ความเร็วส่งคำสั่งเทรดทองคำ XAU ในยุค 2569 คือหัวใจสำคัญที่จะบอกว่าคุณจะทำกำไรหรือขาดทุนในเสี้ยววินาที ทองคำมีกระแสเงินมหาศาลและไวต่อข่าวสาร 1
- ทำไมความเร็วในการส่งคำสั่งถึงสำคัญสำหรับทองคำ
- สลิปเปและรีโควตคือศัตรูตัวฉกาจของลูกศิษย์
- ช่วงเวลาที่ความเร็วการส่งคำสั่งมีผลกระทบมากที่สุด
- การคำนวณผลกระทบจากความล่าช้าต่อกำไรและขาดทุนจริง
- วิธีเลือกโบรกเกอร์ที่มีความเร็วในการส่งคำสั่งที่ดี
- เปรียบเทียบประเภทโบรกเกอร์กับความเร็วในการส่งคำสั่ง
- คำถามที่พบบ่อย

การเทรดทองคำ XAU ในยุค 2569 ความเร็วในการส่งคำสั่งเข้าตลาดหรือ Execution Speed คือหัวใจสำคัญที่บอกว่าคุณจะทำกำไรหรือขาดทุนจากการเคลื่อนไหวของราคาในเสี้ยววินาทีนั้น นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
ทำไมความเร็วในการส่งคำสั่งถึงสำคัญสำหรับทองคำ
การซื้อขายทองคำออนไลน์มีความผันผวนสูงและราคาเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้ความเร็วในการส่งคำสั่งเข้าสู่ตลาดเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาระดับราคาที่ผู้ลงทุนต้องการไว้ หากการส่งคำสั่งล่าช้าแม้เพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้ได้รับราคาที่ไม่เหมาะสมจนนำไปสู่การสูญเสียโอกาสในการทำกำไรหรือเพิ่มความเสี่ยงในการขาดทุนได้ง่าย
หลายคนอาจจะมองข้ามเรื่องความเร็วในการส่งคำสั่งเข้าตลาดไป แต่สำหรับการเทรดทองคำแล้วเรื่องนี้คือเรื่องเล็กที่กลายเป็นเรื่องใหญ่มาก ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีปริมาณเงินหมุนเวียนมหาศาลและมีการทำราคาที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงของข่าวสารตลอดเวลา
เมื่อคุณเห็นสัญญาณบนกราฟแล้วตัดสินใจกดซื้อหรือขาย คำสั่งนั้นจะต้องเดินทางจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไปยังเซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์ แล้วโบรกเกอร์จะส่งคำสั่งนั้นไปยังผู้ให้บริการสภาพคล่องหรือ Liquidity Provider ในตลาดระหว่างธนาคาร กระบวนการนี้ใช้เวลาเพียงมิลลิวินาที แต่ในโลกของการเทรดทองคำ มิลลิวินาทีนั้นสามารถทำให้ราคาเปลี่ยนไปได้หลายจุด ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
ถ้าความเร็วในการส่งคำสั่งของโบรกเกอร์ช้า สิ่งที่เกิดขึ้นคือราคาที่คุณเห็นบนหน้าจอก่อนกดคลิกจะไม่ใช่ราคาที่คุณได้จริง ระบบจะทำการรีโควตหรือแจ้งว่าราคาเปลี่ยนแปลงไปแล้ว หรือที่แย่กว่านั้นคือระบบปล่อยให้คุณเข้าออเดอร์ในราคาที่แย่ลงโดยอัตโนมัติซึ่งเรียกว่าสลิปเปจากการเทรด ปัญหาเหล่านี้สะสมจะกัดกินกำไรของคุณไปเรื่อยๆ โดยที่คุณอาจไม่รู้ตัว
สลิปเปและรีโควตคือศัตรูตัวฉกาจของลูกศิษย์
ลูกศิษย์หรือผู้เริ่มต้นมักจะประสบปัญหาสลิปเปและรีโควตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อเข้าสู่ตลาดที่มีความผันผวนรุนแรง โดยสลิปเปคือการได้รับราคาที่แตกต่างจากที่กดสั่ง ส่วนรีโควตคือการที่โบรกเกอร์ปฏิเสธคำสั่งเพื่อขอราคาใหม่ ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้ย่อยทำลายอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนและทำให้แผนการเทรดที่วางไว้อย่างดีล้มเหลวลงทันที
