Engulfing Pattern คือสัญญาณกลับตัวสำคัญในการเทรดทองคำ เรียนรู้วิธีอ่านแท่งเทียน จุดเข้า และตั้งสต็อปให้ปลอดภัย เพื่อเพิ่มโอกาสกำไร 100%

รูปแบบแท่งเทียนกลืนกินหรือ Engulfing Pattern คือสัญญาณกลับตัวที่นักเทรดทองคำต้องรู้จัก บทความนี้สอนวิธีอ่านแท่งเทียน จุดเข้า และการตั้งจุดตัดขาดทุนให้ปลอดภัย นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
แท่งเทียนกลืนกินคืออะไรและทำไมถึงสำคัญ
แท่งเทียนกลืนกินคือรูปแบบที่เกิดขึ้นสองแท่งติดกัน โดยแท่งที่สองจะมีขนาดใหญ่จนครอบคลุมแท่งแรกทั้งหมด ทั้งลำตัวและไส้เทียน เป็นสัญญาณบอกถึงการเปลี่ยนแปลงพลังงานของตลาดอย่างรวดเร็ว
ในตลาดทองคำที่มีการเคลื่อนไหวของราคาค่อนข้างรุนแรง การเห็นแท่งเทียนกลืนกินถือว่ามีความหมายมาก เพราะมันสะท้อนว่าฝั่งซื้อหรือฝั่งขายกำลังเข้ามาแรงจนฝั่งตรงข้ามไม่สามารถต้านทานได้ และพร้อมผลักดันราคาในทิศทางใหม่ ถ้าเกิดในจุดที่ราคาสูงสุดหรือต่ำสุดของกรอบเวลา โอกาสที่ราคาจะกลับตัวมีสูงมาก ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
ความสำคัญของรูปแบบนี้คือมันใช้ได้ทั้งในตลาดที่เป็นขาขึ้นและขาลง และใช้ได้กับทุกระดับกรอบเวลา แต่สำหรับทองคำโดยเฉพาะ ยิ่งกรอบเวลาใหญ่เท่าไรสัญญาณก็จะยิ่งน่าเชื่อถือมากขึ้นเท่านั้น เพราะทองคำมักจะวิ่งเป็นเทรนด์ยาว การจับจังหวะกลับตัวด้วยแท่งกลืนกินในกรอบเวลา 4 ชั่วโมงหรือรายวันจึงเป็นที่นิยมในกลุ่มนักเทรดมืออาชีพ
/>
วิธีอ่านแท่งกลืนกินขาขึ้นและขาลงให้ถูกต้อง
การอ่านแท่งกลืนกินให้ถูกต้องต้องดูที่ตำแหน่งการเกิดและขนาดของแท่งเทียนเป็นหลัก ถ้าเกิดผิดที่ผิดจังหวะก็อาจจะกลายเป็นการเทรดตามทิศทางเดิมที่ใกล้จะหมดแรงและเสี่ยงขาดทุน
แท่งกลืนกินขาขึ้น
แท่งกลืนกินขาขึ้นเกิดขึ้นเมื่อราคาทองคำลงมาอยู่ในจุดต่ำสุดของเทรนด์ลง แท่งแรกจะเป็นแท่งแดงที่แสดงถึงแรงขายที่ยังคงอยู่ จากนั้นแท่งที่สองจะเป็นแท่งเขียวที่เปิดต่ำกว่าปิดของแท่งก่อนหน้าแต่ปิดสูงกว่าเปิดของแท่งแรก ทำให้แท่งเขียวนี้ครอบคลุมแท่งแดงทั้งหมด สิ่งนี้บอกว่าฝั่งซื้อได้เข้ามาแรงและพร้อมผลักดันราคาให้สูงขึ้น
แท่งกลืนกินขาลง
