เข้าใจการนับ Pip และ Point ของทองคำ XAU เพื่อคำนวณกำไรขาดทุนได้แม่นยำในปี 2569

สวัสดีลูกศิษย์ iCafeForex ทุกคน วันนี้เราจะมาไขความลับของการคำนวณ Pip และ Point ของทองคำ XAU กันแบบเจาะลึก เพื่อให้เทรดได้แม่นยำขึ้นในปี 2569 นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
ความแตกต่างระหว่าง Pip กับ Point ในทองคำคืออะไร

หลายคนเข้ามาถามผมว่าทองคำนับยังไง เพราะบางแพลตฟอร์มขึ้นทศนิยมสองตำแหน่ง บางที่ขึ้นสามตำแหน่ง วันนี้ผมจะอธิบายให้ฟังแบบเข้าใจง่ายที่สุด ไม่ต้องท่องจำสูตรยาก ๆ เราจะมาแยกความแตกต่างระหว่างสองคำนี้กันก่อน
ในคู่เงินทั่วไปเช่นยูโรดอลลาร์ เราจะคุ้นเคยกับการนับจุดทศนิยมตำแหน่งที่สี่เป็น Pip แต่สำหรับทองคำหรือ XAU โลกของมันจะไม่เหมือนคู่เงินเลย ทองคำมีราคาที่สูงและความผันผวนที่กว้าง การเคลื่อนไหวของราคาจึงถูกนับเป็นจุดใหญ่ ๆ สิ่งที่เราเรียกว่า Pip ในทองคำคือการขยับตัวของราคาไป 0.1 ดอลลาร์ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือทศนิยมตำแหน่งแรกนั่นเอง ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
ส่วน Point คือการขยับตัวที่เล็กที่สุดที่เรามองเห็นบนหน้าจอ ซึ่งก็คือทศนิยมตำแหน่งที่สอง ตัวอย่างเช่นถ้าราคาทองคำขยับจาก 2000.00 ไปที่ 2000.01 นั่นคือการขยับ 1 Point แต่ถ้าขยับไป 2000.10 ถือว่าเป็นการขยับ 1 Pip หรือเท่ากับ 10 Point นั่นเอง การเข้าใจตรงนี้สำคัญมากเพราะมันจะไปกระทบการตั้งค่า จุดตัดขาดทุน และ จุดทำกำไร ของเราโดยตรง
มูลค่าที่แท้จริงของทองคำ 1 ล็อตต่อ 1 พิป
เมื่อเรารู้จักการนับจุดกันแล้ว ขั้นต่อไปคือต้องรู้ว่าแต่ละจุดนั้นมีเงินเท่าไหร่ การคำนวณมูลค่าต่อจุดจะช่วยให้เราวางแผนการเทรดได้แม่นยำและควบคุมความเสี่ยงได้ดีขึ้น มาดูกันว่าทองคำหนึ่งล็อตมีมูลค่าอย่างไร
ทองคำ 1 ล็อตมาตรฐานในตลาดเท่ากับ 100 ออนซ์ ดังนั้นเมื่อราคาทองคำเปลี่ยนแปลงไป 1 ดอลลาร์ มันจะมีค่าเท่ากับ 100 ดอลลาร์ต่อ 1 ล็อตมาตรฐาน ถ้าเราลดขนาดลงมาเป็นล็อตขนาด 0.1 หรือมินิล็อต มูลค่าต่อ 1 ดอลลาร์ก็จะเท่ากับ 10 ดอลลาร์ และถ้าเป็น 0.01 หรือไมโครล็อต มูลค่าก็จะเท่ากับ 1 ดอลลาร์ตามลำดับ
เมื่อเราเอาการนับจุดมาผูกกับมูลค่าดอลลาร์ จะได้ว่า 1 Pip ของทองคำ (ซึ่งเท่ากับ 0.10 ดอลลาร์) จะมีค่าเท่ากับ 10 ดอลลาร์ต่อ 1 ล็อตมาตรฐาน และ 1 Point (ซึ่งเท่ากับ 0.01 ดอลลาร์) จะมีค่าเท่ากับ 1 ดอลลาร์ต่อ 1 ล็อตมาตรฐาน การจำสัดส่วนนี้ไว้จะทำให้เราคำนวณกำไรและขาดทุนได้ในใจโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องคิดเลขเลย
