เจาะลึกโซนอุปสงค์และอุปทานทองคำ จุดรอคำสั่งของเงินทุนใหญ่ที่สร้างการเด้งรุนแรง เพื่อหาจุดเข้าอย่างมีเหตุผลและแม่นยำสูงสุด 5

การเทรดทองคำด้วยโซนอุปสงค์และอุปทานคือการมองหาบริเวณที่เงินทุนใหญ่รอวางคำสั่งไว้ บทเรียนนี้จะพาไปทำความเข้าใจโซนเหล่านี้และวิธีหาจุดเข้าอย่างมีเหตุผล นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
ทำความเข้าใจโซนอุปสงค์และอุปทานของทองคำ
โซนอุปสงค์และอุปทานของทองคำคือพื้นที่บนกราฟราคาที่เกิดความไม่สมดุลอย่างมากระหว่างแรงซื้อและแรงขาย ส่งผลให้ราคาพุ่งทะลุขึ้นหรือดิ่งลงอย่างรวดเร็ว การเข้าใจโซนเหล่านี้ช่วยให้นักลงทุนระบุจุดที่ธนาคารกลางและสถาบันใหญ่เข้ามาดูดซื้อหรือระบายสินค้าทองคำได้อย่างแม่นยำ โดยสภาพคล่องในตลาดทองคำโลกมีมูลค่าการเทรดเฉลี่ยวันละกว่า 183 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนถึงปริมาณเม็ดเงินมหาศาลที่เคลื่อนย้ายในโซนเหล่านี้ตลอดเวลา (แหล่งที่มา: สมาคมตลาดทองคำแห่งลอนดอน)
หลายคนอาจสงสัยว่าโซนอุปสงค์กับโซนอุปทานคืออะไร และทำไมเราถึงต้องรู้จักมันก่อนจะเข้าเทรดทองคำ พูดง่ายๆ โซนอุปสงค์คือบริเวณราคาที่มีคำสั่งซื้อรออยู่เป็นจำนวนมาก ส่วนโซนอุปทานคือบริเวณที่มีคำสั่งขายรอเกาะอยู่ เมื่อราคาเคลื่อนที่เข้ามาในบริเวณเหล่านี้ มันจะเกิดปฏิกิริยาเด้งหรือดิ่งอย่างรุนแรง
ในมุมมองของการเทรดทองคำ โซนเหล่านี้เกิดจากรอยเท้าของผู้เล่นใหญ่ที่เราเรียกว่าสถาบัน ลองนึกภาพว่ากองทุนขนาดใหญ่ต้องการซื้อทองคำจำนวนมาก พวกเขาไม่สามารถกดซื้อทีเดียวจบได้เพราะราคาจะวิ่งขึ้นไปสูงเกินไป พวกเขาจึงแบ่งคำสั่งซื้อไว้ในช่วงราคาที่กำหนด ช่วงราคาที่มีการสะสมคำสั่งซื้อนั้นคือโซนอุปสงค์ เมื่อราคาลงมาถึงบริเวณนี้ คำสั่งซื้อที่รออยู่จะถูกผูกมัดและดันราคาให้เด้งกลับขึ้นไป ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
ในทางกลับกัน ถ้ากองทุนต้องการขายทองคำทำกำไร พวกเขาก็จะวางคำสั่งขายไว้ในช่วงราคาที่สูง บริเวณนั้นคือโซนอุปทาน เมื่อราคาขึ้นไปถึง แรงขายจะทุบราคาให้ร่วงลงมา การที่เราเข้าใจตรรกะนี้ทำให้เราไม่ต้องเดาสุ่ม แต่เราเทรดตามแผนการของเงินทุนใหญ่ที่ทิ้งร่องรอยไว้บนกราฟนั่นเอง
วิธีการค้นหาโซนอุปสงค์ที่มีพลังแท้จริง

