
London Session คืออะไร? ทำไมถึงเป็นช่วงเวลาทองของเทรดเดอร์ Forex
London Session เป็นช่วงเวลาเทรดที่สำคัญที่สุดของตลาด Forex เปิดทำการตั้งแต่ 14:00 ถึง 23:00 ตามเวลาประเทศไทย (07:00-16:00 GMT) ลอนดอนเป็นศูนย์กลางการเงินที่ใหญ่ที่สุดของโลก คิดเป็นสัดส่วนกว่า 35-40% ของปริมาณการซื้อขาย Forex ทั้งหมด ในแต่ละวัน
- London Session คืออะไร? ทำไมถึงเป็นช่วงเวลาทองของเทรดเดอร์ Forex
- ลักษณะเด่นของ London Session ที่เทรดเดอร์ควรรู้
- ช่วงเวลาสำคัญภายใน London Session
- กลยุทธ์ London Breakout — วิธีที่นิยมมากที่สุด
- กลยุทธ์ London Session Fake-Out (Liquidity Sweep)
- คู่เงินที่เหมาะกับการเทรดช่วง London Session
- ข่าวเศรษฐกิจสำคัญที่ประกาศในช่วง London Session
- London Session สำหรับเทรดเดอร์ไทย — การจัดตารางเวลา
- วิธีเตรียมตัวก่อน London Session เปิด
- ข้อควรระวังในการเทรด London Session
- London Session กับ Institutional Order Flow
- Backtesting กลยุทธ์ London Session — วิธีทดสอบก่อนใช้จริง
- เปรียบเทียบ London Session กับ Session อื่น
- สรุป: London Session — โอกาสที่ดีที่สุดสำหรับเทรดเดอร์ไทย
สาเหตุที่ London Session มีความสำคัญมากขนาดนี้ เพราะเป็นช่วงที่สถาบันการเงินขนาดใหญ่ในยุโรปเริ่มทำงาน ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ธนาคารแห่งอังกฤษ (BoE) รวมถึงกองทุนเฮดจ์ฟันด์และบริษัทข้ามชาติจำนวนมากล้วนตั้งอยู่ในโซนเวลานี้ ทำให้มีเงินทุนมหาศาลไหลเข้าสู่ตลาดในช่วง London Session
ลักษณะเด่นของ London Session ที่เทรดเดอร์ควรรู้
London Session มีคุณสมบัติเฉพาะตัวหลายประการที่แตกต่างจาก Session อื่น การเข้าใจลักษณะเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญในการเทรดช่วง London อย่างมีประสิทธิภาพ
สภาพคล่องสูงที่สุด — ปริมาณการซื้อขายในช่วง London Session สูงกว่าทุก Session อื่น ทำให้ Spread แคบมาก โดยเฉพาะคู่เงินหลักอย่าง EUR/USD, GBP/USD ที่อาจมี Spread เพียง 0.1-0.5 Pips ต้นทุนในการเทรดจึงต่ำที่สุดในรอบวัน
Volatility สูง — ราคาเคลื่อนที่ได้มากในช่วง London Session เฉลี่ยแล้ว EUR/USD มี Daily Range ประมาณ 60-80% ในช่วง London Session เพียง Session เดียว ทำให้มีโอกาสทำกำไรได้มากกว่า
เทรนด์ชัดเจน — London Session มักสร้าง Trend ที่ชัดเจนสำหรับวันนั้น โดยเฉพาะในช่วง 2-3 ชั่วโมงแรก สถาบันการเงินขนาดใหญ่ที่เข้ามาในตลาดมักผลักดันราคาไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้เกิด Trend ที่แข็งแกร่ง
Breakout จาก Asian Range — หนึ่งในรูปแบบที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดคือราคาจะ Breakout ออกจากกรอบราคาของ Asian Session เมื่อ London Session เปิด เพราะมีแรงซื้อขายมากพอที่จะดันราคาออกจากกรอบแคบๆ ที่สะสมมาตลอดคืน
ช่วงเวลาสำคัญภายใน London Session
London Session ไม่ได้มี Volatility เท่ากันตลอด 9 ชั่วโมง แต่มีช่วงเวลาที่น่าสนใจเป็นพิเศษ
London Open (14:00-16:00 เวลาไทย)
ช่วง 2 ชั่วโมงแรกหลังตลาดลอนดอนเปิดเป็นช่วงที่ Volatility สูงที่สุด สถาบันการเงินเริ่มวางออร์เดอร์ใหม่ และมักมีการ “กวาด” Stop Loss ที่สะสมจาก Asian Session ก่อน แล้วจึงเริ่ม Trend ที่แท้จริง
