดอร์มัลติแอสเซท
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรดมัลติแอสเซท
Forex มัลติแอสเซทคืออะไร และทำไมต้องสนใจในปี 2026

การเทรดแบบมัลติแอสเซทคือการรวมสินทรัพย์การลงทุนหลากหลายประเภทเข้าไว้ในแพลตฟอร์มและบัญชีเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นคู่เงิน ทองคำ น้ำมัน ดัชนีหุ้น หุ้นรายตัว หรือคริปโตเคอร์เรนซี เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาสินทรัพย์ชนิดเดียวและเพิ่มโอกาสในการทำกำไรจากหลายตลาดพร้อมกัน ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าการกระจายสินทรัพย์อย่างเหมาะสมสามารถลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนได้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์
แนวคิดพื้นฐานของการเทรดหลายสินทรัพย์
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทรดเดอร์เริ่มตระหนักว่าการเทรดเฉพาะคู่เงินอาจไม่เพียงพอต่อการสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ การเทรดหลายสินทรัพย์จึงกลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสูงสุด เนื่องจากช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถสลับสินทรัพย์ได้ตามสภาวะตลาด หากตลาดคู่เงินมีความผันผวนต่ำก็สามารถหันไปเทรดทองคำหรือดัชนีหุ้นที่มีแนวโน้มชัดเจนกว่าได้ทันที
ข้อดีของการรวมบัญชีการเทรด
ข้อดีหลักของการใช้บัญชีเดียวเทรดหลายสินทรัพย์คือความสะดวกสบายในการบริหารจัดการเงินทุน คุณไม่จำเป็นต้องเปิดบัญชีหลายแห่งหรือโอนเงินข้ามแพลตฟอร์มให้เสียเวลาและค่าธรรมเนียม นอกจากนี้ยังช่วยให้การคำนวณ Margin รวมและการบริหารความเสี่ยงทำได้ง่ายและแม่นยำยิ่งขึ้น เพราะเห็นข้อมูลพอร์ตการลงทุนทั้งหมดในจอเดียว
ประเภทสินทรัพย์ใดบ้างที่เทรดได้บนแพลตฟอร์มมัลติแอสเซท

บนแพลตฟอร์มมัลติแอสเซท เทรดเดอร์สามารถเข้าถึงสินทรัพย์ทางการเงินได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นคู่เงินหลักคู่เงินรอง โภคภัณฑ์อย่างทองคำและน้ำมัน ดัชนีหุ้นโลก หุ้นรายตัว และคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถซื้อขายผ่านสัญญาแตกต่าง หรือ CFD ได้โดยตรง ข้อมูลอัปเดตล่าสุดจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแสดงให้เห็นว่านักลงทุนไทยหันมาสนใจการเทรดสินทรัพย์ข้ามตลาดมากขึ้นกว่า 40 เปอร์เซ็นต์
คู่เงิน Forex หลักรองและ Exotic
คู่เงินหลักอย่าง EUR / USD หรือ GBP / USD ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงสุดและมีสเปรดต่ำที่สุด เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ทุกระดับ ส่วนคู่เงินรองอย่าง EUR / GBP หรือ EUR / AUD จะมีสภาพคล่องที่ดีแต่สเปรดอาจกว้างกว่าเล็กน้อย และคู่เงิน Exotic อย่าง USD / THB หรือ USD / TRY จะมีความผันผวนสูงมากพร้อมสเปรดที่กว้าง เหมาะสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์สูงเท่านั้น
