ตั้งเป้ากำไรเทรดทองคำ XAU ปี 2569 อย่างมืออาชีพ เพื่อสร้างวินัยจากการวิเคราะห์ทุนไหล SPDR ลดความเสี่ยงจากความผันผวน

การตั้งเป้าหมายกำไรรายเดือนเทรดทองคำ XAU ในปี 2569 คือหัวใจสำคัญที่จะแยกความแตกต่างระหว่างนักเทรดที่อยู่รอดและคนที่หมดตัวไปในที่สุด นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
ทำไมนักเทรดทองคำมือใหม่ต้องตั้งเป้ากำไรรายเดือน

การกำหนดเป้าหมายผลกำไรรายเดือนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมือใหม่ เพื่อสร้างวินัยในการเทรดทองคำและป้องกันการเสี่ยงเกินขอบเขตที่รับได้ โดยนักลงทุนจะได้มีกรอบการทำงานที่ชัดเจน ไม่ตัดสินใจด้วยอารมณ์ และสามารถประเมินประสิทธิภาพการเทรดได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังช่วยควบคุมการบริหารพอร์ตการลงทุนให้เติบโตอย่างมั่นคงยั่งยืนตามหลักการบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด
หลายคนเข้ามาเทรดทองคำด้วยความหวังว่าจะรวยเร็ว ทำกำไรวันละเยอะๆ แต่ความจริงคือตลาดทองคำมีความผันผวนสูงมาก ถ้าเราไม่มีกรอบหรือเป้าหมายที่ชัดเจน สุดท้ายจะเสียเงินก้อนนั้นคืนไปกับตลาดทั้งหมด การตั้งเป้ากำไรรายเดือนเปรียบเหมือนการมีเข็มทิชั่งในการเดินทาง มันบอกเราว่าแต่ละเดือนเราต้องทำผลงานได้ขนาดไหนจึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์
เมื่อเราตั้งเป้าหมายรายเดือนไว้แล้ว เราจะสามารถแบ่งย่อยลงไปเป็นเป้าหมายรายสัปดาห์และรายวันได้ ซึ่งจะทำให้เรารู้ว่าวันนี้เราควรเทรดกี่ครั้ง รับความเสี่ยงได้มากแค่ไหน และเมื่อไรควรหยุดพัก นักเทรดที่ไม่มีเป้าหมายมักจะเทรดตามอารมณ์ เจอทองวิ่งแรงก็ไล่ตาม โดยไม่ดูว่ามันสอดคล้องกับแผนการเทรดของตัวเองหรือไม่ ส่วนนักเทรดที่มีเป้าหมายจะรู้ว่าถ้าวันนี้ทำกำไรได้ตามเป้าแล้ว ก็ควรหยุดเพื่อรักษากำไรไว้ ไม่ใช่เล่นต่อจนเสียคืน ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
การตั้งเป้าหมายยังช่วยในเรื่องการบริหารอารมณ์ได้ดีมาก เพราะเมื่อเรารู้ว่าเป้าหมายรายเดือนของเราคือเท่าไร การขาดทุนในวันหนึ่งหรือสองวันจะไม่ทำให้เราตื่นตระหนก เรายังมีเวลาที่เหลือในเดือนในการทำกำไรเติมเข้าไปได้ มันทำให้เรามองภาพใหญ่แทนที่จะไปติดอยู่กับการแพ้ชนะในแต่ละไม้เทรด
วิธีคำนวณเป้ากำไรทองคำให้สมเหตุสมผล
วิธีคำนวณเป้ากำไรทองคำให้สมเหตุสมผลควรเริ่มจากการประเมินเงินทุนตั้งต้นและอัตราการเติบโตที่เป็นไปได้จริงในตลาด โดยกำหนดเป้าหมายไม่เกินร้อยละ 5 ถึง 10 ของพอร์ตต่อเดือน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น พร้อมคำนึงถึงอัตราการตอบแทนตามความผันผวนในแต่ละช่วงเวลา วิธีนี้จะช่วยให้นักลงทุนมีแนวทางการทำกำไรที่สอดคล้องกับสภาวะตลาดจริงและไม่กดดันตนเองจนเกินไป
