มือใหม่มักพังบัญชีจากการเปิดออเดอร์ใหญ่เกินทุน บทความนี้สรุปข้อผิดพลาดและวิธีแก้ไข เพื่อรักษาเงินและเทรดอย่างมีวินัย 1


เปิดออเดอร์ใหญ่เกินกว่าทุนที่มี
การเปิดออเดอร์ใหญ่เกินกว่าทุนที่มีเป็นความผิดพลาดร้ายแรงที่ทำให้บัญชีเทรดเสี่ยงต่อการถูกล้างแบบทันทีทันใด เพราะเมื่อตลาดเคลื่อนไหวขัดกับการคาดการณ์เพียงเล็กน้อย ก็จะสร้างผลขาดทุนที่สูงเกินกว่าจะรับได้ จากข้อมูลของ AMF ระบุว่านักลงทุนรายย่อยกว่า 74% เสียเงินจากการใช้เลเวอเรจที่สูงเกินไป ดังนั้นการจัดสรรขนาดล็อตให้เหมาะสมจึงเป็นหัวใจสำคัญในการเอาชีวิตรอดในตลาดการเงิน
ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดของนักเทรดมือใหม่คือการเปิดออเดอร์ที่ใหญ่จนเกินไป โดยไม่ได้คำนึงถึงเงินทุนคงเหลือ ทำให้ความเสี่ยงในแต่ละไม้เทรดสูงเกินไปและควบคุมไม่ได้
หลายคนเข้ามาในตลาดฟอเร็กซ์ด้วยความหวังว่าจะทำกำไรได้เร็ว ก็เลยเลือกใช้ล็อตที่ใหญ่เพื่อให้ได้เงินเยอะ ๆ แต่จริง ๆ แล้วการทำแบบนั้นเป็นการเร่งเร้าความเสี่ยงให้บัญชีพังเร็วขึ้นต่างหาก เพราะถ้าราคาวิ่งไปไม่กี่สิบพิปต์ บัญชีก็อาจจะหมดได้ทันที การเทรดที่ดีต้องเริ่มจากการคำนวณความเสี่ยงที่เหมาะสม ไม่ใช่การเน้นที่กำไรอย่างเดียว ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
วิธีแก้ไขคือต้องกำหนดกฎเหล็กไว้เลยว่าแต่ละไม้เทรดจะเสี่ยงเงินไม่เกินกี่เปอร์เซ็นต์ของเงินทุน โดยทั่วไปแนะนำว่าไม่ควรเสี่ยงเกินร้อยละสองถึงร้อยละสามของเงินทุนทั้งหมด เมื่อกำหนดได้แล้ว ก็ต้องคำนวณขนาดล็อตให้ตรงกับระยะตัดขาดทุนที่ตั้งไว้ ถ้าทำแบบนี้ได้ คุณจะสามารถอยู่ในตลาดได้นานและมีโอกาสฟื้นตัวจากการขาดทุนได้
การใช้ล็อตเล็ก ๆ อาจจะทำให้กำไรดูน้อยในช่วงแรก แต่มันจะช่วยฝึกให้คุณรู้จักการควบคุมความเสี่ยงและสร้างวินัยในการเทรด ซึ่งสำคัญกว่าการได้กำไรเยอะในระยะสั้น เพราะนักเทรดที่ประสบความสำเร็จจริง ๆ ต้องอยู่ในตลาดได้ยาวนาน
ไม่ตั้งจุดตัดขาดทุนจนเสียเงินหมดตัว
การไม่ตั้งจุดตัดขาดทุนก่อนเข้าเทรดคือการปล่อยให้ความเสี่ยงควบคุมไม่ได้เข้ามาทำลายพอร์ตการลงทุนอย่างช้าๆ โดยไม่มีขีดจำกัดความเสียหาย ทำให้ความเสียหายเล็กน้อยกลายเป็นหายนะที่ทำให้บัญชีหมดตัวอย่างรวดเร็ว การกำหนดสต็อปลอสเปรียบเสมือนเบรกกันชนที่จำเป็นต้องมีในทุกการเทรดเพื่อปกป้องเงินทุนหลักจากความผันผวนที่คาดเดาไม่ได้ของตลาด