ทองคำเงินและสินค้าโภคภัณฑ์
ทองคำหรือ XAU / USD เป็นสินทรัพย์ยอดนิยมที่สุดในหมวดโภคภัณฑ์ มีปริมาณการซื้อขายสูงมากในตลาด Forex ส่วนเงินหรือ XAG / USD จะมีราคาต่ำกว่าและมีความผันผวนมากกว่าทองคำ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีน้ำมันดิบทั้ง WTI และ Brent ที่มีความผันผวนสูงและได้รับผลกระทบโดยตรงจากข่าวภูมิรัฐศาสตร์รวมถึงข้อมูลสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์
ดัชนีหุ้นโลก
การเทรดดัชนีหุ้นโลกผ่าน CFD เช่น S&P 500 หรือ NASDAQ หรือ DAX 40 หรือ Nikkei 225 ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถลงทุนในตลาดหุ้นโดยรวมได้โดยไม่ต้องเลือกหุ้นรายตัว ดัชนีหุ้นเหล่านี้มีความสัมพันธ์กับคู่เงินและทองคำ ทำให้สามารถใช้ข้อมูลข้ามตลาดเพื่อวิเคราะห์ทิศทางและวางแผนการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
หุ้นรายตัวหรือ Stock CFD
โบรกเกอร์ชั้นนำเสนอหุ้นรายตัวมากกว่า 1,000 ตัวจากตลาดหุ้นทั่วโลกให้เทรดผ่าน CFD ข้อดีคือสามารถทำกำไรทั้งจากการขึ้นและลงของราคาหุ้นได้ และยังมีเลเวอเรจช่วยเพิ่มกำลังซื้อโดยไม่ต้องวางเงินทุนเต็มจำนวน ทำให้สามารถเข้าถึงหุ้นราคาแพงอย่าง Apple หรือ Tesla หรือ NVIDIA ได้ง่ายขึ้น
คริปโตเคอร์เรนซีในตลาด Forex
การเทรดคริปโตเคอร์เรนซีอย่าง Bitcoin หรือ Ethereum บนแพลตฟอร์ม Forex ช่วยลดขั้นตอนการเปิดกระเป๋าคริปโตแยกต่างหาก ข้อได้เปรียบที่สำคัญคือมีเลเวอเรจช่วยเพิ่มกำลังซื้อและสามารถเปิดสถานะ Short ได้ในขณะที่ตลาดคริปโตแบบดั้งเดิมทำได้ยาก นี่จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการกระจายความเสี่ยง
| ประเภทสินทรัพย์ | ตัวอย่าง | สเปรดเฉลี่ย | เลเวอเรจ | ช่วงเวลาเทรด | ความผันผวน |
|---|---|---|---|---|---|
| Forex Major | EUR/USD GBP/USD | 0.0-1.0 pip | 1:500-1:2000 | 24/5 | ปานกลาง |
| ทองคำ XAU/USD | Gold Spot | 10-35 จุด | 1:100-1:1000 | 24/5 | สูง |
| น้ำมัน | WTI Brent | 3-5 จุด | 1:50-1:200 | เกือบ 24/5 | สูงมาก |
| ดัชนีหุ้น | S&P 500 NASDAQ | 0.4-1.5 จุด | 1:50-1:500 | เกือบ 24/5 | ปานกลางถึงสูง |
| หุ้น CFD | Apple Tesla NVIDIA | 0.02-0.10 USD | 1:5-1:20 | ตามตลาดหุ้น | สูง |
| คริปโต | BTC ETH | 20-50 USD (BTC) | 1:2-1:100 | 24/7 | สูงมาก |
กลยุทธ์การกระจายพอร์ตมัลติแอสเซทอย่างมืออาชีพทำอย่างไร

กลยุทธ์การกระจายพอร์ตอย่างมืออาชีพต้องอาศัยการทำความเข้าใจความสัมพันธ์หรือ Correlation ระหว่างสินทรัพย์ในตลาดการเงินเป็นหลักสำคัญ เพื่อจัดสรรสัดส่วนความเสี่ยงอย่างสมดุลและเลือกใช้โมเดลการลงทุนที่เหมาะสมกับสภาวะตลาด ข้อมูลจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF ระบุว่าการกระจายพอร์ตการลงทุนด้วยสินทรัพย์ที่ไม่สัมพันธ์กันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพพอร์ตได้ถึง 25 เปอร์เซ็นต์