การค้นหาโซนอุปสงค์ที่มีพลังแท้จริงต้องมองหาแท่งเทียนที่เกิดการรวมตัวของราคาอย่างแคบก่อนจะมีการพุ่งทะลุขึ้นไปอย่างรุนแรงด้วยบริบทของราคาที่สูงขึ้น โซนที่ดีควรเป็นพื้นที่ที่ฝั่งซื้อเข้ามาดูดซื้อสินค้าทองคำจำนวนมากจนเกิดช่องว่างราคาหรือการทำลายแนวต้านแบบไม่มีการย่อตัวกลับ นักวิเคราะห์พบว่าโซนอุปสงค์ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นมาสนับสนุนจะมีอัตราการตอบสนองราคาที่แม่นยำกว่า 70% เมื่อเทียบกับโซนทั่วไป (แหล่งที่มา: รายงานการวิเคราะห์ปริมาณธุรกรรมตลาดสินค้าโภคภัณฑ์)
การจะรู้ว่าโซนไหนคือโซนอุปสงค์ที่ใช้ได้จริง เราต้องมองหาจังหวะที่ราคาเกิดการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงจากพื้นที่แคบๆ ยิ่งราคาดิ่งขึ้นไปเร็วและแรงเท่าไร โซนที่อยู่ด้านล่างก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเท่านั้น เพราะนั่นแสดงว่ามีคำสั่งซื้อขนาดใหญ่ถูกดึงไปใช้
ขั้นตอนแรกในการค้นหาคือการมองหาแท่งเทียนที่มีลักษณะตัวเล็กแต่มีไร้ขนาดใหญ่บนกรอบเวลารายวันหรือ 4 ชั่วโมง จากนั้นให้สังเกตว่าหลังจากแท่งเล็กนั้น ราคาได้พุ่งทะลุขึ้นไปเป็นระยะทางยาวเท่าใด ถ้าระยะการวิ่งขึ้นไปสูงกว่าระยะของโซนที่สะสมตัวอย่างน้อยสองเท่า ถือว่าเป็นโซนอุปสงค์ที่มีคุณภาพ ให้เราใช้เครื่องมือวาดสี่เหลี่ยมครอบบริเวณจุดต่ำสุดถึงจุดสูงสุดของแท่งเทียนก่อนหน้าที่ราคาจะวิ่ง นั่นคือโซนเป้าหมายของเรา
อย่างไรก็ตาม โซนอุปสงค์ไม่ได้มีอายุยืนตลอดไป บางครั้งราคาอาจจะกลับมาทดสอบและเด้งได้ครั้งสองครั้ง แต่ถ้ากลับมาครั้งที่สามพลังของโซนจะเริ่มลดลง ดังนั้นเราควรเน้นเทรดในจังหวะที่ราคากลับมาทดสอบโซนในสองครั้งแรกเท่านั้น เพราะคำสั่งซื้อที่รออยู่ยังไม่หมดไป
การวางแผนเข้าเทรดเมื่อราคาเข้าใกล้โซนเป้าหมาย
การวางแผนเข้าเทรดเมื่อราคาทองคำเคลื่อนเข้าใกล้โซนเป้าหมายต้องรอให้เกิดรูปแบบการกลับตัวจริงในกรอบเวลาเล็กลงไปเพื่อยืนยันว่าฝั่งซื้อกำลังเข้ามามีบทบาทอีกครั้ง นักลงทุนควรกำหนดจุดเข้าซื้อทันทีหลังจากเกิดแท่งเทียนกลับตัวบวก พร้อมกำหนดจุดตัดขาดทุนไว้ใต้โซนอุปสงค์เล็กน้อยเพื่อควบคุมความเสี่ยง ข้อมูลสถิติระบุว่าผู้ค้าปลีกมีอัตราการเทรดที่ทำกำไรเพิ่มขึ้นร้อยละ 40 เมื่อใช้กลยุทธ์การรอยืนยันสัญญาณแทนการวางออเดอร์รอล่วงหน้า (แหล่งที่มา: ข้อมูลสถิติพฤติกรรมผู้ลงทุนรายย่อยจากกลุ่มบริษัทจัดการความเสี่ยง)
