Rounding Bottom คือสัญญาณทองกลับตัวขาขึ้นระยะยาว เมื่อเงินทุนใหญ่ค่อยสะสม บอกวิธีหาจุดเข้าและตั้งสต็อปได้สบายใจกว่า 80%

การเทรดทองคำด้วยพแทเทิร์นก้นโค้งมนหรือ Rounding Bottom คือการจับจังหวะที่ตลาดกลับตัวจากขาลงมาเป็นขาขึ้นอย่างช้า ๆ บทความนี้สอนวิธีมองหาจุดเข้าและตั้งจุดตัดขาดทุนให้ปลอดภัย นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ

พแทเทิร์นก้นโค้งมนคืออะไร ทำไมถึงบอกว่าทองจะขึ้น
พแทเทิร์นก้นโค้งมนคือรูปแบบกราฟที่เกิดขึ้นหลังจากราคาทองคำลงมาเป็นเวลานาน จนถึงจุดที่ฝั่งขายเริ่มหมดแรงและฝั่งซื้อค่อย ๆ เข้ามาสะสมราคา ทำให้เห็นกราฟเป็นรูปคล้ายชามคว่ำหรือจานคว่ำ
สังเกตได้ว่าราคาจะไม่ได้ดิ่งลงแบบฉับพลัน แต่จะค่อย ๆ ลงไปทำจุดต่ำสุดแล้วค่อย ๆ ขึ้นมาใหม่ การเคลื่อนไหวแบบนี้สะท้อนว่านักเทรดรายใหญ่กำลังเก็บของอย่างเงียบ ๆ โดยไม่อยากให้ราคาพุ่งขึ้นไปเร็วจนเก็บไม่ทัน เมื่อเทียบกับพแทเทิร์นกลับตัวอื่น ๆ ก้นโค้งมนถือว่าใช้เวลาสร้างนานกว่า แต่ความน่าเชื่อถือก็สูงกว่าเช่นกัน ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
บนกราฟทองคำ XAU/USD พแทเทิร์นนี้มักจะใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนในการสร้าง ยิ่งใช้เวลานานเท่าไร โอกาสที่ราคาจะวิ่งขึ้นแรงหลังจากเสร็จสมบูรณ์ก็ยิ่งมากขึ้น นักเทรดส่วนใหญ่จะรอให้เห็นรูปครบส่วนก่อนแล้วค่อยวางแผนเข้าเทรด
ลักษณะสำคัญที่ต้องจำให้ขึ้นใจ
พแทเทิร์นนี้จะประกอบด้วยสามส่วนหลักคือส่วนลง ส่วนก้น และส่วนขึ้น ส่วนลงจะเป็นการค่อย ๆ ลงไป ส่วนก้นจะเป็นแนวราบที่ราคาซุ่มอยู่สักพัก และส่วนขึ้นจะเป็นการค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นมา จุดสำคัญที่สุดคือเส้นคอดคอซึ่งเป็นระดับสูงสุดก่อนที่ราคาจะเริ่มลงไปทำก้น
วิธีหาจุดเข้าเทรดทองคำเมื่อเจอก้นโค้งมน
การหาจุดเข้าที่ดีต้องรอให้ราคาทะลุเส้นคอดคอขึ้นไปก่อน ไม่ควรรีบเข้าตอนที่ราคายังอยู่ในช่วงก้นเพราะอาจติดอยู่ในตลาดข้างได้นาน
นักเทรดมือใหม่มักเผลอเข้าซื้อตอนที่ราคาเริ่มเลี้ยวขึ้นจากก้น ทั้งที่ยังไม่มีสัญญาณยืนยันชัดเจน วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือรอให้ราคาขึ้นไปทะลุระดับสูงสุดของส่วนลงหรือที่เรียกว่าเส้นคอดคอ แล้วค่อยเข้าซื้อ การทะลุเส้นนี้บอกว่าฝั่งซื้อเริ่มควบคุมตลาดได้แล้ว
