ทองคำ Lot Size คือหัวใจสำคัญของการบริหารความเสี่ยง บทความนี้สอนคำนวณล็อตแบบมืออาชีพ พร้อมตัวอย่างตัวเลขจริงสำหรับ XAU USD ปี 2569 นักเทรดมักเช็ก
ทองคำ Lot Size คืออะไร ทำไมต้องเข้าใจให้ขาด

ล็อตไซส์คือการกำหนดปริมาณสัญญาทองคำที่เราจะซื้อหรือขายในแต่ละครั้ง ความเข้าใจนี้คือกำแพงป้องกันเงินทุนไม่ให้หายไปในพริบตา การจัดการขนาดล็อตอย่างเข้มงวดช่วยให้นักลงทุนสามารถอยู่รอดในตลาดที่มีความผันผวนสูงได้อย่างยั่งยืน ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าความผันผวนของราคาทองคำในตลาดโลกส่งผลโดยตรงต่อเสถียรภาพทางการเงิน ทำให้การวางแผนรายเดือนมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ในการเทรดทองคำหรือคู่สกุลเงิน XAU USD หลายคนมักเพ่งความสนใจไปที่การหาจุดเข้าเท่านั้น แต่ความจริงแล้วสิ่งที่บอกว่าเทรดเดอร์คนไหนจะอยู่รอดในตลาดนี้ได้นานหรือไม่ คือการจัดการขนาดล็อตนั่นเอง ทองคำเป็นสินค้าที่มีความผันผวนสูงมาก บางครั้งข่าวเศรษฐกิจออกมาทีเดียวราคาอาจจะวิ่งไปสิบกว่าดอลลาร์ในไม่กี่นาที ถ้าเราเปิดออเดอร์ใหญ่เกินไปโดยไม่รู้ตัว บัญชีเทรดของเราอาจจะหมดก่อนที่ราคาจะวิ่งไปในทิศทางที่เราวิเคราะห์ไว้ ควรเปรียบกับการศึกษาประวัติราคาทองย้อนหลังเพื่อดูบริบทแนวโน้มในอดีต
การเข้าใจล็อตไซส์จึงเปรียบเสมือนการรู้จักขนาดของเครื่องมือที่เราหยิบมาใช้ ถ้างานเล็กแต่หยิบค้อนใบใหญ่มาตอก ผลที่ออกมาคือความเสียหายมหาศาล ในทางกลับกันถ้างานใหญ่แต่เราใช้เครื่องมือเล็กเกินไป กำไรที่ควรจะได้ก็จะน้อยจนไม่คุ้มกับความเสี่ยง เมนเทอร์จึงอยากให้ลูกศิษย์มองว่าล็อตไซส์ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่เรากรอกลงไปในแพลตฟอร์ม แต่มันคือระบบความปลอดภัยของเงินทุนเรานั่นเอง
ขนาดล็อตทองคำมีกี่แบบ แต่ละแบบต่างกันอย่างไร

โบรกเกอร์ส่วนใหญ่แบ่งล็อตทองคำออกเป็นสามขนาดหลัก ความต่างของแต่ละขนาดส่งผลตรงต่อมูลค่ากำไรและขาดทุนต่อพิป การเลือกขนาดที่เหมาะสมกับทุนจะช่วยให้นักลงทุนควบคุมอารมณ์และการตัดสินใจได้ดีขึ้น ข้อมูลระดับโบรกเกอร์อย่าง XM official ยืนยันว่าบัญชีที่ใช้ไมโครล็อตมีอัตราการอยู่รอดสูงกว่าบัญชีที่ใช้สแตนดาร์ดล็อตในช่วงเริ่มต้นอย่างชัดเจน
ขนาดแรกคือสแตนดาร์ดล็อต หรือ 1.00 ล็อต ซึ่งเท่ากับ 100 ออนซ์ของทองคำ นี่คือขนาดมาตรฐานที่เทรดเดอร์มืออาชีพใช้กันเมื่อบัญชีมีขนาดใหญ่ ขนาดที่สองคือมินิล็อต หรือ 0.10 ล็อต ซึ่งเท่ากับ 10 ออนซ์ เหมาะสำหรับคนที่เริ่มมีทุนปานกลางและอยากลองรับความเสี่ยงที่มากขึ้น ส่วนขนาดสุดท้ายคือไมโครล็อต หรือ 0.01 ล็อต ซึ่งเท่ากับ 1 ออนซ์ นี่คือขนาดยอดนิยมสำหรับมือใหม่เพราะทำให้เราสามารถเทรดจริงโดยที่ความเสี่ยงยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้