หลักการ Correlation ระหว่างสินทรัพย์
ความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์เป็นหลักการสำคัญที่สุดในการกระจายพอร์ต สินทรัพย์ที่มี Correlation เป็นลบจะช่วยลดความเสี่ยงของพอร์ตโดยรวมได้ดีที่สุด ตัวอย่างเช่น ทองคำมี Correlation เป็นลบกับดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นการถือสถานะ Long XAU / USD และ Long EUR / USD จะช่วยกระจายความเสี่ยงได้ดีกว่าการถือคู่เงินที่มี Correlation สูงต่อกันหลายคู่
“การเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์หรือ Correlation คือกุญแจสู่ความสำเร็จในการเทรดมัลติแอสเซท หากคุณไม่เข้าใจว่าสินทรัพย์ที่คุณเปิดสถานะอยู่มันเคลื่อนไหวไปพร้อมกันหรือตรงกันข้าม คุณก็ไม่ได้กระจายความเสี่ยง แต่กำลังเดิมพันไปในทิศทางเดียว”
— วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดการเงิน, iCafeForex
โมเดล 60/30/10 สำหรับพอร์ตมัลติแอสเซท
โมเดลการจัดสรรความเสี่ยงที่นิยมใช้กันคือแบ่ง 60 เปอร์เซ็นต์ของความเสี่ยงไปที่คู่เงินที่คุ้นเคย 30 เปอร์เซ็นต์ไปที่สินค้าโภคภัณฑ์อย่างทองคำและน้ำมัน และ 10 เปอร์เซ็นต์ไปที่ดัชนีหุ้นหรือคริปโต ตัวอย่างเช่น หากมีเงินทุน 10,000 ดอลลาร์ กำหนดความเสี่ยงสูงสุดต่อวันที่ 2 เปอร์เซ็นต์หรือ 200 ดอลลาร์ ก็จะแบ่งเป็นความเสี่ยงในตลาด Forex 120 ดอลลาร์ โภคภัณฑ์ 60 ดอลลาร์ และดัชนีหรือคริปโต 20 ดอลลาร์
กลยุทธ์ Safe Haven ในช่วงตลาดผันผวน
เมื่อตลาดหุ้นปรับตัวลงแรงหรือเข้าสู่สภาวะ Risk-Off เงินทุนมักจะไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยเช่นทองคำและเยนญี่ปุ่น เทรดเดอร์สามารถใช้กลยุทธ์ Short ดัชนี S&P 500 พร้อมกับ Long XAU / USD และ Short USD / JPY เพื่อทำกำไรจากสถานการณ์ดังกล่าว ในเดือนมีนาคม 2026 เมื่อตลาดหุ้นสหรัฐลง 5 เปอร์เซ็นต์ในสัปดาห์เดียว ทองคำปรับตัวขึ้น 3 เปอร์เซ็นต์ การเทรดหลายสินทรัพย์พร้อมกันจึงให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการเทรดสินทรัพย์เดียว
โบรกเกอร์มัลติแอสเซทใดดีที่สุดสำหรับเทรดเดอร์ไทยในปี 2026
การเลือกโบรกเกอร์ที่ดีที่สุดสำหรับการเทรดมัลติแอสเซทต้องพิจารณาจากจำนวนสินทรัพย์ที่เปิดให้เทรด ระบบแพลตฟอร์มที่รองรับ อัตราสเปรดที่แข่งขันได้ และขั้นต่ำในการฝากเงินที่เข้าถึงได้ง่าย ข้อมูลอัปเดตล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของ XM ระบุว่าโบรกเกอร์ได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินการโดยได้รับการควบคุมจากหน่วยงานรัฐบาลกว่า 3 แห่งทั่วโลก สร้างความมั่นใจให้ผู้ลงทุนมากกว่า 1 ล้านราย
| โบรกเกอร์ | จำนวนสินทรัพย์ | แพลตฟอร์ม | ฝากขั้นต่ำ | สเปรด EUR/USD | จุดเด่น |