เมื่อพูดถึงความเร็วในการส่งคำสั่งที่ไม่ทันใจ เราจะเจอกับสองสิ่งที่ตามมาเสมอนั่นคือสลิปเปและรีโควต สองสิ่งนี้แหละคือตัวการที่ทำให้แผนการเทรดที่วางไว้สวยงามพังทลายลงในพริบตา
สลิปเปเกิดขึ้นเมื่อคำสั่งของคุณไปถึงเซิร์ฟเวอร์ช้ากว่าการเคลื่อนไหวของราคา สมมติว่าคุณต้องการเปิดออเดอร์ซื้อทองคำที่ราคา 2350 ดอลลาร์ แต่พอคำสั่งไปถึงราคาวิ่งขึ้นไปแล้ว ระบบก็จะจับคำสั่งของคุณไว้ที่ราคา 2350 ดอลลาร์ 50 เซนต์ ส่วนต่าง 50 เซนต์นั้นคือสลิปเปที่ทำให้ต้นทุนของคุณสูงขึ้นไปทันที ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดในช่วงข่าวหนักๆ สลิปเปอาจจะกินไปเป็นดอลลาร์หรือมากกว่านั้นก็ได้ ทำให้คุณเริ่มต้นออเดอร์ด้วยการขาดทุนทันที
ส่วนรีโควตนั้นเกิดขึ้นเมื่อราคาเปลี่ยนแปลงเร็วจนระบบปฏิเสธคำสั่งเดิมและเสนอราคาใหม่ให้คุณกดยืนยันอีกครั้ง การรอให้คุณกดยืนยันนั้นกินเวลาไปอีกหลายวินาที ราคาอาจจะวิ่งไปไกลแล้ว โอกาสทำกำไรก็หายไปพร้อมกับความรู้สึกหงุดหงิดที่ตามมา การเลือกโบรกเกอร์ที่มีเทคโนโลยีการส่งผ่านคำสั่งแบบไม่มีรีโควตหรือ No Requote จึงเป็นสิ่งจำเป็นมากในปัจจุบัน
ช่วงเวลาที่ความเร็วการส่งคำสั่งมีผลกระทบมากที่สุด
ช่วงเวลาที่ความเร็วในการส่งคำสั่งมีผลกระทบมากที่สุดคือเมื่อมีการประกาศข่าวเศรษฐกิจสำคัญหรือการออกตัวเลขทางการเงินที่ส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าของสินทรัพย์ เช่น การประกาศอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวราคาจะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วภายในเสี้ยววินาที ทำให้ความล่าช้าเพียงเล็กน้อยก็กลายเป็นความแตกต่างระหว่างกำไรและขาดทุนอย่างมากมาย
ในการเทรดทองคำไม่ใช่ทุกช่วงเวลาที่ความเร็วการส่งคำสั่งจะมีผลเท่ากัน มีบางช่วงเวลาที่ตลาดเคลื่อนไหวรุนแรงจนความล่าช้าเพียงเสี้ยววินาทีสามารถสร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับพอร์ตการเทรดของคุณได้
ช่วงเวลาแรกที่ต้องระวังคือการเปิดตลาดลอนดอนและการเปิดตลาดนิวยอร์ก ในช่วงเวลานี้ปริมาณการซื้อขายจะพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน ธนาคารกลางและสถาบันการเงินขนาดใหญ่เริ่มเข้ามาทำราคา ทำให้กราฟทองคำมีการวิ่งที่รุนแรง ช่วงเวลาเหล่านี้ถ้าโบรกเกอร์ของคุณส่งคำสั่งไม่ทัน คุณอาจจะเข้าออเดอร์ท้ายกระแสจนถูกกับดักราคาย้อนกลับทันที
อีกช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดคือช่วงที่มีการประกาศข่าวเศรษฐกิจสำคัญ เช่น การประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรหรือ NFP การประกาศอัตราเงินเฟ้อ หรือการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ ในวินาทีที่ข่าวออกมา ราคาทองคำสามารถวิ่งขึ้นหรือวิ่งลงได้ถึง 10 ถึง 20 ดอลลาร์ ในช่วงเวลาดังกล่าวระบบของโบรกเกอร์จะรับภาระคำสั่งซื้อขายมหาศาล ถ้าเซิร์ฟเวอร์ไม่แข็งแกร่งพอหรือไม่มีการจัดการความเร็วที่ดี คำสั่งของคุณจะถูกส่งไปรวมอยู่ในคิวที่ยาวมาก และผลลัพธ์ที่ได้ก็คือการเข้าออเดอร์ในราคาที่ห่างจากจุดที่คุณวางแผนไว้เป็นอย่างมาก
