ทองคำ XAU 2569 เทรดด้วยทฤษฎีแกน วาดมุม 1×1 หาจุดเข้าและตัดขาดทุน ดูทุนไหล SPDR ประกอบเพื่อความชัดเจนในการเทรดของคุณ 3

เรียนรู้การเทรดทองคำ XAU ด้วยทฤษฎีแกน แนวทางการวาดมุม 1 คูณ 1 บนชาร์ตเพื่อหาจุดเข้าและตั้งจุดตัดขาดทุนให้สมเหตุสมผล ปรับใช้ในปี 2569 นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
ทฤษฎีแกนคืออะไรและทำไมต้องใช้กับทองคำ
ทฤษฎีแกน (Axis Line) คือเทคนิคการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ใช้เส้นอ้างอิงเพื่อแบ่งพื้นที่ราคาและระบุจุดพลิกผันของตลาด ซึ่งจำเป็นต้องใช้กับทองคำเพราะโลหะมีค่านี้มีความผันผวนสูงและเคลื่อนไหวเป็นวงจร โดยสมาคมค้าทองคำลอนดอนรายงานว่าปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 180 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้การมีเส้นแกนช่วยให้เทรดเดอร์สามารถระบุแนวรับแนวต้านได้อย่างแม่นยำและลดความเสี่ยงในการตัดสินใจ
ทฤษฎีแกนของ ดับเบิลยู ดี แกน คือแนวคิดที่มองว่าราคาและเวลามีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด เมื่อนำมาปรับใช้กับการเทรดทองคำหรือ XAU จะช่วยให้เรามองเห็นแนวโน้มและจุดที่ราคาอาจจะวกกลับได้อย่างชัดเจน
สำหรับลูกศิษย์ที่เพิ่งเริ่มต้น ทฤษฎีนี้อาจจะดูยากสักหน่อยเพราะมันไม่ใช่แค่การดูเส้นบนกราฟธรรมดา แต่มันคือการเอาเวลามาคูณกับราคาเพื่อหาจุดสมดุลของตลาด ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ขยับตัวรุนแรงและมีแนวโน้มยาว การมีเครื่องมือที่บอกทิศทางระยะกลางถึงยาวจะช่วยให้เราไม่หลงไปกับการแกว่งตัวระยะสั้นจนเสียจังหวะ ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
การเทรดทองคำด้วยแนวคิดนี้จะเน้นไปที่การหาว่ากำลังเดินอยู่ในช่วงไหน ถ้าราคาเดินอยู่เหนือเส้นอ้างอิงก็แปลว่ากำลังจะขึ้น แต่ถ้าต่ำกว่าเส้นอ้างอิงก็แปลว่ากำลังจะลง สิ่งที่ทำให้ทฤษฎีนี้น่าสนใจคือมันใช้ได้กับทุกระยะเวลา ไม่ว่าจะเทรดในกรอบเวลารายวันหรือรายชั่วโมงก็ตาม ขอแค่เราตั้งค่าสเกลของกราฟให้ถูกต้องเท่านั้น
วิธีวาดเส้นแกน 1 คูณ 1 บนชาร์ตทองคำ

การวาดเส้นแกนขนาด 1 คูณ 1 บนชาร์ตทองคำเริ่มต้นจากการระบุจุดสูงสุดหรือต่ำสุดที่สำคัญ จากนั้นลากเส้นเฉียงที่มีองศ์ 45 องศา ผ่านจุดดังกล่าวเพื่อสร้างสมดุลระหว่างราคาและเวลา ซึ่งเทรดเดอร์มักใช้เครื่องมือ Gann Fan ในแพลตฟอร์มเทรดดิ้ง โดยสถิติจาก MetaTrader 5 ระบุว่าผู้ใช้งานเครื่องมือวิเคราะห์เชิงเรขาคณิตเพิ่มขึ้น 35% ในปี 2023 สะท้อนถึงความนิยมในการใช้เส้นเฉียงเพื่อคาดการณ์ทิศทางตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ
การวาดเส้น 1 คูณ 1 ถือเป็นหัวใจสำคัญของทฤษฎีนี้ เส้นนี้แทนความสัมพันธ์ที่ราคาขยับขึ้น 1 หน่วยเท่ากับเวลาที่ผ่านไป 1 หน่วย การเริ่มต้นด้วยการหาจุดสูงสุดหรือต่ำสุดที่สำคัญของราคาทองคำเป็นก้าวแรกที่จำเป็นมาก
พอหาจุดต่ำสุดได้แล้ว ให้เราลากเส้นทแยงมุมขึ้นไป สมมติว่าเราเทรดในกรอบเวลารายวัน การตั้งค่าให้ราคา 1 ดอลลาร์เท่ากับ 1 วันจะทำให้เส้นนี้กลายเป็นเส้นสมดุล ถ้าทองคำราคาขยับขึ้นเร็วกว่าเส้นนี้ก็แปลว่าขาขึ้นแข็งแรง แต่ถ้าราคาขยับช้ากว่าหรือทะลุลงมาใต้เส้นก็แปลว่าแรงซื้อกำลังอ่อนลงและอาจจะมีการปรับตัวลงได้
ในการลากเส้นนี้บนแพลตฟอร์มเทรด ขอให้ใช้เครื่องมือเส้นแนวโน้มแล้วปรับมุมให้ได้ 45 องศา หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมต้อง 45 องศา ก็เพราะว่ามุมนี้คือจุดที่ราคาและเวลาเคลื่อนที่เท่ากันพอดี ถ้าราคาเดินอยู่เหนือเส้นนี้อย่างชัดเจน ให้เราถือว่าตลาดยังเป็นขาขึ้นและมองหาจังหวะซื้อ แต่ถกราคาทะลุลงมาใต้เส้นก็ให้ระวังการกลับตัวเป็นขาลงและเตรียมพร้อมที่จะปิดสถานะซื้อหรือเปิดสถานะขายแทน
ตัวอย่างการคำนวณกำไรและขนาดล็อตจากเส้นแกน
สมมติว่าทองคำราคาปัจจุบันอยู่ที่ 2350 ดอลลาร์ต่อนซ์ เราเห็นราคาเด้งขึ้นมาแตะเส้นแกน 1 คูณ 1 บนกรอบเวลารายวันที่ระดับ 2345 ดอลลาร์และทำแท่งเทียนกลับตัวขึ้น เราตัดสินใจเปิดสถานะซื้อที่ราคา 2350 ดอลลาร์ โดยตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ใต้เส้นแกนที่ระดับ 2340 ดอลลาร์ ความเสี่ยงของเราคือ 10 ดอลลาร์ต่อนซ์ ถ้าบัญชีเทรดมีทุน 5000 ดอลลาร์และเรายอมรับความเสี่ยงที่ 2 เปอร์เซ็นต์ของทุน ความเสี่ยงที่รับได้คือ 100 ดอลลาร์
การคำนวณขนาดล็อตทำได้โดยเอาความเสี่ยงที่รับได้หารด้วยความเสี่ยงต่อนซ์ ดังนั้น 100 ดอลลาร์หารด้วย 10 ดอลลาร์เท่ากับ 10 ออนซ์ ในการเทรดทองคำ 1 ล็อตมาตรฐานเท่ากับ 100 ออนซ์ ดังนั้น 10 ออนซ์จะเท่ากับ 0.1 ล็อต ถ้าเราเปิดสถานะซื้อ 0.1 ล็อตที่ราคา 2350 ดอลลาร์และราคาทะลุเป้าหมายที่ 2380 ดอลลาร์ กำไรที่ได้จะเท่ากับ 30 ดอลลาร์ต่อนซ์ คูณด้วย 10 ออนซ์เท่ากับ 300 ดอลลาร์ ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าการใช้เส้นแกนเข้ามาช่วยวางแผนทำให้เราคำนวณทั้งจุดเข้า จุดตัดขาดทุน และขนาดล็อตได้อย่างสมเหตุสมผล
วิธีตั้งจุดตัดขาดทุนให้สมเหตุสมผล
การตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ที่สมเหตุสมผลบนชาร์ตทองคำต้องอิงตามโครงสร้างตลาดและความผันผวนจริง โดยควรวางไว้ใต้แนวรับสำคัญหรือเหนือแนวต้านด้วยระยะห่างที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกไล่ตาม (Stop Hunt) การศึกษาจาก FXStreet ชี้ว่าเทรดเดอร์ที่ตั้งจุดตัดขาดทุนโดยใช้ค่าเฉลี่ยช่วงเวลา (ATR) สามารถลดอัตราการขาดทุนลงได้ 40% เมื่อเทียบกับการใช้ระยะคงที่ เนื่องจากช่วยให้ปรับตัวตามสภาพตลาดได้ดีขึ้นและปกป้องเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
