ทองคำกับดัชนีดอลลาร์มักขยับสวนกัน เพราะทองคำตั้งราคาในหน่วยดอลลาร์ เมื่อดอลลาร์แข็งค่า ราคาทองก็มักจะปรับตัวลง นักเทรดจึงต้องเช็ก DXY ก่อนเข้า XAUUSD

การเทรดทองคำหรือ XAUUSD ให้เป็นมืออาชีพ ต้องเข้าใจความสัมพันธ์กับดัชนีดอลลาร์ DXY เพราะทั้งสองตัวนี้เคลื่อนไหวสวนทางกันเกือบตลอดเวลา บทเรียนนี้จะสอนวิธีอ่านทิศทางและใช้ประโยชน์จากมัน นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
ทำไมทองคำกับดัชนีดอลลาร์ถึงเคลื่อนไหวสวนกัน
ทองคำกับดัชนีดอลลาร์มักเคลื่อนไหวสวนกันเพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีราคาตั้งอยู่ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เมื่อค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวลง ผู้ถือสกุลเงินอื่นจะสามารถซื้อทองคำได้ในราคาที่ถูกลงจึงกระตุ้นความต้องการซื้อจนราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น ในขณะที่หากดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ต้นทุนการซื้อทองคำก็จะสูงตามไปด้วย ส่งผลให้ราคาทองคำลดลง จากข้อมูลของ World Gold Council พบว่าค่าสหสัมพันธ์ระหว่างราคาทองคำกับดัชนีดอลลาร์อยู่ที่ประมาณ -0.80 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ขยับสวนกันอย่างชัดเจนในระยะยาว
ความสัมพันธ์ระหว่างราคาทองคำกับดัชนีดอลลาร์เป็นเรื่องพื้นฐานที่นักเทรดทุกคนต้องเข้าใจให้ขาด ทองคำถูกเสนอขายในตลาดสากลในรูปแบบของสัญญาเงินดอลลาร์ เมื่อค่าเงินดอลลาร์เปลี่ยนแปลง มูลค่าของทองคำเทียบกับเงินสกุลอื่นก็จะเปลี่ยนแปลงไปด้วย
สมมุติว่าดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้น นั่นหมายความว่าเงินดอลลาร์มีพลังการซื้อมากขึ้น เมื่อเงินดอลลาร์แข็งขึ้น ผู้คนที่ถือเงินสกุลอื่นจะรู้สึกว่าทองคำมีราคาแพงขึ้นเมื่อเทียบกับเงินในกระเป๋าของพวกเขา ความต้องการซื้อทองคำก็จะลดลงตามไปด้วย ทำให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงมาเป็นธรรมดา ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
ในทางตรงกันข้าม เมื่อดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลง เงินดอลลาร์ซื้อของได้น้อยลง นักลงทุนที่ถือเงินสกุลอื่นจะมองว่าทองคำราคาถูกลง พวกเขาจึงเข้ามาซื้อทองคำมากขึ้น พฤติกรรมแบบนี้ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น นี่คือเหตุผลง่ายๆ ว่าทำไมกราฟของทองคำกับดัชนีดอลลาร์ถึงมักจะเหมือนกระจกเงาที่สะท้อนกันกลับด้าน
วิธีเปิดกราฟ DXY มาใช้ยืนยันทิศทางทองคำในชีวิตจริง
