เทรดทองคำ XAU ช่วง London Session บ่าย 3 โมงเป็นโอกาสทำกำไรที่สภาพคล่องสูง บทความนี้สอนวิธีเทรดแบบเจาะลึกตั้งแต่ต้นจนจบ เช็กทุนไหล

การเทรดทองคำ XAU ในช่วง London Session คือโอกาสทองของนักเทรดไทย เพราะเป็นช่วงที่สภาพคล่องสูงสุดและราคามีการเคลื่อนไหวชัดเจน บทความนี้จะสอนวิธีทำกำไรแบบเจาะลึกตั้งแต่ต้นจนจบ นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
ช่วงเวลา London Session มีผลต่อราคาทองคำอย่างไร
ช่วงเวลา London Session เป็นจังหวะที่ตลาดมีสภาพคล่องสูงสุดเนื่องจากการเข้ามาทำธุรกรรมของสถาบันการเงินระดับโลก ส่งผลให้ราคาทองคำมีความผันผวนรุนแรงและเกิดแนวโน้มที่ชัดเจน โดยเฉพาะช่วงเปิดตลาดซึ่งมักจะเกิดการทะลุผ่านระดับราคาสำคัญ อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนต้องระมัดระวังความเสี่ยงจากการแกว่งตัวที่รวดเร็วในช่วงเวลาดังกล่าวเสมอ
London Session เป็นช่วงเวลาที่ตลาดการเงินในยุโรปเปิดทำการ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อราคาทองคำเพราะสถาบันการเงินใหญ่เริ่มส่งคำสั่งซื้อขายเข้าสู่ระบบ ทำให้ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างมากและส่งผลให้ราคามีความผันผวนที่ชัดเจนกว่าช่วงอื่น
สำหรับนักเทรดในประเทศไทย London Session จะเริ่มต้นขึ้นในช่วงบ่ายสามโมงตรงตามเวลาประเทศไทย ซึ่งเป็นจังหวะที่หลายคนเลิกงานพอดี การที่ราคาทองคำเริ่มขยับตัวเป็นเทรนด์ในช่วงนี้ทำให้นักเทรดสามารถวิเคราะห์ทิศทางได้ง่ายขึ้น เพราะแรงซื้อหรือแรงขายจะเข้ามาผลักดันราคาอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้กระจายตัวแบบช่วงเปิดตลาดเอเชียที่ราคามักจะเดินไปเดินมาในกรอบแคบ ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
สิ่งที่ทำให้ London Session พิเศษสำหรับการเทรดทองคำคือการที่ลอนดอนเป็นศูนย์กลางการซื้อขายทองคำกายภาพและสัญญาซื้อขายล่วงหน้ารายใหญ่ของโลก เมื่อธนาคารกลางและกองทุนป้องกันความเสี่ยงเริ่มทำการซื้อขาย พวกเขาจะส่งคำสั่งมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์เข้าสู่ตลาด คำสั่งเหล่านี้สร้างแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้ราคาทองคำเคลื่อนที่ในทิศทางเดียวอย่างต่อเนื่อง นักเทรดที่เข้าใจพฤติกรรมนี้สามารถใช้ประโยชน์จากการไล่ตามแนวโน้มและทำกำไรได้
วิธีอ่านทิศทางราคาทองคำก่อนเปิดตลาดลอนดอน

การวิเคราะห์ทิศทางราคาทองคำก่อนเปิดตลาดลอนดอนต้องอาศัยการสังเกตพฤติกรรมราคาในช่วง Asian Session เพื่อหาแนวรับแนวต้านชั่วคราว บริษัท London Bullion Market Association รายงานว่าปริมาณการซื้อขายทองคำเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ประมาณ 1,000 ตัน ดังนั้นนักเทรดจึงต้องดูสภาพตลาดล่วงหน้าเพื่อเตรียมวางแผนรับมือกับพฤติกรรมราคาที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงต่อไป