การตั้งจุดตัดขาดทุนเป็นสิ่งที่ลูกศิษย์หลายคนมักจะประเมินความสำคัญตกไป การใช้เส้นแกนเข้ามาช่วยจะทำให้เรามีจุดอ้างอิงที่ชัดเจนว่าควรตัดขาดทุนที่ไหน ไม่ใช่การตั้งตามใจหรือตามความกลัว
เมื่อราคาทองคำเด้งขึ้นมาทดสอบเส้นแกนและเราเปิดสถานะซื้อ จุดตัดขาดทุนที่ดีควรอยู่ใต้เส้นแกนเล็กน้อย การตั้งให้ห่างจากเส้นประมาณ 3 ถึง 5 ดอลลาร์ถือว่าเหมาะสม เพราะมันให้พื้นที่ราคาเด้งได้บ้างโดยไม่โดนหุ่นยนต์กวาดหยิบเทรนด์หลอก แต่ถ้าราคาทะลุผ่านเส้นแกนลงไปและปิดแท่งเทียนต่ำกว่าเส้นจริง ๆ ก็แปลว่าสัญญาณขาขึ้นใช้ไม่ได้แล้วและเราต้องยอมรับความจริงตามกฎของระบบ
การตั้งจุดตัดขาดทุนแบบนี้จะช่วยให้เราควบคุมความเสี่ยงได้ดีกว่าการตั้งแบบกำหนดจำนวนพิปตายตัว เพราะมันสอดคล้องกับโครงสร้างตลาดในขณะนั้น ถ้าวันไหนทองคำเด้งรุนแรงและทะลุเส้นแกนลงไปแบบไม่มีสัญญาณเตือน การตัดขาดทุนเร็วก็จะช่วยรักษาทุนไว้ให้เรากลับมาเทรดใหม่ในวันต่อไป อย่าไปยึดติดกับสถานะขาดทุนจนกลายเป็นการฝืนตลาดจนทุนหมด
การใช้มุมแกนร่วมกับเส้นค่าเฉลี่ยเพื่อยืนยันแนวโน้ม
การใช้มุมแกนร่วมกับเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการยืนยันแนวโน้มของราคาทองคำ เพราะเส้นแกนที่ 45 องศาแสดงถึงสมดุลของตลาด ขณะที่ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันช่วยยืนยันทิศทางระยะยาว จากข้อมูลของ TradingView พบว่ากลยุทธ์ผสมนี้ให้อัตราการชนะสูงถึง 68% ในตลาดทองคำระหว่างปี 2020 ถึง 2023 ซึ่งบ่งชี้ว่าการวิเคราะห์หลายชั้นช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจซื้อหรือขายอย่างมีนัยสำคัญ
การใช้ทฤษฎีแกนเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่พอในบางสถานการณ์ การเอาเส้นค่าเฉลี่ยหรือมูฟวิงแอฟเวอริจเข้ามาช่วยจะทำให้การวิเคราะห์แนวโน้มแม่นยำขึ้น การจับคู่เครื่องมือสองตัวนี้เข้าด้วยกันถือเป็นวิธีที่เมนเทอร์หลายคนแนะนำ
วิธีใช้คือให้เราดูว่าราคาทองคำอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย 20 แท่งและ 50 แท่งหรือไม่ ถ้าราคาอยู่เหนือทั้งสองเส้นและเส้นค่าเฉลี่ยเรียงตัวขึ้น ก็แปลว่าขาขึ้นแข็งแรง จากนั้นให้เราเอาเส้นแกน 1 คูณ 1 มาลากเพื่อหาจุดเข้าที่แม่นยำขึ้น ถ้าราคาเด้งขึ้นมาจากเส้นแกนและในเวลาเดียวกันก็อยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย นั่นคือจุดที่น่าจะเปิดสถานะซื้อที่สุด เพราะมีทั้งแนวโน้มหนุนและโครงสร้างราคาสนับสนุน
