เทรดทองคำ XAU ที่ราคา 2569 ดอลลาร์ ต้องดู Round Number หรือระดับราคากลมที่เทรดเดอร์ทั่วโลกให้ความสนใจ บทความนี้เจาะลึกวิธีใช้ราคากลมให้เป็นประโยชน์ 1

การเทรดทองคำหรือ XAUUSD ในช่วงราคา 2569 ดอลลาร์นั้น หัวใจสำคัญอยู่ที่การดูระดับราคากลมหรือ Round Number ซึ่งเป็นจุดที่เทรดเดอร์ทั่วโลกให้ความสนใจและวางคำสั่งซื้อขายรวมกันไว้เป็นจำนวนมาก บทความนี้จะพาไปเจาะลึกวิธีการใช้ระดับราคาเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ นักเทรดมักเช็ก ทุนไหล SPDR Gold Flow ประกอบการตัดสินใจ
ทำไมระดับราคากลมถึงสำคัญในตลาดทองคำ

ระดับราคากลมมีความสำคัญอย่างยิ่งในตลาดทองคำเพราะทำหน้าที่เป็นจิตวิทยาพื้นฐานที่เทรดเดอร์และนักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจร่วมกัน ราคาที่ลงท้ายด้วยศูนย์หลายตัวมักสร้างแนวรับและแนวต้านทางธรรมชาติได้อย่างชัดเจน จึงเป็นโซนที่เกิดการสะสมคำสั่งซื้อขายจำนวนมาก และเป็นจุดพักตัวของราคาก่อนเกิดเทรนด์ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง
ระดับราคากลมคือจุดทางจิตวิทยาที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่มองว่ามีความหมาย เพราะคนเรามักชอบตั้งเป้าหรือคำนวณกำไรขาดทุนด้วยตัวเลขที่ลงตัว เช่น 2500 หรือ 2600 ดอลลาร์ ทำให้บริเวณราคาเหล่านี้มีคำสั่งรอซื้อและรอขายรวมตัวกันอยู่เป็นจำนวนมาก
เมื่อคำสั่งซื้อขายถูกรวมไว้ที่ราคาเดียวกัน สภาพคล่องในตลาดจะมีอยู่เป็นจำนวนมาก สถาบันหรือเจ้าตลาดมักจะใช้ประโยชน์จากจุดนี้ในการเข้าไปเก็บคำสั่งเหล่านั้นเพื่อเปิดสถานะขนาดใหญ่โดยไม่ทำให้ราคาวิ่งเร็วเกินไป การทำความเข้าใจพฤติกรรมนี้จะช่วยให้เราเทรดตามทิศทางของสถาบันได้ ควรเปรียบกับ ประวัติราคาทองย้อนหลัง เพื่อดูบริบทแนวโน้ม
นอกจากนี้ระดับราคากลมยังทำหน้าที่เป็นเสมือนกำแพงที่ราคาต้องผ่านให้ได้ ถ้าราคาทะลุผ่านไปได้ก็มักจะวิ่งต่อไปยังระดับกลมถัดไป แต่ถ้าผ่านไม่ได้ก็จะเกิดการดีดกลับซึ่งเราสามารถใช้เป็นจุดเข้าเทรดสวนทิศได้เช่นกัน
วิธีหาระดับราคากลมบนชาร์ตทองคำ XAUUSD

การหาระดับราคากลมบนชาร์ตทองคำ XAUUSD สามารถทำได้โดยการมองหาระดับราคาที่มีตัวเลขศูนย์ต่อท้ายอย่างน้อยสองตัวขึ้นไป เช่น 2000, 2050 หรือ 2100 ดอลลาร์สหรัฐ เทรดเดอร์ควรเปิดกรอบเวลาใหญ่อย่าง Daily หรือ H4 เพื่อประเมินโซนราคาเหล่านี้ เนื่องจากเป็นจุดที่แรงซื้อขายมักเข้ามาแทรกแซง ทำให้ราคาเกิดการเปลี่ยนแปลงทิศทางหรือพักตัวอย่างเห็นได้ชัด
การหาระดับราคากลมไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเราสามารถสังเกตได้จากตัวเลขราคาที่เราเห็นอยู่บนแพลตฟอร์มเทรด โดยทั่วไปเราจะแบ่งระดับราคากลมออกเป็น 3 ระดับความสำคัญเพื่อให้ง่ายต่อการวางแผน
