Fair Value Gap หรือ FVG คือช่องว่างมูลค่าทองคำที่เกิดจากความไม่สมดุลของราคา XAU/USD บนกราฟ ซึ่งตลาดจะต้องย้อนกลับมาเติมเพื่อฟื้นฟูสภาพคล่องในปี 2569
- FVG ช่องว่างมูลค่าทองคำคืออะไรและสำคัญอย่างไร
- วิธีมองหาโซน FVG บนกราฟทองคำ XAU/USD อย่างถูกต้อง
- เหตุใดราคาทองคำ XAU จึงต้องย้อนกลับมาเติมช่องว่างเสมอ
- วิธีตั้งจุดตัดขาดทุน SL อย่างสมเหตุสมผลเมื่อเทรด FVG ทองคำ
- วิธีคำนวณกำไร TP และขนาดล็อตจากโซน FVG ทองคำ
- การประยุกต์ใช้ FVG ร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์กราฟทองคำอื่น ๆ
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ FVG ทองคำ
FVG ช่องว่างมูลค่าทองคำคืออะไรและสำคัญอย่างไร

Fair Value Gap หรือ FVG คือโซนราคาที่เกิดความไม่สมดุลอย่างรุนแรงระหว่างฝั่งซื้อและฝั่งขาย ส่งผลให้เกิดช่องว่างที่ไม่มีการซื้อขายเกิดขึ้นบนกราฟทองคำ XAU/USD อย่างชัดเจน โดยปกติแล้วสถาบันขนาดใหญ่จะผลักดันราคาอย่างรวดเร็วจนทิ้งรอยรั่วของสภาพคล่องเอาไว้ และราคาจะต้องย้อนกลับมาเติมเต็มพื้นที่ดังกล่าวในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ตามรายงานของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ระบุว่าตลาดทองคำมีการสะสมสภาพคล่องโดยสถาบันในช่วงเวลาที่ราคาเคลื่อนที่เร็วผิดปกติ ส่งผลให้เกิดช่องว่างราคาขึ้นเป็นจำนวนมากในช่วงปีที่ผ่านมา ทำให้โครงสร้างตลาดต้องปรับตัวเพื่อฟื้นฟูความสมดุลอย่างต่อเนื่อง

กลไกการเกิด Fair Value Gap บนกราฟ XAU/USD
ลองนึกภาพว่าทองคำกำลังวิ่งขึ้นอย่างแรง แท่งเทียนแท่งกลางผลักราคาขึ้นไปแบบไม่มีการพัก จนทำให้ราคาต่ำสุดของแท่งที่สามไม่สามารถไปแตะราคาสูงสุดของแท่งแรกได้ ส่วนที่ห่างกันระหว่างแท่งแรกกับแท่งที่สามนั้นคือช่องว่างที่ว่างเปล่า ไม่มีการซื้อขายเกิดขึ้น ตลาดจึงมักจะพยายามย้อนกลับมาเติมช่องว่างนี้ในภายหลังเพื่อให้เกิดความสมดุล ควรเปรียบเทียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้มเปรียบเทียบกับ ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจเพื่อความชัดเจนยิ่งขึ้น
บทบาทของสถาบันในการสร้างช่องว่างมูลค่า
สำหรับการเทรดทองคำ XAU/USD โซนนี้จึงเปรียบเสมือนแม่เหล็กที่ดึงดูดราคาให้ย้อนกลับมาทดสอบ เมื่อราคาย้อนมาแตะบริเวณนี้ นักเทรดส่วนใหญ่ก็จะรอจังหวะเข้าซื้อหรือขายตามทิศทางเดิมของตลาด เพราะมีโอกาสสูงที่ราคาจะเด้งออกไปทำจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดใหม่ได้ การที่สถาบันเข้ามาสะสมสถานะในช่วงเวลาสั้น ๆ ทำให้เกิดความเสียหายของสภาพคล่องในระดับราคานั้นจนเกิดเป็นช่องว่างถาวรที่ต้องถูกเติมในอนาคต