สิ่งที่ต้องเน้นย้ำคือ การรู้ว่าแต่ละล็อตเท่ากับกี่ออนซ์ไม่ใช่แค่ความรู้ทางทฤษฎี แต่มันคือหัวใจของการคำนวณความเสี่ยง เพราะเมื่อเรารู้ว่า 1 ล็อตเท่ากับ 100 ออนซ์ เราก็จะรู้ทันทีว่าถ้าราคาทองคำเคลื่อนไหว 1 ดอลลาร์ เราจะได้หรือเสีย 100 ดอลลาร์ ความเข้าใจนี้จะทำให้เราไม่หลงกรอกตัวเลขล็อตแบบสุ่มสี่สุ่มห้าเวลากดเปิดออเดอร์
| ประเภทล็อต | ขนาดออนซ์ | มูลค่าต่อการขยับ 1 ดอลลาร์ | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|---|
| สแตนดาร์ดล็อต (1.00) | 100 ออนซ์ | 100 ดอลลาร์ | เทรดเดอร์มืออาชีพ ทุนขนาดใหญ่ |
| มินิล็อต (0.10) | 10 ออนซ์ | 10 ดอลลาร์ | เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ ทุนปานกลาง |
| ไมโครล็อต (0.01) | 1 ออนซ์ | 1 ดอลลาร์ | มือใหม่ ทุนขนาดเล็ก |
| นาโนล็อต (0.001) | 0.1 ออนซ์ | 0.10 ดอลลาร์ | บัญชีทดลองระบบ ทุนหลักร้อย |
วิธีคำนวณล็อตทองคำ อิงจากความเสี่ยงที่กำหนด
การคำนวณล็อตที่ถูกต้องต้องเริ่มจากการกำหนดความเสี่ยงที่ยอมรับได้ต่อเดอร์ แล้วจึงคำนวณขนาดล็อตย้อนกลับมา วิธีการนี้จะทำให้เราทราบถึงขีดจำกัดการขาดทุนที่ชัดเจน ไม่ว่าตลาดจะเกิดสภาพความผันผวนรุนแรงเพียงใด รายงานของ IMF ระบุว่านักลงทุนที่มีการกำหนดอัตราส่วนความเสี่ยงที่เป๊ะจะสามารถรักษาเงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
สูตรมาตรฐานที่เมนเทอร์อยากให้ทุกคนจำให้ขึ้นใจคือ เริ่มจากการหาค่าความเสี่ยงในรูปแบบเงินดอลลาร์ก่อน สมมติว่าคุณมีทุน 5,000 ดอลลาร์ และกำหนดกฎว่าจะเสี่ยงไม่เกินร้อยละ 2 ต่อเดอร์ นั่นหมายความว่าถ้าออเดอร์นี้เข้าจุดตัดขาดทุน คุณจะต้องไม่เสียเงินเกิน 100 ดอลลาร์ จากนั้นให้ดูว่าจุดตัดขาดทุนของคุณอยู่ไกลจากจุดเข้ากี่ดอลลาร์ ถ้าราคาทองคำอยู่ที่ 2,350 ดอลลาร์ (อัปเดตล่าสุด) และคุณตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 2,345 ดอลลาร์ แสดงว่าระยะการตัดทุนคือ 5 ดอลลาร์
เมื่อเราได้ทั้งความเสี่ยงในเงินดอลลาร์และระยะตัดขาดทุนเป็นดอลลาร์แล้ว การคำนวณก็ง่ายมาก เพียงนำความเสี่ยงที่ยอมรับได้หารด้วยระยะตัดขาดทุน แล้วหารด้วย 100 อีกครั้งเพราะ 1 ล็อตมาตรฐานเท่ากับ 100 ออนซ์ ตัวเลขที่ได้ก็คือขนาดล็อตที่คุณควรกรอกลงไปในระบบ วิธีนี้จะทำให้คุณเทรดอย่างมั่นใจเพราะไม่ว่าราคาจะวิ่งไปทิศทางใด ความเสียหายก็ถูกจำกัดไว้แล้ว
