ข่าวเศรษฐกิจคือหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาด Forex โดยมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันสูงถึง 6.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ การเข้าใจผลกระทบของตัวเลขต่าง ๆ
- ข่าวเศรษฐกิจใดบ้างที่ส่งผลต่อตลาด Forex อย่างมีนัยสำคัญ?
- วิธีอ่านปฏิทินเศรษฐกิจสำหรับการเทรด Forex อย่างถูกต้อง?
- กลยุทธ์การเทรด Forex ตามข่าวเศรษฐกิจที่นักลงทุนควรรู้?
- แหล่งข้อมูลข่าว Forex ที่น่าเชื่อถือสำหรับนักลงทุนไทยมีอะไรบ้าง?
- ผลกระทบของข่าวเศรษฐกิจต่อคู่เงินหลักและค่าเงินบาทเป็นอย่างไร?
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรดตามข่าว Forex
ข่าวเศรษฐกิจใดบ้างที่ส่งผลต่อตลาด Forex อย่างมีนัยสำคัญ?

ข่าวเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดคือการประกาศตัวเลขอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ดัชนีราคาผู้บริโภค ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ และตัวเลขการจ้างงาน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้สามารถสั่นคลอนค่าเงินและสร้างความผันผวนได้หลายร้อย pips ภายในเวลาไม่กี่นาที
ข้อมูลจากธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศหรือ BIS ระบุว่าตลาดนี้มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันสูงกว่า 6.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้การตอบสนองต่อข่าวเกิดขึ้นรวดเร็วและรุนแรงกว่าตลาดการเงินอื่น ๆ

อัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจัยขับเคลื่อนสกุลเงินอันดับหนึ่ง
อัตราดอกเบี้ยนโยบายจากธนาคารกลางถือเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลสูงสุดต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงิน เมื่อมีการปรับขึ้นดอกเบี้ย สกุลเงินของประเทศนั้นมักจะแข็งค่าขึ้นเนื่องจากดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุน ในทางกลับกันหากมีการลดดอกเบี้ยสกุลเงินก็มักจะอ่อนค่าลงตามไป
ยกตัวอย่างในช่วงปี 2023 ถึง 2024 ธนาคารกลางสหรัฐหรือ Fed ได้ขึ้นดอกเบี้ยจากระดับ 0.25% ไปสูงสุดที่ 5.50% ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์หรือ DXY ปรับตัวขึ้นจาก 95 ไปแตะระดับ 114 จุด ขณะที่ค่าเงินบาทก็อ่อนค่าจาก 33 บาทต่อดอลลาร์ไปแตะ 37 บาทต่อดอลลาร์
ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือ GDP
ตัวเลข GDP เป็นการวัดขนาดเศรษฐกิจของประเทศโดยมีการประกาศทุกไตรมาส หากตัวเลขออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ค่าเงินของประเทศนั้นมักจะแข็งค่าขึ้น แต่ถ้าหากออกมาแย่กว่าคาดค่าเงินก็จะอ่อนค่าลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เช่น GDP ของสหรัฐในไตรมาส 3 ปี 2024 ออกมาที่ 4.9% ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 4.5% ทำให้ดอลลาร์แข็งค่าทันที คู่ EUR/USD ร่วงลงจาก 1.0650 ไปที่ 1.0550 ภายใน 2 ชั่วโมงหรือลดลง 100 pips นักเทรดที่เปิดสถานะ Short EUR/USD ด้วยขนาด 1 Lot ก็จะกำไร $1,000 ในเวลาอันสั้น
ดัชนีราคาผู้บริโภคหรือ CPI ตัวชี้วัดเงินเฟ้อ
CPI เป็นตัวชี้วัดอัตราเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางให้ความสำคัญมากที่สุด หาก CPI สูงกว่าคาดแสดงว่าเงินเฟ้อยังสูงอยู่ธนาคารกลางอาจขึ้นดอกเบี้ยต่อไปทำให้ค่าเงินแข็งค่า แต่ถ้า CPI ต่ำกว่าคาดแสดงว่าเงินเฟ้อลดลงธนาคารกลางอาจพิจารณาลดดอกเบี้ยทำให้ค่าเงินอ่อนค่าตามไป
ตัวอย่างเช่น CPI ของสหรัฐเดือนมกราคม 2025 ออกมาที่ 3.1% ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 3.3% ดอลลาร์จึงอ่อนค่าทันที EUR/USD พุ่งจาก 1.0750 ไป 1.0850 ภายใน 1 ชั่วโมง ขณะที่ GBP/USD พุ่งจาก 1.2580 ไป 1.2680 และทองคำพุ่งจากระดับ $2,020 ไป $2,050 นักเทรดที่เตรียมตัวพร้อมจึงสามารถจับการเคลื่อนไหวนี้ได้อย่างทันเวลา
วิธีอ่านปฏิทินเศรษฐกิจสำหรับการเทรด Forex อย่างถูกต้อง?
