Slippage คือการไถลของราคาที่เกิดขึ้นเมื่อราคาสั่งเทรดไม่ตรงกับราคาจริงในตลาด บทความนี้รวมวิธีลดผลกระทบสำหรับมือใหม่ทั้งหมด 5 วิธี
![Slippage คืออะไรวิธีลดผลกระทบจาก Slippage [2026]](https://icafeforex.com/wp-content/uploads/2026/07/nas-17640-slippage-forex-how-to-reduce-2026-h2-1.jpg)
/>
Slippage คืออะไร ทำไมราคาที่ได้ถึงไม่ตรงที่กด
![Slippage คืออะไร วิธีลดผลกระทบจาก Slippage [2026] H20](https://icafeforex.com/wp-content/uploads/2026/07/nas-17640-slippage-forex-how-to-reduce-2026-h2-0.jpg)
Slippage หรือการไถลของราคา คือความแตกต่างระหว่างราคาที่เทรดเดอร์ต้องการเปิดหรือปิดสถานะกับราคาที่ระบบนายหน้าอนุมัติคำสั่งซื้อขายจริง เกิดจากความผันผวนอย่างรุนแรงทำให้ราคาเปลี่ยนแปลงในเสี้ยววินาที ส่งผลให้บางครั้งคำนัดได้ราคาที่ดีกว่าหรือแย่กว่าเดิม จากการศึกษาพบว่าการไถลของราคาเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้นทุนการทำธุรกรรมเพิ่มขึ้นประมาณ 0.1% ต่อการเทรด (แหล่งที่มา: Investopedia)
Slippage หรือการไถลของราคา คือสภาวะที่ราคาที่เราคลิกสั่งซื้อหรือขายไม่ตรงกับราคาที่ระบบนำไปจับคู่ทำสัญญาจริงในตลาด เกิดขึ้นได้ทั้งในตลาด Forex และคริปโตเคอร์เรนซี เป็นเรื่องปกติที่เทรดเดอร์มือใหม่ต้องเจอและต้องเข้าใจให้ถ่องแท้
หลายคนอาจสงสัยว่าเรากดซื้อที่ราคาหนึ่งทำไมราคาที่ได้ถึงเปลี่ยนไป คำตอบคือตลาดเคลื่อนไหวเร็วมาก ในเสี้ยววินาทีที่เราส่งคำสั่งจากแพลตฟอร์มไปยังเซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์ ราคาในตลาดอาจเปลี่ยนไปแล้ว เมื่อคำสั่งของเราไปถึงระบบ โบรกเกอร์จะนำไปหาคู่ค้าที่รองรับในระดับราคาที่ใกล้ที่สุด ถ้าราคาเลื่อนไปมากเราก็ได้ราคาที่ห่างจากจุดที่เราตั้งใจ ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
การไถลของราคาไม่ใช่ความโกงจากโบรกเกอร์อย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นกลไกทางธรรมชาติของตลาดการเงินที่มีการซื้อขายผ่านระบบจับคู่คำสั่ง ถ้าหากในขณะนั้นมีคนส่งคำสั่งขายจำนวนมากเข้ามาในตลาดพร้อมกัน ราคาก็จะถูกดันให้เคลื่อนที่เร็วกว่าปกติ ทำให้คำสั่งซื้อของเราที่ส่งตามมาถูกจับคู่ที่ระดับที่สูงขึ้นหรือต่ำลงตามแรงกดดันของตลาดในขณะนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการไถลของราคา
สาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดการไถลของราคาในตลาดการเงินมาจากความไม่สมดุลระหว่างปริมาณคำสั่งซื้อและคำสั่งขายในช่วงเวลาที่มีสภาพคล่องต่ำหรือเกิดข่าวสารสำคัญอย่างกะทันหัน เมื่อคำสั่งเทรดขนาดใหญ่เข้ามาในระบบในขณะที่ราคากำกับยังไม่เพียงพอ ระบบจะจับคู่คำสั่งกับราคาที่เหลืออยู่ทันที จากข้อมูลระบุว่าช่วงเวลาที่มีการประกาศข่าวเศรษฐกิจมักทำให้ปริมาณการไถลเพิ่มสูงขึ้นกว่า 50% (แหล่งที่มา: CME Group)
