📋 สารบัญ
- 1. Forex คืออะไร? ทำความเข้าใจพื้นฐาน
- 2. ขั้นตอนที่ 1: เปิดบัญชีเทรด (เลือกโบรกเกอร์)
- 3. ขั้นตอนที่ 2: ติดตั้ง MT4/MT5 และทำความรู้จักแพลตฟอร์ม
- 4. ขั้นตอนที่ 3: เรียนรู้การอ่านกราฟ (Candlestick)
- 5. ขั้นตอนที่ 4: เข้าใจ Indicator พื้นฐาน
- 6. ขั้นตอนที่ 5: วิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis)
- 7. ขั้นตอนที่ 6: วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis)
- 8. ขั้นตอนที่ 7: Money Management — กฎเหล็กที่ต้องรู้
- 9. ขั้นตอนที่ 8: ฝึกเทรดบัญชี Demo
- 10. ขั้นตอนที่ 9: เริ่มเทรดบัญชีจริง (Live Account)
- 11. ตารางเปรียบเทียบกลยุทธ์การเทรด
- 12. ข้อผิดพลาดที่มือใหม่ทำบ่อยที่สุด 10 ข้อ
- 13. Roadmap นักเทรด: จากมือใหม่สู่มืออาชีพ
- 14. YouTube: สอนเทรด Forex สำหรับมือใหม่
- 15. FAQ คำถามที่พบบ่อย
1. Forex คืออะไร? ทำความเข้าใจพื้นฐาน
Forex ย่อมาจาก Foreign Exchange หรือตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีมูลค่าการซื้อขายมากกว่า 7.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน ใหญ่กว่าตลาดหุ้นทั่วโลกรวมกันหลายเท่า
- 📋 สารบัญ
- 1. Forex คืออะไร? ทำความเข้าใจพื้นฐาน
- 2. ขั้นตอนที่ 1: เปิดบัญชีเทรด (เลือกโบรกเกอร์)
- 3. ขั้นตอนที่ 2: ติดตั้ง MT4/MT5 และทำความรู้จักแพลตฟอร์ม
- 4. ขั้นตอนที่ 3: เรียนรู้การอ่านกราฟ (Candlestick)
- 5. ขั้นตอนที่ 4: เข้าใจ Indicator พื้นฐาน
- 6. ขั้นตอนที่ 5: วิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis)
- 7. ขั้นตอนที่ 6: วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis)
- 8. ขั้นตอนที่ 7: Money Management — กฎเหล็กที่ต้องรู้
- 9. ขั้นตอนที่ 8: ฝึกเทรดบัญชี Demo
- 10. ขั้นตอนที่ 9: เริ่มเทรดบัญชีจริง (Live Account)
- 11. ตารางเปรียบเทียบกลยุทธ์การเทรด
- 12. ข้อผิดพลาดที่มือใหม่ทำบ่อยที่สุด 10 ข้อ
- 13. Roadmap นักเทรด: จากมือใหม่สู่มืออาชีพ
- 14. YouTube: สอนเทรด Forex สำหรับมือใหม่
- ❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
หลักการของ Forex ง่ายมากคือการซื้อสกุลเงินหนึ่งและขายอีกสกุลเงินหนึ่งพร้อมกันตัวอย่างเช่นเมื่อคุณเทรดคู่เงิน EUR/USD คุณกำลังซื้อเงินยูโร (EUR) และขายเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) พร้อมกันถ้าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นเทียบกับดอลลาร์คุณก็ทำกำไร
สิ่งที่ทำให้ Forex น่าสนใจสำหรับนักลงทุนรายย่อย:
- เปิด 24 ชั่วโมง 5 วัน — เทรดได้ทุกเวลาไม่ต้องรอตลาดเปิด
- เริ่มต้นด้วยเงินน้อย — บางโบรกเกอร์เปิดบัญชีขั้นต่ำ $1-$10
- Leverage สูง — ใช้เงินน้อยควบคุมเงินมาก (แต่มีความเสี่ยงสูง)
- ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง — ไม่เหมือนหุ้นที่ต้องรอราคาขึ้น
- Spread ต่ำ — ต้นทุนการเทรดถูกกว่าตลาดอื่น