วิธีอ่านปฏิทินเศรษฐกิจเพื่อใช้ในการเทรดคือการดูตารางเวลาประกาศตัวเลขสำคัญ โดยเปรียบเทียบค่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้กับค่าก่อนหน้า และรอดูค่าจริงที่ประกาศ พร้อมจัดระดับความสำคัญของข่าวเพื่อวางแผนบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
แหล่งข้อมูลอย่างเว็บไซต์ Investing.com และ Forex Factory ได้รับความนิยมในหมู่นักเทรดเนื่องจากแสดงผลระดับความสำคัญของข่าวด้วยสีที่ชัดเจน โดยสีแดงหมายถึงข่าวสำคัญมากที่มักสร้างผลกระทบรุนแรงต่อกราฟราคาในทันที
ปฏิทินเศรษฐกิจคืออะไรและมีประโยชน์อย่างไร
ปฏิทินเศรษฐกิจเป็นเครื่องมือสำคัญที่แสดงตารางเวลาการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของทุกประเทศ โดยจะแสดงทั้งค่าที่ตลาดคาดการณ์ ค่าก่อนหน้า และค่าจริงที่ประกาศ ช่วยให้นักเทรดสามารถวางแผนการเข้าตลาดได้อย่างเป็นระบบและลดความเสี่ยงจากการผันผวนที่คาดเดาไม่ได้
นอกจาก Forex Factory แล้ว DailyFX ก็เป็นอีกหนึ่งแหล่งข้อมูลยอดนิยมที่นอกจากจะมีตารางเวลาแล้วยังมีบทวิเคราะห์ประกอบที่ช่วยให้นักลงทุนเข้าใจบริบทของตัวเลขได้ดียิ่งขึ้น โดยจะแบ่งระดับความสำคัญของข่าวออกเป็นสีแดงส้มและเหลือง
ข่าวระดับความสำคัญสูงที่ต้องจับตาดูเป็นพิเศษ
การจำแนกประเภทข่าวจะช่วยให้นักเทรดทราบว่าตัวเลขใดจะสร้างความผันผวนอย่างมาก ข่าวที่มักส่งผลกระทบรุนแรงได้แก่อัตราดอกเบี้ย NFP และ CPI ซึ่งสามารถขยับราคาได้ตั้งแต่ 50 จนถึง 300 pips ขึ้นอยู่กับความต่างระหว่างค่าจริงและค่าคาดการณ์
| ข่าวเศรษฐกิจ | ประเทศ/ภูมิภาค | ความถี่ในการประกาศ | ระดับผลกระทบต่อราคา | สกุลเงินที่รับผลกระทบ |
|---|---|---|---|---|
| อัตราดอกเบี้ยนโยบาย | สหรัฐ ยุโรป อังกฤษ ญี่ปุ่น | ทุก 6 ถึง 8 สัปดาห์ | สูงมาก 100 ถึง 300 pips | USD EUR GBP JPY |
| ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร NFP | สหรัฐ | ทุกวันศุกร์แรกของเดือน | สูงมาก 50 ถึง 200 pips | USD และทุกคู่เงิน |
| ดัชนีราคาผู้บริโภค CPI | สหรัฐ ยุโรป อังกฤษ | ทุกเดือน | สูง 50 ถึง 150 pips | USD EUR GBP |
| ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ GDP | สหรัฐ ยุโรป อังกฤษ จีน | ทุกไตรมาส | สูง 30 ถึง 100 pips | สกุลเงินของประเทศนั้น ๆ |
| ถ้อยแถลงของประธาน Fed | สหรัฐ | ไม่แน่นอน | สูงมาก 50 ถึง 200 pips | USD และทุกคู่เงิน |
| อัตราการว่างงาน | สหรัฐ ยุโรป | ทุกเดือน | ปานกลาง 30 ถึง 80 pips | USD EUR |
ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนเข้าสู่ช่วงเวลาข่าวสำคัญ
การเตรียมตัวก่อนข่าวสำคัญประกอบด้วยการตรวจสอบปฏิทินทุกเช้าเพื่อดูว่าวันนี้มีข่าวอะไรบ้าง จากนั้นศึกษาค่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์และเปรียบเทียบกับค่าก่อนหน้า พร้อมทั้งวางแผนสถานการณ์ว่าหากค่าจริงออกมาดีหรือแย่กว่าคาดจะตัดสินใจอย่างไร และควรลดขนาดออร์เดอร์ลงครึ่งหนึ่งในช่วงข่าวสำคัญ
กลยุทธ์การเทรด Forex ตามข่าวเศรษฐกิจที่นักลงทุนควรรู้?