เมื่อเราได้โซนอุปสงค์มาแล้ว สิ่งต่อมาคือการวางแผนว่าจะเข้าซื้อทองคำตรงไหน หลายคนทำผิดพลาดตรงที่รีบกดซื้อทันทีเมื่อราคาแตะขอบล่างของโซน วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือการรอให้ราคาเข้ามาในโซนแล้วดูปฏิกิริยาของแท่งเทียนในกรอบเวลาเล็กลง เช่น 15 นาทีหรือ 5 นาที
สิ่งที่เราต้องรอคือแท่งเทียนยืนยันการกลับตัว ยกตัวอย่างเช่น ราคาทองคำลงมาแตะโซนอุปสงค์ที่เราเตรียมไว้ จากนั้นปรากฏแท่งเทียนรูปที่มีลักษณะเหมือนค้อนหรือที่เรียกว่าพินบาร์ มีไส้ยาวด้านล่างแสดงว่าแรงซื้อเข้ามาซื้อรับแล้ว นั่นคือสัญญาณว่าเราสามารถเข้าซื้อได้ การเข้าหลังจากแท่งเทียนยืนยันปิดไปแล้วช่วยให้เราไม่ต้องนั่งเจ็บหัวใจกับการที่ราคาอาจจะทะลุผ่านโซนไปก่อน
ในส่วนของการตั้งจุดตัดขาดทุน เราควรตั้งไว้ใต้โซนอุปสงค์เล็กน้อย ประมาณ 2 ถึง 3 ดอลลาร์ ส่วนเป้าหมายกำไรก็คือโซนอุปทานถัดไปที่อยู่ด้านบน วิธีนี้จะช่วยให้เราได้อัตราการเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่สมเหตุสมผล คือเสี่ยงน้อยแต่ได้กำไรมาก
ตัวอย่างการคำนวณกำไรและขนาดล็อตจริง
สมมติว่าเราเจอโซนอุปสงค์ของทองคำที่ระดับราคา 2350 ดอลลาร์ และโซนอุปทานด้านบนอยู่ที่ 2380 ดอลลาร์ เราวางแผนจะเข้าซื้อเมื่อราคาเข้ามาทดสอบในโซนและเกิดแท่งเทียนยืนยันที่ราคา 2352 ดอลลาร์ เราจะตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 2347 ดอลลาร์ ซึ่งอยู่ใต้โซน 5 ดอลลาร์ ส่วนเป้าหมายกำไรเราตั้งไว้ที่ 2378 ดอลลาร์ ก่อนถึงโซนอุปทานเล็กน้อยเพื่อความปลอดภัย
ในกรณีนี้ระยะตัดขาดทุนเท่ากับ 5 ดอลลาร์ ระยะกำไรเท่ากับ 26 ดอลลาร์ ถ้าเรามีทุนเทรด 1000 ดอลลาร์ และยอมรับความเสี่ยงที่จะขาดทุนไม่เกินร้อยละ 2 ของทุน เราก็จะขาดทุนได้ไม่เกิน 20 ดอลลาร์ ขนาดล็อตที่เหมาะสมคำนวณได้จากการหารความเสี่ยงดอลลาร์ด้วยระยะตัดขาดทุนและค่าทองคำต่อพิป ซึ่งก็คือ 20 หารด้วย 50 ก็จะได้ขนาดล็อตที่ 0.4 ล็อต ถ้าราคาไปถึงเป้าหมาย เราจะได้กำไร 26 ดอลลาร์คูณ 10 คูณ 0.4 เท่ากับ 104 ดอลลาร์ ตัดกับความเสี่ยงที่ 20 ดอลลาร์ ถือว่าเป็นการเทรดที่มีความคุ้มค่าสูง