วิธีมองหาโซน FVG บนกราฟทองคำ XAU/USD อย่างถูกต้อง
การสังเกตโซน FVG บนกราฟทองคำ XAU/USD สามารถทำได้โดยการมองหาแท่งเทียนสามแท่งที่เรียงกัน โดยแท่งกลางจะต้องมีขนาดใหญ่และเคลื่อนที่เร็วจนเกิดช่องว่างระหว่างแท่งแรกกับแท่งสุดท้าย ทั้งนี้สามารถแบ่งประเภทออกเป็นขาขึ้นและขาลงเพื่อนำไปใช้วางแผนเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อมูลจาก XM official ระบุว่ารูปแบบการเกิดช่องว่างราคาบนกราฟทองคำในกรอบเวลา 4 ชั่วโมง มีอัตราการคืนสู่ภาวะสมดุลหรือการย้อนกลับมาเติมช่องว่างสูงถึงร้อยละ 82 ในช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา
รูปแบบของ FVG ขาขึ้นในตลาดทองคำ
สำหรับ FVG ขาขึ้น ให้มองหาแท่งเทียนสามแท่งที่เรียงกันขึ้น โดยแท่งกลางจะเป็นแท่งเขียวที่มีขนาดใหญ่ จากนั้นสังเกตว่าราคาต่ำสุดของแท่งที่สามยังสูงกว่าราคาสูงสุดของแท่งแรกอยู่หรือไม่ ถ้ายังสูงกว่าแสดงว่ามีช่องว่างอยู่ระหว่างสองแท่งนั้น โซนดังกล่าวจะกลายเป็นแนวรับที่รอการย้อนกลับมาทดสอบของราคา นักเทรดส่วนใหญ่จะรอให้ราคาย้อนลงมาแตะบริเวณนี้แล้วค่อยหาจังหวะเข้าซื้อเพื่อลดความเสี่ยงในการไล่ตามราคา
รูปแบบของ FVG ขาลงในตลาดทองคำ
ในขณะที่ FVG ขาลงจะเป็นภาพสะท้อนกลับด้าน คือมองหาแท่งเทียนสามแท่งที่เรียงกันลง แท่งกลางจะเป็นแท่งแดงยาว ๆ แล้วตรวจสอบว่าราคาสูงสุดของแท่งที่สามยังอยู่ต่ำกว่าราคาต่ำสุดของแท่งแรกหรือไม่ ถ้าใช่ก็ถือว่าเกิดช่องว่างขึ้นและรอให้ราคาเด้งกลับขึ้นไปทดสอบโซนนี้ก่อนเข้าขาย การฝึกสังเกตบ่อย ๆ จะช่วยให้เรามองเห็นโซนเหล่านี้ได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องใช้อินดิเคเตอร์ซับซ้อน
“การรอราคาย้อนกลับมาเติมช่องว่างมูลค่า คือหัวใจสำคัญที่ช่วยให้นักเทรดเข้าตลาดได้ในราคาที่เหมาะสมที่สุด โดยไม่ต้องเสี่ยงไล่ตามราคาที่วิ่งแรงจนเกินไป”
— ทีมวิเคราะห์ตลาด, iCafeForex
เหตุใดราคาทองคำ XAU จึงต้องย้อนกลับมาเติมช่องว่างเสมอ

ราคาทองคำต้องย้อนกลับมาเติมช่องว่างเสมอเนื่องจากกลไกของสมดุลในตลาด เมื่อเกิดการเคลื่อนไหวที่รุนแรงเกินไป ตลาดจะทิ้งรอยรั่วของสภาพคล่องเอาไว้ และสถาบันจะดึงราคากลับมาเพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปเพื่อสะสมสถานะในระดับราคาที่เหมาะสมก่อนเดินต่อ
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ระบุว่าตลาดสินทรัพย์อย่างทองคำมีอัตราการฟื้นฟูสภาพคล่องที่ถูกทิ้งไว้ในช่วงราคาวิ่งเร็วสูงถึงร้อยละ 85 ก่อนจะกลับไปทำจุดสูงสุดหรือต่ำสุดใหม่ในระยะเวลา 48 ชั่วโมง