ก่อนที่ตลาดลอนดอนจะเปิด นักเทรดควรเตรียมตัวโดยการสังเกตราคาที่เกิดขึ้นในช่วงเอเชีย เพื่อหากรอบราคาและจุดสำคัญที่จะใช้เป็นแนวรับแนวต้านเมื่อลอนดอนเปิดทำการ การเตรียมตัวนี้จะช่วยให้เราไม่ตื่นเต้นและตัดสินใจผิดพลาด
ขั้นตอนแรกที่ผมแนะนำคือการดูว่าราคาทองคำในช่วงเอเชียเดินไปในทิศทางไหน ถ้าราคาอยู่ในกรอบแคบไม่ขยับมาก ให้จดจำระดับสูงสุดและต่ำสุดของกรอบไว้ เพราะเมื่อลอนดอนเปิดราคามักจะพยายามทะลุกรอบนี้เพื่อสร้างทิศทางใหม่ แต่ถ้าราคาในช่วงเอเชียเดินเป็นขาขึ้นหรือขาลงอย่างชัดเจน ให้ดูว่าลอนดอนจะไปต่อหรือย้อนกลับ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วลอนดอนมักจะสร้างราคาใหม่ในช่วงแรกก่อนจะเดินตามทิศทางเดิม
อีกเทคนิคหนึ่งที่สำคัญคือการดูราคาปิดของวันก่อนหน้า ถ้าราคาปิดของวันก่อนอยู่ใกล้ระดับสูงสุดของวัน แสดงว่าฝั่งผู้ซื้อยังควบคุมตลาดอยู่ และเมื่อลอนดอนเปิดอาจจะมีการผลักดันราคาขึ้นไปทดสอบระดับสูงสุดเดิมอีกครั้ง ในทางกลับกันถ้าราคาปิดอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดของวัน ฝั่งผู้ขายกำลังเข้มแข็งและเราควรเตรียมตัวหาจุดเข้าขายเมื่อลอนดอนเปิด การเตรียมการล่วงหน้าแบบนี้จะทำให้เรามีแผนการเทรดที่ชัดเจนและไม่ทำอะไรตามอารมณ์
การใช้เส้นค่าเฉลี่ยราคาช่วยตัดสินใจ
เส้นค่าเฉลี่ยราคาเป็นเครื่องมือที่นักเทรดทองคำนิยมใช้เพราะช่วยบอกทิศทางตลาดได้ชัดเจน การใช้เส้นค่าเฉลี่ย 20 แท่งและ 50 แท่งบนกรอบเวลา 15 นาทีจะช่วยให้เราเห็นว่าราคากำลังเดินในขาขึ้นหรือขาลง ถ้าราคาอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยทั้งสองเส้นแสดงว่าเป็นขาขึ้น แต่ถ้าอยู่ใต้เส้นทั้งสองเส้นก็เป็นขาลง การรอให้ราคาเคลื่อนที่ไปอยู่เหนือหรือใต้เส้นค่าเฉลี่ยก่อนแล้วค่อยเข้าเทรดจะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก
การสังเกตแท่งเทียนปิดช่วงเปิดตลาด
แท่งเทียนช่วงเปิดตลาดลอนดอนมักจะมีความสำคัญมากเพราะเป็นสัญญาณบอกว่าฝั่งไหนกำลังคุมเกมอยู่ ถ้าแท่งเทียนแรกของลอนดอนปิดเป็นแท่งเขียวยาวแสดงว่ามีแรงซื้อเข้ามาแรง แต่ถ้าปิดเป็นแท่งแดงยาวก็แปลว่าแรงขายกำลังคุมตลาด การรอให้แท่งเทียนปิดก่อนแล้วค่อยตัดสินใจเข้าเทรดจะปลอดภัยกว่าการเข้าทันทีเพราะบางครั้งราคาอาจจะสั่นแรงในช่วงแรกก่อนจะเดินไปทิศทางจริง
วิธีตั้งจุดตัดขาดทุนให้สมเหตุสมผล