ระดับราคากลมใหญ่ที่ลงท้ายด้วยศูนย์สามตัว
นี่คือระดับราคาที่สำคัญที่สุด เช่น 2500 หรือ 2600 ดอลลาร์ เป็นจุดที่เทรดเดอร์ทุกคนมองเห็นและให้ความสนใจมากที่สุด เมื่อราคาเข้าใกล้บริเวณนี้มักจะเกิดการผันผวนรุนแรง การเทรดในช่วงนี้ต้องระมัดระวังและรอให้เกิดสัญญาณยืนยันชัดเจนก่อน
ระดับราคากลมกลางที่ลงท้ายด้วยศูนย์สองตัว
ระดับนี้มีความสำคัญรองลงมา เช่น 2550 หรือ 2560 ดอลลาร์ มักใช้เป็นจุดพักของราคาก่อนที่จะวิ่งไปยังระดับราคากลมใหญ่ หรือใช้เป็นจุดเก็บกำไรระหว่างทาง การเทรดในระดับนี้จะเน้นการหาจุดเข้าตามแนวโน้มหลัก
ระดับราคากลมเล็กที่ลงท้ายด้วยศูนย์ตัวเดียว
เป็นระดับที่ใช้สำหรับการเทรดระยะสั้น เช่น 2565 หรือ 2575 ดอลลาร์ มักใช้ในการหาจุดเข้าเทรดในกรอบเวลาเล็กเพื่อจับการวิ่งของราคาในระยะสั้น แต่ต้องดูบริบทจากกรอบเวลาใหญ่ก่อนเสมอ
พฤติกรรมราคาทองคำเมื่อชนระดับราคากลม
เมื่อราคาทองคำเคลื่อนตัวมาชนระดับราคากลม มักจะแสดงพฤติกรรมที่โดดเด่น เช่น การชะลอตัวลงเพื่อทดสอบแนวโดยมีแรงซื้อหรือแรงขายเข้ามาผลักดันอย่างรุนแรง บางครั้งอาจเกิดปรากฏการณ์ราคาวิ่งทะลุเข้าไปก่อนแล้วเด้งกลับอย่างรวดเร็ว หรือเกิดราคาสูงสุดหรือต่ำสุดผิดปกติเพื่อกวาดสต็อปก่อนจะวิ่งไปตามทิศทางเดิม เทรดเดอร์จึงต้องสังเกตความผันผวนอย่างระมัดระวัง
เมื่อราคาทองคำเคลื่อนที่เข้าใกล้ระดับราคากลม จะเกิดพฤติกรรมที่เราสามารถสังเกตและใช้เป็นแผนการเทรดได้ โดยส่วนใหญ่จะเกิดสองรูปแบบหลักคือการดีดกลับและการทะลุผ่าน
การดีดกลับเกิดขึ้นเมื่อราคาไปชนระดับราคากลมแล้วไม่สามารถทะลุผ่านได้ มักเกิดจากการที่มีคำสั่งขายรออยู่มากพอที่จะดันราคาให้หลุดจากจุดสูงสุดใหม่ สังเกตได้จากแท่งเทียนที่ปิดลงหรือเกิดราคาปัดขึ้นแบบเข็มยาว ซึ่งบ่งบอกว่าแรงซื้อไม่เพียงพอและสถาบันอาจเริ่มเปิดสถานะขายแล้ว
การทะลุผ่านเกิดขึ้นเมื่อราคาสามารถปิดเหนือระดับราคากลมนั้นได้ แสดงว่าแรงซื้อยังคงแข็งแกร่งและพร้อมที่จะผลักราคาไปยังระดับถัดไป ในจังหวะนี้เราสามารถรอให้ราคาเคลียร์ระดับเดิมแล้วเด้งกลับมาทดสอบอีกครั้งก่อนค่อยเข้าซื้อตามได้
การใช้เครื่องมือเสริมเพื่อยืนยันจุดเข้าเทรด
การใช้เครื่องมือเสริมเพื่อยืนยันจุดเข้าเทรดเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อเพิ่มโอกาสความสำเร็จ เทรดเดอร์ควรใช้แนวโน้มเช่นเส้น Moving Average เพื่อกรองทิศทาง และใช้อินดิเคเตอร์ประเภทโมเมนตัมอย่าง RSI เพื่อดูความอิ่มตัวของราคาเมื่อเข้าใกล้ระดับสำคัญ หากราคาทดสอบระดับกลมและมีสัญญาณเชิงราคาหรืออินดิเคเตอร์สอดคล้องกันจะช่วยยืนยันจุดเข้าที่มีความเสี่ยงต่ำและมีประสิทธิภาพสูงสุด
