เมื่อปี 2020 ช่วงที่ตลาด Forex เกิดการ Crash อย่างรุนแรง นักเทรดที่เข้าใจแนวคิด Breaker Block
- Breaker Block คืออะไร และทำไม OB ที่ล้มเหลวถึงกลายเป็น Entry Zone?
- กลไกเบื้องหลังการทำงานของ Breaker Block ใช้สังเกตการณ์ตลาดอย่างไร?
- กลยุทธ์การเทรดระดับต่างๆ ใช้ Breaker Block อย่างไรให้ได้กำไร?
- ข้อผิดพลาดอันตรายที่นักเทรดมักทำซ้ำกับ Breaker Block คืออะไร?
- เคล็ดลับระดับมืออาชีพที่จะทำให้การใช้ Breaker Block มีประสิทธิภาพสูงสุด?
- ตัวอย่างสถานการณ์เทรดจริง Breaker Block ทำกำไรได้อย่างไร?
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Breaker Block
Breaker Block คืออะไร และทำไม OB ที่ล้มเหลวถึงกลายเป็น Entry Zone?

แนวคิด Breaker Block คือรูปแบบการเทรดที่เกิดขึ้นเมื่อ Order Block หรือโซนสภาพคล่องเดิมถูกทำลายลงไปอย่างชัดเจน ส่งผลให้โซนที่เคยเป็นฝั่งซื้อกลับกลายสถานะเป็นฝั่งขาย และกลายเป็นจุดเข้าเทรดที่ทรงพลังในทิศทางตรงกันข้าม เมื่อราคา Return เพื่อทดสอบโซนนี้อีกครั้ง ตลาด Forex มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยมากกว่า 7.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน ตามรายงานของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ปี 2022
ที่มาและความสำคัญของรูปแบบกราฟนี้
รูปแบบนี้มีรากฐานมาจากทฤษฎีดั้งเดิมอย่าง Dow Theory และถูกพัฒนาต่อยอดโดยนักเทรดสาย Smart Money Concept (SMC) ในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะแนวคิดของ Inner Circle Trader (ICT) หลักการสำคัญคือการสังเกตว่าเงินทุนขนาดใหญ่เข้าไปทำอะไรในตลาด เมื่อ OB ล้มเหลว แสดงว่ากองทุนใหญ่ได้ทำการเปลี่ยนมือและสร้างสภาพคล่องใหม่ การรอราคา Return มาทดสอบจึงเป็นการเทรดตามทิศทางของสมาร์ทมันนี่อย่างแท้จริง
ความแตกต่างระหว่าง Order Block และ Breaker Block
Order Block ปกติคือแท่งเทียนสุดท้ายก่อนที่ราคาจะเกิดการ Break out ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง แต่ Breaker Block คือ Order Block ที่ราคาทะลุผ่านไปแล้ว ทำให้สถานะของมันกลับด้าว จาก Demand กลายเป็น Supply หรือจาก Supply กลายเป็น Demand ความเข้าใจนี้ช่วยให้นักเทรดไม่ยืนซื้อหรือขายต้านทิศทางตลาดโดยไม่จำเป็น
กลไกเบื้องหลังการทำงานของ Breaker Block ใช้สังเกตการณ์ตลาดอย่างไร?

กลไกการทำงานของรูปแบบนี้คือการสร้างสภาพคล่องฝ่ายตรงข้ามเมื่อโซนสำคัญถูกทำลายลง จุดนี้จะกลายเป็นแรงดันดันราคาในทิศทางใหม่เมื่อมีการดึงราคากลับมาทดสอบเพื่อเก็บ Stop Loss ตามรายงานขององค์กรระหว่างประเทศที่ไม่เปิดเผยชื่อระบุว่า 70% ของ Volume ในตลาด Forex ถูกควบคุมโดยอัลกอริทึมอัตโนมัติของสถาบัน
การวิเคราะห์ Market Structure เพื่อหาจุดพังทลาย
ขั้นตอนแรกในการมองหาจุดเข้าเทรดคือการดูว่าโครงสร้างตลาดกำลังเปลี่ยนแปลงไปทางใด หากตลาดกำลังเป็นขาขึ้นและทำ Higher High อยู่ แต่ทันใดนั้นราคาก็ทะลุ Down ผ่าน Higher Low ลงไปได้ นั่นคือสัญญาณว่าโครงสร้างขาขึ้นได้พังทลายลงแล้ว (Change of Character) จุดที่ราคาทะลุลงไปนั้นคือพื้นที่ที่เราจะนำมาใช้ทำการวิเคราะห์ต่อ
การรอจังหวะ Return และ Confirmation
หลังจากราคาทะลุลงไปแล้ว ห้ามเข้า Sell ทันที เพราะราคามักจะเกิดการเด้งกลับขึ้นไปเพื่อ Retest บริเวณที่เพิ่งทะลุลงไป ซึ่งบริเวณนี้แหละคือจุดที่เรียกว่า Breaker Block การรอให้ราคาขึ้นไปชนบริเวณนี้และเกิดรูปแบบแท่งเทียงกลับตัวเช่น Bearish Engulfing หรือ Pin Bar จะช่วยเพิ่มความน่าจะเป็นของการเทรดให้สูงขึ้นอย่างมาก
กลยุทธ์การเทรดระดับต่างๆ ใช้ Breaker Block อย่างไรให้ได้กำไร?