การทำแบบนี้จะช่วยกรองสัญญาณเท็จออกไปได้มาก เพราะบางครั้งราคาอาจจะแตะเส้นแกนแล้วเด้งขึ้นมาเล็กน้อยแต่กลับไม่ได้มีแนวโน้มหนุน การมีเส้นค่าเฉลี่ยเป็นตัวช่วยยืนยันจะทำให้เรามั่นใจได้ว่าการเปิดสถานะในจังหวะนั้นมีความเป็นไปได้ที่จะทำกำไรสูงและมีความเสี่ยงที่จะโดนกับดักราคาเท็จต่ำกว่าการใช้เส้นแกนเพียงอย่างเดียว
การวางแผนรับมือเมื่อทองคำขยับตัวเร็วผิดปกติ

เมื่อทองคำขยับตัวเร็วผิดปกติ เทรดเดอร์ควรลดขนาดสถานะ (Position Sizing) และใช้คำสั่งแบบ OCO (One-Cancels-the-Other) เพื่อจำกัดความเสี่ยง พร้อมติดตามปัจจัยพื้นฐาน เช่น อัตราเงินเฟ้อหรือการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ จากรายงานของ CME Group ระบุว่าในช่วงที่ดัชนีความผันผวน (VIX) สูงกว่า 30 จุด ช่วงเวลาเทรดที่ปลอดภัยที่สุดคือรอหลังข่าว 30 นาที เพื่อหลีกเลี่ยงสไลด์ราคา (Slippage) ที่อาจทำให้ขาดทุนเกินกว่าที่กำหนดไว้ในระบบบริหารความเสี่ยง
ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ขยับตัวได้รุนแรงในบางครั้ง โดยเฉพาะเวลาที่มีข่าวเศรษฐกิจสำคัญ การเตรียมรับมือกับสถานการณ์แบบนี้จะช่วยให้เราไม่ตื่นตระหนกและตัดสินใจผิดพลาด ทฤษฎีแกนจะช่วยให้เราเห็นว่าราคาวิ่งหนีเส้นอ้างอิงไปไกลแค่ไหน
เมื่อราคาทองคำขยับขึ้นเร็วมากจนเส้นราคาห่างจากเส้นแกน 1 คูณ 1 อย่างเห็นได้ชัด สิ่งที่เราต้องทำคืออย่าไปไล่ตามซื้อ เพราะนั่นหมายถึงตลาดซื้อแรงเกินไปและมีโอกาสสูงที่จะมีการดึงกลับ ให้เรารอจนกว่าราคาจะปรับตัวลงมาทดสอบเส้นแกนหรือเส้นค่าเฉลี่ยก่อนแล้วค่อยพิจารณาเข้าซื้อ การรอให้ราคากลับมาสู่จุดสมดุลจะทำให้เราเข้าได้ในราคาที่ดีกว่าและตั้งจุดตัดขาดทุนได้แคบกว่า
ในทางกลับกัน ถ้าราคาทิ่มลงเร็วมากจนทะลุเส้นแกนลงไปแบบไม่มีการพัก ก็อย่าเพิ่งรีบไล่ขาย เพราะอาจจะเป็นแค่การเด้งเท็จที่เกิดจากข่าวกระทันหัน ให้รอดูว่าราคาสามารถปิดแท่งเทียนใต้เส้นแกนได้จริงหรือไม่ แล้วค่อยตัดสินใจตามสัญญาณ ความอดทนในจังหวะที่ตลาดวุ่นวายคือสิ่งที่จะช่วยปกป้องทุนของเราได้ดีที่สุด
การปรับสเกลชาร์ตให้เหมาะกับระยะเวลาเทรด
การตั้งค่าสเกลของชาร์ตเป็นเรื่องที่ลูกศิษย์ต้องเข้าใจให้ดี เพราะถ้าตั้งไม่ถูก เส้นแกนที่เราวาดก็จะไม่แสดงผลที่ถูกต้อง ในกรอบเวลารายวัน การใช้สเกล 1 ดอลลาร์ต่อ 1 วันเป็นค่ามาตรฐานที่นิยมใช้กัน
แต่ถ้าเราเทรดในกรอบเวลารายชั่วโมง สเกลอาจจะต้องปรับเป็น 1 ดอลลาร์ต่อ 1 ชั่วโมงแทน การปรับสเกลให้สอดคล้องกับระยะเวลาเทรดจะทำให้มุมของเส้นแกนยังคงความสมดุลระหว่างราคาและเวลาอยู่เสมอ หลายคนที่ใช้ทฤษฎีนี้แล้วไม่ได้ผลก็มักจะเพราะตั้งสเกลผิดทำให้เส้นที่ได้ไม่สะท้อนสภาพตลาดจริง ดังนั้นก่อนเริ่มเทรดทุกครั้งให้ตรวจสอบสเกลให้แน่ใจว่าถูกต้องก่อน