การตั้งจุดตัดขาดทุนที่สมเหตุสมผลต้องอ้างอิงจากโครงสร้างของกราฟราคา เช่น การวางไว้ใต้แนวรับที่แท้จริงหรือใช้ค่าเฉลี่ยการเคลื่อนไหวของราคา เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกสูบหลอก สถิติจากบริษัท China Gold Association ชี้ให้เห็นว่าความต้องการทองคำในปี 2023 อยู่ที่ 1,089 ตัน ดังนั้นการวิเคราะห์สภาพคล่องจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้กำหนดขอบเขตความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำและปกป้องพอร์ตการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
การตั้งจุดตัดขาดทุนหรือ จุดตัดขาดทุน เป็นสิ่งที่นักเทรดทองคำทุกคนต้องทำให้เป็นนิสัย เพราะช่วงลอนดอนราคาอาจจะแกว่งตัวรุนแรงและถ้าไม่มีจุดตัดขาดทุนอาจจะขาดทุนมากเกินไป การตั้งจุดตัดขาดทุนที่ดีต้องอยู่ในตำแหน่งที่หากราคาไปถึงแล้วแสดงว่าทิศทางที่เราคิดไว้ผิดจริงๆ
วิธีที่ผมใช้และแนะนำคือการตั้งจุดตัดขาดทุนไว้หลังแนวรับหรือแนวต้านที่สำคัญ ยกตัวอย่างเช่นถ้าเราเข้าซื้อทองคำเพราะราคาทะลุแนวต้านที่ระดับ 2350 ดอลลาร์ เราก็ตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 2345 ดอลลาร์ซึ่งอยู่ใต้แนวต้านเดิมที่กลายเป็นแนวรับใหม่ ระยะห่าง 5 ดอลลาร์นี้เป็นระยะที่เหมาะสมเพราะไม่ใกล้จนโดนสั่นออกง่ายและไม่ไกลจนขาดทุนมาก สำหรับการเข้าขายก็ทำเช่นเดียวกันคือตั้งจุดตัดขาดทุนไว้เหนือแนวรับที่ทะลุขึ้นไป
นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงขนาดล็อตที่เทรดด้วย เพราะถ้าตั้งจุดตัดขาดทุนไกลเกินไปแต่ใช้ล็อตใหญ่ อาจจะขาดทุนเป็นเงินมากเกินที่จะรับได้ ผมแนะนำว่าในการเทรดทองคำช่วงลอนดอนควรเสี่ยงไม่เกินร้อยละสองของเงินทุนต่อครั้ง ถ้ามีเงินทุนหนึ่งพันดอลลาร์ก็ควรเสี่ยงไม่เกินยี่สิบดอลลาร์ต่อการเทรดหนึ่งครั้ง การคำนวณแบบนี้จะช่วยให้เราอยู่ในตลาดได้นานและไม่หมดเงินจากการเทรดที่ผิดพลาดไม่กี่ครั้ง
ตัวอย่างการคำนวณกำไรและขนาดล็อตจริง
การคำนวณกำไรและขนาดล็อตเริ่มต้นจากการกำหนดความเสี่ยงที่ยอมรับได้ต่อไม้เทรด สมมติว่ารับความเสี่ยง 100 ดอลลาร์ หากตั้งเป้าหมายกำไรร้อยละ 200 ของความเสี่ยง จะได้รับ 200 ดอลลาร์ สมาคมทองคำโลกระบุว่าราคาทองคำเฉลี่ยในปี 2023 อยู่ที่ 1,940 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนจึงต้องคำนวณมูลค่าต่อพอยต์ของสัญญาเพื่อปรับขนาดล็อตให้สอดคล้องกับงบประมาณที่วางไว้อย่างเคร่งครัด
มาดูตัวอย่างจริงกันครับ สมมติว่าเราเห็นราคาทองคำทะลุแนวต้านที่ระดับ 2350 ดอลลาร์ในช่วงลอนดอนเปิด เราตัดสินใจเข้าซื้อที่ราคา 2352 ดอลลาร์และตั้งเป้าหมายทำกำไรไว้ที่ 2365 ดอลลาร์ ส่วนจุดตัดขาดทุนตั้งไว้ที่ 2345 ดอลลาร์ ระยะตัดขาดทุนคือ 7 ดอลลาร์และระยะทำกำไรคือ 13 ดอลลาร์ ซึ่งให้อัตราส่วนกำไรต่อขาดทุนประมาณ 1 ต่อ 2 ซึ่งถือว่าดีมาก