แต่ต้องเตือนไว้ก่อนว่า Forex มีความเสี่ยงสูงมาก สถิติแสดงว่า 70-90% ของนักเทรดรายย่อยขาดทุนดังนั้นการเรียนรู้อย่างเป็นระบบก่อนเริ่มเทรดจริงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
2. ขั้นตอนที่ 1: เปิดบัญชีเทรด (เลือกโบรกเกอร์)
ขั้นตอนแรกคือการเลือกโบรกเกอร์ Forex ที่น่าเชื่อถือสำหรับนักเทรดชาวไทยควรเลือกโบรกเกอร์ที่มีคุณสมบัติดังนี้:
โบรกเกอร์ที่นิยมในไทยได้แก่ Pepperstone, Exness, XM, IC Markets และ FBS แต่ละตัวมีข้อดีข้อเสียต่างกันอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บทความเปรียบเทียบโบรกเกอร์ Forex ที่ดีที่สุด 2026
3. ขั้นตอนที่ 2: ติดตั้ง MT4/MT5 และทำความรู้จักแพลตฟอร์ม
MetaTrader 4 (MT4) และ MetaTrader 5 (MT5) เป็นแพลตฟอร์มเทรดที่นิยมที่สุดในโลกพัฒนาโดย MetaQuotes Software สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ของโบรกเกอร์ที่คุณเลือก
สิ่งที่ต้องเรียนรู้บนแพลตฟอร์ม:
- Market Watch — หน้าต่างแสดงราคาคู่เงินทั้งหมด Bid/Ask แบบ Real-time
- Chart Window — กราฟแสดงการเคลื่อนไหวของราคาสามารถเปลี่ยน Timeframe ได้ตั้งแต่ M1 ถึง Monthly
- Navigator — เข้าถึง Indicators, Expert Advisors (EA) และ Scripts
- Terminal — ดูออเดอร์ที่เปิดอยู่ประวัติการเทรดและยอดเงินในบัญชี
- การเปิดออเดอร์ — Buy (ซื้อ), Sell (ขาย), Stop Loss, Take Profit, Lot Size
คำแนะนำ: ใช้เวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์ในการทำความคุ้นเคยกับแพลตฟอร์มก่อนเริ่มเทรดลองกดปุ่มต่างๆเปลี่ยน Timeframe เพิ่ม Indicator และเปิดออเดอร์ในบัญชี Demo เพื่อทำความเข้าใจการทำงานของระบบ
4. ขั้นตอนที่ 3: เรียนรู้การอ่านกราฟ (Candlestick)
กราฟแท่งเทียน (Candlestick Chart) เป็นกราฟที่นักเทรด Forex ใช้มากที่สุดแต่ละแท่งเทียนแสดงข้อมูล 4 อย่าง:
รูปแบบแท่งเทียนที่สำคัญที่มือใหม่ต้องรู้:
- Doji — ราคาเปิดและปิดเท่ากันแสดงความไม่แน่นอนของตลาดอาจเป็นสัญญาณกลับตัว
- Hammer / Hanging Man — ตัวเทียนสั้นไส้ล่างยาวแสดงแรงซื้อกลับ (Hammer) หรือแรงขาย (Hanging Man)
- Engulfing Pattern — แท่งเทียนใหม่กลืนแท่งเทียนก่อนหน้าเป็นสัญญาณกลับตัวที่แรง
- Morning Star / Evening Star — รูปแบบ 3 แท่งเทียนแสดงการกลับตัวของเทรนด์
- Pin Bar — แท่งเทียนที่มีไส้ยาวด้านเดียวแสดงการปฏิเสธราคา (Price Rejection)
5. ขั้นตอนที่ 4: เข้าใจ Indicator พื้นฐาน
Indicator คือเครื่องมือทางคณิตศาสตร์ที่ช่วยวิเคราะห์กราฟสำหรับมือใหม่ควรเริ่มจาก Indicator พื้นฐานเหล่านี้:
💡 Pro Tip จาก iCafeFX
อย่าใช้ Indicator มากเกินไป! มือใหม่มักใส่ Indicator 5-10 ตัวบนกราฟจนมองไม่เห็นราคาแนะนำให้ใช้แค่ 2-3 ตัวที่เข้าใจดีเช่น EMA 20+50 กับ RSI 14 ก็เพียงพอแล้ว
6. ขั้นตอนที่ 5: วิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis)
Technical Analysis คือการวิเคราะห์กราฟราคาเพื่อคาดการณ์ทิศทางในอนาคตโดยอาศัยหลักการว่า “ประวัติศาสตร์มักซ้ำรอย” สิ่งที่ต้องเรียนรู้:
1. แนวรับ-แนวต้าน (Support & Resistance)
แนวรับคือระดับราคาที่ราคามักหยุดลงและเด้งกลับขึ้นแนวต้านคือระดับราคาที่ราคามักหยุดขึ้นและย้อนกลับลงการระบุแนวรับแนวต้านที่แม่นยำเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของนักเทรด
2. เทรนด์ (Trend)
ตลาดมี 3 สถานะ: Uptrend (ขาขึ้น), Downtrend (ขาลง) และ Sideways (ไม่มีทิศทาง) กฎทองของการเทรดคือ “Trade with the trend” หรือเทรดตามเทรนด์ไม่สวนเทรนด์
3. Chart Pattern
- Head and Shoulders — รูปแบบกลับตัวจากขาขึ้นเป็นขาลง
- Double Top / Double Bottom — ราคาทดสอบจุดเดิม 2 ครั้งแล้วกลับตัว
- Triangle (สามเหลี่ยม) — ราคาบีบตัวก่อน Breakout ไปทิศทางใดทิศทางหนึ่ง
- Flag / Pennant — รูปแบบต่อเนื่อง (Continuation Pattern) ราคาพักตัวก่อนไปต่อ
4. Fibonacci Retracement
เครื่องมือวัดระดับการย้อนกลับของราคาระดับที่สำคัญคือ 38.2%, 50%, 61.8% นักเทรดใช้ Fibonacci เพื่อหาจุดเข้าเทรดที่ดีในช่วงที่ราคาย้อนกลับ (Pullback) ก่อนไปต่อตามเทรนด์
7. ขั้นตอนที่ 6: วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis)
Fundamental Analysis คือการวิเคราะห์ข่าวเศรษฐกิจนโยบายการเงินและเหตุการณ์สำคัญที่มีผลต่อค่าเงินข่าวที่สำคัญที่สุด:
เว็บไซต์ที่ใช้ติดตามข่าว: ForexFactory.com (ปฏิทินข่าวเศรษฐกิจ), Investing.com (ข่าวและวิเคราะห์), TradingView.com (กราฟและชุมชนนักเทรด)
8. ขั้นตอนที่ 7: Money Management — กฎเหล็กที่ต้องรู้
Money Management เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเทรด Forex สำคัญกว่ากลยุทธ์การเทรดเสียอีกเพราะแม้คุณจะมีกลยุทธ์ที่ดีแต่ถ้าบริหารเงินไม่ดีก็ล้างพอร์ตได้
9. ขั้นตอนที่ 8: ฝึกเทรดบัญชี Demo
ก่อนเริ่มเทรดด้วยเงินจริงคุณ ต้อง ฝึกเทรดบัญชี Demo ก่อนอย่างน้อย 1-3 เดือนบัญชี Demo ใช้เงินจำลองแต่ราคาเป็นราคาจริงจากตลาดทำให้คุณได้ฝึกฝนในสภาพแวดล้อมที่เหมือนจริงโดยไม่ต้องเสี่ยงเงินจริง
เป้าหมายที่ต้องทำได้ก่อนเปลี่ยนไปเทรดบัญชีจริง:
- ทำกำไรได้สม่ำเสมอ 3 เดือนติดต่อกัน — ไม่ใช่แค่เดือนเดียว
- Win Rate ≥ 50% — ชนะมากกว่าแพ้
- Max Drawdown ≤ 15% — ไม่ขาดทุนมากเกินไป
- ปฏิบัติตามกฎ Money Management ได้ — มีวินัยไม่ Over-trade
- จดบันทึกการเทรด (Trading Journal) — บันทึกทุกออเดอร์เหตุผลที่เข้าผลลัพธ์และบทเรียน
10. ขั้นตอนที่ 9: เริ่มเทรดบัญชีจริง (Live Account)
เมื่อผ่านเป้าหมายในบัญชี Demo แล้วก็ถึงเวลาเริ่มเทรดบัญชีจริงแต่ต้องเริ่มต้นอย่างระมัดระวัง:
ขั้นตอนการเริ่มต้นบัญชีจริง:
- เริ่มด้วยเงินน้อย — $50-$200 เพียงพอสำหรับการเริ่มต้นอย่าใส่เงินที่คุณไม่พร้อมจะเสีย
- ใช้ Lot Size เล็กที่สุด — 0.01 Lot (Micro Lot) เพื่อจำกัดความเสี่ยง
- เทรดคู่เงินหลักก่อน — EUR/USD, GBP/USD เพราะ Spread ต่ำและมี Liquidity สูง
- ตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง — ห้ามลืมเด็ดขาด!
- จดบันทึกทุกออเดอร์ — Trading Journal เป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาตัวเอง
⚠️ คำเตือนสำคัญ
อย่าใช้เงินที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตมาเทรด Forex! ใช้เฉพาะเงินที่คุณพร้อมจะเสียทั้งหมดการเทรด Forex ไม่ใช่ทางลัดสู่ความร่ำรวยแต่เป็นทักษะที่ต้องใช้เวลาฝึกฝนหลายปี
11. ตารางเปรียบเทียบกลยุทธ์การเทรด
คำแนะนำสำหรับมือใหม่: เริ่มจาก Swing Trading บน Timeframe H4 หรือ D1 เพราะไม่ต้องเฝ้าจอตลอดเวลามีเวลาวิเคราะห์และตัดสินใจเหมาะกับคนที่ทำงานประจำ
12. ข้อผิดพลาดที่มือใหม่ทำบ่อยที่สุด 10 ข้อ
- ไม่ตั้ง Stop Loss — ข้อผิดพลาดอันดับ 1 ที่ทำให้ล้างพอร์ต
- Over-trading — เทรดมากเกินไปเปิดออเดอร์ทุกวันทุกชั่วโมง
- Revenge Trading — ขาดทุนแล้วรีบเปิดออเดอร์ใหม่เพื่อเอาคืน
- ใช้ Leverage สูงเกินไป — Leverage 1:500 ดูเหมือนดีแต่ทำให้ล้างพอร์ตเร็วมาก
- ไม่มี Trading Plan — เทรดตามอารมณ์ไม่มีแผนไม่มีกฎ
- เทรดข่าว NFP โดยไม่มีประสบการณ์ — ราคาเคลื่อนไหว 50-100 pips ในไม่กี่วินาที
- ไม่จดบันทึกการเทรด — ไม่รู้ว่าทำอะไรผิดทำอะไรถูก
- เปลี่ยนกลยุทธ์บ่อยเกินไป — ใช้กลยุทธ์ไม่ถึง 1 เดือนก็เปลี่ยน
- ใช้เงินที่ไม่พร้อมจะเสีย — เอาเงินเก็บเงินค่าเทอมมาเทรด
- คาดหวังรวยเร็ว — คิดว่าจะปิ้นพอร์ตจาก $100 เป็น $10,000 ใน 1 เดือน
13. Roadmap นักเทรด: จากมือใหม่สู่มืออาชีพ
14. YouTube: สอนเทรด Forex สำหรับมือใหม่
📚 บทความแนะนำจาก iCafeFX
❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เริ่มเทรด Forex ต้องใช้เงินเท่าไหร่?
สามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่ $10-$100 ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์แต่แนะนำให้เริ่มด้วย $200-$500 เพื่อให้มี Margin เพียงพอและใช้ Lot Size 0.01 เพื่อจำกัดความเสี่ยง
ควรฝึก Demo นานแค่ไหนก่อนเทรดจริง?
อย่างน้อย 3 เดือนและต้องทำกำไรได้สม่ำเสมอ 3 เดือนติดต่อกันมี Win Rate ≥ 50% และ Max Drawdown ≤ 15% ก่อนเปลี่ยนไปเทรดบัญชีจริง
Forex เทรดได้ทุกวันไหม?
Forex เปิดทำการ 24 ชั่วโมง 5 วันตั้งแต่เช้าวันจันทร์ถึงเช้าวันเสาร์ (เวลาไทย) ปิดวันเสาร์-อาทิตย์ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับคนไทยคือ 19:00-23:00 น.
Indicator ตัวไหนดีที่สุดสำหรับมือใหม่?
แนะนำ EMA 20 และ EMA 50 สำหรับดูเทรนด์ร่วมกับ RSI 14 สำหรับดู Overbought/Oversold ใช้แค่ 2-3 ตัวก็เพียงพออย่าใส่ Indicator มากเกินไป
กลยุทธ์ไหนเหมาะกับมือใหม่ที่สุด?
Swing Trading บน Timeframe H4 หรือ D1 เหมาะที่สุดสำหรับมือใหม่เพราะไม่ต้องเฝ้าจอตลอดเวลามีเวลาวิเคราะห์และตัดสินใจเหมาะกับคนที่ทำงานประจำ
ทำไม 90% ของนักเทรดถึงขาดทุน?
สาเหตุหลักคือ: ไม่มี Money Management ที่ดี, ไม่ตั้ง Stop Loss, Over-trading, Revenge Trading, ใช้ Leverage สูงเกินไป, ไม่มี Trading Plan, และคาดหวังรวยเร็วเกินจริง
Stop Loss คืออะไรทำไมต้องตั้ง?
Stop Loss คือคำสั่งปิดออเดอร์อัตโนมัติเมื่อราคาเคลื่อนไหวสวนทางกับที่คาดไว้ช่วยจำกัดการขาดทุนสูงสุดต่อออเดอร์ถ้าไม่ตั้ง Stop Loss อาจขาดทุนจนล้างพอร์ตได้
⚠️ คำเตือนความเสี่ยง
การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูงคุณอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดบทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้นไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุนกรุณาศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
© 2026 iCafeFX — icafeforex.com







TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文