|---|---|---|---|---|---|
| XM | 1,000+ | MT4/MT5 | $5 | 0.6 pip | สินทรัพย์หลากหลาย โบนัสฟรี |
| IC Markets | 2,200+ | MT4/MT5/cTrader | $200 | 0.0 pip | สเปรดต่ำสุด สินทรัพย์มากสุด |
| Exness | 200+ | MT4/MT5 | $1 | 0.0 pip | เลเวอเรจสูง ฝากถอนทันที |
| Pepperstone | 1,200+ | MT4/MT5/cTrader | $200 | 0.0 pip | การส่งคำสั่งเร็ว cTrader ครบ |
| FBS | 500+ | MT4/MT5 | $1 | 0.8 pip | เลเวอเรจสูง โบนัสฝาก 100% |
จุดเด่นของ XM สำหรับเทรดเดอร์ไทย
XM เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับเทรดเดอร์ไทยเนื่องจากมีสินทรัพย์ให้เทรดมากกว่า 1,000 ตัว รองรับการฝากขั้นต่ำเพียง 5 ดอลลาร์ และมีโบนัสฟรีให้กับสมาชิกใหม่ นอกจากนี้ยังรองรับแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง MT4 และ MT5 ที่ใช้งานง่ายพร้อมระบบความปลอดภัยระดับสากล ทำให้การเริ่มต้นเทรดมัลติแอสเซทเป็นเรื่องง่ายและไม่กดดันต่อเงินทุน
ความหลากหลายของ IC Markets และ Pepperstone
หากต้องการจำนวนสินทรัพย์ที่มากที่สุด IC Markets ที่มีสินทรัพย์มากกว่า 2,200 ตัว และ Pepperstone ที่มีสินทรัพย์กว่า 1,200 ตัว ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โบรกเกอร์ทั้งสองแห่งมีสเปรดเริ่มต้นที่ 0.0 pip และรองรับแพลตฟอร์ม cTrader ซึ่งเหมาะสำหรับเทรดเดอร์ระดับมืออาชีพที่ต้องการความเร็วในการส่งคำสั่งเทรดและการจัดการสถานะที่แม่นยำ
ความยืดหยุ่นของ Exness และ FBS
Exness และ FBS โดดเด่นในเรื่องของเลเวอเรจที่สูงและการฝากถอนที่รวดเร็ว โดยเฉพาะ Exness ที่ระบบฝากถอนอัตโนมัติทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ส่วน FBS มีโบนัสฝากแรกเข้า 100 เปอร์เซ็นต์ที่ช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้กับเทรดเดอร์ที่มีเงินทุนน้อย ทั้งคู่เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเร็วและต้องการใช้เลเวอเรจสูงในการเทรด
การบริหารความเสี่ยงข้ามสินทรัพย์หรือ Cross-Asset Risk Management มีวิธีการอย่างไร

การบริหารความเสี่ยงข้ามสินทรัพย์คือกระบวนการคำนวณและควบคุมการใช้เงินประกันรวมของพอร์ตการลงทุนที่กระจายไปในหลายตลาด เพื่อป้องกันการเรียกเพิ่มเงินประกันและจำกัดการกระจุกตัวของความเสี่ยงในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง ข้อกำหนดของหน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐหรือ Fed ระบุว่าสถาบันการเงินต้องดูแลการใช้ Margin ของลูกค้าอย่างเข้มงวดเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบ
การคำนวณ Margin รวมของพอร์ต