นักลงทุนสามารถเปิดแพลตฟอร์มเทรดของโบรกเกอร์แล้วค้นหาสัญลักษณ์ DXY หรือ USDX เพื่อดูกราฟดัชนีดอลลาร์สหรัฐ จากนั้นนำมาเปรียบเทียบกับกราฟทองคำหรือ XAUUSD โดยเปิดไว้บนหน้าจอเดียวกันเพื่อสังเกตว่าเมื่อดัชนีดอลลาร์ปรับตัวขึ้น ราคาทองคำจะต้องเคลื่อนไหวลงและเมื่อดัชนีลดลงราคาทองคำก็จะขยับขึ้นตามมา การดูกราฟทั้งสองคู่กันจะช่วยยืนยันทิศทางตลาดได้แม่นยำยิ่งขึ้น
การเอาดัชนีดอลลาร์มาใช้ในการเทรดทองคำในชีวิตจริง ไม่ใช่แค่การดูว่ามันขึ้นหรือลง แต่ต้องดูว่ามันไปชนแนวรับแนวต้านสำคัญที่ไหน เพราะจุดเหล่านั้นคือจังหวะที่ทองคำจะเริ่มเด้งตัวอย่างชัดเจน
หลายคนเทรดทองคำแล้วเสียเพราะดูแค่กราฟทองคำตัวเดียว แต่ถ้าคุณเปิดกราฟดัชนีดอลลาร์ดูควบคู่กันไปด้วย คุณจะเห็นภาพใหญ่กว่าเดิมมาก ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเห็นทองคำปรับตัวลงมาเรื่อยๆ แต่ดัชนีดอลลาร์กำลังเดินขึ้นไปชนแนวต้านที่สำคัญมากๆ คุณก็จะรู้ว่าอีกไม่นานทองคำน่าจะเริ่มหยุดลงและเด้งกลับขึ้นมาได้
วิธีปฏิบัติจริงคือให้เปิดกราฟสองตัวนี้วางไว้ข้างกัน สังเกตว่าเมื่อดัชนีดอลลาร์ทะลุแนวต้านไม่ได้แล้วย่อตัวลง ทองคำจะเริ่มมีแท่งเทียนกลับตัวขึ้น หรือถ้าดัชนีดอลลาร์ทะลุแนวรับสำคัญแล้วร่วงลงไป ทองคำก็จะมีแรงซื้อวิ่งเข้ามาดันราคาขึ้นไปอย่างรวดเร็ว การใช้ดัชนีดอลลาร์เป็นตัวยืนยันจะช่วยให้คุณเข้าเทรดได้มั่นใจและมีอัตราความสำเร็จที่สูงขึ้น
ตัวอย่างการคำนวณกำไรขาดทุนจากการเทรดทองคำ
สมมติว่านักลงทุนเปิดซื้อทองคำหรือ XAUUSD จำนวน 1 ล็อตที่ราคา 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และตัดสินใจขายปิดสถานะเมื่อราคาขึ้นไปที่ 2,020 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ผลตอบแทนที่ได้รับจะคำนวณจากผลต่างของราคา 20 ดอลลาร์คูณกับขนาด 100 ออนซ์ จะได้กำไรเท่ากับ 2,000 ดอลลาร์ แต่หากราคาปรับลดลงไปที่ 1,990 ดอลลาร์ นักลงทุนจะขาดทุน 1,000 ดอลลาร์ทันที โดยต้องหักค่าสเปรดและค่าคอมมิชชันของโบรกเกอร์ออกด้วย
มาดูตัวอย่างจริงเพื่อให้เห็นภาพการใช้เงินทุนและการคำนวณผลกำไรขาดทุนเมื่อเทรดทองคำตามสัญญาณจากดัชนีดอลลาร์ การคำนวณให้ถูกต้องจะช่วยให้คุณรู้ว่าควรเปิดล็อตขนาดไหนถึงจะปลอดภัยสำหรับบัญชี
สมมุติว่าดัชนีดอลลาร์ขยับขึ้นไปกระแทกแนวต้านที่ระดับ 104.50 แล้วย่อตัวลงมา คุณเล็งเห็นจังหวะเข้าซื้อทองคำที่ราคา 2,050 ดอลลาร์ต่อนซ์ คุณตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ราคา 2,042 ดอลลาร์ต่อนซ์ และตั้งเป้าหมายเอากำไรไว้ที่ราคา 2,066 ดอลลาร์ต่อนซ์ ถ้าบัญชีของคุณมีทุน 5,000 ดอลลาร์ และคุณยอมรับความเสี่ยงที่ 2 เปอร์เซ็นต์ของเงินทุนต่อไม้ ความเสี่ยงของคุณคือ 100 ดอลลาร์