การคำนวณผลกระทบจากความล่าช้าต่อกำไรและขาดทุนจริง
การคำนวณผลกระทบจากความล่าช้าต่อกำไรและขาดทุนจริงสามารถทำได้โดยการนำความแตกต่างของราคาที่ตั้งใจสั่งกับราคาที่ได้รับการเติมจริงมาคูณกับปริมาณสินทรัพย์ที่ซื้อขาย ซึ่งค่าความแตกต่างนี้จะถูกสะสมเข้าสู่ต้นทุนการเทรดโดยรวม หากเกิดขึ้นบ่อยครั้งจะส่งผลให้ผลกำไรสุทธิที่ควรจะได้รับลดลงอย่างมีนัยสำคัญและอาจทำให้กลายเป็นผลขาดทุนในท้ายที่สุด
เรามาดูตัวอย่างจริงกันว่าความล่าช้าในการส่งคำสั่งหรือสลิปเปจะส่งผลต่อเงินในบัญชีเทรดของเรามากน้อยแค่ไหน ตัวเลขเหล่านี้จะทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าทำไมเราถึงต้องใส่ใจเรื่องนี้
สมมติว่าคุณเปิดออเดอร์ซื้อทองคำขนาด 1 ล็อตที่ราคา 2400 ดอลลาร์ โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ราคา 2410 ดอลลาร์ และตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ราคา 2395 ดอลลาร์ ในสภาวะปกติถ้าไม่มีสลิปเป คุณจะได้กำไร 10 ดอลลาร์ต่อนซ์ คูณด้วยขนาด 100 ออนซ์ของ 1 ล็อต คุณจะได้กำไร 1,000 ดอลลาร์ และถ้าราคาไปติดจุดตัดขาดทุนคุณจะเสีย 500 ดอลลาร์ อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนจะอยู่ที่ 1 ต่อ 2 ซึ่งเป็นการเทรดที่มีคุณภาพดี
แต่ถ้าในช่วงนั้นเป็นช่วงที่ตลาดผันผวนสูงและโบรกเกอร์ของคุณมีความเร็วในการส่งคำสั่งที่ช้าเกินไป ทำให้เกิดสลิปเปในการเข้าออเดอร์ซื้อถึง 2 ดอลลาร์ ราคาที่คุณได้จริงจะกลายเป็น 2402 ดอลลาร์ ในขณะที่จุดตัดขาดทุนยังอยู่ที่ 2395 ดอลลาร์เท่าเดิม ระยะการตัดขาดทุนของคุณจะกลายเป็น 7 ดอลลาร์ ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นเป็น 700 ดอลลาร์ทันที และถ้าราคาวิ่งไปถึงเป้าหมายที่ 2410 ดอลลาร์ กำไรของคุณจะเหลือเพียง 8 ดอลลาร์ต่อนซ์ รวมเป็น 800 ดอลลาร์ อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนของคุณจะแย่ลงเหลือเพียง 1 ต่อ 1.14 เท่านั้น นี่คือผลกระทบของความล่าช้าที่คุณไม่ควรมองข้าม
วิธีเลือกโบรกเกอร์ที่มีความเร็วในการส่งคำสั่งที่ดี
การเลือกโบรกเกอร์ที่มีความเร็วในการส่งคำสั่งที่ดีต้องพิจารณาจากตำแหน่งที่ตั้งของเซิร์ฟเวอร์และเทคโนโลยีการประมวลผลที่ทันสมัยเป็นหลัก ผู้ลงทุนควรเลือกโบรกเกอร์ที่มีเซิร์ฟเวอร์ตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งข้อมูลการซื้อขายหลักและเปิดเผยข้อมูลความเร็วในการดำเนินการอย่างโปร่งใส โดยสามารถตรวจสอบได้จากบริษัทการเงินที่มีการรับรองมาตรฐานความเป็นธรรมในการส่งคำสั่ง
การจะรู้ได้ว่าโบรกเกอร์ไหนมีความเร็วในการส่งคำสั่งที่ดีพอหรือไม่ คุณต้องดูจากเทคโนโลยีที่พวกเขาใช้ในการรับส่งคำสั่งเทรด และโครงสร้างพื้นฐานของเซิร์ฟเวอร์ที่พวกเขามีอยู่ การเลือกผิดอาจจะทำให้คุณเสียเปรียบในระยะยาว
ข้อแรกที่ต้องดูคือเทคโนโลยีการประมวลผลคำสั่งหรือ Execution Technology โบรกเกอร์ที่ดีควรใช้ระบบประมวลผลแบบ Straight Through Processing หรือเรียกสั้นๆ ว่า STP และระบบ Electronic Communication Network หรือ ECN ระบบเหล่านี้จะส่งคำสั่งของคุณเข้าสู่ตลาดโดยอัตโนมัติโดยไม่มีการแทรกแซงจากเดสก์การเทรด ทำให้ความเร็วในการส่งคำสั่งเร็วขึ้นอย่างมากและลดความเสี่ยงในการเกิดรีโควต
ข้อที่สองคือทำเลของเซิร์ฟเวอร์ คุณควรเลือกโบรกเกอร์ที่มีเซิร์ฟเวอร์ตั้งอยู่ในศูนย์กลางการเงินที่สำคัญ เช่น ลอนดอนหรือนิวยอร์ก ซึ่งอยู่ใกล้กับผู้ให้บริการสภาพคล่อง และที่สำคัญคือคุณควรเช่าเครื่องเซิร์ฟเวอร์เสมือนจริงหรือ VPS ที่อยู่ในทำเลเดียวกับเซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์ เพื่อลดระยะเวลาในการรับส่งข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตให้เหลือน้อยที่สุด ยิ่งระยะทางสั้นเท่าไรคำสั่งของคุณยิ่งถึงเร็วเท่านั้น
เปรียบเทียบประเภทโบรกเกอร์กับความเร็วในการส่งคำสั่ง
โบรกเกอร์ประเภท Straight Through Processing จะส่งคำสั่งของลูกค้าเข้าสู่ตลาดโดยตรงโดยไม่ผ่านโต๊ะดีล ทำให้ความเร็วในการดำเนินการสูงและมีปัญหาการรีโควตน้อยกว่าแบบที่มีโต๊ะดีลเป็นผู้ควบคุม แต่อย่างไรก็ตามโบรกเกอร์แบบมีโต๊ะดีลอาจเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสเปรดคงที่ แม้จะต้องแลกกับความเสี่ยงในการถูกรีโควตในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูงก็ตาม
การเข้าใจประเภทของโบรกเกอร์จะช่วยให้คุณเลือกได้ว่าแบบไหนเหมาะกับสไตล์การเทรดทองคำของคุณที่ต้องการความเร็วและความแม่นยำในการส่งคำสั่ง
| ประเภทโบรกเกอร์ | ความเร็วการส่งคำสั่ง | การเกิดสลิปเป | ความเหมาะสมกับการเทรดทองคำ |
|---|---|---|---|
| Market Maker | ปานกลาง ขึ้นกับเซิร์ฟเวอร์ภายใน | มีโอกาสเกิดสูงในข่าวหนัก | เหมาะสำหรับมือใหม่ที่เทรดกรอบเวลาใหญ่ |
| STP Broker | เร็ว ส่งคำสั่งผ่านธนาคารโดยตรง | เกิดขึ้นได้บ้างตามสภาพตลาด | เหมาะกับการเทรดแบบ เทรดรายวัน ทั่วไป |
| ECN Broker | เร็วที่สุด เชื่อมต่อกระดานราคาโดยตรง | น้อยที่สุด ราคาตลาดยุติธรรม | เหมาะกับการเทรดข่าวและ Scalping |
| Raw Spread Broker | เร็วมาก คล้ายกับ ECN | ต่ำ แต่อาจมีค่าคอมมิชชันเพิ่ม | เหมาะกับเทรดเดอร์ที่คำนึงถึงต้นทุนและความเร็ว |
การใช้ VPS เพื่อเพิ่มความเร็วในการเทรดทองคำ
สำหรับลูกศิษย์ที่อยู่ในประเทศไทยและเทรดกับโบรกเกอร์ต่างประเทศ การใช้ VPS หรือเซิร์ฟเวอร์เสมือนจริงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยถ้าคุณต้องการแก้ปัญหาความเร็วในการส่งคำสั่งอย่างเด็ดขาด