ในทางกลับกันแท่งกลืนกินขาลงจะเกิดขึ้นที่จุดสูงสุดของเทรนด์ขาขึ้น แท่งแรกจะเป็นแท่งเขียวที่แสดงว่าฝั่งซื้อยังคงควบคุมอยู่ แต่เมื่อแท่งที่สองซึ่งเป็นแท่งแดงเปิดสูงกว่าปิดของแท่งเขียวแล้วปิดต่ำกว่าเปิดของแท่งแรก แสดงว่าฝั่งขายได้เข้ามาอย่างหนักและพร้อมกดดันราคาให้ลดลง จุดนี้คือจุดที่นักเทรดควรพิจารณาปิดออเดอร์ซื้อและเตรียมเปิดออเดอร์ขาย
ตำแหน่งที่ควรรอให้เกิดแท่งกลืนกินก่อนเปิดออเดอร์
การเทรดทองคำด้วยแท่งกลืนกินไม่ได้แปลว่าเห็นที่ไหนก็เทรดได้ทันที ต้องดูตำแหน่งการเกิดให้ดีว่าอยู่ในจุดที่เหมาะสมหรือไม่ เพราะบางครั้งมันเกิดกลางกรอบราคาซึ่งไม่มีความหมาย
ตำแหน่งแรกที่นักเทรดมืออาชีพชอบรอคือบริเวณแนวรับแนวต้านสำคัญ เมื่อราคาทองคำวิ่งมาชนแนวต้านแล้วเกิดแท่งกลืนกินขาลง นั่นคือสัญญาณว่าแนวต้านนั้นแข็งแรงและราคาพร้อมจะลง ในทางกลับกันถ้าราคาลงมาชนแนวรับแล้วเกิดแท่งกลืนกินขาขึ้น ก็เป็นจุดที่ดีในการเปิดออเดอร์ซื้อ การรอให้เกิดสัญญาณในตำแหน่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มอัตราการชนะให้สูงขึ้น
อีกตำแหน่งที่ต้องดูคือบริเวณที่ราคาเคลื่อนไหวไปไกลจากเส้นค่าเฉลี่ยราคามากเกินไป เมื่อราคาทองคำวิ่งห่างจากเส้นค่าเฉลี่ย 20 แท่งหรือ 50 แท่งมากเกินไปแล้วเกิดแท่งกลืนกิน โอกาสที่ราคาจะกลับเข้าหาเส้นค่าเฉลี่ยมีสูงมาก เพราะราคาไม่สามารถวิ่งห่างจากค่าเฉลี่ยได้ตลอดเวลา มันต้องมีการปรับตัวบ้าง และแท่งกลืนกินก็คือสัญญาณที่บอกว่าการปรับตัวกำลังเริ่มขึ้น
นอกจากนี้ยังมีตำแหน่งที่เกิดจากการใช้ดัชนีวัดความแข็งแรงของราคาหรือ RSI ร่วมด้วย ถ้าค่า RSI เข้าสู่โซนซื้อมากเกินไปเหนือระดับ 70 แล้วเกิดแท่งกลืนกินขาลง หรือเข้าสู่โซนขายมากเกินไปต่ำกว่าระดับ 30 แล้วเกิดแท่งกลืนกินขาขึ้น ล้วนเป็นจุดที่น่าสนใจในการเปิดออเดอร์ เพราะมันยืนยันหลายปัจจัยพร้อมกัน
/>
การคำนวณกำไรและขนาดล็อตเมื่อเทรดแท่งกลืนกิน

มาดูตัวอย่างจริงเพื่อให้เข้าใจการคำนวณกำไรและการตั้งจุดตัดขาดทุนเมื่อเทรดทองคำพบแท่งกลืนกิน ตัวอย่างนี้ใช้ราคาทองคำที่ 2569 ดอลลาร์ต่อนซ์
สมมติว่าราคาทองคำลงมาชนแนวรับสำคัญที่ระดับ 2565 ดอลลาร์ จากนั้นเกิดแท่งกลืนกินขาขึ้นบนกรอบเวลา 4 ชั่วโมง แท่งแรกเป็นแท่งแดงที่เปิดที่ 2566 และปิดที่ 2564 แท่งที่สองเป็นแท่งเขียวที่เปิดที่ 2563 และปิดที่ 2567 แท่งเขียวนี้ครอบคลุมแท่งแดงทั้งหมด เราจึงตัดสินใจเปิดออเดอร์ซื้อที่ราคาปิดของแท่งเขียวคือ 2567 ดอลลาร์