วิธีคำนวณกำไรขาดทุนทองคำแบบตัวเลขจริง
ทีนี้เรามาทำความเข้าใจกันแบบเจาะลึกกับการคำนวณกำไรและขาดทุนจริง ๆ ผมจะใช้ตัวเลขราคาทองคำในปัจจุบันเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด การดูตัวอย่างจริงจะช่วยให้เข้าใจกลไกการทำกำไรได้เร็วกว่าการท่องทฤษฎี
/>
สมมติว่าคุณเห็นทองคำ XAU/USD มีแนวโน้มเป็นขาขึ้น คุณตัดสินใจเปิดออเดอร์ซื้อที่ราคา 2,050.00 ดอลลาร์ ด้วยขนาดล็อต 0.50 หรือครึ่งล็อตมาตรฐาน คุณตั้งเป้าหมายทำกำไรไว้ที่ราคา 2,055.00 ดอลลาร์ และตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ราคา 2,047.00 ดอลลาร์ ตอนนี้เรามาดูกันว่าตำแหน่งนี้จะเกิดผลลัพธ์อะไรขึ้น
ตัวอย่างที่ 1 สถานการณ์ทำกำไร
ราคาทองคำไปถึงเป้าหมายที่คุณตั้งไว้คือ 2,055.00 ดอลลาร์ คุณปิดออเดอร์เพื่อทำกำไร ขั้นตอนแรกเราต้องหาผลต่างของราคาก่อน นั่นคือ 2,055.00 ลบด้วย 2,050.00 เท่ากับ 5.00 ดอลลาร์ ในการนับจุดของทองคำ เราจะเรียกการขยับ 1 ดอลลาร์ว่าเป็น 100 Point หรือ 10 Pip ดังนั้นราคาขยับ 5 ดอลลาร์ก็เท่ากับ 500 Point หรือ 50 Pip นั่นเอง
ต่อไปเรามาคำนวณเป็นเงินดอลลาร์กัน จากที่เรารู้ว่าทองคำ 1 ล็อตมาตรฐานต่อ 1 ดอลลาร์จะเท่ากับ 100 ดอลลาร์ แต่คุณใช้ล็อตขนาด 0.50 ดังนั้นมูลค่าต่อ 1 ดอลลาร์จะเท่ากับ 50 ดอลลาร์ นำจำนวนเงินมาคูณกับระยะราคาที่ขยับ นั่นคือ 50 ดอลลาร์ คูณด้วย 5 ดอลลาร์ เท่ากับกำไรที่คุณจะได้รับ 250 ดอลลาร์ วิธีนี้เป็นวิธีคิดที่ตรงไปตรงมาและใช้ได้จริงกับทุกสถานการณ์
ตัวอย่างที่ 2 สถานการณ์ขาดทุน
แต่ถ้าสมมติว่าราคาวิ่งไปทิศทางตรงกันข้ามและไปโดนจุดตัดขาดทุนที่ 2,047.00 ดอลลาร์ เรามาคำนวณความเสียหายกัน ราคาเปิด 2,050.00 ลบด้วยราคาปิด 2,047.00 เท่ากับ 3.00 ดอลลาร์ แปลว่าราคาขยับไป 300 Point หรือ 30 Pip ในทางขาดทุน
นำระยะราคาที่ขยับ 3.00 ดอลลาร์ มาคูณกับมูลค่าดอลลาร์ต่อล็อตของคุณซึ่งเท่ากับ 50 ดอลลาร์ (จากล็อต 0.50) จะได้ผลลัพธ์เป็น 150 ดอลลาร์ นี่คือจำนวนเงินที่คุณจะขาดทุนในไม้นี้ จะเห็นว่าการรู้วิธีคำนวณจะช่วยให้เราเห็นภาพความเสี่ยงได้ชัดเจนก่อนเปิดออเดอร์ ทำให้เราเลือกขนาดล็อตที่เหมาะสมกับเงินทุนของเรา
วิธีตั้งจุดตัดขาดทุนให้สมเหตุสมผลด้วยจำนวนพิป