การเช่า VPS มาไว้สำหรับเทรดนั้นเปรียบเสมือนการที่คุณย้ายเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณไปไว้ใกล้ๆ กับเซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์ แทนที่คำสั่งเทรดจะต้องเดินทางผ่านสายเคเบิลใต้ทะเลจากบ้านเราไปยังอเมริกาหรือยุโรป คำสั่งนั้นจะถูกส่งออกไปจากเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ในทำเลเดียวกับโบรกเกอร์ ทำให้ระยะเวลาในการส่งคำสั่งลดลงจากหลายสิบมิลลิวินาทีเหลือเพียงหนึ่งถึงสองมิลลิวินาทีเท่านั้น ความเร็วระดับนี้จะช่วยให้คุณสามารถแย่งชิงโอกาสในการเข้าออเดอร์ในจังหวะที่ราคาเริ่มวิ่งได้ทันท่วงที
นอกจากนี้ VPS ยังมีความเสถียรในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่สูงกว่าอินเทอร์เน็ตที่บ้าน ไม่มีปัญหาไฟตกหรือเน็ตหลุดระหว่างที่คุณถือเดอร์อยู่ คุณสามารถตั้งค่าให้ระบบทำงานอัตโนมัติและส่งคำสั่งเข้าตลาดได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องเปิดคอมพิวเตอร์ที่บ้านทิ้งไว้ ความเร็วและความเสถียรที่ได้จาก VPS จะส่งผลโดยตรงต่อผลการเทรดในระยะยาวอย่างแน่นอน
สรุปแนวทางการจัดการความเร็วในการเทรดทองคำ
การเทรดทองคำ XAU ในยุคปัจจุบันไม่ใช่แค่การดูกราฟให้ออกและวิเคราะห์ทิศทางของราคาให้ถูกต้องเท่านั้น แต่คุณต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของเทคนิคการส่งคำสั่งเข้าตลาดด้วยเช่นกัน เพราะมันคือสะพานเชื่อระหว่างการวิเคราะห์ที่ดีกับการทำกำไรที่เกิดขึ้นจริง
คุณควรเริ่มจากการเลือกโบรกเกอร์ที่โปร่งใส มีระบบประมวลผลคำสั่งที่รวดเร็วและเป็นธรรม ไม่มีการแทรกแซงราคาหรือการรีโควตที่จะทำให้คุณเสียเปรียบ จากนั้นให้ลงทุนกับการเช่า VPS ที่มีคุณภาพเพื่อลดระยะเวลาในการส่งคำสั่งให้เหลือน้อยที่สุด และที่สำคัญที่สุดคือต้องหลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงข่าวหนักๆ ถ้าคุณยังไม่มั่นใจในระบบของโบรกเกอร์ เพราะในช่วงเวลานั้นความเร็วและความเสถียรของระบบจะถูกทดสอบอย่างหนัก
สุดท้ายนี้อยากให้ลูกศิษย์ทุกคนจำไว้ว่า การเทรดที่ดีต้องเริ่มจากการควบคุมสิ่งที่เราควบคุมได้ ความเร็วในการส่งคำสั่งคือสิ่งหนึ่งที่เราสามารถควบคุมได้ผ่านการเลือกโบรกเกอร์และการใช้เครื่องมือช่วยอย่าง VPS เมื่อคุณจัดการเรื่องนี้ได้ดี คุณก็จะสามารถโฟกัสไปที่การวิเคราะห์กราฟและการบริหารความเสี่ยงได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องราคาที่เปลี่ยนแปลงไปจากที่คุณคาดการณ์ไว้ ขอให้ทุกคนเทรดทองคำอย่างมีความสุขและทำกำไรได้ยั่งยืนในปี 2569 และต่อๆ ไป
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับความเร็วในการส่งคำสั่งมักเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาอินเทอร์เน็ตล่าช้าและข้อจำกัดของระบบ โดยทั่วไปผู้ใช้บริการมักสงสัยว่าทำไมคำสั่งถึงถูกปฏิเสธทั้งที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตแรง ซึ่งคำตอบคือระบบเซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์อาจไม่สามารถรองรับปริมาณคำสั่งที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันได้ การเลือกใช้ระบบเคเบิลไฟเบอร์ออปติกช่วยลดความล่าช้าในการรับส่งข้อมูลได้ถึง 99%
ความเร็วในการส่งคำสั่งเทรดทองคำสำคัญแค่ไหน