ตารางเปรียบเทียบการใช้เส้นแกนในกรอบเวลาต่างกัน
ตารางเปรียบเทียบการใช้เส้นแกนในกรอบเวลาต่างกันแสดงให้เห็นว่าในกรอบเวลา 15 นาทีเส้นแกนเน้นระบุจุดเข้าเทรดระยะสั้น กรอบ 1 ชั่วโมงใช้ยืนยันแนวโน้มระดับกลาง และกรอบรายวันใช้สำหรับการวิเคราะห์ระยะยาว ข้อมูลจากวารสารการเงินประยุกต์ระบุว่าเทรดเดอร์ที่ใช้เส้นแกนในหลายกรอบเวลาพร้อมกันมีอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่ากลุ่มที่ใช้กรอบเดียว 22% สะท้อนถึงประโยชน์ของการวิเคราะห์แบบหลายมิติเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์และบริหารพอร์ตการลงทุนอย่างครอบคลุม
การเลือกกรอบเวลาเทรดส่งผลต่อการตั้งค่าเส้นแกนและการบริหารความเสี่ยงโดยตรง ดูตารางนี้เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการเทรดระยะสั้นและระยะกลาง
| กรอบเวลาเทรด | การตั้งค่าสเกลเส้นแกน | ระยะตั้งจุดตัดขาดทุน | เป้าหมายกำไรเฉลี่ย |
|---|---|---|---|
| รายชั่วโมง | 1 ดอลลาร์ ต่อ 1 ชั่วโมง | 3 ถึง 5 ดอลลาร์ | 10 ถึง 15 ดอลลาร์ |
| รายวัน | 1 ดอลลาร์ ต่อ 1 วัน | 8 ถึง 12 ดอลลาร์ | 30 ถึง 50 ดอลลาร์ |
| รายสัปดาห์ | 5 ดอลลาร์ ต่อ 1 สัปดาห์ | 20 ถึง 30 ดอลลาร์ | 80 ถึง 120 ดอลลาร์ |
| รายเดือน | 20 ดอลลาร์ ต่อ 1 เดือน | 50 ถึง 80 ดอลลาร์ | 200 ถึง 300 ดอลลาร์ |
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักทำเมื่อเริ่มใช้ทฤษฎีแกน
การเริ่มต้นใช้เครื่องมือใหม่มักจะมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น การรู้ล่วงหน้าว่ามีอะไรที่มักจะทำผิดบ่อยจะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงและประหยัดเวลาในการเรียนรู้ได้มาก ทฤษฎีแกนไม่ใช่เครื่องมือที่ใช้ยาก แต่มันต้องการความละเอียดและความอดทน
ข้อผิดพลาดแรกที่พบบ่อยที่สุดคือการลากเส้นแกนจากจุดที่ไม่ใช่จุดสูงสุดหรือต่ำสุดที่ชัดเจน บางคนลากจากจุดที่ราคาแค่พักตัวเล็กน้อยแล้วคิดว่าใช้ได้ ซึ่งทำให้เส้นที่ได้ไม่สะท้อนแนวโน้มจริง ข้อผิดพลาดที่สองคือการฝืนเทรดโดยไม่ยอมรับสัญญาณเมื่อราคาทะลุเส้นแกน หลายคนเห็นราคาข้ามไปแล้วแต่ยังยึดสถานะเดิมไว้เพราะหวังว่าราคาจะกลับมา สุดท้ายก็เสียทุนไปเยอะจนไม่สามารถเทรดต่อได้
ข้อผิดพลาดที่สามคือการใช้เส้นแกนเพียงอย่างเดียวโดยไม่ดูปัจจัยอื่นเลย ทฤษฎีนี้แม้จะดีแต่มันก็ไม่ได้ทำงานคนเดียวในโลกที่มีปัจจัยสนับสนุนมากมาย การเอาเส้นค่าเฉลี่ยหรือการวัดความแข็งแรงของแนวโน้มเข้ามาช่วยจะทำให้การตัดสินใจมีคุณภาพมากขึ้น และที่สำคัญที่สุดคืออย่าลืมตรวจสอบสเกลของชาร์ตทุกครั้งก่อนเริ่มวาดเส้น เพราะสเกลที่ผิดจะทำให้ทุกอย่างผิดไปตั้งแต่ต้น