ระยะห่างระหว่างราคาเข้าเทรดกับจุดตัดขาดทุนคือ 8 ดอลลาร์ ซึ่งเท่ากับ 800 พอยต์ ในการเทรดทองคำ 1 ล็อตเต็มจะมีมูลค่าต่อดอลลาร์อยู่ที่ 100 ดอลลาร์ ดังนั้นถ้าคุณเปิด 1 ล็อตเต็มแล้วราคาไปโดนจุดตัดขาดทุน คุณจะขาดทุนถึง 800 ดอลลาร์ซึ่งมากเกินไป วิธีคำนวณล็อตที่เหมาะสมคือเอาความเสี่ยงที่ยอมรับได้คือ 100 ดอลลาร์ หารด้วยความเสี่ยงต่อล็อตที่ 800 ดอลลาร์ จะได้ขนาดล็อตที่ปลอดภัยคือ 0.12 ล็อต ถ้าราคาทองคำขึ้นไปโดนเป้าหมายที่ 2,066 ดอลลาร์ คุณจะได้กำไร 16 ดอลลาร์ คูณด้วยมูลค่าต่อดอลลาร์ของล็อตที่เปิดไว้ คุณจะได้กำไรรวมประมาณ 192 ดอลลาร์ ซึ่งให้อัตราส่วนความคุ้มค่าของความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่ดีมาก
ช่วงเวลาที่ทองคำกับดัชนีดอลลาร์ไม่ขยับสวนกัน
ในบางช่วงเวลาที่ตลาดเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรงหรือภาวะเงินเฟ้อสูง ทองคำกับดัชนีดอลลาร์อาจไม่ขยับสวนกันเพราะนักลงทุนจะหนีความเสี่ยงไปซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยทั้งสองอย่างพร้อมกันจนทำให้ราคาปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้ปัจจัยจากอุปสงค์และอุปทานในตลาดทองคำโลกก็ส่งผลให้ราคาทองคำเคลื่อนไหวโดยไม่ขึ้นกับค่าเงินดอลลาร์ในบางครั้ง
ถึงแม้ความสัมพันธ์แบบสวนทางจะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่ก็มีช่วงเวลาที่กฎนี้ใช้ไม่ได้ผล นักเทรดที่เก่งจะต้องรู้จักช่วงเวลาที่ทองคำกับดัชนีดอลลาร์ขยับไปด้วยกัน เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนและการตัดสินใจที่ผิดพลาด
ช่วงที่มักจะเห็นทองคำกับดอลลาร์ขยับไปด้วยกันคือช่วงที่ตลาดเกิดความหวาดกลัวอย่างรุนแรง เช่นมีข่าวสงครามหรือวิกฤตการเงินระดับโลก ในยามที่นักลงทุนกลัวความเสี่ยงสุดขีด พวกเขาจะวิ่งเข้าหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัยทั้งสองอย่างพร้อมกัน คือทั้งซื้อทองคำเพื่อเก็บรักษาความมั่งคั่งและซื้อเงินดอลลาร์เพื่อสภาพคล่อง พฤติกรรมแบบนี้ทำให้เราเห็นทั้งทองคำและดัชนีดอลลาร์ปรับตัวสูงขึ้นไปพร้อมกัน
อีกสถานการณ์ที่ทำให้ความสัมพันธ์เปลี่ยนไปคือเมื่อดัชนีดอลลาร์ขยับตัวน้อยมากในกรอบราคาแคบๆ ถ้าดอลลาร์ไม่ได้แข็งค่าหรืออ่อนค่าอย่างชัดเจน ทองคำอาจจะขยับตัวตามปัจจัยอื่นแทน เช่น อุปสงค์ในตลาดทองคำกายภาพ หรือการปรับตัวของตลาดหุ้น ดังนั้นในช่วงที่ดัชนีดอลลาร์นิ่งๆ อย่าไปยึดติดว่าทองคำต้องเคลื่อนไหวสวนกันเสมอไป ให้ดูบริบทของตลาดในขณะนั้นเป็นหลักจะดีกว่า
การใช้ข่าวเศรษฐกิจร่วมกับการวิเคราะห์กราฟ
การนำข่าวเศรษฐกิจสำคัญอย่างการประกาศอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐมาใช้ร่วมกับการวิเคราะห์กราฟราคา จะช่วยให้นักลงทุนเข้าใจแรงผลักดันที่แท้จริงของตลาดและเลือกจังหวะเข้าเทรดได้อย่างแม่นยำ โดยหากข่าวออกมาเป็นลบต่อเศรษฐกิจสหรัฐ กราฟทองคำจะต้องแสดงแท่งเทียนสีเขียวทะลุแนวต้าน ซึ่งเป็นสัญญาณยืนยันให้เปิดคำสั่งซื้อได้อย่างมั่นใจ
