OCO Order คือเทคนิคดักทิศทองคำแบบไม่ต้องเฝ้าจอ เมื่อราคาทะลุทางไหนระบบจะเปิดออเดอร์และยกเลิกอีกฝั่งให้อัตโนมัติ ลดความเสี่ยงการเปิดซ้อนทับได้ดี1

การวางคำสั่ง OCO หรือ One Cancels Other คือเทคนิคดักทิศทางทองคำแบบไม่ต้องนั่งเฝ้าจอ เมื่อราคาทะลุไปทางไหน ระบบจะเปิดออเดอร์ฝั่งนั้นแล้วยกเลิกอีกฝั่งให้อัตโนมัติ เหมาะกับช่วงข่าวใหญ่หรือตลาดรอทะลุกรอบราคาสำคัญ นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
OCO Order คืออะไร เทรดทองคำยังไงให้เข้าใจ
คำสั่ง OCO หรือ One-Cancels-the-Other คือการวางคำสั่งเทรดสองรายการพร้อมกันโดยเมื่อคำสั่งหนึ่งถูกเรียกใช้งานอีกคำสั่งจะถูกยกเลิกทันทีซึ่งช่วยให้นักลงทุนสามารถกำหนดทั้งจุดทำกำไรและตัดขาดทุนไปพร้อมกันโดยอัตโนมัติเพื่อควบคุมความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพแม้ในยามตลาดผันผวนรุนแรงอย่างราคาทองคำ
OCO ย่อมาจาก One Cancels Other คือการวางคำสั่งเทรดสองคำสั่งพร้อมกัน โดยทั้งสองคำสั่งนี้จะผูกกันไว้ เมื่อราคาไปสะกิดคำสั่งฝั่งใดฝั่งหนึ่งจนเปิดออเดอร์เข้าจริง อีกคำสั่งที่ยังไม่ทำงานจะถูกระบบยกเลิกทิ้งให้โดยอัตโนมัติ เราไม่ต้องมานั่งคอยกดปิดเอง ลดความเสี่ยงที่จะลืมและทำให้เราเปิดออเดอร์ซ้อนทับโดยไม่ตั้งใจ
สำหรับวงการเทรดทองคำหรือ XAU การใช้คำสั่งแบบนี้ถือว่าตอบโจทย์มาก เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง บางครั้งราคาวิ่งทะลุกรอบสำคัญแค่ไม่กี่วินาที ถ้าเรานั่งรอเข้าเองอาจจะไม่ทันและได้ราคาที่แย่ไปเลย การวางดักไว้สองฝั่งทั้งบนและล่างจึงช่วยให้เราจับจังหวะวิ่งของราคาได้ดีกว่า โดยเฉพาะช่วงที่ทองคำเกาะกลุ่มรอทิศทางอยู่นานเท่าไหร่ โอกาสที่จะวิ่งแรงก็มีมากขึ้นเท่านั้น ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
วิธีคิดง่ายๆ คือเราแบ่งสถานการณ์ออกเป็นสองทาง คือถ้าทองทะลุเส้นต้านขึ้นไปเราจะซื้อ แต่ถ้าทะลุเส้นรับลงมาเราจะขาย เราไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วราคาจะไปทางไหน การวางคำสั่งคู่นี้จึงเป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ พร้อมกำหนดจุดตัดขาดทุนติดไปกับแต่ละคำสั่งด้วย ทำให้การบริหารความเสี่ยงเป็นระบบระบบมากขึ้น
วิธีตั้งคำสั่ง OCO บนแพลตฟอร์มเทรดทองคำ