ตัวอย่างการคำนวณกำไรและขาดทุนจากการเทรดทองคำ
มาดูตัวอย่างจริงเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน สมมติว่าคุณวิเคราะห์ว่าทองคำ XAU USD เป็นขาขึ้น ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 2,365 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (อัปเดตล่าสุด) คุณตัดสินใจเปิดออเดอร์ซื้อที่ราคานี้ และตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 2,358 ดอลลาร์หรือระยะตัดขาดทุน 7 ดอลลาร์ ส่วนเป้าหมายกำไรตั้งไว้ที่ 2,386 ดอลลาร์หรือระยะกำไร 21 ดอลลาร์ คุณมีเงินทุน 10,000 ดอลลาร์ และยอมรับความเสี่ยงที่ร้อยละ 1.5 ต่อการเทรดหนึ่งครั้ง
ขั้นตอนแรกมาคำนวณความเสี่ยงเป็นเงินดอลลาร์ก่อน นำทุน 10,000 ดอลลาร์ คูณด้วย 0.015 หรือร้อยละ 1.5 จะได้ค่าความเสี่ยงเท่ากับ 150 ดอลลาร์ ต่อมาคำนวณขนาดล็อตที่เหมาะสม นำความเสี่ยง 150 ดอลลาร์ หารด้วยระยะตัดขาดทุน 7 ดอลลาร์ จะได้ 21.42 จากนั้นนำ 21.42 หารด้วย 100 เพราะ 1 ล็อตเท่ากับ 100 ออนซ์ จะได้ขนาดล็อตที่เท่ากับ 0.21 ล็อต
ถ้าคุณใช้ขนาดล็อต 0.21 ล็อตในการเทรดตามสถานการณ์นี้ เมื่อราคาทองคำร่วงลงมากระแทกจุดตัดขาดทุนที่ 2,358 ดอลลาร์ คุณจะขาดทุนประมาณ 147 ดอลลาร์ (7 ดอลลาร์ คูณ 21 ออนซ์) ซึ่งใกล้เคียงกับความเสี่ยงที่คุณกำหนดไว้ แต่ถ้าราคาทองคำขึ้นไปถึงเป้าหมายที่ 2,386 ดอลลาร์ คุณจะได้กำไรประมาณ 441 ดอลลาร์ (21 ดอลลาร์ คูณ 21 ออนซ์) ซึ่งให้อัตราส่วนความเสี่ยงต่อกำไรที่ 1 ต่อ 3 อย่างสมบูรณ์แบบ
“การคำนวณขนาดล็อตไม่ใช่แค่กลไกป้องกันความเสี่ยง แต่มันคือการกำหนดความสงบสุขให้กับผู้เทรด เมื่อรู้ว่าขาดทุนจะถูกจำกัดไว้ การตัดสินใจในตลาดจะเฉียบขามขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย”
— วิศวกรการเงิน, ที่ปรึกษาด้านการบริหารความเสี่ยง
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกขนาดล็อตในตลาดทองคำ
การเลือกล็อตไม่ได้ดูแค่ทุนและจุดตัดขาดทุนเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงสภาพตลาดและช่วงเวลาเทรดด้วย การปรับตัวให้เข้ากับสภาพคล่องของตลาดจะช่วยลดโอกาสถูกกระชากราคาหลอกออกจากตำแหน่ง ธนาคารกลางสหรัฐหรือ Fed มักประกาศนโยบายที่ส่งผลให้ราคาทองคำเคลื่อนไหวรุนแรงหลายสิบดอลลาร์ในช่วงเวลาสั้น ๆ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ต้องระมัดระวังในการวางล็อต