การเทรดทองคำให้สำเร็จไม่ได้มาจากการดูกราฟอย่างเดียว แต่ต้องเข้าใจว่าข่าวเศรษฐกิจสำคัญอย่างไรจะส่งผลกระทบต่อทั้งทองคำและดัชนีดอลลาร์ การผสมผสานข่าวกับกราฟจะทำให้คุณเหนือกว่าเทรดเดอร์ทั่วไป
ข่าวที่ส่งผลกระทบโดยตรงที่สุดคือข้อมูลเงินเฟ้อและการปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ เมื่อธนาคารกลางสหรัฐปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้น ดัชนีดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นตามไปด้วยเพราะผลตอบแทนจากการถือเงินดอลลาร์สูงขึ้น ส่งผลให้ทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ยกลายเป็นสินทรัพย์ที่ด้อยค่าลงในความรู้สึกของนักลงทุน ราคาทองคำก็จะปรับตัวลงตามแรงขาย
ในทางกลับกัน เมื่อมีสัญญาณว่าธนาคารกลางสหรัฐจะลดอัตราดอกเบี้ยหรือฉีดเงินเข้าสู่ระบบ ดัชนีดอลลาร์จะอ่อนค่าลงเพราะความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ทองคำซึ่งถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่ใช้ป้องกันเงินเฟ้อจะได้รับแรงซื้ออย่างมาก ดังนั้นก่อนเข้าเทรดทุกครั้ง คุณควรเช็คตารางข่าวเศรษฐกิจว่ามีข้อมูลสำคัญออกมาหรือไม่ ถ้ามีข่าวใหญ่ให้ระวังการเคลื่อนไหวที่รุนแรงของทั้งสองตลาดและรอให้สัญญาณชัดเจนก่อนค่อยเข้าเทรด
การวางแผนบริหารความเสี่ยงเมื่อเทรดทองคำ
การวางแผนบริหารความเสี่ยงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเทรดทองคำเพราะราคาสามารถผันผวนได้รุนแรงในช่วงเวลาสั้น โดยนักลงทุนควรกำหนดจำนวนเงินทุนที่เสี่ยงได้ต่อคำสั่งซื้อขายไว้ไม่เกิน 2 เปอร์เซ็นต์ของเงินในพอร์ตการลงทุน พร้อมกำหนดจุดตัดขาดทุนหรือสต็อปลอสไว้ล่วงหน้าเพื่อป้องกันการสูญเสียเงินทุนส่วนใหญ่จากการเคลื่อนไหวที่คาดเดาไม่ได้ของราคา
ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงมาก การบริหารความเสี่ยงจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเทรด ถ้าคุณบริหารความเสี่ยงไม่ดี ต่อให้คุณวิเคราะห์ทิศทางถูกต้องแต่ราคาเด้งไปแตะจุดตัดขาดทุนก่อน คุณก็ยังเสียเงินอยู่ดี
กฎเหล็กในการบริหารความเสี่ยงคือห้ามเปิดล็อตใหญ่เกินกว่าที่บัญชีจะรับได้ ทองคำสามารถขยับได้หลายสิบดอลลาร์ในวันเดียว ถ้าคุณเปิดล็อตใหญ่เกินไป การขยับตัวเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้บัญชีของคุณร้อนและนำไปสู่การตัดบัญชีได้ คุณควรกำหนดความเสี่ยงสูงสุดต่อการเทรดหนึ่งครั้งไว้ที่ไม่เกิน 2 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ของเงินทุนทั้งหมด และคำนวณขนาดล็อตจากระยะห่างของจุดตัดขาดทุนเสมอ