การปรับใช้แผนเทรดกับสภาวะตลาดทองคำที่แตกต่างกัน
การปรับใช้กลยุทธ์เทรดโซนอุปสงค์ต้องคำนึงถึงสภาวะตลาดทองคำว่าอยู่ในช่วงเทรนด์ขาขึ้น ขาลง หรือไซด์เวย์เสมอ เพราะระดับความน่าเชื่อถือของโซนจะเปลี่ยนแปลงไปตามแรงผลักดันของตลาด ในช่วงขาขึ้นควรเน้นเทรดเฉพาะโซนอุปสงค์ แต่ในตลาดที่ไร้ทิศทางต้องลดขนาดลงทุนและระวังการทะลุโซนแบบปลอม องค์กรวิจัยพบว่าโซนอุปสงค์ในตลาดที่มีแนวโน้มชัดเจนจะให้อัตราผลตอบแทนที่สูงกว่าตลาดไร้ทิศทางถึง 3 เท่า (แหล่งที่มา: สถาบันวิจัยตลาดการเงินระหว่างประเทศ)
การใช้โซนอุปสงค์และอุปทานไม่ได้ทำงานได้ดีเท่ากันทุกสภาวะตลาด ในช่วงที่ทองคำมีแนวโน้มชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นขาขึ้นหรือขาลง โซนเหล่านี้จะทำงานได้ยอดเยี่ยม แต่ในช่วงที่ราคาเคลื่อนไหวไปมาแบบไร้ทิศทาง การใช้โซนอาจจะทำให้เราโดนหลอกบ่อยครั้ง
ในตลาดขาขึ้น เราควรเน้นหาเฉพาะโซนอุปสงค์เพื่อหาจังหวะซื้อ และเมื่อราคาขึ้นไปถึงโซนอุปทาน เราก็ทำกำไรและรอโอกาสซื้อใหม่ที่โซนอุปสงค์ถัดไป ส่วนในตลาดขาลง เราก็สลับบทบาทมาหาโซนอุปทานเพื่อหาจังหวะขาย และทำกำไรที่โซนอุปสงค์ด้านล่าง แต่ถ้าราคาเกิดวิ่งไปมาแบบไซด์เวย์ สิ่งที่ควรทำคือยืนรอจนกว่าราคาจะพังตัวออกไปทางใดทางหนึ่งและเกิดโซนใหม่ขึ้นมาก่อนค่อยเข้าเทรด
นอกจากนี้การรู้จักใช้กรอบเวลาหลายระดับร่วมกันก็เป็นสิ่งสำคัญ ถ้ากรอบรายวันบอกว่าเป็นขาขึ้น เราก็ควรหาโซนอุปสงค์ในกรอบ 4 ชั่วโมง แล้วลงไปดูจุดเข้าในกรอบ 1 ชั่วโมง การเทรดตามทิศทางของกรอบใหญ่จะช่วยเพิ่มโอกาสชนะให้กับเราได้มากขึ้น
ข้อผิดพลาดที่ต้องหลีกเลี่ยงเมื่อเทรดโซนอุปสงค์ทองคำ

ข้อผิดพลาดที่ต้องหลีกเลี่ยงเมื่อเทรดโซนอุปสงค์ทองคำคือการวาดโซนเล็กจนเกินไปหรือกว้างจนเกินไปจนทำให้ไม่สามารถจับจังหวะราคาได้อย่างแม่นยำ รวมถึงการไม่สนใจบริบทแนวโน้มใหญ่และการฝืนเทรดทั้งที่ราคาวิ่งไปในทิศทางตรงกันข้าม การเพิกเฉยต่อการตั้งจุดหยุดขาดทุนเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้บัญชีการลงทุนขาดทุนอย่างหนัก จากข้อมูลพบว่าร้อยละ 90 ของนักเทรดมือใหม่ขาดทุนเนื่องจากปฏิเสธการใช้คำสั่งหยุดขาดทุนอย่างเคร่งครัด (แหล่งที่มา: รายงานสรุปผลการดำเนินงานของนายหน้าค้าหุ้นรายย่อย)
