เทรดทองคำเซสชั่นเอเชียต้องเข้าใจการไขว่สองในกรอบแคบ โดยเช็กทุนไหล SPDR และวางแผนรัดกุมเพื่อทำกำไร 2569

ช่วง Asian Session ของทองคำมักเดินเงียบและไขว่สองในกรอบแคบ หาเข้าใจพฤติกรรมราคา จุดรวมตัว และวางแผนเทรดให้รัดกุม ทำกำไรจากตลาดได้สบาย นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
ทำไมช่วง Asian Session ของทองคำถึงเดินช้าและไขว่สอง
ช่วงเซสชันเอเชียของทองคำมักเดินราคาช้าและไขว่สองเนื่องจากปริมาณธุรกรรมที่ลดลงเมื่อผู้ค้ารายใหญ่จากยุโรปและอเมริกายังไม่เข้ามาดำเนินการ ส่งผลให้ราคาเคลื่อนไหวในกรอบแคบและมักเกิดการสะสมตัวเพื่อรอทิศทางใหม่ จากข้อมูลของ Bank for International Settlements ระบุว่าตลาดเอเชียครองสัดส่วนเพียงประมาณ 31% ของปริมาณการซื้อขายทั่วโลกในช่วงเวลาดังกล่าว
หลายคนเปิดชาร์ตตอนเช้าแล้วรู้สึกว่าทองคำเดินไม่ค่อยเป็นชิ้นเป็นอัน เดินไขว่สองไปมาจนเข้าเทรดไปก็โดนตัดขาดทุนบ่อย เหตุผลหลักคือช่วงเวลานี้ธนาคารกลางของยุโรปและอเมริกายังไม่เปิดทำการ ปริมาณเงินที่ไหลเข้าตลาดจึงน้อยกว่าช่วงอื่นอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อปริมาณการซื้อขายน้อย ราคาก็มักจะถูกดันไปมาภายในกรอบราคาที่แคบ นักเทรดรายใหญ่มักจะรอเปิดตลาดลอนดอนก่อนแล้วค่อยเริ่มเคลื่อนไหวจริงจัง การที่ราคาเดินช้าไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่เป็นโอกาสให้เราได้สังเกมว่าแรงซื้อหรือแรงขายฝั่งไหนกำลังสะสมตำแหน่งอยู่ ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
สิ่งสำคัญคือต้องไม่ไปคาดหวังกำไรมหาศาลในช่วงเวลานี้ หากเข้าใจว่าตลาดกำลังรวมตัว เราก็จะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์มาเน้นการเก็บกำไรระยะสั้นในกรอบราคาแทน ซึ่งหากทำได้แม่นยำก็สามารถสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอได้ทุกวัน
วิธีหาช่วงรวมตัวของราคาก่อนตลาดเปิด

การค้นหาช่วงรวมตัวของราคาก่อนตลาดเปิดสามารถทำได้โดยการสังเกตกรอบราคาสูงสุดและต่ำสุดในช่วงเวลา 2-3 ชั่วโมงก่อนเซสชันลอนดอนจะเริ่มต้นขึ้น เทรดเดอร์จะใช้โซนราคานี้เพื่อรอการ breakout หรือการทะลุกรอบเพื่อยืนยันแนวโน้ม ซึ่งการรวมตัวของราคานี้มักบ่งบอกถึงการสะสมพลังงานก่อนเกิดความผันผวนรุนแรงในช่วงตลาดที่มีสภาพคล่องสูงขึ้น
การหาช่วงรวบตัวของราคาเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญมาก เพราะมันบอกเราว่าราคากำลังพักตัวอยู่ที่ไหน และมีแนวโน้มว่าจะวิ่งไปทิศทางใดเมื่อมีแรงเข้ามาผลักดัน การมองหาจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดของช่วงเอเชียจะช่วยให้เราเห็นกรอบราคาได้ชัดเจน