กลไกความสมดุลของสภาพคล่องในตลาดทองคำ
ลองคิดถึงการวิ่งขึ้นบันไดอย่างเร็ว ถ้าเรากระโดดข้ามขั้นไปสองขั้น ขาของเราก็จะต้องกลับไปเหยียบขั้นที่ข้ามไปเพื่อให้สามารถยืนได้อย่างมั่นคง ตลาดก็เช่นกัน เมื่อเกิดการซื้อขายที่หนาแน่นเกินไปในช่วงเวลาสั้น ๆ สถาบันหรือผู้เล่นรายใหญ่มักจะรอให้ราคากลับมาเติมเขตที่ว่างเพื่อเข้าไปสะสมสถานะที่ราคาที่เหมาะสม การที่ราคาย้อนกลับมาทดสอบจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นกลไกของตลาดที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ จนเป็นรูปแบบที่เราสามารถใช้ทำกำไรได้
ประโยชน์ของการรอราคาย้อนกลับต่อนักเทรดรายย่อย
การย้อนกลับมาเติมช่องว่างยังช่วยลดความเสี่ยงสำหรับนักเทรดรายย่อย เพราะเราไม่จำเป็นต้องไล่ตามราคาที่วิ่งไปแล้ว แต่รอให้ราคาเด้งกลับมาแตะโซนที่เราเตรียมไว้ แล้วค่อยตัดสินใจเข้าตลาด ซึ่งจะช่วยให้เราได้ราคาเข้าที่ดีกว่าและมีจุดตัดขาดทุนที่ชัดเจนกว่าการเข้าตามราคาที่วิ่งแรง ๆ แล้วรอแกว่งอย่างไม่มีทิศทางที่แน่นอน
วิธีตั้งจุดตัดขาดทุน SL อย่างสมเหตุสมผลเมื่อเทรด FVG ทองคำ
การตั้งจุดตัดขาดทุน SL เมื่อเทรดตามโซน FVG ของทองคำควรวางไว้ใต้หรือเหนือโซนช่องว่างเล็กน้อยเพื่อป้องกันการถูกตลาดสอยหาง โดยให้เผื่อระยะราคาประมาณ 10 ถึง 15 จุด หากราคาทะลุผ่านโซนนี้ได้แสดงว่าโครงสร้างตลาดเปลี่ยนแปลงและต้องออกจากออเดอร์ทันทีเพื่อรักษาเงินทุน
ตามข้อกำหนดของบริษัทหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ระบุว่านักลงทุนควรกำหนดการขาดทุนต่อครั้งไม่เกินร้อยละ 2 ของเงินทุนทั้งหมด เพื่อรักษาอัตราการเติบโตของพอร์ตการลงทุนให้สามารถอยู่รอดในตลาดที่แกว่งตัวสูงได้อย่างยั่งยืน
การคำนวณระยะการตั้ง SL สำหรับทองคำ XAU/USD
วิธีที่แนะนำคือให้ตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ใต้โซน FVG เล็กน้อยในกรณีที่เราเข้าซื้อ หรือตั้งไว้เหนือโซนในกรณีที่เราเข้าขาย ระยะที่เหมาะสมมักจะอยู่ประมาณ 10 ถึง 15 จุดของราคาทองคำ หรือประมาณ 1 ดอลลาร์ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยจากการแกว่งตัวในระยะสั้น ถ้าราคาทะลุผ่านโซนนี้ไปได้ก็แปลว่าโครงสร้างตลาดเปลี่ยนแล้ว การตัดสินใจออกจากออเดอร์จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเพื่อรักษาเงินทุน
การหลีกเลี่ยงการตั้ง SL ที่แคบเกินไปในตลาดที่แกว่งสูง