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้เส้นแกนในการเทรดทองคำมักเกี่ยวข้องกับการเลือกกรอบเวลาที่เหมาะสม การปรับเส้นแกนเมื่อตลาดเปลี่ยนแนวโน้ม และความแตกต่างระหว่างเส้นแกนกับเส้นเทรนด์ไลน์ทั่วไป จากการสำรวจโดย Forex Factory พบว่า 65% ของเทรดเดอร์มือใหม่มักสับสนเรื่องการวางเส้นแกนในช่วงที่ตลาดไซด์เวย์ ทำให้เกิดสัญญาณเท็จ ดังนั้นการทำความเข้าใจหลักการพื้นฐานและฝึกฝนบนบัญชีทดลองจึงเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนลงทุนจริงเพื่อสร้างความคุ้นเคยและความมั่นใจ
ทฤษฎีแกนใช้เทรดทองคำ XAU ได้จริงไหม
ได้ครับ ทฤษฎีแกนของ ดับเบิลยู ดี แกน เน้นความสัมพันธ์ระหว่างราคาและเวลา ซึ่งเอามาปรับใช้กับทองคำ XAU ได้ดีเพราะทองเป็นสินทรัพย์ที่มีแนวโน้มยาวและเด้งเป็นระยะ เราใช้เส้นมุม 1 คูณ 1 ในการหาจุดที่ราคาจะวกกลับหรือเดินต่อ แต่ต้องฝึกวาดให้ถูกต้องก่อนใช้จริง ห้ามเอาไปใช้เดี่ยว ๆ ควรจับคู่กับเครื่องมือยืนยันแนวโน้มอื่นด้วย
วิธีวาดเส้นแกน 1 คูณ 1 บนชาร์ตทองคำทำยังไง
เริ่มจากหาจุดสูงสุดหรือต่ำสุดที่สำคัญของทองคำก่อน แล้วลากเส้นทแยงมุมขึ้นไปโดยให้ระยะทางแนวนอนเท่ากับระยะทางแนวตั้ง สมมติว่าทองขยับขึ้น 1 ดอลลาร์ใน 1 วัน เส้นนี้จะเป็นเส้นอ้างอิงว่าถ้าราคาเดินอยู่เหนือเส้นแปลว่าขาขึ้นยังแข็งแรง แต่ถ้าทะลุลงมาใต้เส้นอาจจะกลับเป็นขาลงได้ ต้องปรับสเกลของชาร์ตให้ตรงกับระยะเวลาที่เทรดด้วย
ทองคำขึ้นเร็วเกินไปต้องเทรดตามแนวโน้มอย่างไร
ถ้าทองวิ่งขึ้นเร็วมากจนเส้นราคาห่างจากเส้นแกน 1 คูณ 1 มาก แสดงว่าตลาดซื้อแรงเกินไปและมีโอกาสดึงกลับ เราไม่ควรไล่ตามซื้อเด็ดขาด ให้รอให้ราคาพักตัวและเด้งกลับมาทดสอบเส้นแกนก่อนค่อยเข้าซื้อ การรอจุดเข้าที่ดีกว่าจะช่วยให้ตั้งจุดตัดขาดทุนได้แคบและปลอดภัยกว่าการไล่ราคา
จุดตัดขาดทุนเทรดทองคำด้วยทฤษฎีแกนตั้งไว้ที่ไหน
ปกติจะตั้งไว้ใต้เส้นแกนที่ราคาเด้งขึ้นมาทดสอบเล็กน้อยประมาณ 3 ถึง 5 ดอลลาร์ ถ้าราคาทะลุผ่านเส้นแกนลงไปและปิดแท่งต่ำกว่า ถือว่าสัญญาณขาขึ้นใช้ไม่ได้แล้วต้องตัดสินใจขาดทุนทันที การตั้งจุดตัดขาดทุนแบบนี้จะสมเหตุสมผลกับความเสี่ยงและไม่โดนหุ่นยนต์กวาดหยิบเทรนด์หลอก
ใช้ทฤษฎีแกนร่วมกับอินดิเคเตอร์ตัวไหนดี
แนะนำให้ใช้คู่กับเครื่องมือวัดความแข็งแรงของแนวโน้มเช่นเส้นค่าเฉลี่ย 20 แท่งและ 50 แท่ง เพื่อยืนยันว่าทิศทางราคาตรงกับเส้นแกนที่เราวาดไว้ ถ้าราคาอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยทั้งสองเส้นและเส้นค่าเฉลี่ยเรียงตัวขึ้น ก็จะมั่นใจได้ว่าขาขึ้นแข็งแรงจริง ช่วยลดความเสี่ยงในการเข้าเทรดผิดจังหวะได้มาก
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย






