วิธีการคือให้ดูแท่งเทียนตั้งแต่เปิดตลาดโตเกียวจนถึงก่อนเปิดลอนดอน ลากเส้นแนวนอนที่ระดับสูงสุดและต่ำสุดของช่วงเวลานี้ กรอบราคานี้จะเป็นเขตที่ราคากำลังต่อสู้กันอยู่ หากราคาสามารถทะลุกรอบบนได้ก็มีโอกาสวิ่งขึ้นต่อ แต่ถ้าหลุดกรอบล่างก็อาจจะลงได้
ข้อควรระวังคืออย่ารีบสรุปว่าการทะลุกรอบในช่วงเอเชียจะเป็นการวิ่งจริงเสมอไป หลายครั้งมันเป็นแค่การทดสอบราคาเพื่อหลอกให้เราเข้าเทรด ต้องรอดูแท่งเทียนปิดและมีการยืนยันก่อนจึงค่อยตัดสินใจเข้าจริง
ใช้เส้นค่าเฉลี่ย 20 แท่งช่วยกรองทิศทาง
การใช้เส้นค่าเฉลี่ย 20 แท่งจะช่วยให้เราเห็นว่าราคากำลังเดินอยู่ในแนวโน้มใด หากเส้นค่าเฉลี่ยวางตัวนอนก็แสดงว่าตลาดยังคงรวมตัวอยู่ แต่ถ้าเส้นเริ่มเอียงขึ้นหรือเอียงลงก็อาจบอกถึงการเริ่มต้นของแนวโน้มใหม่
เมื่อราคาอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย 20 แท่ง ให้มองภาพขาขึ้นเป็นหลักและหาจุดซื้อ ในทางกลับกันถ้าราคาอยู่ต่ำกว่าเส้นนี้ ก็ให้มองภาพขาลงและหาจุดขาย การใช้เส้นค่าเฉลี่ยร่วมกับกรอบราคาจะช่วยเพิ่มความแม่นยำให้กับการเข้าเทรดได้มาก
ตั้งค่าอินดิเคเตอร์ให้พร้อมเทรดทองคำตอนเช้า
การเตรียมอินดิเคเตอร์สำหรับการเทรดทองคำในช่วงเช้าควรเน้นที่การระบุแนวโน้มและจังหวะเข้าซื้อขาย โดยทั่วไปนิยมใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20 และ 50 เพื่อดูทิศทางหลัก ร่วมกับดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์หรือ RSI เพื่อตรวจสอบสภาวะซื้อเกินหรือขายเกิน การตั้งค่าเหล่านี้ช่วยให้นักลงทุนมีข้อมูลที่ชัดเจนในการตัดสินใจวิเคราะห์ทิศทางราคาอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
การเตรียมเครื่องมือให้พร้อมก่อนเริ่มต้นเทรดเป็นสิ่งสำคัญ การเลือกใช้อินดิเคเตอร์ที่เหมาะสมจะช่วยลดความสับสนและทำให้เรามองเห็นสัญญาณเข้าเทรดได้ชัดเจนขึ้น ไม่จำเป็นต้องใช้ให้มากจนเกินไปเพียงแค่เลือกที่เข้าใจจริงและเหมาะกับสไตล์การเทรดของเราก็พอ
นอกจากเส้นค่าเฉลี่ยแล้ว การเพิ่มดัชนีความแข็งแรงราคาหรือ RSI เข้ามาช่วยก็เป็นไอเดียที่ดี โดยตั้งค่าช่วงเวลา 14 แท่งเทียน เพื่อใช้สังเกตว่าราคากำลังซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไปหรือไม่ หากค่า RSI อยู่ในระดับสูงผิดปกติก็อาจจะต้องระวังการพักตัวหรือการย้อนกลับของราคา
การตั้งค่าเหล่านี้ไม่ได้ยากเย็นอะไร แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความสม่ำเสมอในการใช้งาน อย่าเปลี่ยนไปมาบ่อยเพราะจะทำให้เราสับสนและไม่สามารถสรุปว่าระบบไหนใช้ได้ผลจริง ลองใช้งานไปสักพักแล้วปรับแต่งเล็กน้อยให้เข้ากับสายตาของเราเอง
ดูปริมาณการซื้อขายเสริมความมั่นใจ