การเทรดเพียงแค่อาศัยระดับราคากลมอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เราควรใช้เครื่องมือเสริมเข้ามาช่วยยืนยันทิศทางเพื่อเพิ่มโอกาสชนะและลดความเสี่ยงในการเข้าเทรด โดยเครื่องมือที่นิยมใช้มีดังนี้
การใช้เส้นค่าเฉลี่ยราคาหรือ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่
เส้นค่าเฉลี่ยจะช่วยบอกทิศทางแนวโน้มหลักว่าตอนนี้เป็นขาขึ้นหรือขาลง เมื่อราคาปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 20 แท่ง ถือว่าเป็นขาขึ้น หากราคาเข้าใกล้ระดับราคากลมและสอดคล้องกับทิศทางของเส้นค่าเฉลี่ย ก็จะเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับจุดเข้าเทรดมากขึ้น
การดูความแข็งแกร่งของราคาด้วย RSI
ดัชนีความแข็งแกร่งของราคาหรือ RSI จะช่วยบอกว่าราคาซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไป หากราคาวิ่งมาชนระดับราคากลมในขณะที่ RSI เข้าสู่โซนซื้อมากเกินไป อาจเป็นสัญญาณว่าราคาอาจเกิดการดีดกลับลงได้ ควรรอสัญญาณการกลับตัวก่อนเข้าเทรด
การหาจุดเข้าด้วย MACD
การใช้ MACD ช่วยยืนยันการเปลี่ยนแปลงทิศทางของราคาในระยะสั้น หากเส้น MACD ตัดกันขึ้นในบริเวณใกล้ระดับราคากลมที่เป็นแรงสนับสนุน ก็เป็นจุดที่น่าสนใจในการเปิดสถานะซื้อ แต่ถ้าตัดกันลงใกล้ระดับราคากลมที่เป็นแรงต้านทาน ก็อาจเป็นจังหวะที่เหมาะสำหรับเปิดสถานะขาย
วิธีตั้งจุดตัดขาดทุนและเป้าหมายกำไรให้สมเหตุสมผล

การตั้งจุดตัดขาดทุนและเป้าหมายกำไรต้องอ้างอิงจากโครงสร้างราคาจริงเพื่อให้สมเหตุสมผล โดยจุดตัดขาดทุนควรวางไว้ใต้แนวรับหรือเหนือแนวต้านที่ผ่านมาเพื่อหลีกเลี่ยงการโดนไล่สต็อปจากกระแสราคาปลอม ส่วนเป้าหมายกำไรควรกำหนดจากอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่เหมาะสม เช่น 1 ต่อ 2 ขึ้นไป และดูระดับกดดันราคาถัดไปเป็นจุดรับทำกำไรเพื่อความปลอดภัยในการลงทุน
การตั้งจุดตัดขาดทุนหรือสต็อปลอสเป็นสิ่งสำคัญมากในการเทรดที่ระดับราคากลม เพราะราคามักจะเกิดการแกว่งรุนแรงเพื่อกวาดสต็อปก่อนจะไปในทิศทางจริง การตั้งสต็อปลอสจึงต้องห่างจากระดับราคากลมพอสมควรเพื่อหลีกเลี่ยงการโดนหวัดจับสต็อป
สำหรับการตั้งเป้าหมายกำไรหรือทเทกพรอฟิต มักจะตั้งไว้ที่ระดับราคากลมถัดไป เพราะเป็นจุดที่ราคามักจะไปพักหรือเกิดการต่อต้าน การตั้งเป้าหมายแบบนี้จะช่วยให้เราปิดสถานะก่อนที่ราคาจะเกิดการผันผวนที่ไม่คาดฝัน และยังช่วยให้การบริหารความเสี่ยงเป็นไปอย่างมีระบบ
