สเปรดทองคำคือผลต่างราคาซื้อ-ขาย หรือต้นทุนที่ซ่อนอยู่ในทุกการเปิดออเดอร์ ยิ่งแคบยิ่งดีต่อกระเป๋า
- สเปรดทองคำคืออะไร ทำความเข้าใจให้ถูกต้องตั้งแต่พื้นฐาน
- วิธีดูสเปรดแคบกว้าง บอกราคาทอง XAU อ่านยังไงให้ถูก
- ปัจจัยที่ทำให้สเปรดทองคำกว้างหรือแคบ เมนเทอร์ขอเล่าให้ฟัง
- คำนวณต้นทุนจากสเปรด อย่างละเอียดพร้อมตัวอย่างจริง
- เปรียบเทียบสเปรดแบบต่าง ๆ ในตลาดทองคำ
- วิธีลดต้นทุนสเปรดในการเทรดทองคำ เพิ่มกำไรสุทธิ
- คำถามที่พบบ่อย

สเปรดทองคำคือผลต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขาย บอกเราว่าต้นทุนที่ซ่อนอยู่ในทุกการเปิดออเดอร์นั้นแพงหรือถูก ยิ่งแคบยิ่งดีต่อกระเป๋าเรา นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
สเปรดทองคำคืออะไร ทำความเข้าใจให้ถูกต้องตั้งแต่พื้นฐาน
สเปรดในตลาดทองคำคือระยะห่างระหว่างราคาที่เราซื้อได้กับราคาที่เราขายได้ในขณะนั้น ถ้ามองในรูปแบบง่าย ๆ ก็คือค่าธรรมเนียมที่โบรกเกอร์เก็บจากเราในทุกครั้งที่เข้าเทรด ยิ่งระยะห่างนี้กว้างมากเท่าไร ต้นทุนของเราก็จะยิ่งแพงมากขึ้นเท่านั้น
หลายคนเข้าใจว่าการเทรดทองคำนั้นไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเลย ความจริงคือค่าธรรมเนียมถูกแบ่งซ่อนอยู่ในราคาตลาดแล้ว ตอนที่เรากดซื้อ ราคาที่ได้จะสูงกว่าราคาตลาดจริงเล็กน้อย และตอนที่เรากดขาย ราคาที่ได้จะต่ำกว่าราคาตลาดจริง ผลต่างตรงนี้เองที่เรียกว่าสเปรด ซึ่งเป็นรายได้หลักของโบรกเกอร์ในรูปแบัญชีที่ไม่คิดค่าคอมมิชชันเพิ่ม ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
ในบัญชีที่คิดค่าคอมมิชชันแยกต่างหาก สเปรดมักจะแคบมากจนเกือบเป็นศูนย์ แต่เราต้องจ่ายค่าธรรมเนียมต่อล็อตแทน ดังนั้นไม่ว่าจะเลือกบัญชีแบบไหน เราก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเข้าตลาดอยู่ดี ความเข้าใจในเรื่องนี้จะช่วยให้เราคำนวณต้นทุนได้แม่นยำขึ้นและไม่โดนหักเงินแบบไม่รู้ตัว
วิธีดูสเปรดแคบกว้าง บอกราคาทอง XAU อ่านยังไงให้ถูก

การดูว่าสเปรดในขณะนั้นแคบหรือกว้าง ให้สังเกตจากระยะห่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขายบนแพลตฟอร์มเทรด ถ้าตัวเลขห่างกันไม่กี่จุด ถือว่าสภาพตลาดดี แต่ถ้าห่างกันเป็นสิบจุดขึ้นไป แสดงว่าตลาดเริ่มมีความผันผวนสูงหรือสภาพคล่องลดลง