การไม่ยอมตั้งจุดตัดขาดทุนเป็นข้อผิดพลาดร้ายแรงที่ทำลายนักเทรดได้หลายคน เพราะการปล่อยให้ขาดทุนลึกจะทำให้หมดกำลังใจและเงินทุนก็หายไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อราคาเคลื่อนไหวไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ นักเทรดมือใหม่มักจะมีความรู้สึกว่าราคาจะกลับมาได้ ก็เลยไม่ยอมตัดขาดทุน แต่ความจริงคือตลาดไม่ได้เคลื่อนไหวตามใจเรา การถือขาดทุนไว้โดยไม่มีขีดจำกัด จะทำให้คุณเสียเงินทุนไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งหมดบัญชี และเสียโอกาสในการเทรดในไม้ที่ดีกว่าไปด้วย
วิธีแก้คือต้องตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ทุกครั้งที่เปิดออเดอร์ โดยตั้งไว้ตามโครงสร้างของกราฟเช่น ใต้แท่งเทียนสูงสุดในขาขึ้น หรือเหนือแท่งเทียนต่ำสุดในขาลง และต้องทำใจยอมรับว่าการขาดทุนเป็นส่วนหนึ่งของการเทรด ไม่มีใครเทรดแล้วไม่เคยขาดทุนเลย สิ่งสำคัญคือต้องควบคุมให้ขาดทุนน้อยที่สุดและกำไรให้มากกว่าขาดทุน
การตั้งจุดตัดขาดทุนจะช่วยให้คุณนอนหลับได้อย่างสบายและไม่ต้องนั่งจ้องจอตลอดเวลา มันเป็นเหมือนเบรกกันชนของรถยนต์ที่จะช่วยปกป้องคุณจากอุบัติเหตุร้ายแรง ถ้าคุณไม่เบรกตอนที่ควรเบรก อุบัติเหตุก็จะเกิดขึ้นเสมอ
เทรดตามอารมณ์และความรู้สึกส่วนตัว
การเทรดตามอารมณ์และความรู้สึกส่วนตัวมักนำไปสู่การตัดสินใจที่ไร้เหตุผล เช่น การเพิ่มล็อตเพื่อเอาคืนเมื่อโกรธ หรือการปิดออเดอร์กำไรก่อนเวลาอันควรเพราะความกลัว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำลายระบบการเทรดที่ดี จากการศึกษาของ University of California พบว่านักลงทุนที่ซื้อขายด้วยอารมณ์มักจะมีผลตอบแทนต่ำกว่าตลาดถึง 6.5% ต่อปี
การเทรดด้วยอารมณ์เป็นศัตรูตัวฉกาจที่ทำลายผลกำไรและเพิ่มความเสี่ยง โดยเฉพาะเมื่อคุณโลภหรือกลัวจนควบคุมการตัดสินใจไม่ได้
เมื่อเทรดได้กำไรติดต่อกันหลายไม้ นักเทรดมือใหม่มักจะเริ่มมั่นใจเกินไปและเปิดออเดอร์ใหญ่ขึ้นโดยไม่ดูสัญญาณ ในทางกลับกันเมื่อขาดทุนติดต่อกัน ก็จะเริ่มกลัวจนไม่กล้าเปิดออเดอร์ หรือเปิดออเดอร์เร็วเกินไปเพื่อเอาคืน ทั้งสองกรณีนี้เกิดจากการที่อารมณ์ควบคุมการตัดสินใจแทนที่จะใช้แผนการเทรดและตรรกะ