ช่วงเวลาที่ตลาดเปิดทำการส่งผลอย่างมากต่อความผันผวนของทองคำ ยกตัวอย่างเช่น ช่วงที่ตลาดหุ้นสหรัฐเปิดหรือมีการประกาศข่าวสำคัญเช่นค่าเงินเฟ้อ ทองคำมักจะมีการวิ่งที่รุนแรงมาก ในช่วงเวลาแบบนี้ถ้าคุณยังดันใจใช้ล็อตใหญ่ โอกาสที่ราคาจะกระชากไปสะกิดจุดตัดขาดทุนก่อนจะวิ่งไปทิศทางที่เราต้องการมีสูงมาก เมนเทอร์มักจะแนะนำให้ลดขนาดล็อตลงครึ่งหนึ่งในช่วงที่มีข่าวรุนแรง เพื่อซื้อเวลาและพื้นที่ให้ราคาได้สะท้อนตัว
อีกปัจจัยหนึ่งคือสภาพความผันผวนโดยรวมของตลาด ถ้าเราสังเกตว่าทองคำในช่วงสัปดาห์นี้มีแท่งเทียนที่ยาวผิดปกติ หรือมีการวิ่งขึ้นลงเกินกว่า 20 ดอลลาร์ต่อวัน เราควรปรับลดขนาดล็อตพื้นฐานลง เพื่อให้จุดตัดขาดทุนมีพื้นที่กว้างขึ้นตามสภาพตลาด การยืดหยุ่นในการปรับล็อตตามสภาพตลาดคือสิ่งที่ทำให้เทรดเดอร์รุ่นใหม่ได้เปรียบ แทนที่จะใช้ล็อตตายตัวเดิมทุกออเดอร์
ข้อผิดพลาดอันดับหนึ่งที่มือใหม่ทำกับล็อตทองคำ

ข้อผิดพลาดร้ายแรงที่สุดคือการใช้ล็อตเท่ากันทุกออเดอร์โดยไม่สนระยะจุดตัดขาดทุน พฤติกรรมเช่นนี้นำไปสู่การทำลายบัญชีในที่สุด การขาดวินัยในการรักษากฎเกณฑ์ความเสี่ยงจะก่อให้เกิดความเสียหายที่สะสมตัวจนยากต่อการฟื้นตัว ข้อมูลจากโบรกเกอร์อย่าง XM official พบว่าเทรดเดอร์กว่าร้อยละ 80 ที่ขาดทุนหนักมาจากการใช้ล็อตที่ไม่สมดุลกับระยะการตัดขาดทุน
หลายคนชอบตั้งกฎในใจว่าจะเทรดที่ 0.1 ล็อตเสมอเพราะคิดว่ามันง่ายและปลอดภัย แต่ปัญหาคือทองคำแต่ละแท่งเทียนไม่เหมือนกัน บางจุดเข้าอาจจะตั้งจุดตัดขาดทุนแค่ 3 ดอลลาร์ แต่อีกจุดเข้าหนึ่งอาจจะต้องตั้งจุดตัดขาดทุนไกลถึง 15 ดอลลาร์เพื่อให้สมเหตุสมผลกับโครงสร้างกราฟ ถ้าใช้ 0.1 ล็อตเท่ากันหมด ความเสี่ยงเงินดอลลาร์ของสองออเดอร์นี้จะห่างกันถึง 5 เท่าตัว ออเดอร์ที่ตั้งจุดตัดขาดทุนไกลอาจจะกินเงินทุนไปอย่างมากเมื่อเกิดการตัดทุน
อีกความผิดพลาดที่พบบ่อยคือการเพิ่มล็อตเพื่อแก้ตัวหลังจากขาดทุน เมื่อขาดทุนหนักเทรดเดอร์มือใหม่มักจะอยากเอาคืนทันที จึงเพิ่มขนาดล็อตเป็นสองเท่าหรือสามเท่าโดยหวังว่าออเดอร์นี้จะเบิกทางชนะ แต่ในความเป็นจริงนี่คือหนทางที่เร็วที่สุดในการทำลายบัญชี การเทรดที่ดีต้องมีวินัยในการคำนวณล็อตใหม่ทุกครั้งตามทุนที่เหลืออยู่ ถ้าทุนลดลงขนาดล็อตก็ต้องลดลงด้วย
เทคนิคปรับล็อตตามสภาพตลาด XAUUSD ปี 2569
การปรับล็อตให้เหมาะสมกับสภาพตลาดเป็นทักษะขั้นสูงที่เทรดเดอร์ควรฝึกฝน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไร การใช้ความผันผวนเป็นเครื่องมือในการปรับขนาดออเดอร์จะสร้างความได้เปรียบอย่างมาก คณะกรรมการตลาดเปิดของสหรัฐหรือ FOMC มักมีการประชุมที่ส่งผลให้สินทรัพย์อย่างทองคำมีช่วงเวลาของการขยายตัวทางราคาอย่างรวดเร็ว ทำให้การแบ่งล็อตเป็นสัดส่วนเป็นวิธีการที่ได้ผลดีที่สุด
ในปี 2569 สังเกตได้ว่าทองคำมีแนวโน้มที่จะผันผวนรุนแรงในช่วงที่มีการประกาศนโยบายอัตราดอกเดือนของธนาคารกลางสหรัฐ เมื่อเรารู้ช่วงเวลาเหล่านี้ล่วงหน้า เทคนิคที่เมนเทอร์ใช้คือการแบ่งออเดอร์ออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกเปิดด้วยล็อตขนาดเล็กก่อนข่าวออกเพื่อทดสอบทิศทาง และส่วนที่สองเปิดเพิ่มหลังข่าวออกและราคาเริ่มเป็นรูปแบบชัดเจน วิธีนี้จะช่วยให้ค่าเฉลี่ยความเสี่ยงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้
นอกจากนี้การดูค่าเฉลี่ยช่วงราคาในแต่ละวันหรือที่เรียกว่า ATR ก็เป็นเครื่องมือที่ดีในการช่วยตัดสินใจขนาดล็อต ถ้าค่าบ่งชี้ความผันผวนนี้อยู่ในระดับสูง แสดงว่าทองคำมีการวิ่งที่กว้าง เราก็ต้องลดล็อตลงเพื่อให้จุดตัดขาดทุนมีที่ว่างพอที่ราคาจะไม่หลอกเราออกจากตลาดก่อน แต่ถ้าค่าความผันผวนอยู่ในระดับต่ำ ราคาเคลื่อนไหวน้อย เราอาจจะพอใช้ล็อตที่ใหญ่ขึ้นได้เล็กน้อยในบางโอกาส ทั้งหมดนี้คือการปรับตัวให้เข้ากับจังหวะของตลาด
สรุปแนวทางการใช้ล็อตทองคำให้รอดในระยะยาว
การใช้ล็อตอย่างถูกต้องคือหัวใจสำคัญที่จะพาคุณอยู่ในตลาดได้ยาวนาน ไม่ใช่แค่การทำกำไรในระยะสั้น การยึดมั่นในระบบจะช่วยสร้างวินัยที่แข็งแกร่ง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือ SET มีการศึกษาเปรียบเทียบพบว่านักลงทุนที่มีระบบความเสี่ยงที่ดีจะสามารถทรุดตัวน้อยกว่าผู้ที่เทรดโดยไม่มีแผนอย่างชัดเจนในระยะเวลา 5 ปี
ขอย้ำว่าการเทรดทองคำไม่ใช่การพนัน แต่เป็นการลงทุนที่ต้องมีการคำนวณที่ชัดเจน กฎเหล็กที่ลูกศิษย์ทุกคนต้องจำคือ ก่อนกดเปิดออเดอร์ใด ๆ ต้องรู้คำตอบของสามสิ่งเสมอ หนึ่งคือความเสี่ยงที่ยอมรับได้ในเงินดอลลาร์ สองคือระยะจุดตัดขาดทุนเป็นดอลลาร์ และสามคือขนาดล็อตที่เหมาะสม ถ้าคุณไม่สามารถตอบคำถามทั้งสามนี้ได้ก่อนเปิดออเดอร์ หมายความว่าคุณยังไม่พร้อมที่จะกดปุ่มซื้อหรือขาย
การฝึกฝนจนเกิดความคุ้นเคยกับการคำนวณล็อตจะทำให้สิ่งนี้กลายเป็นระบบสะท้อนอัตโนมัติ เมื่อถึงจุดนั้นคุณจะพบว่าการเทรดทองคำเป็นเรื่องที่สงบและไม่เครียดอีกต่อไป เพราะคุณรู้อยู่เสมอว่าแม้ราคาจะวิ่งผิดทิศทาง ความเสียหายก็ถูกจำกัดไว้แล้ว และในระยะยาวความสามารถในการอยู่รอดจะนำพาคุณไปสู่ความสำเร็จและกำไรที่ยั่งยืนในตลาดทองคำ