ในการเทรดทองคำหรือสัญลักษณ์ XAU สเปรดจะแสดงเป็นพิป ซึ่งต่างจากคู่เงินปกติที่พิปคือทศนิยมตำแหน่งที่สี่ ทองคำจะนับพิปที่ทศนิยมตำแหน่งที่สอง ดังนั้นราคา 2000 จุด 00 กับ 2000 จุด 35 หมายถึงสเปรด 35 พิป ถ้าเป็นช่วงเปิดตลาดปกติสเปรดอาจจะอยู่แค่ 20 ถึง 30 พิป แต่ถ้าเป็นช่วงข่าวหนักอาจขยายไปถึง 100 พิปหรือมากกว่านั้น
การรู้ว่าสเปรดกว้างหรือแคบในขณะนั้น ช่วยให้เราตัดสินใจได้ว่าควรเข้าเทรดตอนนี้หรือรอให้สภาพตลาดกลับมาปกติก่อน ถ้าสเปรดกว้างผิดปกติ การเปิดออเดอร์จะเสียเปรียบตั้งแต่ก่อนเริ่ม เพราะราคาจะต้องวิ่งไปในทิศทางที่เราเปิดออเดอร์มากพอจะคืนต้นทุนสเปรดก่อน จึงจะเริ่มทำกำไรให้เราได้
ตัวอย่างสเปรดในช่วงเวลาต่าง ๆ ของตลาดทองคำ
ในช่วงเปิดตลาดเอเชียตอนเช้า สเปรดทองคำมักจะอยู่ที่ 30 ถึง 45 พิป เพราะสภาพคล่องยังไม่สูงนัก พอเข้าสู่ช่วงเปิดตลาดลอนดอนช่วงบ่าย สเปรดจะเริ่มแคบลงเหลือ 20 ถึง 30 พิป และเมื่อถึงช่วงที่ตลาดนิวยอร์กเปิดทับเข้ามา สเปรดอาจจะแคบสุดเหลือเพียง 15 ถึง 25 พิป เพราะเป็นช่วงที่มีผู้เทรดเข้ามาสร้างสภาพคล่องมากที่สุด
ในทางตรงกันข้าม ช่วงที่มีข่าวเศรษฐกิจสำคัญออกมา เช่น อัตราเงินเฟ้อหรือการประชุมธนาคารกลาง สเปรดอาจจะขยายไปถึง 80 ถึง 150 พิปในพริบตา บางครั้งราคาทะลุจุดตัดขาดทุนเราเพียงเพราะสเปรดขยายตัว ไม่ใช่เพราะทิศทางตลาดเปลี่ยนจริง ๆ ดังนั้นการเลือกช่วงเวลาเทรดจึงสำคัญมาก
ปัจจัยที่ทำให้สเปรดทองคำกว้างหรือแคบ เมนเทอร์ขอเล่าให้ฟัง
หลายคนสงสัยว่าทำไมบางช่วงสเปรดแคบมาก แต่บางช่วงกลับกว้างจนน่ากลัว คำตอบคือสเปรดขึ้นอยู่กับสภาพคล่องในตลาด ความผันผวน และนโยบายของโบรกเกอร์ ถ้าเข้าใจปัจจัยเหล่านี้ จะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงช่วงอันตรายได้
ปัจจัยแรกคือสภาพคล่อง ถ้าในตลาดมีคนซื้อขายทองคำเยอะ สเปรดจะแคบลงเพราะโบรกเกอร์หาคู่ค้าได้ง่าย แต่ถ้าคนเทรดน้อย โบรกเกอร์ต้องเสี่ยงมากขึ้น สเปรดก็จะกว้างขึ้นตามไปด้วย นี่คือเหตุผลว่าทำไมช่วงเปิดตลาดนิวยอร์กถึงมีสเปรดแคบกว่าช่วงเที่ยงคืน