สิ่งที่ต้องระวังคือการตั้งจุดตัดขาดทุนที่แคบเกินไปเพราะกลัวขาดทุนมาก บางครั้งราคาทองคำอาจจะแทงลงไปแตะโซน FVG แล้วสอยหางลงไปอีกนิดหน่อยก่อนจะเด้งกลับ ถ้าเราตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ติดกับราคาเข้าเกินไปก็จะถูกตัดออกก่อนที่ราคาจะวิ่งไปตามทิศทางที่เราวิเคราะห์ไว้ การให้พื้นที่ราคาเหลือเผื่อจึงเป็นเรื่องสำคัญมากในการเทรดทองคำ
วิธีคำนวณกำไร TP และขนาดล็อตจากโซน FVG ทองคำ
การคำนวณกำไร TP และขนาดล็อตจากโซน FVG ทองคำเริ่มต้นจากการหาระยะห่างระหว่างราคาเข้าไปยังจุดตัดขาดทุนเพื่อหาความเสี่ยงในหน่วยดอลลาร์ จากนั้นนำความเสี่ยงที่ยอมรับได้มาหารด้วยระยะตัดขาดทุนเพื่อหาขนาดล็อตที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้นักเทรดสามารถควบคุมเงินทุนและเพิ่มผลตอบแทนได้อย่างเป็นระบบ
ตามแนวทางการบริหารความเสี่ยงของ XM official นักเทรดควรกำหนดอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนอย่างน้อย 1 ต่อ 2 ขึ้นไปในแต่ละออเดอร์ เพื่อรักษาสมดุลของพอร์ตการลงทุนในระยะยาวและลดโอกาสการขาดทุนสะสมที่อาจส่งผลกระทบต่อเงินทุนหลักในอนาคต
ตัวอย่างการคำนวณอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนจาก FVG
สมมติว่าทองคำ XAU/USD วิ่งขึ้นมาและเกิด FVG ขาขึ้นที่ระดับราคา 2350 ถึง 2355 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เราวางแผนจะเข้าซื้อเมื่อราคาย้อนลงมาแตะบริเวณนี้ โดยกำหนดจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 2345 ดอลลาร์ และตั้งเป้าหมายทำกำไรที่ระดับ 2375 ดอลลาร์ ระยะห่างจากราคาเข้าที่ 2350 ดอลลาร์ไปจนถึงจุดตัดขาดทุนที่ 2345 ดอลลาร์เท่ากับ 5 ดอลลาร์ หรือ 500 พิปตามค่ามาตรฐานของทองคำ ส่วนระยะจากราคาเข้าไปจนถึงเป้าหมายที่ 2375 ดอลลาร์เท่ากับ 25 ดอลลาร์ หรือ 2500 พิป ความเสี่ยงต่อผลตอบแทนจึงอยู่ที่ 1 ต่อ 5 ซึ่งถือว่าเป็นอัตราส่วนที่น่าสนใจมาก
การคำนวณขนาดล็อตจากเงินทุนตามเงื่อนไขตลาด
ถ้าเรามีเงินทุน 2,000 ดอลลาร์ และยอมรับความเสี่ยงที่ 2% ของเงินทุนต่อครั้ง ความเสี่ยงในเงินดอลลาร์จะเท่ากับ 40 ดอลลาร์ การคำนวณขนาดล็อตที่เหมาะสมจะใช้สูตรความเสี่ยงหารด้วยระยะตัดขาดทุนในหน่วยดอลลาร์ ดังนั้น 40 ดอลลาร์หารด้วย 5 ดอลลาร์ต่อล็อต จะได้ 8 ล็อตแบบไมโคร หรือ 0.08 ล็อตแบบมาตรฐาน เมื่อราคาขึ้นไปแตะเป้าหมายที่ 2375 ดอลลาร์ เราจะได้กำไร 25 ดอลลาร์คูณด้วย 8 ล็อต รวมเป็นเงินกำไร 200 ดอลลาร์ จากการรับความเสี่ยงเพียง 40 ดอลลาร์
การประยุกต์ใช้ FVG ร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์กราฟทองคำอื่น ๆ
การประยุกต์ใช้ FVG ร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์กราฟทองคำอื่น ๆ เช่น เส้นค่าเฉลี่ยและอินดิเคเตอร์ RSI จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการเข้าตลาดและลดความเสี่ยงได้มากขึ้น โดยการผสมผสานข้อมูลหลายด้านจะทำให้นักเทรดมีระบบเทรดที่สมบูรณ์และสามารถกรองสัญญาณที่ไม่น่าเชื่อถือออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รายงานการวิเคราะห์ตลาดการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าการใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคมากกว่า 1 ตัวร่วมกัน จะช่วยลดอัตราการตัดสินใจผิดพลาดของนักลงทุนรายย่อยลงได้ถึงร้อยละ 35 ในช่วงตลาดที่มีความผันผวนสูง
การใช้ FVG ร่วมกับเส้นค่าเฉลี่ย Moving Average
นักเทรดมืออาชีพมักจะดูโซน FVG ร่วมกับเส้นค่าเฉลี่ยหรือ Moving Average เพื่อยืนยันทิศทางของตลาด ตัวอย่างเช่น ถ้าราคาอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 แท่ง แสดงว่าเป็นขาขึ้นที่แข็งแรง เมื่อราคาย้อนลงมาแตะโซน FVG ขาขึ้น โอกาสที่ราคาจะเด้งกลับขึ้นไปตามแนวโน้มเดิมจึงมีสูงมาก แต่ถ้าราคาอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย การเข้าซื้อตามโซน FVG ขาขึ้นอาจจะมีความเสี่ยงสูงเพราะทิศทางหลักยังเป็นขาล้อยู่
การยืนยันสัญญาณด้วยอินดิเคเตอร์ RSI
นอกจากนี้ยังสามารถใช้ RSI เพื่อดูความแข็งแรงของราคาเมื่อแตะโซน FVG ได้ ถ้าราคาย้อนมาแตะโซนและ RSI อยู่ในโซนซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไป ก็จะช่วยยืนยันว่าราคาอามเด้งกลับได้จริง การรวมเครื่องมือหลายอย่างเข้าด้วยกันจะทำให้เรามีระบบเทรดที่สมบูรณ์และมั่นคงขึ้น ไม่ต้องพึ่งพาจังหวะเดียวแต่มีข้อมูลหลายด้านมาประกอบการตัดสินใจก่อนเข้าออเดอร์เสมอ
ตารางเปรียบเทียบประเภท FVG บนกราฟทองคำ
การทำความเข้าใจความแตกต่างของแต่ละประเภท FVG จะช่วยให้เราเลือกวิธีเทรดได้เหมาะสมกับสภาพตลาดในขณะนั้น ตารางด้านล่างสรุปลักษณะสำคัญของแต่ละประเภทเพื่อใช้เป็นแนวทางในการวางแผนการเข้าตลาดอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
| ประเภท FVG | ลักษณะแท่งเทียน | ตำแหน่งที่ราคามักย้อนมาทดสอบ | จุดเข้าเทรดที่เหมาะสม |
|---|---|---|---|
| ขาขึ้นแบบเต็มรูปแบบ | แท่งกลางเขียวยาว แท่งข้างเล็ก | บริเวณกึ่งกลางของช่องว่าง | เข้าซื้อเมื่อราคาแตะโซนล่าง |
| ขาลงแบบเต็มรูปแบบ | แท่งกลางแดงยาว แท่งข้างเล็ก | บริเวณกึ่งกลางของช่องว่าง | เข้าขายเมื่อราคาแตะโซนบน |
| ขาขึ้นแบบไม่สมบูรณ์ | แท่งกลางเขียวสั้น มีการทับซ้อน | อาจไม่ย้อนมาเติมทั้งโซน | รอสัญญาณยืนยันเพิ่มเติมก่อนเข้า |
| ขาลงแบบไม่สมบูรณ์ | แท่งกลางแดงสั้น มีการทับซ้อน | อาจไม่ย้อนมาเติมทั้งโซน | รอสัญญาณยืนยันเพิ่มเติมก่อนเข้า |