กลยุทธ์การใช้งานรูปแบบนี้คือการรอราคาทดสอบโซนที่พังทลาย แล้วเข้าเทรดในทิศทางใหม่พร้อมวาง Stop Loss เหนือแท่งเทียนหลัก และวาง Take Profit ที่ระดับสภาพคล่องถัดไป ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ระบุว่าการเทรดตามแนวโน้มหลักมีอัตราความสำเร็จสูงกว่าการเทรดสวนเหมืองมากกว่า 60%
กลยุทธ์ระดับ Basic สำหรับผู้เริ่มต้น
สำหรับมือใหม่ ควรเน้นการเทรดตามเทรนด์หลักบน Timeframe ใหญ่ เริ่มจากการดู Daily Chart เพื่อระบุทิศทาง จากนั้นลงไปดู H4 เพื่อหาจุดที่โครงสร้างตลาดพังทลายและเปลี่ยนทิศทาง เมื่อราคา Pullback กลับมาทดสอบบริเวณนั้น ให้รอสัญญาณยืนยันแล้วค่อยเข้าเทรด
| รายการ | การเทรดฝั่ง Buy (Uptrend) | การเทรดฝั่ง Sell (Downtrend) |
|---|---|---|
| เงื่อนไขการเข้า (Entry) | ราคาทะลุ Down ลงไปแล้วกลับมา Retest | ราคาทะลุ Up ขึ้นไปแล้วกลับมา Retest |
| จุดตัดขาดทุน (Stop Loss) | ตั้งใต้ Swing Low หรือแท่ง Breaker (20-40 pip) | ตั้งเหนือ Swing High หรือแท่ง Breaker (20-40 pip) |
| เป้าหมายกำไร (Take Profit) | ที่สภาพคล่องถัดไปหรืออัตราส่วน 1:2 | ที่สภาพคล่องถัดไปหรืออัตราส่วน 1:2 |
กลยุทธ์ระดับ Intermediate การจับจังหวะ Breakout และ Retest
เมื่อคุณเริ่มชำนาญมากขึ้น สามารถใช้กลยุทธ์นี้ร่วมกับการดูสภาพคล่องแบบละเอียดได้ หลังจากรอให้ราคาเกิดการพังทลายของโครงสร้างเดิม ให้สังเกตว่าระหว่างทางขึ้นไป Retest มีโซนสภาพคล่องฝั่งซ้ายถูกกวาดไปด้วยหรือไม่ หากถูกกวาดแสดงว่าสมาร์ทมันนี่เตรียมพร้อมที่จะดันราคาไปในทิศทางใหม่อย่างแท้จริง โอกาสเข้าเทรดจะมีคุณภาพสูงมาก
กลยุทธ์ระดับ Advanced การใช้หลาย Timeframe ร่วมกัน
นี่คือวิธีที่นักเทรดสถาบันใช้งาน เริ่มจาก Weekly เพื่อหาแนวโน้มใหญ่ ลงมา Daily เพื่อหาโซนที่น่าสนใจ และใช้ H4 หรือ H1 เพื่อหาจุดเข้าที่ละเอียดที่สุด การรวมสัญญาณจากหลายช่วงเวลาเข้าด้วยกัน จะทำให้คุณมีมุมมองที่เป็นเอกภาพและเพิ่ม Confluence ให้กับรูปแบบการเทรดของคุณได้อย่างมหาศาล
“The goal of a successful trader is to make the best trades. Money is secondary.”
— Alexander Elder, Professional Trader & Author
ข้อผิดพลาดอันตรายที่นักเทรดมักทำซ้ำกับ Breaker Block คืออะไร?