ความเร็วการส่งคำสั่งหรือ Execution Speed มีผลโดยตรงต่อราคาที่คุณได้เข้าออเดอร์จริง โดยเฉพาะในตลาดทองคำที่มีความผันผวนสูงในช่วงข่าว ถ้าโบรกเกอร์ส่งคำสั่งช้าไปแค่เสี้ยววินาที ราคาอาจจะวิ่งหนีไปแล้ว ทำให้คุณเข้าตำแหน่งในราคาที่ไม่ใช่ที่คุณคลิก ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นและความเสี่ยงในการขาดทุนสูงตามไปด้วย
อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เกิดสลิปเปจากการส่งคำสั่งช้า
สลิปเปหรือ Slippage เกิดขึ้นเมื่อราคาตลาดเปลี่ยนแปลงไปในช่วงเวลาที่คำสั่งของคุณกำลังเดินทางไปถึงเซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์ ยิ่งความเร็วในการส่งคำสั่งช้าเท่าไร ระยะเวลาที่ราคามีโอกาสเคลื่อนไหวก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ในกราฟทองคำแบบ 1 นาทีราคาอาจจะขยับหลายจุดภายในเสี้ยววินาที ดังนั้นความล่าช้าจึงเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ราคาที่คุณตั้งใจได้กลายเป็นราคาที่แย่ลง
เทรดทองคำช่วงไหนที่ความเร็วการส่งคำสั่งมีผลมากที่สุด
ช่วงเวลาที่มีผลมากที่สุดคือการเปิดตลาดลอนดอน การเปิดตลาดนิวยอร์ก และช่วงที่มีการประกาศข่าวเศรษฐกิจสำคัญเช่น NFP หรืออัตราเงินเฟ้อ ในช่วงเวลาเหล่านี้สภาพคล่องจะเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก บางครั้งกระดานราคาหรือ Order Book จะว่างช่วงสั้นๆ ทำให้ถ้าคำสั่งของคุณไปถึงช้า ระบบจะจับคู่คำสั่งกับราคาที่เลวร้ายที่สุดที่เหลืออยู่ในระบบ ส่งผลให้ขาดทุนก่อนที่กราฟจะทันได้ขยับไปในทิศทางที่คาดไว้
จะทดสอบได้ยังไงว่าโบรกเกอร์ไหนส่งคำสั่งเร็วจริง
วิธีที่ง่ายที่สุดคือการเปิดบัญชีทดลองหรือบัญชีเงินจริงขนาดเล็กกับโบรกเกอร์ที่สนใจหลายเจ้าพร้อมกัน แล้วลองคลิกเข้าออเดอร์ในจังหวะที่ตลาดผันผวนรุนแรง สังเกตว่าราคาที่ปรากฏในช่องสถานะออเดอร์ห่างจากราคาที่คุณเห็นบนหน้าจอมากแค่ไหน นอกจากนี้ให้เปรียบเทียบค่าส่วนต่างราคาหรือสลิปเปเฉลี่ยของแต่ละโบรกเกอร์ โบรกเกอร์ที่มีความเร็วในการส่งคำสั่งดีจะมีค่าส่วนต่างน้อยที่สุดและราคาเปิดออเดอร์จะใกล้เคียงกับที่คุณกด
การใช้ VPS ช่วยเรื่องความเร็วการส่งคำสั่งเทรดทองคำได้จริงหรือไม่
การใช้ VPS หรือเซิร์ฟเวอร์เสมือนจริงช่วยได้มากโดยเฉพาะถ้าคุณอยู่ในประเทศไทยและเทรดกับโบรกเกอร์ในต่างประเทศ VPS จะช่วยลดระยะทางในการรับส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณกับเซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์ ทำให้คำสั่งเทรดเดินทางถึงกันได้เร็วขึ้นอย่างมาก แต่ทั้งนี้ต้องเลือก VPS ที่ตั้งอยู่ในทำเลเดียวกับเซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์ด้วย ไม่งั้นจะไม่ช่วยเรื่องความเร็วได้อย่างเต็มที่และอาจจะเป็นการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยใช่เหตุ
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย













TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文