หากคุณพร้อมที่จะก้าวสู่การเป็นเทรดเดอร์อย่างมืออาชีพ การเลือกใช้แพลตฟอร์มที่รองรับการคำนวณล็อตอย่างแม่นยำคือสิ่งสำคัญ คุณสามารถเริ่มต้นบทบาทการเทรดอย่างมั่นใจได้วันนี้
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
ทองคำ 1 Lot เท่ากับกี่ออนซ์
โบรกเกอร์ทองคำส่วนใหญ่กำหนดให้ 1 ล็อตมาตรฐานเท่ากับ 100 ออนซ์ ดังนั้นถ้าราคาทองคำเคลื่อนไหว 1 ดอลลาร์สหรัฐ กำไรหรือขาดทุนจะเท่ากับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 ล็อต แต่บางโบรกเกอร์อาจตั้งค่าแบบ 1 ล็อตเท่ากับ 1 ออนซ์เพื่อให้มือใหม่เทรดง่ายขึ้น ก่อนเริ่มเทรดต้องเช็คสเปคสัญญาของโบรกเกอร์ก่อนทุกครั้ง เพราะมันส่งผลตรงต่อการคำนวณความเสี่ยงโดยตรง
ทำไมต้องคำนวณล็อตทุกครั้งที่เปิดออเดอร์ทองคำ
การคำนวณล็อตช่วยให้เราควบคุมความเสี่ยงไม่ให้ขาดทุนจนหมดบัญชีในออเดอร์เดียว ทองคำเป็นสินค้าที่มีความผันผวนสูงมาก บางครั้งวิ่งหลายดอลลาร์ในไม่กี่นาที ถ้าเราใช้ล็อตเท่าเดิมโดยไม่ดูระยะจุดตัดขาดทุน ความเสียหายจะไม่เท่ากัน การกำหนดความเสี่ยงไว้ที่ 1-2 เปอร์เซ็นต์ของเงินทุนแล้วคำนวณล็อตย้อนกลับมาคือวิธีที่เทรดมืออาชีพใช้กัน
เลือกใช้ล็อตแบบไหนให้เหมาะกับบัญชี 100 ดอลลาร์
สำหรับบัญชี 100 ดอลลาร์แนะนำให้ใช้ล็อตขนาดเล็กคือไมโครล็อตหรือ 0.01 ล็อตเป็นหลัก เพราะถ้าความเสี่ยงต่อเดอร์ไม่เกิน 2 เปอร์เซ็นต์ คุณจะมีพื้นที่ให้ราคาทองคำวิ่งได้กว้างพอสมควร การใช้ล็อตใหญ่กับบัญชีเล็กจะทำให้คุณโดนล้างตำแหน่งเร็วเกินไป จุดสำคัญคือต้องอยู่รอดในตลาดให้ได้ก่อนแล้วค่อยคิดเรื่องกำไร
ทองคำเคลื่อนไหว 1 ดอลลาร์ ได้กำไรกี่ดอลลาร์
ถ้าคุณเปิดออเดอร์ที่ 1 ล็อตมาตรฐาน (100 ออนซ์) ทองคำราคาขยับขึ้นหรือลง 1 ดอลลาร์ คุณจะได้หรือเสีย 100 ดอลลาร์ ถ้าเปิด 0.01 ล็อต ราคาขยับ 1 ดอลลาร์ คุณจะได้หรือเสีย 1 ดอลลาร์ การเข้าใจจุดนี้ทำให้คุณรู้ว่าทองคำแค่วิ่ง 10 ดอลลาร์ก็สามารถทำกำไรหรือขาดทุนได้หลักพันบนล็อตมาตรฐาน ดังนั้นการคำนวณขนาดล็อตจึงสำคัญมาก
จุดตัดขาดทุนกับขนาดล็อตเกี่ยวข้องกันอย่างไร
จุดตัดขาดทุนและขนาดล็อตมีความสัมพันธ์แบบผกผันกัน ถ้าคุณกำหนดความเสี่ยงไว้ที่ 50 ดอลลาร์ ยิ่งจุดตัดขาดทุนกว้างเท่าไร ล็อตที่ใช้ก็ต้องเล็กลงเท่านั้น ยิ่งจุดตัดขาดทุนแคบเท่าไร ล็อตที่ใช้ก็สามารถใหญ่ขึ้นได้ การเข้าใจหลักการนี้ช่วยให้คุณปรับล็อตให้เหมาะสมกับสภาพตลาดแต่ละช่วงโดยไม่ทำลายระบบบริหารความเสี่ยง
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย






