ถ้าเรามีเงินทุนห้าพันดอลลาร์และต้องการเสี่ยงไม่เกินร้อยละสองคือหนึ่งร้อยดอลลาร์ต่อการเทรดนี้ เราก็ต้องคำนวณขนาดล็อตให้พอดี ในการเทรดทองคำ 1 ล็อตมาตรฐาน ราคาทองคำเคลื่อนที่ 1 ดอลลาร์จะเท่ากับกำไรหรือขาดทุน 100 ดอลลาร์ ดังนั้นถ้าระยะตัดขาดทุนคือ 7 ดอลลาร์ การใช้ 1 ล็อตมาตรฐานจะขาดทุน 700 ดอลลาร์ซึ่งมากเกินไป เราจึงต้องใช้ล็อตที่เล็กลงมาคือ 0.14 ล็อต เพราะ 7 ดอลลาร์คูณ 100 ดอลลาร์คูณ 0.14 เท่ากับ 98 ดอลลาร์ซึ่งใกล้เคียงกับเป้าหมายการเสี่ยงที่หนึ่งร้อยดอลลาร์ ถ้าราคาไปถึงเป้าหมายที่ 2365 ดอลลาร์ เราจะได้กำไร 13 ดอลลาร์คูณ 100 ดอลลาร์คูณ 0.14 เท่ากับ 182 ดอลลาร์ นี่คือวิธีคำนวณที่นักเทรดทุกคนต้องเข้าใจก่อนเข้าเทรด
ลองดูอีกตัวอย่างหนึ่งในกรณีเข้าขาย สมมติราคาทองคำไม่สามารถทะลุแนวต้านที่ 2380 ดอลลาร์ได้และเกิดแท่งเทียนกลับตัวลง เราตัดสินใจเข้าขายที่ 2378 ดอลลาร์ ตั้งจุดตัดขาดทุนที่ 2385 ดอลลาร์ และตั้งเป้าหมายทำกำไรที่ 2363 ดอลลาร์ ระยะตัดขาดทุนคือ 7 ดอลลาร์และระยะทำกำไรคือ 15 ดอลลาร์ ถ้าใช้เงินทุนสามพันดอลลาร์และเสี่ยงร้อยละสองคือหกสิบดอลลาร์ เราจะใช้ขนาดล็อต 0.09 เพราะ 7 ดอลลาร์คูณ 100 ดอลลาร์คูณ 0.09 เท่ากับ 63 ดอลลาร์ ถ้าราคาลงไปถึงเป้าหมายเราจะได้กำไร 15 ดอลลาร์คูณ 100 ดอลลาร์คูณ 0.09 เท่ากับ 135 ดอลลาร์ การคำนวณแบบนี้ทุกครั้งจะช่วยให้เราควบคุมความเสี่ยงได้และทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ
การเปรียบเทียบช่วงเวลาเทรดทองคำในตลาดลอนดอน

การเปรียบเทียบช่วงเวลาเทรดในตลาดลอนดอนพบว่า ช่วงเปิดตลาดในตอนเช้าจะมีความผันผวนและปริมาณธุรกรรมสูงกว่าช่วงบ่ายอย่างเห็นได้ชัด ทำให้โอกาสเกิดแนวโน้มใหญ่เกิดขึ้นในช่วงเช้ามากกว่า ข้อมูลจากธนาคารโลกระบุว่าราคาทองคำทะลุสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2,135 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ดังนั้นการเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อโอกาสในการทำกำไรและการบริหารความเสี่ยงของนักลงทุน
การเทรดทองคำในช่วงเวลาต่างๆ ของ London Session จะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน การเข้าใจลักษณะของแต่ละช่วงจะช่วยให้นักเทรดเลือกเวลาที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของตัวเอง ตารางด้านล่างแสดงการเปรียบเทียบระหว่างช่วงเวลาสำคัญในการเทรดทองคำ
| ช่วงเวลาเทรด | ระดับความผันผวน | ความเสี่ยง | โอกาสทำกำไร |
|---|---|---|---|