ขนาดของสต็อปลอสและเป้าหมายกำไรควรมีอัตราส่วนกำไรต่อความเสี่ยงอย่างน้อย 1 ต่อ 2 เช่น ถ้าตั้งสต็อปลอสไว้ 5 ดอลลาร์จากจุดเข้า เป้าหมายกำไรก็ควรอยู่ที่ 10 ดอลลาร์จากจุดเข้า การวางแผนแบบนี้จะช่วยให้เรายังสามารถทำกำไรได้ในระยะยาวแม้ว่าจะเทรดผิดบ้างก็ตาม
ตัวอย่างการคำนวณกำไรและขนาดล็อตจากเคสจริง
สมมติว่าเทรดเดอร์เปิดสถานะซื้อทองคำที่ราคา 2000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ด้วยขนาดล็อตขนาดเล็กจำนวน 0.1 ล็อต โดยมีเป้าหมายกำไรที่ระดับ 2050 ดอลลาร์ จะได้รับส่วนต่าง 50 ดอลลาร์ ซึ่งคำนวณเป็นกำไรประมาณ 500 ดอลลาร์สหรัฐ โดยมีค่า pip ประมาณ 1 ดอลลาร์ต่อจุด การคำนวณเช่นนี้ช่วยให้ผู้ลงทุนวางแผนความเสี่ยงและผลตอบแทนได้อย่างแม่นยำก่อนเข้าเทรดจริง
สมมติว่าราคาทองคำ XAUUSD วิ่งขึ้นมาชนเขตราคากลมที่ 2570 ดอลลาร์แล้วเกิดการดีดกลับลงมาทดสอบราคา 2569 ดอลลาร์ เราเห็นแท่งเทียนกลับตัวบนกรอบเวลา 1 ชั่วโมงจึงตัดสินใจเปิดสถานะซื้อที่ราคา 2569 ดอลลาร์
เราตั้งสต็อปลอสไว้ที่ราคา 2564 ดอลลาร์ซึ่งห่างจากจุดเข้า 5 ดอลลาร์เพื่อเผื่อการปั่นราคา และตั้งเป้าหมายกำไรไว้ที่ราคา 2579 ดอลลาร์ซึ่งห่างจากจุดเข้า 10 ดอลลาร์ ให้สัดส่วนความเสี่ยงต่อกำไรเท่ากับ 1 ต่อ 2
หากเรามีทุนเทรด 1000 ดอลลาร์และควบคุมความเสี่ยงไม่เกินร้อยละ 2 ของทุนต่อเทรด ความเสี่ยงที่ยอมรับได้คือ 20 ดอลลาร์ การคำนวณขนาดล็อตจะใช้สูตรความเสี่ยงหารด้วยระยะสต็อปลอสในหน่วยดอลลาร์ ซึ่งก็คือ 20 หารด้วย 5 ได้ 4 ไมโครล็อต หรือเท่ากับ 0.04 ล็อต
เมื่อราคาขึ้นไปถึงเป้าหมายที่ 2579 ดอลลาร์ เราก็จะได้กำไร 10 ดอลลาร์คูณด้วยขนาดล็อต 0.04 คูณด้วย 100 ดอลลาร์ต่อล็อตต่อดอลลาร์ รวมเป็นกำไร 40 ดอลลาร์ ในขณะที่ความเสี่ยงที่เตรียมไว้คือเพียง 20 ดอลลาร์เท่านั้น
ตารางเปรียบเทียบการเทรดที่ระดับราคากลม
| ระดับราคากลม | พฤติกรรมราคาที่พบบ่อย | วิธีการเทรดที่เหมาะสม | ระยะตั้งสต็อปลอสแนะนำ |
|---|---|---|---|
| ลงท้ายด้วยศูนย์สามตัว (เช่น 2600) | ราคาผันผวนรุนแรง มักเกิดการกวาดสต็อปก่อน | รอสัญญาณยืนยันชัดเจนหรือรอให้ราคาเคลียร์ก่อน | ห่างจากราคากลม 5 ถึง 10 ดอลลาร์ |
| ลงท้ายด้วยศูนย์สองตัว (เช่น 2570) | ราคาพักก่อนวิ่งต่อหรือดีดกลับเล็กน้อย | เทรดตามแนวโน้มหลักที่สอดคล้องกับเส้นค่าเฉลี่ย | ห่างจากราคากลม 3 ถึง 5 ดอลลาร์ |
| ลงท้ายด้วยศูนย์ตัวเดียว (เช่น 2565) | ราคาวิ่งผ่านได้ง่ายในกรอบเวลาเล็ก | ใช้เทรดระยะสั้นเท่านั้นและต้องดูบริบทใหญ่ | ห่างจากราคากลม 2 ถึง 3 ดอลลาร์ |
| ราคากลมผสมข่าว (เช่น NFP) | ราคาทะลุผ่านหรือดิ่งลงอย่างรุนแรง | งดเทรดในจังหวะข่าวหนักและรอหลังข่าว | ห่างจากราคากลม 10 ดอลลาร์ขึ้นไป |
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักทำเวลาเทรดที่ราคากลม
หนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการวางคำสั่งซื้อหรือขายไว้ตรงระดับราคากลมพอดี เพราะมือใหม่มักคิดว่าราคาจะดีดกลับทันทีที่ชน แต่ในความเป็นจริงสถาบันมักจะดันราคาให้หลุดไปก่อนเพื่อกวาดคำสั่งเหล่านั้น ทำให้เราโดนสต็อปก่อนที่ราคาจะไปในทิศทางที่เราคาดไว้
อีกข้อผิดพลาดคือการใช้สต็อปลอสที่แคบเกินไป เนื่องจากบริเวณราคากลมจะมีการแกว่งของราคาที่กว้างกว่าปกติ การตั้งสต็อปลอสแคบเกินไปจึงเท่ากับเปิดโอกาสให้ตลาดกวาดสต็อปเราได้ง่าย ควรตั้งสต็อปลอสให้ห่างจากราคากลมตามที่ได้แนะนำไปข้างต้น
สุดท้ายคือการลืมดูบริบทของตลาดโดยรวม บางครั้งราคากลมอาจไม่มีพลังพอที่จะหยุดราคาได้ถ้าแนวโน้มใหญ่แข็งแกร่งมาก การฝืนเทรดสวนทิศทางโดยหวังว่าราคาจะดีดที่ระดับกลมจึงเป็นความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น ควรรอให้เกิดสัญญาณยืนยันก่อนค่อยตัดสินใจ
การปรับแผนเทรดเมื่อราคาทะลุระดับกลมไม่ได้
ถ้าหากเราเห็นว่าราคาทองคำพยายามจะทะลุระดับราคากลมแต่กลับทำไม่ได้หลายครั้ง นั่นบ่งบอกว่าบริเวณนั้นมีแรงต้านทานที่แข็งแกร่งมาก การเปิดสถานะซื้อในจังหวะนี้จึงมีความเสี่ยงสูงที่ราคาจะเกิดการดีดกลับลงมาก่อน
ในสถานการณ์แบบนี้เราควรเปลี่ยนแผนมาเป็นการรอเปิดสถานะขายแทน โดยรอให้ราคาเกิดแท่งเทียนกลับตัวบนกรอบเวลาใหญ่อย่างชั่วโมงหรือ 4 ชั่วโมงก่อน แล้วค่อยเข้าเทรดสวนแนวโน้มเดิมพร้อมตั้งสต็อปลอสไว้เหนือระดับราคากลมนั้นเพื่อความปลอดภัย
อย่างไรก็ตามการเทรดสวนแนวโน้มมีความเสี่ยงสูงกว่าการเทรดตามแนวโน้ม ดังนั้นควรลดขนาดล็อตลงครึ่งหนึ่งจากปกติ และตั้งเป้าหมายกำไรที่ระดับราคากลมถัดไปทางล่างเพื่อรีบทำกำไรและปิดสถานะโดยเร็ว อย่างลืมว่าการรักษาทุนให้ปลอดภัยสำคัญกว่าการไล่กำไร
สรุปแนวทางการเทรดทองคำด้วยระดับราคากลม
การเทรดทองคำด้วยระดับราคากลมเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพหากเราเข้าใจพฤติกรรมของตลาดและสถาบัน จุดสำคัญคือต้องรอให้เกิดสัญญาณยืนยันก่อนเข้าเทรด ไม่ดึงดันฝืนเข้าไปในบริเวณที่ราคากำลังผันผวนรุนแรง และต้องตั้งสต็อปลอสให้ห่างจากราคากลมพอสมควรเสมอ
การใช้เครื่องมือเสริมเข้ามาช่วยยืนยันทิศทางจะช่วยเพิ่มโอกาสชนะให้กับเรา และการคำนวณขนาดล็อตที่เหมาะสมกับระยะสต็อปลอสจะช่วยรักษาทุนให้อยู่กับเราได้ในระยะยาว อย่าลืมว่าการเทรดที่ดีต้องมีระบบและวินัย ไม่ใช่การเดาทางจากตัวเลขที่ลงตัวเพียงอย่างเดียว
ฝึกฝนการสังเกตพฤติกรรมราคาที่ระดับต่างๆ บนชาร์ตอย่างสม่ำเสมอ แล้วคุณจะเริ่มเห็นรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ซึ่งจะกลายเป็นประสบการณ์ที่มีค่าในการเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จในตลาดทองคำในที่สุด