ในบางครั้งราคาอาจจะยังไม่ทะลุในครั้งแรกและดีดตัวกลับลงมาสักพักก่อน แล้วค่อยขึ้นไปทะลุอีกครั้งในระยะเวลาไม่นาน ถือว่าเป็นเรื่องปกติของตลาดที่ต้องการสะสมพลังก่อนวิ่ง ดังนั้นความอดทนรอจังหวะจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก
ใช้อินดิเคเตอร์อะไรช่วยเพิ่มความมั่นใจ
นอกจากดูกราฟราคาแล้ว การใช้เส้นค่าเฉลี่ยราคาหรือ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ ช่วยได้เยอะ หากราคาทะลุเส้นคอดคอและปิดแท่งเทียนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 20 แท่ง ก็เป็นสัญญาณยืนยันว่าขาขึ้นเริ่มจริงแล้ว บางคนชอบใช้ RSI ดูโมเมนตัมร่วมด้วย ถ้า RSI ชี้ขึ้นจากบริเวณกลาง ๆ ก็เป็นการเพิ่มน้ำหนักว่าฝั่งซื้อกำลังแข็งแรง
การตั้งจุดตัดขาดทุนและเป้าหมายกำไรให้สมเหตุสมผล
การตั้งจุดตัดขาดทุนต้องอยู่ใต้บริเวณก้นของพแทเทิร์น ส่วนเป้าหมายกำไรวัดจากระยะห่างระหว่างก้นถึงเส้นคอดคอแล้วนำไปวัดต่อขึ้นไป
การตั้งจุดตัดขาดทุนไม่ใช่เรื่องของความรู้สึก แต่ต้องอิงกับโครงสร้างกราฟ หากเราเข้าซื้อตอนที่ราคาทะลุเส้นคอดคอ การตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ใต้เส้นคอดคอเดิมก็เพียงพอแล้ว เพราะถ้าราคากลับลงไปใต้เส้นนั้นแปลว่าการทะลุเมื่อกี้เป็นแค่การหลอก
สำหรับเป้าหมายกำไร วิธีคลาสสิกคือวัดระยะจากก้นสุดถึงเส้นคอดคอ แล้วนำระยะนั้นมาวัดต่อขึ้นไปจากเส้นคอดคอ ระยะที่ได้ก็คือเป้าหมายกำไรขั้นต้น อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงราคาทองมักจะวิ่งเกินเป้าหมายได้ ดังนั้นนักเทรดจึงนิยมปรับเป้าหมายตามทิศทางและใช้การตามราคาแบบทรายลิงก์เพื่อรักษากำไรไว้
วิธีคำนวณอัตราเสี่ยงต่อผลตอบแทนให้คุ้มค่า
ก่อนเข้าเทรดทุกครั้งต้องคำนวณว่าความเสี่ยงเทียบกับผลตอบแทนคุ้มหรือไม่ หากเป้าหมายกำไรห่างจากจุดเข้า 50 ดอลลาร์ แต่จุดตัดขาดทุนห่างแค่ 20 ดอลลาร์ อัตราเสี่ยงต่อผลตอบแทนก็จะอยู่ที่ 1 ต่อ 2.5 ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่น่าเข้าเทรด แต่ถ้าเข้าแล้วเสี่ยง 30 ดอลลาร์เพื่อกำไร 40 ดอลลาร์ อาจจะไม่ค่อยคุ้มเท่าไร ควรรอจังหวะที่ดีกว่านี้
ตัวอย่างการคำนวณกำไรและขนาดล็อตจริง
มาดูตัวอย่างจริงกัน สมมติว่าราคาทองคำ XAU/USD ทะลุเส้นคอดคอที่ระดับ 2,350 ดอลลาร์ต่อนซ์ เราตัดสินใจเข้าซื้อที่ราคา 2,352 ดอลลาร์ และตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 2,330 ดอลลาร์ ซึ่งอยู่ใต้เส้นคอดคอ
การคำนวณระยะความเสี่ยงคือ 2,352 ลบด้วย 2,330 เท่ากับ 22 ดอลลาร์ ส่วนเป้าหมายกำไรเราวัดระยะจากก้นสุดที่ 2,290 ดอลลาร์ถึงเส้นคอดคอที่ 2,350 ดอลลาร์ ได้ระยะ 60 ดอลลาร์ นำระยะนี้ไปวัดต่อขึ้นไปจาก 2,350 ดอลลาร์ ก็จะได้เป้าหมายกำไรที่ 2,410 ดอลลาร์ ระยะกำไรที่คาดหวังคือ 2,410 ลบ 2,352 เท่ากับ 58 ดอลลาร์ อัตราเสี่ยงต่อผลตอบแทนเท่ากับ 22 ต่อ 58 หรือประมาณ 1 ต่อ 2.6 ซึ่งถือว่าเป็นการเทรดที่คุ้มค่ามาก
สำหรับการคำนวณขนาดล็อต สมมติว่าเรามีทุน 5,000 ดอลลาร์และยอมรับความเสี่ยงที่ 2 เปอร์เซ็นต์ของทุนต่อไม้ต่อการเทรด ความเสี่ยงในเงินดอลลาร์คือ 100 ดอลลาร์ ระยะตัดขาดทุนคือ 22 ดอลลาร์ต่อนซ์ ดังนั้นขนาดล็อตที่เหมาะสมจะเท่ากับ 100 หารด้วย 22 ได้ 4.54 ออนซ์ ในทางปฏิบัติเราสามารถเทรดที่ 0.45 ล็อตมาตรฐานได้ หากราคาไปถึงเป้าหมายที่ 2,410 ดอลลาร์ กำไรที่จะได้คือ 58 ดอลลาร์คูณกับ 4.54 ออนซ์ เท่ากับ 263.32 ดอลลาร์ ตัวเลขเหล่านี้ช่วยให้เราเห็นภาพของการบริหารความเสี่ยงและผลตอบแทนก่อนเข้าจริง

การเปรียบเทียบพแทเทิร์นก้นโค้งมนกับพแทเทิร์นกลับตัวอื่น ๆ
เพื่อให้เข้าใจชัดเจนขึ้น การเปรียบเทียบพแทเทิร์นก้นโค้งมนกับพแทเทิร์นอื่น ๆ จะช่วยให้นักเทรดมือใหม่เลือกใช้ได้ถูกต้องตามสถานการณ์ของตลาด
| ชื่อพแทเทิร์น | ลักษณะรูปแบบ | ระยะเวลาสร้าง | ความน่าเชื่อถือ |
|---|---|---|---|
| ก้นโค้งมน | ราคาค่อย ๆ ลงและค่อย ๆ ขึ้นเป็นรูปชาม | นานมาก หลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน | สูงมาก เมื่อทะลุคอดคอมักวิ่งแรง |
| ก้นคู่ | ราคาทำจุดต่ำสุดสองครั้งใกล้กัน | ปานกลาง ใช้เวลาไม่กี่สัปดาห์ | สูง แต่ต้องรอทะลุเส้นคอดคอเหมือนกัน |
| หัวกับไหล่กลับตัว | มีจุดต่ำสุดสามจุด ตรงกลางต่ำสุด | นานปานกลางถึงนานมาก | สูง สัญญาณยืนยันได้ชัดเจน |
| ก้นวี | ราคาลงเร็วและกลับขึ้นเร็วทันที | สั้นมาก เกิดขึ้นในไม่กี่วัน | ค่อนข้างต่ำ ยากตัดสินใจเข้าเทรด |
จากตารางจะเห็นว่าพแทเทิร์นก้นโค้งมนใช้เวลาสร้างนานที่สุด แต่ก็ให้ความน่าเชื่อถือสูงที่สุดเช่นกัน การเลือกใช้พแทเทิร์นขึ้นอยู่กับกรอบเวลาที่เราเทรดและความอดทนในการรอ หากเทรดรายวันการรอจังหวะก้นโค้งมนถือว่าคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักทำเมื่อเจอพแทเทิร์นนี้