การตั้งเป้ากำไรไม่ใช่การนึกเอาเองว่าอยากได้เท่าไรก็ตั้งไป แต่ต้องคำนวณจากเงินทุน ความสามารถในการเทรด และอัตราการชนะของระบบ ถ้าตั้งสูงเกินไปจนทำไม่ได้จริง จะทำให้เราเครียดและเทรดนอกแผน ในทางกลับกันถ้าตั้งต่ำเกินไปก็อาจจะไม่คุ้มกับเวลาและความเสี่ยงที่รับ
โดยทั่วไปนักเทรดมือใหม่ควรตั้งเป้ากำไรรายเดือนไว้ที่ร้อยละ 5 ถึง 10 ของเงินทุน ตัวเลขนี้ดูเหมือนน้อยแต่ถ้าทำได้ต่อเนื่องจะเป็นการเติบโตที่มั่นคงมาก ส่วนนักเทรดที่มีประสบการณ์และมีระบบที่ทำกำไรได้ดีอาจจะตั้งไว้ที่ร้อยละ 10 ถึง 20 แต่ก็ต้องระวังเพราะยิ่งเป้าสูงยิ่งต้องการความแม่นยำในการเทรดมากขึ้น การตั้งเป้าแบบก้าวกระโดดเช่นร้อยละ 50 หรือ 100 ต่อเดือนเป็นสิ่งที่อันตรายและนำไปสู่การพังของพอร์ตในที่สุด
สมมติว่าเรามีเงินทุนหนึ่งพันดอลลาร์ ถ้าตั้งเป้ากำไรร้อยละ 10 ต่อเดือน เท่ากับเราต้องทำกำไรหนึ่งร้อยดอลลาร์ เราสามารถแบ่งย่อยเป็นเป้ารายสัปดาห์คือยี่สิบห้าดอลลาร์ และรายวันประมาณห้าดอลลาร์ การแบ่งย่อยแบบนี้ทำให้เราเห็นชัดว่าแต่ละวันต้องทำอะไร และไม่รู้สึกว่าเป้าหมายเดือนลอยไกลเกินไป
การปรับเป้ากำไรตามสภาพตลาดทองคำ
ตลาดทองคำในแต่ละช่วงเวลาจะมีความผันผวนไม่เท่ากัน บางช่วงข่าวเศรษฐกิจออกมาเยอะทองคำจะวิ่งแรง บางช่วงตลาดเงียบราคาจะไซด์เวย์ ดังนั้นเป้ากำไรรายเดือนไม่จำเป็นต้องตายตัว เราสามารถปรับลดลงในช่วงที่ตลาดเงียบและปรับเพิ่มในช่วงที่มีเทรนด์ชัดเจน แต่ต้องไม่ปรับบ่อยจนเสียระบบ
ตัวอย่างการคำนวณกำไรและขนาดล็อตเทรดทองคำ
หากนักลงทุนมีทุนหนึ่งหมื่นดอลลาร์สหรัฐ และตั้งเป้ากำไรร้อยละ 5 รายเดือน จะต้องทำกำไรห้าร้อยดอลลาร์สหรัฐ โดยหากราคาทองคำเคลื่อนไหวห้าสิบจุด การใช้ขนาดล็อตเทรดศูนย์จุดหนึ่งจะให้ผลกำไรประมาณห้าสิบดอลลาร์สหรัฐต่อครั้ง ดังนั้นจึงต้องเทรดให้สำเร็จประมาณสิบครั้งเพื่อถึงเป้าหมาย ซึ่งการคำนวณนี้ช่วยให้รู้ขนาดล็อตที่เหมาะสมต่อการบริหารความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ
มาดูตัวอย่างจริงเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน สมมติว่าเรามีเงินทุนสองพันดอลลาร์สหรัฐ ตั้งเป้ากำไรรายเดือนไว้ที่ร้อยละ 10 เท่ากับสองร้อยดอลลาร์ แบ่งเป็นเป้ารายสัปดาห์ประมาณห้าสิบดอลลาร์ และเป้ารายวันประมาณสิบดอลลาร์ ถ้าเราเทรดวันละสองถึงสามครั้งก็พอ ไม่ต้องเทรดเยอะจนเสี่ยง