การตั้งค่าคำสั่ง OCO บนแพลตฟอร์มเทรดทองคำเริ่มต้นจากการเลือกคำสั่ง OCO ในเมนูวางออเดอร์จากนั้นกรอกราคาเป้าหมายและราคาตัดขาดทุนพร้อมปริมาณที่ต้องการเทรดเมื่อยืนยันระบบจะทำงานอัตโนมัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้โดยไม่ต้องเฝ้าติดตามหน้าจอตลอดเวลาเพื่อลดความผิดพลาดจากอารมณ์
ขั้นตอนการวางคำสั่งนี้บนระบบเทรดส่วนใหญ่จะเริ่มจากการเลือกประเภทคำสั่งเป็น OCO จากนั้นระบบจะให้เรากรอกราคาสองชุดด้วยกัน ชุดแรกเป็นคำสั่งซื้อที่ราคาสูงกว่าปัจจุบัน และชุดที่สองเป็นคำสั่งขายที่ราคาต่ำกว่าปัจจุบัน เราต้องกำหนดระยะตัดขาดทุนและเป้าหมายกำไรให้ครบทั้งสองฝั่งก่อนกดยืนยัน
เวลาตั้งราคาดักฝั่งบน ให้ดูจากแนวต้านที่ชัดเจนที่สุดในกรอบเวลาที่เราดูอยู่ สมมุติว่าทองคำราคาปัจจุบันอยู่ที่ 2350 ดอลลาร์ และมีแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 2360 เราอาจจะวางคำสั่งซื้อดักไว้ที่ 2361 เพื่อให้แน่ใจว่าราคาทะลุจริงๆ แล้วค่อยเข้า ส่วนฝั่งล่างถ้าแนวรับอยู่ที่ 2340 เราก็วางคำสั่งขายดักไว้ที่ 2339 พอราคาทองวิ่งไปถูกฝั่งไหน ออเดอร์นั้นจะทำงานทันที
สิ่งที่ลูกศิษย์หลายคนชอบพลาดคือลืมใส่จุดตัดขาดทุนติดไปกับคำสั่งดัก บางคนวางคำสั่งซื้อดักไว้แต่ไม่ใส่ จุดตัดขาดทุน ปรากฏว่าราคาแทงขึ้นไปสะกิดแล้วย้อนกลับลงมาแบบรุนแรง กลายเป็นขาดทุนจนงานเข้า การตั้งคำสั่งคู่แบบนี้ต้องนึกเสมอว่าเมื่อไหร่ที่ออเดอร์ถูกเปิด มันต้องมีเกราะป้องกันเสมอ จึงจะเรียกว่าใช้งานได้จริงและปลอดภัย
การเลือกระยะราคาดักให้หลีกเลี่ยงสไลป์เทจ
ทองคำมีสเปรดที่กว้างกว่าคู่เงินทั่วไป โดยเฉพาะช่วงข่าวดังนั้นการวางราคาดักติดแนวต้านหรือแนวรับเป๊ะๆ อาจจะโดนสไลป์เทจทำให้ราคาเปิดออเดอร์ไม่ตรง วิธีแก้คือดันราคาดักออกไปให้ห่างจากแนวรับแนวต้านจริงประมาณสองถึงสามดอลลาร์ เพื่อให้ระบบมั่นใจว่าราคาทะลุขาดสภาพคล่องจริงๆ แล้วค่อยเข้าเทรด มันจะปลอดภัยกว่าการเข้าติดขอบเส้นจนเสียจังหวะ
วิธีตั้งจุดตัดขาดทุนและเป้ากำไรให้สมเหตุสมผล
การกำหนดจุดตัดขาดทุนและเป้ากำไรที่สมเหตุสมผลต้องอ้างอิงจากสัดส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนโดยทั่วไปแนะนำให้ตั้งอัตราส่วนอย่างน้อยหนึ่งต่อสองเช่นเสี่ยงเท่ากับสิบดอลลาร์เพื่อวัดเป้าหมายกำไรยี่สิบดอลลาร์พร้อมคำนึงถึงระดับแนวรับแนวต้านทางเทคนิคเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกไล่ตัดก่อนราคาวิ่งตามทิศทางที่คาดไว้จริง
