
Overtrading ทำไมเทรดเยอะแล้วขาดทุน — วิธีหยุดก่อนล้างพอร์ต
Overtrading คือศัตรูตัวร้ายที่คอยกัดกินพอร์ตการลงทุนของเทรดเดอร์หลายคนอย่างเงียบๆ มันคือการเทรดที่มากเกินความจำเป็น ทั้งในแง่ของจำนวนครั้งต่อวัน และขนาดของ Lot ที่ใหญ่เกินกว่าความเสี่ยงที่รับได้ หลายคนอาจมองข้ามความสำคัญของมันไป แต่ความจริงแล้ว Overtrading ถือเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้เทรดเดอร์ขาดทุนสะสมจนกระทั่งล้างพอร์ตในที่สุด
สัญญาณเตือน Overtrading ที่คุณอาจมองข้าม
คุณกำลัง Overtrade อยู่หรือไม่? ลองตรวจสอบสัญญาณเหล่านี้ดู:
- เทรดมากกว่า 10 ครั้งต่อวัน โดยไม่มีแผนการเทรดที่ชัดเจน หรือไม่มีการวิเคราะห์ตลาดอย่างถี่ถ้วน
- เปิด Order ใหม่ทันที หลังจากปิด Order ก่อนหน้าไป โดยไม่มีการพัก หรือทบทวนผลการเทรด
- เทรดในทุก Timeframe และทุกคู่เงิน โดยไม่มีการโฟกัส หรือเลือกเฉพาะคู่เงินที่ถนัด
- รู้สึก “ต้องเทรด” อยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะไม่มีสัญญาณการเข้าเทรดที่ชัดเจนก็ตาม
- ขาดทุนแล้ว เปิด Order เพิ่มเพื่อ “แก้แค้น” ตลาด โดยหวังว่าจะได้เงินคืนมาอย่างรวดเร็ว
- ต้นทุนจาก Spread และค่าคอมมิชชั่น กินกำไรไปจนหมด
Overtrading ทำไมถึงทำให้ขาดทุน? กลไกที่ซ่อนอยู่
การ Overtrade ไม่ได้ส่งผลเสียแค่ในระยะสั้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต และวินัยในการเทรดในระยะยาวอีกด้วย มาดูกันว่ากลไกอะไรที่ทำให้ Overtrading นำไปสู่การขาดทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้:
ต้นทุน Spread และค่าคอมมิชชั่นที่สะสม
ทุกครั้งที่คุณเปิด Order คุณจะต้องเสียค่า Spread และค่าคอมมิชชั่น (ถ้ามี) ซึ่งถือเป็นต้นทุนในการเทรด หากคุณเทรดบ่อยเกินไป ต้นทุนเหล่านี้จะสะสมจนกลายเป็นจำนวนเงินที่สูงมาก ลองคิดดูว่าหากคุณเทรด 20 ครั้งต่อวัน โดยมีค่า Spread เฉลี่ย 1.5 pip ต่อ Order นั่นหมายความว่าคุณจะต้องทำกำไรให้ได้อย่างน้อย 30 pip ต่อวัน เพียงเพื่อชดเชยค่า Spread เท่านั้น! ตัวอย่างเช่น:
| สถานการณ์ | จำนวน Trade ต่อวัน | Spread ต่อ Trade (pip) | ต้นทุน Spread รวม (pip) |
|---|---|---|---|
| Overtrading | 20 | 1.5 | 30 |
| เทรดอย่างมีวินัย | 3 | 1.5 | 4.5 |
จากตารางจะเห็นได้ว่า การ Overtrade ทำให้ต้นทุน Spread สูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งจะกัดกินกำไรของคุณไปเรื่อยๆ
คุณภาพของ Trade ที่ลดลง
เมื่อคุณเทรดบ่อยเกินไป คุณจะไม่มีเวลามากพอในการวิเคราะห์ตลาดอย่างละเอียดถี่ถ้วน ทำให้คุณต้องเข้าเทรดในสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวย หรือไม่มีสัญญาณที่ชัดเจน ซึ่งจะนำไปสู่ Trade ที่มีคุณภาพต่ำ และโอกาสในการขาดทุนที่สูงขึ้น
สมาธิที่ลดลง และความเหนื่อยล้า
การเทรดเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิ และพลังงานอย่างมาก หากคุณเทรดมากเกินไป คุณจะรู้สึกเหนื่อยล้า และสมาธิจะลดลง ทำให้คุณตัดสินใจผิดพลาด และพลาดโอกาสในการทำกำไร
อารมณ์ที่สะสม และ Revenge Trading
การขาดทุนจากการเทรดสามารถกระตุ้นอารมณ์เชิงลบ เช่น ความโกรธ ความผิดหวัง และความกลัว ซึ่งอาจนำไปสู่การ “Revenge Trading” หรือการเทรดเพื่อแก้แค้นตลาด โดยไม่มีการวางแผน หรือการวิเคราะห์ที่รอบคอบ ซึ่งมักจะจบลงด้วยการขาดทุนที่มากขึ้น
“ตลาดไม่เคยผิด มีแต่เราที่ผิดพลาด” – คำคมที่ช่วยเตือนสติไม่ให้โทษตลาดเมื่อขาดทุน
การขาดขอบเขต และการไม่รู้ว่าควรหยุดเมื่อไหร่
เทรดเดอร์ที่ Overtrade มักจะไม่มีขอบเขตในการเทรดที่ชัดเจน พวกเขาไม่รู้ว่าควรหยุดเมื่อไหร่ หรือควรทำกำไรเท่าไหร่ ทำให้พวกเขาเทรดต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง Margin Call หรือล้างพอร์ต
ตัวอย่างสถานการณ์จริง: ผลกระทบของ Overtrading ต่อพอร์ตการลงทุน
สมมติว่าคุณมีเงินทุน 1,000 ดอลลาร์ และคุณตั้ง Risk ไว้ที่ 2% ต่อ Trade นั่นหมายความว่าคุณจะเสี่ยง 20 ดอลลาร์ต่อ Trade หากคุณเทรด 20 ครั้งต่อวัน โดยมี Win Rate 50% นั่นหมายความว่าคุณจะชนะ 10 ครั้ง และแพ้ 10 ครั้ง:
- ชนะ 10 ครั้ง: 10 x 20 ดอลลาร์ = 200 ดอลลาร์
- แพ้ 10 ครั้ง: 10 x 20 ดอลลาร์ = 200 ดอลลาร์
แต่อย่าลืมว่าคุณยังมีต้นทุนจาก Spread อีก 20 Trade x 1.5 pip x 1 ดอลลาร์/pip = 30 ดอลลาร์
ดังนั้นผลลัพธ์สุทธิของคุณจะเป็น: 200 ดอลลาร์ – 200 ดอลลาร์ – 30 ดอลลาร์ = -30 ดอลลาร์ต่อวัน หรือ -600 ดอลลาร์ต่อเดือน!
ในทางตรงกันข้าม หากคุณเทรดเพียง 3-5 ครั้งต่อวัน ต้นทุน Spread ของคุณจะลดลงเหลือเพียง 4.5-7.5 ดอลลาร์ต่อวัน ซึ่งจะทำให้คุณยังมีโอกาสทำกำไรได้
วิธีแก้ไข Overtrading: สร้างวินัยในการเทรดอย่างยั่งยืน
การแก้ไข Overtrading ต้องอาศัยวินัย และความอดทนอย่างมาก คุณต้องเริ่มจากการตระหนักถึงปัญหา และตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเทรดของตัวเอง นี่คือวิธีแก้ไข Overtrading ที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้:
- ตั้ง Max Trade ต่อวัน: กำหนดจำนวน Trade สูงสุดที่คุณจะเปิดต่อวัน เช่น 3-5 Trade สำหรับ Day Trade หรือ 1-2 Trade สำหรับ Swing Trade
- ตั้ง Daily Loss Limit: กำหนดขีดจำกัดการขาดทุนรายวัน เช่น หากคุณขาดทุน 3-5% ของเงินทุนในวันนั้น คุณจะต้องหยุดเทรดทันที
- ตั้ง Daily Profit Target: กำหนดเป้าหมายกำไรรายวัน เช่น หากคุณทำกำไรได้ถึงเป้าหมายแล้ว คุณจะต้องหยุดเทรด และอย่าโลภมากเกินไป
- เทรดเฉพาะ Setup ที่ชัดเจน: รอสัญญาณการเข้าเทรดที่ชัดเจน เช่น Price Action ที่ Confirm เทรนด์ หากไม่มีสัญญาณที่ชัดเจน คุณจะต้องไม่เทรด
- โฟกัส 2-3 คู่เงิน: อย่ากระจายความสนใจไปที่ทุกคู่เงิน เลือกเฉพาะคู่เงินที่คุณถนัด และเข้าใจพฤติกรรมของมัน
- ปิด MT5 หลังถึง Limit: เมื่อคุณเทรดถึง Limit ที่ตั้งไว้แล้ว ให้ปิดโปรแกรม MT5 ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้คุณอยากเทรดต่อ
- จด Trading Journal: บันทึกข้อมูลการเทรดของคุณอย่างละเอียด เช่น คู่เงินที่เทรด Timeframe จุดเข้า จุดออก เหตุผลในการเข้าเทรด และผลลัพธ์ของการเทรด การทบทวน Trading Journal จะช่วยให้คุณเห็นข้อผิดพลาด และปรับปรุงกลยุทธ์การเทรดของคุณได้
“ความสำเร็จในการเทรดไม่ได้มาจากการเทรดบ่อยๆ แต่มาจากการเทรดอย่างมีวินัย และอดทนรอโอกาสที่เหมาะสม” – Warren Buffett
เคล็ดลับเพิ่มเติมเพื่อป้องกัน Overtrading
- พักผ่อนให้เพียงพอ: การพักผ่อนที่เพียงพอจะช่วยให้คุณมีสมาธิ และตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง
- ออกกำลังกาย: การออกกำลังกายจะช่วยลดความเครียด และเพิ่มพลังงาน
- ทำสมาธิ: การทำสมาธิจะช่วยให้คุณควบคุมอารมณ์ และมีสติในการเทรด
- ปรึกษาเพื่อนเทรดเดอร์: การพูดคุยกับเพื่อนเทรดเดอร์จะช่วยให้คุณระบายความเครียด และได้รับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์