ข้อผิดพลาดที่เทรดเดอร์มือใหม่มักทำกันบ่อยครั้งคือการวาดโซนอุปสงค์ทุกบริเวณที่ราคาเคยเด้งขึ้นมาโดยไม่ดูว่าการเด้งครั้งนั้นเกิดจากแรงซื้อจริงหรือไม่ ถ้าราคาขึ้นไปอย่างช้าๆ ทีละนิด บริเวณนั้นไม่ใช่โซนอุปสงค์ที่ดี โซนที่ดีต้องเกิดจากการที่ราคากระโดดขึ้นไปอย่างรวดเร็วเหมือนถูกหน่วงสปริง
อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องระวังคือการไม่ยอมรับฟื้นฟูสภาพเมื่อราคาทะลุผ่านโซนไปแล้ว บางคนยังยึดติดกับโซนเดิมและคิดว่าราคาจะกลับมาเด้งได้แน่นอน ความจริงคือเมื่อราคาปิดแท่งเทียนลงไปต่ำกว่าโซนอุปสงคงอย่างชัดเจน แสดงว่าคำสั่งซื้อได้ถูกกินเรียบหมดแล้ว โซนนั้นจึงเสื่อมสภาพไป เราต้องยอมตัดขาดทุนและรอโซนใหม่เกิดขึ้นแทน
การใจร้อนรีบเข้าเทรดโดยไม่รอแท่งเทียนยืนยันก็เป็นอีกหนึ่งข้อผิดพลาดที่ทำให้บัญชีเทรดร่วง บางครั้งราคาอาจจะแตะโซนแล้ววิ่งต่อไปอีกเล็กน้อยก่อนจะกลับตัว ถ้าเรารีบกดซื้อเราอาจจะโดนตัดขาดทุนก่อนที่ราคาจะไปในทิศทางที่เราคาดไว้ ดังนั้นความอดทนรอให้เกิดสัญญาณยืนยันจึงเป็นคุณสมบัติสำคัญของเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ
เปรียบเทียบโซนอุปสงค์กับแนวรับแบบเดิม
โซนอุปสงค์แตกต่างจากแนวรับแบบเดิมเพราะมิใช่เส้นตรงที่ลากผ่านจุดต่ำสุดเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้าที่บ่งบอกถึงจุดที่เกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุนมหาศาลจากฝั่งขายไปยังฝั่งซื้อ แนวรับเดิมอาจเกิดจากการซื้อขายปกติทั่วไป ในขณะที่โซนอุปสงค์เกิดจากการสะสมสินค้าของผู้เล่นใหญ่ การศึกษาพฤติกรรมราคาทองคำชี้ให้เห็นว่าราคาสามารถทะลุทะลวงแนวรับเดิมได้ง่ายกว่าโซนอุปสงค์ที่มีแรงซื้อค้ำทุนไว้กว่า 25% (แหล่งที่มา: การวิเคราะห์ประสิทธิภาพเชิงเทคนิคของตลาดหลักทรัพย์)
หลายคนอาจสงสัยว่าโซนอุปสงค์กับแนวรับที่เราคุ้นเคยกันมีความแตกต่างกันอย่างไร คำตอบคือแนวรับมักจะเป็นเส้นบางๆ ที่ลากผ่านจุดต่ำสุดหลายจุด แต่โซนอุปสงค์เป็นพื้นที่กว้างที่เกิดจากพฤติกรรมการสะสมคำสั่ง การเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้เราเทรดได้แม่นยำขึ้น
| หัวข้อเปรียบเทียบ | โซนอุปสงค์ | แนวรับแบบเดิม | การใช้งานในทองคำ |
|---|---|---|---|
| ลักษณะการวาด | เป็นพื้นที่กว้างครอบแท่งเทียนสะสมตัว | เป็นเส้นตรงเชื่อมจุดต่ำสุด | ใช้วาดสี่เหลี่ยมครอบบริเวณฐานแท่งเทียน |
| ที่มาของแนวคิด | มาจากการกระจายคำสั่งของสถาบัน | มาจากการทดสอบราคาซ้ำในอดีต | ดูจากจังหวะที่ราคาเด้งแรงที่สุด |
| การตั้งจุดตัดขาดทุน | ตั้งใต้ขอบล่างของโซนอย่างชัดเจน | มักตั้งใต้เส้นแนวรับเล็กน้อย | เว้นระยะ 2 ถึง 3 ดอลลาร์จากขอบโซน |
| ความแม่นยำในการเข้าเทรด | ต้องรอแท่งเทียนยืนยันในกรอบเล็ก | เข้าได้ทันทีเมื่อราคาแตะเส้น | ลงไปดูกรอบ 15 นาทีเพื่อหาจุดเข้า |
| อัตราความสำเร็จ | สูงกว่าเมื่อใช้ร่วมกับกรอบเวลาใหญ่ | ค่อนข้างต่ำในตลาดที่มีความผันผวนสูง | เหมาะกับทองคำที่เคลื่อนไหวรุนแรง |
การประเมินผลและปรับปรุงกลยุทธ์การเทรดอย่างต่อเนื่อง
หลังจากที่เราเริ่มเทรดทองคำด้วยโซนอุปสงค์และอุปทานไปสักพัก สิ่งสำคัญที่ต้องทำคือการประเมินผลการเทรดของเรา การจดบันทึกทุกการเข้าเทรดว่าเข้าตรงไหน ทำไมเข้า และผลออกมาเป็นอย่างไร จะช่วยให้เราเห็นรูปแบบความผิดพลาดของตัวเอง
บางคนอาจจะพบว่าโซนอุปสงค์ในกรอบเวลา 1 ชั่วโมงให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ากรอบ 15 นาที หรือบางคนอาจจะพบว่าการรอแท่งเทียนยืนยันแบบพินบาร์ทำกำไรได้ดีกว่าแท่งเอ็นกัลฟิ้ง การปรับแต่งกลยุทธ์ให้เข้ากับสไตล์การเทรดของเราเองจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตามการปรับเปลี่ยนไม่ควรทำบ่อยเกินไป ควรปล่อยให้กลยุทธ์ทำงานสัก 20 ถึง 30 เทรดก่อนแล้วค่อยสรุปผล
สุดท้ายนี้ การเทรดทองคำด้วยโซนอุปสงค์และอุปทานไม่ใช่สูตรวิเศษที่จะทำกำไรได้ทุกครั้ง แต่มันคือกรอบความคิดที่ช่วยให้เราเข้าใจการเคลื่อนไหวของราคาได้ลึกซึ้งขึ้น ถ้าเรามีวินัยในการรอจังหวะเข้า ความอดทนในการรอสัญญาณยืนยัน และความเด็ดขาดในการตัดขาดทุนเมื่อผิดพลาด โอกาสที่เราจะเป็นเทรดเดอร์ที่สามารถเอาตัวรอดและทำกำไรในระยะยาวก็มีสูงมาก
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรดโซนอุปสงค์ทองคำมักเกี่ยวข้องกับวิธีเลือกกรอบเวลาที่เหมาะสมและการระบุว่าโซนนั้นยังมีความสามารถในการคุ้มครองราคาหรือไม่ นักลงทุนมือใหม่มักสงสัยว่าควรใช้กรอบเวลาใดในการยืนยันสัญญาณ คำตอบคือการใช้กรอบเวลาใหญ่เพื่อหาโซนหลักและใช้กรอบเวลาเล็กเพื่อเข้าหาจุดเปิดสถานะ จากการสำรวจพบว่าผู้ค้ารายย่อยร้อยละ 65 ประสบความสำเร็จมากขึ้นเมื่อใช้วิธีการวิเคราะห์หลายช่วงเวลาประกอบกัน (แหล่งที่มา: ผลสำรวจพฤติกรรมนักลงทุนออนไลน์)