วิธีแก้คือต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจนว่าจะเข้าเมื่อไร ออกเมื่อไร และเสี่ยงเท่าไร แล้วทำตามแผนนั้นอย่างเคร่งครัด ถ้าไม่มีสัญญาณตรงตามแผนก็ไม่เปิดออเดอร์ การเขียนบันทึกการเทรดว่าแต่ละไม้เปิดเพราะอะไร กำไรหรือขาดทุนเท่าไร และรู้สึกอย่างไรในตอนนั้น จะช่วยให้เห็นพฤติกรรมการเทรดของตัวเองและปรับปรุงได้
นอกจากนี้การพักจอเมื่อขาดทุนติดต่อกันหลายไม้ก็เป็นสิ่งจำเป็น เพราะมันจะช่วยให้คุณสงบสติและกลับมาวิเคราะห์ตลาดได้อย่างเป็นวัตถุถุ การพยายามเอาคืนในวันที่อารมณ์ไม่ดีจะทำให้ขาดทุนมากขึ้น ดังนั้นถ้ารู้สึกว่าวันนี้ไม่ใช่วันของคุณ ก็ให้ปิดเทอร์มินัลแล้วกลับมาใหม่ในวันถัดไป
ใช้ค่าเฉลี่ยราคาแบบผิดวิธีจนเพิ่มความเสี่ยง
การใช้ค่าเฉลี่ยราคาแบบผิดวิธีโดยการเปิดออเดอร์เพิ่มในจุดที่ขาดทุนเพื่อดึงราคาเข้ามาใกล้ โดยไม่มีการวางแผนความเสี่ยง จะยิ่งเพิ่มการสูญเสียแบบทวีคูณหากตลาดยังคงเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดิม การกระทำเช่นนี้เปลี่ยนจากการยอมรับความเสียหายเล็กน้อยไปเป็นการเดิมพันด้วยเงินก้อนใหญ่เพื่อหวังให้ราคากลับมาเหมือนเดิม ส่งผลให้บัญชีเทรดอยู่ในความเสี่ยงสูงสุดที่อาจนำไปสู่การล้างบัญชีได้ในที่สุด
การเพิ่มล็อตเข้าไปในออเดอร์ที่ขาดทุนเพื่อลดราคาเฉลี่ย เป็นความเข้าใจผิดที่ทำให้บัญชีพังเร็วกว่าเดิม เพราะมันคือการเพิ่มความเสี่ยงในจังหวะที่ตลาดยังไม่เป็นใจ
นักเทรดมือใหม่มักคิดว่าถ้าราคาลงไปก็ซื้อเพิ่มเพื่อให้ราคาเฉลี่ยต่ำลง แล้วรอให้ราคาเด้งกลับขึ้นมาสักนิดก็จะออกจากตลาดได้โดยไม่ขาดทุน แต่ถ้าราคาวิ่งไปทางเดิมต่อเนื่อง การเพิ่มล็อตจะทำให้ขาดทุนทวีคูณและอาจจะโดนตัดบัญชีในที่สุด วิธีนี้ใช้ได้ผลเฉพาะในตลาดที่มีแนวโน้มชัดเจนและคุณเทรดตามแนวโน้มเท่านั้น
วิธีที่ถูกต้องคือการเพิ่มล็อตเฉพาะในออเดอร์ที่กำไรแล้วเท่านั้น เพื่อให้กำไรเติบโตขึ้น ส่วนออเดอร์ที่ขาดทุนควรจะตัดออกตามจุดที่ตั้งไว้ ไม่ใช่เพิ่มเงินเข้าไปเสี่ยงเพิ่ม การยอมรับว่าครั้งนี้คุณวิเคราะห์ผิดและตัดขาดทุนไป จะดีกว่าการพยายามดิ้นรนจนเสียเงินไปมากกว่าเดิมหลายเท่า
ถ้าคุณมีความจำเป็นต้องเพิ่มล็อตในออเดอร์ที่ขาดทุนจริง ๆ ก็ต้องทำเฉพาะเมื่อมีแผนและกฎการเทรดที่รองรับ โดยต้องคำนวณความเสี่ยงรวมของออเดอร์ทั้งหมดไม่ให้เกินเปอร์เซ็นต์ที่กำหนดไว้ แต่สำหรับมือใหม่ การหลีกเลี่ยงวิธีนี้ไปเลยจะปลอดภัยที่สุด
ตัวอย่างการคำนวณขนาดล็อตและผลขาดทุนจริง
สมมติว่ามีเงินทุน 1,000 ดอลลาร์ หากเทรดด้วยขนาดล็อต 1.00 ในคู่เงิน EUR/USD จะพบว่าค่า Pips ต่อ 1 ล็อตมีมูลค่า 10 ดอลลาร์ ดังนั้นหากราคาขยับไม่เป็นใจเพียง 50 Pips ก็จะทำให้เกิดผลขาดทุน 500 ดอลลาร์ทันที ซึ่งคิดเป็นครึ่งหนึ่งของเงินทุนทั้งหมดที่หายไปในการเทรดเพียงไม่กี่ครั้ง แสดงให้เห็นว่าการคำนวณขนาดล็อตผิดพลาดส่งผลกระทบรุนแรงต่อเงินทุนระยะยาว
มาดูตัวอย่างจริงเพื่อให้เห็นภาพว่าการคำนวณขนาดล็อตและการตั้งจุดตัดขาดทุนส่งผลต่อเงินทุนอย่างไร พร้อมทั้งเปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่างการเทรดที่มีวินัยและไม่มีวินัย
สมมติว่าคุณมีเงินทุนในบัญชีจำนวนหนึ่งพันดอลลาร์สหรัฐ ตั้งกฎไว้ว่าจะเสี่ยงไม่เกินร้อยละสองของเงินทุนต่อหนึ่งไม้เทรด ซึ่งก็คือยี่สิบดอลลาร์สหรัฐ คุณวิเคราะห์คู่เงินยูโรต่อดอลลาร์สหรัฐและตัดสินใจซื้อที่ราคาหนึ่งจุดห้าสิบเป้าหมาย โดยตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ราคาหนึ่งจุดสี่ห้าห้า ระยะห่างระหว่างราคาเข้าและจุดตัดขาดทุนคือห้าสิบพิปต์

ในคู่เงินยูโรต่อดอลลาร์สหรัฐ ขนาดล็อตมาตรฐานหนึ่งล็อต มูลค่าหนึ่งพิปต์เท่ากับสิบดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นห้าสิบพิปต์จะมีมูลค่าห้าร้อยดอลลาร์สหรัฐต่อหนึ่งล็อต เพื่อจะเสี่ยงเงินแค่ยี่สิบดอลลาร์สหรัฐ คุณต้องคำนวณขนาดล็อตโดยเอาเงินที่ยอมเสี่ยงหารด้วยมูลค่าพิปต์รวมของหนึ่งล็อต ก็จะได้ยี่สิบหารด้วยห้าร้อยเท่ากับศูนย์จุดศูนย์สี่ล็อต แปลว่าคุณต้องเปิดออเดอร์ขนาดศูนย์จุดศูนย์สี่ล็อต หรือสี่ไมโครล็อต ถ้าราคาไปโดนจุดตัดขาดทุน คุณจะขาดทุนเท่ากับยี่สิบดอลลาร์สหรัฐพอดี ซึ่งเป็นไปตามกฎที่ตั้งไว้
แต่ถ้าคุณเป็นนักเทรดที่ไม่มีวินัย และเปิดออเดอร์ขนาดหนึ่งล็อตเต็มเพราะอยากได้กำไรเยอะ ๆ เมื่อราคาไปโดนจุดตัดขาดทุนที่ห้าสิบพิปต์ คุณจะขาดทุนถึงห้าร้อยดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเท่ากับร้อยละห้าสิบของเงินทุนทั้งหมด แค่เสียไม้เดียวบัญชีก็แทบจะหมด และถ้าคุณไม่ตั้งจุดตัดขาดทุนเลย ราคาอาจจะวิ่งไปอีกห้าสิบพิปต์ คุณก็จะขาดทุนเป็นพันดอลลาร์สหรัฐจนบัญชีพังในที่สุด ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นชัดว่าการควบคุมขนาดล็อตและการตั้งจุดตัดขาดทุนสำคัญมาก
| ข้อผิดพลาดที่ทำ | ผลกระทบต่อบัญชี | วิธีแก้ไขที่ถูกต้อง | ผลลัพธ์ที่ได้หลังแก้ไข |
|---|---|---|---|