การตั้งจุดตัดขาดทุนเราจะตั้งไว้ที่ไส้ล่างของแท่งเขียวซึ่งอยู่ที่ 2562 ดอลลาร์ ระยะห่างจากราคาเข้าคือ 5 ดอลลาร์หรือ 50 พิป สำหรับเป้าหมายกำไรเราตั้งไว้ที่อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน 1 ต่อ 2 ซึ่งก็คือ 10 ดอลลาร์หรือ 100 พิป ดังนั้นเป้าหมายจะอยู่ที่ 2577 ดอลลาร์ ถ้าเรามีทุน 1000 ดอลลาร์และยอมรับความเสี่ยงที่ 2 เปอร์เซ็นต์ของทุนต่อการเทรดครั้งนี้ ความเสี่ยงที่รับได้คือ 20 ดอลลาร์
การคำนวณขนาดล็อตทำได้โดยหารความเสี่ยงที่รับได้ด้วยระยะตัดขาดทุนเป็นดอลลาร์ สำหรับทองคำ 1 ล็อตมาตรฐานการเคลื่อนไหว 1 ดอลลาร์เท่ากับ 100 ดอลลาร์ต่อล็อต ดังนั้นระยะตัดขาดทุน 5 ดอลลาร์จะเท่ากับความเสี่ยง 500 ดอลลาร์ต่อล็อต ถ้าเรายอมรับความเสี่ยงที่ 20 ดอลลาร์ เราจะใช้ขนาดล็อตเท่ากับ 20 หารด้วย 500 ซึ่งเท่ากับ 0.04 ล็อต เมื่อราคาทองคำขึ้นไปถึงเป้าหมายที่ 2577 ดอลลาร์ กำไรที่ได้จะเท่ากับ 10 ดอลลาร์คูณด้วย 100 คูณด้วย 0.04 ล็อต ซึ่งก็คือ 40 ดอลลาร์ ตรงตามอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่วางไว้
การเปรียบเทียบแท่งกลืนกินขาขึ้นและขาลง
เพื่อให้เห็นความแตกต่างระหว่างแท่งกลืนกินขาขึ้นและขาลงอย่างชัดเจน มาดูตารางเปรียบเทียบสิ่งสำคัญที่นักเทรดต้องจำให้ได้ก่อนตัดสินใจเปิดออเดอร์
| ประเด็นเปรียบเทียบ | แท่งกลืนกินขาขึ้น | แท่งกลืนกินขาลง | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| ตำแหน่งที่เกิด | บริเวณแนวรับหรือจุดต่ำสุด | บริเวณแนวต้านหรือจุดสูงสุด | ต้องเกิดหลังเทรนด์ชัดเจน |
| สีของแท่งเทียน | แท่งแรกแดง แท่งสองเขียว | แท่งแรกเขียว แท่งสองแดง | แท่งสองต้องครอบแท่งแรก |
| จุดตัดขาดทุน | ไส้ล่างของแท่งเขียว | ไส้บนของแท่งแดง | เว้นระยะพิปให้พอเหมาะ |
| ทิศทางการเปิดออเดอร์ | เปิดออเดอร์ซื้อ | เปิดออเดอร์ขาย | รอแท่งปิดก่อนค่อยเข้า |
| การใช้ร่วมกับ RSI | ควรอยู่ใต้ระดับ 30 | ควรอยู่เหนือระดับ 70 | ยิ่งสุดโต่งยิ่งน่าเชื่อถือ |
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักทำเมื่อเทรดแท่งกลืนกิน
นักเทรดมือใหม่มักจะเห็นแท่งกลืนกินแล้วรีบเปิดออเดอร์ทันทีโดยไม่ดูบริบทของตลาด ซึ่งเป็นข้อผิดพลาดที่ทำให้ขาดทุนบ่อยครั้ง มาดูว่ามีข้อผิดพลาดอะไรบ้างที่ต้องระวัง