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการเข้าเทรดเร็วเกินไป นักเทรดมือใหม่มักเห็นราคาเริ่มเลี้ยวขึ้นจากก้นก็รีบเข้าซื้อทันที โดยไม่รอให้ราคาไปทะลุเส้นคอดคอก่อน ผลก็คือติดอยู่ในตลาดข้างนาน ๆ จนในที่สุดก็ตัดขาดทุนออกมาเอง
อีกข้อผิดพลาดคือการตั้งจุดตัดขาดทุนแค่เกินไป บางคนตั้งไว้ใกล้จุดเข้าแค่ไม่กี่ดอลลาร์ พอราคาดีดตัวนิดหน่อยก็ถูกตัดออกก่อนที่จะได้วิ่งไปถึงเป้าหมาย การตั้งจุดตัดขาดทุนต้องให้ราคามีพื้นที่หายใจพอสมควร โดยอิงกับโครงสร้างกราฟจริง ๆ ไม่ใช่ตั้งตามใจตัวเอง
สุดท้ายคือการไม่สนใจปริมาณซื้อขายหรือ Volume ในช่วงที่ราคากำลังสร้างก้นโค้งมน ปริมาณการซื้อขายควรลดลงในช่วงที่ราคาลงไปทำก้น และค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเมื่อราคาเริ่มไต่ขึ้นมา หากปริมาณไม่เป็นแบบนี้ก็อาจจะเป็นก้นโค้งมนปลอมที่ไม่ได้การสนับสนุนจากเงินจริง การดู Volume จึงเป็นเครื่องยืนยันที่สำคัญมากอีกอย่างหนึ่ง
วิธีฝึกสายตาให้คุ้นเคยกับพแทเทิร์น
การจะมองเห็นพแทเทิร์นนี้ได้คล่องต้องฝึกย้อนดูกราฟย้อนหลัง ลองไปดูกราฟทองคำในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แล้วหาจุดที่ราคาเคยสร้างก้นโค้งมน สังเกตว่าก่อนถึงจุดก้นราคาเคลื่อนไหวยังไง และหลังทะลุเส้นคอดคอแล้ววิ่งไปได้ไกลแค่ไหน การย้อนดูกราฟเป็นสิบ ๆ ครั้งจะช่วยให้สายตาเราชินและสามารถมองเห็นพแทเทิร์นนี้ได้เร็วขึ้นเมื่อเจอจริง
บทสรุปการเทรดทองคำด้วยก้นโค้งมน
การเทรดทองคำด้วยพแทเทิร์นก้นโค้งมนเป็นวิธีที่เน้นความอดทนและความแม่นยำ หัวใจสำคัญคือการรอให้ราคาทะลุเส้นคอดคอก่อนค่อยเข้าซื้อ และต้องตั้งจุดตัดขาดทุนให้สมเหตุสมผลตามโครงสร้างกราฟเสมอ
อย่าลืมว่าพแทเทิร์นนี้ใช้เวลาสร้างนาน ดังนั้นอย่ารีบเร่ง ถ้ายังไม่เห็นสัญญาณยืนยันชัดเจนก็ให้รอต่อไป การเทรดที่ดีไม่ใช่การเข้าตลาดทุกวัน แต่เป็นการเข้าตลาดเมื่อมีโอกาสที่มีความน่าเชื่อถือสูง และพแทเทิร์นก้นโค้งมนก็เป็นหนึ่งในโอกาสแบบนั้น ลองนำไปฝึกฝนดูบนกราฟย้อนหลังก่อน แล้วค่อยปรับใช้กับบัญชีเทรดจริงของคุณ


▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
พแทเทิร์น Rounding Bottom คืออะไรในการเทรดทองคำ
Rounding Bottom หรือก้นโค้งมน คือรูปแบบกราฟที่บ่งบอกการกลับตัวจากขาลงมาเป็นขาขึ้น ลักษณะจะมีราคาค่อย ๆ ลงไปทำจุดต่ำสุดแล้วค่อย ๆ ขึ้นมาใหม่ ทำให้เกิดรูปคล้ายจานหรือชามคว่ำ พแทเทิร์นนี้สะท้อนว่าฝั่งขายเริ่มอ่อนแรงและฝั่งซื้อกำลังเข้ามาสะสมราคา การเกิดบนกราฟทองคำมักใช้เวลาหลายสัปดาห์จึงจะเห็นได้ชัด นักเทรดส่วนใหญ่ใช้เพื่อหาจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาทะลุเส้นคอดคอขึ้นไป
จุดเข้าเทรดทองคำ Rounding Bottom ที่ไหนดีที่สุด
จุดเข้าที่นิยมที่สุดคือตอนที่ราคาทะลุเส้นคอดคอหรือระดับสูงสุดก่อนหน้านั้น นักเทรดจะรอให้แท่งเทียนปิดเหนือระดับนั้นก่อนเพื่อยืนยันว่าฝั่งซื้อแข็งแกร่งจริง บางคนเข้าก่อนหน้านั้นได้แต่ต้องยอมรับความเสี่ยงที่ราคาอาจยังไม่พร้อมกลับตัว การเข้าหลังทะลุคอดคอถือว่าปลอดภัยกว่าและมีโอกาสเก็บกำไรได้ยาว หากเข้าแล้วราคาไม่วิ่งขึ้นควรรอดูท่าทีก่อนตัดสินใจเพิ่มล็อต
ตั้งจุดตัดขาดทุนที่ไหนเมื่อเทรดก้นโค้งมน
การตั้งจุดตัดขาดทุนที่ดีคือวางไว้ใต้ระดับก้นของพแทเทิร์นหรือใต้เส้นคอดคอเล็กน้อย หากเข้าเทรดตอนทะลุคอดคอ การตั้งไว้ใต้แท่งเทียนที่ทะลุก็เพียงพอแล้ว สิ่งสำคัญคือต้องไม่ตั้งไกลจนเสี่ยงขาดทุนมากเกินไป แต่ก็ต้องไม่ใกล้จนถูกหลอกตัดออกก่อนราคาจะวิ่งจริง นักเทรดควรคำนวณขนาดล็อตให้เหมาะกับเงินทุนเสมอ
พแทเทิร์นก้นโค้งมนใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะสมบูรณ์
โดยทั่วไปพแทเทิร์นนี้ต้องใช้เวลาสร้างนานพอสมควร บางครั้งเป็นเดือนหรือเป็นปีบนกราฟรายวัน ยิ่งใช้เวลาสร้างนานเท่าไรโอกาสวิ่งแรงหลังทะลุก็ยิ่งมากขึ้น นักเทรดรายวันมักรอจนเห็นรูปครบส่วนก่อนค่อยวางแผนเข้าเทรด หากดูบนกราฟเล็กเวลาจะสั้นลงแต่ความน่าเชื่อถืออาจลดลงด้วย ฉะนั้นควรเลือกช่วงเวลาที่เหมาะกับสไตล์การเทรดของตัวเอง
มีอินดิเคเตอร์ไหนช่วยยืนยัน Rounding Bottom ได้บ้าง
อินดิเคเตอร์ที่นิยมใช้คือเส้นค่าเฉลี่ยราคาและ RSI เพื่อดูทิศทางและโมเมนตัมของราคา หากราคาเริ่มทำจุดสูงขึ้นและ RSI ก็สูงขึ้นตาม แสดงว่าฝั่งซื้อกำลังเข้ามาจริง นอกจากนี้การดูปริมาณซื้อขายก็ช่วยยืนยันได้ว่าก่อนถึงจุดก้นปริมาณจะลดลงและหลังผ่านจุดก้นปริมาณจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น การใช้อินดิเคเตอร์ร่วมกับพแทเทิร์นจะช่วยให้มั่นใจได้มากขึ้นว่าราคาพร้อมกลับตัวเป็นขาขึ้นแล้ว
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย







TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文