การดูปริมาณการซื้อขายหรือ Volume จะช่วยบอกเราว่าการเคลื่อนไหวของราคานั้นมีแรงหนุนจริงหรือไม่ หากราคาทะลุกรอบและมีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นตามมาด้วย ก็แสดงว่าการวิ่งของราคามีความน่าเชื่อถือ แต่ถ้าราคาทะลุแต่ปริมาณไม่เพิ่มก็อาจจะเป็นการหลอก
ในช่วงเอเชียปริมาณการซื้อขายจะน้อยกว่าปกติอยู่แล้ว ดังนั้นเราต้องดูให้เป็นว่าการเพิ่มขึ้นของปริมาณนั้นเทียบกับช่วงเวลาใกล้เคียงกันอย่างไร หากช่วงไหนมีแท่งเทียนเด่นและปริมาณพุ่งสูงผิดปกติ นั่นคือจุดที่เราควรจดจำไว้ว่ากลุ่มผู้เล่นรายใหญ่กำลังสนใจที่ระดับราคานั้น
วิธีตั้งจุดตัดขาดทุนให้สมเหตุสมผล
การกำหนดจุดตัดขาดทุนที่สมเหตุสมผลควรอ้างอิงจากโครงสร้างของกราฟราคา เช่น การวางไว้ใต้หรือบนแนวรับแนวต้านที่สำคัญ หรือใช้ค่าเฉลี่ยของความผันผวนราคาจริงหรือ ATR เพื่อคำนวณระยะที่เหมาะสม วิธีการนี้จะช่วยป้องกันการถูกตัดออกก่อนเวลาอันควรจากเสียงรบกวนของราคาในระยะสั้น และยังเป็นการจำกัดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบในการลงทุน
การตั้งจุดตัดขาดทุนเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญที่สุดในการเทรด หลายคนเสียเงินไม่ใช่เพราะเข้าผิดทิศทาง แต่เพราะตั้งจุดตัดขาดทุนไม่ดีพอจนโดนราคาหยิกก่อนแล้ววิ่งไปทิศทางที่คาดไว้ การวางจุดตัดขาดทุนให้สมเหตุสมผลจึงเป็นศาสตร์ที่ต้องเรียนรู้
วิธีที่ดีที่สุดคือการตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่จุดที่หากราคาไปแตะแล้วแสดงว่าแนวคิดการเทรดของเราผิดพลาด ยกตัวอย่างเช่นถ้าเราซื้อเมื่อราคาทะลุกรอบบนของช่วงเอเชีย จุดตัดขาดทุนก็ควรอยู่ที่จุดสูงสุดเดิมหรือใต้แท่งเทียนที่ใช้เป็นสัญญาณเข้าเทรด การตั้งแบบนี้จะทำให้ราคามีพื้นที่หายใจพอสมควร
อย่าตั้งจุดตัดขาดทุนแค่เพราะอยากเสี่ยงน้อยจนเกินไป เพราะการตั้งจุดตัดขาดทุนใกล้ราคาเข้าเกินไปในช่วงที่ตลาดไขว่สองจะทำให้โดนตัดก่อนที่ราคาจะวิ่งจริง คำนวณขนาดล็อตให้เหมาะสมกับระยะการตัดขาดทุนแทน จะปลอดภัยกว่าการบีบจุดตัดขาดทุนให้แคบจนไม่สมเหตุสมผล
ใช้ระดับแนวรับแนวต้านเดิมเป็นหลัก
ระดับแนวรับแนวต้านที่ราคาเคยทดสอบแล้วยืนยันมาก่อนนั้นมีความน่าเชื่อถือสูง การตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ใต้แนวรับเดิมหรือเหนือแนวต้านเดิมจึงเป็นตำแหน่งที่มีเหตุผลรองรับ หากราคาสามารถทะลุผ่านระดับเหล่านั้นได้ก็แสดงว่าโครงสร้างตลาดเปลี่ยนแปลงไปแล้วจริงๆ
การใช้แนวรับแนวต้านเดิมมาตั้งเป็นจุดตัดขาดทุนยังช่วยให้เราไม่ต้องคอยกังวลกับการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ของราคาในช่วงเอเชียอีกด้วย เราสามารถปล่อยให้ราคาเดินไปตามแผนได้สบายใจกว่าเดิมมาก
ตัวอย่างการคำนวณกำไรและขนาดล็อตจริง