▶ เปิดบัญชีโบรกเกอร์ที่แนะนำ คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรดทองค่าด้วยระดับราคากลมคือทำไมราคาจึงมักวิ่งทะลุก่อนเด้งกลับ ซึ่งเกิดจากการที่ระดับเหล่านี้เป็นจุดสะสมคำสั่งสต็อปจำนวนมาก ทำให้ผู้ค้ารายใหญ่มักจะกวาดสภาพคล่องก่อนเคลื่อนย้ายราคาจริง นอกจากนี้ผู้เริ่มต้นมักสงสัยว่าระดับกลมใช้ได้กับกรอบเวลาใด ซึ่งคำตอบคือใช้ได้ทุกกรอบเวลาแต่จะมีนัยสำคัญมากในกรอบเวลาใหญ่
Round Number ในการเทรดทองคำคืออะไร
Round Number คือระดับราคาที่ลงท้ายด้วยเลขศูนย์ เช่น 2400 หรือ 2450 ดอลลาร์ เป็นจุดทางจิตวิทยาที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ใช้เป็นจุดอ้างอิงในการตัดสินใจซื้อหรือขาย ระดับราคาเหล่านี้มักจะมีคำสั่ง pending order ไปวางรอไว้เป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดแรงต้านทานหรือแรงสนับสนุนที่แข็งแกร่งได้
ทำไมราคาทองคำถึงชอบชนแล้วดีดที่ราคากลม
เพราะบริเวณราคากลมมีคำสั่งซื้อขายรวมตัวกันอยู่เยอะมาก เมื่อราคาเข้าใกล้ก็จะเกิดสภาพคล่องที่ล้นทะลัก สถาบันมักจะใช้โอกาสนี้ในการดักทำลายสต็อปของรายย่อยก่อนที่จะผลักราคาไปในทิศทางที่ต้องการ จึงทำให้เราเห็นราคาดีดกลับอย่างรุนแรงบ่อยครั้ง
ควรตั้งสต็อปลอสที่ราคากลมได้ไหม
ไม่แนะนำให้ตั้งสต็อปลอสตรงราคากลมพอดี เพราะจะเสี่ยงโดนหวัดจับสต็อปก่อนที่ราคาจะไปในทิศทางที่เราคาดไว้ ควรตั้งสต็อปลอสให้ห่างจากราคากลมไปอีกสัก 3 ถึง 5 ดอลลาร์ เพื่อเผื่อช่วงการปั่นราคาของสถาบัน หรือรอให้ราคาเคลียร์ระดับนั้นจริงๆ ก่อนค่อยเข้าเทรดตาม
ระดับราคากลมแบบไหนที่สำคัญที่สุดสำหรับทองคำ
ระดับราคาที่ลงท้ายด้วยศูนย์สามตัว เช่น 2000 หรือ 2500 ดอลลาร์ จะสำคัญที่สุด รองลงมาคือลงท้ายด้วยศูนย์สองตัว เช่น 2430 หรือ 2470 ดอลลาร์ ยิ่งราคากลมเป็นตัวเลขที่คนทั่วไปจดจำได้ง่ายเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีพลังในการสร้างแรงสนับสนุนหรือแรงต้านทานที่เห็นได้ชัดเท่านั้น
เทรดทองคำที่ราคากลมควรใช้ทุกเท่าไหร่
ขึ้นอยู่กับระยะสต็อปลอสและระยะเป้าหมาย แต่โดยทั่วไปมักจะใช้สต็อปลอสประมาณ 5 ถึง 10 ดอลลาร์ต่อหนึ่งเทรด หากมีทุนหนึ่งพันดอลลาร์และควบคุมความเสี่ยงไว้ที่ร้อยละสอง ก็จะสามารถเปิดสถานะได้ประมาณ 0.2 ล็อต สำคัญคือต้องคำนวณขนาดล็อตให้สอดคล้องกับระยะสต็อปลอสเสมอเพื่อรักษาทุน
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
📱 ดาวน์โหลดแอป iCafeFX ฟรี — รับสัญญาณเทรด Forex และทองคำ XAU/USD แบบ Real-time
ดาวน์โหลดเลย






