สำหรับการคำนวณขนาดล็อต สมมติว่าราคาทองคำอยู่ที่ 2,650 ดอลลาร์ต่อนซ์ เราตั้งใจจะเข้าซื้อและตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 2,645 ดอลลาร์ ซึ่งห่างจากราคาเข้าห้าดอลลาร์ ในทองคำหนึ่งล็อตมาตรฐาน การราคาเคลื่อนไหวหนึ่งดอลลาร์เท่ากับสิบดอลลาร์ต่อล็อต ดังนั้นถ้าตัดขาดทุนที่ห้าดอลลาร์ เราจะเสียห้าสิบดอลลาร์ต่อหนึ่งล็อตมาตรฐาน แต่เราไม่ควรเสี่ยงเกินร้อยละ 2 ของเงินทุนต่อไม้ ซึ่งก็คือสี่สิบดอลลาร์ ดังนั้นเราควรเปิดล็อตที่เล็กกว่ามาตรฐาน โดยใช้ล็อตขนาด 0.8 ล็อต จะทำให้การตัดขาดทุนที่ห้าดอลลาร์เท่ากับเสียสี่สิบดอลลาร์พอดี
สำหรับจุดทำกำไร ถ้าเราตั้งอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่หนึ่งต่อสอง คือเสี่ยงสี่สิบดอลลาร์เพื่อทำกำไรแปดสิบดอลลาร์ เราก็ตั้งเป้าทำกำไรไว้ที่ราคา 2,660 ดอลลาร์ ซึ่งห่างจากราคาเข้าสิบดอลลาร์ เมื่อราคาทองคำขึ้นไปแตะจุดเป้าหมาย เราจะได้กำไรแปดสิบดอลลาร์จากการเทรดครั้งนี้ ซึ่งเป็นผลกำไรที่เกินเป้ารายวันไปแล้ว ทำให้เราสามารถหยุดเทรดในวันนั้นได้เลย
การเปรียบเทียบระดับเป้ากำไรและความเสี่ยง
การเปรียบเทียบระดับเป้ากำไรและความเสี่ยงจะแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์โดยตรงว่าผลตอบแทนที่สูงจะมาพร้อมกับโอกาสการสูญเสียที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วยเสมอ การตั้งเป้ากำไรต่ำเป็นร้อยละ 3 อาจมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนจำกัด แต่หากตั้งเป้าสูงถึงร้อยละ 20 ย่อมต้องใช้สัดส่วนเงินลงทุนต่อครั้งที่มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้โอกาสในการสูญเสียเงินทุนเพิ่มสูงตามไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
การเลือกระดับเป้ากำไรจะส่งผลโดยตรงต่อความเสี่ยงและความกดดันในการเทรด ตารางนี้แสดงให้เห็นว่าแต่ละระดับเป้ากำไรมีข้อดีข้อเสียอย่างไร เพื่อให้นักเทรดเลือกได้เหมาะกับตัวเอง
| ระดับเป้ากำไรรายเดือน | เปอร์เซ็นต์กำไร | ความเสี่ยงต่อไม้ | ความเหมาะสม |
|---|---|---|---|
| ปลอดภัย | 3-5% | 0.5-1% | มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น |
| มาตรฐาน | 5-10% | 1-2% | มือใหม่ที่มีประสบการณ์บ้าง |
| ก้าวหน้า | 10-20% | 2-3% | นักเทรดที่มีระบบทำกำไรแล้ว |
| ความเสี่ยงสูง | 20% ขึ้นไป | 3% ขึ้นไป | ไม่แนะนำให้ใครทำ |
จากตารางจะเห็นว่ายิ่งเป้ากำไรสูง ความเสี่ยงต่อไม้เทรดก็ต้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งหมายความว่าถ้าระบบเทรดพลาด การขาดทุนก็จะหนักขึ้นเช่นกัน นักเทรดมือใหม่ควรเริ่มจากระดับปลอดภัยหรือมาตรฐานก่อน แล้วค่อยขยับขึ้นไปเมื่อมั่นใจว่าระบบทำงานได้ดีและสามารถคุมอารมณ์ตัวเองได้แล้ว
วิธีตั้งจุดตัดขาดทุนให้สมเหตุสมผล
การตั้งจุดตัดขาดทุนที่เหมาะสมควรอ้างอิงจากโครงสร้างของกราฟราคาทองคำและระดับการสนับสนุนที่มีนัยสำคัญ เพื่อให้ตลาดมีพื้นที่เคลื่อนไหวตามปกติโดยไม่โดนปิดสถานะก่อนเวลาอันควร โดยทั่วไปควรตั้งสัดส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนไว้ที่หนึ่งต่อสอง หมายความว่าหากยอมรับความเสี่ยงหนึ่งส่วน จะต้องมีเป้าหมายผลกำไรสองส่วนเสมอ เพื่อรักษาสมดุลในระยะยาว
การตั้งจุดตัดขาดทุนคือสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในการเทรดทองคำ เพราะมันคือเกราะป้องกันที่จะไม่ให้เราขาดทุนจนหมดตัว แต่การตั้งจุดตัดขาดทุนไม่ใช่การนึกเอาเองว่าจะตั้งกี่ดอลลาร์ ต้องดูจากโครงสร้างของกราฟและระดับราคาที่สำคัญ เช่น ถ้าเราซื้อทองคำเพราะราคาฝ่าเส้นค่าเฉลี่ย 20 แท่งขึ้นไป จุดตัดขาดทุนก็ควรอยู่ใต้เส้นค่าเฉลี่ยนั้น หรือถ้าซื้อตามเทรนด์ขาขึ้น จุดตัดขาดทุนควรอยู่ใต้จุดต่ำสุดของแท่งเทียนก่อนหน้า
สิ่งสำคัญคือจุดตัดขาดทุนต้องไม่ใกล้ราคาเข้าจนเกินไป เพราะทองคำมักจะมีการปั่นราคาก่อนจะไปทิศทางจริง ถ้าตั้งใกล้เกินไปจะโดนตัดก่อนแล้วราคาค่อยวิ่งไปทางที่เราคาดไว้ ทำให้เสียใจและเสียโอกาส ในทางกลับกันถ้าตั้งไกลเกินไป การขาดทุนแต่ละครั้งก็จะหนักเกินไป ทำให้ขนาดล็อตต้องเล็กลงและกำไรก็น้อยลงตามไปด้วย
หลังจากตั้งจุดตัดขาดทุนตามกราฟแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือต้องคำนวณว่าถ้าราคาไปแตะจุดนั้นเราจะเสียเงินกี่ดอลลาร์ และเงินที่เสียต้องไม่เกินร้อยละ 2 ของเงินทุน ถ้าเกินก็ต้องลดขนาดล็อตลง วิธีนี้จะทำให้เราสามารถคุมความเสี่ยงได้แน่นอน ไม่ว่าราคาจะวิ่งไปทางไหนก็ตาม
การใช้ จุดตัดขาดทุน แบบตามราคา
นอกจากการตั้งจุดตัดขาดทุนแบบคงที่แล้ว ยังมีวิธีการปรับจุดตัดขาดทุนตามราคาที่เคลื่อนไหวไปในทิศทางที่เราคาดไว้ เพื่อลดความเสี่ยงและล็อคกำไรไว้บ้าง ตัวอย่างเช่น ถ้าเราซื้อทองคำและราคาขึ้นไปทำกำไรได้ครึ่งทางแล้ว เราอาจจะปรับจุดตัดขาดทุนขึ้นมาที่ราคาเข้า เพื่อให้ถ้าราคาย้อนกลับเราจะได้ไม่ขาดทุน หรือถ้าราคาใกล้ถึงเป้ากำไรแล้ว ก็ปรับจุดตัดขาดทุนขึ้นไปใกล้เป้า เพื่อรักษากำไรที่ทำไว้
การบริหารความเสี่ยงเมื่อทำกำไรถึงเป้าแล้ว
เมื่อทำกำไรถึงเป้าที่กำหนดไว้แล้ว นักลงทุนควรพิจารณาปิดสถานะการซื้อขายบางส่วนเพื่อเก็บรักษาผลกำไรไว้อย่างปลอดภัย พร้อมปรับย้ายจุดตัดขาดทุนไปยังระดับที่ไม่ขาดทุนเพื่อปกป้องเงินทุนตั้งต้น หรืออาจหยุดพักการเทรดในช่วงเดือนนั้นเพื่อป้องกันความโลภที่อาจนำไปสู่การสูญเสียผลกำไรที่ได้มาทั้งหมด ซึ่งจะช่วยรักษาวินัยในการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อเราทำกำไรถึงเป้ารายเดือนที่ตั้งไว้แล้ว สิ่งที่นักเทรดหลายคนทำผิดคือยังอยากเทรดต่อเพราะรู้สึกมั่นใจและโลภ แต่นี่คือช่วงอันตรายที่สุด เพราะความมั่นใจมากเกินไปมักจะนำไปสู่การเปิดล็อตใหญ่ขึ้นและเสี่ยงมากขึ้น จนสุดท้ายกำไรที่ทำไว้ทั้งเดือนก็หายไปในวันเดียว ดังนั้นเมื่อถึงเป้าแล้วควรหยุดเทรดในเดือนนั้น หรือถ้าจะเทรดต่อก็ต้องใช้ล็อตที่เล็กลงมากและถือว่าเป็นการฝึกฝนทักษะเท่านั้น