| เปิดตลาดลอนดอน 15.00-16.00 น. | สูงมาก | สูง | มาก แต่ต้องระวังการสั่น |
| กลางลอนดอน 16.00-19.00 น. | ปานกลาง | ปานกลาง | ดีที่สุด เทรนด์ชัดเจน |
| ปิดลอนดอน 19.00-21.00 น. | ลดลง | ต่ำ | น้อย ราคาเริ่มซบเซา |
| ทับซ้อนนิวยอร์ก 20.00-22.00 น. | สูงอีกครั้ง | สูง | มาก มีข่าวสำคัญ |
กลยุทธ์เทรดทองคำช่วงลอนดอนที่ใช้ได้จริง
กลยุทธ์การเทรดทองคำที่ใช้ได้จริงในช่วงลอนดอนคือการรอราคาทะลุผ่านจุดสูงสุดหรือต่ำสุดของช่วง Asian Session เพื่อเข้าสู่ตลาดตามแนวโน้มที่เกิดขึ้น โดยใช้แท่งเทียนยืนยันเพื่อลดความเสี่ยงในการเข้าสู่ตลาดผิดจังหวะ บริษัท World Gold Council รายงานว่าความต้องการทองคำทั่วโลกในปี 2023 อยู่ที่ 4,899 ตัน นักเทรดจึงต้องผสานกลยุทธ์นี้เข้ากับการบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวดเพื่อรักษาเสถียรภาพการลงทุนในระยะยาว
กลยุทธ์ที่ผมจะแนะนำเป็นกลยุทธ์ที่นักเทรดหลายคนใช้และได้ผลจริง มันไม่ซับซ้อนแต่ต้องการวินัยในการรอจังหวะที่เหมาะสม หัวใจสำคัญคือการรอให้ราคาเกิดการทะลุกรอบในช่วงเปิดตลาดลอนดอนแล้วจึงเข้าตามทิศทางนั้น
กลยุทธ์แรกคือการเทรดตามทิศทางการทะลุกรอบราคา ขั้นตอนคือการวาดกรอบราคาสูงสุดและต่ำสุดของช่วงเอเชียไว้ก่อน จากนั้นเมื่อลอนดอนเปิดให้รอดูว่าราคาจะทะลุกรอบด้านบนหรือด้านล่างก่อน ถ้าราคาทะลุกรอบด้านบนและแท่งเทียนปิดเหนือกรอบ ให้เข้าซื้อโดยตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ใต้กรอบเอเชีย แต่ถ้าราคาทะลุกรอบด้านล่างและแท่งเทียนปิดใต้กรอบ ให้เข้าขายโดยตั้งจุดตัดขาดทุนไว้เหนือกรอบเอเชีย เป้าหมายทำกำไรคือระยะเท่ากับความสูงของกรอบเอเชีย กลยุทธ์นี้ใช้ได้ผลดีเพราะการทะลุกรอบในช่วงลอนดอนมักจะนำไปสู่การเคลื่อนที่ของราคาที่ยาวนาน
กลยุทธ์ที่สองคือการเทรดตามเทรนด์หลังจากการทะลุกรอบแล้วราคากลับมาทดสอบระดับเดิม บางครั้งหลังจากราคาทะลุกรอบขึ้นไปแล้วมันจะกลับลงมาทดสอบระดับที่ทะลุนั้นอีกครั้งก่อนจะเดินต่อไป จังหวะนี้เป็นจังหวะที่ดีในการเข้าเทรดเพราะเราสามารถตั้งจุดตัดขาดทุนได้ใกล้และอัตราส่วนกำไรต่อขาดทุนจะดีมาก ยกตัวอย่างเช่นถ้าราคาทะลุ 2350 ดอลลาร์ขึ้นไปแล้วกลับมาทดสอบที่ 2352 ดอลลาร์ เราก็เข้าซื้อที่ 2352 ดอลลาร์ตั้งจุดตัดขาดทุนที่ 2348 ดอลลาร์ซึ่งใกล้มาก แต่ถ้าราคาเดินขึ้นไปตามเทรนด์เราจะได้กำไรเต็มๆ นี่คือกลยุทธ์ที่นักเทรดมืออาชีพใช้กันเป็นประจำ
การใช้ RSI ยืนยันจุดเข้าเทรด