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการเข้าเทรดทันทีที่เห็นราคาทะลุผ่านโซนเดิมโดยไม่รอการยืนยัน ส่งผลให้ถูกกวาด Stop Loss จากการเด้งกลับของราคา และการละเลยการดูทิศทางจาก Timeframe ใหญ่ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) รายงานว่า การใช้ Leverage สูงเกินไปคือสาเหตุหลักที่ทำให้พอร์ตการลงทุนแตกในเวลาอันรวดเร็ว
การเข้าเทรดก่อนจังหวะ Retest
หลายคนเสียเงินเพราะความใจร้อน เมื่อเห็นราคาทะลุลงไปก็รีบกด Sell ทันที แต่ความจริงคือราคามักจะเด้งกลับขึ้นไปเพื่อ Retest บริเวณนั้นเสมอ การไม่รอ Retest ทำให้คุณเสียโอกาสในการได้จุดเข้าที่ดีและเสี่ยงต่อการถูกกวาดสภาพคล่องหรือ Stop Loss ไปอย่างน่าเสียดาย
การละเลย Stop Loss เพราะความมั่นใจมากเกินไป
ไม่ว่ารูปแบบการเทรดจะสวยงามแค่ไหน ตลาดก็มีความไม่แน่นอนเสมอ การไม่ตั้ง Stop Loss คือการเอาพอร์ตของคุณไปเสี่ยงกับความพินาศ ฉะนั้นต้องตั้ง Stop Loss ให้เป็นนิสัย แม้ว่าคุณจะมั่นใจในการวิเคราะห์ของตัวเองมากเพียงใดก็ตาม
การใช้ Leverage สูงเกินกว่าเหตุ
Leverage สูงอาจดูน่าดึงดูด แต่มันคือดาบสองคม หากราคาขยับไปแค่ 20 pip ก็อาจจะทำให้พอร์ตของคุณหายเปล่าได้ นักเทรดมืออาชีพมักใช้ Leverage ไม่เกิน 1:10 ถึง 1:20 เพื่อควบคุมความเสี่ยงและรักษาพอร์ตให้อยู่กับตลาดได้ยาวนานที่สุด
เคล็ดลับระดับมืออาชีพที่จะทำให้การใช้ Breaker Block มีประสิทธิภาพสูงสุด?
เคล็ดลับสำคัญคือการเทรดเฉพาะจังหวะที่มี Confluence หลายอย่างซ้อนทับกัน เช่น การใช้รูปแบบนี้ร่วมกับโซนสภาพคล่องของวันก่อนหน้าและ Fibonacci ระดับ 61.8% เพื่อเพิ่มความน่าจะเป็นในการเข้าเทรด ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) ให้ข้อมูลว่านักลงทุนส่วนใหญ่ที่รักษาเงินทุนไว้ได้คือกลุ่มที่มีวินัยในการบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด
การเลือกช่วงเวลาเทรดที่ทองคำ (Kill Zone)
ช่วงเวลาที่ตลาดเคลื่อนไหวแรงที่สุดคือ London Kill Zone ประมาณ 14:00-16:00 น. ตามเวลาประเทศไทย และ New York Kill Zone ประมาณ 20:00-22:00 น. การรอสัญญาณในช่วงเวลาเหล่านี้จะทำให้โอกาสสำเร็จของรูปแบบการเทรดสูงขึ้นอย่างมาก เพราะเป็นช่วงที่สมาร์ทมันนี่เริ่มทำการเคลื่อนไหวราคาอย่างแท้จริง
การบันทึกสมุดบัญชีการเทรด (Trade Journal)
การจดบันทึกทุกครั้งว่าทำไมถึงเข้าเทรด อารมณ์ขณะนั้นเป็นอย่างไร และผลลัพธ์ออกมาเป็นอย่างไร จะช่วยให้คุณพัฒนาตัวเองได้เร็วขึ้น การวิเคราะห์ความผิดพลาดจากอดีตคือกุญแจสู่การปรับปรุงระบบการเทรดในอนาคตให้แข็งแกร่งขึ้น
การอดทนรอ A+ Setup เท่านั้น
นักเทรดสถาบันระดับโลกเทรดเพียง 2 ถึง 4 ไม้ต่อสัปดาห์เท่านั้น พวกเขาไม่ได้เทรดทุกวัน และไม่ได้เทรดทุกสัญญาณที่เห็น แต่เลือกเฉพาะสัญญาณคุณภาพสูงสุดที่มีการยืนยันจากปัจจัยหลายด้านเท่านั้นเข้าเทรด การมีวินัยในการรอคอยคือสิ่งสำคัญที่สุดในระยะยาว หากคุณต้องการเริ่มต้นเทรดด้วยสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุด เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ระดับโลกได้ที่นี่
ตัวอย่างสถานการณ์เทรดจริง Breaker Block ทำกำไรได้อย่างไร?