การตั้งจุดตัดขาดทุนหรือ จุดตัดขาดทุน ในคำสั่งคู่นี้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุด เพราะเราไม่ได้นั่งดูจอตอนที่ออเดอร์ถูกเปิด ดังนั้นจุดตัดขาดทุนต้องมาจากโครงสร้างกราฟจริงไม่ใช่ตั้งตามใจ ถ้าวางคำสั่งซื้อดักไว้เหนือแนวต้าน จุดตัดขาดทุนควรอยู่ใต้แนวรับย่อยที่ใกล้ที่สุด หรือถ้าเป็นคำสั่งขายดักใต้แนวรับ จุดตัดขาดทุนก็ต้องอยู่เหนือแนวต้านย่อยด้านบน
หลักการง่ายๆ ที่สอนลูกศิษย์เสมอคือให้ดูอัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทนหรือ Risk to Reward Ratio ก่อนกดส่งคำสั่ง สมมุติว่าระยะจากราคาเปิดออเดอร์ถึงจุดตัดขาดทุนมีระยะสิบดอลลาร์ จุดเก็บกำไรหรือ จุดทำกำไร ก็ต้องอยู่ที่ยี่สิบดอลลาร์ขึ้นไป เพื่อให้ได้อัตราส่วนหนึ่งต่อสองอย่างน้อย ถ้าเจอจังหวะที่ระยะกำไรไม่ถึง ก็ควรปล่อยคำสั่งนั้นไปก่อน ไม่คุ้มที่จะเสี่ยง
นอกจากนี้ยังต้องคำนวณขนาดล็อตหรือ Lot Size ให้เหมาะสมกับเงินทุนด้วย ถ้าระยะตัดขาดทุนกว้าง ล็อตก็ต้องเล็กลง ถ้าระยะตัดขาดทุนแคบ ล็อตก็สามารถใหญ่ขึ้นได้ตามสัดส่วน เพื่อควบคุมมูลค่าขาดทุนให้ไม่เกินร้อยละสองถึงสามของเงินทุนทั้งหมด การวางคำสั่งแบบอัตโนมัติจะไร้ความหมายถ้าเราปล่อยให้ขาดทุนบานจนทำลายบัญชีได้
ตัวอย่างการคำนวณกำไรขาดทุนจากคำสั่ง OCO
สมมติว่าซื้อทองคำที่ราคาสองพันดอลลาร์ต่อออนซ์แล้ววางคำสั่งเป้ากำไรไว้ที่สองพันยี่สิบดอลลาร์พร้อมตั้งตัดขาดทุนที่หนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบดอลลาร์หากราคาขึ้นไปแตะเป้าหมายจะได้กำไรยี่สิบดอลลาร์ต่อออนซ์และคำสั่งขาดทุนจะถูกยกเลิกไปโดยทันทีทันใดทำให้การบริหารพอร์ตสะดวกรวดเร็ว
มาดูตัวอย่างจริงเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน สมมุติว่าบัญชีเทรดมีเงินทุนอยู่ห้าพันดอลลาร์ ทองคำราคาปัจจุบันอยู่ที่ 2350 ดอลลาร์ เราเห็นว่าราคาเกาะกลุ่มแคบและมีแนวต้านที่ 2360 กับแนวรับที่ 2340 เราจึงวางคำสั่งซื้อดักที่ 2361 ดอลลาร์ พร้อมตั้งตัดขาดทุนที่ 2351 ดอลลาร์ และตั้งเป้ากำไรที่ 2381 ดอลลาร์ ส่วนฝั่งขายดักไว้ที่ 2339 ดอลลาร์ ตั้งตัดขาดทุนที่ 2349 ดอลลาร์ และเป้ากำไรที่ 2319 ดอลลาร์
ระยะตัดขาดทุนฝั่งซื้อเท่ากับสิบดอลลาร์ คิดเป็นพอยต์หนึ่งพันพอยต์ สำหรับทองคำหนึ่งล็อตมาตรฐาน ค่าพอยต์ต่อล็อตจะอยู่ที่หนึ่งดอลลาร์ต่อพอยต์ ดังนั้นถ้าเราเปิดหนึ่งล็อต การขาดทุนจะเท่ากับหนึ่งพันดอลลาร์ซึ่งเยอะเกินไปสำหรับเงินทุนห้าพันดอลลาร์ เราจึงต้องลดขนาดล็อตลงมาเหลือศูนย์จุดสองล็อต การขาดทุนจะลดลงมาเหลือสองร้อยดอลลาร์ คิดเป็นร้อยละสี่ของเงินทุนซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้