เมื่อเทรดหลายสินทรัพย์พร้อมกัน ต้องคำนวณ Margin ที่ใช้รวมทั้งหมดเพื่อป้องกัน Margin Call ตัวอย่างเช่น เปิดสถานะ EUR / USD ขนาด 0.5 Lot ใช้ Margin 500 ดอลลาร์ เปิด XAU / USD ขนาด 0.1 Lot ใช้ Margin 2,350 ดอลลาร์ เปิด US500 CFD 1 สัญญา ใช้ Margin 1,050 ดอลลาร์ รวม Margin ที่ใช้ทั้งหมด 3,900 ดอลลาร์ ถ้ามีเงินทุน 10,000 ดอลลาร์ Margin Level จะเท่ากับ 256 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย
กฎไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ Margin Usage ต่อสินทรัพย์
เพื่อป้องกันการกระจุกตัวของความเสี่ยง ไม่ควรใช้ Margin เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ของเงินทุนต่อสินทรัพย์หนึ่งชนิด ตัวอย่างเช่น ถ้ามีเงินทุน 10,000 ดอลลาร์ ไม่ควรใช้ Margin เกิน 500 ดอลลาร์สำหรับทองคำ 500 ดอลลาร์สำหรับคู่เงิน และ 500 ดอลลาร์สำหรับดัชนีหุ้น รวมแล้วไม่ควรใช้ Margin เกิน 15 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ของเงินทุนทั้งหมด เพื่อเว้นช่องว่างรองรับความผันผวนของตลาด
การใช้ Hedging ข้ามสินทรัพย์
Hedging ข้ามสินทรัพย์คือการเปิดสถานะตรงข้ามในสินทรัพย์ที่มี Correlation สูงเพื่อลดความเสี่ยง ตัวอย่างเช่น ถ้ามีสถานะ Long EUR / USD สามารถ Hedge ได้โดยการ Long XAU / USD เพราะทั้งสองมักเคลื่อนไหวตรงข้ามกับดอลลาร์ ถ้าดอลลาร์แข็งค่าขึ้น การขาดทุนจาก EUR / USD จะถูกชดเชยบางส่วนจากกำไรของ XAU / USD วิธีนี้ช่วยให้พอร์ตมีความผันผวนน้อยลงในยามตลาดไม่แน่นอน
เครื่องมือวิเคราะห์ข้ามตลาดใดบ้างที่จำเป็นสำหรับเทรดเดอร์มัลติแอสเซท
เครื่องมือวิเคราะห์ข้ามตลาดที่จำเป็นสำหรับเทรดเดอร์มัลติแอสเซทได้แก่ ตารางความสัมพันธ์หรือ Correlation Matrix เพื่อดูทิศทางการเคลื่อนไหวร่วมกัน ปฏิทินเศรษฐกิจเพื่อติดตามข่าวสารที่ส่งผลต่อทุกตลาด และรูปแบบกราฟหลายตลาดในหน้าจอเดียวเพื่อเฝ้าระวังราคา การประชุมของคณะกรรมการตลาดเปิดหรือ FOMC มักส่งผลให้ดัชนีความผันผวนของตลาดการเงินปรับตัวขึ้นอย่างน้อย 20 เปอร์เซ็นต์
Correlation Matrix ใน TradingView
TradingView มีเครื่องมือ Correlation Matrix ที่แสดงค่าความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์แบบเรียลไทม์ เทรดเดอร์สามารถดูได้ว่าทองคำมี Correlation กับ EUR / USD เท่าไหร่ หรือ S&P 500 มี Correlation กับ USD / JPY อย่างไร ข้อมูลเหล่านี้ช่วยในการตัดสินใจเปิดสถานะใหม่โดยไม่ซ้ำซ้อนกับสถานะที่มีอยู่ ทำให้การกระจายความเสี่ยงมีประสิทธิภาพสูงสุด
Economic Calendar สำหรับหลายตลาด
ปฏิทินเศรษฐกิจที่ครอบคลุมหลายตลาดเช่น Forex Factory และ Investing.com แสดงข่าวที่มีผลต่อคู่เงิน ทองคำ ดัชนีหุ้น และน้ำมัน ตัวอย่างเช่น ข่าว FOMC มีผลต่อทุกสินทรัพย์ ข่าว EIA Crude Oil Inventories มีผลเฉพาะน้ำมัน และข่าว Earnings Report มีผลเฉพาะหุ้นรายตัว การติดตามปฏิทินอย่างใกล้ชิดจะช่วยให้เทรดเดอร์เตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนได้อย่างทันท่วงที
Multi-Chart Layout สำหรับติดตามหลายตลาด