ข้อผิดพลาดแรกคือการเทรดโดยไม่รอให้แท่งเทียนปิด หลายคนเห็นแท่งเขียวกลืนกินแท่งแดงในระหว่างที่แท่งยังไม่ปิดก็รีบเปิดออเดอร์ซื้อ แต่พอใกล้เวลาปิดราคาอาจจะดิ่งลงมาทำให้แท่งเขียวกลายเป็นแท่งแดงได้ ดังนั้นต้องรอให้แท่งเทียนปิดจริงและยืนยันรูปแบบก่อนค่อยตัดสินใจ โดยเฉพาะในกรอบเวลา 4 ชั่วโมงหรือรายวันที่แท่งเทียนมีเวลาเปลี่ยนแปลงได้ตลอด
ข้อผิดพลาดที่สองคือการไม่สนใจทิศทางหลักของตลาด ถ้าทองคำอยู่ในเทรนด์ขาขึ้นแรง การเปิดออเดอร์ขายเพราะเห็นแท่งกลืนกินขาลงเล็กๆ กลางเทรนด์อาจจะเสี่ยงมาก เพราะมันอาจจะเป็นแค่การพักตัวของราคาก่อนจะวิ่งขึ้นต่อ กฎคือต้องเทรดตามทิศทางหลัก ถ้าเทรนด์ใหญ่เป็นขาขึ้นก็ควรรอแท่งกลืนกินขาขึ้นเท่านั้น การฝืนเทรนด์ใหญ่มักจะจบลงด้วยการขาดทุน
ข้อผิดพลาดที่สามคือการตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ใกล้ราคาเข้ามากเกินไป บางคนกลัวขาดทุนมากจึงตั้งจุดตัดขาดทุนไว้แค่ 10 พิปจากราคาเข้า แต่ทองคำเป็นตลาดที่ผันผวนสูง ราคาอาจจะแตะจุดตัดขาดทุนก่อนจะวิ่งไปทิศทางที่คาดไว้ การตั้งจุดตัดขาดทุนให้สมเหตุสมผลตามโครงสร้างของแท่งเทียนจึงสำคัญ ควรตั้งไว้ที่ไส้เทียนและเว้นระยะอีกเล็กน้อยเพื่อให้มีพื้นที่รองรับความผันผวน
การใช้แท่งกลืนกินร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์อื่น
การใช้แท่งกลืนกินเพียงอย่างเดียวอาจจะยังไม่เพียงพอ การนำเครื่องมือวิเคราะห์อื่นมาใช้ร่วมกันจะช่วยเพิ่มความแม่นยำให้กับการเทรดได้มากขึ้น นี่คือเครื่องมือที่แนะนำ
เครื่องมือแรกคือเส้นค่าเฉลี่ยราคาหรือ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ การใช้เส้นค่าเฉลี่ย 50 แท่งและ 200 แท่งเป็นตัวกำหนดทิศทางหลักของตลาด ถ้าราคาทองคำอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยทั้งสองเส้น แสดงว่าเป็นขาขึ้น เราควรรอเฉพาะแท่งกลืนกินขาขึ้นเท่านั้น แต่ถ้าราคาอยู่ใต้เส้นค่าเฉลี่ยทั้งสองเส้นก็ให้รอแท่งกลืนกินขาลง การใช้เส้นค่าเฉลี่ยช่วยกรองสัญญาณที่ไม่จำเป็นออกไปได้มาก
เครื่องมือที่สองคือดัชนีความแข็งแรงหรือ RSI การรอให้ RSI เข้าสู่โซนสุดโต่งก่อนแล้วค่อยดูแท่งกลืนกินจะเพิ่มโอกาสชนะ ถ้า RSI อยู่ในโซนซื้อมากเกินไปเหนือ 70 แล้วเกิดแท่งกลืนกินขาลง โอกาสที่ราคาจะลงจริงมีสูง เพราะแรงซื้อได้หมดไปแล้ว ในทางกลับกันถ้า RSI อยู่ในโซนขายมากเกินไปต่ำกว่า 30 แล้วเกิดแท่งกลืนกินขาขึ้น ราคามักจะเด้งกลับขึ้นมาได้ดี
เครื่องมือที่สามคือระดับฟีโบนัชชี การวัดระยะฟีโบนาชชีจากจุดสูงสุดไปยังจุดต่ำสุดของเทรนด์ก่อนหน้า แล้วรอให้เกิดแท่งกลืนกินที่ระดับเส้นฟีโบนาชชีสำคัญ เช่นระดับ 61.8 เปอร์เซ็นต์ จะเป็นจุดที่น่าสนใจมาก เพราะระดับนี้มักจะเป็นจุดกลับตัวของราคาทองคำบ่อยครั้ง การที่ราคาเกิดแท่งกลืนกินที่ระดับนี้ยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับสัญญาณ
สรุปวิธีเทรดทองคำด้วยแท่งกลืนกินให้สำเร็จ
การเทรดทองคำด้วยแท่งกลืนกินไม่ใช่เรื่องยากถ้าเข้าใจหลักการและมีวินัยในการทำตามกฎ สิ่งสำคัญคือต้องรอให้แท่งเทียนปิดก่อน ดูตำแหน่งการเกิดให้ดี และใช้เครื่องมืออื่นมาช่วยยืนยัน
ขั้นตอนแรกคือการดูทิศทางหลักของตลาดจากเส้นค่าเฉลี่ย ถ้าเป็นขาขึ้นก็มองหาแท่งกลืนกินขาขึ้นเท่านั้น ขั้นตอนที่สองคือการหาตำแหน่งที่รอให้เกิดสัญญาณ เช่นแนวรับแนวต้านหรือระดับฟีโบนาชชี ขั้นตอนที่สามคือการรอให้แท่งเทียนปิดและยืนยันรูปแบบกลืนกิน และขั้นตอนสุดท้ายคือการตั้งจุดตัดขาดทุนและเป้าหมายกำไรให้สมเหตุสมผลตามอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน
ถ้าทำตามขั้นตอนเหล่านี้อย่างมีวินัย การเทรดทองคำด้วยแท่งกลืนกินจะกลายเป็นกลยุทธ์ที่ทำกำไรได้สม่ำเสมอ จำไว้ว่าไม่มีกลยุทธ์ไหนที่ชนะร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าจัดการความเสี่ยงได้ดีและเทรดเฉพาะสัญญาณที่ชัดเจน โอกาสที่จะประสบความสำเร็จในตลาดทองคำมีสูงมาก ความสำคัญอยู่ที่ความอดทนรอสัญญาณที่สมบูรณ์และไม่รีบเร่งเปิดออเดอร์เมื่อเห็นแท่งเทียนเริ่มกลืนกินก่อนแท่งปิด
/>
/>
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย

Engulfing Pattern คืออะไรในการเทรดทองคำ
Engulfing Pattern หรือแท่งกลืนกิน คือรูปแบบแท่งเทียนสองแท่งที่แท่งหลังจะมีขนาดครอบคลุมแท่งก่อนหน้าทั้งหมด ทั้งไส้และลำตัว ถ้าแท่งกลืนเป็นสีเขียวแสดงว่ากำลังจะกลับตัวเป็นขาขึ้น แต่ถ้าเป็นสีแดงแสดงว่ากำลังจะกลับตัวเป็นขาลง สำหรับทองคำที่ราคาผันผวนสูง รูปแบบนี้ถือว่ามีความน่าเชื่อถือมาก เพราะแสดงให้เห็นการเปลี่ยนมือระหว่างฝั่งซื้อและฝั่งขายอย่างชัดเจน โดยฝั่งที่กลืนกินจะเข้าควบคุมตลาดในขณะนั้น