ปัจจัยที่สองคือความผันผวนของราคา พอราคาทองคำเคลื่อนไหวเร็วและรุนแรง โบรกเกอร์จะขยายสเปรดเพื่อป้องกันความเสี่ยง ปัจจัยสุดท้ายคือนโยบายของโบรกเกอร์เอง บางรายให้สเปรดแคบมากตลอดเวลา แต่เก็บค่าคอมมิชชันแยก บางรายให้สเปรดกว้างกว่าเล็กน้อย แต่ไม่คิดค่าคอมมิชชันเพิ่ม เราต้องเลือกให้เหมาะกับสไตล์การเทรดของเรา
ช่วงเวลาที่สเปรดมักจะกว้างผิดปกติ
ช่วงเวลาที่ควรระวังมากที่สุดคือก่อนและหลังข่าวเศรษฐกิจสำคัญออก ในช่วงนี้สเปรดอาจจะขยายจาก 20 พิปไปเป็น 100 พิปในพริบตา นอกจากนี้ช่วงปิดตลาดหรือช่วงเปลี่ยนวัน สเปรดก็มักจะกว้างขึ้นเช่นกัน เพราะสภาพคล่องลดลงชั่วคราว
อีกช่วงที่ต้องระวังคือเปิดตลาดวันอาทิตย์ บางครั้งราคาทองคำจะเปิดมาพร้อมสเปรดกว้างมาก เพราะตลาดยังไม่มั่นคง การรอให้ผ่านช่วงแรกไปก่อนค่อยเปิดออเดอร์จะปลอดภัยกว่า และช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาวในประเทศที่เป็นศูนย์กลางการเงิน สเปรดก็อาจจะกว้างขึ้นได้เช่นกัน
คำนวณต้นทุนจากสเปรด อย่างละเอียดพร้อมตัวอย่างจริง
การคำนวณต้นทุนจากสเปรดไม่ยากอย่างที่คิด แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าทองคำหนึ่งล็อตมูลค่าพิปละกี่ดอลลาร์ และสเปรดที่เราเห็นบนจอนั้นแปลงเป็นเงินได้ยังไง ถ้าคำนวณเป็นแล้วจะรู้ว่าทุกครั้งที่กดเปิดออเดอร์ เราเสียเงินไปกับสเปรดเท่าไร
ทองคำหนึ่งล็อตมาตรฐาน มูลค่าการเคลื่อนไหวต่อพิปเท่ากับ 1 ดอลลาร์ ดังนั้นถ้าสเปรดอยู่ที่ 30 พิป การเปิดออเดอร์หนึ่งล็อตจะมีต้นทุนสเปรดเท่ากับ 30 ดอลลาร์ทันที ถ้าเปิดสองล็อตก็เป็น 60 ดอลลาร์ ยิ่งเปิดล็อตเยอะ ต้นทุนสเปรดก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นตามสัดส่วน
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ถ้าเราเปิดออเดอร์ซื้อทองคำหนึ่งล็อตที่ราคา 2000 ดอลลาร์ ในขณะที่สเปรดอยู่ที่ 30 พิป ราคาที่เราได้เข้าจริงจะเป็น 2000 จุด 30 ทันที แปลว่าราคาต้องขึ้นไปถึง 2000 จุด 30 ก่อน ถึงจะคืนทุน และขึ้นไปถึง 2000 จุด 50 ถึงจะมีกำไร 20 ดอลลาร์ ถ้าราคาไม่ขยับเลย เราจะขาดทุน 30 ดอลลาร์จากสเปรดอย่างเดียว
ตัวอย่างการคำนวณกำไรขาดทุนจากสเปรดจริง
สมมติว่าเราเปิดออเดอร์ซื้อทองคำ 2 ล็อตที่ราคา 2025 ดอลลาร์ สเปรดในขณะนั้นอยู่ที่ 35 พิป ต้นทุนสเปรดที่เราเสียทันทีตอนเปิดออเดอร์คือ 35 คูณ 2 เท่ากับ 70 ดอลลาร์ ราคาที่เราเข้าจริงจะปรับไปที่ 2025 จุด 35 ทันที