RSI เป็นอินดิเคเตอร์ที่ช่วยบอกว่าราคาซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไป ในการเทรดทองคำช่วงลอนดอน เราสามารถใช้ RSI ยืนยันจุดเข้าได้ ถ้าราคาทะลุกรอบขึ้นไปและ RSI อยู่เหนือระดับ 50 แสดงว่าแรงซื้อยังแข็งแรงและเราสามารถเข้าซื้อได้ แต่ถ้า RSI อยู่ใกล้ระดับ 70 อาจจะรอให้ราคาปรับลงก่อนแล้วค่อยเข้าซื้อ เพื่อไม่ให้เข้าซื้อตอนที่ราคาสูงเกินไป ในทางกลับกันถ้าเข้าขายและ RSI อยู่ใต้ระดับ 50 ก็แสดงว่าแรงขายยังคุมตลาดอยู่ การใช้ RSI ร่วมกับการดูกรอบราคาจะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการเข้าเทรดได้มาก
การจัดการความเสี่ยงเมื่อราคาวิ่งไม่เป็นทิศทาง
บางครั้งเมื่อลอนดอนเปิดราคาอาจจะไม่ไปตามที่เราคาดไว้ มันอาจจะสั่นไปมาและไม่เกิดการทะลุกรอบที่ชัดเจน ในกรณีนี้สิ่งที่ต้องทำคืออย่าเพิ่งเข้าเทรด ให้รอจนกว่าจะเห็นทิศทางที่ชัดเจนก่อน ถ้าเราเข้าเทรดไปแล้วและราคาเริ่มเคลื่อนที่ไปไม่เป็นทิศทาง ให้พิจารณาปิดสถานะเพื่อรักษาเงินทุนไว้ การไม่ขาดทุนก็เท่ากับการทำกำไรในระยะยาว นักเทรดที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่คนที่เทรดถูกทุกครั้ง แต่เป็นคนที่รู้จักการจัดการความเสี่ยงเมื่อสถานการณ์ไม่เป็นไปตามคาด
ข้อผิดพลาดที่นักเทรดทองคำมือใหม่มักทำในช่วงลอนดอน
นักเทรดมือใหม่มักจะทำผิดพลาดในการเทรดทองคำช่วงลอนดอนเพราะความตื่นเต้นที่ราคาเคลื่อนที่เร็ว ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการเข้าเทรดทันทีเมื่อลอนดอนเปิดโดยไม่รอให้แท่งเทียนปิดก่อน ทำให้บางครั้งโดนสั่นออกเพราะราคาในช่วงแรกมักจะสั่นแรงก่อนจะเดินไปทิศทางจริง อีกข้อผิดพลาดคือการใช้ล็อตที่ใหญ่เกินไปเพราะอยากได้กำไรเร็ว ซึ่งเมื่อราคาสั่นตรงจุดตัดขาดทุนก็จะขาดทุนมากทั้งที่ทิศทางที่คิดไว้ถูกต้อง
ข้อผิดพลาดอีกอย่างคือการไม่มีแผนการเทรดที่ชัดเจน บางคนเข้าเทรดโดยไม่ตั้งเป้าหมายทำกำไรและจุดตัดขาดทุนไว้ล่วงหน้า พอราคาเคลื่อนที่ไปก็ไม่รู้จะปิดสถานะเมื่อไร บางครั้งกำไรที่จะได้ก็หายไปเพราะไม่ปิดทันเวลา หรือขาดทุนที่จะน้อยก็กลายเป็นขาดทุนมากเพราะไม่ยอมตัดสินใจ การมีแผนการเทรดที่ชัดเจนและทำตามแผนอย่างเคร่งครัดคือสิ่งที่จะแยกนักเทรดที่สำเร็จกับคนที่ล้มเหลวออกจากกัน
สุดท้ายคือการไม่ยอมรับว่าตลาดบางวันไม่มีโอกาสเทรดที่ดี นักเทรดมือใหม่มักจะรู้สึกว่าต้องเทรดทุกวันเพื่อให้ได้กำไร แต่ความจริงคือบางวันราคาทองคำในช่วงลอนดอนอาจจะเดินในกรอบแคบไม่มีทิศทางชัดเจน การบังคับตัวเองให้เทรดในวันแบบนั้นมักจะจบลงด้วยการขาดทุน นักเทรดที่ฉลาดจะรู้จักการรอจังหวะที่ดีและยอมไม่เทรดในวันที่ตลาดไม่ชัดเจน การรักษาเงินทุนไว้เพื่อเทรดในวันที่โอกาสดีกว่าคือหัวใจของการเป็นนักเทรดที่ประสบความสำเร็จในระยะยาว