การที่ราคาเลื่อนทำให้คำสั่งเทรดไม่ตรงจุดเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งจากสภาวะตลาดที่ผันผวนรุนแรง ช่วงเวลาที่มีข่าวสำคัญ หรือแม้แต่สภาพคล่องที่ต่ำจนไม่มีคู่ค้าพอรองรับคำสั่งของเรา
/>
สาเหตุแรกคือความผันผวนสูงในช่วงข่าวใหญ่ เช่น การประกาศอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ หรือข้อมูลการจ้างงานนอนฟาร์มเพย์โรล ในวินาทีที่ข่าวออกมาราคาจะกระโดดหลุดหลายสิบพิปทันที ระบบรับคำสั่งจะไม่สามารถหาราคาเดิมให้เราได้เพราะตลาดทั้งระบบเคลื่อนตัวไปแล้ว คำสั่งของเราจึงถูกส่งไปจับคู่ที่ราคาล่าสุดที่มีคนรอรับอยู่
สาเหตุที่สองคือสภาพคล่องที่ต่ำ มักเกิดขึ้นในช่วงเปิดตลาดสัปดาห์ใหม่หรือช่วงเวลาที่ตลาดหลักปิดทำการ ถ้าเราเทรดคู่เงินรองในช่วงเวลาที่ผู้ค้ารายใหญ่ไม่ได้ทำธุรกรรม ปริมาณคำสั่งซื้อขายจะน้อย การส่งคำสั่งขนาดใหญ่เข้าไปจะทำให้ราคาถูกดันไปแตะระดับถัดไปที่มีคนรอรับ ทำให้เกิดการไถลของราคาที่เห็นได้ชัด
นอกจากนี้ความเร็วของอินเทอร์เน็ตและระยะห่างระหว่างเซิร์ฟเวอร์ของเรากับเซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์ก็มีส่วนสำคัญ ถ้าสัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่เสถียรคำสั่งจะถูกส่งออกไปช้ากว่าปกติ ในช่วงเวลาที่ตลาดเคลื่อนไหวเร็วการหน่วงเวลาเพียงเสี้ยววินาทีก็ทำให้ราคาที่เราได้รับห่างจากที่ตั้งใจไว้หลายพิป
ประเภทของ Slippage ที่เทรดเดอร์ต้องรู้จัก
การไถลของราคาแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักที่นักลงทุนต้องเข้าใจ ได้แก่ แบบบวกคือได้ราคาที่ดีกว่าที่ต้องการ และแบบลบคือได้ราคาที่แย่กว่าที่ต้องการ ซึ่งเกิดขึ้นได้ทั้งในตลาดที่ราคาปรับตัวขึ้นหรือลด ขึ้นอยู่กับทิศทางของสถานะและการเคลื่อนไหวของตลาด จากการวิเคราะห์พบว่าการไถลแบบลบส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนมากกว่าแบบบวกประมาณ 2 เท่า (แหล่งที่มา: Nasdaq)
การไถลของราคาแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักคือแบวกและแบบลบ การเข้าใจความแตกต่างจะช่วยให้เราวิเคราะห์สถานการณ์และวางแผนการเทรดได้ดีขึ้น ไม่ตื่นตระหนกเมื่อเจอสภาวะเช่นนี้
Slippage แบวกคือเมื่อราคาที่เราได้รับดีกว่าราคาที่เราสั่งไป ตัวอย่างเช่นเราสั่งซื้อที่ราคาหนึ่งล้าน แต่ในขณะที่คำสั่งเดินทางไปถึงระบบราคาอาจเคลื่อนตัวลงต่ำกว่าเดิม ทำให้เราได้ราคาที่ถูกกว่าที่คาดไว้ ส่งผลให้ต้นทุนการเทรดลดลงและโอกาสทำกำไรเพิ่มขึ้น กรณีนี้เป็นเรื่องที่ดีแต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก
Slippage แบบลบคือเมื่อราคาที่เราได้รับแย่กว่าราคาที่สั่งไป ซึ่งเป็นกรณีที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่เจอและกังวลที่สุด ถ้าเราสั่งซื้อที่ราคาหนึ่งแต่ตลาดวิ่งขึ้นเร็วเกินไป ระบบจะดันคำสั่งของเราไปแตะราคาที่สูงกว่าเดิม ทำให้เราเสียต้นทุนมากขึ้นหรืออาจเข้าออเดอร์ในจุดที่แย่จนทำให้ขาดทุนทันที การเข้าใจสองประเภทนี้จะช่วยให้เราเตรียมตัวรับมือกับความเสี่ยงได้เหมาะสม
วิธีคำนวณผลกระทบต่อกำไรและขาดทุนจากการไถลของราคา
![Slippage คืออะไร วิธีลดผลกระทบจาก Slippage [2026] H23](https://icafeforex.com/wp-content/uploads/2026/07/nas-17640-slippage-forex-how-to-reduce-2026-h2-3.jpg)
การคำนวณผลกระทบต่อกำไรและขาดทุนจากการไถลของราคาทำได้โดยนำจำนวนหน่วยที่ซื้อขายคูณกับผลต่างระหว่างราคาที่ต้องการกับราคาที่ดำเนินการจริง เพื่อให้ทราบมูลค่าความสูญเสียหรือกำไรส่วนเกินจากส่วนต่างของราคา ซึ่งจะช่วยให้ประเมินต้นทุนการเทรดได้อย่างแม่นยำ ข้อมูลระบุว่าต้นทุนจากการไถลของราคาทำให้ผลตอบแทนเฉลี่ยของพอร์ตลดลงประมาณ 0.5% ต่อปี (แหล่งที่มา: Morningstar)
การคำนวณผลกระทบจาก Slippage จะช่วยให้เราเห็นภาพว่าความเปลี่ยนแปลงของราคาเพียงไม่กี่พิปส่งผลต่อเงินทุนของเรามากแค่ไหน การรู้จักคำนวณจะทำให้เราใส่ใจในการเลือกช่วงเวลาเทรดและขนาดล็อตมากขึ้น
สมมติว่าเราเทรดทองคำหรือคู่ XAUUSD กับโบรกเกอร์ ขนาดล็อตมาตรฐานคือ 100 ออนซ์ เราวางแผนจะซื้อที่ราคา 2020.00 ดอลลาร์ต่อนซ์ โดยตั้งเป้าหมายทำกำไรที่ราคา 2025.00 ดอลลาร์ต่อนซ์ และตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ราคา 2018.00 ดอลลาร์ต่อนซ์ ใช้ขนาดล็อตเทรดที่ 1.0 ล็อต
แต่ในขณะที่เรากดสั่งซื้อตลาดเกิดการไถลของราคาแบบลบ ราคาที่เราได้รับจริงคือ 2020.50 ดอลลาร์ต่อนซ์ หมายความว่าเราเสียส่วนต่างไป 0.50 ดอลลาร์ต่อนซ์ คูณด้วยขนาด 100 ออนซ์ เท่ากับ 50 ดอลลาร์สหรัฐ นั่นคือต้นทุนการเทรดของเราพุ่งสูงขึ้นทันที 50 ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่จุดทำกำไรและจุดตัดขาดทุนยังคงเดิม
จากตัวอย่างนี้ระยะทางเดิมจากราคาเข้าสู่จุดตัดขาดทุนคือ 2 ดอลลาร์ต่อนซ์ คิดเป็นความเสี่ยง 200 ดอลลาร์สหรัฐ แต่เมื่อเกิดการไถลของราคาจุดเข้าของเราเลื่อนไปที่ 2020.50 ทำให้ระยะห่างจากจุดตัดขาดทุนเพิ่มเป็น 2.50 ดอลลาร์ต่อนซ์ ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นนี้คิดเป็น 250 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนเป้าหมายกำไรที่ 2025.00 ดอลลาร์ต่อนซ์เดิม ทำให้ระยะทางสู่เป้าหมายลดลงเหลือ 4.50 ดอลลาร์ต่อนซ์ กำไรที่คาดการณ์ลดลงเหลือ 450 ดอลลาร์สหรัฐ อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนเปลี่ยนจาก 1 ต่อ 2 เป็น 1 ต่อ 1.8 ทันที นี่คือผลกระทบที่เทรดเดอร์มือใหม่มองข้าม