อีกสถานการณ์หนึ่งคือเมื่อเราขาดทุนจนห่างจากเป้ากำไรมาก หลายคนจะเริ่มตื่นและพยายามเอาคืนโดยการเพิ่มล็อตหรือเทรดบ่อยขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามอย่างยิ่ง เพราะมักจะจบลงด้วยการขาดทุนหนักกว่าเดิม สิ่งที่ควรทำคือยอมรับว่าเดือนนี้อาจจะไม่ใช่เดือนของเรา หยุดพักสักสองสามวัน ทบทวนดูว่าขาดทุนเพราะระบบพลาดหรือเราผิดวินัย แล้วเริ่มต้นใหม่ในเดือนถัดไป
การบริหารความเสี่ยงที่ดีต้องมองยาวไปถึงการรักษาเงินทุนให้อยู่กับเราให้นานที่สุด ตลาดทองคำจะมีโอกาสเสมอ แต่ถ้าเงินทุนหมดไปก่อน โอกาสจะไม่มีความหมายอีกต่อไป นักเทรดที่ประสบความสำเร็จในระยะยาวไม่ใช่คนที่ทำกำไรมากที่สุดในหนึ่งเดือน แต่เป็นคนที่สามารถทำกำไรได้ต่อเนื่องและขาดทุนน้อยที่สุดในหลายเดือนติดต่อกัน
การประเมินผลและปรับปรุงระบบทุกเดือน
เมื่อสิ้นเดือนควรนั่งทบทวนว่าผลการเทรดเป็นอย่างไร ทำกำไรหรือขาดทุนเท่าไร เป้าหมายที่ตั้งไว้เหมาะสมหรือไม่ ระบบเทรดทำงานได้ดีแค่ไหน มีไม้เทรดไหนที่ผิดวินัยบ้าง การประเมินผลทุกเดือนจะทำให้เราเห็นจุดที่ต้องปรับปรุงและพัฒนาตัวเองได้เร็วขึ้น นี่คือสิ่งที่นักเทรดมืออาชีพทำกันทุกคน ไม่ใช่แค่เทรดแล้วปล่อยไปโดยไม่เคยทบทวน
การวางแผนเทรดทองคำรายสัปดาห์และรายวัน
เมื่อเรามีเป้ากำไรรายเดือนแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการวางแผนรายสัปดาห์และรายวัน การวางแผนรายสัปดาห์ควรทำในวันอาทิตย์ก่อนที่ตลาดเปิด โดยดูว่าสัปดาห์นี้มีข่าวสำคัญอะไรบ้าง เช่น ข่าวดัชนีราคาผู้บริโภค หรือการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งจะมีผลต่อราคาทองคำอย่างมาก ถ้ารู้ล่วงหน้าก็จะได้เตรียมตัวว่าจะเทรดก่อนข่าว ระหว่างข่าว หรือหลังข่าว
สำหรับการวางแผนรายวัน ควรทำก่อนเปิดตลาดทุกวัน โดยดูว่าวันนี้ทองคำอยู่ในเทรนด์อะไร มีระดับราคาสำคัญที่ไหนบ้าง และมีโอกาสเทรดที่ไหนบ้าง ถ้าไม่มีโอกาสที่ชัดเจนก็ไม่ต้องเทรด การไม่เทรดก็เป็นการเทรดอย่างหนึ่ง นักเทรดมืออาชีพไม่จำเป็นต้องเทรดทุกวัน พวกเขาเทรดเฉพาะเมื่อมีโอกาสที่สอดคล้องกับระบบเท่านั้น การวางแผนล่วงหน้าจะทำให้เราไม่ตื่นตระหนกเมื่อราคาเคลื่อนไหวแรง และสามารถตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผล
สุดท้ายนี้ การตั้งเป้ากำไรรายเดือนเทรดทองคำไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นเรื่องของวินัยและความสม่ำเสมอ ถ้าเราตั้งเป้าที่สมเหตุสมผล บริหารความเสี่ยงให้ดี และทำตามแผนอย่างเคร่งครัด เราจะสามารถทำกำไรจากตลาดทองคำได้ในระยะยาว จำไว้ว่าเป้าหมายไม่ใช่การรวยเร็ว แต่เป็นการสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนจากการเทรด
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรดทองคำมักเน้นไปที่ปัญหาการกำหนดขนาดล็อตที่เหมาะสมกับเงินทุน การจัดการสภาวะตลาดที่ผันผวนสูง และข้อสงสัยเกี่ยวกับช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเปิดสถานะ บทความเฉลิมฉลองครบรอบสิบปีของสมาคมธุรกิจทองคำคาดการณ์ว่าตลาดโลกมีมูลค่าสูงถึงสิบแปดล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการทำความเข้าใจกลไกตลาดอย่างลึกซึ้งก่อนลงทุนจริง
ทำไมต้องตั้งเป้ากำไรรายเดือนเทรดทองคำ
การตั้งเป้าหมายกำไรรายเดือนช่วยให้เรามีกรอบการทำงานที่ชัดเจน ไม่หลงเล่นตามอารมณ์หรือโลภมากจนเสียกำไรที่ทำไว้คืนไปหมด เมื่อเรารู้ว่าต้องการกำไรเท่าไรในหนึ่งเดือน เราก็สามารถแบ่งย่อยเป็นเป้าหมายรายสัปดาห์และรายวันได้ ทำให้รู้ว่าแต่ละวันควรเทรดกี่ครั้งและรับความเสี่ยงเท่าไร นี่คือหัวใจสำคัญที่ทำให้เทรดเดอร์มืออาชีพอยู่รอดในตลาดได้ยาวนาน
เป้ากำไรทองคำต่อเดือนควรตั้งกี่เปอร์เซ็นต์จึงเหมาะสม
สำหรับมือใหม่ควรตั้งเป้ากำไรรายเดือนไว้ที่ร้อยละ 5 ถึง 10 ของเงินทุน เป็นช่วงที่ท้าทายแต่ยังทำได้จริงหากมีระบบที่ดี ถ้าตั้งสูงเกินไปเช่นร้อยละ 30 ขึ้นไป จะทำให้เราเครียดและเทรดมากเกินจำเป็นจนเสี่ยงขาดทุนหนัก เมื่อทำได้ต่อเนื่อง 3-6 เดือนค่อยปรับเป้าขึ้นทีละนิด
ควรคำนวณขนาดล็อตทองคำอย่างไรให้พอดีกับเป้ากำไร
ก่อนเข้าเทรดต้องรู้จุดตัดขาดทุนก่อนเสมอ แล้วคำนวณว่าถ้าโดนตัดจะเสียเงินกี่ดอลลาร์ โดยทั่วไปไม่ควรเสี่ยงเกินร้อยละ 2 ของเงินทุนต่อไม้ จากนั้นหารด้วยระยะตัดขาดทุนเป็นดอลลาร์ต่อล็อต จะได้ขนาดล็อตที่เหมาะสม วิธีนี้จะทำให้เราไม่โลภจนเปิดล็อตใหญ่เกินไปและคุมความเสี่ยงได้แน่นอน
ถ้าทำกำไรถึงเป้าก่อนสิ้นเดือนควรทำอย่างไร
ถ้าทำกำไรถึงเป้าก่อนกำหนด แนะนำให้หยุดเทรดและพักสักสองสามวันเพื่อทบทวนว่ากำไรมาจากระบบหรือโชค จากนั้นอาจเทรดด้วยล็อตเล็กลองระบบต่อได้แต่ห้ามเพิ่มล็อตเด็ดขาด การรักษากำไรที่ทำได้สำคัญกว่าการไล่กำไรให้มากขึ้น เพราะตลาดมีโอกาสเสมอแต่เงินทุนมีจำกัด
ทำอย่างไรเมื่อขาดทุนทำให้ห่างจากเป้ากำไรรายเดือน
เมื่อขาดทุนจนห่างจากเป้ากำไร สิ่งแรกคือหยุดเทรดทันทีแล้วไปดูว่าขาดทุนเพราะระบบพลาดหรือเราผิดวินัย ห้ามเพิ่มล็อตเพื่อเอาคืนเด็ดขาดเพราะมักจะจบลงด้วยการขาดทุนหนักกว่าเดิม ให้ปรับเป้ากำไรใหม่ให้สมเหตุสมผลและเริ่มต้นใหม่ในเดือนถัดไป การยอมรับความพ่ายแพ้ในบางเดือนคือกุญแจสู่ความสำเร็จระยะยาว
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย







TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文