| เปิดออเดอร์ใหญ่เกินกว่าทุน | ขาดทุนหนักในไม่เดียว เสี่ยงโดนตัดบัญชี | คำนวณขนาดล็อตให้เสี่ยงไม่เกินร้อยละสองของทุน | ขาดทุนจำกัด สามารถอยู่ในตลาดได้ยาวนานขึ้น |
| ไม่ตั้งจุดตัดขาดทุน | ขาดทุนลึกจนควบคุมไม่ได้ เสียเงินทุนหมด | ตั้งจุดตัดขาดทุนทุกครั้งตามโครงสร้างกราฟ | ความเสียหายถูกจำกัด ไม่ต้องนั่งจ้องจอ |
| เทรดตามอารมณ์และความรู้สึก | เปิดออเดอร์ผิดจังหวะ ขาดทุนติดต่อกัน | ทำตามแผนการเทรดและพักเมื่อขาดทุนหลายไม้ | การตัดสินใจเป็นวัตถุถุ ผลกำไรมีเสถียรภาพ |
| เพิ่มล็อตในออเดอร์ที่ขาดทุน | ความเสี่ยงทวีคูณ บัญชีอาจพังทันที | ตัดขาดทุนตามแผน เพิ่มล็อตเฉพาะไม้ที่กำไร | ลดความเสี่ยงร้ายแรง กำไรเติบโตอย่างปลอดภัย |
เปลี่ยนกลยุทธ์เกินไปเพราะทนการขาดทุนไม่ได้
การทนการขาดทุนไม่ได้และรีบเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่อย่างต่อเนื่องเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้นักเทรดไม่สามารถเอาชนะตลาดได้ เพราะกลยุทธ์การเทรดทุกแบบต้องใช้เวลาและมีช่วงขาดทุนเป็นเรื่องปกติ หากเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ก็เท่ากับไม่มีระบบที่ชัดเจนและไม่ทราบว่ากำลังทำอะไร จากข้อมูลของชาร์ลส์ ชวาบพบว่านักลงทุนที่เปลี่ยนกลยุทธ์บ่อยครั้งมีผลตอบแทนเฉลี่ยต่ำกว่าคนที่ยึดติดกับแผนเดิมถึง 3.5%
การเปลี่ยนกลยุทธ์การเทรดบ่อยครั้งเพราะเจอขาดทุนเล็กน้อย เป็นอีกหนึ่งข้อผิดพลาดที่ทำให้นักเทรดมือใหม่ไม่สามารถพัฒนาตัวเองได้จริง และไม่รู้ว่ากลยุทธ์ไหนถึงเวิร์กกับตัวเอง
เมื่อเทรดด้วยกลยุทธ์หนึ่งแล้วขาดทุนสองสามไม้ติดกัน นักเทรดมือใหม่มักจะเริ่มสงสัยว่ากลยุทธ์นี้ใช้ไม่ได้ผล ก็เลยไปหากลยุทธ์ใหม่มาเทรด แล้วก็วนซ้ำแบบนี้เรื่อยไป ความจริงคือไม่มีกลยุทธ์ไหนที่ไม่เคยขาดทุนเลย การขาดทุนเป็นเรื่องปกติของตลาด สิ่งที่สำคัญคือต้องให้เวลากับกลยุทธ์หนึ่งพอที่จะพิสูจน์ว่ามันทำกำไรได้ในระยะยาวหรือไม่ การเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ จะทำให้คุณไม่มีความเชี่ยวชาญในกลยุทธ์ไหนเลย
วิธีแก้คือเลือกกลยุทธ์หนึ่งที่เหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณ แล้วทดสอบย้อนหลังดูผลลัพธ์ในอดีตว่ามันทำกำไรได้จริง จากนั้นก็เทรดด้วยกลยุทธ์นั้นอย่างสม่ำเสมอและบันทึกผลลัพธ์ไว้ ถ้าขาดทุนก็ให้วิเคราะห์ดูว่าเป็นเพราะกลยุทธ์ผิดหรือเพราะคุณเทรดไม่เป็นตามกลยุทธ์ การปรับปรุงกลยุทธ์เล็กน้อยก็ทำได้ แต่ไม่ควรเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ทั้งหมดเพราะขาดทุนไม่กี่ไม้