ตารางสรุปผลกระทบของ Overtrading และวิธีแก้ไข
| ผลกระทบของ Overtrading | วิธีแก้ไข |
|---|---|
| ต้นทุน Spread และค่าคอมมิชชั่นที่สูง | ตั้ง Max Trade ต่อวัน และโฟกัสคู่เงินที่ถนัด |
| คุณภาพของ Trade ที่ต่ำ | รอ Setup ที่ชัดเจน และวิเคราะห์ตลาดอย่างละเอียด |
| สมาธิที่ลดลง และความเหนื่อยล้า | พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกาย |
| อารมณ์ที่สะสม และ Revenge Trading | ทำสมาธิ และปรึกษาเพื่อนเทรดเดอร์ |
| การขาดขอบเขต และการไม่รู้ว่าควรหยุดเมื่อไหร่ | ตั้ง Daily Loss Limit และ Daily Profit Target |
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Overtrading
- Overtrading ต่างจากการเทรดแบบ Scalping อย่างไร?
- Scalping เป็นกลยุทธ์การเทรดระยะสั้นที่เน้นการทำกำไรจากความผันผวนเล็กๆ น้อยๆ ในตลาด ซึ่งอาจมีการเปิด Order จำนวนมากในแต่ละวัน แต่ Scalper ที่มีวินัยจะมีการวางแผน และบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ ในขณะที่ Overtrading มักจะเกิดจากการขาดวินัย และการตัดสินใจที่ผิดพลาด
- ควรตั้ง Max Trade ต่อวันเท่าไหร่?
- จำนวน Max Trade ที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดของคุณ และความเสี่ยงที่คุณรับได้ โดยทั่วไปแล้ว Day Trader ควรตั้ง Max Trade ไว้ที่ 3-5 Trade ต่อวัน ในขณะที่ Swing Trader ควรตั้ง Max Trade ไว้ที่ 1-2 Trade ต่อวัน
- Daily Loss Limit ควรตั้งไว้ที่เท่าไหร่?
- Daily Loss Limit ควรตั้งไว้ที่ 3-5% ของเงินทุนของคุณ หากคุณขาดทุนถึง Limit ที่ตั้งไว้ คุณจะต้องหยุดเทรดทันที และพักผ่อน
- Trading Journal มีความสำคัญอย่างไร?
- Trading Journal เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการปรับปรุงกลยุทธ์การเทรดของคุณ การบันทึกข้อมูลการเทรดอย่างละเอียดจะช่วยให้คุณเห็นข้อผิดพลาด และเรียนรู้จากประสบการณ์
- ทำอย่างไรเมื่อรู้สึกอยาก Overtrade?
- เมื่อคุณรู้สึกอยาก Overtrade ให้ลองทำสมาธิ พักผ่อน หรือปรึกษาเพื่อนเทรดเดอร์ หากคุณยังไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ให้ปิดโปรแกรม MT5 และทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ช่วยให้คุณผ่อนคลาย
สรุป
Overtrading คือปัญหาที่เทรดเดอร์หลายคนต้องเผชิญ และเป็นสาเหตุสำคัญของการขาดทุน การแก้ไข Overtrading ต้องอาศัยวินัย ความอดทน และความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเทรดของตัวเอง โดยการตั้ง Max Trade ต่อวัน Daily Loss Limit Daily Profit Target การเทรดเฉพาะ Setup ที่ชัดเจน การโฟกัสคู่เงินที่ถนัด การปิด MT5 หลังถึง Limit และการจด Trading Journal
การเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยง (Money Management) การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) และการใช้ EA Forex (EA Forex) สามารถช่วยให้คุณเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จได้
อย่าลืมว่าการเทรด Forex เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง คุณควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด และบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Forex ได้ที่ iCafeFX Forex

TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文