การคำนวณกำไรและขนาดล็อตจริงเริ่มต้นจากการกำหนดความเสี่ยงต่อไม้เทรด เช่น 1% ของเงินทุน 1,000 ดอลลาร์ เท่ากับ 10 ดอลลาร์ หากตั้งจุดตัดขาดทุนที่ระยะ 50 จุด ขนาดล็อตที่เหมาะสมจะอยู่ที่ 0.02 ล็อต ซึ่งเมื่อราคาเคลื่อนไหวตามทิศทางที่คาดการณ์ไว้ 50 จุด จะได้รับกำไรตามสัดส่วน การคำนวณเช่นนี้เป็นหลักการพื้นฐานที่ช่วยควบคุมการบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวด
มาดูตัวอย่างจริงเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น สมมติว่าบัญชีเทรดมีเงินทุน 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ เราต้องการเทรดทองคำในช่วงเอเชียและพบว่าราคากำลังรวมตัวอยู่ระหว่าง 2,560 ดอลลาร์ต่อนซ์จนถึง 2,568 ดอลลาร์ต่อนซ์ ราคาทะลุกรอบบนที่ 2,568 ดอลลาร์เราจึงตัดสินใจซื้อ
เราตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 2,565 ดอลลาร์ต่อนซ์ซึ่งอยู่ใต้กรอบรวมตัวเดิม ระยะการตัดขาดทุนเท่ากับ 3 ดอลลาร์ต่อนซ์ หรือ 300 จุด กฎของเราคือเสี่ยงเงินไม่เกินร้อยละสองของเงินทุนต่อการเทรดหนึ่งครั้ง ซึ่งก็คือ 20 ดอลลาร์สหรัฐ
การคำนวณขนาดล็อตทำได้โดยหารเงินทุนที่ยอมเสี่ยงด้วยระยะการตัดขาดทุนเป็นดอลลาร์ ทองคำ 1 ล็อตมีค่า 100 ออนซ์ ดังนั้น 1 ดอลลาร์ต่อนซ์เท่ากับ 100 ดอลลาร์ต่อล็อต ระยะตัดขาดทุน 3 ดอลลาร์จึงเท่ากับ 300 ดอลลาร์ต่อล็อต หาร 20 ดอลลาร์ที่ยอมเสี่ยงด้วย 300 ดอลลาร์จะได้ขนาดล็อตที่ 0.06 ล็อต สำหรับเป้าหมายกำไรเราตั้งไว้ที่ 2,576 ดอลลาร์ต่อนซ์ซึ่งเป็นระยะ 8 ดอลลาร์หรือ 800 จุด เมื่อคูณด้วยขนาดล็อต 0.06 ล็อตจะได้กำไรที่ 48 ดอลลาร์สหรัฐ ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าการคุมความเสี่ยงและการวางเป้าหมายที่เหมาะสมสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้
ปรับแผนเมื่อราคาเดินไม่ตรงคาด
บางครั้งราคาอาจจะไม่วิ่งไปถึงเป้าหมายที่เราตั้งไว้ แต่ก็ไม่ได้ไปโดนจุดตัดขาดทุนเช่นกัน ในกรณีนี้เราต้องมีแผนรองรับ อาจจะย้ายจุดตัดขาดทุนมาที่จุดเข้าเทรดเพื่อป้องกันการขาดทุนหรือปิดสถานะเมื่อราคาเริ่มชะงัก การมีแผนรองรับเสมอจะช่วยให้เราไม่ตื่นตระหนกเมื่อสถานการณ์ไม่เป็นไปตามคาด
เปรียบเทียบกลยุทธ์เทรดทองคำช่วงเอเชีย
กลยุทธ์การเทรดทองคำในช่วงเซสชันเอเชียมีทั้งวิธีการเล่นกรอบราคาหรือ Range Trading ที่เน้นซื้อต่ำขายสูงในขอบเขตที่กำหนด และวิธีการเล่นทะลุกรอบหรือ Breakout Trading ที่รอจังหวะราคาทะลุแนวรับต้านเพื่อเข้าตามแนวโน้ม การเปรียบเทียบสองกลยุทธ์นี้ขึ้นอยู่กับสภาพตลาด หากราคาไขว่สองควรใช้วิธีแรก แต่หากมีพลังงานมากพอก็เหมาะกับวิธีหลังเพื่อเพิ่มโอกาสทำกำไร
การเลือกใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมกับสภาพตลาดในขณะนั้นจะช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไรได้มาก แต่ละกลยุทธ์มีจุดเด่นและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งจะทำใ้เราเลือกใช้ได้ถูกต้องตามสถานการณ์