สมมุติว่าทองคำราคาวิ่งขึ้นไปสะกิดที่ 2361 ดอลลาร์ คำสั่งซื้อจึงถูกเปิดทำงาน และคำสั่งขายฝั่งล่างจะถูกระบบยกเลิกทิ้งโดยอัตโนมัติ ราคาทองคำไต่ขึ้นไปจนถึงเป้าหมายที่ 2381 ดอลลาร์ ออเดอร์จะถูกปิดไปเอง ระยะกำไรที่ได้คือยี่สิบดอลลาร์หรือสองพันพอยต์ คูณกับศูนย์จุดสองล็อตจะได้กำไรรวมสี่ร้อยดอลลาร์ ลบด้วยสเปรดและค่าคอมมิชชันประมาณสิบดอลลาร์ กำไรสุทธิจริงๆ จะอยู่ที่ประมาณสามร้อยเก้าสิบดอลลาร์ ตัวเลขเหล่านี้คือสิ่งที่เราต้องคำนวณก่อนวางคำสั่งเสมอ
กรณีราคาวิ่งสวนทิศและโดนตัดขาดทุน
แต่ถ้าสมมุติว่าราคาทะลุขึ้นไปสะกิดที่ 2361 ดอลลาร์ แล้วเกิดเป็นเทียนหลอกกลับตัวลงมาอย่างรุนแรงจนทะลุลงมาถึงจุดตัดขาดทุนที่ 2351 ดอลลาร์ เราก็จะขาดทุนสองร้อยดอลลาร์จากออเดอร์นี้ทันที นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมการตั้งระยะตัดขาดทุนตามโครงสร้างกราฟและการคำนวณล็อตที่เหมาะสมจึงสำคัญมาก เพราะมันช่วยให้เราอยู่รอดในตลาดได้แม้จะเจอกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันก็ตาม
เปรียบเทียบการใช้ OCO กับคำสั่งเทรดแบบอื่น
คำสั่ง OCO มีความแตกต่างจากคำสั่งปกติเพราะเชื่อมโยงสองเงื่อนไขเข้าด้วยกันเพื่อยกเลิกข้างฝั่งหนึ่งโดยอัตโนมัติในขณะที่คำสั่งมาร์เก็ตหรือลิมิตแบบแยกวางจะต้องมีการกดยกเลิกด้วยตนเองทำให้ OCO เหมาะกับการบริหารความเสี่ยงที่ต้องการความแม่นยำและไม่ทิ้งช่องโหว่ให้ราคาทะลุจุดปลอดภัยโดยไม่ได้ตั้งใจเลย
เพื่อให้เห็นความแตกต่างชัดเจน เรามาเปรียบเทียบคำสั่งคู่แบบยกเลิกฝั่งเดียวกับคำสั่งเทรดประเภทอื่นที่เราคุ้นเคยกัน การเลือกใช้ประเภทคำสั่งให้ถูกต้องกับสภาพตลาดจะช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไรและลดความเสี่ยงที่ไม่จำเป็นได้มาก
| ประเภทคำสั่ง | ลักษณะการทำงาน | จุดเด่น | ข้อจำกัด |
|---|---|---|---|
| คำสั่ง OCO (One Cancels Other) | วางคำสั่งซื้อและขายพร้อมกัน เปิดออเดอร์ฝั่งใดฝั่งหนึ่งแล้วอีกฝั่งถูกยกเลิก | ดักจับทิศทางได้ทั้งขาขึ้นและขาลง ไม่ต้องเฝ้าจอ บริหารความเสี่ยงครบทุกออเดอร์ | ต้องคำนวณขนาดล็อตและระยะตัดขาดทุนให้แม่นยำ ไม่เหมาะกับตลาดไร้สภาพคล่อง |