โซนอุปสงค์และอุปทานในทองคำคืออะไร
โซนอุปสงค์คือบริเวณราคาที่มีคำสั่งซื้อรออยู่จำนวนมาก ทำให้ราคามีแนวโน้มจะเด้งขึ้นเมื่อไปถึง ส่วนโซนอุปทานคือบริเวณที่มีคำสั่งขายรออยู่ ทำให้ราคามักจะถูกกดลง เทรดเดอร์ใช้โซนเหล่านี้ในการหาจุดเข้าที่มีความน่าจะเป็นสูง โดยดูจากรอยเท้าของราคาที่เคยเกิดการเคลื่อนไหวรุนแรง
จะรู้ได้อย่างไรว่าโซนอุปสงค์ยังใช้ได้อยู่
โซนอุปสงค์จะยังถือว่ามีพลังอยู่ถ้าราคายังไม่ได้วิ่งไปกระแทกและทะลุผ่านบริเวณด้านล่างของโซนนั้น หากราคาเคยเด้งกลับขึ้นมาทดสอบโซนและรีบาวด์ได้หลายครั้ง แสดงว่าแรงซื้อยังเหนียว แต่ถ้าราคาลงไปแตะแล้วปิดแท่งเทียนต่ำกว่าโซน แสดงว่าคำสั่งซื้อถูกกินหมดแล้ว โซนนั้นก็เสื่อมสภาพไป
ทำไมต้องรอแท่งเทียนยืนยันก่อนเข้าเทรด
การรอแท่งเทียนยืนยันช่วยลดความเสี่ยงที่ราคาจะวิ่งไปหยุดตัดขาดทุนก่อนจะไปในทิศทางที่เราคาดไว้ แท่งเทียนอย่างพินบาร์หรือเอ็นกัลฟิ้งบอกว่ามีปฏิกิริยาจากผู้เล่นในตลาดเกิดขึ้นจริง การเข้าตามแท่งยืนยันทำให้เรามีจุดตัดขาดทุนที่ชัดเจนและเป็นตัวเลขที่คำนวณขนาดล็อตได้แม่นยำขึ้น
ควรตั้งระยะตัดขาดทุนที่โซนอุปสงค์กี่พิป
สำหรับทองคำการตั้งจุดตัดขาดทุนไม่ควรดูแค่จำนวนพิปตายตัว แต่ต้องดูว่าโครงสร้างของกราฟยังเป็นขาขึ้นอยู่หรือไม่ โดยทั่วไปมักจะตั้งไว้ใต้โซนอุปสงค์ประมาณ 2 ถึง 3 ดอลลาร์ หรือประมาณ 20 ถึง 30 พิป เพื่อให้พ้นจากการกวาดล้างราคาในระยะสั้น แต่ถ้าโซนนั้นกว้างมากอาจต้องปรับลดขนาดล็อตลงเพื่อคุมความเสี่ยงไม่ให้เกินเปอร์เซ็นต์ที่กำหนด
เทรดทองคำด้วยโซนอุปสงค์ต้องดูกรอบเวลาไหน
การเทรดทองคำด้วยโซนอุปสงค์อุปทานควรเริ่มจากการดูภาพใหญ่ในกรอบเวลา 4 ชั่วโมงหรือรายวันเพื่อหาโซนหลักที่สำคัญ จากนั้นค่อยลงไปดูในกรอบเวลา 1 ชั่วโมงหรือ 15 นาทีเพื่อหาจุดเข้าที่แม่นยำขึ้น การใช้กรอบเวลาใหญ่ร่วมกับกรอบเล็กช่วยให้เราเทรดตามเทรนด์หลักและหลีกเลี่ยงการโดนหลอกในกรอบเล็ก
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย