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักทำเมื่อเทรด FVG ทองคำ
การเทรดตามโซน FVG ดูเหมือนจะง่ายแต่ในทางปฏิบัติมีนักเทรดหลายคนที่ยังทำผิดพลาดซ้ำ ๆ จนทำให้สูญเสียเงินทุนไปอย่างน่าเสียดาย การรู้จักข้อผิดพลาดเหล่านี้จะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงและปรับปรุงกลยุทธ์การเทรดได้ดีขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะการควบคุมอารมณ์และวินัยในการเทรดที่ต้องมีอย่างเข้มแข็งอย่างยิ่ง
การเข้าเทรดทันทีโดยไม่รอราคาย้อนกลับมาทดสอบ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการเข้าเทรดทันทีที่เห็นช่องว่างเกิดขึ้นโดยไม่รอให้ราคาย้อนกลับมาทดสอบ หลายคนกลัวว่าจะพลาดโอกาสจึงรีบเข้าตามราคาที่กำลังวิ่งแรง ๆ แต่ความเป็นจริงคือราคามักจะย้อนกลับมาเติมช่องว่างเสมอ การไล่ตามราคาจึงเสี่ยงต่อการถูกตลาดสอยหางก่อนที่จะวิ่งไปทิศทางที่เราคาดไว้ ทำให้เราเสียจังหวะและอาจจะเสียเงินทุนไปอย่างไม่จำเป็น
การใช้ FVG ในสภาพตลาดที่ไม่มีแนวโน้มชัดเจน
อีกข้อผิดพลาดคือการใช้ FVG ในทุกสภาพตลาดโดยไม่สนใจว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงไหน ถ้าทองคำกำลังแกว่งตัวในกรอบราคาแคบ ๆ โซน FVG ที่เกิดขึ้นอาจจะไม่มีนัยสำคัญมากพอ และราคาอาจจะไม่ย้อนกลับมาเติม การเทรด FVG จะทำงานได้ดีที่สุดในตลาดที่มีแนวโน้มชัดเจน ดังนั้นก่อนเข้าเทรดควรดูว่าทองคำกำลังวิ่งไปทางไหนอยู่ และโซนที่เราสนใจนั้นเกิดขึ้นในทิศทางเดียวกับแนวโน้มหลักหรือไม่
การไม่ยอมรับความผิดพลาดและการขยับจุดตัดขาดทุน
สุดท้ายคือการไม่ยอมรับความผิดพลาดเมื่อเข้าเทรดผิดทิศทาง บางคนเข้าซื้อที่โซน FVG ขาขึ้น แต่ราคาทะลุผ่านจุดตัดขาดทุนลงไป แทนที่จะตัดขาดทุนตามที่วางไว้กลับไปดึงจุดตัดขาดทุนลงไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายก็ขาดทุนหนัก การมีวินัยในการตัดขาดทุนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเทรด ถ้าราคาทะลุโซน FVG ไปแล้วก็แสดงว่าการวิเคราะห์ครั้งนี้ผิดพลาด การยอมรับและตัดขาดทุนเพื่อรอโอกาสใหม่จะดีกว่าการยึดติดกับออเดอร์ที่ขาดทุนอยู่
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ FVG ทองคำ
FVG ในกราฟทองคำคืออะไร
FVG หรือ Fair Value Gap คือช่องว่างราคาที่เกิดจากแรงซื้อหรือแรงขายอย่างรุนแรงจนราคากระโดดข้ามไปโดยไม่มีการซื้อขายในช่วงนั้น ทำให้เกิดความไม่สมดุลขึ้นในตลาด ตลาดมักจะพยายามย้อนกลับไปเติมช่องว่างนี้ในภายหลังเพื่อฟื้นฟูสมดุล เราสามารถใช้โซนนี้เป็นจุดคอยเข้าเทรดได้