การตั้งค่าหน้าจอแบบ Multi-Chart ใน MT5 หรือ TradingView ให้แสดงกราฟ 4 ถึง 6 สินทรัพย์พร้อมกัน เช่น EUR / USD และ XAU / USD และ US500 และ BTCUSD และ US Oil และ DXY ช่วยให้เทรดเดอร์เห็นภาพรวมของตลาดทั้งหมดและจับโอกาสที่เกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์ได้อย่างรวดเร็ว นี่คือเทคนิคที่เทรดเดอร์มืออาชีพทุกคนต้องใช้ในการทำงานประจำวัน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรดมัลติแอสเซท
Forex มัลติแอสเซทคืออะไร
การเทรดแบบมัลติแอสเซทคือการรวมสินทรัพย์การลงทุนหลายประเภทเข้าไว้ในแพลตฟอร์มและบัญชีเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นคู่เงิน ทองคำ น้ำมัน ดัชนีหุ้น หุ้นรายตัว หรือคริปโตเคอร์เรนซี ช่วยให้สามารถกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสทำกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โบรกเกอร์ไหนมีสินทรัพย์ให้เทรดมากที่สุด
IC Markets มีจำนวนสินทรัพย์ให้เทรดมากที่สุดกว่า 2,200 ตัว ตามด้วย Pepperstone ที่มีมากกว่า 1,200 ตัว และ XM ที่มีมากกว่า 1,000 ตัว ครอบคลุมตัวเลือกการลงทุนตั้งแต่คู่เงินไปจนถึงหุ้นรายตัวและคริปโตเคอร์เรนซี
ความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์สำคัญอย่างไร
ความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์ช่วยให้เทรดเดอร์เข้าใจว่าสินทรัพย์ใดเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันหรือตรงกันข้ามกัน การเลือกสินทรัพย์ที่มีความสัมพันธ์ต่ำหรือเป็นลบจะช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความผันผวนโดยรวม
ควรจัดสรรเงินทุนอย่างไรในพอร์ตมัลติแอสเซท
โมเดลที่แนะนำคือ 60/30/10 คือแบ่ง 60 เปอร์เซ็นต์ของความเสี่ยงไว้ในตลาด Forex 30 เปอร์เซ็นต์ในสินค้าโภคภัณฑ์ และ 10 เปอร์เซ็นต์ในดัชนีหุ้นหรือคริปโต โดยไม่ควรใช้ Margin เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ต่อสินทรัพย์แต่ละชนิดเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
เทรดมัลติแอสเซทบน MT4 หรือ MT5 ดีกว่ากัน
MT5 ดีกว่าสำหรับการเทรดมัลติแอสเซทเพราะรองรับสินทรัพย์หลากหลายกว่า MT4 มี Timeframe ให้เลือกมากกว่า มีระบบ Market Depth แสดงราคาในระดับลึก และรองรับระบบ Netting สำหรับจัดการสถานะซึ่งเหมาะกับการเทรดหุ้นและดัชนี
มือใหม่ควรเริ่มต้นเทรดมัลติแอสเซทอย่างไร
มือใหม่ควรเริ่มต้นจากการเปิดบัญชีทดลองหรือ Demo เพื่อฝึกเทรดหลายสินทรัพย์พร้อมกันก่อน จากนั้นเลือกโบรกเกอร์ที่ฝากขั้นต่ำต่ำ เช่น XM ที่รับมาตรฐานสากล เริ่มจากสินทรัพย์ที่คุ้นเคยก่อน 2 ถึง 3 อย่าง แล้วค่อยขยายไปยังสินทรัพย์อื่น ๆ ในภายหลังเมื่อเกิดความชำนาญมากขึ้น
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย













TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文