เทรดเดอร์หลายคนรอสังเกตทิศทางในช่วง 30-60 นาทีแรกของ London Open ก่อนตัดสินใจเข้าเทรด เพราะช่วงนี้มักมี “Fake Move” หรือการดันราคาในทิศทางหนึ่งก่อนแล้วกลับตัว
London-New York Overlap (19:00-23:00 เวลาไทย)
นี่คือช่วงที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุดในรอบ 24 ชั่วโมง เพราะตลาด London และ New York เปิดพร้อมกัน Spread แคบที่สุด Liquidity สูงสุด และมักเป็นช่วงที่ข่าวเศรษฐกิจสำคัญจากสหรัฐฯ ถูกประกาศ
ช่วง Overlap นี้เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ทุกสไตล์ ทั้ง Scalpers ที่ต้องการ Spread แคบ Day Traders ที่ต้องการ Trend ชัดเจน และ News Traders ที่รอเทรดตามข่าว
London Close (22:00-23:00 เวลาไทย)
ช่วงปิดตลาด London มักเห็นการกลับตัวของราคา เนื่องจากสถาบันการเงินในยุโรปเริ่มปิดออร์เดอร์สำหรับวันนั้น มีกลยุทธ์เฉพาะทางที่เรียกว่า “London Close Strategy” ที่เทรดเดอร์ใช้ประโยชน์จากแนวโน้มการกลับตัวนี้
กลยุทธ์ London Breakout — วิธีที่นิยมมากที่สุด
London Breakout Strategy เป็นกลยุทธ์คลาสสิกที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน หลักการง่ายๆ คือรอให้ราคา Breakout ออกจากกรอบราคาของ Asian Session แล้วเข้าเทรดตาม Breakout
วิธีเทรด London Breakout ทีละขั้นตอน
ขั้นที่ 1: กำหนด Asian Range — ดูกราฟ H1 หรือ M30 แล้วระบุ High และ Low ของ Asian Session (04:00-14:00 เวลาไทย) วาดเส้นแนวนอนที่ High และ Low นี้คือกรอบราคาที่คุณจะรอ Breakout
ขั้นที่ 2: รอ London Open — เมื่อตลาด London เปิด (14:00 เวลาไทย) รอให้แท่งเทียนปิดเหนือ Asian High (สัญญาณ Buy) หรือปิดต่ำกว่า Asian Low (สัญญาณ Sell) อย่าเข้าเทรดทันทีที่ราคาแตะ High/Low แต่รอให้แท่งเทียนปิดทะลุจริง
ขั้นที่ 3: เปิดออร์เดอร์ — ถ้า Breakout ขึ้น เปิด Buy ที่ราคาปิดของแท่งเทียนที่ทะลุ Asian High วาง Stop Loss ต่ำกว่า Asian Low (หรือกลางกรอบ Asian Range สำหรับ Stop ที่แคบกว่า) Take Profit ควรตั้งไว้ที่ 1:1.5 ถึง 1:2 ของ Risk
ขั้นที่ 4: จัดการออร์เดอร์ — ถ้าราคาเคลื่อนที่ในทิศทางที่ต้องการ 50% ของระยะทาง Take Profit ให้ย้าย Stop Loss มาที่จุด Break-even เพื่อล็อกกำไร พิจารณาปิดครึ่งหนึ่งของ Position ที่ Take Profit แรก แล้วปล่อยอีกครึ่งวิ่งต่อ
เงื่อนไขเสริมเพื่อเพิ่มความแม่นยำ
เพื่อกรอง False Breakout ให้มากขึ้น คุณสามารถเพิ่มเงื่อนไขเสริมเหล่านี้: ขนาดของ Asian Range ไม่ควรแคบหรือกว้างเกินไป (20-50 Pips สำหรับ EUR/USD ถือว่าเหมาะสม) ตรวจสอบ Trend ใน Timeframe ที่ใหญ่กว่า (H4 หรือ Daily) แล้วเทรดเฉพาะ Breakout ที่สอดคล้องกับ Trend หลัก และหลีกเลี่ยงวันที่มีข่าวสำคัญในช่วง London Open
กลยุทธ์ London Session Fake-Out (Liquidity Sweep)
กลยุทธ์นี้อิงจากแนวคิดที่ว่า London Open มักเริ่มด้วยการกวาด Liquidity ก่อน แล้วจึงเริ่ม Trend ที่แท้จริง เป็นกลยุทธ์ที่ใช้โดยเทรดเดอร์สาย Smart Money Concepts
หลักการ — ในช่วง 30-60 นาทีแรกของ London Session ราคามักจะดันไปทิศทางหนึ่งเพื่อกวาด Stop Loss ของเทรดเดอร์ Asian Session แล้วกลับตัวไปอีกทิศทาง การเคลื่อนไหวแรกนี้เรียกว่า “London Fake-Out” หรือ “Judas Swing”