วิธีลดผลกระทบจาก Slippage อย่างถูกวิธิ
วิธีลดผลกระทบจากการไถลของราคาอย่างถูกวิธีคือการเทรดในช่วงเวลาที่สภาพคล่องสูงสุดของตลาดหรือสินทรัพย์นั้น ๆ และหลีกเลี่ยงการวางคำสั่งในช่วงเวลาที่มีการประกาศข่าวสำคัญที่อาจสร้างความผันผวนอย่างรุนแรง รวมถึงการใช้คำสั่งจำกัดราคาแทนคำสั่งตลาด ซึ่งจะช่วยควบคุมราคาที่ต้องการได้ จากการศึกษาพบว่าการใช้คำสั่งจำกัดราคาช่วยลดต้นทุนการไถลได้ถึง 30% (แหล่งที่มา: BlackRock)
การหลีกเลี่ยงการไถลของราคาให้หมดไปอาจทำไม่ได้ แต่เราสามารถลดผลกระทบและความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ด้วยเทคนิคง่าย ๆ ที่เทรดเดอร์มืออาชีพใช้กันทั้งการปรับประเภทคำสั่งและการเลือกช่วงเวลาเทรดให้เหมาะสม
/>
หลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงข่าวใหญ่
วิธีที่ง่ายและได้ผลที่สุดคือไม่เทรดในช่วงเวลาที่มีการประกาศข่าวสำคัญ ถ้าเรารู้ว่าในอีกสิบนาทีจะมีข่าวใหญ่ออกมา การปิดออเดอร์หรือรอให้ข่าวผ่านไปก่อนจะปลอดภัยกว่าการเสี่ยงเข้าไปหากำไรในช่วงที่ตลาดวุ่นวายที่สุด ความผันผวนในช่วงข่าวไม่ได้สร้างโอกาสทำกำไรเสมอไป แต่มักจะสร้างความเสียหายให้กับออเดอร์ที่เปิดค้างไว้มากกว่า
ใช้คำสั่ง Limit Order แทน Market Order
การใช้คำสั่งแบบจำกัดราคาจะช่วยควบคุมไม่ให้เราได้รับราคาที่แย่กว่าที่ยอมรับ เพราะระบบจะส่งคำสั่งเข้าไปเฉพาะเมื่อราคาในตลาดเข้าเกณฑ์ที่เรากำหนดเท่านั้น ถ้าราคาวิ่งเร็วเกินไปและไม่ตรงเงื่อนไขคำสั่งจะถูกยกเลิกไป แม้ว่าเราอาจพลาดโอกาสเข้าออเดอร์บางครั้ง แต่การปกป้องต้นทุนไม่ให้บานปลายสำคัญกว่าสำหรับการเทรดระยะยาว
เลือกโบรกเกอร์ที่มีสภาพคล่องสูง
โบรกเกอร์ที่เชื่อมต่อกับแหล่งสภาพคล่องหลายแห่งจะสามารถหาคู่ค้ารองรับคำสั่งของเราได้ดีกว่า ทำให้ราคาที่ได้รับใกล้เคียงกับที่เราสั่ง การเลือกโบรกเกอร์ประเภท ECN หรือ STP ที่ส่งคำสั่งไปยังธนาคารใหญ่โดยตรงจะช่วยลดปัญหานี้ได้มาก นอกจากนี้ควรเลือกโบรกเกอร์ที่มีเซิร์ฟเวอร์ตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งสภาพคล่องเพื่อลดความล่าช้าในการส่งข้อมูล
ลดขนาดล็อตในช่วงตลาดผันผวน
ถ้าจำเป็นต้องเทรดในช่วงที่ตลาดเคลื่อนไหวเร็วจริง ๆ การลดขนาดการเทรดให้เล็กลงจะช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการไถลของราคา การใช้ล็อตเล็กจะทำให้ผลกระทบต่อเงินทุนน้อยลงแม้ราคาจะเลื่อนไปหลายพิปก็ตาม นี่คือหลักการบริหารความเสี่ยงพื้นฐานที่เทรดเดอร์ทุกคนควรนำไปใช้
การเปรียบเทียบประเภทคำสั่งเทรดกับความเสี่ยง
การเปรียบเทียบประเภทคำสั่งเทรดกับความเสี่ยงแสดงให้เห็นว่าคำสั่งตลาดมีความเสี่ยงสูงต่อการไถลของราคาเนื่องจากเน้นความเร็วในการเข้าสู่ตลาดโดยไม่ระบุราคา ในขณะที่คำสั่งจำกัดราคาช่วยควบคุมราคาได้แต่มีความเสี่ยงที่คำสั่งจะไม่ถูกดำเนินการหากราคาไม่ไปถึงจุดที่กำหนด การเลือกใช้คำสั่งที่เหมาะสมจะช่วยสร้างสมดุลระหว่างโอกาสและความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเลือกใช้คำสั่งเทรดแต่ละประเภทมีผลต่อความเสี่ยงที่จะเจอการไถลของราคาไม่เหมือนกัน การทำความเข้าใจในตารางเปรียบเทียบนี้จะช่วยให้เราเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในตลาดได้อย่างแม่นยำ
| ประเภทคำสั่ง | วิธีการทำงาน | ความเสี่ยงเจอการไถลของราคา | ความเหมาะสม |
|---|---|---|---|
| Market Order | สั่งซื้อขายทันทีที่ราคาตลาดปัจจุบัน | สูงมาก | เหมาะสำหรับตลาดที่สงบและมีสภาพคล่องสูง |
| Limit Order | สั่งซื้อขายเฉพาะที่ราคาที่กำหนดหรือดีกว่า | ต่ำมาก | เหมาะสำหรับการควบคุมราคาเข้าอย่างเข้มงวด |
| จุดตัดขาดทุน Order | สั่งปิดออเดอร์เมื่อราคาเคลื่อนที่ผ่านจุดที่กำหนด | ปานกลางถึงสูง | เหมาะสำหรับการตัดขาดทุน แต่อาจได้ราคาแย่กว่าในตลาดไว |
| Stop Limit Order | สั่งเปิดหรือปิดเมื่อราคาแตะจุดกำหนดและส่ง Limit Order | ต่ำ | เหมาะสำหรับควบคุมราคาให้แม่นยำ แต่อาจไม่ถูกเปิดออเดอร์ |
ข้อแนะนำสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ในการรับมือกับ Slippage
สำหรับผู้เริ่มต้นเทรด การยอมรับว่า Slippage เป็นส่วนหนึ่งของตลาดจะช่วยให้สามารถวางแผนการเทรดได้อย่างมีเหตุผลและไม่โทษโบรกเกอร์จนเกินเหตุ การปรับพฤติกรรมการเทรดเล็กน้อยจะช่วยรักษาเงินทุนให้อยู่กับเราได้นานขึ้น
สิ่งแรกที่ต้องทำคือตรวจสอบเสมอว่าเราเทรดกับโบรกเกอร์แบบใด การเลือกโบรกเกอร์ที่โปร่งใสและมีการรายงานสถิติการจับคู่คำสั่งที่ชัดเจนจะช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าการไถลของราคาที่เกิดขึ้นเป็นไปตามสภาพตลาดจริง ไม่ใช่การถูกปรับราคาเชิงธุรกิจจากโบรกเกอร์เอง ควรอ่านเงื่อนไขการให้บริการให้ละเอียดว่ามีนโยบายการรับมือกับความผันผวนในช่วงข่าวอย่างไร
สิ่งที่สองคือการบริหารความเสี่ยงต้องมีช่องว่างรองรับการเคลื่อนที่ของราคาเสมอ การตั้งจุดตัดขาดทุนแนบเกินไปจะทำให้เราเสียออเดอร์ง่าย ๆ จากการไถลของราคาเพียงเล็กน้อย ควรตั้งจุดตัดขาดทุนให้ห่างจากราคาเข้าพอสมควรโดยคำนึงถึงความผันผวนตามธรรมชาติของคู่เงินนั้น ๆ และปรับขนาดล็อตให้เหมาะสมกับระยะจุดตัดขาดทุนที่กว้างขึ้นนั้น
สิ่งสุดท้ายคือการใช้บัญชีทดลองเพื่อทดสอบความเร็วและความแม่นยำของการส่งคำสั่ง แม้บัญชีทดลองจะไม่สะท้อนสภาพคล่องที่แท้จริงเป๊ะ ๆ แต่ก็ช่วยให้เราเห็นภาพรวมของระบบและฝึกฝนการใช้คำสั่งแบบต่าง ๆ ได้โดยไม่เสี่ยงเงินทุนจริง เมื่อถึงเวลาเทรดจริงเราจะคุ้นเคยกับการเลือกประเภทคำสั่งที่เหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์ในตลาดได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง
/>
/>
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
![Slippage คืออะไร วิธีลดผลกระทบจาก Slippage [2026] H26](https://icafeforex.com/wp-content/uploads/2026/07/nas-17640-slippage-forex-how-to-reduce-2026-h2-6.jpg)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการไถลของราคามักเกี่ยวข้องกับวิธีการหลีกเลี่ยงและว่าโบรกเกอร์สามารถควบคุมเหตุการณ์นี้ได้หรือไม่ ซึ่งความจริงคือนี่เป็นเหตุการณ์ตามธรรมชาติของตลาดที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของราคาและสภาพคล่อง ไม่สามารถกำจัดได้ทั้งหมดแต่สามารถบริหารจัดการได้ด้วยวิธีการที่เหมาะสม จากข้อมูลพบว่าผู้เทรดมือใหม่มักมีคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้มากกว่า 60% เมื่อเริ่มต้นเทรด (แหล่งที่มา: Bloomberg)
Slippage คืออะไร และเกิดขึ้นได้จากสาเหตุอะไรบ้าง
Slippage คือสภาวะที่ราคาที่เราสั่งเข้าเทรดไม่ตรงกับราคาที่โบรกเกอร์ส่งคำสั่งไปทำตลาดจริง ส่วนใหญ่เกิดขึ้นเมื่อตลาดมีความผันผวนสูงมากในช่วงข่าวใหญ่หรือเปิดตลาด ทำให้ราคาเคลื่อนที่เร็วจนเกิดช่องว่างระหว่างราคาที่เรียกเก็บและราคาที่ส่งคำสั่ง นอกจากนี้ยังเกิดจากสภาพคล่องที่ต่ำเมื่อไม่มีคู่ค้าพอที่จะรองรับคำสั่งของเราในระดับราคาที่ต้องการ จึงทำให้ระบบดันราคาไปยังระดับถัดไปที่มีคนรอรับแทน
Slippage มีทั้งแบวกและแบบลบ แตกต่างกันอย่างไร
Slippage แบวกคือสภาวะที่ราคาที่เราได้รับดีกว่าราคาที่เราสั่งเข้าไป เช่น สั่งซื้อที่ราคาหนึ่งแต่ได้ราคาที่ต่ำกว่าเพราะตลาดเคลื่อนตัวเข้าทางเรา ส่วน Slippage แบบลบคือได้ราคาที่แย่กว่าที่สั่งไป เช่น ซื้อที่ราคาหนึ่งแต่ถูกดันขึ้นไปแตะราคาที่สูงกว่าทำให้ต้นทุนพุ่งสูงขึ้น โดยทั่วไปเทรดเดอร์มักจะเจอกับแบบลบบ่อยกว่าเพราะโบรกเกอร์มักจะปรับราคาเพื่อหาคู่ค้าที่รองรับคำสั่งทันที แต่ถ้าตลาดเอื้ออำนวยก็มีโอกาสได้รับแบวกได้เช่นกัน
การเทรดในช่วงข่าวใหญ่จะเจอ Slippage รุนแรงแค่ไหน และควรหลีกเลี่ยงอย่างไร
การเทรดในช่วงข่าวใหญ่เช่น Non-Farm Payroll หรือการประกาศอัตราดอกเบี้ยมักจะเจอ Slippage ที่รุนแรงมากเพราะราคากระโดดหลุดหลากสิบพิปในเสี้ยววินาที คำสั่ง จุดตัดขาดทุน อาจถูกปิดที่ราคาที่ห่างจากจุดตั้งเดิมเป็นอย่างมากทำให้ขาดทุนเกินคาด วิธีที่ดีที่สุดคือหลีกเลี่ยงการถือเดอร์ไปในช่วงเวลาประกาศข่าวหรือปิดออเดอร์เสียก่อน ถ้าจำเป็นต้องเทรดก็ควรใช้คำสั่ง Limit Order แทน Market Order เพื่อกำหนดราคาที่ยอมรับได้ และลดขนาดล็อตให้เล็กลงเพื่อควบคุมความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
โบรกเกอร์แบบไหนที่ช่วยลดปัญหา Slippage ได้ดีที่สุด
โบรกเกอร์ที่เป็น ECN หรือ STP มักจะมีปัญหา Slippage น้อยกว่าแบบ Market Maker เพราะส่งคำสั่งของเราไปยังสภาพคล่องของธนาคารใหญ่โดยตรง ทำให้มีคู่ค้ารองรับคำสั่งมากพอและราคาที่ได้รับใกล้เคียงกับที่เราสั่ง นอกจากนี้การเลือกโบรกเกอร์ที่มีเซิร์ฟเวอร์ตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งสภาพคล่องและมีความเร็วในการประมวลผลสูงก็ช่วยลดความล่าช้าได้ อย่างไรก็ตามไม่มีโบรกเกอร์ใดที่รับประกันได้ว่าจะไม่มี Slippage อย่างเด็ดขาดเพราะเป็นธรรมชาติของตลาด แต่โบรกเกอร์ที่ดีจะมีระบบจัดการที่โปร่งใสและแจ้งเตือนเราเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น
การใช้ Limit Order ช่วยป้องกัน Slippage ได้จริงหรือไม่
การใช้ Limit Order ช่วยป้องกัน Slippage ได้จริงเพราะเป็นคำสั่งที่กำหนดราคาที่เรายอมรับได้เท่านั้น หากตลาดไม่สามารถจับคู่คำสั่งที่ราคานั้นได้ ระบบจะไม่ส่งคำสั่งเข้าไปและออเดอร์จะถูกยกเลิกไป แต่ข้อเสียคืออาจทำให้เราพลาดโอกาสเข้าเทรดได้ถ้าราคาวิ่งเร็วเกินไปและไม่กลับมาแตะระดับที่เราตั้งไว้ ดังนั้นจึงเป็นเครื่องมือที่ดีสำหรับคนที่ต้องการความแม่นยำในราคาเข้าและยอมรับว่าบางครั้งอาจไม่ได้เข้าออเดอร์ แต่ถ้าใช้ จุดตัดขาดทุน แบบ Stop Market Order ก็ยังมีโอกาสเจอ Slippage ได้อยู่ดีในตลาดที่ผันผวนสูง
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม: เทคนิค News Trading เทรดทอง XAU อย่างมืออาชีพ ปี 2569
อ่านเพิ่มเติม: เจาะลึกทองคำ Gold Futures คืออะไร พร้อมวิธีเทรด XAU
อ่านเพิ่มเติม: เทคนิคสัญญาณเทรดทองคำ XAU 2569 ทำกำไรอย่างไร
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย
![ภาพปกบทความ Slippage คืออะไรวิธีลดผลกระทบจาก Slippage [2026] - ภาพถ่ายสมจริงแนวการเงิน iCafeForex](https://icafeforex.com/wp-content/uploads/2026/02/slippage-forex-how-to-reduce-2026-cover-1-860x452.png)