| คำสั่ง Market Order | สั่งเปิดออเดอร์ทันทีตามราคาปัจจุบันที่เห็นบนหน้าจอ | เข้าตลาดได้เร็วที่สุด ไม่พลาดจังหวะที่ราคาวิ่งแรงๆ | อาจได้ราคาที่ไม่ดีเพราะสเปรดกว้างหรือเกิดสไลป์เทจในช่วงข่าว |
| คำสั่ง Limit Order แบบเดี่ยว | วางราคาดักฝั่งเดียว เช่น ซื้อดักเหนือแนวต้านหรือขายดักใต้แนวรับ | กำหนดราคาที่ต้องการเข้าได้แน่นอน ควบคุมต้นทุนได้ดี | ถ้าราคาไปทางตรงกันข้ามจะพลาดโอกาสทำกำไรทั้งหมด ต้องเฝ้าจอเพื่อวางคำสั่งใหม่ |
| คำสั่ง Stop Order แบบเดี่ยว | วางดักให้ระบบเปิดออเดอร์เมื่อราคาไปถึงระดับที่กำหนดเพื่อไล่ตามทิศทาง | เข้าได้ทันความเคลื่อนไหวที่รุนแรง เหมาะกับการเทรดตามเทรนด์ | เสี่ยงโดนเทียนหลอกแล้วราคาย้อนกลับ ถ้าไม่ตั้งตัดขาดทุนจะขาดทุนหนัก |
ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการวาง OCO ในทองคำ
ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการวาง OCO ในตลาดทองคำคือเมื่อมีการประกาศข้อมูลทางเศรษฐกิจสำคัญที่ส่งผลให้ราคาผันผวนรุนแรงโดยเฉพาะช่วงเปิดตลาดนิวยอร์กที่มีสภาพคล่องสูงหรือการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อซึ่งมักสร้างแรงเคลื่อนไหวทิศทางเดียวอย่างรวดเร็วการใช้คำสั่งนี้จะช่วยจับทิศทางได้โดยไม่ต้องนั่งเฝ้าหน้าจอ
การวางคำสั่งแบบนี้จะทำงานได้ดีที่สุดในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนสูงแต่ยังไม่รู้ทิศทางชัดเจน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือก่อนมีข่าวเศรษฐกิจสำคัญออกมา เช่น ดัชนีราคาผู้บริโภคหรือการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ ช่วงเวลาแบบนี้ทองคำมักจะเกาะกลุ่มรอข่าวแล้วพอข่าวออกมาก็จะวิ่งออกไปทางใดทางหนึ่งอย่างรุนแรง การวางดักสองฝั่งจึงตอบโจทย์ที่สุด
นอกจากนี้ยังเหมาะกับช่วงที่ราคาทองคำเกาะกลุ่มแคบมากๆ ในกรอบเวลาใหญ่ เช่น กรอบสี่ชั่วโมงหรือรายวัน เมื่อไหร่ที่เห็นราคาถูกบีบให้แคบลงเรื่อยๆ และเส้นค่าเฉลี่ยเริ่มซ้อนทับกันแน่น นั่นคือสัญญาณว่าตลาดกำลังสะสมพลังเพื่อรอวิ่งออกไป การวางคำสั่งคู่ไว้ที่ระดับสูงสุดและต่ำสุดของกรอบการเกาะกลุ่มจะช่วยให้เราจับได้ทันทีที่ราคาทะลุออกไป
แต่สิ่งที่ต้องระวังคือไม่ควรวางคำสั่งนี้ในช่วงที่ตลาดเงียวเหงาหรือไร้สภาพคล่อง เช่น ช่วงหลังตลาดอเมริกาปิดและก่อนตลาดออสเตรเลียเปิด เพราะราคาอาจจะวิ่งสะกิดคำสั่งเราเพียงเล็กน้อยจากแรงซื้อขายที่น้อยนิด แล้วก็กลับมาอยู่ที่เดิม ทำให้เราเสียเป้าหมายการเทรดไปอย่างน่าเสียดาย การเลือกช่วงเวลาจึงสำคัญไม่แพ้การหาจุดเข้าเลย
ข้อควรระวังเมื่อใช้คำสั่งคู่ในช่วงข่าวดัง
ข่าวดังมักจะทำให้สเปรดของทองคำขยายตัวอย่างมาก บางครั้งอาจจะกว้างถึงหนึ่งถึงสองดอลลาร์เลยทีเดียว ถ้าเราวางคำสั่งดักไว้ใกล้ราคาปัจจุบันมากเกินไป อาจจะโดนสเปรดกว้างสะกิดเปิดออเดอร์โดยที่ราคาจริงไม่ได้ไปถึงจุดนั้น วิธีป้องกันคือต้องเช็คกับโบรกเกอร์เสมอว่าในช่วงข่าวใหญ่เขามีนโยบายการเติมสเปรดอย่างไร และควรดันระดับราคาดักออกไปให้ห่างจากราคาปัจจุบันมากขึ้นกว่าปกติเพื่อสร้างพื้นที่กันชนความผันผวน
สรุปแนวทางการใช้ OCO เทรดทองคำให้รอบคอบ
การใช้คำสั่งคู่แบบยกเลิกฝั่งเดียวนี้ถือเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังมากสำหรับเทรดทองคำ แต่มันก็เหมือนดาบสองคมที่ต้องใช้ด้วยความรอบคอบ สิ่งสำคัญที่สุดคือการกำหนดโครงสร้างกราฟให้ชัดเจนว่าแนวรับแนวต้านอยู่ที่ไหน และตั้งราคาดักให้ห่างจากแนวเหล่านั้นพอสมควรเพื่อหลีกเลี่ยงการโดนเทียนหลอกหรือสเปรดที่กว้างผิดปกติ
อย่าลืมว่าการคำนวณขนาดล็อตและการตั้งจุดตัดขาดทุนต้องทำก่อนกดส่งคำสั่งเสมอ ห้ามวางคำสั่งแล้วค่อยมาคิดทีหลังว่าถ้าขาดทุนจะเสียเท่าไหร่ การเตรียมตัวให้ดีตั้งแต่ต้นจะช่วยให้เรามีวินัยในการเทรดและสามารถรับมือกับทุกสถานการณ์ได้อย่างสงบ ไม่ว่าราคาจะวิ่งไปทางไหนก็ตาม
สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น แนะนำว่าให้ทดลองวางคำสั่งนี้บนบัญชีทดลองก่อนอย่างน้อยสิบครั้ง เพื่อดูกลไกการทำงานของระบบว่าเมื่อราคาสะกิดแล้วมันยกเลิกอีกฝั่งให้จริงไหม และการตั้งเป้ากำไรกับตัดขาดทุนทำงานตรงตามที่เรากำหนดหรือไม่ เมื่อเข้าใจกลไกอย่างแท้จริงแล้วค่อยนำไปใช้กับเงินทุนจริง พร้อมปรับใช้กับคู่เงินหรือสินทรัพย์อื่นที่มีความผันผวนสูงตามแนวทางเดียวกันได้
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
ผู้เริ่มต้นมักสงสัยว่าคำสั่งนี้สามารถแก้ไขหลังวางได้หรือไม่ซึ่งคำตอบคือสามารถปรับเปลี่ยนได้ทั้งราคาและปริมาณก่อนที่ราคาจะไปแตะเป้าหมายใดเป้าหมายหนึ่งและหากต้องการปิดสถานะทั้งหมดก็สามารถยกเลิกออเดอร์ได้ด้วยตนเองทำให้ผู้ลงทุนยังคงมีอำนาจควบคุมบัญชีเทรดได้อย่างสมบูรณ์อยู่เสมอ
OCO Order คืออะไร ใช้เทรดทองคำอย่างไร
OCO ย่อมาจาก One Cancels Other คือคำสั่งคู่ที่เริ่มจากการวางคำสั่งซื้อและคำสั่งขายพร้อมกัน พร้อมกำหนดจุดตัดขาดทุนไว้ทั้งสองฝั่ง เมื่อราคาทองคำไปถูกคำสั่งฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ระบบจะเปิดออเดอร์นั้นทันที และยกเลิกอีกคำสั่งที่เหลืออยู่โดยอัตโนมัติ ทำให้เราไม่ต้องนั่งเฝ้าจอตลอดเวลา เหมาะกับช่วงที่ทองคำเกาะกลุ่มรอทิศทางและพร้อมจะวิ่งแรง
ทำไมต้องใช้ OCO เทรดทองคำ XAU
ทองคำเป็นคู่เงินที่มีความผันผวนสูงและมักจะวิ่งทะลุกรอบราคาสำคัญได้รวดเร็ว การใช้ OCO ช่วยให้เราดักจับโอกาสได้ทั้งขาขึ้นและขาลงโดยไม่พลาดจังหวะ นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมความเสี่ยงเพราะมีจุดตัดขาดทุนแนบไปกับคำสั่งเปิดออเดอร์เสมอ หากเดาทิศทางผิด ขาดทุนจะถูกจำกัดไว้ตามที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
ตั้งระยะ จุดตัดขาดทุน และ จุดทำกำไร ใน OCO ยังไงให้เหมาะสม
การตั้งจุดตัดขาดทุนควรอ้างอิงจากโครงสร้างกราฟ เช่น วางไว้ใต้หรือเหนือแนวรับแนวต้านจริงเล็กน้อย ส่วนจุดเทคกำไรควรดูจากอัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทนขั้นต่ำหนึ่งต่อสอง ถ้าระยะตัดขาดทุนห่างสิบดอลลาร์ จุดเก็บกำไรควรอยู่ที่ยี่สิบดอลลาร์ขึ้นไป การคำนวณขนาดล็อตต้องเทียบกับเงินทุนเพื่อไม่ให้ขาดทุนเกินร้อยละสองถึงสามของบัญชี
OCO เหมาะกับช่วงเวลาไหนในการเทรดทองคำ
ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือก่อนข่าวเศรษฐกิจสำคัญออกมา เช่น ดัชนีราคาผู้บริโภคหรือการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ เพราะทองคำมักจะเคลื่อนไหวรุนแรงทันทีหลังข่าว นอกจากนี้ก็เหมาะกับช่วงที่ราคาเกาะกลุ่มแคบและรอการทะลุกรอบ แต่ไม่แนะนำให้ใช้ในช่วงที่ตลาดไร้สภาพคล่องเพราะอาจเกิดสไลป์เทจทำให้ราคาเปิดออเดอร์ไม่ตรงตามที่วางไว้
มือใหม่เริ่มใช้ OCO ต้องระวังอะไรบ้าง
สิ่งแรกคือต้องเข้าใจว่าเมื่อราคาไปถูกคำสั่งฝั่งใดฝั่งหนึ่งแล้ว ออเดอร์จะถูกเปิดทันทีไม่สามารถยกเลิกได้ ดังนั้นต้องมั่นใจว่าตั้งจุดตัดขาดทุนถูกต้องและพร้อมรับความเสี่ยง อย่างที่สองคือต้องคำนึงถึงสเปรดของโบรกเกอร์เพราะทองคำมีสเปรดสูงในบางช่วงเวลา ควรทดลองวางคำสั่งบนบัญชีทดลองก่อนเพื่อดูกลไกการทำงานของระบบ และค่อยนำไปใช้จริงเมื่อเข้าใจการคำนวณขนาดล็อตและการรับมือผลขาดทุน
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย









TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文