| ประเภทกลยุทธ์ | สภาพตลาดที่เหมาะสม | จุดเข้าเทรดหลัก | ความเสี่ยง |
|---|---|---|---|
| เทรดตามแนวโน้มหลัก | ราคาเดินเป็นแนวชัดเจน | รอราคาปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย | ความเสี่ยงปานกลาง |
| เทรดในกรอบราคา | ราคาไขว่สองในกรอบแคบ | ซื้อที่แนวรับขายที่แนวต้าน | ความเสี่ยงต่ำกว่า |
| เทรดเมื่อทะลุกรอบ | ราคารวมตัวจนกรอบแคบมาก | เข้าเมื่อแท่งเทียนปิดทะลุกรอบ | ความเสี่ยงสูงกว่า |
| เทรดย้อนทิศทาง | ราคาทดสอบระดับสูงสุดใหม่ไม่สำเร็จ | รอแท่งเทียนย้อนกลับชัดเจน | ความเสี่ยงสูงที่สุด |
จากตารางจะเห็นว่ากลยุทธ์การเทรดในกรอบราคาเหมาะกับช่วงเอเชียมากที่สุด เพราะสภาพตลาดส่วนใหญ่ในช่วงเวลานี้มักจะเป็นการรวมตัวและไขว่สอง การซื้อต่ำขายสูงในกรอบจะปลอดภัยกว่าการไล่ตามราคา แต่หากวันไหนราคาเริ่มมีแนวโน้มชัดเจนก็สามารถเปลี่ยนไปใช้กลยุทธ์การเทรดตามแนวโน้มได้
สรุปแนวทางเทรดทองคำช่วงเอเชียให้ปลอดภัย
การเทรดทองคำในช่วงเอเชียไม่ใช่เรื่องยากเกินความพยายาม แต่ต้องใช้ความอดทนและความเข้าใจในพฤติกรรมของตลาด หัวใจสำคัญคือการยอมรับว่าราคาจะเดินช้าและไม่ค่อยมีแรงซื้อขายมากนัก การปรับความคาดหวังและใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมจะช่วยให้เราทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ
อย่าลืมว่าการรักษาเงินทุนสำคัญกว่าการทำกำไร การตั้งจุดตัดขาดทุนที่สมเหตุสมผลและการคำนวณขนาดล็อตที่เหมาะสมจะช่วยให้เราอยู่ในตลาดได้นาน หากวันไหนไม่มีสัญญาณเข้าเทรดที่ชัดเจนก็ไม่ต้องฝืนเทรด การรอคอยโอกาสที่ดีก็เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในการเทรด
สุดท้ายนี้ให้ฝึกฝนทักษะการสังเกมและการอ่านชาร์ตอยู่เสมอ ยิ่งเราเข้าใจพฤติกรรมของราคามากเท่าไร เราก็ยิ่งสามารถตัดสินใจได้แม่นยำมากขึ้นเท่านั้น การเทรดทองคำในช่วงเอเชียสามารถเป็นแหล่งทำกำไรที่ดีได้หากเรามีวินัยและทำตามแผนอย่างเคร่งครัด
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรดทองคำมักเกี่ยวข้องกับช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเข้าตลาด การจัดการความเสี่ยง และปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อราคา เช่น อัตราดอกเบี้ยหรือค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ นักลงทุนมักสงสัยว่าควรใช้เวลาใดในการวิเคราะห์กราฟ และควรตั้งเป้าหมายกำไรอย่างไรในแต่ละวัน การทำความเข้าใจประเด็นเหล่านี้จะช่วยให้ผู้เทรดสามารถวางแผนการลงทุนได้อย่างมั่นใจและเป็นระบบมากขึ้น
ทำไมทองคำช่วง Asian Session ถึงเดินช้าและไขว่สอง?
ช่วง Asian Session ของทองคำมักเดินเงียบเพราะธนาคารกลางของยุโรปและอเมริกายังไม่เปิดทำการ ปริมาณเงินที่ไหลเข้าตลาดจึงน้อยกว่าช่วงอื่นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อปริมาณการซื้อขายน้อย ราคาก็มักจะถูกดันไปมาภายในกรอบราคาที่แคบ นักเทรดรายใหญ่มักจะรอเปิดตลาดลอนดอนก่อนแล้วค่อยเริ่มเคลื่อนไหวจริงจัง การที่ราคาเดินช้าไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่เป็นโอกาสให้เราได้สังเกมว่าแรงซื้อหรือแรงขายฝั่งไหนกำลังสะสมตำแหน่งอยู่
จะหากรอบราคาทองคำก่อนตลาดลอนดอนเปิดได้อย่างไร?
ให้ดูแท่งเทียนตั้งแต่เปิดตลาดโตเกียวจนถึงก่อนเปิดลอนดอน ลากเส้นแนวนอนที่ระดับสูงสุดและต่ำสุดของช่วงเวลานี้ กรอบราคานี้จะเป็นเขตที่ราคากำลังต่อสู้กันอยู่ หากราคาสามารถทะลุกรอบบนได้ก็มีโอกาสวิ่งขึ้นต่อ แต่ถ้าหลุดกรอบล่างก็อาจจะลงได้ ข้อควรระวังคืออย่ารีบสรุปว่าการทะลุกรอบในช่วงเอเชียจะเป็นการวิ่งจริงเสมอไป ต้องรอดูแท่งเทียนปิดและมีการยืนยันก่อนจึงค่อยตัดสินใจเข้าจริง
ควรตั้งค่าอินดิเคเตอร์อะไรบ้างสำหรับเทรดทองตอนเช้า?
นอกจากเส้นค่าเฉลี่ย 20 แท่งเพื่อดูทิศทางแล้ว การเพิ่มดัชนีความแข็งแรงราคาหรือ RSI เข้ามาช่วยก็เป็นไอเดียที่ดี โดยตั้งค่าช่วงเวลา 14 แท่งเทียนเพื่อสังเกตว่าราคากำลังซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไปหรือไม่ หากค่า RSI อยู่ในระดับสูงผิดปกติก็อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าราคาอาจปรับตัวลงได้ ไม่จำเป็นต้องใช้อินดิเคเตอร์ให้มากจนเกินไป เพียงแค่เลือกที่เข้าใจจริงและเหมาะกับสไตล์การเทรดของเราก็พอ
วิธีคำนวณขนาดล็อตและกำไรจากการเทรดทองคำทำอย่างไร?
สมมติว่าเราเข้าซื้อทองคำที่ราคา 2569 ดอลลาร์ โดยใช้ขนาดล็อต 0.10 หากราคาวิ่งขึ้นไปที่ 2572 ดอลลาร์ จะได้กำไร 3 ดอลลาร์ต่อนซ์ การคำนวณกำไรคือนำจำนวนดอลลาร์ที่เปลี่ยนแปลงคูณกับขนาดล็อตแล้วคูณ 100 ดังนั้น 3 คูณ 0.10 คูณ 100 จะได้กำไรเท่ากับ 30 ดอลลาร์ การทำแบบนี้ทุกวันจะช่วยให้เราสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอและควบคุมความเสี่ยงได้
กลยุทธ์การเทรดทองคำช่วงเอเชียที่เหมาะสมคืออะไร?
กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือการเน้นเก็บกำไรระยะสั้นในกรอบราคาแทนที่จะคาดหวังกำไรมหาศาล เมื่อราคาทะลุกรอบบนให้เข้าซื้อโดยตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ใต้กรอบล่างเล็กน้อย และตั้งเป้าหมายกำไรที่ระยะ 1 ถึง 2 เท่าของความสูงกรอบราคา หากทำได้แม่นยำก็สามารถสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอได้ทุกวัน สิ่งสำคัญคือต้องไม่ไปคาดหวังกำไรมหาศาลในช่วงเวลานี้เพราะตลาดกำลังรวมตัว
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย