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรดทองคำมักเน้นไปที่วิธีจัดการความเสี่ยงและการเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเข้าสู่ตลาดเพื่อหลีกเลี่ยงความผันผวนที่คาดเดาไม่ได้ ข้อมูลจากสมาคมทองคำโลกระบุว่าปริมาณการซื้อขายทองคำเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 1,000 ตัน นักลงทุนมือใหม่จึงควรศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาและพัฒนาทักษะการวิเคราะห์กราฟให้แม่นยำก่อนลงทุนจริงอย่างต่อเนื่อง
London Session เปิดกี่โมงเทรดทองคำได้
London Session จะเริ่มต้นขึ้นในช่วงบ่ายสามโมงถึงห้าโมงเย็นตามเวลาประเทศไทย ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดทองคำจะมีความผันผวนสูงขึ้นมาก เพราะธนาคารกลางยุโรปและสถาบันการเงินใหญ่เริ่มเข้ามาทำรายการ นักเทรดส่วนใหญ่นิยมเทรดในชั่วโมงแรกหลังเปิดตลาดเพราะมีสภาพคล่องสูงสุด แต่ต้องระวังการแกว่งตัวรุนแรงในช่วงข่าวเศรษฐกิจสำคัญด้วย
ทำไมต้องดูราคาเปิดของลอนดอนก่อนเทรด
ราคาเปิดของลอนดอนทำหน้าที่เหมือนเข็มทิศบอกทิศทางตลาดในระยะสั้น ถ้าราคาเปิดสูงกว่าระดับเดิมแสดงว่ามีแรงซื้อเข้ามาแรง แต่ถ้าเปิดต่ำกว่าเดิมก็แปลว่าฝั่งขายกำลังคุมเกมอยู่ การรอให้ราคาเปิดแล้วดูว่าไปทางไหนจะช่วยให้เราไม่เทรดสวนเทรนด์หลัก นี่คือหลักการที่นักเทรดมืออาชีพใช้กันเป็นประจำ
ควรตั้ง จุดตัดขาดทุน ที่กี่ดอลลาร์เมื่อเทรดทองช่วงลอนดอน
การตั้งจุดตัดขาดทุนขึ้นอยู่กับกรอบราคาและจุดเข้าของเรา ปกติแล้วถ้าเทรดในกรอบวันจะตั้งไว้ประมาณ 5 ถึง 10 ดอลลาร์ หรือพูดง่ายคือ 500 ถึง 1000 พิป ส่วนใหญ่จะตั้งหลังแนวรับแนวต้านที่ชัดเจนเพื่อให้ราคาไม่มาสั่นออกก่อน สำคัญคือต้องคำนวณขนาดล็อตให้พอดีกับเงินทุนเพื่อไม่ให้ขาดทุนมากเกินไป
เทรดทองช่วงลอนดอนต้องใช้อินดิเคเตอร์อะไรบ้าง
อินดิเคเตอร์พื้นฐานที่นักเทรดทองคำนิยมใช้คือเส้นค่าเฉลี่ยราคา 20 และ 50 เพื่อดูทิศทางเทรนด์ ควบคู่กับ RSI เพื่อดูความแข็งแรงของราคา แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการดูกรอบราคาและแนวรับแนวต้านจากแท่งเทียน อินดิเคเตอร์เป็นเพียงตัวช่วยยืนยันการตัดสินใจ ไม่ใช่ตัวบอกจุดเข้าแบบเด็ดขาด
ทำไมต้องรอแท่งเทียนปิดก่อนค่อยเข้าเทรด
การรอแท่งเทียนปิดในช่วงลอนดอนเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะราคาจะแกว่งตัวรุนแรงในช่วงเปิดตลาด ถ้าเข้าเร็วเกินไปอาจโดนสั่นออกก่อนที่ทิศทางจะชัดเจน การรอให้แท่งเทียนปิดแล้วสังเกตว่าราคาอยู่เหนือหรือต่ำกว่าระดับสำคัญจะช่วยเพิ่มความมั่นใจได้มากขึ้น นี่คือวินัยที่นักเทรดทุกคนต้องมีเพื่อลดความเสี่ยงในการเทรด
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย






