บัญชี IC Markets Raw Spread คือตัวเลือกยอดนิยมสำหรับเทรดเดอร์ไทยที่ชอบเทรดระยะสั้น บทความนี้เจาะลึกต้นทุน สเปรด ค่าคอมมิชชัน และวิธีคำนวณกำไรขาดทุนแบบเป็นรูปธรรมในปี 2024 นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
บัญชี Raw Spread เหมาะกับสไตล์การเทรดแบบไหน
บัญชีประเภทนี้ออกแบบมาเพื่อเทรดเดอร์ที่ชอบเปิดปิดออเดอร์รวดเร็ว ไม่ถือดีลนาน โดยเฉพาะคนที่ใช้ระบบสกาลป์ปิ้งหรือใช้บอทเทรดอัตโนมัติ สเปรดที่ต่ำแทบจะเป็นศูนย์ทำให้ต้นทุนการเข้าออเดอร์แต่ละครั้งถูกมาก
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมสเปรดถึงต่ำขนาดนี้ จริงๆ แล้วโบรกเกอร์เอาราคาจากผู้ให้บริการสภาพคล่องระดับสูงมาส่งตรงให้เราโดยไม่เพิ่มส่วนต่างเข้าไปในราคา การแลกเปลี่ยนก็คือเราต้องจ่ายค่าธรรมเนียมหรือที่เรียกว่าคอมมิชชันในการเปิดและปิดดีลแทน ดังนั้นยิ่งเราเทรดจังหวะสั้นๆ บ่อยๆ ยิ่งคุ้มกับโครงสร้างแบบนี้ ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบถือดีลไว้ข้ามคืนหรือเปิดออเดอร์ทิ้งไว้หลายวันเพื่อรอกำไรเป็นร้อยพิป บัญชีแบบนี้อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะค่าคอมมิชชันที่ต้องจ่ายต่อรอบจะกลายเป็นต้นทุนที่สะสมขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ข้อได้เปรียบเรื่องสเปรดที่ต่ำไม่ได้ส่งผลมากนักเมื่อเทียบกับระยะเวลาการถือที่ยาวนาน
ข้อดีของบัญชีสำหรับการสกาลป์ปิ้ง
การเทรดสไตล์สกาลป์ปิ้งเน้นเก็บกำไรทีละน้อยแต่หลายครั้ง การมีสเปรดต่ำจึงสำคัญมากเพราะมันหมายถึงจุดคุ้มทุนที่ใกล้ขึ้น ยกตัวอย่างคู่เงินยูโรดอลลาร์ถ้าสเปรดปกติอยู่ที่ 1 พิป แต่ในบัญชีนี้อาจจะเหลือแค่ 0.1 พิป รวมค่าคอมมิชชันแล้วต้นทุนจริงก็ยังต่ำกว่ามาก ทำให้เราสามารถปิดดีลทำกำไรได้เร็วกว่าและมีอัตราการชนะที่สูงขึ้นตามไปด้วย
โครงสร้างค่าใช้จ่ายที่ต้องเข้าใจให้ชัดเจน
การใช้บัญชีประเภทนี้ต้องแยกค่าใช้จ่ายออกเป็นสองส่วนคือสเปรดและค่าคอมมิชชัน การคำนวณต้นทุนรวมจึงไม่เหมือนบัญชีทั่วไปที่ดูแค่สเปรดอย่างเดียว เราต้องรู้ว่าค่าธรรมเนียมแต่ละรอบคิดยังไงและมีผลต่อกำไรมากน้อยแค่ไหน
ค่าคอมมิชชันของบัญชีนี้จะคิดตามขนาดล็อตที่เราเปิด โดยปกติจะอยู่ที่ 3.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อหนึ่งล็อตมาตรฐานฝั่งเปิดออเดอร์ และอีก 3.5 ดอลลาร์ฝั่งปิดออเดอร์ รวมเป็น 7 ดอลลาร์ต่อหนึ่งรอบการเทรด ถ้าเทรดคู่เงินยูโรดอลลาร์ขนาดหนึ่งล็อตเต็ม 1 พิปมีค่าเท่ากับ 10 ดอลลาร์ ดังนั้นค่าคอมมิชชัน 7 ดอลลาร์ก็เท่ากับ 0.7 พิปนั่นเอง
เมื่อเอาสเปรดเฉลี่ยที่ได้จริงมาบวกกับค่าคอมมิชชันที่แปลงเป็นพิปแล้ว ต้นทุนรวมต่อรอบของคู่เงินหลักจะอยู่ที่ประมาณ 0.8 ถึง 1.2 พิป ซึ่งถือว่าค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับบัญชีมาตรฐานที่อาจจะมีสเปรดอยู่ที่ 1.5 ถึง 2 พิปโดยไม่มีค่าคอมมิชชัน นี่คือเหตุผลที่คนเทรดจังหวะเร็วชอบโครงสร้างแบบนี้
ตัวอย่างการคำนวณกำไรและขาดทุนจริง
สมมติว่าเราเปิดออเดอร์ซื้อคู่เงินยูโรดอลลาร์ขนาด 2 ล็อต ราคาเข้าที่ 1.08500 สเปรด ณ ขณะนั้นอยู่ที่ 0.2 พิป ค่าคอมมิชชันคือ 3.5 ดอลลาร์ต่อล็อตฝั่งเปิดและฝั่งปิดรวม 7 ดอลลาร์ต่อล็อต สำหรับ 2 ล็อตค่าคอมมิชชันรวมจะเป็น 14 ดอลลาร์
เราตั้งเป้าหมายกำไรไว้ที่ 20 พิป ดังนั้นราคาปิดดีลจะอยู่ที่ 1.08700 เมื่อราคาขึ้นมาถึงเป้า เราปิดดีล กำไรจากการขยับของราคา 20 พิป ขนาด 2 ล็อตจะเท่ากับ 400 ดอลลาร์ หักค่าคอมมิชชัน 14 ดอลลาร์ กำไรสุทธิจะเหลือ 386 ดอลลาร์ แต่ถ้าราคาวิ่งผิดทางและเราตัดขาดทุนที่ 15 พิป ขาดทุนจากราคาจะเท่ากับ 300 ดอลลาร์ บวกค่าคอมมิชชันอีก 14 ดอลลาร์ ขาดทุนรวมจะเป็น 314 ดอลลาร์
ความเร็วในการส่งคำสั่งเทรดและสภาพคล่อง
นอกจากเรื่องสเปรดแล้ว ความเร็วในการประมวลผลคำสั่งเทรดก็สำคัญมากสำหรับบัญชีประเภทนี้ โบรกเกอร์มีเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งอยู่ใกล้กับศูนย์กลางการเทรดการเงิน ทำให้คำสั่งเปิดปิดดีลถูกส่งไปประมวลผลได้ไวมาก ลดปัญหาการราคาเลื่อนหนีจุดที่เราต้องการ
ในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนสูง เช่น ตอนออกข่าวเศรษฐกิจสำคัญหรือช่วงเปิดตลาด สภาพคล่องอาจจะลดลงชั่วคราว สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือสเปรดอาจจะกว้างขึ้นผิดปกติแม้ว่าในบัญชีประเภทนี้จะมีความพยายามรักษาสเปรดให้แคบที่สุดก็ตาม การเข้าใจพฤติกรรมนี้จะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงการเปิดดีลในจังหวะที่ต้นทุนอาจจะสูงเกินไปได้
การเทรดด้วยระบบอัตโนมัติหรือที่เรียกว่าอีเอจึงเข้ากับบัญชีนี้ได้ดี เพราะบอทสามารถส่งคำสั่งได้ภายในเสี้ยววินาที ความล่าช้าของเซิร์ฟเวอร์ที่น้อยทำให้บอททำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ออเดอร์ที่ส่งไปจะถูกจับคู่กับสภาพคล่องที่ดีที่สุดในขณะนั้น ช่วยลดโอกาสการเกิดส่วนต่างของราคาที่ไม่พึงประสงค์ในจังหวะที่ตลาดเคลื่อนไหวเร็ว
ข้อจำกัดที่ต้องระวังเกี่ยวกับสภาพคล่อง
แม้ว่าโบรกเกอร์จะมีผู้ให้บริการสภาพคล่องหลายราย แต่ในบางช่วงเวลาอย่างช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านระหว่างตลาดสหรัฐปิดและตลาดเอเชียเปิด ปริมาณการเทรดจะลดลงมาก สเปรดอาจจะไม่ต่ำเหมือนช่วงที่ตลาดลอนดอนเปิด การเลือกเวลาเทรดจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เราได้รับสเปรดที่ดีที่สุดจากบัญชีประเภทนี้
การเปรียบเทียบบัญชี Raw Spread กับบัญชีมาตรฐาน
การเลือกระหว่างสองบัญชีนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าบัญชีไหนดีกว่ากัน แต่ขึ้นอยู่กับว่าบัญชีไหนเหมาะกับสไตล์การเทรดของเรามากกว่า การเปรียบเทียบต้นทุนรวมในระยะสั้นและระยะยาวจะช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
ถ้าเราเปิดดีลน้อยครั้งและถือนาน บัญชีที่ไม่มีค่าคอมมิชชันจะประหยัดกว่า แต่ถ้าเราเปิดดีลบ่อยและถือสั้น บัญชีที่มีสเปรดต่ำจะช่วยลดต้นทุนได้มากกว่า ลองมาดูตารางเปรียบเทียบสิ่งสำคัญระหว่างสองบัญชีนี้กัน
| หัวข้อเปรียบเทียบ | บัญชี Raw Spread | บัญชีมาตรฐาน | ผลกระทบต่อเทรดเดอร์ |
|---|---|---|---|
| สเปรดเฉลี่ยยูโรดอลลาร์ | 0.1 พิป | 1.2 พิป | ต้นทุนการเข้าดีลทันทีต่างกัน |
| ค่าคอมมิชชันต่อรอบ | 7 ดอลลาร์ต่อล็อต | ไม่มี | ค่าใช้จ่ายสะสมหากเทรดบ่อย |
| ต้นทุนรวมต่อดีล | ประมาณ 0.8 พิป | ประมาณ 1.2 พิป | Raw Spread จะถูกกว่าในระยะสั้น |
| เหมาะกับสไตล์ไหน | สกาลป์ปิ้ง อีเอ เทรดจังหวะเร็ว | ถือดีลข้ามคืน เทรดตามเทรนด์ | เลือกตามจังหวะการเปิดออเดอร์ |
วิธีตั้งค่าและใช้งานบัญชีสำหรับเทรดเดอร์ไทย
การเริ่มต้นใช้งานบัญชีนี้ไม่ซับซ้อน เทรดเดอร์ไทยสามารถเปิดบัญชีและยืนยันตัวตนได้ผ่านระบบออนไลน์ ขั้นตอนแรกคือการกรอกข้อมูลส่วนตัวให้ครบถ้วน จากนั้นอัปโหลดเอกสารยืนยันที่อยู่และบัตรประจำตัวประชาชนหรือพาสปอร์ต
เมื่อบัญชีได้รับการอนุมัติแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเติมเงินเข้าบัญชี สำหรับคนไทยสามารถโอนเงินผ่านธนาคารไทยได้โดยตรง ระบบจะแปลงเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐให้อัตโนมัติ การฝากถอนด้วยวิธีนี้มักจะไม่มีค่าธรรมเนียมการโอนและใช้เวลาไม่นาน ทำให้สะดวกสำหรับการบริหารเงินทุน
หลังจากเติมเงินเข้ามาแล้ว คุณสามารถเลือกแพลตฟอร์มที่จะใช้เทรดได้ ไม่ว่าจะเป็นเมต้าเทรดเดอร์ 4 เมต้าเทรดเดอร์ 5 หรือซีเทรดเดอร์ การตั้งค่าในแต่ละแพลตฟอร์มจะเหมือนกับบัญชีทั่วไป แต่สิ่งที่จะต่างออกไปคือเมื่อคุณเปิดออเดอร์ คุณจะเห็นสเปรดที่แคบมากและมีค่าคอมมิชชันแสดงแยกออกมาในประวัติการเทรด
การปรับแต่งแพลตฟอร์มให้เหมาะกับการเทรดสั้น
สำหรับคนที่จะใช้บัญชีนี้เทรดสั้นๆ การตั้งค่าหน้าจอให้เห็นราคาแบบทศนิยมห้าตำแหน่งจะช่วยให้มองเห็นการเคลื่อนไหวของราคาได้ละเอียดขึ้น คุณควรตั้งค่าการแสดงผลสเปรดในหน้าจอให้เห็นตลอดเวลาเพื่อสังเกตว่าสเปรดอยู่ในระดับปกติหรือกำลังกว้างผิดปกติ การใช้งานร่วมกับบอทต้องเช็คให้แน่ใจว่าบอทรองรับการคำนวณค่าคอมมิชชันเข้าไปในการคำนวณกำไรขาดทุนด้วย ไม่งั้นระบบอาจจะคำนวณผลลัพธ์ออกมาผิดเพี้ยนได้
การบริหารความเสี่ยงเมื่อใช้บัญชีสเปรดต่ำ
การมีสเปรดที่ต่ำไม่ได้แปลว่าเราสามารถเปิดออเดอร์ได้สุ่มสี่สุ่มห้า การบริหารความเสี่ยงยังเป็นสิ่งสำคัญที่สุด การตั้งจุดตัดขาดทุนต้องสมเหตุสมผลและไม่อยู่ในตำแหน่งที่ใกล้ราคาปัจจุบันมากเกินไปจนสเปรดที่กว้างขึ้นชั่วคราวพาเราไปตัดขาดทุนก่อนที่ราคาจะวิ่งไปทิศทางที่เราคาดไว้
การคำนวณขนาดล็อตต้องคำนึงถึงค่าคอมมิชชันด้วย เพราะต้นทุนส่วนนี้จะถูกหักออกจากเงินในบัญชีทันทีที่เปิดดีล ถ้าคุณเปิดออเดอร์ใหญ่เกินไป ค่าคอมมิชชันอาจจะกินเงินทุนส่วนหนึ่งไปก่อนเลย การคำนวณอัตราการใช้เงินต่อดีลจึงต้องเผื่อค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไว้ด้วยเพื่อไม่ให้เงินทุนเหลือน้อยจนเสี่ยงต่อการถูกเรียกเติมเงินประกัน
การใช้คำสั่งตัดขาดทุนแบบไม่แน่นอนหรือที่เรียกว่าสต็อปลอสในตลาดที่ผันผวนสูงอาจจะได้ราคาที่เลวร้ายกว่าที่ตั้งไว้ ในขณะที่คำสั่งปิดดีลที่กำไรแบบเฉพาะราคาหรือลิมิตจะได้ราคาที่ตั้งไว้แน่นอนกว่า การเข้าใจพฤติกรรมของคำสั่งแต่ละแบบในบัญชีที่มีสเปรดต่ำจะช่วยให้เราวางแผนการเปิดปิดดีลได้แม่นยำขึ้น และลดความเสี่ยงที่จะเสียเงินจากการราคาเลื่อนหนีในจังหวะที่ตลาดเคลื่อนไหวรุนแรง
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
บัญชี IC Markets Raw Spread เหมาะกับใคร
บัญชีนี้เหมาะกับเทรดเดอร์ที่ใช้สไตล์เทรดระยะสั้น เช่น สกาลป์ปิ้งหรือการเปิดออเดอร์บ่อยครั้งในหนึ่งวัน เพราะสเปรดเฉลี่ยต่ำมากแทบจะเป็นศูนย์ แต่ข้อแลกเปลี่ยนคือต้องจ่ายค่าคอมมิชชันต่อรอบ หากคุณเป็นคนถือเดอร์นานหลายวันหรือสัปดาห์ บัญชีแบบมาตรฐานที่ไม่มีค่าคอมมิชชันอาจจะประหยัดกว่า ดังนั้นต้องดูสไตล์การเทรดของตัวเองก่อนว่าเปิดดีลวันละกี่ครั้ง
ค่าคอมมิชชันของบัญชี Raw Spread แพงไหม
ค่าคอมมิชชันจะอยู่ที่ 3.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อหนึ่งล็อตฝั่งเปิดออเดอร์ รวมเป็น 7 ดอลลาร์ต่อหนึ่งล็อตมาตรฐานเต็มในการเปิดและปิดดีล ถ้าเทรดคู่เงินยูโรดอลลาร์ขนาดหนึ่งล็อต ค่าธรรมเนียมนี้จะเท่ากับ 0.7 พิปต่อรอบ ในระยะสั้นค่าธรรมเนียมนี้ถือว่าคุ้มค่าเพราะสเปรดที่ได้รับจะต่ำกว่าบัญชีทั่วไปมาก แต่ถ้าเปิดดีลนับสิบครั้งต่อวัน ต้องคำนึงถึงต้นทุนรวมที่จะสะสมขึ้นด้วย
ฝากถอนเงินกับโบรกเกอร์นี้ยุ่งยากไหม
สำหรับเทรดเดอร์ไทยสามารถฝากถอนผ่านธนาคารไทยได้โดยตรงโดยไม่มีค่าธรรมเนียมการโอน ระบบจะรับเงินเข้าบัญชีภายในไม่กี่ชั่วโมงทำการ ส่วนการถอนโอนกลับเข้าบัญชีธนาคารไทยมักใช้เวลาไม่เกินหนึ่งวันทำการ ขั้นตอนการยืนยันตัวตนต้องส่งเอกสารเพื่อยืนยันที่อยู่และบัตรประชาชนก่อนถอนครั้งแรก ระบบค่อนข้างปลอดภัยและทำตามขั้นตอนมาตรฐานสากล
โบรกเกอร์นี้รองรับการเทรดด้วยบอทหรืออีเอไหม
รองรับการเทรดด้วยบอทหรืออีเอแบบเต็มรูปแบบเพราะไม่มีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาการถือดีลขั้นต่ำ คุณสามารถเปิดและปิดออเดอร์ภายในไม่กี่วินาทีได้โดยไม่ถูกจำกัด ตัวเซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์ตั้งอยู่ในนิวยอร์กและลอนดอนทำให้ความเร็วในการส่งคำสั่งเทรดไปถึงศูนย์กลางการเทรดได้ไวมาก เหมาะสำหรับคนที่ใช้ระบบอัตโนมัติวางออเดอร์ตามเงื่อนไขที่โปรแกรมไว้ แต่ต้องเช็คค่าสเปรดในช่วงข่าวด้วยเพราะอาจจะกว้างผิดปกติได้
สเปรดจริงๆของบัญชีนี้ต่ำขนาดไหน
สเปรดเฉลี่ยของคู่เงินหลักอย่างยูโรดอลลาร์มักอยู่ที่ศูนย์ถึง 0.2 พิปในช่วงเวลาตลาดปกติ ถือว่าใกล้เคียงกับสเปรดที่ธนาคารใหญ่ๆเสนอราคากันจริง แต่ในช่วงเวลาที่มีข่าวสำคัญหรือช่วงที่ตลาดเพิ่งเปิดสเปรดอาจจะกว้างขึ้นชั่วคราว หากเทรดในช่วงเวลาที่สภาพตลาดคล่องตัวเช่นตลาดลอนดอนและนิวยอร์กเปิดพร้อมกัน สเปรดจะแน่นมากและทำให้ต้นทุนการเทรดรวมต่ำกว่าบัญชีอื่นอย่างเห็นได้ชัด
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย










TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文