การตั้งจุดตัดขาดทุนหรือ จุดตัดขาดทุน ไม่ใช่เรื่องของความรู้สึกอยากให้ขาดทุนเท่าไหร่ แต่มันต้องอ้างอิงจากโครงสร้างกราฟและคำนวณร่วมกับขนาดล็อต เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงทำได้แม่นยำและเป็นระบบมากขึ้น ไม่ใช่แค่เดาสุ่ม
หลายคนชอบตั้งจุดตัดขาดทุนแบบตายตัวเช่น 20 พิปหรือ 30 พิป แต่สำหรับทองคำ 20 พิปเท่ากับ 2 ดอลลาร์ ซึ่งบางครั้งมันน้อยเกินไปและโดนสั่นก่อนจะวิ่งไปทิศทางที่เราคาดไว้ ผมแนะนำให้ดูจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดของแท่งเทียนในกรอบเวลาที่คุณเทรด แล้วเผื่อระยะออกไปอีกประมาณ 2 ถึง 3 ดอลลาร์ หรือ 20 ถึง 30 พิปจากจุดนั้น เพื่อให้มีพื้นที่หายใจพอจะรองรับความผันผวนได้
เมื่อเราได้ระยะ จุดตัดขาดทุน ที่เหมาะสมกับกราฟแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการปรับขนาดล็อตให้พอดีกับความเสี่ยงที่เรากำหนดไว้ สมมติว่าคุณมีทุน 1,000 ดอลลาร์ และยอมรับความเสี่ยงที่ 2% ต่อไม้ซึ่งเท่ากับ 20 ดอลลาร์ ถ้าระยะ จุดตัดขาดทุน ที่คำนวณได้คือ 4 ดอลลาร์ คุณก็แค่เอาเงินที่ยอมเสี่ยงหารด้วยระยะราคา นั่นคือ 20 หารด้วย 4 ได้ 5 ดอลลาร์ แล้วหารด้วย 100 อีกที ก็จะได้ขนาดล็อตที่ปลอดภัยคือ 0.05 ล็อต วิธีนี้จะทำให้คุณไม่มีวันเบิร์นบัญชีจากการใช้ล็อตใหญ่เกินไปอย่างแน่นอน
เปรียบเทียบการนับจุดทองคำกับคู่เงินฟอเร็กซ์ทั่วไป
เพื่อให้เห็นความแตกต่างชัดเจนขึ้น ผมจะเปรียบเทียบการนับจุดและมูลค่าระหว่างทองคำกับคู่เงินยอดฮิตอย่างยูโรดอลลาร์ การเปรียบเทียบนี้จะช่วยให้นักเทรดที่เคยชินกับคู่เงินปรับตัวเข้ากับตลาดทองคำได้เร็วขึ้น และไม่สับสนเวลาข้ามไปเทรดสินค้าประเภทอื่น
/>
| ประเภทคู่เทรด | การนับ 1 Pip | มูลค่าต่อ 1 Pip (ล็อต 1.0) | การเคลื่อนไหวราคาเฉลี่ยต่อวัน |
|---|---|---|---|
| ทองคำ (XAU/USD) | 0.10 ดอลลาร์ (ทศนิยมตำแหน่งที่ 1) | 10 ดอลลาร์ | 15 – 30 ดอลลาร์ (1500 – 3000 Pip) |
| ยูโรดอลลาร์ (EUR/USD) | 0.0001 ดอลลาร์ (ทศนิยมตำแหน่งที่ 4) | 10 ดอลลาร์ | 0.0050 – 0.0100 ดอลลาร์ (50 – 100 Pip) |
| ดัชนีดอลลาร์ (DXY) | 0.01 ดอลลาร์ (ทศนิยมตำแหน่งที่ 2) | 1 ดอลลาร์ | 0.30 – 0.50 ดอลลาร์ (30 – 50 Pip) |
| น้ำมันดิบ (WTI) | 0.01 ดอลลาร์ (ทศนิยมตำแหน่งที่ 2) | 1 ดอลลาร์ | 1.00 – 3.00 ดอลลาร์ (100 – 300 Pip) |
จากตารางจะเห็นได้ว่าแม้มูลค่าต่อ 1 Pip ของทองคำและยูโรดอลลาร์จะเท่ากันคือ 10 ดอลลาร์ แต่การเคลื่อนไหวต่อวันของทองคำนั้นกว้างกว่ามาก ทองคำอาจขยับ 20 ดอลลาร์ต่อวันซึ่งเท่ากับ 2000 Pip ในขณะที่ยูโรดอลลาร์ขยับแค่ 100 Pip นี่คือเหตุผลว่าทำไมการเทรดทองคำจึงมีความผันผวนสูงและต้องระมัดระวังเรื่องการใช้ล็อตใหญ่เกินไป
เทคนิคการใช้ Point และ Pip ช่วยวางแผนเป้าหมายกำไร
การรู้วิธีคำนวณจุดไม่ใช่แค่เพื่อดูว่าเราจะได้หรือเสียเท่าไหร่ แต่มันคือเครื่องมือสำคัญในการวางแผนเป้าหมายกำไรหรือ จุดทำกำไร ให้มีความเป็นไปได้สูงและสมดุลกับความเสี่ยง นักเทรดที่เก่งจะต้องรู้จักใช้ตัวเลขเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์สูงสุด
ผมมักจะสอนลูกศิษย์ว่าให้ดูอัตราส่วนความเสี่ยงต่อกำไรหรือ Risk to Reward Ratio อยู่เสมอ สมมติว่าคุณวางแผนจะเปิดออเดอร์ซื้อทองคำที่ราคา 2,100 ดอลลาร์ และตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 2,095 ดอลลาร์ ความเสี่ยงของคุณคือ 5 ดอลลาร์ หรือ 50 Pip ถ้าคุณต้องการอัตราส่วนกำไรต่อขาดทุนที่ 1 ต่อ 2 คุณก็ต้องตั้งเป้าหมายกำไรไว้ที่ 10 ดอลลาร์ หรือ 100 Pip จากราคาเข้า นั่นคือต้องปิดออเดอร์ที่ราคา 2,110 ดอลลาร์
การคำนวณแบบนี้จะทำให้คุณมีวินัยในการเทรด ไม่หวังกำไรเกินจริงจนลืมความเสี่ยง และไม่ยึดติดกับจุดเล็ก ๆ จนเสียโอกาสทำกำไร ที่สำคัญคือเมื่อคุณรู้ว่าทองคำขยับ 1 ดอลลาร์ต่อ 1 ล็อตเท่ากับ 100 ดอลลาร์ คุณจะสามารถปรับขนาดล็อตได้อย่างยืดหยุ่น เช่น ถ้าคุณต้องการลดความเสี่ยงลงครึ่งหนึ่ง คุณก็แค่ลดล็อตจาก 1.0 เป็น 0.5 แล้วระยะ จุดตัดขาดทุน ที่เคยเสี่ยง 100 ดอลลาร์ ก็จะลดลงเหลือ 50 ดอลลาร์ทันที โดยที่ยังใช้จุดเข้าและจุดออกเดิมอยู่ นี่คือพลังของการเข้าใจการคำนวณจุดอย่างแท้จริง
สรุปแนวทางการคำนวณทองคำให้เกิดความชำนาญ
การเริ่มต้นเทรดทองคำอาจจะดูซับซ้อนนิดหน่อยเรื่องการนับจุด แต่เชื่อผมเถอะว่าพอคุณทำไปสักพักมันจะเป็นเรื่องสามัญสำนึก สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจพื้นฐานให้แม่นยำก่อน แล้วค่อยไปต่อยอดเทคนิคอื่น ๆ ความชำนาญจะตามมาเองเมื่อได้ลงมือทำจริงและทบทวนผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง
ขอให้จำไว้ว่าทองคำ 1 Pip เท่ากับ 0.10 ดอลลาร์ และ 1 Point เท่ากับ 0.01 ดอลลาร์ ส่วนมูลค่าต่อ 1 ล็อตมาตรฐานต่อ 1 ดอลลาร์จะเท่ากับ 100 ดอลลาร์เสมอ ถ้าจำกฎสามข้อนี้ได้ คุณจะสามารถคำนวณกำไรขาดทุนได้ทุกสถานการณ์ ไม่ว่าราคาทองคำจะวิ่งไปทางไหนก็ตาม และอย่าลืมว่าการบริหารความเสี่ยงคือหัวใจสำคัญที่สุดในการเทรด รู้จักคำนวณจุดให้ดีแล้วใช้มันควบคุมขนาดล็อตให้เหมาะสม คุณจะสามารถอยู่รอดในตลาดได้ยาวนานและทำกำไรได้อย่างยั่งยืน