ถ้าราคาทองคำขยับขึ้นไปที่ 2026 ดอลลาร์ กำไรที่เราจะได้คือ 65 พิป คูณด้วย 2 ล็อตเท่ากับ 130 ดอลลาร์ แต่ต้องหักต้นทุนสเปรด 70 ดอลลาร์ออกก่อน กำไรสุทธิจึงเหลือ 60 ดอลลาร์ สังเกตว่าเราต้องให้ราคาวิ่งไป 100 พิปถึงจะทำกำไรได้ 60 ดอลลาร์ แต่ถกรณีที่ราคาตกลงไปที่ 2024 ดอลลาร์ เราจะขาดทุน 135 พิป คูณ 2 ล็อตเท่ากับ 270 ดอลลาร์ รวมกับต้นทุนสเปรด 70 ดอลลาร์ ขาดทุนรวม 200 ดอลลาร์
จะเห็นว่าสเปรดมีผลต่อการคำนวณกำไรขาดทุนอย่างมาก ยิ่งสเปรดกว้าง ยิ่งต้องการให้ราคาวิ่งไกลขึ้นถึงจะคืนทุน ดังนั้นการเลือกช่วงเวลาที่สเปรดแคบจะช่วยลดต้นทุนได้มาก และเพิ่มโอกาสทำกำไรให้เราได้ง่ายขึ้น
เปรียบเทียบสเปรดแบบต่าง ๆ ในตลาดทองคำ

การเลือกบัญชีเทรดทองคำให้เหมาะกับสไตล์การเทรดของเรา ต้องดูว่าบัญชีแบบไหนมีต้นทุนต่ำกว่ากัน บางคนเหมาะกับบัญชีสเปรดเป็นศูนย์ บายคนเหมาะกับบัญชีสเปรดปกติ ขึ้นอยู่กับว่าเราเทรดระยะสั้นหรือระยะยาว
| ประเภทบัญชี | สเปรดเฉลี่ย | ค่าคอมมิชชัน | เหมาะกับสไตล์ไหน |
|---|---|---|---|
| บัญชีมาตรฐาน | 25-40 พิป | ไม่คิดเพิ่ม | เทรดถือยาวหลายวัน |
| บัญชีสเปรดเป็นศูนย์ | 0-5 พิป | 7 ดอลลาร์ต่อล็อต | สเกลป์เทรดระยะสั้น |
| บัญชีดิบ | 8-15 พิป | 3.5 ดอลลาร์ต่อล็อต | เทรดระยะกลางวันเดียว |
| บัญชีพรีเมียม | 15-25 พิป | ไม่คิดเพิ่ม | เทรดถือข้ามคืนบ่อย |
จากตารางจะเห็นว่าบัญชีสเปรดเป็นศูนย์มีสเปรดแคบสุด แต่ต้องจ่ายค่าคอมมิชชันเพิ่ม ในขณะที่บัญชีมาตรฐานมีสเปรดกว้างกว่า แต่ไม่ต้องจ่ายค่าคอมมิชชัน ถ้าเราเทรดระยะสั้นและเปิดปิดออเดอร์บ่อย บัญชีสเปรดเป็นศูนย์จะคุ้มกว่า แต่ถ้าเราถือเดอร์ยาวหลายวัน บัญชีมาตรฐานจะเหมาะกว่าเพราะไม่ต้องจ่ายค่าคอมมิชชันรวมสะสม
การเลือกบัญชีให้ถูกต้องต้องคำนวณจากจำนวนออเดอร์ที่เราเปิดในหนึ่งวันด้วย ถ้าเปิดวันละ 5 ถึง 10 ออเดอร์ ค่าคอมมิชชันจะสะสมเป็นเงินก้อนใหญ่ แต่ถ้าเปิดแค่วันละ 1 ถึง 2 ออเดอร์ ค่าคอมมิชชันก็ไม่ส่งผลกระทบมากนัก ดังนั้นต้องดูสไตล์การเทรดของเราก่อนเลือกบัญชี
วิธีลดต้นทุนสเปรดในการเทรดทองคำ เพิ่มกำไรสุทธิ
การลดต้นทุนสเปรดไม่ได้ทำได้ยากเลย ถ้าเราเข้าใจช่วงเวลาที่เหมาะสมและเลือกบัญชีที่เหมาะกับการเทรดของเรา การปรับพฤติกรรมการเทรดเล็กน้อยก็ช่วยลดต้นทุนได้มาก ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิในระยะยาว
วิธีแรกคือเลือกเทรดในช่วงที่สเปรดแคบที่สุด คือช่วงที่ตลาดลอนดอนและนิวยอร์กเปิดพร้อมกัน ในช่วงนี้สภาพคล่องสูงสุด สเปรดจะแคบที่สุด ต้นทุนต่อเดอร์จะต่ำสุดเช่นกัน วิธีที่สองคือหลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงข่าวหนัก ถ้าจำเป็นต้องเทรดในช่วงข่าว ควรรอให้ข่าวออกและราคาคงที่ก่อนค่อยเปิดออเดอร์
วิธีที่สามคือเลือกบัญชีที่เหมาะกับสไตล์การเทรด ถ้าเป็นนักเทรดระยะสั้นควรเลือกบัญชีสเปรดเป็นศูนย์ แต่ถ้าเป็นนักเทรดระยะยาวควรเลือกบัญชีมาตรฐาน วิธีสุดท้ายคือไม่เปิดออเดอร์มากเกินไปในวันเดียว ยิ่งเปิดเยอะ ต้นทุนสเปรดก็ยิ่งสะสมเยอะ ควรเน้นคุณภาพของออเดอร์มากกว่าปริมาณ
เทคนิคการเลือกช่วงเวลาเทรดให้ต้นทุนต่ำสุด
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเทรดทองคำคือตั้งแต่บ่ายสามโมงถึงห้าโมงเย็นตามเวลาประเทศไทย ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดลอนดอนเปิดและนิวยอร์กยังเปิดอยู่ ในช่วงนี้สเปรดจะแคบที่สุดและราคามักจะเคลื่อนไหวชัดเจน การเปิดออเดอร์ในช่วงนี้จะได้ต้นทุนต่ำและโอกาสทำกำไรสูง
อีกช่วงที่น่าสนใจคือตั้งแต่แปดโมงเย็นถึงสี่ทุ่มตามเวลาประเทศไทย ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดนิวยอร์กเปิดเต็มตัว สเปรดจะแคบและสภาพคล่องยังสูงอยู่ แต่ถ้าเป็นช่วงดึกหลังเที่ยงคืน สเปรดจะเริ่มกว้างขึ้นเพราะตลาดเอเชียยังไม่เปิดเต็มที่ ควรหลีกเลี่ยงการเปิดออเดอร์ในช่วงนี้ถ้าไม่จำเป็น
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักทำกับสเปรดทองคำ
มือใหม่หลายคนมักจะละเลยเรื่องสเปรด เพราะคิดว่าเป็นเพียงค่าธรรมเนียมเล็กน้อยที่ไม่ส่งผลกระทบมาก แต่ในความเป็นจริง สเปรดสามารถกินกำไรไปได้มากโดยเฉพาะถ้าเทรดระยะสั้นหรือเปิดออเดอร์บ่อย ๆ การเข้าใจข้อผิดพลาดเหล่านี้จะช่วยให้เราปรับพฤติกรรมการเทรดได้ดีขึ้น
ข้อผิดพลาดแรกคือการเปิดออเดอร์ในช่วงที่สเปรดกว้างมาก เช่น ช่วงข่าวหรือช่วงปิดตลาด หลายคนเห็นราคาวิ่งเร็วก็รีบเปิดออเดอร์ตาม โดยไม่รู้ว่าสเปรดในขณะนั้นกว้างมาก ต้นทุนที่เสียไปอาจจะมากกว่ากำไรที่คาดหวัง ข้อผิดพลาดที่สองคือการเปิดออเดอร์บ่อยเกินไป ยิ่งเปิดเยอะ ต้นทุนสเปรดก็ยิ่งสะสมเยอะ
ข้อผิดพลาดที่สามคือการตั้งจุดตัดขาดทุนใกล้เกินไป โดยไม่คำนึงถึงสเปรด ถ้าสเปรดกว้าง จุดตัดขาดทุนอาจจะโดนสเปรดเลยทันทีที่เปิดออเดอร์ ควรตั้งจุดตัดขาดทุนให้ห่างจากราคาเข้าพอสมควร ข้อผิดพลาดสุดท้ายคือการเลือกบัญชีเทรดแบบไม่เหมาะกับสไตล์ ถ้าเป็นนักเทรดระยะสั้นแต่เลือกบัญชีสเปรดกว้าง ต้นทุนจะสูงมาก
วิธีหลีกเลี่ยงกับดักสเปรดในช่วงข่าว
การหลีกเลี่ยงกับดักสเปรดในช่วงข่าวทำได้ไม่ยาก แค่รอให้ข่าวออกและราคาคงที่ก่อนค่อยเปิดออเดอร์ ในช่วงแรกที่ข่าวออกมา สเปรดจะกว่าเดิมมากและราคาจะวิ่งไปมาอย่างรุนแรง การเปิดออเดอร์ในจังหวะนี้เสี่ยงมากเพราะอาจจะเข้าราคาไม่ได้ดั่งใจหรือโดนสไลป์จนขาดทุนเกินคาด
วิธีที่ดีคือวางแผนล่วงหน้าว่าจะเทรดยังไงหลังข่าวออก ถ้าราคาขึ้นไปทะลุระดับใดระดับหนึ่งค่อยเปิดออเดอร์ซื้อ หรือถ้าราคาลงไปทะลุระดับใดระดับหนึ่งค่อยเปิดออเดอร์ขาย วิธีนี้จะช่วยให้เราไม่ต้องเจอสเปรดที่กว้างผิดปกติในช่วงข่าว และยังได้จังหวะเข้าตลาดที่ชัดเจนมากขึ้นอีกด้วย
สรุปความรู้เรื่องสเปรดทองคำ นำไปใช้ได้จริง
การเข้าใจสเปรดในการเทรดทองคำเป็นพื้นฐานที่สำคัญมาก ไม่แพ้การรู้จักการวิเคราะห์กราฟหรือการบริหารความเสี่ยง สเปรดคือต้นทุนที่ซ่อนอยู่ในทุกการเปิดออเดอร์ ถ้าเราไม่รู้ว่ามันคืออะไรและส่งผลต่อการเทรดยังไง เราอาจจะเสียเงินไปโดยไม่รู้ตัว
สิ่งสำคัญที่ต้องจำคือ สเปรดจะแคบที่สุดในช่วงที่ตลาดลอนดอนและนิวยอร์กเปิดพร้อมกัน และจะกว้างที่สุดในช่วงข่าวหรือช่วงปิดตลาด การเลือกช่วงเวลาเทรดให้ถูกต้องจะช่วยลดต้นทุนได้มาก และการเลือกบัญชีที่เหมาะกับสไตล์การเทรดก็สำคัญไม่แพ้กัน
สุดท้ายนี้ การคำนวณต้นทุนสเปรดให้เป็น จะช่วยให้เราวางแผนการเทรดได้แม่นยำขึ้น รู้ว่าราคาต้องวิ่งไปกี่พิปถึงจะคืนทุน และกี่พิปถึงจะทำกำไร ถ้าเราเข้าใจเรื่องนี้ดีพอ การเทรดทองคำจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป และเราจะสามารถทำกำไรได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
สเปรดทองคำปกติกี่พิป ถึงจะถือว่าแคบ
สเปรดทองคำหรือ XAU ในบัญชีมาตรฐานปกติจะอยู่ที่ประมาณ 20 ถึง 35 พิป ถือว่าเป็นระดับที่แคบและทำเงินได้สบาย ถ้าหากขยายไปถึง 50 พิปขึ้นไป ก็ถือว่าเริ่มกว้างและควรระวังต้นทุนที่จะตามมา ขนาดของสเปรดจะเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาเทรดและสภาพตลาด ดังนั้นควรเช็คบอร์ดราคาอยู่เสมอก่อนเข้าเปิดออเดอร์