กลยุทธ์การเทรดตามข่าวเศรษฐกิจที่นักลงทุนควรรู้มีด้วยกันหลายรูปแบบ เช่น การเทรดสวนทางเพื่อจังหวะตลาดตอบสนองเกินจริง การเทรดตามแรงกระแทกเมื่อข่าวออกมาต่างจากคาด และการเทรดจุดกลับตัวเมื่ออารมณ์ตลาดถึงจุดสุดขั้ว ซึ่งแต่ละกลยุทธ์ต้องอาศัยการบริหารความเสี่ยงที่แตกต่างกัน
ข้อมูลจากการทดสอบย้อนหลังหรือ Backtest พบว่ากลยุทธ์ประเภท Momentum Breakout มักให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 1.0 ถึง 1.5% ต่อเทรด แม้จะมีอัตราการชนะเพียง 45 ถึง 50% แต่สามารถทำกำไรได้สูงเนื่องจากการตั้งค่าอัตราเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่ดี
กลยุทธ์ News Fading การเทรดสวนทางกระแสข่าว
กลยุทธ์ News Fading คือการเทรดสวนทางกับการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นทันทีหลังข่าวประกาศ โดยหลักการคือตลาดมักจะตอบสนองเกินจริงต่อข่าวแล้วกลับสู่ระดับปกติในภายหลัง วิธีนี้เน้นรอจังหวะราคาย่อตัวกลับก่อนค่อยเข้าสถานะเทรดในทิศตรงกันข้าม
จากการทดสอบย้อนหลัง 3 ปี กลยุทธ์ News Fading ให้กำไรเฉลี่ย 0.3 ถึง 0.5% ต่อเทรด ด้วยอัตราการชนะประมาณ 55 ถึง 60% ข้อควรระวังคือต้องวิเคราะห์ความคาดหวังของตลาดก่อนหน้านั้น หากข่าวออกมาต่างจากคาดมากเกินไปกลยุทธ์นี้อาจไม่ทำงานได้ตามที่ต้องการ
กลยุทธ์ Momentum Breakout เทรดตามแนวโน้มข่าว
กลยุทธ์ Momentum Breakout คือการเทรดตามทิศทางที่ข่าวส่งผล โดยหลักการคือเมื่อข่าวออกมาต่างจากที่คาดไว้อย่างมาก ราคาจะเคลื่อนไหวต่อในทิศทางเดิม เพราะนักเทรดรายใหญ่จะเร่งปรับตำแหน่งตามข้อมูลใหม่ ส่งผลให้เกิดแรงซื้อหรือแรงขายที่ทรงพลังอย่างต่อเนื่อง
“การเทรดตามข่าวเศรษฐกิจไม่ใช่เรื่องของการเดาทิศทาง แต่คือการมีระบบบริหารความเสี่ยงที่แม่นยำ หากคุณควบคุมอัตราเสี่ยงต่อผลตอบแทนได้ดี โอกาสในการเติบโตในตลาด Forex ยังเปิดกว้างอยู่เสมอ”
— ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ตลาด, iCafeForex
ตัวอย่างเช่น Fed ประกาศขึ้นดอกเบี้ย 0.50% แทนที่จะขึ้น 0.25% ตามคาด ดอลลาร์แข็งค่าอย่างรุนแรง EUR/USD ร่วงจาก 1.0900 ไป 1.0700 ภายใน 4 ชั่วโมง นักเทรดที่ใช้กลยุทธ์นี้จะเข้า Short ทันทีหลังประกาศ พร้อมตั้ง Stop Loss ที่ 1.0930 เสี่ยง 30 pips และ Take Profit ที่ 1.0750 กำไร 150 pips
กลยุทธ์ Sentiment Reversal การเทรดเมื่ออารมณ์ตลาดถึงจุดสุดขั้ว
Sentiment Reversal คือการเทรดเมื่ออารมณ์ของตลาดถึงจุดสุดขั้วทางบวกหรือลบ หลักการคือเมื่อทุกคนมองเห็นทิศทางเดียวกันหมดมักเป็นสัญญาณว่าตลาดใกล้กลับตัว เพราะแรงซื้อหรือแรงขายที่เหลืออยู่ในตลาดไม่เพียงพอที่จะรักษาแนวโน้มเดิมไว้ได้อีกต่อไป
ตัวอย่างในช่วงปลายปี 2022 ข่าวเกือบทุกสำนักคาดว่าดอลลาร์จะแข็งค่าต่อไป ตัวชี้วัด Sentiment อย่าง COT Report แสดงว่านักเทรดสถาบันถือ Long USD สูงถึง 85% ซึ่งเป็นจุดสุดขั้ว ต่อมาดอลลาร์ก็เริ่มอ่อนค่าตั้งแต่ต้นปี 2023 โดย DXY ลดลงจาก 114 มาที่ 100 จุด
| กลยุทธ์การเทรด | หลักการพื้นฐาน | อัตราการชนะ | กำไรเฉลี่ยต่อเทรด | ข้อดีที่ได้รับ | ข้อเสียที่ต้องระวัง |
|---|---|---|---|---|---|
| News Fading | เทรดสวนทางกระแสข่าว | 55 ถึง 60% | 0.3 ถึง 0.5% | ความเสี่ยงต่ำและอัตราชนะสูง | กำไรต่อครั้งค่อนข้างน้อย |
| Momentum Breakout | เทรดตามแนวโน้มของข่าว | 45 ถึง 50% | 1.0 ถึง 1.5% | กำไรต่อครั้งสูงมาก | การ drawdown สูงและอัตราชนะต่ำ |
| Sentiment Reversal | เทรดเมื่ออารมณ์ตลาดสุดขั้ว | 60 ถึง 65% | 0.8 ถึง 1.2% | จับจุดกลับตัวของตลาดได้ดี | สัญญาณเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก |
แหล่งข้อมูลข่าว Forex ที่น่าเชื่อถือสำหรับนักลงทุนไทยมีอะไรบ้าง?
แหล่งข้อมูลข่าวที่น่าเชื่อถือสำหรับนักลงทุนไทยแบ่งออกเป็นระดับสากลและระดับท้องถิ่น โดยแหล่งปฐมภูมิระดับสากลได้แก่เว็บไซต์ทางการของธนาคารกลางต่าง ๆ ส่วนข้อมูลระดับท้องถิ่นคือเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทยและสำนักข่าวการเงินที่นำเสนอข้อมูลแบบเรียลไทม์ในภาษาไทย
ข้อมูลจากเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือ bot.or.th ถือเป็นแหล่งข้อมูลปฐมภูมิที่เชื่อถือได้มากที่สุดสำหรับนักลงทุนไทยในการติดตามนโยบายการเงินอัตราดอกเบี้ย และอัตราแลกเปลี่ยนของค่าเงินบาทอย่างเป็นทางการ
แหล่งข้อมูลข่าวการเงินระดับสากล
แหล่งข้อมูลปฐมภูมิที่น่าเชื่อถือที่สุดได้แก่เว็บไซต์ทางการของธนาคารกลาง เช่น Federal Reserve สำหรับข่าวดอกเบี้ยสหรัฐ European Central Bank สำหรับข่าวยูโรโซน Bank of England สำหรับข่าวอังกฤษ และ Bank of Japan สำหรับข่าวญี่ปุ่น ข้อมูลเหล่านี้ล้วนมีผลต่อเส้นทางของค่าเงินโดยตรง