/>
/>
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย

ทองคำ 1 Pip มีค่าเท่าไหร่
ทองคำ XAU การเคลื่อนไหว 1 pip มักถูกกำหนดให้เท่ากับการขยับตัว 0.1 จุดราคา หรือเท่ากับ 1 ดอลลาร์ต่อ 1 ล็อตมาตรฐาน ดังนั้นถ้าราคาทองคำเปลี่ยนแปลงไป 1 จุดเต็ม ๆ จะเท่ากับ 10 pip ซึ่งหมายถึงกำไรหรือขาดทุนประมาณ 10 ดอลลาร์ต่อ 1 ล็อต การเข้าใจจุดนี้ช่วยให้นักเทรดคำนวณขนาดล็อตได้แม่นยำขึ้น และไม่สับสนกับการนับจุดของคู่เงินอื่น ๆ
ทำไมทองคำถึงนับ Point แทน Pip
หลายโบรกเกอร์แสดงราคาทองคำแค่ทศนิยม 2 ตำแหน่ง ทำให้การเคลื่อนไหวเล็กที่สุดที่มองเห็นคือ 0.01 ซึ่งเรียกว่า 1 Point ในขณะที่ 1 Pip ของทองคำจะเท่ากับ 0.10 หรือ 10 Point การแยกความแตกต่างนี้สำคัญมากเวลาเราตั้งค่า จุดตัดขาดทุน หรือ จุดทำกำไร เพราะถ้าใส่สลับกันอาจทำให้เป้าหมายผิดไปเยอะ นักเทรดมือใหม่มักสับสนเรื่องนี้บ่อยที่สุด
คำนวณกำไรทองค้าต้องใช้สูตรอะไร
สูตรพื้นฐานคือ ผลต่างของราคาเปิดและราคาปิด คูณด้วยขนาดล็อต แล้วคูณด้วย 100 ซึ่งเป็นมูลค่าดอลลาร์ต่อ 1 ล็อตมาตรฐานต่อ 1 จุดเต็ม ตัวอย่างเช่น ซื้อที่ 2000 ขายที่ 2010 ได้กำไร 10 จุด ถ้าใช้ล็อตขนาด 1.0 จะได้กำไร 1,000 ดอลลาร์ แต่ถ้าใช้ล็อต 0.1 กำไรจะเหลือ 100 ดอลลาร์ สูตรนี้ใช้ได้กับทุกโบรกเกอร์ที่ราคาเป็นทศนิยม 2 ตำแหน่ง
ทองคำ 1 ล็อตมาตรฐานเท่ากับกี่ออนซ์
ทองคำ 1 ล็อตมาตรฐานในตลาด Forex เท่ากับ 100 ออนซ์ ถ้าราคาทองคำอยู่ที่ 2,000 ดอลลาร์ต่อนซ์ มูลค่าตำแหน่งเต็มจะอยู่ที่ 200,000 ดอลลาร์ นั่นหมายความว่าการขยับตัว 1 ดอลลาร์ของราคาทองคำ จะมีมูลค่าเท่ากับ 100 ดอลลาร์ต่อ 1 ล็อตมาตรฐาน ดังนั้นนักเทรดจึงต้องระวังเรื่องการใช้ล็อตใหญ่เกินไป เพราะความผันผวนของทองคำสูงพอสมควร
วิธีคำนวณขนาดล็อตทองคำให้ปลอดภัย
ก่อนอื่นต้องกำหนดเงินทุนและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ต่อไม้ต่อ ๆ ไป สมมติว่ามีทุน 1,000 ดอลลาร์ ยอมเสี่ยง 2% หรือ 20 ดอลลาร์ และตั้ง จุดตัดขาดทุน ไว้ที่ 5 ดอลลาร์จากราคาเข้า ให้เอาเงินที่ยอมเสี่ยงหารด้วยระยะ จุดตัดขาดทุน แล้วหารด้วย 100 อีกที จะได้ขนาดล็อตที่เหมาะสม วิธีนี้จะช่วยคุมความเสี่ยงไม่ให้ขาดทุนเกินงบประมาณที่วางไว้
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย







