FVG คืออะไร ทำไมราคาทองต้องย้อนกลับมาเติม?
Fair Value Gap หรือ FVG คือช่องว่างที่เกิดจากแรงซื้อหรือแรงขายที่รุนแรงจนราคาเคลื่อนที่เร็วเกินไป ทำให้แท่งเทียนที่สามไม่แตะแท่งแรก เกิดพื้นที่ว่างที่ตลาดต้องย้อนกลับมาเติมเพื่อฟื้นฟูสภาพคล่อง
อ่านเพิ่มเติม: กราฟราคาทองคำอัปเดตรายวัน
สถาบันการเงินใช้ FVG เป็นแม่เหล็กดึงดูดราคาให้กลับมาทดสอบ เพราะเป็นจุดที่สภาพคล่องรวมตัวมาก นักเทรดรายย่อยจึงได้ประโยชน์จากกลไกนี้ โดยไม่ต้องไล่ราคาและได้จุดเข้าที่ดีกว่า
- เกิดจากความไม่สมดุลของอุปสงค์และอุปทาน
- ตลาดมีแนวโน้มย้อนกลับมาเติมภายใน 48 ชั่วโมง
- เป็นจุดเข้า-ออกที่มีจุดตัดขาดทุนชัดเจน
จะมองหาโซน FVG บนกราฟทองคำ XAU/USD อย่างไร?
สังเกตแท่งเทียนสามแท่งเรียงกัน โดยแท่งกลางมีขนาดใหญ่และเคลื่อนที่เร็วมากจนแท่งที่สามไม่แตะแท่งแรก ช่องว่างระหว่างแท่งแรกและแท่งสามคือ FVG
FVG ขาขึ้น: แท่งกลางเขียวใหญ่ ราคาต่ำสุดของแท่งสามสูงกว่าราคาสูงสุดของแท่งแรก
FVG ขาลง: แท่งกลางแดงยาว ราคาสูงสุดของแท่งสามต่ำกว่าราคาต่ำสุดของแท่งแรก
ข้อมูลจาก XM official ระบุว่า กรอบเวลา 4 ชั่วโมงมีอัตราการคืนสู่ภาวะสมดุลสูงถึง 82% ในช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา ทำให้เป็นกรอบเวลาที่แนะนำสำหรับนักเทรดทองคำ
เหตุผลที่ราคาต้องย้อนกลับมาเติมช่องว่างคืออะไร?
กลไกความสมดุลของสภาพคล่องเป็นแรงขับหลัก สถาบันการเงินจะดึงราคากลับมาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป เพราะเป็นจุดที่สภาพคล่องรวมตัวมาก
IMF ระบุว่าตลาดสินทรัพย์อย่างทองคำมีอัตราการฟื้นฟูสภาพคล่องสูงถึง 85% ก่อนทำจุดสูงสุดหรือต่ำสุดใหม่ภายใน 48 ชั่วโมง
ประโยชน์ต่อนักเทรดรายย่อย:
- ลดความเสี่ยง ไม่ต้องไล่ราคา
- ได้ราคาเข้าที่ดีกว่า
- มีจุดตัดขาดทุนชัดเจน
จะตั้งจุดตัดขาดทุน SL และคำนวณกำไร TP อย่างไร?
วาง SL ใต้หรือเหนือโซน FVG เล็กน้อย เผื่อระยะ 10-15 จุด (ประมาณ 1 ดอลลาร์) ตามข้อกำหนด SET ที่กำหนดการขาดทุนต่อครั้งไม่เกิน 2% ของเงินทุนทั้งหมด
XM official แนะนำอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนอย่างน้อย 1 ต่อ 2 ตัวอย่าง: FVG ขาขึ้นที่ 2350-2355 ดอลลาร์ เข้าซื้อที่ 2350 SL ที่ 2345 TP ที่ 2375
- ความเสี่ยง 5 ดอลลาร์ (500 พิป)
- ผลตอบแทน 25 ดอลลาร์ (2500 พิป)
- อัตราส่วน 1 ต่อ 5
การคำนวณขนาดล็อต: เงินทุน 2,000 ดอลลาร์ รับความเสี่ยง 2% = 40 ดอลลาร์ 40 ÷ 5 = 8 ล็อตไมโคร (0.08 ล็อตมาตรฐาน) กำไรเมื่อแตะ TP: 25 × 8 = 200 ดอลลาร์
หลีกเลี่ยงการตั้ง SL แคบเกินไป เพราะราคาอาจสอยหางก่อนเด้งกลับ
จะประยุกต์ใช้ FVG ร่วมกับเครื่องมืออื่นอย่างไร?
ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า การใช้เครื่องมือวิเคราะห์มากกว่า 1 ตัว ช่วยลดอัตราการตัดสินใจผิดพลาดลง 35%
ใช้ร่วมกับ Moving Average (เส้นค่าเฉลี่ย 200 แท่ง) เพื่อยืนยันทิศทาง และใช้ RSI เพื่อดูความแข็งแรงของราคาเมื่อแตะโซน FVG
ประเภทของ FVG:
- ขาขึ้นแบบเต็มรูปแบบ: แท่งกลางเขียวยาว แท่งข้างเล็ก เข้าซื้อเมื่อราคาแตะโซนล่าง
- ขาลงแบบเต็มรูปแบบ: แท่งกลางแดงยาว แท่งข้างเล็ก เข้าขายเมื่อราคาแตะโซนบน
- ขาขึ้น/ลงแบบไม่สมบูรณ์: แท่งกลางสั้น มีการทับซ้อน อาจไม่ย้อนมาเติมทั้งโซน
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักทำ: เข้าเทรดทันทีโดยไม่รอราคาย้อนกลับมาทดสอบ ใช้ FVG ในตลาดที่ไม่มีแนวโน้มชัดเจน ไม่ยอมรับความผิดพลาด ขยับจุดตัดขาดทุนเมื่อราคาทะลุโซน
สำหรับมือใหม่ที่ต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม แนะนำให้ศึกษาเทคนิคแท่งกลืน Engulfing Pattern ที่ เทคนิคเทรดทองคำ XAU 2026 : เจาะลึกแท่งกลืน Engulfing Pattern และหลีกเลี่ยงการ Overtrading โดยอ่าน เจาะลึกอันตรายของการ Overtrading ทองคำ XAU 2026
FVG คือโอกาสทองที่ตลาดมอบให้ แต่ต้องรอให้ราคาย้อนกลับมาทดสอบก่อนเข้าเทรด อย่าไล่ราคา เพราะตลาดจะย้อนกลับมาเติมเสมอ
FVG ใช้ได้กับทุกระยะเวลาหรือไม่?
FVG ใช้ได้กับทุกระยะเวลาตั้งแต่ 15 นาที ถึงรายสัปดาห์ แต่กรอบเวลา 1 ชั่วโมงและ 4 ชั่วโมงเป็นกรอบที่นิยมใช้มากที่สุด เพราะมีสัญญาณที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือ
ควรตั้ง SL ที่ไหนเมื่อเทรดตาม FVG?
ควรตั้ง SL ใต้โซน FVG เล็กน้อย กรณีซื้อตามขาขึ้น หรือเหนือโซน FVG เล็กน้อย กรณีขายตามขาลง เผื่อระยะ 10-15 จุด เพื่อไม่ให้ราคาสอยหางก่อนเด้งกลับ
สามารถใช้ FVG ร่วมกับอินดิเคเตอร์อื่นได้หรือไม่?
สามารถและควรใช้ร่วมกับอินดิเคเตอร์อื่นเพื่อเพิ่มความแม่นยำ เช่น Moving Average เพื่อยืนยันทิศทาง และ RSI เพื่อดูความแข็งแรงของราคาเมื่อแตะโซน FVG
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ราคาทองวันนี้ 2 กันยายน 2026 วิเคราะห์ XAUUSD แนวรับแนวต้าน
- เริ่มเทรด Forex ด้วย 1,000 บาท 2026: แผนจริง คำนวณจริง ไม่หลอก
- เริ่มเทรดทอง มือใหม่ 2026: คู่มือฉบับสมบูรณ์จาก 0 ถึงไม้แรก
โดย อ.บอม

