นอกจากนี้การมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนจะช่วยให้คุณรู้ว่าจะเข้าเทรดได้ตอนไหน และต้องรอสัญญาณอะไรบ้าง มันจะช่วยลดการเทรดด้วยอารมณ์และเพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจ เพราะคุณรู้ว่าในระยะยาวกลยุทธ์นี้จะทำกำไรได้ถ้าคุณทำตามกฎอย่างเคร่งครัด
ไม่ศึกษาข่าวเศรษฐกิจก่อนเปิดออเดอร์
การละเลยดูข่าวเศรษฐกิจสำคัญก่อนเทรด ทำให้นักเทรดมือใหม่เสียเปรียบและเสี่ยงต่อการโดนราคาเด้งรุนแรงจนเกินจุดตัดขาดทุนไปแล้ว
ตลาดฟอเร็กซ์ขับเคลื่อนด้วยข่าวเศรษฐกิจ เช่น การประกาศอัตราดอกเบี้ย ตัวเลขการจ้างงาน หรือเงินเฟ้อ ถ้าคุณเปิดออเดอร์โดยไม่รู้ว่ามีข่าวสำคัญออกในช่วงเวลานั้น คุณอาจจะเจอกับราคาที่วิ่งแรงมากจนระบบไม่ทันตัดขาดทุนตามราคาที่คุณตั้งไว้ ทำให้ขาดทุนมากกว่าที่คำนวณไว้ ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ไม่จำเป็นเลย
วิธีแก้คือต้องเช็คปฏิทินเศรษฐกิจทุกวันก่อนเริ่มเทรด ดูว่ามีข่าวสำคัญออกเวลาใดบ้าง แล้ววางแผนว่าจะหลีกเลี่ยงการเปิดออเดอร์ในช่วงเวลานั้น หรือจะรอให้ข่าวออกไปแล้วค่อยเทรดตามทิศทางของตลาด การรู้ล่วงหน้าว่ามีข่าวสำคัญจะช่วยให้คุณปรับขนาดล็อตให้เล็กลงหรือปิดออเดอร์ที่ค้างไว้ก่อน เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนที่คาดเดาไม่ได้
การเทรดฟอเร็กซ์ไม่ใช่แค่การดูกราฟเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเข้าใจปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลต่อค่าเงินด้วย ถ้าคุณรู้ว่าธนาคารกลางกำลังจะปรับขึ้นดอกเบี้ย คุณก็จะเข้าใจทิศทางของตลาดได้ดีกว่าและสามารถวางแผนการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการเดาสุ่มจากกราฟเพียงอย่างเดียว
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรดมักเน้นไปที่การหาวิธีสร้างกำไรอย่างรวดเร็ว แต่คำถามที่ควรถามคือจะรักษาเงินทุนและบริหารความเสี่ยงได้อย่างไรไม่ให้หมดไปก่อน การเข้าใจหลักการพื้นฐานเหล่านี้จะช่วยให้เห็นว่าการเทรดคือธุรกิจที่ต้องอาศัยวินัยและการจัดการเงินที่เข้มงวดกว่าการหาเทคนิคที่ถูกต้องเสมอไป และนักเทรดที่ประสบความสำเร็จมักให้ความสำคัญกับการคุมความเสี่ยงเป็นอันดับแรกเสมอ
เทรดเดอร์มือใหม่ควรเริ่มต้นด้วยเงินทุนเท่าไร?
สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น แนะนำให้ใช้เงินทุนที่พร้อมจะสูญเสียทั้งหมด ไม่ควรเอาเงินเก็บไว้ใช้จ่ายหรือเงินกู้มาเทรด จำนวนที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณห้าร้อยถึงหนึ่งพันดอลลาร์ เพื่อใช้ทดสอบระบบและความคุ้นเคยกับแพลตฟอร์ม หากใช้เงินมากเกินไปตั้งแต่แรก ความกดดันจะทำให้การตัดสินใจผิดพลาดและเทรดด้วยอารมณ์แทนการใช้แผน
ทำไมการไม่ตั้งจุดตัดขาดทุนถึงอันตราย?
การไม่ตั้งจุดตัดขาดทุนเท่ากับเปิดโอกาสให้บัญชีขาดทุนจนหมดตัวได้ เพราะราคาในตลาดฟอเร็กซ์สามารถเคลื่อนไหวรุนแรงในช่วงข่าวสำคัญ การมีจุดตัดขาดทุนจะช่วยจำกัดความเสียหายให้อยู่ในวงเงินที่ควบคุมได้ นอกจากนี้ยังช่วยให้เทรดเดอร์ไม่ต้องนั่งจ้องหน้าจอตลอดเวลาและลดความเครียดในการเทรดลงได้มาก
วิธีไหนช่วยควบคุมอารมณ์เวลาเทรดได้ดีที่สุด?
วิธีที่ดีที่สุดคือการมีแผนการเทรดที่ชัดเจนและทำตามแผนอย่างเคร่งครัด โดยกำหนดจุดเข้า จุดออก และจัดการความเสี่ยงไว้ล่วงหน้าก่อนเปิดออเดอร์ การเทรดด้วยขนาดล็อตที่เล็กลงจะช่วยลดความกังวลเรื่องผลขาดทุนได้ หากรู้สึกว่าอารมณ์เริ่มคุมไม่อยู่ควรปิดเทอร์มินัลและพักไปทำอย่างอื่นจนสงบลง
ควรเทรดคู่เงินใดในช่วงแรกเริ่ม?
แนะนำให้เริ่มจากคู่เงินหลักอย่างยูโรต่อดอลลาร์สหรัฐหรือปอนด์ต่อดอลลาร์สหรัฐ เพราะมีสภาพคล่องสูงและสเปรดต่ำกว่าคู่อื่น คู่เงินเหล่านี้มีข้อมูลและการวิเคราะห์ให้ศึกษาได้ง่าย ควรหลีกเลี่ยงคู่เงินข้ามที่มีความผันผวนสูงหรือสเปรดกว้างจนเกินไปในช่วงแรก เพื่อไม่ให้ต้นทุนการเทรดกัดกินกำไร
การย้ายจุดตัดขาดทุนถือว่าเป็นสิ่งที่ผิดเสมอหรือไม่?
การย้ายจุดตัดขาดทุนถือเป็นความผิดพลาดร้ายแรงหากทำเพื่อหวังว่าราคาจะกลับมาได้ดังเดิม แต่ถ้าเป็นการย้ายไปในทิศทางที่เป็นได้กำไรเพื่อรักษาระดับความเสี่ยงเดิมก็ถือว่าทำได้ เทรดเดอร์มือใหม่มักทำผิดตรงที่ย้ายจุดตัดขาดทุนออกไปไกลขึ้นเพราะทนเจ็บปวดกับการขาดทุนไม่ได้ ดังนั้นกฎคือห้ามย้ายจุดตัดขาดทุนให้ห่างจากราคาเข้าโดยเด็ดขาด
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย













TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文