ทำไมสเปรดทองคำช่วงข่าวถึงกว้างมาก
เพราะในช่วงที่มีข่าวเศรษฐกิจสำคัญ สภาพคล่องในตลาดจะลดลงชั่วคราว โบรกเกอร์เลยต้องขยายสเปรดเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการที่ราคากระโดดรุนแรง พอราคาวิ่งเร็วเกินไป การเทรดในจังหวะนั้นจึงมีโอกาสที่จะเข้าราคาไม่ได้ดั่งใจ หรือบางครั้งอาจจะโดนสไลป์จนขาดทุนเกินคาด แนะนำว่าให้หลีกเลี่ยงการเปิดออเดอร์ในนาทีที่ข่าวออกมากกว่า
แบบไหนดีระหว่างบัญชีสเปรดเป็นศูนย์กับสเปรดปกติ
ถ้าเป็นนักเทรดจองตำแหน่งระยะสั้นหรือสเกลป์ บัญชีสเปรดเป็นศูนย์จะเหมาะสุดเพราะต้นทุนต่อไม้ต่ำมาก แต่ต้องแลกกับค่าคอมมิชชันที่ต้องจ่ายต่อล็อต ส่วนบัญชีสเปรดปกติจะเหมาะกับคนที่ชอบถือยาวหลายวัน เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องค่าธรรมเนียมรายคืนที่สูง การเลือกบัญชีจึงขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดของแต่ละคนเป็นหลัก
สเปรดกว้างกระทบการตั้งจุดตัดขาดทุนยังไง
ถ้าสเปรดกว้างมาก จุดตัดขาดทุนจะอยู่ไกลจากราคาตลาดมากขึ้น ทำให้เราต้องเสี่ยงด้วยเงินมากกว่าปกติเพื่อรักษาไม้เดียวกันไว้ บางครั้งอาจต้องลดขนาดล็อตลงเพื่อให้ความเสี่ยงไม่เกินงบประมาณที่วางไว้ ดังนั้นก่อนเปิดออเดอร์ต้องดูสเปรดก่อนเสมอว่ายังอยู่ในระดับปกติหรือไม่
เทรดทองคำช่วงไหนที่สเปรดแคบที่สุด
ช่วงที่ตลาดลอนดอนและนิวยอร์กเปิดพร้อมกันจะมีสเปรดแคบที่สุด เพราะเป็นจังหวะที่ผู้คนเข้ามาเทรดเยอะที่สุดในหนึ่งวัน สภาพคล่องสูงทำให้โบรกเกอร์สามารถรักษาสเปรดให้แคบได้สบาย แนะนำให้วางแผนเทรดในช่วงเวลานี้ถ้าต้องการความคล่องตัวในการเข้าออกตลาด
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
- ▸ วิธีเทรด Counter Trend อย่างปลอดภัย สวน Trend อย่างมืออาชีพ
- ▸ เจาะลึก Market Sentiment คืออะไร พร้อมวิธีอ่านอารมณ์ตลาด Forex
- ▸ Partial Close วิธีปิดกำไรทีละส่วน Step by Step Forex
- ▸ เทคนิคใช้ Awesome Oscillator วิเคราะห์ Forex อย่างมืออาชีพ
- ▸ เจาะลึก ADX Indicator วิธีวัด Trend 25 Filter Forex อย่างโปร
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย






