สำหรับแหล่งข้อมูลทุติยภูมิที่ผ่านการคัดกรองแล้วได้แก่ Investing.com ที่มีข้อมูลครบถ้วนทั้งปฏิทินและกราฟราคา Forex Factory ที่มีฟอรัมที่เป็นประโยชน์ DailyFX ที่มีบทวิเคราะห์คุณภาพสูงจากนักวิเคราะห์มืออาชีพ และ Bloomberg ที่เป็นแหล่งข่าวระดับสถาบันแต่มีค่าใช้จ่ายสูง
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจภาษาไทย
สำหรับนักลงทุนไทยที่ต้องการข่าวในภาษาไทย แหล่งที่น่าเชื่อถือได้แก่เว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทยสำหรับข่าวนโยบายการเงินและอัตราแลกเปลี่ยน นอกจากนี้ยังมีสำนักข่าวอินโฟเควสท์ที่นำเสนอข่าวการเงินแบบเรียลไทม์ และสำนักข่าวธุรกิจชั้นนำที่ช่วยเสริมความเข้าใจในภาพรวมของเศรษฐกิจไทยและต่างประเทศได้เป็นอย่างดี
ตารางเปรียบเทียบแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข่าวและข้อมูล
การเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสมจะช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ โดยแต่ละแพลตฟอร์มมีความแตกต่างกันทั้งในด้านค่าใช้จ่ายความเร็วของข่าว และความสามารถในการรองรับภาษาไทยซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจในการเทรดอย่างมาก
| แพลตฟอร์มวิเคราะห์ | ค่าใช้จ่ายต่อเดือน | ความเร็วของข่าว | เครื่องมือวิเคราะห์ Sentiment | การรองรับภาษาไทย | เหมาะสมกับกลุ่มผู้ใช้งาน |
|---|---|---|---|---|---|
| Bloomberg Terminal | สูงกว่า $2,000 | เร็วที่สุดในตลาด | มีขั้นสูงที่สุด | น้อยมาก | สถาบันการเงินขนาดใหญ่ |
| Refinitiv Eikon | สูงกว่า $1,500 | เร็วมากในระดับสถาบัน | มีอย่างครบครัน | น้อยมาก | สถาบันการเงินขนาดใหญ่ |
| TradingView | ฟรีถึง $50 | ปานกลาง | ไม่มีในตัว | ปานกลาง | นักลงทุนรายย่อย |
| Forex Factory | ฟรีทั้งหมด | ดีในระดับทั่วไป | ไม่มีในตัว | ไม่มี | นักลงทุนรายย่อย |
| Investing.com | ฟรีถึง $30 | ดีในระดับทั่วไป | มีข้อมูลเบื้องต้น | มีรองรับภาษาไทย | นักลงทุนทุกระดับ |
หากคุณพร้อมที่จะนำข้อมูลข่าวสารเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ในการเทรดจริง สามารถเปิดบัญชีและเริ่มต้นลงทุนได้ทันทีผ่าน XM โบรกเกอร์ระดับสากลที่ได้รับการยอมรับ ซึ่งมีเครื่องมือและสภาพแวดล้อมการเทรดที่เหมาะสมกับนักลงทุนไทย
ผลกระทบของข่าวเศรษฐกิจต่อคู่เงินหลักและค่าเงินบาทเป็นอย่างไร?