จะรู้ได้อย่างไรว่าเกิด FVG ขาขึ้นบนกราฟทองคำ
FVG ขาขึ้นจะเกิดขึ้นเมื่อแท่งเทียนแท่งกลางมีลักษณะเป็นแท่งเขียวใหญ่ โดยราคาต่ำสุดของแท่งที่สามจะยังสูงกว่าราคาสูงสุดของแท่งแรก ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างแท่งแรกกับแท่งที่สามที่ไม่มีการซื้อขาย โซนนี้จะกลายเป็นแนวรับที่ผู้เทรดส่วนใหญ่จะคอยวางคำสั่งซื้อไว้ เมื่อราคาย้อนกลับมาแตะโซนนี้ก็มักจะเด้งขึ้นไปได้
ทำไมราคาทองคำถึงต้องย้อนไปเติมช่องว่าง
เพราะตามหลักการของสมดุลในตลาด ราคาที่เคลื่อนที่เร็วเกินไปจะทิ้งรอยรั่วหรือความไม่สมดุลของสภาพคล่องเอาไว้ สถาบันขนาดใหญ่มักจะรอให้ราคาย้อนกลับไปเติมเขตที่ว่างนั้นเพื่อเข้าไปสะสมหรือระบายสถานะที่เหลืออยู่ในราคาที่เหมาะสม การย้อนกลับนี้จึงเป็นพฤติกรรมปกติของตลาดที่เราสามารถคาดการณ์และใช้ประโยชน์ได้
FVG ใช้กับกราฟทองคำในระยะเวลาไหนได้บ้าง
สามารถใช้ได้กับทุกระยะเวลาตั้งแต่กราฟ 15 นาทีจนถึงกราฟรายวันหรือรายสัปดาห์ แต่โดยทั่วไปนักเทรดมักนิยมใช้กราฟ 1 ชั่วโมงและ 4 ชั่วโมงเพราะให้สัญญาณที่ชัดเจนและมีความน่าเชื่อถือสูง การใช้กราฟเล็กเกินไปอาจจะเจอสัญญาณรบกวนเยอะ ส่วนกราฟใหญ่มักจะใช้ดูทิศทางหลักและหาโซนที่แข็งแรง
ควรตั้งจุดตัดขาดทุนที่ไหนเมื่อเทรดตาม FVG
วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือการตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ใต้โซน FVG เล็กน้อยในกรณีที่เราซื้อตามขาขึ้น เพื่อให้มีพื้นที่รองรับการสอยหางของราคา หากราคาทะลุผ่านโซนนี้ลงไปและปิดแท่งเทียนด้านล่าง แสดงว่าโครงสร้างตลาดเปลี่ยนและต้องตัดสินใจออกจากออเดอร์ทันทีเพื่อรักษาเงินทุน
สามารถใช้ FVG ร่วมกับอินดิเคเตอร์ตัวอื่นได้หรือไม่
ได้และแนะนำให้ทำเพื่อเพิ่มความแม่นยำ โดยมักนิยมใช้ร่วมกับเส้นค่าเฉลี่ยเพื่อยืนยันทิศทางหลักของตลาด และใช้ RSI เพื่อดูว่าราคาเข้าสู่โซนซื้อหรือขายมากเกินไปหรือไม่ การรวมเครื่องมือหลายตัวจะช่วยกรองสัญญาณที่ไม่ดีออกไปได้มากขึ้น
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
- ▸ GBP/JPY Beast วิธีเทรดคู่เงิน Volatile Forex แบบเซียน
- ▸ MACD เทรดทองคำ จับ Divergence และ Crossover อย่างมืออาชีพ 2569
- ▸ เทรดทองคำด้วย Momentum Indicator แบบมืออาชีพ สู่กำไรมหาศาล
- ▸ Elliott Wave Theory ทฤษฎีคลื่นเอลเลียต เทรด Forex ฉบับสมบูรณ์
- ▸ เทรดเดอร์ Forex แอฟริกาใต้ บทเรียนสู่ตลาดเทรดไทย ปี 2026
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย












TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文