วิธีเทรด — รอให้ราคาทะลุ Asian High หรือ Asian Low ในช่วง 30-60 นาทีแรก จากนั้นถ้าราคาปฏิเสธระดับนั้นอย่างรวดเร็ว (เห็นจากแท่งเทียน Rejection เช่น Pin Bar, Engulfing) ให้เข้าเทรดในทิศทางตรงข้ามกับ Fake-Out วาง Stop Loss เหนือ/ต่ำกว่า Wick ของ Fake-Out
กลยุทธ์นี้มี Win Rate ที่ไม่สูงมาก (ประมาณ 50-55%) แต่ให้ Risk-Reward Ratio ที่ดีมาก (มักได้ 1:2 หรือ 1:3) เพราะเมื่อราคากลับตัวหลัง Fake-Out มักจะเคลื่อนที่ได้ไกลมาก
คู่เงินที่เหมาะกับการเทรดช่วง London Session
ไม่ใช่ทุกคู่เงินจะเหมาะกับการเทรดในช่วง London Session เท่ากัน คู่เงินที่ดีที่สุดคือคู่ที่มีสภาพคล่องสูงและเกี่ยวข้องกับสกุลเงินยุโรป
EUR/USD — คู่เงินที่เหมาะที่สุดสำหรับ London Session มีสภาพคล่องสูงสุด Spread แคบที่สุด และมักสร้าง Trend ที่ชัดเจนในช่วงนี้ Average Daily Range ประมาณ 70-100 Pips โดยส่วนใหญ่เกิดในช่วง London
GBP/USD — “Cable” เป็นคู่เงินที่มี Volatility สูงที่สุดในกลุ่ม Majors Average Daily Range อาจสูงถึง 100-150 Pips เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและมาก แต่ต้องระวังเพราะ GBP มีชื่อเสียงเรื่องการเคลื่อนไหวที่คาดเดาได้ยาก
EUR/GBP — คู่เงินข้ามยุโรปที่มีการเคลื่อนไหวมากที่สุดในช่วง London Session เพราะทั้ง EUR และ GBP มี Volume สูงสุดในช่วงนี้ เหมาะสำหรับ Scalping เพราะ Spread แคบและราคาเคลื่อนในกรอบที่ค่อนข้างชัดเจน
EUR/JPY และ GBP/JPY — Cross Pairs เหล่านี้มี Volatility สูงมากในช่วง London เพราะเป็นช่วง Overlap กับ Asian Session ที่ยังมี JPY Volume อยู่ เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์และทนต่อ Volatility สูงได้
ข่าวเศรษฐกิจสำคัญที่ประกาศในช่วง London Session
London Session เป็นช่วงที่มีข่าวเศรษฐกิจสำคัญจากยุโรปและอังกฤษถูกประกาศ เทรดเดอร์ควรตรวจสอบปฏิทินเศรษฐกิจทุกวันก่อนเทรด
จากยูโรโซน — ECB Interest Rate Decision, ECB Press Conference, Euro Zone CPI, Euro Zone GDP, German IFO Business Climate, PMI Data เป็นข่าวที่มีผลกระทบสูงต่อ EUR
จากอังกฤษ — BOE Interest Rate Decision, UK CPI, UK Employment Data, UK GDP, UK Retail Sales เป็นข่าวที่มีผลกระทบสูงต่อ GBP
จากสหรัฐฯ (ช่วง Overlap) — NFP (Non-Farm Payrolls), FOMC Statement, US CPI, US GDP, Initial Jobless Claims ข่าวเหล่านี้มักประกาศในช่วง 19:30-21:00 เวลาไทย ซึ่งตรงกับ London-New York Overlap
กฎทั่วไปสำหรับการเทรดช่วงข่าว: หลีกเลี่ยงการเปิดออร์เดอร์ใหม่ 15-30 นาทีก่อนข่าวสำคัญ ลด Position Size ลงครึ่งหนึ่งถ้าจะถือออร์เดอร์ผ่านช่วงข่าว และรอ 5-15 นาทีหลังข่าวก่อนเข้าเทรดเพื่อให้ Spread กลับสู่ปกติ
London Session สำหรับเทรดเดอร์ไทย — การจัดตารางเวลา
สำหรับเทรดเดอร์ไทย London Session เริ่มตั้งแต่บ่ายถึงค่ำ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างสะดวกสำหรับคนทำงานประจำ
ตารางเวลาสำหรับคนทำงาน 9-5 — ถ้าคุณเลิกงาน 17:00 คุณยังมีเวลาเทรดช่วง London Session ที่เหลืออยู่ 6 ชั่วโมง (17:00-23:00) ซึ่งรวมถึงช่วง London-New York Overlap ที่เป็นช่วงที่ดีที่สุด
ตารางเวลาสำหรับเทรดเดอร์เต็มเวลา — เริ่มเตรียมตัวตั้งแต่ 13:30 วิเคราะห์ Asian Range และวาง Level สำคัญ รอ London Open ที่ 14:00 แล้วเทรดจนถึง 20:00 หรือ 22:00 ตามกลยุทธ์
สำหรับเทรดเดอร์ Part-time — ถ้ามีเวลาจำกัด โฟกัสที่ช่วง 19:00-22:00 เวลาไทย ซึ่งเป็น London-New York Overlap ช่วงนี้ให้โอกาสเทรดมากที่สุดในเวลาที่สั้นที่สุด
วิธีเตรียมตัวก่อน London Session เปิด
การเตรียมตัวที่ดีก่อน London Session เปิดเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ ต่อไปนี้คือ Checklist ที่ควรทำทุกวัน
ตรวจสอบปฏิทินเศรษฐกิจ — เช็คว่ามีข่าวสำคัญอะไรบ้างในวันนี้ ทั้งจากยูโรโซน อังกฤษ และสหรัฐฯ ข่าวที่มีสัญลักษณ์ “Red” หรือ “High Impact” ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ
วิเคราะห์ Asian Session Range — ดู High และ Low ของ Asian Session วาดเส้นบนกราฟเพื่อระบุกรอบราคา ตรวจสอบว่า Asian Range กว้างหรือแคบผิดปกติหรือไม่
ระบุ Key Levels — วาดแนว Support/Resistance สำคัญจาก Daily Chart รวมถึง Previous Day High/Low, Weekly High/Low และ Round Numbers (เช่น 1.0800, 1.0900)
ดู Trend ภาพรวม — เช็ค H4 และ Daily Chart ว่า Trend หลักเป็นอย่างไร London Session มักจะเทรดในทิศทางเดียวกับ Trend ที่ใหญ่กว่า
เตรียม Alerts — ตั้ง Price Alerts ที่ Asian High, Asian Low และ Key Levels สำคัญ เพื่อไม่ต้องจ้องจอตลอดเวลา
ข้อควรระวังในการเทรด London Session
แม้ว่า London Session จะเป็นช่วงที่ดีที่สุดสำหรับการเทรด แต่ก็มีข้อควรระวังหลายประการ
อย่าเทรด London Open ทันที — ช่วง 15-30 นาทีแรกของ London Session มักมีการกวาด Liquidity และ False Moves เทรดเดอร์ที่รีบเข้าเทรดทันทีมักโดน Stop Loss จากการกวาด Stop ก่อนที่จะเริ่ม Trend จริง รอให้ตลาด “ตั้งหลัก” ก่อนค่อยเข้า
ระวัง Whipsaw ในช่วงข่าว — เมื่อมีข่าวสำคัญ ราคาอาจวิ่งขึ้นแล้วลง หรือลงแล้วขึ้นอย่างรวดเร็ว (Whipsaw) ทำให้ทั้ง Buy Stop และ Sell Stop ถูก Hit ทั้งคู่ การวาง Pending Orders สองฝั่งรอบข่าว (Straddle) จึงเป็นกลยุทธ์ที่อันตราย
อย่าเทรด Overtrading — London Session ยาว 9 ชั่วโมง ไม่ได้หมายความว่าต้องเทรดตลอด 9 ชั่วโมง เลือก Setup ที่ดีที่สุด 1-3 ออร์เดอร์ต่อวันก็เพียงพอ คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ
ระวัง London Close Reversal — ช่วงชั่วโมงสุดท้ายของ London Session (22:00-23:00) ราคามักจะกลับตัวจาก Trend ของวัน เพราะสถาบันในยุโรปเริ่มปิด Position ถ้าคุณถือ Day Trade ที่ยังกำไรอยู่ ควรพิจารณาปิดก่อน London Close
London Session กับ Institutional Order Flow
สถาบันการเงินขนาดใหญ่มีรูปแบบการเทรดที่ค่อนข้างคาดเดาได้ในช่วง London Session การเข้าใจ Order Flow ของสถาบันช่วยให้เทรดเดอร์รายย่อยเทรดในทิศทางเดียวกับ “Smart Money”
Institutional Accumulation — สถาบันมักสะสม Position ในช่วง Asian Session ที่ราคาเคลื่อนในกรอบแคบ แล้วเริ่ม Push ราคาเมื่อ London Session เปิด ถ้าคุณเห็นว่า Asian Range มีลักษณะ Consolidation ที่แน่น มีโอกาสสูงที่ London จะ Breakout อย่างแรง
Stop Hunt Pattern — สถาบันต้องการสภาพคล่องจำนวนมากเพื่อเข้า Position ขนาดใหญ่ วิธีหนึ่งที่พวกเขาทำคือดันราคาไปกวาด Stop Loss ของเทรดเดอร์รายย่อยก่อน แล้วจึงเข้า Position ในทิศทางตรงข้าม รูปแบบนี้เห็นได้ชัดในช่วง London Open
Killzone — ในแนวคิด ICT (Inner Circle Trader) ช่วง London Killzone (14:00-17:00 เวลาไทย) ถือเป็นช่วงที่ดีที่สุดในการหา High-Probability Setups เพราะเป็นช่วงที่สถาบันเริ่มต้น Algorithmic Trading ของวัน
Backtesting กลยุทธ์ London Session — วิธีทดสอบก่อนใช้จริง
ก่อนที่จะใช้กลยุทธ์ London Session ด้วยเงินจริง ควร Backtest ให้มั่นใจก่อน
เลือกข้อมูลอย่างน้อย 6-12 เดือน — ใช้ข้อมูลย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อให้ครอบคลุมสภาพตลาดที่หลากหลาย ทั้ง Trending และ Ranging Markets
จดบันทึกทุก Setup — ทั้งที่เทรดได้จริงและที่ไม่ผ่านเงื่อนไข เพื่อดูว่า Filter ที่ใช้มีประสิทธิภาพแค่ไหน
วัดผลด้วยตัวเลข — คำนวณ Win Rate, Average R:R, Expectancy, Maximum Drawdown และ Profit Factor ถ้า Expectancy เป็นบวกและ Drawdown อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ กลยุทธ์ก็พร้อมใช้งานจริง
Forward Test ใน Demo — หลังจาก Backtest ผ่านแล้ว ใช้บัญชี Demo เทรดจริงอีก 1-2 เดือนเพื่อทดสอบว่าคุณสามารถ Execute กลยุทธ์ได้ในสภาพตลาด Real-time หรือไม่
เปรียบเทียบ London Session กับ Session อื่น
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น มาเปรียบเทียบ London Session กับ Session อื่นในแง่มุมต่างๆ
London vs Asian — London มี Volatility และ Liquidity สูงกว่ามาก เหมาะกับ Breakout และ Trend Trading ในขณะที่ Asian Session เหมาะกับ Range Trading มากกว่า London สร้าง Daily Range ได้มากกว่า Asian ถึง 2-3 เท่า
London vs New York — ทั้งสองมี Volatility สูง แต่ London มักเป็นตัว “เริ่ม” Trend ของวัน ในขณะที่ New York มักเป็นตัว “ต่อ” หรือ “กลับ” Trend London Breakout มักชัดเจนกว่าเพราะราคา Breakout จากกรอบ Asian Range ที่แคบ
London vs Sydney — Sydney Session มี Liquidity และ Volatility ต่ำที่สุด เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการบรรยากาศตลาดที่สงบ London ให้โอกาสทำกำไรมากกว่า แต่ก็มีความเสี่ยงสูงกว่าเช่นกัน
สรุป: London Session — โอกาสที่ดีที่สุดสำหรับเทรดเดอร์ไทย
London Session เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเทรดเดอร์ไทยด้วยเหตุผลหลายประการ: ตรงกับช่วงบ่ายถึงค่ำที่สะดวกสำหรับคนทำงาน สภาพคล่องสูงที่สุด Spread แคบที่สุด Trend ชัดเจน และมีข่าวเศรษฐกิจสำคัญจากทั้งยุโรปและอเมริกา
เริ่มต้นด้วย London Breakout Strategy ที่เรียบง่าย เรียนรู้จากการ Backtest และ Demo Trading ก่อน แล้วค่อยๆ พัฒนากลยุทธ์ให้ซับซ้อนขึ้นเมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น จำไว้ว่าไม่จำเป็นต้องเทรดทุกวัน เลือก Setup ที่ดีที่สุด และ จัดการความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด คือหัวใจของการเทรด London Session ให้ประสบความสำเร็จ







TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文