ตัวอย่างเช่น การวิเคราะห์คู่เงินหลักบน Timeframe H4 พบว่าราคาได้ทำการทะลุผ่านโซน Resistance ที่สำคัญจนกลายเป็นโซน Breaker Block ใหม่ การรอให้ราคา Return ขึ้นไปทดสอบบริเวณนั้นอีกครั้ง และเกิดแท่งเทียนกลับตัว ทำให้สามารถเข้าเทรดได้สวยงามด้วยอัตราส่วนกำไรต่อขาดทุนที่ 1:3 ราคาอ้างอิงอัปเดตล่าสุดแสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกับทฤษฎีนี้
การวิเคราะห์และวางแผนล่วงหน้า
สมมติว่าคุณเปิดกราฟ H4 ของคู่เงิน GBP/USD และเห็นว่าราคาทำลายแนวโน้มขาลงลงไปได้ สร้าง Higher High ใหม่ขึ้นมา จุดที่ราคาทะลุขึ้นไปนั้นถือเป็นจุดสำคัญ คุณทำเครื่องหมายบริเวณนั้นไว้และรอจังหวะที่ราคาจะ Pullback กลับลงมาทดสอบ นี่คือการเตรียมพร้อมล่วงหน้าเพื่อรอจังหวะเข้าเทรดที่ดีที่สุด
การตัดสินใจและการบริหารสถานการณ์
เมื่อราคากลับมาชนบริเวณที่ทำเครื่องหมายไว้ และเกิดรูปแบบแท่งเทียน Bullish Pin Bar ขึ้น คุณตัดสินใจเข้า Buy ทันที โดยวาง Stop Loss ไว้ใต้แท่งเทียนนั้นประมาณ 30 pip และตั้ง Take Profit ไว้ที่สภาพคล่องถัดไปซึ่งห่างออกไป 90 pip ให้คุณได้อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่ 1 ต่อ 3 อย่างสมบูรณ์แบบ
ผลลัพธ์และการประเมินผล
ราคาวิ่งไปถึงเป้าหมาย Take Profit ภายใน 2 วันทำการ ส่งผลให้คุณได้กำไรอย่างสวยงาม ผลลัพธ์นี้แสดงให้เห็นว่าการมีความอดทนในการรอราคา Return มาทดสอบ และการวางแผนบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัดคือหัวใจสำคัญของการเทรดให้ประสบความสำเร็จในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Breaker Block
Breaker Block เหมาะกับนักเทรดมือใหม่หรือไม่
เหมาะมากครับ แต่แนะนำให้เริ่มจากการเรียนรู้พื้นฐานของโครงสร้างตลาดก่อน จากนั้นทดลองฝึกฝนในบัญชีทดลองอย่างน้อย 1 ถึง 3 เดือนเพื่อให้เข้าใจถึงการเคลื่อนไหวของราคาเมื่อเกิดรูปแบบนี้ขึ้น แล้วจึงค่อยเทรดด้วยเงินทุนจริงในขนาดเล็ก
ต้องใช้ Timeframe ใดในการหา Breaker Block
แนะนำให้ใช้ Timeframe ใหญ่เช่น Daily หรือ H4 เป็นหลักในการหาโซน เพราะยิ่ง Timeframe ใหญ่ขึ้น ความน่าเชื่อถือของสัญญาณยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย จากนั้นสามารถลงไปดู Timeframe เล็กกว่าเช่น H1 หรือ M15 เพื่อหาจุดเข้าเทรดที่ละเอียดและแม่นยำยิ่งขึ้น
สามารถใช้รูปแบบนี้เทรดกับคู่เงินใดได้บ้าง
สามารถใช้ได้กับทุกคู่เงินในตลาด Forex โดยเฉพาะคู่เงินหลักอย่าง EUR/USD, GBP/USD หรือ USD/JPY ซึ่งมีสภาพคล่องสูงและมีการเคลื่อนไหวที่ชัดเจน นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับสินค้าโภคภัณฑ์อย่างทองคำหรือดัชนีตลาดหุ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน
ควรวาง Stop Loss ที่ตำแหน่งใดจึงจะเหมาะสมที่สุด
ตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดคือการวาง Stop Loss ไว้เลยส่วนปลายของแท่งเทียน Breaker Block หรือเลยจุดสูงสุดหรือต่ำสุดของโซนสภาพคล่องนั้นเล็กน้อย เพื่อป้องกันการถูกกวาดสภาพคล่องจากการเคลื่อนไหวแบบ Spike ของราคาก่อนที่จะวิ่งไปในทิศทางที่เราคาดการณ์ไว้
หากวิเคราะห์ผิดพลาดควรบริหารความเสี่ยงอย่างไร
หากราคาทะลุผ่าน Stop Loss ไปอย่างชัดเจน ให้ยอมรับความขาดทุนนั้นและอย่าพยายามเข้าเทรดสวนตลาดทันที การรักษาพอร์ตให้อยู่กับตลาดให้ได้นานที่สุดคือสิ่งสำคัญที่สุด ให้รอคอยสัญญาณการกลับตัวของตลาดใหม่ใน Timeframe ใหญ่และหาจุดเข้าเทรดใหม่ที่มีคุณภาพดีกว่าเดิม
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย




TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文