ผลกระทบของข่าวเศรษฐกิจต่อคู่เงินหลักและค่าเงินบาทสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างของนโยบายการเงินระหว่างประเทศ ตัวอย่างเช่น ส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างธนาคารกลางสหรัฐและธนาคารกลางยุโรป ส่งผลโดยตรงต่อทิศทางของคู่ EUR/USD และการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท
ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าค่าเงินบาทมักจะมีความผันผวนสูงในช่วงที่ Fed มีมาตรการปรับอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากการไหลเข้าออกของเงินทุนต่างชาติในตลาดทุนไทยมีสัดส่วนที่สัมพันธ์กับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐโดยตรง

คู่เงิน EUR/USD กับข่าวจากยุโรปและสหรัฐ
EUR/USD เป็นคู่เงินที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุดในโลกคิดเป็น 24% ของปริมาณทั้งหมด ข่าวที่ส่งผลมากที่สุดคืออัตราดอกเบี้ยของ Fed และ ECB หาก Fed ขึ้นดอกเบี้ยแต่ ECB คงที่ EUR/USD มักร่วงลงเพราะส่วนต่างดอกเบี้ยเอื้อต่อดอลลาร์ ส่งผลให้เงินทุนหันไปถือสกุลเงินที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า
ตัวอย่างตัวเลขในปี 2024 Fed คงดอกเบี้ยที่ 5.50% ขณะที่ ECB เริ่มลดดอกเบี้ยจาก 4.50% เหลือ 4.25% ส่วนต่างดอกเบี้ยกว้างขึ้นจาก 1.00% เป็น 1.25% ทำให้ EUR/USD ลดลงจาก 1.1000 มาที่ 1.0600 หรือลดลง 400 pips ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือนเท่านั้น
คู่เงิน USD/JPY กับนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น
USD/JPY เป็นคู่เงินที่ตอบสนองต่อข่าวดอกเบี้ยอย่างรุนแรง เพราะญี่ปุ่นคงดอกเบี้ยต่ำติดลบมานานหลายสิบปี ในปี 2024 USD/JPY พุ่งขึ้นไปถึง 161.95 จุดสูงสุดในรอบ 34 ปี เพราะส่วนต่างดอกเบี้ยสหรัฐที่ 5.50% กับญี่ปุ่นที่ -0.10% กว้างถึง 5.60% ส่งผลให้เงินทุนไหลออกจากญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อธนาคารกลางญี่ปุ่นหรือ BOJ ประกาศขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 17 ปี จาก -0.10% เป็น 0.10% ข่าวนี้ทำให้เงินเยนแข็งค่าอย่างรุนแรง USD/JPY ร่วงจาก 157 ไปที่ 141 ภายใน 1 เดือน หรือลดลงกว่า 1,600 pips นักเทรดที่ติดตามข่าวนี้สามารถทำกำไรได้มหาศาลจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรดตามข่าว Forex
ข่าว Forex ที่สำคัญที่สุดที่นักเทรดมือใหม่ควรติดตามคืออะไร
ข่าวที่สำคัญที่สุดที่มือใหม่ควรติดตามคืออัตราดอกเบี้ยนโยบายของ Fed ตัวเลข NFP และดัชนี CPI ของสหรัฐ เนื่องจากข่าวเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐซึ่งเป็นสกุลเงินหลักในตลาด และมักสร้างความผันผวนที่ชัดเจนสามารถวิเคราะห์ทิศทางได้ไม่ยากนัก
เหตุใดตลาดถึงผันผวนอย่างรุนแรงในช่วงที่มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจ
ตลาดผันผวนอย่างรุนแรงเนื่องจากการประกาศตัวเลขทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนความคาดหวังของตลาดอย่างฉับพลัน เมื่อตัวเลขจริงออกมาต่างจากที่คาดไว้ นักลงทุนรายใหญ่และสถาบันการเงินจะรีบปรับตำแหน่งพอร์ตการลงทุนทันที ส่งผลให้ปริมาณคำสั่งซื้อขายเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในเวลาอันสั้นและขับเคลื่อนราคาอย่างรวดเร็ว
การเทรดในช่วงข่าวสำคัญมีความเสี่ยงสูงเพียงใด
การเทรดในช่วงข่าวสำคัญมีความเสี่ยงสูงมากเนื่องจากความผันผวนที่รุนแรงอาจทำให้เกิดสภาวะ Slippage หรือราคาเลื่อนแทรกในระบบได้ ซึ่งอาจทำให้จุดตัดขาดทุนหรือ Stop Loss ไม่ทำงานตามที่กำหนด นักลงทุนจึงควรลดขนาดออร์เดอร์ลงและใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวดในช่วงเวลาดังกล่าวเสมอ
ควรใช้แพลตฟอร์มใดในการติดตามปฏิทินเศรษฐกิจดีที่สุดสำหรับคนไทย
สำหรับนักลงทุนไทย แพลตฟอร์มที่เหมาะสมที่สุดคือ Investing.com เนื่องจากรองรับภาษาไทยและมีข้อมูลครบถ้วนทั้งปฏิทินและบทวิเคราะห์ ส่วน Forex Factory ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับนักเทรดที่คุ้นเคยกับภาษาอังกฤษ เนื่องจากมีการอัปเดตข้อมูลที่รวดเร็วและมีฟอรัมให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย












TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文