เทรดทองคำด้วยแท่งกลืนกินต้องใช้ Timeframe ไหน
การเทรดทองคำด้วยแท่งกลืนกินแนะนำให้ใช้กรอบเวลาตั้งแต่ 1 ชั่วโมงขึ้นไป เพราะกรอบเวลาเล็กเกินไปจะมีสัญญาณรบกวนเยอะและแท่งเทียนมักจะไม่สมบูรณ์ การใช้กรอบเวลา 4 ชั่วโมงหรือ Daily จะให้สัญญาณที่แม่นยำกว่าและมีพื้นที่สำหรับตั้งจุดตัดขาดทุนที่เหมาะสม นักเทรดมือใหม่ควรเริ่มจากการดูกรอบเวลาใหญ่ก่อนแล้วค่อยลงไปหาจุดเข้าในกรอบเวลาที่เล็กลง เพื่อให้เข้าใจทิศทางหลักของราคาทองคำก่อนตัดสินใจเปิดออเดอร์
จุดตัดขาดทุนเมื่อเจอแท่งกลืนกินควรตั้งที่ไหน
จุดตัดขาดทุนที่ดีที่สุดคือการตั้งไว้ที่ระดับไส้แท่งเทียนด้านล่างของแท่งกลืนกินในกรณีเทรดซื้อ หรือไว้ที่ระดับไส้ด้านบนในกรณีเทรดขาย ระยะห่างจากราคาเข้าสู่จุดตัดขาดทุนควรอยู่ที่ประมาณ 20 ถึง 40 พิปสำหรับทองคำ ขึ้นอยู่กับว่ากรอบเวลาที่ใช้ใหญ่แค่ไหน ถ้าตั้งไว้ใกล้เกินไปจะโดนสั่งปิดเร็วก่อนราคาจะวิ่งไปทิศทางที่คาดไว้ แต่ถ้าตั้งไกลเกินไปก็จะเสี่ยงต่อการขาดทุนมากเกินไปเมื่อสัญญาณผิดพลาด
แท่งกลืนกินใช้คู่กับอินดิเคเตอร์ตัวไหนได้บ้าง
แท่งกลืนกินสามารถใช้คู่กับเส้นค่าเฉลี่ยราคาเพื่อยืนยันทิศทางเดินของราคาได้ดี โดยดูว่าราคาอยู่เหนือหรือใต้เส้นค่าเฉลี่ย นอกจากนี้ยังใช้คู่กับดัชนีความแข็งแรงหรือ RSI เพื่อดูว่าราคาทองคำอยู่ในโซนซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไปหรือไม่ การรอให้แท่งกลืนกินเกิดขึ้นในโซนที่ RSI บ่งชี้ว่าราคาสุดโต่งแล้ว จะเพิ่มโอกาสที่ราคาจะกลับตัวได้จริง ทำให้การเทรดมีความปลอดภัยและมีอัตราการชนะสูงขึ้น
ทำไมแท่งกลืนกินในตลาดทองคำถึงสำคัญ
ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีแรงเทรนด์ชัดเจนและมักจะมีการกลับตัวอย่างรุนแรงเมื่อถึงจุดสูงสุดหรือต่ำสุด แท่งกลืนกินจึงเป็นสัญญาณที่บอกได้ชัดเจนว่าฝั่งซื้อหรือฝั่งขายกำลังเข้ามาแรงและพร้อมผลักดันราคาในทิศทางใหม่ นักเทรดที่เข้าใจและใช้รูปแบบนี้ได้อย่างถูกต้องจะสามารถจับจังหวะกลับตัวของราคาทองคำได้ตั้งแต่ต้น ซึ่งช่วยให้ได้กำไรที่ดีและลดความเสี่ยงในการเทรดตามเทรนด์เดิมที่ใกล้จะหมดแรง
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย









TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文