นอกจากนี้คุณต้องมีวินัยในการปฏิบัติตามแผนอย่างเคร่งครัด เมื่อตั้งจุดตัดขาดทุนไว้แล้วห้ามย้ายจุดนั้นออกไปไกลขึ้นเด็ดขาดเพราะความหวังว่าราคาจะกลับมา การใช้ดัชนีดอลลาร์เป็นตัวช่วยยืนยันทิศทางจะช่วยให้คุณเลือกจุดเข้าเทรดที่มีความเสี่ยงต่ำและมีโอกาสทำกำไรสูง แต่สุดท้ายแล้วการรักษาเงินทุนให้อยู่รอดต่อไปในตลาดก็ขึ้นอยู่กับวินัยในการบริหารความเสี่ยงของคุณเอง
| ปัจจัยเปรียบเทียบ | ผลกระทบต่อดัชนีดอลลาร์ | ผลกระทบต่อราคาทองคำ | แนวทางการจัดการเทรด |
|---|---|---|---|
| ธนาคารกลางปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย | ดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้น | ราคาทองคำปรับตัวลดลง | หาจังหวะเข้าเทรดขายทองคำ |
| ธนาคารกลางลดอัตราดอกเบี้ย | ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลง | ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น | หาจังหวะเข้าเทรดซื้อทองคำ |
| เกิดวิกฤตระดับโลกหรือสงคราม | ดัชนีดอลลาร์อาจแข็งค่าขึ้น | ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น | ระวังความสัมพันธ์ที่ไม่สวนกัน |
| ข้อมูลเงินเฟ้อสูงกว่าคาด | ดัชนีดอลลาร์ผันผวนรุนแรง | ราคาทองคำได้รับแรงซื้อ | รอสัญญาณชัดเจนก่อนเข้าเทรด |
สรุปแนวทางการเทรดทองคำควบคู่กับดัชนีดอลลาร์
การเอาดัชนีดอลลาร์มาเป็นเครื่องมือช่วยเทรดทองคำถือเป็นวิธีที่ฉลาดและมีประสิทธิภาพสูง ความสัมพันธ์แบบสวนทางนี้เกิดจากโครงสร้างของตลาดการเงินโลกที่ทองคำถูกตราสารไว้ด้วยสกุลเงินดอลลาร์
ข้อสำคัญที่ต้องจำคืออย่าเพิ่งเข้าเทรดทันทีเมื่อเห็นดัชนีดอลลาร์ขยับ ให้รอให้มันไปชนแนวรับหรือแนวต้านสำคัญในกราฟก่อน แล้วค่อยสังเกตปฏิกิริยาของราคาทองคำว่าเริ่มมีแท่งเทียนกลับตัวหรือยัง การรอยืนยันหลายชั้นจะช่วยกรองสัญญาณเทรดที่ไม่ดีออกไปได้มาก
สุดท้ายนี้อย่าลืมว่าไม่มีอะไรแน่นอนในตลาด ถึงแม้ทองคำกับดัชนีดอลลาร์จะขยับสวนกันบ่อยครั้ง แต่ก็มีข้อยกเว้นในช่วงที่ตลาดเกิดความหวาดกลัวอย่างรุนแรง คุณต้องเข้าใจบริบทของตลาด ติดตามข่าวเศรษฐกิจสำคัญ และบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวด ถ้าทำตามหลักการเหล่านี้ได้ คุณจะสามารถเทรดทองคำได้อย่างมั่นคงและทำกำไรในระยะยาว
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่นักลงทุนมือใหม่ถามกันบ่อยที่สุดคือจะเริ่มต้นเทรดทองคำด้วยเงินทุนขั้นต่ำเท่าไหร่ ซึ่งคำตอบคือขึ้นอยู่กับนโยบายของโบรกเกอร์และขนาดล็อตที่เลือกใช้ โดยทั่วไปสามารถเริ่มต้นได้ด้วยเงินเพียง 10 ถึง 50 ดอลลาร์สหรัฐ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการศึกษาวิธีดูกราฟและการจัดการความเสี่ยงให้รู้เท่าทันกลไกตลาดก่อนลงทุนด้วยเงินจำนวนมาก
ทำไมทองคำกับดัชนีดอลลาร์ถึงขยับสวนกัน
ทองคำกับดอลลาร์มีความสัมพันธ์เป็นสัดส่วนกลับด้านเสมอ เพราะทองคำถูกเสนอขายในรูปแบบตั๋วเงินดอลลาร์ เมื่อค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ผู้ซื้อที่ถือเงินสกุลอื่นจะต้องจ่ายเงินมากขึ้น ทำให้ความต้องการซื้อทองคำลดลงตามไปด้วย ในทางกลับกันเมื่อดอลลาร์อ่อนค่าลง ทองคำจะถูกลงสำหรับผู้ถือเงินสกุลอื่น ส่งผลให้ความนิยมซื้อเพิ่มขึ้นและดันราคาทองคำขึ้นไป แต่ในบางช่วงที่มีข่าวหลบภัยรุนแรง ทั้งสองสินทรัพย์อาจขยับขึ้นด้วยกันได้ชั่วคราว
จะใช้ DXY ช่วยเทรดทองคำในชีวิตจริงอย่างไร
ให้เปิดกราฟดัชนีดอลลาร์คู่กับกราฟทองคำและสังเกตว่าเมื่อดอลลาร์ทะลุแนวรับสำคัญ ทองคำมักจะเด้งขึ้นทันที หรือถ้าดอลลาร์ขึ้นไปกระแทกแนวต้านแล้วย่อตัวลง ทองคำก็มักจะมีโอกาสเด้งขึ้นได้ดี เทรดเดอร์สามารถใช้ DXY เป็นตัวยืนยันสัญญาณเข้าเทรดได้ แต่ห้ามเอาไปตั้งจุดตัดขาดทุนแทนทองคำเด็ดขาด เพราะความผันผวนของแต่ละตัวนั้นไม่เท่ากัน ใช้ดัชนีดอลลาร์แค่เป็นเข็มทิศบอกทิศทางภาพรวมก็พอ
ช่วงไหนที่ทองคำกับดอลลาร์ไม่ขยับสวนกัน
ช่วงที่มีความกลัวรุนแรงในตลาดการเงิน เช่นเกิดสงครามหรือวิกฤตเศรษฐกิจระดับโลก นักลงทุนจะวิ่งเข้าซื้อทั้งทองคำและดอลลาร์พร้อมกันเพื่อหลบภัย ทำให้เราเห็นทั้งสองตัวปรับตัวขึ้นไปด้วยกัน นอกจากนี้ในช่วงที่ดอลลาร์ขยับแค่นิดหน่อยในกรอบแคบ ทองคำอาจจะไม่แสดงปฏิกิริยาใดๆ หรืออาจจะขยับตามจังหวะการรับรู้ผลประกอบการของตัวเอง ดังนั้นต้องดูบริบทของข่าวด้วยไม่ใช่ดูแค่กราฟอย่างเดียว
ควรเปิดล็อตทองคำขนาดไหนถึงจะปลอดภัย
การเปิดล็อตทองคำต้องคำนึงถึงความผันผวนที่สูงมากเป็นพิเศษ ถ้าบัญชีมีทุนหนึ่งพันดอลลาร์ การเปิดล็อตถึงหนึ่งล็อตเต็มถือว่าเสี่ยงมากเพราะราคาขยับแค่สิบดอลลาร์ก็หมดบัญชีแล้ว แนะนำให้คำนวณจากความเสี่ยงที่ยอมรับได้ต่อไม้ต่อสูงสุดสองเปอร์เซ็นต์ของเงินทุน แล้วค่อยย้อนกลับมาหาขนาดล็อตที่เหมาะสม การใช้ล็อตเล็กๆ จะช่วยให้คุณทนต่อกระแสราคาที่ไหวไปมาอย่างทองคำได้ดีกว่า
พอ DXY ไปชนแนวต้านแล้วทองคำจะเด้งเสมอไหม
ไม่เสมอไป ถึงแม้โอกาสที่ทองคำจะเด้งขึ้นนั้นมีสูงเมื่อดอลลาร์ชนแนวต้านแล้วย่อตัว แต่บางครั้งดอลลาร์ก็สามารถทะลุแนวต้านนั้นไปได้เพราะมีแรงซื้อจริง สิ่งสำคัญคือต้องรอให้เห็นราคาของดอลลาร์ปิดแท่งกลับมาต่ำกว่าแนวต้านจริงๆ ก่อน แล้วค่อยไปดูว่าทองคำเริ่มมีแท่งเทียนกลับตัวบวกหรือยัง การรอยืนยันหลายชั้นจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเข้าไปซื้อทองคำพร้อมกับการทะลุแนวต้านของดอลลาร์
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย













TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文